รู้จัก ฟาบิโอ ซิลวา ไอ้หนูค่าตัวแพงสุดวูล์ฟส์

ทำความรู้จักเจ้าหนู ฟาบิโอ ซิลวา หลังเพิ่งย้ายมาอยู่กับ วูล์ฟส์ ด้วยค่าตัวสถิติสโมสร

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส คว้าตัว ฟาบิโอ ซิลวา กองหน้าดาวรุ่งชาวโปรตุเกส มาจาก เอฟซี ปอร์โต้ อย่างเป็นทางการแล้ว โดยเซ็นสัญญาถึงปี 2025 และมีค่าตัวสูงถึง 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,435 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของ "หมาป่า" เลยทีเดียว

เจ้าหนูชาวโปรตุกีสวัย 18 ปี เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ ปอร์โต้ เมื่อฤดูกาล 2019/20 และลงเล่นไป 18 นัด ทำได้ 3 ประตู แต่ทำไม วูล์ฟส์ ถึงยอมกล้าทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสร วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น

1. ครอบครัวนักฟุตบอล
เจ้าหนูฟาบิโอ เป็นลูกชายของ ฮอร์เก้ หลุยส์ ซิลวา ซีเนียร์ ที่เล่นเป็นกองกลางตัวรับ และช่วยให้ เบาวิสต้า คว้าแชมป์ลีกโปรตุเกส ได้อย่างเหลือเชื่อแบบไม่มีใครคาดคิดเมื่อปี 2001

นอกจากนั้น ฟาบิโอ ยังมีพี่ชายวัย 21 ปีเป็นนักฟุตบอลชื่อว่า ฮอร์เก้ เหมือนคุณพ่อ โดยเล่นเป็นเซนเตอร์แบ็กอยู่กับสโมสร ลาซิโอ ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

2. จอมทำลายสถิติ
ซิลวา เข้ามาอยู่กับทีมเยาวชนของ ปอร์โต้ เมื่อปี 2010 ก่อนไปอยู่กับ เบนฟิก้า ช่วงสั้นๆ (2015-2017) แล้วกลับมาอยู่กับ ปอร์โต้ อีกรอบ

เจ้าหนูวัย 18 ปี เพิ่งขึ้นชั้นมาเล่นให้ชุดใหญ่ของ ปอร์โต้ เมื่อปีที่แล้ว และประเดิมสนามเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2019 ในเกมพบ กิล วิเซนต์ ส่งผลให้ทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยสุดที่ลงสนามให้กับทีมด้วยวัย 17 ปีกับอีก 22 วัน

จากนั้นอีกแค่ 2 สัปดาห์ ฟาบิโอ ก็ทำลายสถิติของ รูเบน เนเวส ในการเป็นนักเตะ ปอร์โต้ อายุน้อยสุดที่ได้ลงสนามในเกมยุโรป นัดพบ ยัง บอยส์ ถ้วย ยูโรปา ลีก  

นอกจากนั้น ฟาบิโอ ยังทำลายสถิติของ เนเวส อีก หลังเป็นนักเตะอายุน้อยสุดที่ทำประตูให้ ปอร์โต้ ในเกมพบ โคอิมบรา เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2019

3. ผลงานทำประตูยอดเยี่ยม
ฟาบิโอ ได้รับการจับตามองว่าจะเป็นหนึ่งในสุดยอดกองหน้าของยุโรป หลังลงเล่นให้ทีมรุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปีของ ปอร์โต้ เมื่อฤดูกาล 2018/19 แล้วทำไปถึง 20 ประตูจาก 26 เกม

ไอ้หนูวัย 18 ติดทีมชาติโปรตุเกส ระดับเยาวชนมาทุกรุ่น ตั้งแต่ ยู-15 (ลงเล่น 5 ยิง 3 ประตู), ยู-16 (ลงเล่น 8 ยิง 6 ประตู), ยู-17  (ลงเล่น 19 ยิง 5 ประตู) และ ยู-19  (ลงเล่น 5 ยิง 3 ประตู)

4. หนุ่มน้อยหน้าใส
ฟาบิโอ มีคนติดตามทาง อินสตาแกรม ราว 185,000 ฟอลโลเวอร์ โดยล่าสุดเจ้าตัวก็เพิ่งโพสต์รูปย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่มีคนกดถูกใจกว่า 12,000 ราย

นอกจากนั้น ฟาบิโอ ยังโพสต์รูปนอกสนามเวลาไปเที่ยว หรือทำกิจกรรมอย่างอื่นเช่นขี่สกูตเตอร์ และออกกำลังกายเป็นต้น

5. ขวัญใจคนเล่นเกมเอฟเอ็ม
แฟนบอลที่ชื่นชอบในการเล่นเกม ฟุตบอล เมเนเจอร์ หรือเอฟเอ็ม จำนวนมากดึง ฟาบิโอ มาอยู่ในทีมจำลองของพวกเขา เนื่องจากเป็นดาวรุ่งที่มีศักยภาพ

ในเกม ฟาบิโอ จะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นแข้งระดับโลกภายในเวลาแค่ 2-3 ฤดูกาลเท่านั้น เพราะมีพลังยอดเยี่ยมทั้งในเรื่องการเลี้ยงบอล, เทคนิค, ทำประตู และการสัมผัสบอลแรก

แอสซิสต์, วางบอล, คุมจังหวะเกม ! เหตุผลที่ คล็อปป์ อยากได้ ติอาโก้ ร่วมทัพ

ลิเวอร์พูล ยังคงพยายามอย่างเต็มที่ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาเสริมทัพให้ได้ โดยเหตุผลเพราะนักเตะมีคุณสมบัติทุกอย่างครบถ้วนตามที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการ และหากได้มาร่วมทีมจะเป็นการยกระดับแดนกลาง "หงส์แดง" ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
    ติอาโก้ สร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซให้กับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาลล่าสุด ด้วยการนำทีมผงาดคว้าทริปเบิลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ โดยฟอร์มการเล่นของเขาถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อ

    จอมทัพชาวสแปนิช เต็มไปด้วยพรสวรรค์ชั้นยอดไม่ใช่แค่การแอสซิสต์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการผ่านบอลที่เฉียบคม, แย่งบอลคืนกลับมาเร็ว และวิ่งเพรสซิ่งคู่แข่งจนเสียกระบวน โดยคุณสมบัติเหล่านี้เหมาะเจาะลงตัวกับสไตล์การเล่นของ คล็อปป์

การผ่านบอลที่แม่นยำ

    หนึ่งในสิ่งที่ ติอาโก้ สามารถทำได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องลืมตานั่นก็คือการผ่านบอลที่แม่นยำ สไตล์การเล่นของเขาคล้ายๆ กับ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดย ดาวเตะชาวสแปนิช มีสายตาที่เฉียบคมในการมองหาพื้นที่ว่างในสนามซึ่งนักเตะคนอื่นๆ ไม่สามารถทำได้

    ยิ่งไปกว่านั้น ติอาโก้ ยังมีความว่องไวในการเปิดบอลชนิดที่คู่แข่งยังไม่ทันตั้งตัว โดยนักเตะมักจะผ่านบอลสวยให้กับแนวรุกของ บาเยิร์น มิวนิค ได้บ่อยๆ ตลอดช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ติอาโก้ มีสายตาที่แม่นยำในการหาช่องว่าง และมักจะผ่านบอลด้วยการประณีตให้กับ แซร์จ นาบรี้ หรือ อัลฟอนโซ่ เดวีส์  เป็นต้น

    ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็มีนักเตะที่มีแนวทางการเล่นที่คล้ายๆ กับ "เสือใต้" บริเวณพื้นที่ริมเส้น อย่างเช่น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทุกๆ คนคงเห็นได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับแนวคิดในการเล่นเกมบุกของคล็อปป์ ฉะนั้นหาก ติอาโก้ มาอยู่ร่วมทีมเขาคงจะได้ผ่านบอลเจ๋งๆ ให้กับผู้เล่นเหล่านี้

    ยกตัวอย่างแมตช์ที่พบกับ บาร์เซโลน่า นั้น ติอาโก้ จะคอยทำหน้าที่คุมจังหวะการเล่นในช่วง 45 นาทีแรก แมตช์นั้นเขามีโอกาสผ่านบอลไม่น้อยกว่า 37 ครั้งในช่วงครึ่งแรก และมักจะประสบความสำเร็จในทุกๆ ครั้ง ขณะที่ในครึ่งหลังเจ้าตัวก็ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้เหมือนเดิม ทำให้แดนกลางของ "เจ้าบุญทุ่ม" ไม่สามารถรับมือได้

    เบ็ดเสร็จแล้วในเกมถล่ม บาร์ซ่า นั้น ติอาโก้ ผ่านบอลไปทั้งหมด 74 ครั้งซึ่งมากกว่านักเตะทุกคนที่อยู่ในสนาม โดยมีเพียงแค่ เคราร์ด ปิเก้ ที่ทำได้ใกล้เคียงอยู่ที่ 61 ครั้งแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการผ่านบอลสั้นๆ, รีบเร่ง และบางครั้งก็สะเปะสะปะเนื่องจากโดนนักเตะบาเยิร์น วิ่งกดดันเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

    ขณะที่การผ่านบอลทั้งหมด 74 ครั้งของ อดีตสตาร์บาร์เซโลน่า มีเพียงแค่สามครั้งเท่านั้นที่ผิดพลาด ส่วนอีก 71 ครั้งต้องบอกว่าเข้าเป้าทั้งหมด ฉะนั้นหาก "หงส์แดง" ได้ ติอาโก้ มาร่วมทีม โอกาสที่แนวรุกของพวกเขา โดยเฉพาะ 3 ประสาน "หิน เหล็ก ไฟ" อย่าง โม ซาลาห์, มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ คงจะได้ยิงประตูสนุกเท้าแน่นอน
 
พรสวรรค์เต็มเปี่ยมช่วยสร้างสรรค์เกม

    สิ่งที่ทำให้ ติอาโก้ เป็นนักเตะที่มีความพิเศษ และบรรดาผู้จัดการทีมทุกคนมักจะพูดคุยถึงนั่นก็คือพรสวรรค์ในการเล่น และการสร้างสรรค์เกมของเขา ที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับทีม ซึ่งสิ่งนี้สามารถพลิกสถานการณ์ให้ทีมคว้าชัยชนะได้

    จริงๆ แล้วพ่อแม่ของ ติอาโก้ เป็นชาวบราซิเลียนแท้ๆ โดยบิดาบังเกิดเกล้าของเขาก็คือ มาซินโญ่ หนึ่งในขุนพลนักเตะแซมบ้าชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเป็นนักเตะจอมสร้างสรรค์เกมตามสายเลือดของบรรพบุรุษ โดยสิ่งนี้เจ้าตัวได้แสดงให้เห็นแล้วในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

      จอมทัพหมายเลข 6 "เสือใต้" มีการเล่นที่ไหลลื่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ และยังสามารถจ่ายบอลหลายแบบ ไม่ว่าจะในเรื่องระยะความเร็ว และความสูงของการผ่านบอล นอกจากนี้นักเตะยังคอยทำหน้าที่เก็บบอล และครองบอลบริเวณครึ่งสนามฝั่งบาร์ซ่า ที่สำคัญ ติอาโก้ ยังสามารถดักจังหวะการเล่นของ อีวาน ราคิติช ได้จนอยู่หมัด

     สำหรับการคุมจังหวะ และการวางบอลที่แม่นยำ เป็นสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ยังขาดหายไปพอสมควร ฉะนั้นหาก ติอาโก้ ย้ายมาสวมชุด "เดอะ เร้ดส์" จะเป็นการเติมเต็มจุดนี้ได้อย่างลงตัว และจะทำให้เกมรุกของ "หงส์แดง" น่ากลัวมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ยังช่วยคุมจังหวะเกม ทำให้ทีมเล่นได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม และไม่รนรานด้วย

วิ่งไม่รู้จักเหนื่อย ทำงานหนักเพื่อปั้นเกมให้ทีม

    จุดนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สังเกตและเข้าใจได้ง่ายที่สุดแล้วว่าทำไมผู้จัดการทีมทุกคนถึงอยากได้เขามาอยู่ในทีม เพราะนักเตะเป็นผู้เล่นประเภทที่สามารถวิ่งได้ทั่วสนาม และคอยหาพื้นที่ว่างเพื่อที่จะสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมในการทำประตู

    สำหรับ คล็อปป์ ด้วยสไตล์การทำทีมของเขา แน่นอนว่าพรสวรรค์ของ ติอาโก้ เป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ เพราะรูปแบบการเล่นและความสามารถของ ดาวเตะทีมชาติสเปน ถือว่าเป็นการเติมเต็มที่สุดเพอร์เฟกต์หากเจ้าตัวย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

    นอกจากนี้ ติอาโก้ ยังมักจะวิ่งขึ้นไปคอยกดดันแนวรับของทีมคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ คล็อปป์ ประทับใจมากๆ เนื่องจากการเล่นแบบเพรสซิ่งเป็นสไตล์ที่กุนซือชาวเยอรมัน นำมาใช้กับ "หงส์แดง" โดยเฉพาะเวลาที่ทีมเสียบอล จะต้องรีบแย่งบอลคืนกลับมาให้เร็วที่สุดซึ่งการเล่นแบบนี้จะเป็นการทำลายสภาพร่างกายและจิตใจของคู่แข่งได้เป็นอย่างดี

    ดังนั้นสไตล์การเล่นและทัศนคติของ ติอาโก้ เหมาะเจาะลงตัวที่จะมาประจำในแดนกลางของทีม ที่สำคัญเขาจะมาช่วยแบ่งเบาภาระให้กับ ฟาบิโญ่ และเอาเข้าจริงๆ หากดาวเตะชาวบราซิเลียน ได้เล่นเคียงข้างกับ สตาร์เลือดกระทิงดุ วัย 29 ปี อาจจะทำให้เขาแสดงศักยภาพได้มากยิ่งขึ้นด้วย

ปรับตัวได้ทุกตำแหน่งในแดนกลาง

    ข้อดีของ ติอาโก้ ก็คือเขาสามารถเล่นในตำแหน่งไหนก็ได้ในแผงมิดฟิลด์ไม่ว่าจะเป็น มิดฟิลด์ตัวกลาง, มิดฟิลด์ตัวรับ หรือจะสวมบทมิดฟิลด์ตัวรุกก็ได้ โดยสิ่งนี้ เป็นจุดที่ คล็อปป์ ชื่นชอบมากๆ เพราะจะทำให้ทีมมีการเล่นที่หลากหลาย โดยสามารถปรับนักเตะให้เล่นในตำแหน่งไหนก็ได้เพื่อให้เหมาะกับการเจอคู่แข่งในแต่ละเกม

    อย่างลืมว่าในฤดูกาล 2020/2021 สถานการณ์ในแดนกลางของ "หงส์แดง" ยังไม่แน่นอน เพราะกรณีของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ก็มีแววว่าจะย้ายไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า ขณะที่ ฟาบินโญ่ กับ นาบี เกอิต้า บางครั้งก็ฟอร์มหลุด ส่วน อดัม ลัลลาน่า ก็โบกมือลาทีมไปแล้ว สำหรับ อเล็กซ์ อ็อดซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็เจ็บบ่อย ด้าน เจมส์ มิลเนอร์ ก็อายุอานามมากขึ้นทุกวัน ส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมจะต้องกรำศึกหนักจนบางครั้งร่างกายอ่อนล้า

    ฉะนั้นการได้ ติอาโก้ มาเสริมทัพ จะช่วยทำให้ทีมมีสมดุลมากขึ้น เพราะหาก "เดอะ เร้ดส์" ขาดผู้เล่นในแดนกลางบริเวณไหนก็ตาม คล็อปป์ ก็สามารถจับเขายืนแทน และก็ทำผลงานได้ดีไม่มีที่ติ ซึ่งนักเตะก็แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดกับการเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค

    ที่สำคัญประสบการณ์ของเจ้าตัวต้องบอกเลยว่าล้ำค่าสุดๆ เพราะ ติอาโก้ ผ่านการฝึกปรือฝีเท้าทั้งกับ บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค พร้อมทั้งประสบความสำเร็จมากมายกับทั้งสองสโมสร ฉะนั้นนักเตะย่อมมีหัวใจแห่งผู้ชนะ และประสบการณ์ที่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเพื่อให้ทีมบรรลุเป้าหมายสู่การได้โทรฟี่แชมป์มาครอบครอง
 
    แน่นอนว่าความเก๋าผสมพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัว จะช่วยยกระดับแดนกลางของ "หงส์แดง" มากยิ่งขึ้น ส่วนผลพลอยได้อีกเรื่องที่ตามมาก็คือการที่บรรดานักเตะดาวรุ่งจะได้ศึกษาและเรียนรู้แนวทางการเล่นของเขา เพื่อที่จะได้นำไปพัฒนาต่อยอดสำหรับโอกาสในการก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในอนาคต

สถิติสโมสร!วูล์ฟส์ซิววันเดอร์คิดฝอยทองจากปอร์โต้

"หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ทุบคลังเป็นสถิติสโมสร ปิดดีลคว้าตัว ฟาบิโอ ซิลวา หัวหอกวันเดอร์คิด มาจาก ปอร์โต้ แม้นักเตะเพิ่งลงเล่นให้ต้นสังกัดเดิมไปเพียงไม่กี่นัด

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรแกร่งแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว ฟาบิโอ ซิลวา กองหน้าดาวรุ่งเลือดฝอยทอง มาจาก ปอร์โต้ สโมสรยักษ์ใหญ่ในลีกโปรตุเกส อย่างเป็นทางการ เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายน ที่ผ่านมา พร้อมเซ็นสัญญาร่วมงานกันยาวถึงปี 2025

ถือเป็นดีลที่สร้างความฮือฮาไม่น้อย เพราะตามรายงานข่าวระบุว่า ค่าตัวของ เจ้าหนูชาวโปรตุกีสวัย 18 ปีรายนี้ สูงถึง 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,435 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของ "หมาป่า" เลยทีเดียว โดย ซิลวา เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ ปอร์โต้ เมื่อฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา และลงเล่นไปทั้งสิ้น 18 นัด ทำได้ 3 ประตู

"เราติดตามดูพัฒนาการของเขามานานแล้ว " เจฟฟ์ ฉี ประธาน วูล์ฟส์ กล่าว "ฟาบิโอ เป็นนักเตะหนุ่มที่ไม่ได้มีแค่เทคนิคอันเหลือเชื่อ แต่ยังมีเกมการเล่นที่ฉลาดด้วย ซึ่งด้วยวัยแค่นี้ มันเป็นอะไรที่สุดยอดมาก"

 "ฟาบิโอ เป็นนักเตะที่สามารถเก่งกว่านี้ได้อีก และมันคงจะเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย กับการได้เห็นเขาพัฒนาฝีเท้าภายใต้การทำทีมของ นูโน่ เขาเป็นนักเตะในประเภทที่แฟนๆ ของเราจะต้องหลงรัก การเซ็นสัญญากับ ฟาบิโอ มันเป็นการแสดงให้เห็นว่า เราจะลงทุนก็ต่อเมื่อ เรารู้สึกว่ามันเป็นการลงทุนที่ใช่สำหรับสโมสร"

ลินเดอเลิฟปะทะบรูโน่! เช็กโปรแกรมแข้งแมนยูติดทีมชาติบู๊เนชั่นส์ ลีก

ก่อนพรีเมียร์ลีกจะกลับมาฟาดแข้งกันในสัปดาห์หน้า สัปดาห์นี้มีโปรแกรมฟุตบอลที่น่าสนใจทีเดียวเมื่อ ยูฟ่า เนชั่นส ลีก กลับมาอีกครั้ง โดยในการแข่งขันสองนัดแรกจะมีขึ้นในวันที่ 3-8 กันยายน นี้ เหล่าแข้ง "ปีศาจแดง" ถูกเรียกติดทีมชาติทั้งหมด 9 รายด้วยกัน หากแฟนผีอยากชมฟอร์มของพวกเขา มาเช็กโปรแกรมการแข่งขันกัน
ลินเดอเลิฟปะทะบรูโน่! เช็กโปรแกรมแข้งแมนยูติดทีมชาติบู๊เนชั่นส์ ลีก
    สัปดาห์ที่แล้ว แกเร็ธ เซาธ์เกต ประกาศรายชื่อขุนพลทีมชาติอังกฤษซึ่งมี เมสัน กรีนวู้ด ติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในอาชีพการค้าแข้ง โดยดาวยิงวัย 18 ปีทำผลงานน่าประทับใจด้วยการซัดทั้งหมด 17 ประตูในฤดูกาล 2019/20 และเขามีโอกาสที่จะได้ลงสัมผัสเกมทีมชาติเป็นครั้งแรกในนัดเจอ ไอซ์แลนด์ หรือ เดนมาร์ก

    ขณะที่ ดีน เฮนเดอร์สัน นายด่าน “ปีศาจแดง” ที่เพิ่งต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2025 ก็มีรายชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเช่นเดียวกันและหากเทียบฟอร์มในปัจจุบันกับนายด่านอีกสองคนอย่าง จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน) และ นิค โป๊ป (เบิร์นลี่ย์) แล้ว เฮนเดอร์สัน ถือว่ามีลุ้นประเดิมลงเฝ้าเสาให้กับ “สิงโตคำราม”

    ในรายของ มาร์คัส แรชฟอร์ด จำเป็นต้องถอนตัวเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ด้าน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดนตัดชื่อออกจากทีมชาติอังกฤษเหตุเพราะคดีฉาวที่กรีซ

    สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ มีรายชื่อติดทัพ สกอตแลนด์ เตรียมพร้อมพบกับทีมชาติ อิสราเอล และ เช็ก

    ไรอัน กิ๊กซ์ เรียกสองดาวรุ่งของ “ผีแดง” แดเนี่ยล เจมส์ และ ดีแลน เลวิตต์ มาเป็นส่วนหนึ่งใน 26 ขุนพลที่จะเจอกับทีมชาติฟินแลนด์ และ บัลแกเรีย

    นอกจากนี้เราจะได้เห็นแข้งแมนฯ ยูไนเต็ด มาปะทะกันในโปรแกรมทีมชาติสุดสัปดาห์นี้ด้วย เมื่อฝรั่งเศสต้องบุกเยือนสวีเดน ณ สนาม “เฟรนด์ส อารีน่า” ที่ สต็อกโฮล์ม โดยเจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2018 เลือก อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล มาติดทีมชาติเป็นครั้งแรกในรอบกว่าสองปีเลยทีเดียว ขณะที่ สวีเดน มี วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ คอยบัญชาการเกมรับเช่นเดิม 

 
    หลังจากทัพ "ไวกิ้ง" มีคิวดวลกับ ฝรั่งเศสแล้ว พวกเขาต้องปะทะกับ โปรตุเกส แชมป์เนชั่น ลีก ปี 2019  ซึ่งมีแข้ง “ปีศาจแดง” อย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ติดทัพ “ฝอยทอง” ภายใต้การคุมทีมของ แฟร์นานโด ซานโตส

    ด้าน สเปน ที่มี ดาบิด เด เคอา มีโปรแกรมทำศึกบิ๊กแมตช์กับทัพ “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน ก่อนจะปิดท้ายด้วยการเจอ ยูเครน สัปดาห์หน้า

    สุดท้ายว่าที่นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค หลังจากตรวจร่างกายกับทีมเป็นที่เรียบร้อยก็กลับไปเข้าแคมป์ทีมชาติฮอลแลนด์ก่อนมีคิวพบกับ โปแลนด์ และ อิตาลี

รวมโปรแกรมแข้งแมนยูในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2020

    เยอรมัน พบ สเปน (ดาบิด เด เคอา) เวลา 01.45 น.

    ฟินแลนด์ พบ เวลส์ (แดเนี่ยล เจมส์ / ดีแลน เลวิตต์) เวลา 01.45 น.

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2020

    สกอตแลนด์ (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์) พบ อิสราเอล เวลา 01.45 น.

    ฮอลแลนด์ (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค) พบ โปแลนด์ เวลา 01.45 น.

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2020

    ไอซ์แลนด์ พบ อังกฤษ (ดีน เฮนเดอร์สัน / เมสัน กรีนวู้ด) เวลา 23.00 น.

    โปรตุเกส (บรูโน่ แฟร์นันด์ส) พบ โครเอเชีย เวลา 01.45 น.

    สวีเดน (วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ) พบ ฝรั่งเศส (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล) เวลา 01.45 น.

วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2020

    เวลส์ (แดเนี่ยล เจมส์ / ดีแลน เลวิตต์) พบ บัลแกเรีย เวลา 20.00 น.

    สเปน (ดาบิด เด เคอา) พบ ยูเครน เวลา 01.45 น.

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2020

    เช็ก พบ สกอตแลนด์ (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์) เวลา 01.45 น.

    ฮอลแลนด์ (ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค) พบ อิตาลี เวลา 01.45 น.

 วันอังคารที่ 8 กันยายน 2020

    เดนมาร์ก พบ อังกฤษ (ดีน เฮนเดอร์สัน / เมสัน กรีนวู้ด) เวลา 01.45 น.

    ฝรั่งเศส (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล) พบ โครเอเชีย เวลา 01.45 น.

    สวีเดน (วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ) พบ โปรตุเกส (บรูโน่ แฟร์นันด์ส) เวลา 01.45 น.

5เอเยนต์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการฟุตบอลตอนนี้

 

ไม่ใช่แค่ผู้เล่น ผู้จัดการ และ สโมสรเท่านั้น ที่กำหนดธุรกิจในวงการฟุตบอล แต่เอเยนต์นักเตะเอง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญ ที่อยู่เบื้องหลังในการขับเคลื่อนวงการด้วย
    โดยเอเยนต์นักเตะหล่านี้ บางคนเป็นที่รู้จักมากกว่านักฟุตบอลด้วยซ้ำไป

    เกมที่สวยงามที่สุดในโลกไม่ได้จำกัดเพียงผู้เล่น และสโมสรเท่านั้น ความสามารถ และ แรงบันดาลใจ จะไม่เพิ่มมากนัก หากไม่รู้จักโอกาส และโอกาสไม่ถูกนำมาใช้ในเวลาที่เหมาะสม และนั่นคือจุดที่เอเยนต์ฟุตบอลเข้ามา

    เอเยนต์ฟุตบอลตระหนักถึงความสามารถ และช่วยให้ผู้เล่นที่อายุยังน้อย สร้างความสัมพันธ์ในวงการฟุตบอลอาชีพ และยังทำหน้าที่เป็นคนกลางในการย้ายทีม และในการเจรจาสัญญา

    มีเอเยนต์ฟุตบอลชั้นนำหลายคน ที่มีชื่อเป็นที่รู้จักมากกว่านักฟุตบอลบางคน มาดูกัน 5 เอเย่นต์ฟุตบอลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกตอนนี้ มีใครบ้าง

    1 เปโดร เปเรยร่า (Lian Sports)

เปโดร เปเรยร่า  มีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุดในแวดวงเอเยนต์ฟุตบอล เขามีลูกค้าไฮ-โปรไฟล์มากมาก และเป็นคนกลางในข้อตกลงที่มีรายละเอียดสูงในช่วงซัมเมอร์นี้เช่นกัน

    เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Lian Sports และมีรายชื่อลูกค้าที่ยอดเยี่ยมซึ่งรวมถึง เลรอย ซาเน่, คาลิดู คูลิบาลี่, มิราเล็ม ปานิช, ลูก้า โยวิช และ อันเต้ เรบิช เป็นต้น

    พวกเขาได้ออกแบบข้อตกลงจำนวนเงินมาหาศาลสำหรับ เลรอย ซาเน่ และ มิราเล็ม ปานิชแล้ว เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงให้ความสนใจใน คาลิดู คูลิบาลี่ พวกเขาคาดว่าจะได้รับประโยชน์เพิ่มเติม ก่อนที่ตลาดซื้อขายจะปิดตัวลง

    2 เคีย ชูรับเชียน

เคีย ชูรับเชียน วัย 49 ปี เป็นหนึ่งในเอเยนต์นักเตะ ที่กระตือรือร้นที่สุดในช่วงปลายปี เขาเป็นนายหน้าซื้อขายที่มีชื่อเสียงมากมายในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมาและมีนักฟุตบอลชั้นนำบางคนเป็นลูกค้า

    เคีย ชูรับเชียน และ Media Sport Investment Limited ของเขาอยู่เบื้องหลังการย้ายของ คาร์ลอส เตเวซ โดยเริ่มจาก เวสต์แฮม ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากนั้นจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปยัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    ปัจจุบัน  ชูรับเชียน  ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ Sports Invest UK Limited แต่เพียงผู้เดียว และยังคงมีแข้งที่มีชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป สองสามคนอย่าง เฟลิเป้ คูตินโญ่, เซร์คิโอ อเกวโร่, วิลเลียน, อันเดรียส เปเรยร่า และ เลย์วิน คู
ร์ซาวา
    คูตินโญ่ คือการเซ็นสัญญาที่แพงที่สุดของบาร์เซโลนา  วิลเลียน เพิ่งย้ายไปอาร์เซนอล และเพิ่งขยายสัญญาของ คูร์ซาวา กับ เปแอสเช คงต้องแปลกใจว่าใครได้เงินมหาศาลจากดีลเหล่านี้   

    3 มิโน ไรโอล่า

มิโน ไรโอล่า เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นตัวแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลในปัจจุบัน และเมื่อไม่นานมานี้ได้ตกเป็นเป้าจากแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โกรธแค้น ที่มีข่าวย้ายออกจากทีมของ ป็อกบา อย่างต่อเนื่อง

    มิโน ไรโอล่า ได้รับประโยชน์อย่างมาก จากการดินทางค้าแข้งของลูกค้ารายใหญ่รายหนึ่งของเขา ผู้ชายที่ชื่อ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จนถึงทุกวันนี้เขายังคงเป็นตัวแทนของบิ๊กเนมรายนี้อยู่

    ลูกค้าของ มิโน ไรโอล่า บางราย ได้แก่ ปอล ป็อกบา, เออร์ลิ่ง ฮาลันด์, มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์, มาร์โก แวร์รัตติ, จานลุยจิ ดอนนารุมม่า , มาริโอ บาโลเตลลี่, เฮนริคห์ มคิทาร์ยาน, มาตุยดี้ และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

    4 โจนาธาน บาร์เนตต์ (Stellar Football Ltd)

โจนาธาน บาร์เนตต์ เป็นผู้ก่อตั้งและประธาน บริษัท Stellar Football Limited ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแทนผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในโลก บาร์เน็ตต์เป็นตัวแทนของผู้เล่นอายุน้อยและมีแนวโน้มเติบโตในยุโรป

    เขาเพิ่งมีส่วนการย้ายของ เบน ชิลเวลล์ จากเลสเตอร์ ซิตี้ ไป เชลซี แจ็ค กรีลิช คือลูกค้ารายใหญ่อีกคนหนึ่งของเขา ที่กำลังมีข่าวพัวพันกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บาร์เน็ตต์ ยังเป็นตัวแทนของ แกเร็ธ เบล ที่สร้างรายได้จากค่าคอมมิชชั่นต่างๆ
อย่างไม่ต้องสงสัยว่ามากมายขนาดไหน เพราะแข้งชาวเวลล์ถือเป็นขบถลูกหนังของ เรอัล มาดริด ที่รับรายได้สูงที่สุดระดับต้นๆของโลกในตอนนี้

    ลูกค้ารายใหญ่อื่น ๆ ของเขา ได้แก่ ซาอูล นี้เกซ, เมสัน เมาท์, ลุค ชอว์,มักซี่ โกเมซ,จอร์แดน พิคฟอร์ด, คีแรน เทียร์นีย์, รูเบน ลอฟตัส-ชีค, ดีน เฮนเดอร์สัน , กิลฟี่ ซิกูร์ดสัน และอื่น ๆ อีกมากมาย

    5 จอร์จ เมนเดส (Gestifute)

บางทีอาจจะนี่อาจจะเป็นชื่อ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาตัวแทนนักฟุตบอลก็เป็นได้ จอร์จ เมนเดส และGestifute จัดการซูเปอร์สตาร์นักฟุตบอลมากมาย เมนเดสเป็นซูเปอร์เอเย่นต์ และมีรายชื่อลูกค้าที่เป็นแข้งดังระดับโลก โดยรวมถึง คริสเตียโน
โรนัลโด้

    เมนเดส มีชื่อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอล และเขาก็ทำแบบนั้นมาหลายปีแล้ว และมีอิทธิพลในการนำนักเตะโปรตุเกสหลายคน เข้าสู่พรีเมียร์ลีกในช่วงปลายปีเช่นกัน

    รายชื่อลูกค้าของเขา ได้แก่ คริสเตียโน โรนัลโด้, แบร์นาโต้ ซิลวา, เอแดร์ซอน , ฟาบินโญ่, รูเบน เนเวส, เนลสัน เซมาโด้, อังเคล ดิ มาเรีย, ฮาเมส โรดริเกซ, ดีเอโก้ โจต้า , ดีเอโก้ คิสต้า, เรนาโต้ ซานเชซ และ นิโคลัส โอตาเมนดี้ และแข้งอื่นๆ อีก
มากมาย

    จอร์จ เมนเดส ไม่เพียง แต่เป็นเอเยนต์ที่ร่ำรวยที่สุดในทศวรรษที่ผ่านมา แต่เขายังมีคอนเนกชั่นที่ดี และมีออฟชั่นต่างๆที่ดีกับสโมสรใหญ่ๆในโลก ด้วยเหตุนี้อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของเขา ทำให้เขามีลูกค้ารายใหญ่มากขึ้น และท้ายที่สุดผู้เล่นของเขา ก็
จะเป็นนักเตะได้รับค่าตอบแทนสูงที่สุดในโลก

โกเซนส์มาแล้ว!เลิฟแบโผ22แข้งทีมชาติเยอรมนีเตะเนชั่นส์ลีก

โยอัคคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี เปิดโผขุนพล "อินทรีเหล็ก" ที่จะใช้ลงทำศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ช่วงต้นเดือนหน้าออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ โรบิน โกเซนส์ ฟูลแบ็กดาวดัง อตาลันต้า มีชื่อติดทัพเป็นครั้งแรก

     โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ประกาศรายชื่อ 22 ผู้เล่น ชุดที่จะใช้ลงเตะเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2020/21 จำนวน 2 นัด ที่มีคิวเปิดบ้านเจอ สเปน วันที่ 3 กันยายน และบุกไปเยือน สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 6 กันยายน ออกมาเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     แข้งดาวดังอย่าง โทนี่ โครส ห้องเครื่อง เรอัล มาดริด, ลีรอย ซาเน่ ปีกตัวใหม่ บาเยิร์น มิวนิค, ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกป้ายแดง เชลซี ต่างมีชื่อติดโผกันอย่างพร้อมหน้

     อย่างไรก็ตาม บรรดาแข้งตัวหลักจากค่าย "เสือใต้" อย่าง มานูเอล นอยเออร์, โยชัว คิมมิช, แซร์จ นาบรี้ และ ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ไม่มีชื่อติดทีม เนื่องจากได้รับอนุญาตให้พัก หลังเพิ่งช่วยต้นสังกัดพิชิต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา
 
     สำหรับนักเตะหน้าใหม่ที่ถูกเรียกตัวติดทัพ "อินทรีเหล็ก" เป็นครั้งแรกมี 3 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย โรบิน โกเซนส์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง อตาลันต้า, โฟลเรียน นอยเฮาส์ มิดฟิลด์ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ โอลิเวอร์ เบามันน์ นายทวารฝีมือดีจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์

สรุปรายชื่อ 22 ผู้เล่นทีมชาติเยอรมนี

     ผู้รักษาประตู : เควิน ทรัปป์ (ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต), แบร์นด์ เลโน่ (อาร์เซน่อล / อังกฤษ), โอลิเวอร์ เบามันน์ (ฮอฟเฟ่นไฮม์)

     กองหลัง : ธีโล เคห์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / ฝรั่งเศส), โรบิน โกเซนส์ (อตาลันต้า / อิตาลี), มัทธีอัส กินเทอร์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค), โจนาธาน ทาห์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), นิโค่ ชูลซ์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), นิคลาส ซือเล่ (บาเยิร์น มิวนิค), อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (เชลซี / อังกฤษ), โรบิน ค็อค (ไฟร์บวร์ก)

     กองกลาง : โฟลเรียน นอยเฮาส์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค), ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / ฝรั่งเศส), โทนี่ โครส (เรอัล มาดริด / สเปน), ยูเลี่ยน บรันด์ท (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), ไค ฮาแวร์ตซ์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), ลีรอย ซาเน่ (บาเยิร์น มิวนิค), ซูอัต แซร์ดาร์ (ชาลเก้ 04), อิลคาย กุนโดกัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / อังกฤษ), เอ็มเร่ ชาน (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

     กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ (เชลซี / อังกฤษ), ลูก้า วัลด์ชมิดท์ (เบนฟิก้า / โปรตุเกส)

ผิดเวลา?บาร์ซ่าเปิดตัวดาวรุ่งฉายานิวโรนัลโด้

"เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า เปิดตัวดาวรุ่งโปรตุเกส เจ้าของฉายา "นิว คริสเตียโน่ โรนัลโด้" แต่ดูเหมือนช่วงเวลาจะผิดจังหวะไปหน่อย เพราะเพิ่งมีข่าว ลิโอเนล เมสซี่ ต้องการอำลาสโมสร

    บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน เปิดตัว ฟรานซีสโก้ ตรินเกา ปีกดาวรุ่งชาวโปรตุเกส เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น คัมป์ นู อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    "เจ้าบุญทุ่ม" ตกลงคว้าตัว ตรินเกา วัย 20 ปี เจ้าของฉายา "นิว คริสเตียโน่ โรนัลโด้" มาจาก บราก้า ตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา แต่ปล่อยให้อยู่เล่นกับทีมในลีกโปรตุเกส ต่อไปจนจบซีซั่น ก่อนเพิ่งย้ายมาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ และนับเป็นแข้งโปรตุกีส รายที่ 9 ที่มาเล่นให้ บาร์ซ่า

    สำหรับค่าตัวของ ตรินเกา ซึ่งเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส ในระดับเยาวชนมาแล้วทั้งรุ่นอายุต่ำกว่า 17, 18, 19, 20 และ 21 ปี อยู่ที่ 31 ล้านยูโร (ประมาณ 1,147 ล้านบาท) และเซ็นสัญญากับ บาร์ซ่า จนถึงปี 2025 รวมทั้งมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 500 ล้านยูโร (ประมาณ 18,500 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ บาร์ซ่า เพิ่งตกเป็นข่าวช็อกโลกเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา หลังมีรายงานออกมาว่า ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีมชาวอาร์เจนไตน์ ได้แจ้งกับสโมสรแล้วว่าต้องการย้ายทีม

พี่เสือทริปเปิ้ลแชมป์! “โกมัน” ฮีโร่บาเยิร์นทุบเปแอสเช ผงาดจ้าวยุโรปสมัยที่ 6

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ผงาดครองแชมป์ถ้วยใบใหญ่ของยุโรปได้สำเร็จ หลังเบียดชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 จากประตูชัยของ คิงสลี่ย์ โกมัน ซิวทริปเปิ้ลแชมป์ในซีซั่นนี้และครองถ้วยหูกางเป็นสมัยที่ 6 ของสโมสร ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม :  เอสตาดิโอ ดา ลุซ (โปรตุเกส, สนามกลาง)

    โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของเปแอสเช พาทีมกวาดแชมป์ไป 4 รายการในฤดูกาลนี้ ได้แก่ แชมป์ลีก เอิง ฉบับตัดจบ, เฟร้นช์ คัพ, ลีก คัพ และโทรเฟ่ส์ เดส์ ช็องปิยงส์ (ซูเปอร์ คัพ) ส่วนในเส้นทางรายการนี้โค่นคู่แข่งจากเมืองเบียร์ถึง 2 ทีมก่อนหน้านี้คือ ดอร์ทมุนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และ แอร์เบ ไลป์ซิก สดๆ ร้อนๆ รอบรองชนะเลิศ

    ทางด้าน ทีมเสือใต้ของ ฮันซี่ ฟลิค รักษาสถิติชนะรวดนับจากรีสตาร์ตฤดูกาลจนรับไปแล้ว 2 แชมป์ คือ บุนเดสลีกา กับเดเอฟเบ โพคาล ส่วนเส้นทางยูซีแอลก็ฟาดชัยเรียบวุธตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

    3 นาทีผ่านเป็น "เสือใต้" ได้ลุ้นก่อนจากลูกฟรีคิกทางซ้ายของ โยชัว คิมมิช ปั่นด้วยขวาโค้งเข้าเขตโทษแต่บอลลึกไปตกใส่หัว เลอันโดร ปาเรเดส โขกทิ้งออกมาได้

    นาทีที่ 10 เปแอสเช ตอบโต้บ้างเป็นลูกสูตรฟรีคิก เนย์มาร์ หยอดลึกมาเสาไกลเกือบถึง อันเดร์ เอร์เรร่า แต่ต้องชม อัลฟอนโซ่ เดวิส สอดมาโหม่งเคลียร์ทิ้งหวุดหวิด

    อีก 3 นาทีต่อมา เปแอสเช ได้เสียวอีกครั้งเป็นจังหวะวางยาวให้ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หลุดเข้าเขตโทษก่อนไขว้จ่ายต่อให้ ฆวน เบร์นาต สอดมาเก็บบอลแต่เปิดไปติดบล็อคโชคดีเด้งมาเข้าทาง เอ็มบั๊ปเป้ อัดเต็มแรงไปติดตัว เลออน โกเร็ทซ์ก้า

    นาทีที่ 18 เปแอสเช พลาดโอกาสทอง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ถอยมาเก็บบอลทางฝั่งซ้ายก่อนจ่ายต่อให้ เนย์มาร์ หลุดเข้าไปตวัดด้วยซ้ายติดเซฟ มานูเอล นอยเออร์ เด้งมาเข้าเท้า เนย์มาร์ พยายามจ่ายเข้าในแต่ นอยเออร์ โชว์เหนือใช้ขาบล็อคไว้ได้

    ต่อมาอีก 4 นาที "เสือใต้" แลกหมัดบ้างเป็น อัลฟอนโซ่ เดวิส เติมมาครอสเข้าเขตโทษบอลแรงเลย โธมัส มุลเลอร์ มาเข้าทาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หมุนตัวอัดด้วยขวาไปติดปลายมือ เกย์ลอร์ นาวาส เปลี่ยนทางไปชนเสา

    นาทีต่อมา เนย์มาร์ ไม่ยอมน้อยหน้าใช้ความสามารถเฉพาะตัวพาบอลแหวกมาเกือบครึ่งสนามก่อนป้ายให้ อังเคล ดิ มาเรีย ทำชิ่งกับ อันเดร์ เอร์เรร่า หลุดไปซัดด้วยขวาข้ามคานนิดเดียว

    ครึ่งทางผ่าน  บาเยิร์น มิวนิค ต้องมาเสีย เยโรม บัวเต็ง แนวรับคนสำคัญมีปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวต้องเปลี่ยน นิคลาส ซูเล่ ลงสนามแทน

    เกมสนุกแลกกันตลอด นาทีที่ 28 เปแอสเช เริ่มเครื่องติด เนย์มาร์ เปิดฟรีคิกทางมุมฝั่งขวาบอลไปติดแนวรับ "เสือใต้" มาเข้าทาง อันเดร์ เอร์เรร่า ตะบันหน้าหัวกะโหลกบอลพุ่งแรงตรงกรอบแต่ไปติด เลออน โกเร็ทซ์ก้า เปลี่ยนทางออกหลังไป

    3 นาทีต่อมา โธมัส มุลเลอร์ ถอยมาเก็บบอลทางฝั่งขวาก่อนครอสเข้าในไปแฉลบหัว เพรสเนล คิมเพมเบ้ เลยมาเข้าทาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทิ้งตัวโขกเต็มหัวโชคไม่ดีไปตรงตัว เกย์ลอร์ นาวาส ผวาปัดเอาไว้ได้

    ช่วงท้ายนาที 44 เปแอสเช พลาดโอกาสขึ้นนำเหลือเชื่อ ดาวิด อลาบา จ่ายบอลหน้าประตูตัวเองไม่ดีไปเข้าทาง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ทำชิ่งเร็วให้ อันเดร์ เอร์เรร่า หลุดเข้าไปหักย้อนให้ เอ็มบั๊ปเป้ ยิงโล่งๆระยะ 5 หลาไปเข้ามือ มานูเอล นอยเออร์

    พอทำไม่ได้เกือบเสีย นาทีที่ 45+1 คิงสลี่ย์ โกมัน แหวกเข้ากรอบเขตโทษก่อนโดน ธีโล่ เคห์เรอร์ ตามมาเหนี่ยวล้มลงไปโชคดี ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ ไม่ตัดสินให้เป็นจุดโทษ

    หมดครึ่งเวลาแรก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 0 บาเยิร์น มิวนิค 0

    แต่แล้วนาทีที่ 59 "เสือใต้" มาได้ประตูขึ้นนำเป็นบอลทางฝั่งขวาของ แซร์จ นาบรี้ สอดมาสุดเส้นหักเข้าในไปติดบล็อคไหลมาเข้าทาง โยชัว คิมมิช ตักหยอดไปเสาไกลข้ามหัว  ธีโล่ เคห์เรอร์ มาถึง คิงสลี่ย์ โกมัน โขกย้อนทาง เกย์ลอร์ นาวาส ตุงตาข่ายสุดสวย

    ต่อมานาทีที่ 66 เปแอสเช ต้องเดินหน้าลุย อังเคล ดิ มาเรีย เก็บบอลทางฝั่งขวาก่อนครอสเข้าในให้  คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ โฉบตัดหน้า นิคลาส ซูเล่ แต่ไม่ถึงบอลเลยไปเข้ามือ มานูเอล นอยเออร์

    3 นาทีต่อมาเป็นจังหวะเล่นเร็วของ มาร์โก แวร์รัตติ เปิดยาวให้ อังเคล ดิ มาเรีย หลุดขึ้นมาตวัดลอดขา ดาวิด อลาบา และเป็น มาร์กินญอส สอดมาซัดด้วยขวาไปติดเท้า มานูเอล นอยเออร์ เซฟเอาไว้ได้เหลือเชื่อ

    20 นาทีสุดท้ายเกมเป็นของ "เสือใต้" ครองบอลอยู่ฝ่ายเดียวแต่ไม่มีจังหวะปิดกล่อง ส่วนทาง เปแอสเช เมาหมัดขาดความเฉียบคมและต้องชม มานูเอล นอยเออร์ เหนียวหนึบเหลือเกิน

    ช่วงทดเจ็บ เปแอสเช มาได้ลุ้นส่งท้ายจาก คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ จ่ายบอลตัดแนวรับให้ เนย์มาร์ สอดมาป้ายเข้าในแต่ เอริค ชูโป-โมติง เข้าไม่ถึงปล่อยบอลเลยออกหลังไป

    หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 0 บาเยิร์น มิวนิค 1 ลูกทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ผงาดครองแชมป์ถ้วยใบใหญ่ของสโมสรยุโรปเป็นสมัยที่ 6 และซิว "ทริปเปิ้ลแชมป์" ในซีซั่นนี้

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เกย์ลอร์ นาวาส – ธีโล่ เคห์เรอร์, ติอาโก้ ซิลวา, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ฆวน เบร์นาต (เลย์แว็ง คูร์ซาว่า น.80) – อันเดร์ เอร์เรร่า (ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ น.72), มาร์กินญอส, เลอันโดร ปาเรเดส (มาร์โก แวร์รัตติ น.65) – อังเคล ดิ มาเรีย (เอริค ชูโป-โมติง น.80), เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้

    เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง (นิคลาส ซูเล่ น.25), ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.86) – แซร์จ นาบรี้ (ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ น.68), โธมัส มุลเลอร์, คิงสลี่ย์ โกมัน (อิวาน เปริซิช น.68) – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

เดือด!บาเยิร์นฟัดเปแอสเชจัด “เลวาน-เปริซิซ” วัด “เนย์มาร์-เอ็มบั้ปเป้” ชิงฯ ชปล.



"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เตรียมจัดทัพหนักนำทะลวงประตูโดย โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ อิวาน เปริซิช เกมพบ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์แชร์กแมง ที่ไม่น้อยหน้ามี เนย์มาร์ กับ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ประสานคมขุดสกอร์ ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. ศกนี้ เวลา 02.00 น.
ปรีวิว ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2563
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)  –  บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน)

สนาม :  เอสตาดิโอ ดา ลุซ (โปรตุเกส, สนามกลาง)

    โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมันของเปแอสเช พาทีมกวาดแชมป์ไป 4 รายการในฤดูกาลนี้ ได้แก่ แชมป์ลีก เอิง ฉบับตัดจบ, เฟร้นช์ คัพ, ลีก คัพ และโทรเฟ่ส์ เดส์ ช็องปิยงส์ (ซูเปอร์ คัพ) ส่วนในเส้นทางรายการนี้โค่นคู่แข่งจากเมืองเบียร์ถึง 2 ทีมก่อนหน้านี้คือ ดอร์ทมุนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และ แอร์เบ ไลป์ซิก สดๆ ร้อนๆ รอบรองชนะเลิศ

    ความพร้อมล่าสุดยังคงไม่มีวี่แวว เกย์ลอร์ นาวาส โกลมือ 1 ตัวทีมชาติคอสตาริกา ที่เจ็บไม่หาย เปิดโอกาส เซร์คิโอ ริโก้ ลงเฝ้าเสาต่อ แต่ข่าวดีคือ มาร์โก แวร์รัตติ มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี หายเจ็บลงสำรองเกมรัว ไลป์ซิก 3-0

    การคัมแบ็กของ แวร์รัตติ หมายความว่า อันเดร์ เอร์เรร่า หรือ เลอันโดร ปาเรเดส คนใดคนหนึ่งจะต้องหลีกทางไปนั่งสำรอง โดยสื่อคาดกันว่ารายหลังน่าถูกหวยที่สุด

    คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ สตาร์ดาวยิงความเร็วสูงฟิตออกสตาร์ตได้ตั้งแต่แมตช์ที่แล้วเช่นกัน นัดนี้พร้อมลุยในแนวรุกเคียงข้าง อังเคล ดิ มาเรีย เจ้าของผลงานยิง 1 จ่าย 2 จากเกมเดียวกัน และ เนย์มาร์ ที่อยู่ในช่วงฟอร์มดีอีกราย

    ในแนวรับ ติอาโก้ ซิลวา กัปตันเลือดแซมบ้าจะลงเล่นนัดสุดท้ายก่อนหมดสัญญา ส่วน ฆวน เบร์นาต แบ็กซ้ายสแปนิชจะได้เจอกับต้นสังกัดเก่า

    ทีมเสือใต้ของ ฮันซี่ ฟลิค รักษาสถิติชนะรวดนับจากรีสตาร์ตฤดูกาลจนรับไปแล้ว 2 แชมป์ คือ บุนเดสลีกา กับเดเอฟเบ โพคาล ส่วนเส้นทางยูซีแอลก็ฟาดชัยเรียบวุธตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

    ความพร้อมของทีมได้ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แบ็กขวาแชมป์โลกหายเจ็บกลับมาติดทีมในเกมตัดเชือกที่ถล่ม โอลิมปิก ลียง 3-0 แต่เชื่อกันว่า ฟลิค น่าจะยึดผู้เล่นชุดเดิม ที่เล่นได้ดี ทำให้ โยชัว คิมมิช ได้จองพื้นที่แบ็กขวาต่อไป

    อย่างไรก็ตามทีมมีปัญหาตรงเซนเตอร์แบ็กเมื่อ เยโรม บัวเต็ง เจ็บจนโดนเปลี่ยนออกในนัดที่แล้ว ต้องประเมินความฟิตถึงนาทีสุดท้าย หากไม่ไหวต้องใช้บริการ นิคลาส ซือเล่ ส่วนในรายของ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ นั้น ฟลิค จะจับมายืนแบ็กซ้ายมากกว่า

    ตำแหน่งอื่นๆ ไม่เปลี่ยนจากชุดที่ใช้มาตลอดเส้นทาง ”มินิทัวร์นาเมนต์” ที่โปรตุเกส แดนกลางวาง ติอาโก้ อัลกันตาร่า คุมเกมคู่ เลออน โกเร็ทซ์ก้า แทนที่ คิมมิช ซึ่งถูกขยับลงไปช่วยแนวรับ

    แนวรุกสามตัวบนยังคงไว้ใจ อิวาน เปริซิช ที่ยืมมาจาก อินเตอร์ มิลาน ประสานงานกับ แซร์จ นาบรี้ และ โธมัส มุลเลอร์ คอยสนับสนุน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หอกโปแลนด์ ฟอร์มฮอต นั่นหมายความว่า คิงส์เล่ย์ โกมัน จอมเลื้อยอดีตเด็กปั้นเปแอสเช ต้องรอโอกาสบนม้านั่งสำรองไปก่อน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (4-3-3) : เซร์คิโอ ริโก้ – ธีโล่ เคห์เรอร์, ติอาโก้ ซิลวา, เพรสเนล คิมเพมเบ้, ฆวน เบร์นาต – อันเดร์ เอร์เรร่า, มาร์กินญอส, มาร์โก แวร์รัตติ – อังเคล ดิ มาเรีย, เนย์มาร์, คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้
    เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล

    บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1) : มานูเอล นอยเออร์ – โยชัว คิมมิช, เยโรม บัวเต็ง, ดาวิด อลาบา, อัลฟอนโซ่ เดวิส – เลออน โกเร็ทซ์ก้า, ติอาโก้ อัลกันตาร่า – แซร์จ นาบรี้, โธมัส มุลเลอร์, อิวาน เปริซิช – โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
    เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค

    ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

ผลการแข่งขันที่ผ่านมา ในแชมเปี้ยนส์ ลีก 
ฤดูกาล 2017/2018     กลุ่ม บี    บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 3-1 
ฤดูกาล 2017/2018    กลุ่ม บี     เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 3-0    
ฤดูกาล 2000/2001    กลุ่ม เอฟ     บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 2-0
ฤดูกาล 2000/2001    กลุ่ม เอฟ    เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 1-0
ฤดูกาล 1997/1998     กลุ่ม อี     เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 3-1
ฤดูกาล 1997/1998    กลุ่ม อี      บาเยิร์น ชนะ เปแอสเช 5-1
ฤดูกาล 1994/1995     กลุ่ม บี    บาเยิร์น แพ้  เปแอสเช 0-1
ฤดูกาล 1994/1995     กลุ่ม บี    เปแอสเช ชนะ บาเยิร์น 2-0
 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
19/08/20    ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (สนามกลาง)     ชปล.
13/08/20    ชนะ อตาลันต้า 2-1 (สนามกลาง)     ชปล.
06/08/20    ชนะ โซโชซ์ 1-0 (เหย้า)     อุ่นเครื่อง
01/08/20    เสมอ ลียง 0-0 (สนามกลาง)     เฟร้นช์ ลีก คัพ
25/07/20     ชนะ แซงต์-เอเตียน 1-0 (สนามกลาง) เฟร้นช์ คัพ

บาเยิร์น มิวนิค
20/08/20 ชนะ ลียง 3-0 (สนามกลาง)     ชปล.
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง)     ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า)         ชปล.
31/07/20 ชนะ มาร์กเซย 1-0 (สนามกลาง)     อุ่นเครื่อง
05/07/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 (สนามกลาง) เดเอฟเบ โพคาล

เกร็ดและสถิติที่น่าสนใจของทั้งสองทีม
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 
 อันดับของยูฟ่า : 7  
สถิติฤดูกาลนี้ : แข่ง 10 ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 1 ได้ 25 เสีย 5
เข้ามาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์ กลุ่ม เอ, ชนะ ดอร์ทมุนด์ 3-2 (รอบ 16 ทีม), ชนะ อตาลันต้า 2-1 (รอบก่อนรองชนะเลิศ), ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (รอบรองชนะเลิศ) 
ดาวซัลโวสูงสุด : คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ 5 ประตู
ผลงานฤดูกาลที่แล้ว : รอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผลงานดีที่สุดในรายการนี้ : รอบชิงชนะเลิศ (2019-20)

บาเยิร์น มิวนิค
อันดับของ ยูฟ่า : 2   
สถิติฤดูกาลนี้ : แข่ง 10 ชนะ 10 เสมอ 0 แพ้ 0 ได้ 42 เสีย 8
เข้ามาถึงรอบนี้ได้อย่างไร : แชมป์ กลุ่ม บี, ชนะ เชลซี 7-1 (รอบ 16 ทีม), ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (รอบก่อนรองชนะเลิศ), ชนะ ลียง 3-0 (รอบรองชนะเลิศ) 
ดาวซัลโวสูงสุด : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 15 ประตู
ผลงานฤดูกาลที่แล้ว : รอบก่อนรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผลงานดีที่สุดในรายการนี้ : แชมป์ 5 (ครั้งหลังสุดฤดูกาล 2012-13 )

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
รอบแบ่งกลุ่ม
19/09/19 ชนะ เรอัล มาดริด 3-0 (เหย้า) ชปล.
02/10/19 ชนะ กาลาตาซาราย 1-0 (เยือน) ชปล.
23/10/19 ชนะ คลับ บรูช 5-0 (เยือน) ชปล.
07/11/19 ชนะ คลับ บรูช 1-0 (เหย้า) ชปล.
27/11/19 เสมอ เรอัล มาดริด 2-2 (เยือน) ชปล.
12/12/19 ชนะ กาลาตาซาราย 5-0 (เยือน) ชปล.

รอบ 16 ทีมสุดท้าย
19/02/20 แพ้ ดอร์ทมุนด์ 1-2 (เยือน) ชปล.
12/03/20 ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 (เหย้า) ชปล.

รอบ 8 ทีมสุดท้าย
13/08/20 ชนะ อตาลันต้า 2-1 (สนามกลาง) ชปล.

รอบรองชนะเลิศ
19/08/20 ชนะ ไลป์ซิก 3-0 (สนามกลาง) ชปล.

บาเยิร์น มิวนิค
รอบแบ่งกลุ่ม
19/09/19 ชนะ เซอร์เวน่า ซเวซด้า 3-0 (เหย้า) ชปล.
02/10/19 ชนะ สเปอร์ส 7-2 (เยือน) ชปล.
23/10/19 ชนะ โอลิมเปียกอส 3-2 (เยือน) ชปล.
07/11/19 ชนะ โอลิมเปียกอส 2-0 (เหย้า) ชปล.
27/11/19 ชนะ เซอร์เวน่า ซเวซด้า 6-0 (เยือน) ชปล.
12/12/19 ชนะ สเปอร์ส 3-1 (เหย้า) ชปล.

รอบ 16 ทีมสุดท้าย
26/02/20 ชนะ เชลซี 3-0 (เยือน) ชปล.
09/08/20 ชนะ เชลซี 4-1 (เหย้า) ชปล.

รอบ 8 ทีมสุดท้าย
15/08/20 ชนะ บาร์เซโลน่า 8-2 (สนามกลาง) ชปล.

รอบรองชนะเลิศ
20/08/20 ชนะ ลียง 3-0 (สนามกลาง) ชปล.

เฮนเดอร์สันรอรับทรัพย์, เด เคอา ยืน 1 ! เปิดค่าเหนื่อยนักเตะแมนยู

ดาบิด เด เคอา นายทวารชาวสแปนิช คงจะต้องหวาดหวั่นกับการรักษาตำแหน่งมือ 1 ทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อต้นสังกัดเตรียมจับ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูจอมหนึบ ขยายสัญญาออกไปถึง 4 ปี ซึ่งงานนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าต้นสังกัดเชื่อมั่นว่า โกลชาวอังกฤษ จะเป็นอนาคตของทีม

    นายด่านปราการสุดท้าย วัย 23 ปีทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงระหว่างที่ถูกส่งไปเฝ้าเสากับ "ดาบคู่" เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้บรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ต่างเรียกร้องสโมสรให้โอกาสกับ เฮนเดอร์สัน ในการเฝ้าเสาตัวจริง "ผีแดง" แทน เด เคอา ที่เล่นผิดพลาดบ่อยครั้งจนสร้างความเสียหายให้กับทีม

    ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เล็งเห็นว่า เฮนเดอร์สัน มีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพของเขาไปได้อีกครั้ง จึงได้สะกิดบอร์ดบริหารให้ยื่นสัญญาใหม่กับนักเตะพร้อมเพิ่มจำนวนค่าเหนื่อยจากเดิม 60,000 ปอนด์ (ราว 2.28 ล้านบาท) เป็น 100,000 ปอนด์ (ราว 3.8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

 

    นอกจากนี้ในสัญญาฉบับใหม่ยังมีออปชั่นสามารถขยายสัญญาเพิ่มได้อีก 1 ปี ที่การยื่นค่าเหนื่อยล่อใจในครั้งนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องแบกรับค่าเหนื่อยให้กับคนในตำแหน่งนายทวารในทีมชุดใหญ่รวมแล้ว 575,000 ปอนด์ (ราว 21.85 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เลยทีเดียว

     เด เคอา รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ราว 13.3 ล้านบาท) ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ฟันเงินในตอนนี้ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.66 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลี แกรนท์ รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ราว 1.14 ล้านบาท)

 

    ในขณะเดียวกันค่าเหนื่อยที่ เฮนเดอร์สัน ได้รับอยู่ในระดับเดียวกัน บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ในส่วนของ โอเดียน อิกาโล่ หัวหอกตัวยืมชาวไนจีเรีย ได้รับค่าเหนื่อยจากสโมสรถึง 125,000 ปอนด์ (ราว 4.75 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

 

     สำหรับ เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งพุ่งแรง ได้มีการอัพเกรดค่าเหนื่อยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงระหว่างที่นักเตะสามารถแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ จำนวน 40,000 ปอนด์ (ราว 1.52 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ในส่วนของ เจสซี่ ลินการ์ด ปีกอินสตราแกรมแม้ผลงานไม่เข้าตาแฟนบอล "ผีแดง" แต่ยังได้รับค่าเหนื่อยถึง 75,000 ปอนด์ (ราว 2.85 ล้านบาท)

 

     แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเหนื่อยให้กับนักเตะประมาณ 352 ล้านปอนด์ (ราว  13,376 ล้านบาท) ซึ่งรวมทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ช ในช่วงระหว่างฤดูกาล 2018/2019 ขณะที่ในปีนี้ค่าใช้จ่ายของพวกเขาเพิ่มขึ้นถึง 56 เปอร์เซนต์ ประมาณ 627 ล้านปอนด์ (ราว 23,826 ล้านบาท)

    ที่สำคัญไปยิ่งกว่านั้นก็คือเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ผู้เล่น 11 รายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีรายได้มากกว่า 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว
 
    อันดับค่าเหนื่อยนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
นักเตะ                            ค่าเหนื่อยต่อปี (ปอนด์)                               ค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ (ปอนด์)
1. ดาบิด เด เคอา                 19.5 ล้าน  (ราว 741 ล้านบาท)                350,000 (ราว 13.3 ล้านบาท)
2. . ปอล ป็อกบา                  15 ล้าน (ราว  570 ล้านบาท)                   290,000 (ราว 11.02 ล้านบาท)
3. อองโตนี่ มาร์กซิยาล          13 ล้าน (ราว 494 ล้านบาท)                    250,000  (ราว 9.5 ล้านบาท)
4.  มาร์คัส แรชฟอร์ด              10.4 ล้าน   (ราว 395.2 ล้านบาท)           200,000 (ราว 7.6 ล้านบาท)
5. แฮร์รี่ แม็กไกวร์                   9.8 ล้าน   (ราว 372.4 ล้านบาท)            189,000 (ราว 7.18 ล้านบาท)
6.  ฆวน มาต้า                        8.3 ล้าน  (ราว 315.4 ล้านบาท)             160,000 (ราว 6  ล้านบาท)
7. ลุค ชอว์                            7.8 ล้าน  (ราว 296.4 ล้านบาท)             150,000 (ราว 5.7 ล้านบาท)
8. โอเดียน อิกาโล่                  6.5 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                 120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. เฟร็ด                                6.2 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                  120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ               6.2 ล้าน  (ราว 247 ล้านบาท)                 120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
9. เนมานย่า มาติช                    6.2 ล้าน (ราว 247 ล้านบาท)                  120,000 (ราว 4.56 ล้านบาท)
12. บรูโน่ แฟร์นันด์ส                5.1 ล้าน  (ราว 193.8 ล้านบาท)             100,000 (ราว 3.8 ล้านบาท)
12. ดีน เฮนเดอร์สัน                 5.1 ล้าน (ราว 193.8 ล้านบาท)              100,000 (ราว 3.8 ล้านบาท)
14. อารอน วาน-บิสซาก้า          4.6 ล้าน (ราว 174.8 ล้านบาท)               90,000 (ราว 3.42 ล้านบาท)
15. เอริก ไบยี่                        4.1 ล้าน (ราว 155.8 ล้านบาท)              80,000 (ราว 3.04 ล้านบาท)
15. มาร์กอส โรโฮ                    4.1 ล้าน (ราว 155.8 ล้านบาท)              80,000 (ราว 3.04 ล้านบาท)
17. ฟิล โจนส์                        3.9 ล้าน  (ราว 148.2 ล้านบาท)              75,000 (ราว 2.85 ล้านบาท)
17. เจสซี่ ลินการ์ด                    3.9 ล้าน (ราว 148.2 ล้านบาท)              75,000 (ราว 2.85  ล้านบาท)
19. คริส สมอลลิ่ง                    3.6 ล้าน (ราว 136.8 ล้านบาท)              70,000 (ราว 2.6 ล้านบาท)
19. เซร์คิโอ โรเมโร่                    3.6 ล้าน (ราว 136.8 ล้านบาท             70,000 (ราว 2.6 ล้านบาท)
21. สกอตต์ แม็คโทมิเนย์            3.1 ล้าน (ราว 117.8 ล้านบาท)               60,000 (ราว 2.28 ล้านบาท)
22. แดเนียล เจมส์                    2.3 ล้าน  (ราว 87.4 ล้านบาท)              45,000 (ราว 1.71 ล้านบาท)
23. เมสัน กรีนวู้ด                      2 ล้าน (ราว 76 ล้านบาท)                     40,000 (ราว 1.52 ล้านบาท)
24. ลี แกรนท์                          1.5 ล้าน (ราว  57 ล้านบาท)                   30,000 (ราว 1.14 ล้านบาท)
24. อันเดรส เปเรยร่า                 1.5 ล้าน (ราว  57 ล้านบาท)                30,000 (ราว 1.14  ล้านบาท)
26. ดีโอโก้ ดาโลต์                    1.3 ล้าน  (ราว 49.4 ล้านบาท)               25,000 (ราว 950,000 บาท)
27. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์                780,000  (ราว 29.6 ล้านบาท)         15,000 (ราว 570,000 บาท)
28. อักเซล ตวนเซเบ้                    780,000 (ราว 29.6 ล้านบาท)           15,000 (ราว 570,000 บาท)