คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดใจถึงความรู้สึกที่มีให้ ลิโอเนล เมสซี่



คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดแข้งโปรตุกีส เปิดใจถึง ลิโอเนล เมสซี่ ว่าเป็นคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมเสมอมา และมีส่วนเป็นอย่างมากที่ช่วยกระตุ้นให้เขายังคงมีความกระหายในความสำเร็จอยู่ พร้อมกับอวยพรขอให้แข้งอาร์เจนไตน์ยังคงค้าแข้งได้อีกนาน จากรายงานของ sportbible.com เมื่อ 15 พฤษภาคม 2563

        สำหรับนักฟุตบอลในยุคนี้คงจะไม่มีใครเหนือไปกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ อีกแล้ว เพราะทั้งสองคนต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมแบบไม่มีตก มาตลอดกว่า 17 ปีบนถนนสายลูกหนัง โดยเฉพาะตอนที่ โรนัลโด้ ยังคงเล่นให้ เรอัล มาดริด ใน ลา ลีกา สเปน ทั้งคู่ต่างเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อเป็นอย่างมาก

        คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดใจว่า "แน่นอน ผมอยากให้ เลโอ ยังคงได้ลงเล่นฟุตบอลไปอีกนานแสนนาน ผมจำได้เขาเคยบอกว่าไม่ค่อยโอเคเท่าไรนักตอนที่ผมย้ายออกมาจาก เรอัล มาดริด เพราะผมคือคู่แข่งตัวฉกาจของเขา และเขายังชื่นชมผมมากอีกด้วย"

        "เราคือคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ในวงการฟุตบอล เช่นเดียวกับ ไมเคิล จอร์แดน ที่มีคู่แข่งมากมายใน NBA ไอร์ตัน เซนน่า กับ อแล็ง พร็อสต์ ก็เป็นคู่แข่งที่ยอดเยี่ยมในวงการรถแข่ง"

        "แต่สำหรับผมแล้ว เลโอ คือคู่แข่งที่เจ๋งเป้งสุด ๆ เช่นกัน เพราะว่ามีเขาอยู่ เลยทำให้ผมยังไม่เคยรู้สึกหมดความกระหายในเกมฟุตบอลลงเลย"

        ทั้งนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเล่นฟุตบอลในระดับสูงมาอย่างยาวนานกว่า 17 ปี ลงสนามไปทั้งหมด 838 นัด ยิงได้ 626 ประตู ส่วน เลโอ เมสซี่ ลงเล่นไป 718 นัด ทำได้ 627 ประตู

IN NUMBERS : คริสเตียโน โรนัลโด้ ยิงได้กี่ประตูในชีวิตค้าแข้ง?

เช่นเดียวกับยอดแนวรุกอาร์เจนไตน์ ดาวยิงโปรตุกีสเคียงคู่มาในฐานะหนึ่งในยอดนักเตะของโลกเช่นกัน และนี่คือจำนวนประตูทั้งหมดที่เขาทำมาแล้วในอาชีพการค้าแข้ง

มีคำพูดที่ว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ คือสัญลักษณ์ของการทำประตู ซึ่งดาวเตะโปรตุกีสทำผลงานตีคู่สูสีกับ ลิโอเนล เมสซี ยอดแนวรุกบาร์เซโลนา มาตลอดอาชีพการค้าแข้งเพื่อบัลลงก์นักเตะที่ดีที่สุดในโลก โดยเขาล้วนทำประตูได้อย่างถล่มทลายไม่ว่าจะค้าแข้งใน โปรตุกัส, อังกฤษ, สเปน หรือ อิตาลี ก็ตาม

*อัพเดทล่าสุดถึงวันที่ 8 มีนาคม 2020

จอมถล่มประตู! ตำนานชี้มาดริดต้องหานักเตะแบบ CR7 อีกครั้ง



ตำนานราชันแนะอดีตสโมสรให้คว้านักเตะที่การันตีประตูได้มาร่วมทีม แต่ชี้ว่า 2 สตาร์ดังที่มีข่าวอยู่ขณะนี้ยังไม่ใช่คนที่ตามหา

อูโก้ ซานเชซ อดีตกองหน้าทีมชาติแม็กซิโก แนะเรอัล มาดริด สโมสรเก่าว่าให้หานักเตะที่ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำเหมือน คริสเตียโน โรนัลโด้ มาร่วมทีมอีกครั้ง

ราชันชุดขาวตกเป็นข่าวกับกองหน้าชื่อดังอย่างแฮร์รี เคน ของสเปอร์ส และโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ของบาเยิร์น มิวนิค แต่อดีตหัวหอกแม็กซิกันชี้ว่านักเตะ 2 คนนี้ยังไม่ใช่คนที่เหมาะสม

"มาดริดต้องการจอมสังหารในกรอบเขตโทษ เหมือนกับคริสเตียโน (โรนัลโด้) ที่ทำหน้าที่นั้นได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดหลายปีในเบร์นาเบว คุณต้องหานักเตะแบบนี้อีกครั้ง" ซานเชซ กล่าวกับ AS

"ผมเคยชอบแฮร์รี เคน แต่เขามักมีอาการบาดเจ็บบ่อย เลวานดอฟสกี้ก็มีปัญหาเรื่องอายุ ดังนั้นการหานักเตะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย"

ระดับพระกาฬ! เอ็มบัปเป้เผยชื่อสามแข้งจุดประกายลูกหนัง



แนวรุกฟอร์มฮ็ฮตของเปแอสเช เผยชื่อ 3 ยอดนักเตะที่เป็นต้นแบบจุดประกายให้เขายกระดับการเล่นสู่นักเตะระดับท็อป

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ แนวรุกตัวเก่งของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เผยว่า คริสเตียโน โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี และ เนย์มาร์​ คือไอดอลที่เป็นแรงบันดาลใจในการยกระดับการเล่นของเขา

กองหน้าความเร็วสูงทีมชาติฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกคาดการณ์ว่าจะก้าวขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่หลังหมดยุคของ โรนัลโด้-เมสซี ที่แข่งกันโกยความสำเร็จมายาวนานร่วม 15 ปี

โดย เอ็มบัปเป้ ที่กดไปแล้ว 90 ประตูจากการลงสนามให้เปแอสเชไปแล้ว 111 นัด เผยชื่อสามแข้งไอดอลในวัยเด็กของเขาที่เป็นต้นแบบในการยกระดับการเล่นสู่ระดับท็อป

"ผมมีไอดอลหลายคนเลยล่ะ มี คริสเตียโน คนที่ผมรักมาก และในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรามี คริสเตียโน และ เมสซี" เอ็มบับเป้ ตอบคำถามในช่วง Q&A กับ beIN Sports

"ผมมีโอกาสเล่นกับเนย์มาร์ ซึ่งผมเคารพเขามากตอนผมเป็นเด็กพวกเขาคือนักเตะที่ผมให้ความนับถืออย่างมาก"

"ตอนที่คุณมีโอกาสลงเล่นในระดับท็อป คุณต้องการแรงบัลดาลใจจากยอดนักเตะ  แต่ละคนมีสไตล์และความแข็งแกร่งของพวกเขาเอง แต่พวกเขาก้าวไปถึงระดับท็อปได้ นั่นคือสิ่งที่จุดประกายให้กับทุกคน"

"ดังนั้นมันจึงไม่มีเหตุผลที่มันจะไม่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผม และเราเองก็ต้องเดินในเส้นทางของเราในการก้าวไปสู่ระดับท็อป"

ทั้งนี้ เอ็มบัปเป้ หมดสิทธิ์ลงสนามในเกมลีกเอิงฤดูกาลนี้ค่อนข้างแน่นอนแล้ว หลังรัฐบาลฝรั่งเศสประกาศห้ามจัดการแข่งขันกีฬานานจนถึงเดือนกันยายน

โรนัลโด้ ชี้มีแข้งอังกฤษเพียงคนเดียวที่เจ๋งพอเล่นให้บราซิล



โรนัลโด้ ตำนานกองหน้า ทีมชาติบราซิล ออกโรงยกย่องอดีตเพื่อนร่วมทีม เรอัล มาดริด อย่าง เดวิด เบ็คแฮม ว่าเป็นนักเตะอังกฤษคนเดียวที่มีดีพอสามารถเล่นให้บราซิลได้ จากรายงานของ thesun.co.uk เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2563

        โรนัลโด้ และ เบ็คแฮม เคยเล่นร่วมกันที่ "ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว" ในยุค "กาลาติกอส" นาน 4 ปี โดยสามารถพา "ราชันชุดขาว" คว้าแชมป์ ลา ลีกา ไปครองได้ในปี 2007

        ล่าสุดทั้งคู่ได้ใช้เวลาว่างในช่วงกักตัวอยู่บ้านหนีการระบาดของเชื้อ COVID-19 ด้วยการวิดีโอคอลพูดคุยย้อนความหลังกันผ่านทางอินตาแกรม ซึ่งทาง เจ้าโล้นทองคำ ก็ได้อวย ดาวเตะเท้าชั่งทอง ชุดใหญ่โดยกล่าวว่า "สำหรับฉัน นายคือหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดตลอดกาลในแดนกลาง"

        "วิธีที่ที่นายสัมผัสลูกบอล และสามารถวางบอลไปที่ที่นายต้องการ และแม้จะไม่ได้มองมาที่ฉัน แต่บอลก็ยังลอยมาหาฉันอยู่ดี ฉันควรขอบคุณสำหรับการโยนบอลหลาย ๆ ลูกที่นายส่งมาให้ฉัน นายมันน่าเหลือเชื่อมาก ๆ"

        ขณะที่ เบ็คแฮม ก็บอกกับ โรนัลโด้ ว่า "เมื่อฉันย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งฉันอยู่ที่นั่นมาทั้งชีวิตเพื่อไปเล่นให้ เรอัล มาดริด มันเป็นการย้ายทีมครั้งสำคัญของฉัน หนึ่งในคนแรก ๆ ที่ฉันได้เจอก็คือนาย เมื่อนายเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวมันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่กับสโมสรแห่งนี้"

        "ฉันจำได้ว่านายหันมาหาฉัน และพูดว่า ‘นักเตะบราซิลเชื่อกันว่าหากมีผู้เล่นอังกฤษคนใดที่จะสามารถเล่นให้บราซิลได้คนคนนั้นมันก็คือนาย’ แต่ฉันไม่อยากจะเชื่อนายหรอก เพราะผู้เล่นชาวบราซิลเป็นผู้เล่นที่เก่งสุด ๆ นายก็รู้นี่"

เดาะทิชชู่ไม่ทำ!โด้สุดฟิตช่วงกักตัวหนีโควิด-19

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่เคยปล่อยให้เวลาผ่านไปแบบเปล่าประโยชน์ เมื่อยังคงรักษาสภาพร่างกายและความฟิตในช่วงกักตัวหนีเชื้อไวรัสมรณะอยู่ที่บ้านเกิด โดยงานนี้ภาพถ่ายที่น้องสาวของเขาแชร์ในสื่อออนไลน์ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า "ซีอาร์ 7" ยังฟิตเปรี๊ยะเหมือนเดิม
    คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ไม่ปล่อยให้การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 หยุดการออกกำลังกายเพื่อรักษากล้ามเนื้อ ในขณะที่อยู่ในช่วงกักตัวที่หมู่เกาะมาเดยร่า บ้านเกิดของตัวเอง ที่ประเทศโปรตุเกส

    สตาร์ลูกหนังวัย 35 ปี อยู่ในดินแดนฝอยทอง นับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมหลังจากที่แม่บังเกิดเกล้าของเขาต้องเข้ารับการผ่าตัดเส้นเลือดตีบในสมอง และจากนั้นเจ้าตัวก็อยู่ที่นั่นต่อเมื่อมีการระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ ซึ่งส่งผลให้เกมลีกเมืองมะกะโรนี ต้องหยุดการแข่งขันชั่วคราว


 

    แม้ว่า โรนัลโด้ จะพักอยู่ในเคหะสถานสุดหรูที่มองเห็นมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ก็ไม่เคยหยุดที่จะฟิตร่างกาย รักษากล้ามเนื้อ โดยสิ่งนี้แสดงให้เห็นจากภาพที่ คาเทีย อเวยโร่ น้องสาวของเขาที่แชร์ภาพลงในเว็บไซต์อินสตาแกรม ที่แอดเค้าท์ของเธอ

    จากภาพแสดงให้เห็นว่า ดาวเตะเจ้าของบัลลงดอร์ 5 สมัย ซึ่งซัดไปแล้ว 13 ประตูจากการเล่น 11 เกมหลังสุดในทุกรายการให้กับทัพ "ม้าลาย" ถอดเสื้อโชว์ให้เห็นซิกซ์แพ็ค และกล้ามทุกสัดส่วนชายที่แน่นปึ้ก โดยมี อลิเซีย หลานสาวและพี่น้องในครอบครัวมาร่วมแจมด้วย

 

สื่อปูด!ยูเวนตุสเล็งขาย “โรนัลโด้” สุดถูกเซ่นพิษโควิด-19

    สื่ออิตาลีตีข่าว ยูเวนตุส อาจจำเป็นต้องยอมตัดใจขาย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในราคาสุดถูก เนื่องจากสถานการณ์ด้านการเงินของสโมสรกำลังย่ำแย่จากพิษเชื้อไวรัสมรณะระบาด เพราะพวกเขามองว่าต่อให้เกมลูกหนังกลับมาแข่งได้ตามปกติ ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะหาเงินจากไหนมาจ่ายค่าเหนื่อยของ "ซีอาร์ 7"
     
ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อาจจำใจต้องยอมขาย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ เนื่องจากสถานการณ์ด้านการเงินของสโมสรกำลังสั่นคลอน เพราะโดนพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จากการเปิดเผยของ อิล แมสซาจเกโร่ สื่อดังในเมืองมะกะโรนี

      ผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะในเวลานี้ทำให้ทั่วโลกต้องเจอผลกระทบด้านเศรษฐกิจอย่างหนัก เช่นเดียวกับวงการฟุตบอล โดยทำให้หลายทีมชั้นนำจำเป็นต้องใช้มาตรการรัดเข็มขัดด้วยการตัดค่าเหนื่อยของนักเตะเพื่อพยุงสถานะการเงินของสโมสรเอาไว้

      ล่าสุดสื่ออิตาลี เผยว่า ยูเว่ อาจต้องยอมปล่อย โรนัลโด้ ออกไปในราคาเพียงแค่ 63 ล้านปอนด์ (ราว 2,394 ล้านบาท) เพราะพวกเขาไม่แน่ใจว่าจะสามารถจ่ายค่าเหนื่อยจำนวน 500,000 ปอนด์ (ราว 19 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ของนักเตะได้หรือไม่เมื่อถึงเวลาที่วงการลูกหนังกลับมาแข่งขันได้ตามปกติ
 
      ทั้งนี้ โรนัลโด้ ซึ่งได้รับค่าเหนื่อยจำนวน 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) ต่อปี และพ้องเพื่อนทัพ "ม้าลาย" รวมทั้ง เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์ ยินดีไม่มีปัญหาที่จะไม่รับค่าเหนื่อยเป็นเวลา 4 เดือนตั้งแต่ มีนาคม-มิถุนายน เพื่อเป็นการลดรายจ่ายให้กับสโมสร และสามารถประหยัดเงินได้ถึง 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,040 ล้านบาท) ในช่วงวิกฤตินี้