ไม่เคยลืม!บรูโน่เผยโรนัลโด้ถามถึงแมนยูบ่อย

บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังคิดถึงทีมมากๆ จนมักจะถามถึง "ปีศาจแดง" อยู่บ่อยๆ พร้อมบอกว่าตนเลือกมาอยู่กับทีมโดยที่ไม่ได้ปรึกษากับ โรนัลโด้ ก่อนด้วยซ้ำ

    บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางชาวโปรตุกีสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง เรอัล มาดริด มักจะถามถึง "ปีศาจแดง" เวลาที่พวกเขาได้คุยกัน

    โรนัลโด้ เคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนกลายเป็นขวัญใจของเหล่า "เร้ด อาร์มี่" ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในปี 2009 โดยก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือว่า โรนัลโด้ เป็นคนโน้มน้าวใจให้ บรูโน่ ย้ายมาอยู่กับยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วย

    ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ บรูโน่ ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร โดยช่วงหนึ่งเขาโดนถามว่าได้ปรึกษากับ โรนัลโด้ ก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด หรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "ผมได้คุยกับเขาหลังจากที่ได้ย้ายทีมแล้ว ไม่ใช่ก่อนหน้าที่จะย้ายทีม ผมเคยบอกไปแล้วว่าสำหรับผมแล้ว แมนเชสเตอร์ คือทีมในฝันของผม (หมายถึงอยากย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องรอให้ โรนัลโด้ แนะนำ)"

    "ผมอยากมาเล่นให้ทีมนี้อยู่เสมอ และมันไม่สำคัญหรอกว่าใครจะพูดเรื่องแย่ๆ หรือเรื่องดีๆ เกี่ยวกับที่นี่ ไม่ว่ายังไงซะผมก็จะย้ายมาอยู่กับทีมอยู่ดี การได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก เป็นความฝันของผม ขณะเดียวกันผมก็มีโอกาสที่จะได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มันเป็นการทำให้ความฝัน 2 อย่างเป็นจริงได้พร้อมกัน มันเป็นเรื่องที่สมบูรณ์แบบมากๆ"

    "แน่นอนว่าหลังจากที่ย้ายทีมแล้วน่ะผมก็ได้คุยกับ คริสเตียโน่ อยู่บ้าง และเขาก็พูดเรื่องดีๆ เกี่ยวกับสโมสรอย่างมาก ที่จริงเมื่อไม่กี่วันก่อนผมก็ได้คุยกับเขาอีกครั้ง ผมบอกเลยว่าทุกครั้งที่ผมได้คุยกับเขาน่ะ เขาก็มักจะถามผมอยู่เสมอว่าตอนนี้ แมนเชสเตอร์ เป็นยังไงบ้าง และทุกอย่างโอเคดีรึเปล่า"

    "ทุกคนรู้ดีว่าเขาเคยอยู่ใน แมนเชสเตอร์ เป็นเวลานาน และเขาก็คิดถึงสโมสรอย่างมาก เขาชอบสโมสรแห่งนี้สุดๆ ถ้าผมจำไม่ผิดน่ะครั้งแรกที่เขาได้ บัลลง ดอร์ มันก็เกิดขึ้นกับที่นี่ ดังนั้นมันจึงแน่นอนว่านี่เป็นสโมสรที่อยู่ในใจของเขา"

จะได้เห็นไหม?ส่องแผนยูเวนตุสมีทั้งโด้-เมสซี่

เปิด 2 แผนการเล่นของ ยูเวนตุส หากได้ ลิโอเนล เมสซี่ มาล่าตาข่ายร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังมีข่าว "เจ้าม้าลาย" ขอลุ้นคว้ายอดแข้งอาร์เจนไตน์เหมือนกัน
   ยูเวนตุส แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เป็นทีมล่าสุดที่หวังดึง ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า ไปเสริมทัพ หลังดาวเตะอาร์เจนไตน์ ต้องการอำลาถิ่น คัมป์ นู ในซัมเมอร์นี้

    เลกิ๊ป สื่อฝรั่งเศสรายงานว่า "เจ้าม้าลาย" ติดต่อกับ ฮอร์เก้ คุณพ่อของนักเตะแล้ว โดยแม้โอกาสเกิดขึ้นได้ยาก แต่ถ้า ยูเวนตุส เกิดทำได้ สิ่งที่แฟนบอลหลายคนอยากเห็นคือ เมสซี่ มาเล่นในทีมเดียวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะกลายเป็นความจริงทันที

    เมสซี่ กับ โรนัลโด้ แข่งกันเป็นยอดนักเตะเบอร์ 1 ของโลกมานานกว่า 10 ปี และหากมาอยู่ในทีมเดียวกันล่ะก็ อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือคนใหม่ของ "เจ้าม้าลาย" จะจัด 11 ตัวจริงในทีมเป็นอย่างไรไปดูกันได้เลย

    4-3-3 แผน 1

    แผนนี้ใช้ วอยเซียค เชซนี่ ยืนเฝ้าเสา ขณะที่แผงแบ็กโฟร์ให้ ดานิโล่ เป็นแบ็กขวา ส่วนคู่เซนเตอร์แบ็กใช้ มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ กับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ โดยมี อเล็กซ์ ซานโดร เป็นแบ็กซ้าย

    ขยับมาที่ 3 กองกลางใช้ อาเดรียง ราบิโอต์, โรดริโก้ เบนตานกูร์ และ อาร์ตูร์ มิดฟิลด์คนใหม่ ที่สลับขั้วกับ มิราเลม ปานิช ซึ่งย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า

    ส่วนแนวรุก 3 คน เมสซี่ ยืนทางฝั่งขวา ขณะที่ โรนัลโด้ ยืนหน้าเป้า และ เปาโล ดีบาล่า เล่นฝั่งซ้าย ซึ่งเชื่อว่า 3 ประสาน "เอ็มอาร์ดี" จะทำให้แนวรับคู่แข่งทุกทีมต้องหวาดผวาแน่นอน

    4-3-3 แผน 2

    แผนนี้จะเปลี่ยนแบ็กซ้ายเป็น ลูก้า เปเยกรีนี่ ขณะที่เซนเตอร์แบ็กให้ คริสเตียน โรเมโร่ มาจับคู่กับ เดอ ลิกต์ ส่วนแดนกลางให้โอกาส อารอน แรมซี่ย์ มาเล่นร่วมกับ อาร์ตูร์ และ ราบิโอต์

    ด้าน 3 แนวรุกใช้ เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ ยืนทางฝั่งขวา แล้วขยับ เมสซี่ ไปเล่นเป็นหน้าเป้า ส่วน โรนัลโด้ ไปเล่นฝั่งซ้าย

ผิดเวลา?บาร์ซ่าเปิดตัวดาวรุ่งฉายานิวโรนัลโด้

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า เปิดตัวดาวรุ่งโปรตุเกส เจ้าของฉายา "นิว คริสเตียโน่ โรนัลโด้" แต่ดูเหมือนช่วงเวลาจะผิดจังหวะไปหน่อย เพราะเพิ่งมีข่าว ลิโอเนล เมสซี่ ต้องการอำลาสโมสร

    บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เปิดตัว ฟรานซีสโก้ ตรินเกา ปีกดาวรุ่งชาวโปรตุเกส เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น คัมป์ นู อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    "เจ้าบุญทุ่ม" ตกลงคว้าตัว ตรินเกา วัย 20 ปี เจ้าของฉายา "นิว คริสเตียโน่ โรนัลโด้" มาจาก บราก้า ตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา แต่ปล่อยให้อยู่เล่นกับทีมในลีกโปรตุเกส ต่อไปจนจบซีซั่น ก่อนเพิ่งย้ายมาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ และนับเป็นแข้งโปรตุกีส รายที่ 9 ที่มาเล่นให้ บาร์ซ่า

    สำหรับค่าตัวของ ตรินเกา ซึ่งเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส ในระดับเยาวชนมาแล้วทั้งรุ่นอายุต่ำกว่า 17, 18, 19, 20 และ 21 ปี อยู่ที่ 31 ล้านยูโร (ประมาณ 1,147 ล้านบาท) และเซ็นสัญญากับ บาร์ซ่า จนถึงปี 2025 รวมทั้งมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 500 ล้านยูโร (ประมาณ 18,500 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ บาร์ซ่า เพิ่งตกเป็นข่าวช็อกโลกเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา หลังมีรายงานออกมาว่า ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีมชาวอาร์เจนไตน์ ได้แจ้งกับสโมสรแล้วว่าต้องการย้ายทีม

ริโอชูเอ็มบั๊ปเป้พัฒนาการโดดเด่นเหมือน1ตำนาน

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ระบุ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หัวหอกซูเปอร์สตาร์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจนคล้ายกับตอนที่ โรนัลโด้ แจ้งเกิดได้ไม่มีผิด พร้อมบอกว่า เอ็มบั๊ปเป้ ทำให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ทันเตะบอลด้วย

    ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังชาวอังกฤษ กล่าวยกย่อง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าคนเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ว่ามีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับที่ โรนัลโด้ ตำนานดาวยิงชาวบราซิเลียนเคยทำได้ในสมัยที่ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อใหม่ๆ

    เอ็มบั๊ปเป้ ได้รับคำชมมาโดยตลอดว่าเป็นดาวรุ่งที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ ซึ่งนัดล่าสุดที่ต้นสังกัดเจอกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในรอบรองชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น ดาวเตะชาวฝรั่งเศสก็ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังจากเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมามีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าจนทำให้ในรอบก่อนรองชนะเลิศได้ลงเล่นเป็นเพียงตัวสำรอง และเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนช่วยให้ทีมชนะไป 3-0 และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้

    "ถ้าพิจารณาถึงสิ่งที่เราเคยได้เห็นจากนักเตะระดับ โรนัลโด้ แล้วนั้น เขา (เอ็มบั๊ปเป้) ก็คือคนที่ใกล้เคียงกับการทำเรื่องแบบเดียวกันได้มากที่สุด ถ้ามองเฉพาะผลกระทบที่มีต่อโลกฟุตบอลในฐานะดาวรุ่งแล้วน่ะเขาอยู่ในระดับเดียวกับ ไมเคิ่ล โอเว่น เลย เวลาดูเขาเล่นมันทำให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นเด็กที่นั่งดูฟุตบอลอีกครั้ง เขาทำให้คุณตื่นเต้นได้ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่ได้เตะบอลด้วยซ้ำไป" เฟอร์ดินานด์ ระบุ

คาเปลโล่ชี้เป้าใครจะเป็นยอดคู่หูให้โรนัลโด้

ฟาบิโอ คาเปลโล่ ระบุ ยูเวนตุส ควรจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอา ราอูล ฮิเมเนซ มาเสริมแกร่งให้ได้ เพราะ ฮิเมเนซ จะเป็นคู่หูที่ยอดเยี่ยมของ โรนัลโด้ เหมือนที่ โรนัลโด้ เคยมี คาริม เบนเซม่า คอยช่วยตอนอยู่ เรอัล มาดริด

ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือว่างงานคนดัง กล่าวว่า ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ควรจะต้องทุ่มสุดตัวเพื่อดึง ราอูล ฮิเมเนซ กองหน้า วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาร่วมทีมให้ได้ เพราะเขาจะช่วยเหลือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้เป็นอย่างดี

"เบียงโคเนรี่" ตกเป็นข่าวกับกองหน้าหลายรายในช่วงที่ผ่านมา หลังจากมีการมองกันว่าแนวรุกของพวกเขายังไม่แข็งแกร่งเท่าที่ควร โดยแม้ว่าในฤดูกาลล่าสุด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะทำประตูในลีกได้ 31 ลูก แต่คนที่ยิงในลีกได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของทีมคือ เปาโล ดีบาล่า ซึ่งทำไปเพียง 11 ประตูเท่านั้น

"เขาเป็นนักเตะชั้นยอดที่มีพรสวรรค์อย่างมาก เขาคือตัวเลือกในฝันสำหรับการเอามาเล่นร่วมกับ โรนัลโด้ เลยล่ะ เพราะว่าตอนนี้ คริสเตียโน่ ขาดนักเตะแบบ (คาริม) เบนเซม่า ที่ ยูเวนตุส และคนที่เหมาะกับเรื่องนั้นอาจจะเป็น ราอูล ก็ได้ แต่ปัญหาของ ยูเว่ ในตอนนี้ก็คือพวกเขาต้องขายนักเตะหรือปล่อยบางคนออกไปในรูปแบบยืมตัวเป็นอันดับแรกก่อนที่จะกลับไปลุยตลาดซื้อ-ขายนักเตะได้ล่ะนะ" คาเปลโล่ ระบุ

แมนยูรีบเลย!โรนัลโด้สะกิดยูเว่คว้า “ฮิเมเนซ” เสริม

สื่อแดนมะกะโรนี ระบุ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ดังประจำทัพ ยูเวนตุส รีบบอกต้นสังกัดควักกระเป๋าซื้อ ราอูล ฮิเมเนซ หัวหอกฟอร์มแรง วูล์ฟแฮมป์ตัน มาเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังนักเตะทำผลงานได้สุดยอดกับต้นสังกัด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ "ม้าลาย" ยูเวนตุส กระตุ้นต้นสังกัดคว้าตัว ราอูล ฮิเมเนซ หัวหอกชาวเม็กซิกันจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้ จากการเปิดเผยของ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อชั้นนำในประเทศอิตาลี

หัวหอกทีมชาติเม็กซิโก ตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจากหลายสโมสร หลังจากที่นักเตะทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ วูล์ฟส์ นับตั้งแต่ที่ย้ายจาก เบนฟิก้า มาเล่นกับต้นสังกัดแบบถาวรด้วยค่าตัวเพียงแค่ 32 ล้านปอนด์ (ราว 1,216 ล้านบาท) เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดย ฮิเมเนซ ซัดไปเบาๆ 26 ประตูจากการเล่น 53 เกมในซีซั่นล่าสุด

ช่วงที่ผ่านมา ฮิเมเนซ มีข่าวกับหนึ่งในสโมสรชั้นนำในลีกยุโรปช่วงซัมเมอร์นี้ นั่นก็คือ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยากได้ผู้เล่นกองหน้าเพื่อเป็นทางเลือกในเกมรุกของทีม และ ดาวเตะแดนจังโก้ ก็เป็นเป้าหมายที่พวกเขาสนใจอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องเจองานหนัก เมื่อ โรนัลโด้ ได้รีบสะกิดบอร์ดบริหาร "เบียงโคเนรี่" ให้เซ็นสัญญาคว้าตัว ฮิเมเนซ มาเสริมแกร่ง โดยงานนี้นักเตะก็พร้อมที่จะย้ายทีมเช่นกันเนื่องจากผิดหวังที่ต้นสังกัดไม่ได้เข้าไปร่วมโม่เกือกในเกมฟุตบอลถ้วยยุโรป ในซีซั่นหน้า    

ทั้งนี้จากรายงานระบุว่าทีมของกุนซือนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ก็พร้อมที่จะปล่อย ฮิเมเนซ ออกไปเช่นกัน แต่ต้องได้ค่าตัวมากกว่า 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท) เนื่องจากนักเตะมีสัญญาอยู่ในถิ่นโมลินิวซ์ กราวนด์ อีกหลายปี แถมฟอร์มก็ยอดเยี่ยมซะด้วย

สถิติ UCL! ‘เลวานดอฟสกี้-กนาบรี้’ยิงแซง’โรนัลโด้-เบล’

สองแนวรุกเสือใต้ซัดประตูแซงอดีตดูโอของราชันชุดขาว และเป็นสถิติใหม่ของถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก


โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ แซร์จ กนาบรี้ กลายเป็นคู่หูที่ยิงประตูมากที่สุดในศึกยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก 1 ฤดูกาล

ทีมเสือใต้โชว์ฟอร์มแกร่งไล่ยิง โอลิมปิค ลียง ในรอบรองชนะเลิศ 3-0 จากผลงานของกนาบรี้ 2 ประตู และเลวานดอฟสกี้ 1 ประตู

นั่นทำให้ทั้งคู่ยิงรวมกันในถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้ไปแล้ว 24 ประตู (เลวานดอฟสกี้ 15, กนาบรี้ 9) กลายเป็นสถิติใหม่ของศึกแชมเปี้ยนส์ลีกทันที แซงหน้า คริสเตียโน โรนัลโด้ และ แกเร็ธ เบล ที่เคยยิงช่วย เรอัล มาดริด รวมกัน 23 ประตู ในฤดูกาล 2013/14

Editor Picks
-ส่องผลงาน 14 แข้งบราซิลของ เชลซี ใครรุ่ง ใครร่วง?
-แข้งแมนฯซิตี้ ฤดูกาล 2007/08 ก่อนถูกเทคโอเวอร์ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?
-รุ่นพี่ปิร์โล : ส่องผลงาน 16 กุนซือ จากนักเตะดังสู่โค้ช
-Rank It Up : 8 ดาวรุ่งอาเซียนค่าตัวแพงที่สุด

ขณะเดียวกัน ดาวยิงชาวโปแลนด์ยังมีลุ้นทาบสถิติยิงประตูสูงสุดในถ้วยยุโรป 1 ฤดูกาล หลังตอนนี้ตามหลังเจ้าของสถิติอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ทำไว้ 17 ประตู ในฤดูกาล 2013/14 เพียง 2 ประตู ในขณะที่ยังมีโปรแกรมลงเล่นนัดชิงชนะเลิศกับ ปา่รีส แซงต์ แชร์กแมง 

ด้านบาเยิร์นก็มีลุ้นทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก 1 ฤดูกาลเช่นกัน ซึ่งบาร์เซโลนาทำไว้ 45 ประตู ในฤดูกาล 1999-2000 หลังตอนนี้พวกเขายิงไปแล้ว 41 ประตู

 

ลูกากูซัดผิดฝั่ง! เซบีย่าเฉือนอินเตอร์สุดมัน ซิวยูโรปาลีกสมัย6

ดีเอโก้ คาร์ลอส ตีลังกาฟาดบอลไปโดนขาด โรเมลู ลูกากู เข้าไป ช่วยให้ เซบีย่า เฉือนเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน แบบสุดมันส์ 3-2 ผงาดคว้าแชมป์ยูโรปาลีกสมัยที่ 6 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปาลีก ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน (สนามกลาง)

    เกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง เซบีย่า เจ้าของแชมป์รายการนี้ 5 สมัย หลังเขี่ย "ปีศาจแดง" หวุดหวิด 2-1 ผ่านเข้ามาพบกับ อินเตอร์ มิลาน ที่ฟอร์มในรอบตัดเชือกไล่ถล่ม ชัคตาห์ โดเนตส์ค ทีมดังจากยูเครนไปแบบเละเทะ 5-0

    เกมนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ ยึด 11 ผู้เล่นจากเกมที่แล้วเป็นหลัก เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ลงจับคู่ โรเมลู ลูกากู ดาวซัลโวของทีมที่พังตาข่ายทุกรายการไปแล้ว 33 ประตู ขณะที่ เซบีย่า ของ จูเลน โลเปเตกี เปลี่ยนหอกเป้าส่ง ลุค เดอ ยอง ฮีโร่จากเกมเฉือนผีแดงลงเล่นเป็นตัวจริงแทน ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ โดยมี ซูโซ่ และลูกัส โอกัมโปส ปั้นเกมรุกทางด้านข้างช่วย

    เปิดฉากมาแค่ 3 นาทีแรก เซบีย่า ได้ทักทายก่อนหลังบอลจากลูกเตะมุม เปิดมาเสาแรกให้ ลุค เดอ ยอง โขกเช็ดมากลางประตูถึง แฟร์นานโด ล้มตัววอลเลย์ยิงไปติดเซฟ

    ก่อนที่จังหวะต่อมาเป็น อินเตอร์ มิลาน มาได้ลูกที่จุดโทษอย่างรวดเร็ว จากลูกสวนกลับจากหน้าประตูตัวเอง เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ พาบอลขึ้นมาก่อนแทงออกขวาไปที่ว่างให้ โรเมลู ลูกากู ใช้สปีดแตะบอลหนี ดีเอโก้ คาร์ลอส ก่อนที่จะโดนรวบล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชาวฮอลแลนด์ชี้เป็นจุดโทษทันทีพร้อมแจกใบเหลืองให้ การ์ลอส ก่อนที่ ลูกากู จะลุกมาสังหารเข้าไปไม่พลาดให้ "งูใหญ่" ออกนำ 1-0

    อีกทั้งอดีตดาวเตะ "ปีศาจแดง" ยังทำสถิติยิงประตูที่ 34 รวมทุกรายการในฤดูกาลแรกให้กับ อินเตอร์ มิลาน เทียบเท่ากับสถิติเดิมของ โรนัลโด้ ที่เคยทำได้เมื่อตอนเปิดตัวซีซั่น 1997-98

    แต่แล้ว นาที 12 เซบีย่า มาทวงประตูตีเสมอ 1-1 จนได้ บอลขึ้นจากด้านขวาถึง เฆซุส นาบาส ก่อนจะครอสเข้าไปในกรอบสุดแม่นให้ ลุค เดอ ยอง หนีตัวประกบพุ่งมาโขกเต็มหัวส่งบอลเข้าไปอย่างสวยงาม

    เซบีย่า ได้ใจเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างหนัก นาที 22 ได้ลุ้นอีกทีหลัง ลูกัส โอกัมโปส ลากจากซ้ายตัดเข้ากลางก่อนอัดด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาแรกเข้าข้างตาข่ายแบบได้เสียว

    นาที 33 เอเวร์ บาเนก้า เรียกฟรีคิกทางด้านขวาได้หลังโดน ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ ทำฟาวล์ ก่อนที่ บาเนก้า เองจะลุกมาเปิดบอลไปเสาไกลให ลุค เดอ ยอง คนเดิมเทกตัวโขกย้อนไปเสาแรกหนีมือ ซามีร์ ฮันดาโนวิช เข้าไป ให้ เซบีย่า แซงนำ 2-1 และเป็นประตูที่สองของอดีตแข้ง พีเอสวี และนิวคาสเซิ่ล ในเกมนี้

    กระนั้น นาที 35 อินเตอร์ มิลาน มาทวงประตูตีเสมอ 2-2 อย่างทันควัน คราวนี้ โรเมลู ลูกากู เรียกฟรีคิกได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ จะตักบอลเข้าไปในกรอบ 6 หลาให้ ดีเอโก้ โกดิน เทกตัวโขกบอลผ่านมือ ยัสซีน บูนู เข้าไป

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 เซบีย่าเกือบพลิกขึ้นนำหลังได้ลูกเซ็ตเพลย์ทางด้านขวาของสนาม และเป็น เอเวร์ บาเนก้า จอมทัพของทีม เปิดบอลไปเสาแรกให้ ลูกัส โอกัมโปส โฉบมาโขกบอลเกือบจะเสียบใต้คาน แต่ดีที่ ซามีร์ ฮันดาโนวิช ยังไวเหินปัดข้ามคานหวุดหวิด ดีเอโก้ คาร์ลอส

    จบครึ่งแรก เซบีย่า เสมอกับ อินเตอร์ มิลาน 2-2

    ครึ่งหลัง ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น นาที 52 อินเตอร์ มิลาน เกือบขึ้นนำหลังบอลครอสจากขวามาเข้าทาง มาโดน เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ก่อนไปเข้าทาง โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ วิ่งมาซัดบอลไปติดเท้าของ

    นาที 57 ลูกัส โอกัมโปส เปิดบอลออกซ้ายให้ เซร์คิโอ เรกีลอน กระชากบอลหนีแนวรับงูใหญ่ก่อนจะกดด้วยซ้ายเต็มแรง บอลพุ่งเสียบข้างตาข่ายแบบได้ลุ้น

    จากนั้นอีก 2 นาทีต่อมา อินเตอร์ฯ ตอบโต้มาบ้าง นิโกโล่ บาเรลล่า จ่ายให้ แอชลี่ย์ ที่หุบเข้ามากลางก่อนที่อดีตสตาร์แข้งผีจะตะบันด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งเหินออกไปแบบได้เสียว

    นาที 65 ลูกทีมของ คอนเต้ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดายหลัง นิโกโล่ บาเรลล่า จ่ายบอลให้ โรเมลู ลูกากู หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไป แต่หัวหอกทีมชาติเบลเยียมดันยิงไปติดตัวของ ยัสซีน บูนู

    นาที 71 จูเลน โลเปเตกี นายใหญ่ เซบีย่า ต้องเปลี่ยนตัวเอา ลูกัส โอกัมโปส ออกหลังมีอาการเจ็บเล่นต่อไม่ไหวโดยให้ มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ ลงเล่นแทน

    นาที 74 กลายเป็น เซบีย่า ที่พลิกขึ้นนำ อินเตอร์ มิลาน 3-2 อีกครั้งบอลจากลูกเซ็ตเพลย์ทางด้านขวา และเป็นจอมพ่อลูกนิ่ง เอเวร์ บาเนก้า เปิดเข้าไปแม้ สเตฟาน เดอ ฟราย จะโขกออกมาแต่ไม่พ้นทางปืนของ ดีเอโก้ คาร์ลอส กระโดดจักรยานตีลังกาฟาดเข้าไป บอลพุ่งไปโดนขา โรเมลู ลูกากู เข้าประตูตัวเอง

    นาที 80 เซบีย่า ได้ลุ้นอีก และเป็นเจ้าเก่า บาเนก้า ที่เปิดเข้ามาลุ้นในกรอบแต่เข้านี้ ชูลส์ กูนเด้ เซ็นเตอร์เทกตัวโขกบอลหลุดกรอบออกไป

    อีก 2 นาทีถัดมา "งูใหญ่" เกือบได้ลุ้นตีเสมอ หลังบอลครอสจากด้านข้างไปถึง วิคเตอร์ โมเสส แต่อดีตฟูลแบ็กสิงห์บลูส์ยิงไปติดบล็อคแนวรับเซบีย่า แม้บอลจะมาถึง อเล็กซิส ซานเซซ แต่ยิงไม่ถนัดบอลเบาไปก่อนที่ ชูลส์ กูนเด้ จะพุ่งมาล้มตัวสกัดบอลออกไปแบบหวุดหวิด

    ช่วงท้ายเกม แม้แข้ง "งูใหญ่" จะพยายามโหมบุกอย่างหนัก แต่แนวรับเซบีย่ายังช่วยกันได้ดี ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกม เซบีย่า เบียดเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน ไปแบบหวุดหวิด 3-2 ผงาดคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 6 ไปครอง

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เซบีย่า (4-3-3) : ยัสซีน บูนู – เฆซุส นาบาส, ชูลส์ กูนเด้, ดีเอโก้ คาร์ลอส (เนมานย่า กูเดลจ์ น.86) , เซร์คิโอ เรกีลอน – เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นานโด เรกิส, โจน จอร์ดาน – ซูโซ่ (ฟรังโก้ บาซเกซ น.78), ลุค เดอ ยอง (ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ น.85), ลูกัส โอกัมโปส (มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ น.71)

        เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

        อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซามีร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน (อันโตนิโอ คันเดรว่า น.90), สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ (วิคเตอร์ โมเสส น.78), นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ (คริสเตียน อีริคเซ่น น.78), แอชลี่ย์ ยัง – เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ (อเล็กซิส ซานเชซ น.78), โรเมลู ลูกากู

        เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้

        ผู้ตัดสิน : ดานนี่ มัคเคลี่ (เนเธอร์แลนด์)

 

จะทำทีมแตกไหม?พี่โรนัลโด้จวกเพื่อนร่วมทีมเล่นแย่

เอลม่า อเวยโร่ พี่สาวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จวกเพื่อนร่วมทีมของน้องชายที่เล่นได้แย่จนน้องชายของเธอต้องทำทุกอย่างเอง พร้อมบอกว่า โรนัลโด้ ยังเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดอยู่

    เอลม่า อเวยโร่ พี่สาวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนดังของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ตำหนิเพื่อนร่วมทีมของน้องชายที่เล่นได้ย่ำแย่จนทำให้ทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

    โรนัลโด้ หมายมั่นปั้นมือว่าจะคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 6 มาครองให้ได้อยู่ตลอด แต่แข้งวัย 35 ปีก็ไม่สามารถทำให้มันเป็นจริงได้ในฤดูกาลนี้ โดยที่จริงในนัดสอง โรนัลโด้ เหมาคนเดียว 2 ลูกจนช่วยให้ทีมชนะไป 2-1 แต่สกอร์รวม 2 นัดเสมอกัน 2-2 และ ยูเวนตุส ก็ต้องตกรอบด้วยกฎอเวย์โกล

    เอลม่า กล่าวผ่าน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดังว่า "เธอทำได้ดีกว่าทุกคนแล้ว น้องรักของพี่ พี่ภูมิใจมากๆ ที่ได้เห็นน้องลงเล่นและได้เห็นความทุ่มเทของเธอ แต่น่าเสียดายที่น้องไม่สามารถทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวได้ น้องก็รู้ว่าฟุตบอลมันเป็นแบบนั้น แต่น้องต้องคิดด้วยว่าน้องทำดีที่สุดแล้ว และน้องก็ยังเป็นคนที่เก่งที่สุดอยู่"

ตูรานชี้สาเหตุที่ทำให้เมสซี่เหนือกว่าโรนัลโด้

อาร์ด้า ตูราน มิดฟิลด์ประสบการณ์สูงของ กาลาตาซาราย ระบุ ถ้าถามตนแล้วนั้นตนมองว่า ลิโอเนล เมสซี่ เก่งกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพราะว่า เมสซี่ ทำได้ดีทุกด้าน ส่วน โรนัลโด้ เด่นแค่การทำประตู พร้อมชี้ นอกจากกลุ่มที่สนิทกับ โรนัลโด้ แล้วนั้น ทุกคนต่างก็เห็นพ้องกับตนทั้งนั้น
    อาร์ด้า ตูราน กองกลางจอมเก๋าของ กาลาตาซาราย สโมสรในศึกซูเปอร์ลีก ตุรกี กล่าวว่าสิ่งที่ทำให้ ลิโอเนล เมสซี่ เหนือกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือการที่ เมสซี่ ทำได้ยอดเยี่ยมในทุกด้าน ขณะที่ โรนัลโด้ มีจุดเด่นแค่การทำประตูเท่านั้น

    เมสซี่ กับ โรนัลโด้ ต่างก็ได้รับการยกย่องว่าเป็น 2 นักเตะที่เก่งที่สุดของยุคนี้ หลังจากพวกเขาต่างก็ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ และประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งมันก็ทำให้หลายคนมักจะถกเถียงกันด้วยว่าระหว่างทั้งคู่ใครเป็นนักเตะที่เก่งกว่ากัน

    ตูราน ซึ่งเคยร่วมงานกับ เมสซี่ ที่ บาร์เซโลน่า เผยว่า "เมสซี่ อยู่ในทุกจังหวะของการเล่นฟุตบอล เขาสามารถบงการเกมได้จากทุกมุม ผมไม่คิดที่จะพูดอะไรแย่ๆ เกี่ยวกับ โรนัลโด้ หรอก แต่เขาเป็นนักเตะที่เด่นด้านการทำประตูเท่านั้น แม้ว่าเขาจะทำด้านนั้นได้เด่นกว่าคนอื่นๆ เป็นพิเศษก็ตามน่ะนะ ในทางกลับกัน เมสซี่ ทำได้ทุกอย่าง เขาสามารถทำสิ่งที่คุณคาดไม่ถึงได้ด้วยซ้ำ ความฉลาดในการเล่นและวิสัยทัศน์ในการเล่นของเขาน่ะมันต่างจากคนอื่นมาก"

    "ไม่ว่าผมจะไปคุยกับใครก็ตามเกี่ยวกับเรื่องนี้น่ะ ทุกคนก็เห็นตรงกันกับผมทั้งนั้น นอกจากคนที่ใกล้ชิดกับ โรนัลโด้ และเพื่อนร่วมทีมของเขาที่จะตอบแบบรักษาน้ำใจว่า โรนัลโด้ เก่งกว่าล่ะนะ โรนัลโด้ เป็นเพื่อนของผม และมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของผมที่จะไปกังขาถึงคุณภาพของเขา แต่ผมคิดว่า เมสซี่ เป็นนักเตะที่เก่งกว่าก็เท่านั้น"