เดือดแน่! ยักษ์ชนยักษ์8ทีมชปล. พร้อมเปิดเส้นทางรอบรองฯ ใครจะเจอใคร

เปิดโผจับติ้วรอบ 8 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก! บาร์เซโลน่า มีลุ้นชน บาเยิร์น หากผ่านคู่แข่งอย่าง นาโปลี และ เชลซี มาได้ทั้งคู่ ขณะที่ผู้ชนะคู่ เรอัล มาดริด กับ แมนฯ ซิตี้ เจอผู้ชนะคู่ โอลิมปิก ลียง กับ ยูเวนตุส

     สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ทำการจับสลากประกบคู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย และรอบรองชนะเลิศ ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ที่เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา

    ในการเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้ายจนถึงนัดชิงชนะเลิศจะเตะแบบนัดเดียวจบที่ประเทศโปรตุเกส โดยใช้ 2 สนาม คือ เอสตาดิโอ ชูเซ่ อัลวาล้าด รังเหย้าของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ เอสตาดิโอ ดา ลุช รังเหย้าของ เบนฟิก้า ที่จะใช้เป็นนัดชิงชนะเลิศด้วย หลังจากศึกชิงถ้วย "บิ๊กเอียร์" จำเป็นต้องหยุดการแข่งขันไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    ส่วนรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ยังเตะไม่จบอีก 4 คู่ (ยูเวนตุส พบ โอลิมปิก ลียง นัดแรก 0-1, แมนฯ ซิตี้ พบ เรอัล มาดริด นัดแรก 2-1, บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี นัดแรก 3-0 และ บาร์เซโลน่า พบ นาโปลี นัดแรก 1-1) นั้น จะเล่นนัดสองที่สนามของทีมเจ้าบ้านตามโปรแกรมเดิมในวันที่ 7-8 ส.ค. นี้

    สรุปผลการจับสลากประกบคู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย และรอบรองชนะเลิศ

    รอบ 8 ทีมสุดท้าย

    คู่ 1- เรอัล มาดริด (สเปน)/แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ) พบโอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส)/ ยูเวนตุส (อิตาลี)
    คู่ 2- แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี) พบ แอตเลติโก มาดริด (สเปน)
    คู่ 3 – นาโปลี (อิตาลี) / บาร์เซโลน่า (สเปน) พบ เชลซี (อังกฤษ)/บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี)
    คู่ 4-  อตาลันต้า (อิตาลี) พบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส)

    รอบรองชนะเลิศ

    – ผู้ชนะคู่ 1 พบ ผู้ชนะคู่ 3
    – ผู้ชนะคู่ 2 พบ ผู้ชนะคู่ 4

    โปรแกรม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

    7-8 ส.ค. – รอบ 16 ทีมสุดท้ายคู่ที่ยังเตะไม่จบ
    12-15 ส.ค. – รอบ 8 ทีมสุดท้าย
    18-19 ส.ค. – รอบรองชนะเลิศ
    23 ส.ค. – รอบชิงชนะเลิศ

ตุลาเจอกัน! ยูฟาประกาศวันแข่ง UCL ฤดูกาลหน้า

องค์กรลูกหนังยุโรปคลอดโปรแกรมแข่งคร่าว ๆ สำหรับถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกในซีซันหน้าออกมาแล้ว โดยจะเริ่มต้นในวันที่ 20 ตุลาคม

สหพันธ์ลูกหนังยุโรป ประกาศวันแข่งฟุตบอล ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2020/21 ออกมาแล้ว โดยจะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมเป็นต้นไป

ขณะที่เกมนัดชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคม ที่สนาม อาตาเติร์ก สเตเดี้ยม ในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งเดิมทีเป็นสังเวียนนัดชิงดำในปีนี้ แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ยูฟาตัดสินใจโยกการแข่งขันตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปเล่นที่เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ในเดือนสิงหาคมนี้แทน

วันแข่งศึกแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลหน้า มีดังนี้
รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 1 – 20/21 ตุลาคม 2020

รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 2 – 27/28 ตุลาคม 2020

รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 3 – 3/4 พฤศจิกายน 2020

รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 4 – 24/25 พฤศจิกายน 2020

รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 5 – 1/2 ธันวาคม 2020

รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 6 – 8/9 ธันวาคม 2020

รอบ 16 ทีม นัดแรก – 16/17 กุมภาพันธ์ และ 23/24 กุมภาพันธ์ 2021

รอบ 16 ทีม นัดสอง – 9/10 มีนาคม และ 16/17 มีนาคม 2021

รอบ 8 ทีม นัดแรก – 6/7 เมษายน 2021

รอบ 8 ทีม นัดสอง – 13/14 เมษายน 2021

รอบรองชนะเลิศ นัดแรก – 27/28 เมษายน 2021

รอบรองชนะเลิศ นัดสอง – 4/5 พฤษภาคม 2021

รอบชิงชนะเลิศ – 29 พฤษภาคม 2021

บรูโน่แรงไม่หยุด-กรีนวู้ดฉุดไม่อยู่! 5 ประเด็นฮอตหลังแมนยูยำบอร์นมัธ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้าเก็บชัยชนะเป็นเกมที่ 3 ติดต่อกันในลีกหลังเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ถล่มบอร์นมัธ 5-2 โดยเกมนี้เป็นอีกครั้งที่แนวรุกของ "ปีศาจแดง" โชว์ฟอร์มจัดจ้านจนทำลายกำแพงเกมรับของบอร์นมัธย่อยยับ ทว่าเกมรับของพวกเขาเสียถึง 2 ประตูซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญ เรามาผ่าประเด็นน่าสนใจเกมนี้กัน

1.บรูโน่หยุดไม่อยู่

        คงไม่ผิดหากจะบอกว่าการเซ็นสัญญา บรูโน่ แฟร์นันด์ส ถือเป็นการซื้อขายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในฤดูกาลนี้ เขาถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ “ปีศาจแดง” และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งในเกมกับ บอร์นมัธ

        มิดฟิลด์ขาวโปรตุเกสมีอิทธิพลมากกับเกมรุกของแมนฯ ยูไนเต็ด ตลอดทั้ง 90 นาที เราได้เห็นเขาสร้างสรรค์เกมแบบเพลินตาในแผงกองกลางซึ่งการกลับมาของ ปอล ป็อกบา ก็ช่วยสนับสนุนการเล่นของ บรูโน่ อีกด้วย ทัศนคติของเขาบวกกับคุณภาพการเล่นช่วยให้ทีมกลับมาได้อย่างรวดเร็วหลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่ต้นเกม

        เขาจ่ายคีย์พาสถึง 5 ครั้งและทำ 2 แอสซิสต์ในครึ่งเวลาแรกก่อนจะยิงฟรีคิกสุดสวยในครึ่งเวลาหลังทำให้ตอนนี้เขามีส่วนร่วมกับประตูถึง 13 ประตูในทุกรายการนับตั้งแต่ย้ายเข้ามาสวมเสื้อ “ผีแดง” (ยิง 7 ประตู และ 6 แอสซิสต์)

2.กรีนวู้ดฮอตจริง

        เป็นฤดูกาลแห่งการแจ้งเกิดของ เมสัน กรีนวู้ด จริงๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเจ้าหนูวัย 18 ปีทำผลงานสุดยอดด้วยการยิง 1 จ่าย 1 ในเเกมพบ ไบรท์ตัน และสัปดาห์นี้เขาก็มาแผลงฤทธิ์อย่างต่อเนื่องกับเกม บอร์นมัธ แม้ว่าช่วงก่อนตีเสมอเจ้าตัวจะมีบทบาทน้อยแต่สิ่งที่เขาต้องการคือโอกาสในการง้างเท้ายิงเท่านั้น

        เจ้าตัวโยกมาอยู่ทางซ้ายและรับบอลจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก่อนยิงประตูอย่างแรงทำให้นายด่านบอร์นมัธเซฟไม่อยู่ สัปดาห์ที่แล้วเขาก็โยกมาอยู่ทางซ้ายและครอสบอลให้ บรูโน่ ทำประตู นี่คือสิ่งที่ กรีนวู้ด พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตำแหน่งของเขายืดหยุ่นได้ในแนวรุก เจ้าตัวมักจะสลับฝั่งกับ แรชฟอร์ด อยู่บ่อยครั้งเพื่อเพิ่มความหลากหลายในเกมรุก

        ส่วนประตูสองถือว่าสำคัญมากเพราะเป็นดึงโมเมนตัมให้กลับมาอยู่ทางฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่ง กรีนวู้ด ก็ยิงประตูด้วยเท้าขวาอย่างสุดสวย กลายเป็นประตูที่ 15 ของเขาในฤดูกาลนี้รวมทุกรายการทั้งที่เพิ่งจะอายุ 18 ปีเท่านั้น คงต้องบอกว่าเจ้าหนูคนนี้เป็นแข้งดาวรุ่งท่ีมีอนาคตไกลแน่นอน

3.ต้องติวเกมรับด่วน

        ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทุ่มเงิน 80 ล้านปอนด์เพื่อนำเข้า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ทำให้แนวรับของ “ปีศาจแดง” ปรับปรุงขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด นอกจากจะเป็นเรื่องเกมรับแล้วยังมีเรื่องความเป็นผู้นำจนได้ปลอกแขนกัปตันทีมอีกด้วย อย่างไรก็ตามตัว แม็กไกวร์ เองยังมีความผิดพลาดให้เห็นอยู่เรื่อยๆ อย่างในนัดรีสตาร์ทเจ้าตัวมีส่วนผิดพลาดในการประกบ เบิร์กไวจ์น จนทำให้ทีมเสียประตู

        แม้ 3 เกมก่อนหน้านี้จะกลับมาคุมแนวรับได้ดีแต่เกมกับ บอร์นมัธ แม็กไกวร์ กลับมาเสียท่าอีกครั้งหลังโดน จูเนียร์ สตานิสลาฟ แตะบอลลอดขาเข้าไปทำประตูอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นเขาก็ดูจะเสียความมั่นใจเนื่องจากจ่ายบอลผิดพลาดง่าย ยังเสียบอลในพื้นที่อันตรายอีกหลายครั้ง

        นอกจาก แม็กไกวร์ แล้ว ประตูนี้ ดาบิด เด เคอา ก็โดนวิจารณ์จาก ริโอ เฟอร์ดินาน ว่าปิดเสาแรกไม่ดี กลายเป็นความผิดพลาดของ เด เคอา นับครั้งไม่ถ้วนแล้วในฤดูกาลนี้ ด้าน เอริก ไบยี่ ที่ลงมาในครึ่งหลังก็ทำเสียจุดโทษแบบง่ายดายจากการแฮนด์บอลในจังหวะที่ไม่ได้โดนกดดันจากคู่แข่งเลย นี่เป็นสิ่งที่ทีมสต๊าฟฟ์โซลชาต้องติวเข้มให้มากขึ้น ไม่ให้เกิดความผิดพลาดในเกมรับง่ายเพราะการเสียประตูในช่วงต้นเกมครึ่งแรกและครึ่งหลังไม่เป็นอันดีสักเท่าไหร่

4.สามประสานโหดจัด

 

        โซลชา ค้นพบสามประสานแนวรุกที่ลงตัวเป็นอย่างมาก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมทีมถล่มประตูถึง 11 ลูกใน 3 เกมหลังสุด โดยเกมนี้กองหน้าทั้งสามคนต่างมีชื่อทำสกอร์หมด ในรายของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ก่อนหน้านี้ฟอร์มการถล่มตาข่ายของเขายังไม่เข้าฝักสักเท่าไหร่ตั้งแต่หายจากอาการบาดเจ็บ แต่เขาได้โอกาสจาก บรูโน่ ให้ยิงจุดโทษเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมาซึ่งเจ้าตัวก็สังหารประตูไม่พลาด

        ขณะที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่แม้เกมนี้จะมีบทบาทน้อยอีกเช่นเคยแต่เจ้าตัวใช้โอกาสยิงเข้ากรอบ 1 ครั้งเปลี่ยนเป็นประตูที่สุดสวยจากการปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยม ด้านเจ้าหนู กรีนวู้ด  ทำผลงานดีต่อเนื่องด้วยการเหมาสองประตูสุดสวยในเกมนี้

        สามประสานของ “ปีศาจแดง” มีสถิติยอดเยี่ยมากในฤดูกาลนี้ โดย เมสัน กรีนวู้ด ลงเล่น 41 นัด ซัด 15 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงเล่น 39 นัดซัด 20 ประตู และทำ 6 แอสซิสต์ และมาร์คัส แรชฟอร์ด ลงเล่น 36 นัด ซัด 20 ประต และทำ 7 แอสซิสต์

5.ผ่านอีกทดสอบลุ้น ชปล.

 

        ชัยชนะเหนือ บอร์นมัธ ทำให้ แมนฯ​ยูไนเต็ด ไร้พ่ายเป็นนัดที่ 16  ติดต่อกันแล้ว แม้ว่าเกมนี้อาจจะเสียประตูแต่ถือว่าเป็นการเสียประตูในโอลด์ แทรฟฟอร์ด นับตั้งแต่พ่ายแพ้แก่ เบิร์นลีย์ คาบ้านเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาเลยทีเดียว

        น่าเสียดายที่ เลสเตอร์ ซิตี้ และเชลซี ต่างไม่พลาดเก็บชัยชนะทำให้ “ผีแดง” ยังรั้งอันดับ 5 ของตารางต่อไป แต่สิ่งที่ยังพอเป็นข่าวดีได้อยู่คือผู้ตามอย่าง วูล์ฟส์แฮมป์ตัน สะดุดพ่ายให้กับ อาร์เซน่อล ทำให้ “หมาป่า” ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด 3 แต้มแล้ว

        สำหรับ 5 นัดสุดท้าย “ปีศาจแดงจะต้องเจอกับ แอสตัน วิลล่า, เซาธ์แฮมป์ตัน, คริสตัล พาเลซ, เวสต์แฮม และเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งแม้ว่าดูเหมือนเป็นโปรแกรมที่ไม่หนักมากแต่ โซลชา ย้ำเตือนผู้เล่นว่าฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดท่าเสมอ วิลล่า และ เซาธ์แฮมป์ตัน รวมถึงพ่ายแพ้ให้กับ พาเลซ และเวสต์แฮม มาแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเกมที่ประมาทไม่ได้ มารอดูกันว่า โซลชา จะนำลูกทีมคว้าชัยได้หมดและคว้าตั๋ว ชปล. หรือไม่

โชเซ มูรินโญ : VAR ทำลายความสวยงามของเกมฟุตบอล

กุนซือไก่เดือยทองมองว่า VAR คือสิ่งที่เลวร้ายต่อความสวยงามของเกมฟุตบอล หลังประตูของ แฮร์รี เคน โดนปฏิเสธ

โชเซ มูรินโญ เฮดโค้ช ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สุดหัวเสียกับการทำหน้าที่ของ VAR หลังประตูของ แฮร์รี เคน ในเกมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด โดนปฏิเสธ

ไก่เดือยทอง บุกพ่ายดาบคู่ 1-3 ในศึกพรีเมียร์ลีกวันที่ 3 กรกฏาคม โดยเกมนี้มีเหตุการณ์ที่มีการถกเถียงกันเกิดขึ้นคือประตูตีเสมอของ แฮร์รี เคน นาทีที่ 33 ที่ยิงเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินเช็ค VAR แล้วมองว่ามีจังหวะแฮนด์บอลเกิดขึ้นก่อน

ซึ่งกุนซือชาวโปรตุเกสยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของ VAR และมองว่าการตัดสินควรมาจากผู้ตัดสินในสนามมากกว่า

"ผมคิดว่าผมคงไม่สามารถพูดสิ่งที่รู้สึกได้ นี่ไม่ใช่ผู้ตัดสินแล้ว ผู้ชายในสนามคือผู้ช่วยผู้ตัดสิน, ผู้ชายกับผู้หญิงที่ถือธงตอนนี้คือผู้ช่วยของผู้ช่วยผู้ตัดสิน" มูรินโญ กล่าว

"ผู้ตัดสินควรเป็นคนที่อยู่ในสนาม เรากำลังไปในทิศทางที่แย่มากสำหรับเกมที่สวยงาม"

ทั้งนี้ สเปอร์ส มี 45 คะแนน จากการลงสนาม 32 นัด หล่นไปอยู่อันดับ 9 ของตารางคะแนน

ปืนกำลังคึก! อาร์เซน่อลงานหนักดวลเลสเตอร์จัด “โอบา วัดคม วาร์ดี้”

มิเกล อาร์เตต้า นายใหญ่ อาร์เซน่อล ฟอร์มกำลังร้อนแรงชนะมา 4 เกมรวดรวมทุกรายการแถมยังมีลุ้นโควตา ยุโรป การจัดทัพไม่มีปัญหานำโดย ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ทางด้าน เลสเตอร์ ของกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส พลาดไม่ได้เพื่อตำแหน่ง "ท็อปโฟร์" หลังโดน เชลซี จี้อยู่แต้มเดียวมี เจมี่ วาร์ดี้ ลงบู๊ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ 7 ก.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2563
อาร์เซน่อล (7) – เลสเตอร์ (3)
ถ่ายทอดสด : ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล HD (02.15 น.)
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

    มิเกล อาร์เตต้า กุนซือไอ้ปืนใหญ่ยืนยันว่าทีมของเขายังมีลุ้นไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยช่วงนี้ยักษ์ใหญ่กรุงลอนดอนเล่นได้เฉียบขาด ชนะในพรีเมียร์ลีกมา 3 เกมติดต่อกันฟอร์มเมื่อสุดสัปดาห์พวกเขาบุกไปทุบวูล์ฟแฮมป์ตันได้ 2-0

    ทีมจะต้องลุ้นความฟิตของ เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ที่เจ็บหลังซึ่งเกมกับหมาป่า ก็ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง ส่วน อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ที่ลงสำรองแล้วยิงได้ มีลุ้นกลับมาเป็นตัวจริงแทน เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์

    แบร์นด์ เลโน่, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, ปาโบล มารี และ คาลั่ม แชมเบอร์ส ก็บาดเจ็บอยู่ทั้งหมดยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีมจิ้งจอกสยามอันดับ 3 พาทีมเข้าวินเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รีสตาร์ตได้เสียทีด้วยการเปิดบ้านชนะคริสตัล พาเลซไป 3-0 เมื่อสุดสัปดาห์

    เจมส์ แมดดิสัน, เบน ชิลเวลล์ และ อาโยเซ่ เปเรซ 3 ผู้เล่นสำคัญจะต้องทดสอบความฟิตก่อน

    ในรายของ ริคาร์โด้ เปไรร่า แบ็กขวาโปรตุเกส มีอาการบาดเจ็บที่เข่าจะลงเล่นไม่ได้แน่นอน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    อาร์เซน่อล (3–4-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช – เซดริก โซอาเรส, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ – บูคาโย่ ซาก้า, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

    เลสเตอร์ (3-4-1-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู – มาร์ค อัลไบรท์ตัน, วิลเฟรด เอ็นดิดี้, ยูริ ตีเลอมันส์, เบน ชิลเวลล์ – อาโยเซ่ เปเรซ – เคเลชี่ อิเฮียนาโช่, เจมี่ วาร์ดี้

ผู้ตัดสิน : เควิน คาวานาฟ

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน

10/11/19    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ 2 – 0 อาร์เซน่อล   
28/04/19    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ 3 – 0 อาร์เซน่อล   
23/10/18    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    3 – 1 เลสเตอร์
10/05/18    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ 3 – 1 อาร์เซน่อล   
12/08/17    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    4 – 3 เลสเตอร์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

อาร์เซน่อล

04/06/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
26/06/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 แพ้ ไบรท์ตัน 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เลสเตอร์

04/06/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 แพ้ เชลซี 0-1 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
24/06/20 เสมอ ไบรท์ตัน 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 เสมอ วัตฟอร์ด 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

รุกแจ่ม-รับก็เยี่ยม! เผยสถิติสุดโหด “บรูโน่” เกมแมนยูบุกต้อนไบรท์ตัน

เรียกได้ว่าเล่นได้คุ้มค่าตัว 55 ล้านยูโร (ประมาณ 1,925 ล้านบาท) อย่างแท้จริง สำหรับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ล่าสุดโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นอีกแล้ว หลังกระทุ้งคนเดียวสองตุงช่วย "ปีศาจแดง" บุกถล่ม ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-0 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอังคารที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา และนี่คือสถิติตัวเลขอันยอดเยี่ยมของ สตาร์ทีมชาติโปรตุเกสวัย 25 ปี ในเกมนี้ ถึงแม้เจ้าตัวเล่นอยู่ในสนามแค่ราวชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น
    – 64 : จำนวนนาทีในสนามเกมนี้ของ แฟร์นันด์ส ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก ซึ่ง อันเดรีย เปเรยร่า ลงเล่นแทน

    – 51 : จำนวนครั้งที่เจ้าตัวได้สัมผัสบอล

    – 4 : โอกาสได้ส่องลุ้นทำประตูของ แฟร์นันด์ส
   
    – 2 : จำนวนครั้งที่ แฟร์นันด์ ยิงตรงกรอบ และเป็นประตูทั้งสองครั้ง นอกนั้นยิงชนเสาและยิงหลุดกรอบอย่างละหนึ่งหน

    – 76 : เป็นเปอร์เซนต์การผ่านบอลเข้าเป้าของ แฟร์นันด์ส ในเกมนี้ (28 จาก 37)
   
    – 1 : จำนวนสร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตู

    – 3 : นอกจากเกมรุกสุดแจ่มแล้ว แมตช์นี้ แฟร์นันด์ส ยังเล่นเกมรับได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย เพราะชนะในการเข้าแท็กเกิ้ลถึง 3 จาก 6 ครั้ง (50%) ซึ่งจริงๆ แล้วบทบาทนี้ไม่ใช่หน้าที่หลักของมิดฟิลด์ตัวรุกอย่างเขา

    – 8.93 : เรตติ้งของ แฟร์นันด์ส ในเกมนี้จากเว็บไซต์ whoscored.com

    – 13 : แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่แพ้ใครตลอด 13 เกมที่ แฟร์นันด์ส ลงเล่น (ชนะ 9 เสมอ 4)
 
    – 31 : จำนวนประตูที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้ จาก 13 เกมที่มี แฟร์นันด์ ลงเล่น ซึ่งคิดแล้วเฉลี่ยตกเกมละ 2.4 ประตูเลยทีเดียว

5 แข้งเป้าหมาย เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องได้ตัวมาเล่นให้ ลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะวาง ติโม่ แวร์เนอร์ เอาไว้เป็นเป้าหมายอันดับ 1 ในตลาดนักเตะช่วงปิดฤดูกาลนี้ ทว่าจากข่าวล่าสุด ศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมนี น่าจะเลือก เชลซี ไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีแข้งอีกหลายรายที่เตรียมตบท้ายย้ายมายัง ลิเวอร์พูล

        โดยรายงานล่าสุดได้ระบุว่า ทางด้าน นายใหญ่ชาวเยอรมัน ได้เตรียมที่จะปล่อยผู้เล่นอย่างน้อย ๆ 6 รายออกไปหลังจาก โปรแกรมบอล พรีเมียร์ลีก ปิดลง เพื่อหาทุนมาเพิ่มในการออกล่าผู้เล่นอย่าง อดาม่า ตราโอเร่ และ รูเบน เนเวส 2 แข้งวูล์ฟ อย่างจริงจัง นอกจากนั้นยังมีเป้าหมายเดิมพ่วงมาอยู่ด้วย

5 นักเตะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการได้ตัวมาร่วมทีม

1) อดาม่า ตราโอเร่ – วูล์ฟ

       ปีกนักกล้ามสแปนิช จัดว่ามีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับ วูล์ฟ หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ โดยเจ้าตัวพัฒนาร่างกายจนแข็งแกร่งแถมสปีดก็ยังไม่ลดลงอีกด้วย ซึ่ง JK มองว่า ตราโอเร่ จะสามารถเข้ามาเติมเต็มเกมรุกของเขาได้อย่างแน่นอน

ผลงานในฤดูกาลนี้ – 43 นัด 6 ประตู

2) รูเบน เนเวส – วูล์ฟ

       เครือข่ายเดียวกับรายด้านบน ทว่า รูเบน เนเวส นั้นเคยตกเป็นข่าวว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ชื่นชอบเขามานานแล้ว ตั้งแต่สมัยยังอยู่กับ ปอร์โต้ เพียงแต่ว่ากำลังรอดูพัฒนาการเท่านั้นเลยยังไม่เกิดดีลขึ้น และในตอนนี้ กองกลางโปรตุกีส ก็ถือว่าพัฒนาตัวเองมาได้ในทุก ๆ ปี จนก้าวขึ้นไปติดทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่ แถมฟอร์มกับวูล์ฟก็ถือว่าจัดจ้านทีเดียว

ผลงานในฤดูกาลนี้ – 43 นัด 4 ประตู

3) วิคเตอร์ โอซิมเฮน – ลีลล์

       หลังจากทำผลงานในการยืมตัวกับ ชาเลอรัว ในเบลเยียมได้เป็นอย่างดี ลีลล์ ก็เลยขอปิดดีลกับทาง โวล์ฟบวร์ก แล้วดึงตัวมาร่วมทีมทันที และเพียงแค่ปีแรก ดาวรุ่งทีมชาติไนจีเรีย ก็กลายเป็นที่สนใจของบรรดาพี่บิ๊กทั่วยุโรปได้ในบัดดล หลังกระทุ้งประตูในลีกเป็นว่าเล่น ซึ่งจากการที่ JK พลาดการได้ตัว ติโม่ แวร์เนอร์ ไปค่อนข้างแน่แล้วนั้น โอซิมเฮน น่าจะตอบโจทย์ก็ได้

ผลงานในฤดูกาลนี้ – 38 นัด 18 ประตู

4) ดีเอโก้ คาร์ลอส – เซบีย่า

       กองหลังเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องการ เนื่องจากว่า เดยัน ลอฟเรน น่าจะย้ายทีมแน่ ๆ หลังจบฤดูกาลนี้ หลังมีข่าวว่า ลาซิโอ พร้อมเอาไปชุบเลี้ยง โดย แนวรับชาวบราซิเลียน นับว่าทำผลงานให้กับ เซบีย่า ได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว

        แม้ว่าเพิ่งจะย้ายเข้ามาเป็นฤดูกาลแรก โดยเจ้าตัวอาจจะยังมีข้อเสียบ้างเล็กน้อยเรื่องการเข้าบอล แต่หากได้จับคู่กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค อาจจะช่วยให้เลเวลอัปได้ไม่ยาก

ผลงานในฤดูกาลนี้ – 24 นัด 2 ประตู

5) ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

       อดีตนักเตะผู้ที่ร้องห่มร้องไห้อย่างหนัก หลังจาก ลิเวอร์พูล ปฏิเสธที่จะขายเขาให้กับ บาร์เซโลนา ในรอบแรก แต่สุดท้ายก็ได้ย้ายสมใจ แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ และถูกปล่อยยืมให้ บาเยิร์นฯ ใช้งานในที่สุด แต่พี่เสือเองก็ไม่ต้องการซื้อขาดเพราะฟอร์มไม่คงเส้นคงวา จนสุดท้ายตกเป็นข่าวอยากย้ายกลับมา พรีเมียร์ลีก โดยมีทั้ง เชลซี, แมนยู, สเปอร์ส และอาร์เซนอล ให้ความสนใจ

        แต่ล่าสุดเอเย่นต์ส่วนตัวออกมาบอกว่า ตัวนักเตะอยากกลับแอนฟิลด์มากกว่า และดูเหมือน คล็อปป์ เองก็พร้อมให้โอกาสอดีตลูกทีมอีกรอบเช่นกัน

ผลงานในฤดูกาลนี้ – 32 นัด 9 ประตู

        ทั้งนี้ หลังจบฤดูกาล อดัม ลัลลาน่า จะย้ายออกแน่ ๆ หลังหมดสัญญา ส่วน เซอร์ดาน ชากิรี่ ก็น่าจะย้ายออกเช่นกัน หลังหมดเวลาไปกับการเป็นตัวสำรอง และบาดเจ็บ เช่นเดียวกับอีก 2 แข้งตัวยืมอย่าง แฮร์รี่ วิลสัน กับ มาร์โก กรูยิช ขณะที่ ดิว็อค โอริกี้ ก็น่าจะถูกจำหน่ายออกไปเช่นกัน

เมื่อดาวยิงลีกไทย เคลตัน ซิลวา ได้หอกมหากาฬอินเดียเป็นคู่ขา

เคลตัน ซิลวา แข้งบราซิลวัย 33 ปี ตำนานดาวยิงไทยลีกตลอดกาล ลงสนาม 240 เกม ยิง 144 ประตูจากการรับใช้ 5 สโมสรโอสถสภาฯ , บีอีซี เทโรฯ , เอสซีจี เมืองทองฯ , เชียงราย ยูไนเต็ด และ สุพรรณบุรี เอฟซี ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมเบงกาลูรู สโมสรในลีกอินเดียด้วยสัญญา 1 ปี เพื่อความท้าทายใหม่ในการเล่นฟุตบอลอาชีพ โดยสโมสรแห่งใหม่นี้ทางด้านของคลีตัน ซิลวา จะได้พบกับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง อีริค พาตาลู กองกลางตัวรับทีมชาติ ออสเตรเลีย ที่เคยร่วมงานในเมืองทอง ฤดูกาล 2014
    แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการย้ายไปร่วมทีมเบงกาลูรู คือการถูกคาดหมายในเรื่องของผลงานในการเดินหน้าจับคู่ในสนามกับกองหน้าตัวเก่งทีมชาติอินเดียวัย 35 ปี อย่าง สุนิล เชตรี  ดาวยิงที่มีสถิติการยิงประตูสูงสุดอันดับ 2 ของโลกในการลงเล่นทีมชาติยุคปัจจุบัน หลังจากลงรับใช้ชาติ 175 นัด  ยิง 72 ประตู  ตามหลังอันดับหนึ่ง คริสเตียนโน  โรนัลโด หัวหอกทีมชาติโปรตุเกสของสโมสรยูเวนตุส ที่มีสถิติลงรับใช้ชาติ 164 นัด กดไป 99 ประตู  แต่ สุนิล มีสถิติดีกว่า ลีโอเนล เมสซี่ ทีมชาติอาร์เจนติน่า ของ บาเซโลน่า ที่ลงเล่นทีมชาติไป 138 เกม ยิง 70ประตู

    สถิติที่น่าสนใจของคู่หู เคลตัน ซิลวา ที่ถือว่าเป็นตำนานของสโมสรเบงกาลูรู ยังมีเรื่องของการลงเล่นในลีกฟุตบอลอาชีพอินเดีย  7 สโมสรประกอบไปด้วย อีสเบงกอล,เดมโป,ชิรัก ยูไนเต็ด,โมฮัน บากัน,เชอร์ชิล,มุมไบ ซิตี้ ,เบงกาลูรู ลงเล่น  198 นัด ยิงไป102 ประตู  กับสโมสรเบงกาลูรู ลงเล่นในลีก 111 นัดยิงไป59 ประตู  อดีตที่ผ่านมาเคยออกไปค้าแข้งในศึกเมเจอร์ลีกสหรัฐ อเมริกา กับทีม แคนซัส ซิตี้ วิซาร์ด,สปอร์ตติ้ง ซีพี บี (โปรตุเกส)  โดย สุนิล เชตรี ที่จะจับคู่ล่าตาข่ายกับ เคลตัน ซิลวา ยอดดาวยิงจากไทยลีกในศึกอินเดีย ซูเปอร์ ลีก ปัจจุบันสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับต้นสังกัด

ทางการ!ยูฟ่าประกาศสนาม-วันเตะถ้วยยุโรป

ยูฟ่า ประกาศวันกลับมาเตะของ แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูโรปา ลีก โดยตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ จะเล่นแบบมินิทัวร์นาเมนต์ในประเทศเดียวที่ โปรตุเกส และ เยอรมัน ตามลำดับ

      สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมาว่า ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ จะไปเล่นที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ระหว่างวันที่ 12-23 สิงหาคมนี้

    นอกจากนั้้น การเล่นจะเตะแบบนัดเดียวจบ โดยใช้ 2 สนาม คือ เอสตาดิโอ ชูเซ่ อัลวาล้าด รังเหย้าของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ เอสตาดิโอ ดา ลุช รังเหย้าของ เบนฟิก้า ที่จะใช้เป็นนัดชิงชนะเลิศด้วย หลังจากศึกชิงถ้วย "บิ๊กเอียร์" จำเป็นต้องหยุดการแข่งขันไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

      ส่วนรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ยังเตะไม่จบอีก 4 คู่ (ยูเวนตุส พบ โอลิมปิก ลียง, แมนฯ ซิตี้ พบ เรอัล มาดริด, บาเยิร์น มิวนิค พบ เชลซี และ บาร์เซโลน่า พบ นาโปลี) นั้น จะเล่นที่สนามของทีมเจ้าบ้านตามโปรแกรมเดิมในวันที่ 7-8 ส.ค. นี้

    ทั้งนี้ เมื่อได้อีก 4 ทีมผ่านเข้ารอบตามทีมที่เข้ารอบไปแล้ว คือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, แอตเลติโก มาดริด, อตาลันต้า และ แอร์เบ ไลป์ซิก จะทำการจับสลากประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 10 ก.ค.นี้

โปรแกรม แชมเปี้ยนส์ ลีก

7-8 ส.ค. – รอบ 16 ทีมสุดท้ายคู่ที่ยังเตะไม่จบ
12-15 ส.ค. – รอบ 8 ทีมสุดท้าย
18-19 ส.ค. – รอบรองชนะเลิศ
23 ส.ค. – รอบชิงชนะเลิศ (ลิสบอน)

      โดย ยูฟ่ายังได้ประกาศเลื่อนเมืองเจ้าภาพนัดชิงชนะเลิศ ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เลือกไว้ให้ไปจัดในปีถัดไปทั้งหมดดังนี้

    -ปี 2021: สนามอตาเติร์ก, อิสตันบูล ประเทศตุรกี
    -ปี 2022: สนามเซนต์-ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย
    -ปี 2023: สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า, มิวนิค ประเทศเยอรมนี
    -ปี 2024: สนามเวมบลีย์, ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

      นอกจากนั้น ทีมที่ยังอยู่ในการแข่งขันสามารถลงทะเบียนผู้เล่นจากลิสต์รายชื่อ 25 ผู้เล่นทีมชุดใหญ่ได้ใหม่ 3 คน โดยที่ผู้เล่น 3 คนดังกล่าวต้องขึ้นทะเบียนเป็นนักเตะของสโมสรภายในเส้นตายของการส่งรายชื่อครั้งล่าสุด (3 ก.พ. 2020) ซึ่งเป็นไปเพื่อให้ทีมต่าง ๆ สามารถส่งชื่อผู้เล่นที่เคยบาดเจ็บอยู่ในการส่งชื่อครั้งก่อนได้ มิใช่ให้ส่งชื่อนักเตะที่เพิ่งซื้อใหม่ ขณะที่การแข่งขันตลอดช่วงที่เหลือของฤดูกาลสามารถเปลี่ยนตัวสำรองได้ 5 คน ตามกรอบที่ IFAB ได้วางไว้ให้แล้ว จากนั้นในฤดูกาล 2020/21 กลับมาเปลี่ยนตัวสำรองได้เพียง 3 คนเหมือนเดิม

    ส่วนรายการ ยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายจนถึงนัดชิงชนะเลิศ จะเตะแบบนัดเดียวจบเช่นกัน ที่ ดุ๊ยส์บวร์ก, ดุสเซลดอร์ฟ, เกลเซ่นเคียร์เช่น และโคโลญจน์ (สนามนัดชิงชนะเลิศ) ในประเทศเยอรมัน ระหว่างวันที่ 10-21 ส.ค.นี้ ขณะที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย จะกลับมาแข่งต่อในวันที่ 5-6 ส.ค. นี้

      อย่างไรก็ดี ยูฟ่ายังไม่ยืนยันว่ารอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ค้างคาอยู่จะแข่งกันที่ไหน ทว่าจะเตะกันในวันที่ 5-6 สิงหาคม 2020 และสำหรับ 2 คู่ที่ยังไม่ได้เตะนัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย คือคู่ เซบีย่า vs โรม่า และ อินเตอร์ vs เคตาเฟ่ ก็จะต้องเตะแบบนัดเดียวจบเช่นกัน

    ส่วนศึกชิงถ้วยเปิดฤดูกาลใหม่อย่างซูเปอร์คัพ ยุโรป ในปีนี้ จะเตะกันที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ย. 20 

โปรแกรม ยูโรปา ลีก

5-6 ส.ค. – รอบ 16 ทีมสุดท้าย
10–11 ส.ค. – รอบ 8 ทีมสุดท้าย
16–17 ส.ค. – รอบรองชนะเลิศ
21 ส.ค. – รอบชิงชนะเลิศ (โคโลญจน์)

สื่อดังตีข่าว ‘สปอร์ติ้ง ลิสบอน’ สนใจ ‘สุภโชค’

ทรานส์เฟอร์มาร์เก็ต เว็ปไซต์ตลาดซื้อขายนักเตะชื่อดังรายงานข่าวว่า สปอร์ติ้ง ลิสบอน ยอดทีมในลีกโปรตุเกส กำลังให้ความสนใจ สุภโชค สารชาติ กองกลางตัวรุกจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
    มิดฟิลด์ทีมชาติไทยวัย 22 ปี กำลังจะหมดสัญญาในถิ่นช้าง อารีน่า ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ขณะที่สื่อตลาดซื้อขายดังระบุว่า มี สปอร์ติ้ง ลิสบอน จับตามองสถานการณ์ของนักเตะอยู่ รวมทั้ง ปอร์ติโมเนนเซ่ กับ ฟามาลิเซา 2 ทีมในโปรตุเกสก็ให้ความสนใจเช่นเดียวกัน

    สำหรับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เป็นทีมยักษ์ใหญ่ในประเทศโปรตุเกส มีอายุมากถึง 113 ปี คว้าแชมป์ลีกสูงสุด 18 สมัย โดยมีนักเตะระดับโลกมากมายเคยค้าแข้งที่นี่ เช่น คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย