แฟนปารีสเสียว! เนย์มาร์อาจชวดนัดชิงชปล.

เนย์มาร์ หัวหอกเลือดแซมบ้าของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อาจจะพลาดลงสนามช่วยต้นสังกัดนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก เนื่องจากดันทะลึ่งฝ่าฝืนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ หลังจบเกมที่ถล่ม ไลป์ซิก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

     เนย์มาร์ กองหน้าพรสวรรค์ชาวบราซิเลียนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส มีสิทธิ์อาจจะโดนแบนจากการลงเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ หลังจากทำเรื่องผิดกฎสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า)

    หัวหอกทีมชาติบราซิล ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในแมตช์ที่ "เปแอสเช" ไล่ต้อน แอร์เบ ไลป์ซิก 3-0 ในเกมรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่หลังจบเกมดันเกิดประเด็นดราม่า เมื่อ เนย์มาร์ แหกกฎยูฟ่า ด้วยการแลกเสื้อกับ มาร์เซล ฮัลสเท่นแบร์ก

    ตามระเบียบการในการกลับมาแข่งขันกันต่อหลังเกิดเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบุว่าไม่อนุญาตให้นักเตะทำการแลกเสื้อแข่ง และหากไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ได้กำหนดอาจจะนำไปสู่การพิจารณาเกี่ยวกับมาตรการด้านระเบียบวินัยของยูฟ่า

 

    สอดคล้องกับรายงานที่อ้างเอาไว้ก่อนที่เกมฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรปจะกลับมาแข่งขันกันต่อหลังต้องล็อกดาวน์จากเชื้อไวรัสมรณะว่าการแลกเสื้อระหว่างนักเตะในช่วงที่มีการจัดแข่งแบบมินิทัวร์นาเมนต์ ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส มีผลทำให้ผู้เล่นต้องทำการกักตัว 12 วัน อย่างไรก็ตาม ยูฟ่า ไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับระเบียบการนี้อย่างเป็นทางการ 

    ทั้งนี้เกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ซึ่งจะมีขึ้นในอีก 5 วัน ฉะนั้นหาก ยูฟ่า มีบทลงโทษในกรณีนี้ และนักเตะต้องเข้ารับการกักตัว จะทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงสนามช่วยทัพ "เปแอสเช" ในการชิงถ้วยใบโตยุโรปครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร

ช็อก!แข้ง-สตาฟฟ์พรีเมียร์ลีกติดโควิด14ราย

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษแฉว่าตอนนี้มีนักเตะกับสตาฟฟ์ของทีมใน พรีเมียร์ลีก ติดเชื้อโควิด-19 รวมกัน 14 คน หลังจากทำการตรวจคนเหล่านั้นในการเข้าแคมป์ช่วงปรี-ซีซั่น แต่มันก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับโปรแกรมการแข่งขันแต่อย่างใด

    มีนักเตะและสตาฟฟ์จากทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึง 14 คนด้วยกัน จากการตรวจระหว่างการเข้าแคมป์ช่วงปรี-ซีซั่นของ 12 สโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ

    ไม่มีการเปิดเผยว่า 12 ทีมที่โดนตรวจในครั้งนี้มีทีมไหนบ้าง แต่เชื่อกันว่าสาเหตุที่ทำให้มีคนติดเชื้อเยอะขนาดนี้เป็นเพราะหลายคนกลับมาจากการไปเที่ยวพักผ่อนในประเทศต่างๆ ซึ่ง พรีเมียร์ลีก ยังไม่ชี้แจงหรือประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องในครั้งนี้แต่อย่างใด

    ทั้งนี้ การที่มีคนติดเชื้อ 14 คนในครั้งนี้นั้น ถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 กลับมาเตะกันเยอะพอตัว เพราะตลอดทั้งช่วงดังกล่าวมีการตรวจนักเตะกับสตาฟฟ์รวมแล้วราว 35,000 ครั้ง และพบว่ามีคนติดเชื้อเพียง 30 รายเท่านั้น

    เดลี่ เมล เสริมว่าการที่มีนักเตะและสตาฟฟ์ติดเชื้อรวม 14 คนในครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับโปรแกรม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ที่จะเริ่มเตะกันในวันที่ 12 กันยายนนี้ แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันของ พรีเมียร์ลีก ก็เตือนสโมสรต่างๆ ว่ายังต้องดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อทำให้ทั้งสนามแข่งและสนามซ้อมปลอดเชื้อโควิด-19 ต่อไป โดยเชื่อกันว่าในฤดูกาล 2020-21 นั้น พรีเมียร์ลีก จะตรวจบรรดานักเตะของทีมในลีก 1 ครั้งต่อสัปดาห์ น้อยกว่าช่วงที่กลับมาแข่งกันเมื่อซีซั่นก่อนที่ทำการตรวจ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

ยูฟ่าเด็ดขาดยกเลิกเกมคัดชปล.หลังพบแข้งติดโควิด

สหพันธ์ลูกหนังยุโรป ประกาศยกเลิกเกมระหว่าง ลินฟิลด์ ปะทะ เคเอฟ ดริต้า ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกก่อนรอบแรก วันอังคาร เนื่องจากมีการตรวจพบว่ามี 2 แข้งติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพจึงไม่อนุญาตให้เกมนี้แข่งได้
    สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) แถลงการณ์ยืนยันได้สั่งยกเลิกเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือกก่อนรอบแรก ประจำฤดูกาล 2020/2021 แมตช์ระหว่าง ลินฟิลด์ สโมสรในประเทศไอร์แลนด์เหนือ พบ เคเอฟ ดริต้า ทีมจากโคโซโว วันอังคารที่ 11 สิงหาคม เนื่องจากมีการตรวจพบว่ามีผู้เล่นติดเชื้อไวรัสโควิด-19

    ตามหมายกำหนดการเดิมระบุว่าแมตช์ดังกล่าวจะมีการจัดแข่งกันที่เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พบว่ามี 2 นักเตะจาสโมสรเคเอฟ ดริต้า มีผลออกมาเป็นบวก ทำให้ ยูฟ่า จำเป็นต้องยกเลิกเกมนี้ไปโดยปริยายเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพ

    แถลงการณ์ของสหพันธ์ลูกหนังยุโรป ระบุว่า "ผลจากการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสวิส ที่ทำงานร่วมกับ ยูฟ่า ได้สั่งให้ทุกๆ คนในทีมเคเอฟ ดริต้า ต้องเข้ารับการกักตัวหลังจากมีนักเตะสองคนจากทีมโคโซโวมีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 "

    "ทำให้เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกก่อนรอบแรกแมตช์ระหว่าง เคเอฟ ดริต้า พบ ลินฟิลด์ ที่จะแข่งในวันที่ 11 สิงหาคม ในเมืองนียง, สวิตเซอร์แลนด์ ไม่สามารถแข่งได้ นักเตะต้องเข้ารับการกักตัวไปแล้วพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมของเขาอีกรายที่พบว่าสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้อ" แถลงการณ์ฉบับเดิม ระบุ

โอซิลแจงสาเหตุเมินนโยบายหั่นค่าเหนื่อยช่วยทีม

เมซุต โอซิล มิดฟิลด์ อาร์เซน่อล ระบุ สาเหตุที่เคยปฏิเสธนโยบายการหั่นค่าเหนื่อยของสโมสรเป็นเพราะตอนนั้นไม่ได้รับรายละเอียดในระดับที่เหมาะสมว่าทำไมถึงควรจะต้องทำอย่างนั้น พร้อมบอกว่าที่จริงมีคนอื่นที่ทำเหมือนตน แต่กลับกลายเป็นว่ามีเพียงตนที่โดนชาวบ้านชาวช่องตำหนิอย่างหนัก

    เมซุต โอซิล กองกลาง อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนไม่ยอมรับมาตรการเลื่อนจ่ายค่าเหนื่อย หรือการหั่นค่าเหนื่อยของทีม เป็นเพราะตอนนั้นต้นสังกัดไม่ได้ให้รายละเอียดกับตนมากพอ จนตนมองว่ามันไม่เหมาะสมที่จะยอมรับมาตรการนั้น

    การระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาทำให้หลายสโมสรทั่วโลกได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างมาก จนทำให้บางทีมเลือกใช้มาตรการเลื่อนการจ่ายค่าเหนื่อย หรือก็คือการจ่ายค่าเหนื่อยน้อยกว่าปกติในตอนแรกเพื่อเอาส่วนที่โดนหักไปสมทบกับค่าเหนื่อยในอนาคต ขณะที่บางสโมสรใช้มาตรการหักค่าเหนื่อยแบบตรงๆ ไปเลย

   ทั้งนี้ เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาบอร์ดบริหารของ อาร์เซน่อล ก็เคยเลือกใช้มาตรการที่จะจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะน้อยลงเหมือนกัน โดยบอกว่าจำเป็นต้องทำแบบนั้นเพื่อทำให้สโมสรอยู่รอด และเอาไปจ่ายเงินให้เหล่าสตาฟฟ์ได้ ซึ่งตอนนั้นแทบทุกคนยอมรับมาตรการดังกล่าว แต่ โอซิล กับนักเตะ "ไอ้ปืนใหญ่" อีก 2 คนปฏิเสธมาตรการนั้น ซึ่งมันก็ทำให้ โอซิล โดนตำหนิอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัวสุดๆ

    โอซิล ให้สัมภาษณ์กับ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดังว่า "ในฐานะนักเตะแล้วนั้นเราต่างก็อยากมีส่วนช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่เราต้องการข้อมูลมากกว่านี้ และมีหลายเรื่องที่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ทุกคนโอเคกับการเลื่อนจ่ายค่าเหนื่อย ทั้งที่ตอนนั้นมันมีความไม่แน่นอนหลายอย่าง"

    "ส่วนตัวแล้วผมโอเคที่จะยอมโดนเลื่อนการจ่ายค่าเหนื่อยในระดับที่เสียเงินเยอะกว่าคนอื่น และไม่มีปัญหาเลยด้วยหากจะโดนหั่นค่าเหนื่อยหากมันจำเป็นต้องทำถึงขั้นนั้นเมื่อถึงเวลาที่เกิดความชัดเจนมากขึ้นทั้งในด้านฟุตบอลและการเงิน แต่เราโดนบีบให้รีบทำการตัดสินใจทั้งที่ไม่มีการหารือกันที่ดี ทุกคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นน่ะมีสิทธิ์ที่จะได้รู้ทุกเรื่อง, ได้เข้าใจว่าทำไมมันถึงเกิดสถานการณ์แบบนั้น และได้เข้าใจว่าเงินที่โดนหักไปน่ะจะไปอยู่ที่ไหน แต่เราไม่ได้รับรายละเอียดมากพอ เราเหมือนมีหน้าที่แค่ทำการตัดสินใจเท่านั้น ซึ่งการทำอย่างนั้นถือว่าเร็วเกินไปสำหรับเรื่องที่ถือว่ามีความสำคัญมากๆ และมันก็มีแรงกดดันอย่างหนักด้วย"

    "สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดานักเตะที่อายุน้อย ผมก็เลยปฏิเสธไป ผมมีลูกอยู่ที่บ้าน, มีครอบครัวที่ต้องดูแลทั้งที่ ตุรกี และ เยอรมนี แถมผมยังมีองค์กรการกุศลกับโปรเจกต์ใหม่ที่เราทำขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือคนในกรุงลอนดอนด้วย โปรเจกต์ที่ว่ามันเกิดขึ้นจากใจจริงของเรา ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อเป็นการโปรโมตอะไรทั้งนั้น"

    "คนที่รู้จักผมดีย่อมรู้ดีว่าที่จริงแล้วผมเป็นคนใจกว้างมากแค่ไหน และเท่าที่ผมรู้มาน่ะผมไม่ใช่นักเตะเพียงคนเดียวด้วยที่ไม่ยอมรับมาตรการหักค่าเหนื่อย แต่กลับกลายเป็นว่ามีแค่ชื่อของผมเพียงคนเดียวที่โผล่ตามหน้าสื่อ ผมเดาว่าที่เป็นอย่างนั้นคงเป็นเพราะผมมีประเด็นติดตัวล่ะมั้ง มันเป็นเวลานาน 2 ปีแล้วที่คนพยายามทำลายผม, พยายามทำให้ผมไม่มีความสุข, พยายามสร้างความปลุกปั้นด้วยความหวังว่าจะทำให้แฟนบอลหันมาเกลียดผม รวมถึงสร้างเรื่องโกหกขึ้นมา"

    "การตัดสินใจในครั้งนั้นอาจจะมีส่วนทำให้ผมได้รับโอกาสลงเล่นน้อยก็ได้ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมไม่กลัวที่จะยืนหยัดสู้เพื่อสิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และพอคุณได้เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้แล้วน่ะ (หมายถึงการที่ อาร์เซน่อล ปลดพนักงาน 55 คน ทั้งที่ใช้มาตรการหั่นค่าเหนื่อยนักเตะไปแล้ว) บางทีสิ่งที่ผมทำก็อาจจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องก็ได้"

ตำนานแมนยูเชื่อมี “ซานโช” เพิ่มแนวรุกเหมือนปี1999

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตหัวหอกจอมลีลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระตุ้นต้นสังกัดเก่ายอมควักเงินแบบไม่มีอิดออดเพื่อคว้าตัว เจดอน ซานโช่ มาเสริมทัพด่วน เพราะทีมจะมีทางเลือกในเกมรุกที่หลากหลายเหมือนสมัยเมื่อปี 1999 ซึ่งนำไปสู่การคว้า 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่
              ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ตำนานกองหน้าทีมชาติบัลแกเรีย มั่นอกมั่นใจ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อการดึง เจดอน ซานโช ปีกฟอร์มแรง มาร่วมทีมจะทำให้ทัพ "ปีศาจแดง" มีทางเลือกในเกมรุกที่หลากหลาย เหมือนสมัยที่ทีมเคยมี 4 ประสานในชุดที่คว้าทริปเบิลแชมป์ เมื่อปี 1999 

              ซานโช เป็นเป้าหมายหลักของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม ที่หวังจะดึงมาประสานงานร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด และ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล โดยมีการคาดการณ์ว่านักเตะจะย้ายมาร่วมทีมหาก "ปีศาจแดง" ยินดีจ่ายค่าตัวจำนวน 100 ล้านปอนด์ (ราว 3,800 ล้านบาท) ให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

              สำหรับเม็ดเงินดังกล่าวหลายคนอาจจะมาว่าสูงเกินไปในยุคที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก แต่ เบอร์บาตอฟ มองอีกมุมว่างานนี้ "ผีแดง" ควรยินดีจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว เพราะ ซานโช จะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สามารถนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งใหญ่เหมือนกับเมื่อปี 1999

             "เบิร์บ" เผยว่าในตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด มีแนวรุกทีเด็ดทั้ง โซลชา, ดไวท์ ยอร์ค, แอนดี้ โคล และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ที่สลับสับเปลี่ยนลงไปช่วยกันยิ่งประตูคู่แข่งเป็นว่าเล่น ฉะนั้นหากต้นสังกัดเก่าของตนอยากประสบความสำเร็จแบบนั้นอีกครั้งก็ควรต้องทุ่มเงินซื้อซานโช มาเสริมแกร่ง

             "เจดอน ซานโช จะเป็นการเซ็นสัญญาที่สุดแสนวิเศษสำหรับทุกๆ ทีม รวมทั้ง ยูไนเต็ด ด้วย มันเป็นปัญหาที่ดีเยี่ยมหากมีตัวเลือกในเกมรุกที่สุดยอดแบบนี้ แต่มันก็จะนำไปสู่ความยากลำบากในการตัดสินใจ บางคนต้องนั่งอยู่ข้างสนาม และ โอเล่ จะต้องเป็นคนบอกเรื่องนี้กับนักเตะเหล่านั้น"

             "อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กับ มาร์คัส แรชฟอรด์ คงจะทำผลงานได้อย่างสุดยอดในวงการฟุตบอล ส่วน กรีนวู้ด ตอนนี้สมควรที่จะให้โอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และผมไม่อยากเห็นเขาต้องเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง เรารู้ว่า ยูไนเต็ด สามารถจ่ายเงินสำหรับ ซานโช ได้ และถ้าหากเรื่องนี้เกิดขึ้น สโมสรคงจะมีความสุข"

            "ค่าตัวกว่า 100 ล้านปอนด์ มันเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทุกๆ คนที่ยูไนเต็ด กำลังจับตามองการย้ายทีมครั้งนี้ แรชฟอร์ด น่าจะรู้ดีว่า ซานโช่ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ และพวกเขาคงจะยินดีที่จะได้แข่งกันเพื่อแย่งตำแหน่งในทีม แต่ผู้เล่นเกมรุกมักจะมีข้อสงสัยเกิดขึ้นในใจของพวกเขา"

            "หลังจากนั้นพวกเขาจะใช้สิ่งนี้เป็นแรงกระตุ้น พวกเขาต้องการที่จะได้ตำแหน่งของตัวเองในทีม ถ้าพวกเขายินดีจ่ายเงินเป็นสถิติสโมสรเพื่อซานโช ไม่มีใครคาดหวังว่านักเตะคนนี้จะนั่งอยูในซุ้มม้านั่งสำรอง ดังนั้นอย่างน้อยการลงตัวจริงของ ซานโช จะยิ่งทำให้ทีมแข็งแกร่งมากขึ้น"

            "หากพิจารณากันดีๆ แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เคยมี โอเล่ , ดไวท์ ยอร์ค, แอนดี้ โคล และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม อยู่ในทีมเดียวกัน และทำให้ทีมมีทางเลือกในการเล่นเกมรุกมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ โอเล่ คงจะคิดว่าเขาสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี" เบอร์บาตอฟ ระบุ

งานงอก! “ตราหมี” ยันตรวจเจอโควิด 2 รายก่อนปะทะ ไลป์ซิก ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แอตเลติโก มาดริด แจ้งข่าวมีสมาชิกในทีม 2 รายติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อนหน้าเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในวันพฤหัสบดีนี้

“ตราหมี” ของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กำลังเตรียมความพร้อมก่อนลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศพบ แอร์เบ ไลป์ซิก ในวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคมนี้

อย่างไรก็ตาม พวกเขาเจอข่าวไม่สู้ดีเมื่อมีผู้เล่นในทีม 2 รายที่ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อ ติดเชื้อโควิด-19 หลังเข้ารับการตรวจตามมาตรการของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า

ด้วยเหตุนี้ทำให้ 2 คนดังกล่าวต้องกักตัวอยู่บ้านเพื่อรักษาอาการทันที และจะมีการตรวจสมาชิกคนอื่นที่เหลือในทีมอีกรอบ เช่นเดียวกับคนที่มีประวัติใกล้ชิดกับ 2 คนที่ติดเชื้อ

ไปเหอะ!อาร์เซน่อลยื่นข้อเสนอให้ “โอซิล” เพื่อให้ย้ายทีม

สื่อผู้ดี ตีข่าว อาร์เซน่อล ได้ยื่นข้อเสนอจำนวนเงินเท่ากับสัญญาที่เหลืออยู่ของ เมซุต โอซิล เพื่อให้นักเตะได้ย้ายออกจากทีมไป หลังเจ้าตัวไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างทีมของกุนซือมิเกล อาร์เตต้า อีกต่อไปแล้ว

    "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยื่นข้อเสนอจำนวน 18 ล้านปอนด์ (ราว 684 ล้านบาท) ให้กับ เมซุต โอซิล จอมทัพชาวเยอรมัน เพื่อให้นักเตะย้ายออกจากทีม จากการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในเมืองผู้ดี

    เพลย์เมกเกอร์เชิงสูงซึ่งได้รับค่าเหนื่อยถึง 350,000 ปอนด์ (ราว 13.3 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์กลายเป็นนักเตะไร้อนาคตไปแล้วเนื่องจาก มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมคนหนุ่มไฟแรง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยู่ในแผนการสร้างทีมอีกต่อไป

    สำหรับตอนนี้ โอซิล มีสัญญาเหลืออยู่ในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น โดยในเวลานี้ ดาวเตะชาวเยอรมัน เลือกที่จะไม่สนใจว่าจะได้ลงสนามหรือไม่ และยินดีไม่มีปัญหาในการรับเงินค่าเหนื่อยมหาศาล แม้ว่าจะไม่ได้ถูกเลือกติดทีมก็ตาม

    อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล เล็งเห็นว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป จะทำให้ทีมเสียผลประโยชน์ไปเปล่าๆ ก็เลยมีแผนที่จะยอมจ่ายเงินที่เหลืออยู่ในสัญญาเต็มจำนวนเพื่อให้ อดีตจอมทัพ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ย้ายออกไปจากสโมสรได้ทันที

    ทั้งนี้ อาร์เซน่อล กำลังประสบปัญหาเรื่องการเงินอย่างหนักจากพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาพวกเขาเพิ่งประกาศปลดเจ้าหน้าที่สโมสรออกไปถึง 55 ราย เพื่อต้องการพยุงสถานะทางการเงินของทีมเอาไว้

ทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ : ไทยลีก 2020 กลับมาเตะเมื่อไหร่?

ฟุตบอลลีกไทยเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย ด้วยผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 และนี่คือเรื่องราวที่คุณควรรู้ก่อนศึกไทยลีกจะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง

จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของไทยวุ่นวายทั้งโปรแกรมการแข่ง , ตลาดนักเตะ , มาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 หากแข่งขันสนามปิด รายละเอียดจะมีอะไรบ้าง และมีหลักปฏิบัติที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โกล ประเทศไทย หาคำตอบมาให้คุณได้ติดตามครบจบในที่เดียว…

1.การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพฤดูกาล 2020-21 หลังเบรคโควิด-19
การแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก (ไทยลีก 1)จะกลับมาแข่งขันต่อจากเดิมในสัปดาห์ที่ 5 โดยยึดผลการแข่งขันและอันดับจาก 4 นัดที่ผ่านมาตามเดิม และจะคัด 4 สโมสรที่มีคะแนนสูงสุดในเลกที่ 1 ได้รับสิทธิ์แข่งขันในรายการ AFC Champions League หากคะแนนเท่ากัน จะพิจารณาจากประตูได้เสีย

การแข่งขัน M-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก 2) จะกลับมาแข่งขันต่อจากเดิมในสัปดาห์ที่ 5 โดยจะยังมีการแข่งขันในรอบเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมเลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีก 1 ฤดูกาลถัดไป (รอบเพลย์ออฟ 2-23 พฤษภาคม 2564)

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้รวมการแข่งขันไทยลีก 3 และไทยลีก 4 เข้าด้วยกันเป็นศึกออมสิน เนชั่นแนล ลีก ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 6 โซน โซนละ 12-14 ทีม แชมป์และรองแชมป์ของแต่ละโซน จะผ่านเข้าไปเล่นในรอบซูเปอร์ลีก ที่จะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ทีม

แชมป์กลุ่มจะได้สิทธิ์เลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีก 2 อัตโนมัติ และเข้าไปเล่นในรอบชิงแชมป์ประเทศ ขณะที่รองแชมป์กลุ่มจะเล่นในนัดชิงอันดับ 3 เพื่อหาทีมสิทธิ์เลื่อนชั้นไปไทยลีก 2 ขณะที่ทีมอันดับสุดท้ายของแต่ละโซนจะตกชั้น

2.กำหนดวันแข่งขันไทยลีก1-3 และฟุตบอลถ้วยฤดูกาล 2020-21
ศึกโตโยต้า ไทยลีก (ไทยลีก 1) จะเริ่มกลับมาแข่งขัน 12 กันยายน 2563 ปิดฤดูกาล 15 พฤษภาคม 2564 ส่วน M-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก 2) จะแข่งขัน 12 กันยายน 2563 ปิดฤดูกาล 25 เมษายน 2564 โดยรอบเพลย์ออฟจะแข่งขันวันที่ 2-23 พฤษภาคม 2564

ขณะที่ศึกออมสิน เนชั่นแนล ลีก (ไทยลีก 3) จะแข่งขันวันที่ 3 ตุลาคม 2563 และปิดฤดูกาล 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยรอบแชมเปี้ยนส์ลีกจะเริ่มวันที่ 6 มีนาคม -25 พฤษภาคม 2564

ด้านฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ รอบแรกจะแข่งขันวันที่ 30 กันยายน 2563 รอบชิงชนะเลิศ 22 พฤษภาคม 2564 ส่วนถ้วยลีก คัพ จะเริ่มรอบสอง 21 ตุลาคม 2563 รอบชิงชนะเลิศ 1 พฤษภาคม 2564

3.วันเปิด-ปิดตลาดซื้อขายนักเตะ ฤดูกาล 2020-21
ฟีฟ่า อนุมัติให้กรแข่งขันฟุตบอลอาชีพของไทยสามารถเปิดตลาดนักเตะรอบใหม่ได้รวมทั้งหมด 3 รอบด้วยกัน โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดรอบแรกไปเมื่อต้นฤดูกาล 2020 ส่วนรอบล่าสุดจะเปิดระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 7 กันยายน 2563 และรอบที่ 3 วันที่ 28 ธันวาคม 2563 – 10 มกราคม 2564 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่า ยังคงยึดระเบียบเดิม ที่ให้นักกีฬาฟุตบอลอาชีพสามารถลงสนามให้กับสโมสรต้นสังกัดได้มากที่สุด 2 สโมสร ภายใน 1 ฤดูกาลเช่นเดิม แม้จะมีการเปิดตลาด 3 รอบในไทยลีกฤดูกาลนี้ก็ตาม ยกเว้นกรณีเป็นนักกีฬาที่มาจากลีกที่มีปฏิทินการแข่งขันไม่ตรงกับประเทศไทย

4.ระยะเวลาการลงทะเบียนผู้เล่น
สำหรับการขึ้นทะเบียนนักกีฬาในกรณีเพิ่มเติมพิเศษของฤดูกาล 2020-21 จะเปิดให้ขึ้นทะเบียนระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 7 กันยายน 2563 โดยไทยลีก 1 สามารถขึ้นทะเบียนได้ทั้งสิ้น 37 คน ไทยลีก 2 จำนวน 35 คน สำหรับโควตาผู้เล่นต่างชาติ ยังยึดตามระเบียบการขึ้นทะเบียนของฤดูกาล 2562

ส่วนไทยลีก 3 สามารถขึ้นทะเบียนได้ 35 คน โควตานักผู้เล่นต่างชาติ 3 คน และมีการยกเลิกทีม บี ส่วนการขึ้นทะเบียนนักกีฬา ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2563 – 10 มกราคม 2564 สามารถเปลี่ยนแปลงนักกีฬาได้ไม่เกินทีมละ 10 คน

5.หลักปฏิบัตินำแข้งต่างชาติเข้าประเทศไทย
นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมต่างชาติที่เดินเข้าเข้าประเทศไทยจะต้องเข้าร่วมโครงการพื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก 14 วัน (Alternative State Quarantine – ASQ) โดยจะต้องมีใบรับรองแพทย์ประเภท Fit to Fly และใบรับรองแพทย์ ยื่นที่สนามบิน ซึ่งเป็นหลักฐานว่า ไม่มีเชื้อโควิด-19 ในช่วงระยะเวลา 72 ชม.ก่อนเดินทาง

ปัจจุบันมีนักเตะและเจ้าหน้าที่ทีมชาวต่างชาติ แจ้งความประสงค์เดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 76 คน

6.มาตรการจัดการแข่งขันฟุตบอลเป็นอย่างไร?
การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก จะต้องแข่งขันแบบปิด และปฏิบัติตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และ การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนี้

นักกีฬารวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องตรวจหาเชื้อโควิดก่อนการแข่งขัน 72 ชั่วโมง โดยวันแข่งขันจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” และแพลตฟอร์ม “สปิริต” ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะมีการจัดลงทะเบียนทั้งก่อนเข้าและออกบริเวณทางเข้าออกที่จะมีเพียงทางเดียวเท่านั้น

ผู้เล่น , ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องสวมหน้ากากอนามัย ลดการพูดคุย และเดินผ่านจุดวัดอุณหภูมิที่ต้องไม่เกิน 37.5 องศา เพื่อคัดกรองผ่านก่อนเข้าสถานที่รวมถึงจัดสบู่ , เจลแอลกอฮอล์ล้างมือล้างมือให้พร้อม

หากพบนักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ทีมงานสตาฟฟ์คนใดมีอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด ให้งดการไปเข้าร่วมกิจกรรมทันที

ผู้ที่อยู่ภายในและโดยรอบสนามจะต้องไม่เกินกว่า 250 คน สำหรับนักกีฬาทั้งสองทีม จะต้องมีไม่เกิน 37 คน ส่วนทีมงานสตาฟฟ์โค้ช และเจ้าหน้าที่ทีม มีทีมละ 16 คน ผู้แทนสมาคมฯ หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ทางคณะผู้ตัดสิน, ผู้ควบคุมการแข่งขันผู้ประเมินผู้ตัดสิน รวม 5 คน

ส่วนเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดจำกัดไม่เกิน 35 คน บุคลากรด้านการรักษาความปลอดภัย ทั้งหมดไม่เกิน 25 คน

บุคลากรด้านการแพทย์ ทั้งหมดไม่เกิน 20 คน เจ้าหน้าที่ด้านถ่ายทอดโทรทัศน์ และสื่ออื่น ๆ บุคลากรด้านการถ่ายทอดโทรทัศน์และถ่ายทอดผ่านสื่ออื่น ๆ ทีมงานวีดิทัศน์ช่วยการตัดสิน ทั้งหมดไม่เกิน 30 คน ส่วนสื่อมวลชนจากสํานักข่าวต่าง ๆ จะต้องไม่เกิน 15 คนและผู้บริหาร และผู้ให้การสนับสนุน สโมสร ทั้งหมดไม่เกิน 10 คน

จะต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ทั้งหมดด้วยแอลกอฮอล์ 70% หรือ โซเดียมไฮโปคลอไรด์ 0.9% ทั้งก่อนและหลังใช้ รวมทั้งซักเสื้อผ้าที่ใช้ในการ ฝึกซ้อมทุกครั้งหลังให้บริการ รวมไปถึงห้องสุขา และพื้นที่ในบริเวณสถานที่อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง และต้องทําความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

7.การถ่ายทอดสดฟุตบอลลีก
จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของไทยต้องเลื่อนออกไป และจบฤดูกาลในปี 2564 อย่างไรก็ตามทาง ทรู วิชั่นส์ ยืนยันจะถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2563 ตามสัญญาเดิม

ทั้งนี้ทางสมาคมฯอาจต้องหาผู้เจรจาสัญญาใหม่สำหรับการถ่ายทอดสดสำหรับแมตช์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 แต่มูลค่าสิทธิประโยชน์จะลดลง เนื่องจากจำนวนทีมลดลงจาก 18 เป็น 16 ทีม ทำให้แมตช์ลดลง

8.แนวทางการแข่งขันอื่นๆที่ยังอยู่ระหว่างรอลงมติ?
เนื่องจาก ทรู วิชั่นส์ ไม่ต่อสัญญาถ่ายทอดสดถึงปี 2564 ทำให้สิทธิประโยชน์หลายสโมสรที่จะได้รับมีมูลค่าลดลง ซึ่งหลายทีมแสดงความต้องการกลับมาแข่งขันให้จบภายในฤดูกาล 2563 ตามเดิม ล่าสุดทางสมาคมฯ เปิดเผยความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ออกเป็นสองกรณี

กรณีแรกหากแข่งจบภายในสิ้นปีนี้ สโมสรสามารถยอมรับความถี่ในการลงแข่งขันของแต่ละแมตช์อาจจะแข่งขัน 2-3 วัน ต่อ 1 แมตช์ เพื่อให้สโมสรได้ลงเล่นครบจำนวน 26 แมตช์ที่เหลืออยู่

ส่วนเงินสนับสนุนที่สโมสรจะได้รับจะขึ้นอยู่กับการเจรจากับ ทรูวิชั่นส์ และคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพร่างกายนักกีฬาและการบริหารจัดการด้านอื่นๆของสโมสร ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมฯ จะแจ้งให้สโมสรได้ทราบรายละเอียดเพื่อร่วมกันพิจารณาอีกครั้ง

กรณีที่สองหากสโมสรสมาชิกต้องการเสนอให้กลับมาแข่งขันก่อนเดือนกันยายนที่เคยมีมติจากสโมสรในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

สมาคมฯจะเรียกสโมสรสมาชิกหารือให้ครบถ้วน ว่าสามารถยอมรับได้หรือไม่กับการเริ่มการแข่งขัน โดยขาดผู้เล่นต่างชาติที่ยังไม่สามารถมาร่วมทีมได้ และกระทบต่อช่วงเวลาการโอนย้ายผู้เล่นและลงทะเบียนในช่วงตลาดซื้อขาย

9.โปรแกรมการแข่งขันไทยลีกนัดแรกหลังพักเบรคโควิด-19
ทาง ไทยลีก ได้ประกาศกำหนดการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก ไทยลีก 1 และ M-150 แชมเปี้ยนชิพ ไทยลีก 2 ประจำฤดูกาล 2020 ที่จะแข่งขันต่อหลังพักเบรกโควิด-19 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย

โดยการแข่งขันจะเริ่มกลับมาแข่งขันต่อในนัดที่ 5 ดำเนินต่อโดยยึดตารางคะแนนเดิมจากเกม 4 นัดแรกที่แข่งขันไปตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาก่อนพักเบรค

โปรแกรมการแข่งขัน โตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5
วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563
17.45 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ณ สนามมิตรผล สเตเดี้ยม
18.00 น. สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบ พีที ประจวบ เอฟซี ณ สนามสิงห์ สเตเดี้ยม
19.00 น. สุพรรณบุรี เอฟซี พบ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ณ สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี
20.00 น. สุโขทัย เอฟซี พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ณ สนามทะเลหลวง สเตเดี้ยม

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563
18.00 น. ชลบุรี เอฟซี พบ ตราด เอฟซี ณ สนามชลบุรี สเตเดี้ยม
18.00 น. การท่าเรือ เอฟซี พบ โปลิศ เทโร เอฟซี ณ สนามแพท สเตเดี้ยม
19.00 น. สมุทรปราการ ซิตี้ พบ ระยอง เอฟซี ณ สนามสมุทรปราการ สเตเดี้ยม
19.00 น. บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ณ สนามลีโอ สเตเดี้ยม

โปรแกรมการแข่งขัน M-150 แชมเปี้ยนชิพ 2020 นัดที่ 5
วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563
17.45 น. อยุธยา ยูไนเต็ด พบ เชียงใหม่ เอฟซี ณ สนามกีฬากลาง จ.พระนครศรีอยุธยา
18.00 น. ไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซี พบ แพร่ ยูไนเต็ด ณ สนามกีฬากลาง จ. สมุทรสาคร
19.00 น. ชัยนาท ฮอร์นบิล พบ ศรีสะเกษ เอฟซี ณ สนามเขาพลอง สเตเดี้ยม
19.00 น. ขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ สโมสรฟุตบอลราชนาวี ณ สนามกีฬา อบจ.ขอนแก่น
20.00 น. เชียงใหม่ ยูไนเต็ด พบ หนองบัว พิชญ เอฟซี ณ สนามกีฬา ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ดอยสะเก็ด)

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563
18.00 น. อุดรธานี เอฟซี พบ ขอนแก่น เอฟซี ณ สนามกีฬา ม.การกีฬาแห่งชาติ จ.อุดรธานี
18.00 น. อุทัยธานี เอฟซี พบ แกรนด์อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ด ณ สนามกีฬากลาง จ.อุทัยธานี
19.00 น. ลำปาง เอฟซี พบ เกษตรศาสตร์ เอฟซี ณ สนามกีฬากลาง จ.ลำปาง
19.00 น. เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด พบ นครปฐม ยูไนเต็ด ณ สนามกีฬาลาดกระบัง 54

ตั้งสติ!เอฟเอออกกฎเปาแจกใบแดงแข้งเจตนาไอ

สมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ออกกฎใหม่ให้อำนาจกรรมการแจกใบแดงนักเตะที่ตั้งใจไอใส่คู่แข่งหรือผู้ตัดสิน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงเทียบเท่าการใช้คำหยาบ หรือการทำร้ายร่างกาย โดยเป็นมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
               สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) แถลงการณ์การณ์เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับกฎใหม่ที่ให้อำนาจผู้ตัดสินสามารถแจกใบแดงให้กับนักเตะได้ทันที หากผู้เล่นคนนั้นตั้งใจไอใส่นักเตะคู่แข่งหรือกรรมการในช่วงระหว่างที่อยู่ในการแข่งขัน

              ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตอนนี้วงการกีฬาจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีมาตรการสำคัญเพื่อใช้ในการป้องกันไม่ว่าจะเป็นการห้ามจับมือในขณะที่อยู่ในสนาม, การเว้นระยะห่างทางสังคม รวมไปถึงการห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมฟุตบอล เป็นต้น

              สำหรับสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้เพิ่มความเข้มข้นของการป้องกันด้วยการออกกฎใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยหากมีการ "ไอ" ใส่ผู้อื่นในสนามไม่ว่าจะเป็นกับคู่แข่งหรือกรรมการ โดยเจตนา บุคคลนั้นมีสิทธิ์ถูกลงโทษด้วยการโดนใบแดง และต้องออกจากสนามทันที

              "หากผู้ตัดสินทราบว่ามีใครก็ตามที่ตั้งใจไอใส่หน้าคู่แข่งหรือกรรมการในระยะใกล้ ….ผู้ตัดสินสามารถใช้กฎข้อ 12 ที่ระบุเกี่ยวกับพฤติกรรมน่ารังเกียจ, ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น หรือใช้วาจาหรือแสดงสัญลักษณ์ที่ส่อไปในทางหยาบคาย  แต่ถ้าหากเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นไล่ออก นักเตะก็จะถูกตักเตือนเนื่องจากแสดงพฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬา และขาดความเคารพในเกม" แถลงการณ์ เอฟเอ ระบุ

              อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ของสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้ระบุเพิ่มเติมว่าผู้ตัดสินจะไม่ทำการลงโทษในกรณีที่นักเตะไอธรรมดา หรือการถ่มน้ำลายลงพื้นสนาม เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่มีการขอความร่วมมือให้งดเว้นก็ตาม

ไม่ราบรื่นซะแล้ว!สื่อผู้ดีเผยแมนยูติดปัญหาเรื่องอะไรดีลซานโช่

สกายสปอร์ตส์ สื่อชื่อก้องของอังกฤษ ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมองว่าค่าตัว 120 ล้านยูโรของ เจดอน ซานโช่ มันสูงเกินความเป็นจริง แถมบอกว่าพวกเขาจะยังไม่พังเพดานค่าเหนื่อยเพื่อ ซานโช่ ด้วย
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มองว่าค่าตัวของ เจดอน ซานโช่ ที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตั้งเอาไว้ที่ 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) มันเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินความเป็นจริง ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดี

    กระแสข่าวระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ซานโช่ โผล่มาอยู่เรื่อยๆ ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่มันจะรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่า "ปีศาจแดง" ใกล้ที่จะบรรลุเงื่อนไขส่วนตัวกับแข้งวัย 20 ปีได้แล้วด้วย

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สกายสปอร์ตส์ บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจว่าจะไม่ยอมโดนบีบให้ต้องยอมทุ่มเงินถึงระดับ 120 ล้านยูโร ตามที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการง่ายๆ โดยพวกเขามองว่าปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ค่าตัวดังกล่าวดูสูงเกินความเป็นจริง ขณะที่สื่อเจ้าอื่นๆ อย่างเช่น เดอะ เทเลกราฟ และ โกล ถึงขั้นบอกเลยว่า "ปีศาจแดง" จะถอนตัวจากการล่าตัว ซานโช่ ถ้าหาก ดอร์ทมุนด์ ไม่ผ่อนปรนเรื่องค่าตัวให้

    สกายสปอร์ตส์ เสริมว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่ยอมพังเพดานค่าเหนื่อยเพื่อ ซานโช่ ด้วย หลังจากเคยยอมให้ค่าเหนื่อยแบบรวมโบนัสต่างๆ สูงถึงราว 500,000 ปอนด์ (ประมาณ 20 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์กับ อเล็กซิส ซานเชซ แต่สุดท้ายดาวเตะชาวชิลีเล่นได้ไม่คุ้มค่าเหนื่อย ซึ่งต่างกับก่อนหน้านี้ที่สื่อบางเจ้าลือกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กับ ซานโช่ โอเคเรื่องค่าเหนื่อยกันได้เป็นที่เรียบร้อย