เรอัลมาดริดเถลิงแชมป์! “เบนซ์”เบิ้ลอัดบียาร์เรอัลซิวโทรฟี่ลีกสมัยที่34

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ทำได้ตามเป้าหมาย "คาริม เบนเซม่า" พังสองประตูพาต้นสังกัดเชือด "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล 2-1 เถลิงแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 34 สำเร็จ ส่วนทีมเยือนยังอยู่ในพื้นที่โควตายูโรปาลีก ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด นัดนี้ต้องสามคะแนนเท่านั้นหรือแช่งให้ บาร์เซโลน่า แพ้ในแมตช์ที่หวดพร้อมกัน จะการันตัแชมป์ลีกสมัยที่ 34 ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์คนเก่งใส่ดาวเตะครบชุดนำโดย "เบนเซม่า-อาซาร์" รับมือ "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล ที่หมดโอกาสไปลุยชปล.ตั้งแต่เกมก่อน แต่ยังมีหวังเล่นยูโรปาลีก ฆาเบียร์ กาเยฆา โค้ชทีมเยือน เร้าลูกทีมแย่งคะแนนทำลายงานฉลองแชมป์เจ้าบ้านให้ได้ มี "เคราร์ด โมเรโน่" เป็นอาวุธลงซัด

     ราชันเปิดเกมนาทีที่ 4 เซร์คิโอ รามอส วางบอลยาวจังหวะเดียวจากแดนหลังไปให้ ดานี่ การ์บาฆาล วิ่งสอดขึ้นมารับบอลในเขตโทษฝั่งขวาแตะบอลกระดกหวังให้ข้ามหัว เซร์คิโอ อาเซนโฆ แต่ว่ามือกาวทีมเยือนไม่พลาดรับไว้ได้ทัน

     มาดริดรุกหนักนาทีที่ 7 ลูก้า โมดริช ครอสบอลจากริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายบอลเรียดเข้ามากลางเขตโทษ คาริม เบนเซม่า ยืนซัดบอลเข้าหากรอบประตูแต่ยังเป็นนายทวารเรือดำน้ำยืนถูกที่รับบลอีกครั้ง

     เจ้าบ้านยังเร่งนาทีที่ 16 โทนี่ โครส จ่ายบอลกลางสนามมาที่ ลูก้า โมดริช จับบอลแล้วลากมาเข้าเท้าขวายิงไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลเข้าหาประตูทว่า เซร์คิโอ อาเซนโฆ นายด่านทีมเยือนปัดออกพ้นประตูไปได้

     ราชันชุดขาวออกนำนาทีที่ 29 เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ เข้าแย่งบอลจากผู้เล่นทีมเยือนได้กลางสนาม บอลกลิ้งมาหา ลูก้า โมดริช กระชากบอลขึ้นมาถึงหน้ากรอบเขตโทษจิ้มออกเขตโทษด้านขวาให้ คาริม เบนเซม่า ที่วิ่งตีคู่มาซัดบอลลอดขา เซร์คิโอ อาเซนโฆ มือกาวบียาร์เรอัลเข้าตุงตาข่าย จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำอยู่ 1-0

     เจ้าบ้านเกือบทิ้งห่างนาทีที่ 54 ลูก้า โมดริช ดีดบอลตรงทะลุช่องจากกลางสนามตัดแนวรับทีมเยือนที่ยืนดักล้ำหน้าให้ ดานี่ การ์บาฆาล สอดขึ้นมารับบอลเลี้ยงเข้าเขตโทษทางขวาล็อกหนีผู้เล่นบียาร์เรอัลถึงสองคนแล้วซัดด้วยซ้ายตรงเขตโทษ 6 หลา แต่ว่า เซร์คิโอ อาเซนโฆ ยังโชว์เหนียวปัดไว้ได้อีกครั้ง

     ทีมเยือนได้บุก 72 ฆาบี อันติเบรอส ตัวสำรองบียาร์เรอัล สบโอกาสได้ลองยิงบอลลุ้นพังสกอร์ แต่ว่าเจ้าตัวซัดบอลเบาเกินไป ติโบล กูร์กตัวส์ นายทวารราชันล้มตัวรับไว้ไม่มีปัญหา

     เรอัล มาดริดทิ้งห่างนาทีที่ 73 เซร์คิโอ รามอส วิ่งดันขึ้นสูงโฉบตัดหน้า เคราร์ด โมเรโน่ กลางสนามลากบอลขึ้นมาถึงเส้นเขตโทษก่อนโดน โซเฟียน ชักล่า สะกิดล้มลงในเขตโทษ กรรมการชี้ให้จุดโทษ และเป็นกัปตันปราการหลังเขี่ยต่อให้ คาริม เบนเซม่า ปรี่มายิงเข้าไปครั้งแรก เชิ้ตดำเป่าว่าดาวยิงฝรั่งเศสวิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อน เลยให้ซัดลูกโทษใหม่อีกหน คาริม เบนเซม่า อาสายิงเองและกดเข้าไปไม่เหลือซาก

     เจ้าถิ่นชวดได้สกอร์เพิ่มนาทีที่ 81 ซานติ กาซอร์ล่า จ่ายบอลขวางสนามไม่ดีมาติดเท้า โทนี่ โครส ได้ลองส่องไกลกลางสนามระยะประมาณ 22 หลา บอลทิศทางเกือบซุกตาข่ายแต่เหินชนคานอย่างจังกระดอนออกมา

     เรือดำน้ำตามนาทีที่ 83 มาริโอ กาสปาร์ ฟูลแบ็กทีมเยือนดันสูงมารับบอลบริเวณริมสนามด้านขวา ก่อนหยอดบอลลุ้นเข้าเขตโทษ บิเซนเต้ อิบอร์รา ปรี่มาตั้งศรีษะโหม่งบอลย้อย ติโบล กูร์กตัวส์ วิ่งตามหวังสกัดให้ได้แต่บอลลอยเสียบใต้คานเข้าไปอย่างแม่นยำ ช่วงท้ายเกมทีมเยือนเกือบตีเสมอได้อีกประมาณสองครั้งแต่ ติโบล กูร์กตัวส์ ก็เหนียวหนึบช่วยทีมไว้ได้ ส่วนเจ้าถิ่น จูเนียร์ วิเนซิอุส ส่งบอลเข้าไปก้นตาข่ายทว่ากรรมการเช็ควีเออาร์เป่าเป็นลูกแฮนด์บอลของ คาริม เบนเซม่า จบเกม เรอัล มาดริด ชนะ บียาร์เรอัล 2-1 เถลิงแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 34 สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3): ติโบล กูร์กตัวส์,ดานี่ การ์บาฆาล (ลูคัส บาสเกซ น.85),ราฟาแอล วาราน,เซร์คิโอ รามอส,แฟร์กล็องด์ เมนดี้,ลูก้า โมดริช (เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ น.85),เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,โทนี่ โครส (อิสโก้ น.85),โรดรีโก้ โกเอส (มาร์โก อเซนซิโอ น.63),คาริม เบนเซม่า,เอแด็ง อาซาร์ (จูเนียร์ วิเนซิอุส น.63)

บียาร์เรอัล (5-4-1): เซร์คิโอ อาเซนโฆ,มาริโอ กาสปาร์,โซเฟียน ชักล่า,เปา ตอร์เรส,ชาบี กินตีย่า,มานู มอร์ลาเนส (บิเซนเต้ อิบอร์รา น.63),ซัมโบ้ อ็องกิสซ่า,รูเบน เปย่า (บรูโน่ น.46),ซามูเอล ชุควูเซ (ฆาบี อันติเบรอส น.46),มอย โกเมซ (ซานติ กาซอร์ล่า น.63),เคราร์ด โมเรโน่

 

ชนะแชมป์สมัย34ทันที! เรอัลมาดริดคึก “เบนเซม่า” นำทัพบู๊บียาร์เรอัล

"ราชันชุดขาว" คืนนี้ขอแค่คว้าชัยเหนือ บียาร์เรอัล  หรือถ้าบาร์เซโลน่าไม่ชนะ พวกเขาก็จะการันตีแชมป์ทันที โดยพร้อมส่งดาวยิงฟอร์มเด็ดอย่าง คาริม เบนเซม่า ลงไล่ล่าตาข่าย บียาร์เรอัล ศึกลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพหัสบดีที่ 16 ก.ค.นี้

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
เรอัล มาดริด (1) – บียาร์เรอัล (5)
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563    เวลา : 02.00 น.   
สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

    เรอัล มาดริด

    ซีเนดีน ซีดาน จะปรับแดนกลางกับหน้าเล็กน้อย แต่แผงหลังเหมือนเดิม ดานี่ การ์บาฆาล ประจำการแบ็กขวา ใช้ เซร์คิโอ รามอส ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน , แบ็กซ้ายเป็น แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตามเดิม แดนกลางลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส , เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ และ เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ โดยมี โรดรีโก้ โมเรโน่ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า ในรายของ มาร์เซโล่ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

    บียาร์เรอัล

    ฆาเบียร์ กาเยฆา ได้ 3 แข้งตัวหลักกลับมาจากโทษแบน ไล่ตั้งแต่แดนหน้า เคราร์ด โมเรโน่ กลับมายืนหน้าเป้าอีกครั้ง  ส่วนตัวรุกใช้ ซานติ กาซอร์ล่า กับ ฆาบี อันติเบรอส ยืนริมเส้น มี มอย โกเมซ เป็นหน้าต่ำ , ตรงกลาง มานูเอล ตรีเกโรส คุมจังหวะร่วมกับ บิเซนเต้ อิบอร์ร่า ที่พ้นโทษแบนมา ในแดนหลัง คู่เซนเตอร์วาง เปา ตอร์เรส ยืนกับคู่กับ ราอูล อัลบิโอล, มาริโอ กาสปาร์ ลงแบ็กขวา แบ็กซ้ายใช้ ชาเบียร์ กินตีย่า ในรายของ มาเรียโน่ บาร์โบซ่า นายทวารมือสองติดโทษแบน ทำให้ เซร์คิโอ อาเซน
โฆ จะกลับมาเฝ้าเสาอีกครั้ง 

    11 นักเตะตามคาด

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบล กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล,เซร์คิโอ รามอส,ราฟาแอล วาราน,แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,โทนี่ โครส,เฟเด บัลเบร์เด้-ลูก้า โมดริช-โรดรีโก้ โกเอส,คาริม เบนเซม่า

    บียาร์เรอัล (4-2-3-1) เซร์คิโอ อาเซนโฆ-มาริโอ กาสปาร์,ราอูล อัลบิโอล,เปา ตอร์เรส,ชาบี กินตีย่า-บิเซนเต้ อิบอร์ร่า,มานูเอล ตรีเกโรส-ซานติ กาซอร์ล่า,มอย โกเมซ,ฆาบี อันติเบรอส-เคราร์ด โมเรโน่ 

 ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
02/09/19    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
05/05/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    3-2    บียาร์เรอัล
04/01/19    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
20/05/18    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
13/01/18    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    0-1    บียาร์เรอัล
27/02/17    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-3    เรอัล มาดริด
    
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เรอัล มาดริด
14/07/20 ชนะ กรานาด้า 2-1 (เยือน)     ลา ลีกา
10/07/20 ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
05/07/20 ชนะ แอธ.บิลเบา 1-0 (เยือน)     ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เยือน)     ลา ลีกา
           
บียาร์เรอัล
14/07/20 แพ้ เรอัล โซเซียดาด 1-2    (เหย้า)    ลา ลีกา
08/07/20 ชนะ เคตาเฟ่ 3-1    (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20 แพ้ บาร์เซโลน่า 1-4    (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ เรอัล เบติส 2-0    (เยือน)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ บาเลนเซีย 2-0    (เหย้า)    ลา ลีกา

เรอัลมาดริดเดินหน้าล่าแชมป์ลีก! “เบนเซม่า” กระสันซัดถิ่นกรานาด้า

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ขยับเข้าใกล้แชมป์ลีกซีซั่นนี้เต็มทีเตรียมจัดหนักนำปิดสกอร์โดย คาริม เบนเซม่า เกมบุกบ้าน กรานาด้า ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
กรานาด้า   –   เรอัล มาดริด
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)

 

สนาม : เอสตาดิโอ นวยโบ้ ลอส การ์เมเนส

    ดีเอโก้ มาร์ติเนซ เตรียมพัก โรเบร์โต้ โซลดาโด้ กองหน้าจอมเก๋าวัย 34 ไว้และปรับมาเล่นระบบ 3-4-2-1 วาง การ์ลอส เฟร์นานเดซ ยืนเป็นหัวหอกเดี่ยว ด้านหลังมี อันโตนิโอ ป้วยร์ต้าส กับ ดาร์วิน มาชีส ทำเกมรุกสนับสนุน

    ส่วนตรงกลาง ยานเกล เอร์เรร่า กับ ยาน ไบรซ์ เอเตกี คุมจังหวะร่วมกันโดยมี บิตอร์ ดิอ๊าซ และ การ์ลอส เนบา ทำหน้าที่วิงแบ็ก ส่วนแผงหลัง 3 คน เฆซุส บาเยโฆ ที่เจ็บจากเกมก่อน อาจฟิตไม่ทัน โอกาสจะตกเป็นของ โฆเซ่ อันโตนิโอ มาร์ติเนซ ลงเล่นร่วมกับ เคร์มัน ซานเชซ และ โดมิงโกส ดูอาร์เต้ 
    ส่วนในรายของ อัลบาโร่ บาดีโย่, มักซิม โกนาลองส์, กีนี่ และ เนย์ดอร์ โลซาโน่ ยังขาดเจ็บทั้งหมด

    ซีเนดีน ซีดาน จะได้ ดานี่ การ์บาฆาล กับ เซร์คิโอ รามอส สองแกนหลักในแนวรับพ้นโทษแบนกลับมา และจะลงสนามเป็นตัวจริงทันที 

    โดยรามอส จะยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน, การ์บาฆาล กลับมาประจำการแบ็กขวา แบ็กซ้ายเป็น แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตามเดิม แดนกลาง ลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส, เอ็นริเก้ คาเซมีโร่ และ มาร์โก อาเซนซิโอ โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า

    ในรายของ มาร์เซโล่ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

11 นักเตะตามคาด

    กรานาด้า (3-4-2-1) : รุย ซิลบา – มาร์ติเนซ, เคร์มัน ซานเชซ, โดมิงโกส ดูอาร์เต้ – บิตอร์ ดิอ๊าซ, ยานเกล เอร์เรร่า, ยาน ไบรซ์ เอเตกี, การ์ลอส เนบา – อันโตนิโอ ป้วยร์ต้าส, ดาร์วิน มาชีส – การ์ลอส เฟร์นานเดซ

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – เอ็นริเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช – อีสโก้ – วินิซิอุส, คาริม เบนเซม่า

 

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
05/10/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า 4-2
07/05/17    ลา ลีกา    กรานาด้า แพ้ เรอัล มาดริด 0-4
07/01/17     ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า 5-0
08/02/16    ลา ลีกา    กรานาด้า แพ้ เรอัล มาดริด  1-2
19/09/15    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า  1-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
กรานาด้า
10/07/20  ชนะ โซเซียดาด 3-2 (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20 เสมอ บาเลนเซีย 2-2  (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ อลาเส 2-0 (เยือน)        ลา ลีกา
29/06/20 แพ้ เออิบาร์ 1-2 (เหย้า)        ลา ลีกา
23/06/20 เสมอ เลกาเนส 0-0 (เยือน)    ลา ลีกา
 
เรอัล มาดริด
10/07/20   ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
05/07/20   ชนะ บิลเบา 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
02/07/20   ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)        ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
24/06/20    ชนะ มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา

รามอสซัดชัยจุดโทษ!เรอัล มาดริดบุกเชือดบิลเบาฉีกแต้มนำฝูง

เซร์คิโอ รามอส รับบทฮีโร่ซัดจุดโทษนำชัย พา "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด บุกเฉือนหวิว แอธ.บิลเบา ถึงถิ่น 1-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ ฉีกนำจ่าฝูงทำแต้มหนี โยนความกดดันให้ บาร์เซโลน่า ที่ลงสนามช่วงดึกไปก่อน ในเกมลา ลีกา สเปน ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 63

แอธ.บิลเบา 0-1 เรอัล มาดริด

 สนาม: เอสตาดิโอ ซาน มาเมส
   
    ฟุตบอลลา ลีกา สเปน ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม เจ้าถิ่นแอธ.บิลเบา กุนซือใหญ่ กาอิซก้า การีตาโน่ ยังคงระบบ 4-2-3-1  แผงรุก 3 คนวาง ราอูล การ์เซีย, อิเกร์ มูเนียอิน และ อินญิโก้ กอร์โดบา  เล่นอยู่ข้างหลัง อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ที่ยืนค้ำ
เป็นหน้าเป้า

    ส่วน "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ซีเนดีน ซีดาน จะปรับทีมบางตำแหน่ง ในแนวรับ มาร์เซโล่ จะเบียด แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลงยืนแบ็กซ้าย  แดนกลาง ลูก้า โมดริช  จะลงปั้นเกมร่วมกับ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ โดยมี มาร์โก อเซนซิโอ ยืนหน้ากับ คาริม
เบนเซม่า กับ โรดริโก

    เริ่มเกมมา4นาที ลูกทีมของ ซีดาน เดินหน้าบุกก่อน แล้วก็เกือบมีลุ้น เมื่อ คาริม เบนเซม่า ได้บอลทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จับบอลจังหวะแรกไม่ดีเอง ชวดยิงทักทายก่อนไปอย่างน่าเสียดาย

    ก่อน2นาทีต่อมา แอธ.บิลเบา จะสวนกลับขึ้นมาบ้าง และโอกาสได้จบจากการยิงนอกกรอบของ อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ยังดีที่แนวรับ เรอัล มาดริด ยังช่วยกันบล็อคได้ทัน

    นาทีที่17 ราชันชุดขาว หวิดเสียประตูอีกครั้ง เมื่อ ราอูล การ์เซีย ได้โขกจ่อๆคนเดียว ยังดีที่ ติโบล กูร์กตัวส์ โชว์ซูเปอร์เซฟ ได้อย่างสุดยอด เซฟประตูช่วยทีมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    ช่วงท้ายครึ่งแรก เรอัล มาดริด ได้ลุ้นเสียวบ้าง เมื่อ คาริม เบนเซม่า ได้โขกบอลหน้าประตู แต่บอลหลุดถากเสาออกหลังไป ทำให้หมดครึ่งแรก ยังเสมอกันอยู่ 0-0

    เกมเข้าสู่ครึ่งหลัง และผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกม เอแดร์ มิลิเตา บาดเจ็บร่วงไปกองกับพื้น ทำให้ต้องหยุดปฐมพยาบาล ก่อนโชคดีที่เจ้าตัวเจ็บไม่มาก ยังเล่นต่อไหว

    นาทีที่72 แฟนๆราชันชุดขาว ได้เฮ เมื่อ มาร์เซโล่ ไปโดนฟาวส์ล้มในกรอบเขตโทษ ก่อนผู้ตัดสินจะเช็กวีเออาร์ ก่อนเป่าชี้เป็นลูกจุดโทษให้ผู้มาเยือน

    ก่อนนาทีต่อมา เซร์คิโอ รามอส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด โดยแม้ อูไน ซิมอน จะเดาทางถูก แต่ก็ปัดไม่ทัน ทำให้ เรอัล มาดริด บุกขึ้นนำ 1-0

    ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดเวลา จึงเป็น เรอัล มาดริด บุกเชือดหวิว แอธ.บิลเบา 1-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ นำจ่าฝูงทำแต้มฉีกหนี บาร์เซโลน่า ที่ลงสนามช่วงดึกไปก่อน

11 นักเตะของทั้งสองทีม

แอธ.บิลเบา(4-2-3-1) อูไน ซิมอน-อันเดร์ กาป้า,เยเรย์ อัลวาเรซ (อูไน นูเนซ น.21),อินญิโก้ มาร์ติเนซ,ยูริ เบร์ชีเช่ – ดานี่ การ์เซีย,อูไน โลเปซ (มิเกล เวสก้า น.63) – ราอูล การ์เซีย (อาซิเออร์ วิลลาลิเบร น.78),อิเกร์ มูเนียอิน,อินญิโก้ กอร์โดบา (ออสการ์ เดมาร์กอส น.63)-อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ (โออิฮาน ซานเชต น.78)

เรอัล มาดริด (4-3-3) ติโบล กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่,เอแดร์ มิลิเตา,เซร์คิโอ รามอส,ดานี่ การ์บาฆาล-ลูก้า โมดริช,เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ (โทนี่ โครส น.85)-โรดริโก (ลูคัส น.74) ,คาริม เบนเซม่า (ลูก้า โยวิช น.90+5),มาร์โก อเซนซิโอ (จูเนียร์ วินิซิอุส น.74)

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร

 

เรอัลมาดริดไม่พลาดบุกเฉือนเอสปันญ่อล แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูงทิ้ง2แต้ม

กาเซมีโร่ กลายเป็นฮีโร่ของ "ราชันชุดขาว" หลังซัดประตูชัยพาทีมบุกไปเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ซิวสามแต้มแซง บาร์เซโลน่า สองคะแนนขึ้นไปนำจ่าฝูงมี 71 แต้ม ส่วนไอ้นกแก้วจมบ๊วยก้นตารางเช่นเดิม ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

    ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เอสปันญ่อล ทีมบ๊วยของตารางเปิดบ้านต้อนรับ เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หาก "ชุดขาว" บุกมาคว้าชัยได้จะแซง บาร์เซโลน่า ถึงสองคะแนนขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงแทน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรกไม่ถึงนาที เอสปันญ่อล ได้ลุ้นฟรีคิกหน้ากรอบก่อนเลยแต่จังหวะซัดด้วยขวาเต็มแรงของ อาเดรียน เอ็มบาร์บา แต่บอลพุ่งไปเข้าซอง ติโบต์ กูร์กตัวส์

    นาที 10 ชุดขาวได้ลุ้นบ้าง โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกมาเสาไกลบอลมาตกใส่เท้าของ กาเซมีโร่ หวดด้วยขวากึ่งยิงกึ่งผ่านไปเข้าหัว เซร์คิโอ รามอส โขกเหินคานออกไป

    นาที 20 เอสปันญ่อล ได้ลุ้นจากลูกนิ่งอีก เอ็มบาร์บา เปิดแรงเข้าไปให้ มาร์ก โรต้า ซัดตามน้ำแต่บอลยังไม่โดน ติโบต์ กูร์กตัวส์

    อีก 5 นาทีต่อมา ไอ้นกแก้วได้ลุ้นบ้าง อาเดรียน เอ็มบาร์บา จ่ายบอลให้ อู่ เล่ย กดด้วยขวาจากนอกรอบ บอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

    นาที 31 โทนี่ ครอส เข้ามาหน้าประตูให้ เซร์คิโอ รามอส ได้โหม่งแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ ดีเอโก้ โลเปซ  และเป็นจังหวะล้ำหน้าของ รามอส ไปอีกด้วย

    นาที 36 "ชุดขาว" เกือบแซงขึ้นนำไปก่อน หลัง คาริม เบนเซม่า โยกหลบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นๆแต่ยังโดน ดีเอโก้ โลเปซ เหินปัดบอลออกไป

    ท้ายเกม นาที 43 เจ้าบ้านเกือบทำพลาดอีก หลัง ดีเอโก้ โลเปซ ปัดไม่พ้นทางมาหล่นใส่ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ซัดด้วยขวาไปติดเซฟของโลเปซ ก่อนจะเลยมาเข้ากลางให้ อาซาร์ ตามซ้ำเข้าไปแต่ โลเปซ นายด่านของไอ้นกแก้วก็ปัดออกไปได้

    กระนั้น นาที 45 เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จหลัง คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางเสาแรกก่อนจะตอกส้นให้ กาเซมีโร่ วิ่งมายิงด้วยซ้ายเข้าไป

    จบครึ่งแรก เอสปันญ่อล ตามหลัง เรอัล มาดริด 0-1

     ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันต่อ นาที 49 อู่ เล่ย ได้กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์

    ชุดขาวตอบโต้บ้าง อีก 2 นาทีต่อมา อีสโก้ วางบอลยาวไปในกรอบ 6 หลาทางเสาไกล เบนเซม่า กระโดดแปแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ ของ ดีเอโก้ โลเปซ รับไว้ติดมือ

    เจ้าบ้านไม่อยู่เฉย นาที 74 ได้ลุ้นจากจังหวะ นิโก้ เมลาเหม็ด จ่ายบอลให้ ดาบิด โลเปซ ซัดด้วยขวานอกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือกูร์กตัวส์รับไว้ได้

    จบเกม เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล 1-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 71 คะแนนนำห่าง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูง 2 คะแนน ส่วนทัพ "นกแก้ว" ยังรั้งบ๊วยของตารางมี 24 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ – บิคตอร์ เปเรีย, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า (อาเดรีย เปโดรซ่า น.46) – มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ (ปอล โลซาโน่ น.84) – อู่ เล่ย (ออสการ์ เมเลนโด้ น.57) ,อาเดรียน เอ็มบาร์บา (โจนาธาน กาเยรี่ น.69) ,เซร์กี้ ดาร์เดร์ (นิโก้ เมลาเหม็ด น.69) – ราอูล เด โทมัส
 
        เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด้ บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – อีสโก้ (โรดรีโก้ น.64), คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.63)

 

ถึงเวลาราชัน! เรอัลมาดริดเน้นเพื่อจ่าฝูงมี “เบนเซม่า” บุกดับซ่าเอสปันญ่อล

ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ "ราชันชุดขาว" ต้องเน้นเต็มที่ในเกมนี้หลัง บาร์ซ่า ที่ลงสนามไปก่อนนั้นเก็บได้เพียงแต้มเดียวความพร้อมจะขาด ลูก้า โมดริช ติดโทษแบนแดนหน้าไว้ใจ คาริม เบนเซม่า เช่นเคย ส่วนทาง เอสปันญ่อล เจ้าถิ่นของกุนซือ อาเบลาร์โด้ เฟร์นานเดซ ทีมบ๊วยของตารางมี โฆนาตาน กาเยรี่ ลงบู๊สู้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563
เอสปันญ่อล (20) – เรอัล มาดริด (2)
เวลา : 03.00 น.

สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

    อาเบลาร์โด้ เฟร์นานเดซ เทรนเนอร์เอสปันญ่อล เตรียมกลับใช้ชุดใหญ่ลงสนามอีกครั้งหลังพักไปหลายคนในเกมพ่ายเบติส เกมรับได้ เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า กับ เลอันโดร กาเบรอา พ้นโทษแบนกลับมายืนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกันอีกครั้ง

    ส่วนแบ็กขวา ฆาบี โลเปซ ซ้ายเป็น ดีดัค บีล่า ที่ผ่านความฟิตกลับมา แดนกลาง มาร์ค โรก้า เดินเกมร่วมกับ ดาบิด โลเปซ, ริมเส้นฝั่งซ้าย ดาเนียล เอ็มบาร์บ้า ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ส่วนฝั่งขวาใช้ ออสการ์ เมเลนโด้ ด้านกองหน้า โฆนาตาน กาเยรี่ ยืนล่าตาข่ายกับ อู่ เล่ย

    ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์เรอัล มาดริด จะได้ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามอีกครั้ง แต่จะไม่มี ลูก้า โมดริช กับ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ที่ติดโทษแบนสวนทางกัน แบ็กซ้ายจะเป็นโอกาสของ มาร์เซโล่ ได้ลงตัวจริง ส่วนแบ็กขวา ดานี่ การ์บาฆาล จะลงเล่นต่อไป โดยมี เซร์คิโอ รามอส ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟคู่กับ ราฟาแอล วาราน

    แดนกลาง โทนี่ โครส กลับมาเป็นตัวจริงคุมจังหวะกับ อีสโก้ และ กาเซมีโร่ ตัวรุก 3 คนใช้ วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า และ เอแด็น อาซาร์ ส่วนในรายของ นาโช่ เฟร์นานเดซ กับ ลูก้า โยวิช, ลูกัส บาซเกซ นั้นยังไม่พร้อมลงสนาม

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ – ฆาบี โลเปซ, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า – ออสการ์ เมเลนโด้, มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ, ดาเนียล เอ็มบาร์บา – อู่ เล่ย, โฆนาตาน กาเยรี่
 
    เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – มาร์เซโล่, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, ดานี่ การ์บาฆาล – อีสโก้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส, วินิซิอุส จูเนียร์, คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เอสปันญ่อล

26/06/20    แพ้ เรอัล เบติส 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
20/06/20    แพ้ เลบันเต้ 1-3 (เหย้า)    ลา ลีกา
17/06/20    เสมอ เคตาเฟ่ 1-1 (เยือน)    ลา ลีกา
13/06/20    ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
08/03/20    แพ้ โอซาซูน่า 0-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
   
เรอัล มาดริด

25/06/20    ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
21/06/20    ชนะ เรอัล โซเซียดาด 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
19/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 3-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
15/06/20    ชนะ เออิบาร์ 3-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
09/03/20    แพ้ เรอัล เบติส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา

ราชันงานหิน! มาดริดจัดเต็มส่ง “เบนเซม่า” บุกกระซวกแอธ.บิลเบา

ซีเนดีน ซีดาน นายใหญ่ "ราชันชุดขาว" จ่าฝูง มีแต้มเหนือ บาร์ซ่า อยู่ 4 แต้มเหลือการแข่งขันอีก 5 นัดความพร้อมเกมนี้อาจปรัพทัพบางตำแหน่งแนวรุกไว้ใจ คาริม เบนเซม่า เช่นเคย ทางด้าน กาอิซก้า การีตาโน่ นายใหญ่ แอธ.บิลเบา ผลงานไม่เบามีลุ้นโตวตายุโรปจัด อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ต้อนรับสู้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 5 ก.ค. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2563
แอธ.บิลเบา (8) – เรอัล มาดริด (1)
เวลา : 19.00 น.

สนาม : ซาน มาเมส บาร์เรีย, บิลเบา

    กาอิซก้า การีตาโน่ กุนซือแอธ.บิลเบา ยังคงระบบ 4-2-3-1 เพียงแต่จะปรับผู้เล่น 2-3 ตำแหน่งเพื่อความสดของทีม แนวรับ อินญิโก้ มาร์ติเนซ ลงเป็นคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ อูไน นูนเญซ แทน เยราย อัลบาเรซ และให้ อันเดร์ กาป้า ลงเป็นแบ็กขวา ส่วนแบ็กซ้าย ยูริ เบร์ชีเช่ ผ่านความฟิตลงสนามตามเดิม 

    ตรงกลางสนาม มิเกล เบสก้า เบียด อูไน โลเปซ ลงมาเป็นตัวจริงเดินเกมร่วมกับ ดานี่ การ์เซีย แผงรุก 3 คนวาง ราอูล การ์เซีย, ออยอาน ซานเซ็ท และ อินญิโก้ กอร์โดบา เล่นอยู่ข้างหลัง อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ที่ยืนค้ำเป็นหน้าเป้า

    ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์เรอัล มาดริด จะปรับทีมบางตำแหน่ง ในแนวรับ มาร์เซโล่จะเบียด แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลงยืนแบ็กซ้าย ส่วนแบ็กขวายังคงเป็น ดานี่ การ์บาฆาล ตามเดิม คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ต้องรอเช็กความฟิตของ ราฟาแอล วาราน ถ้าไม่ไหว เอแดร์ มิลิเตา จะลงมาเล่นคู่กับ เซร์คิโอ รามอส แทน

    แดนกลาง ลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส ,เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ และ เอ็นริเก้ คาเซมีโร่ โดยมี เอแด็น อาซาร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า ในรายของ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังไม่พร้อมลงสนาม

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แอธ.บิลเบา (4-2-3-1) : อูไน ซิมอน-อันเดร์ กาป้า, อูไน นูนเญซ, อินญิโก้ มาร์ติเนซ, ยูริ เบร์ชีเช่-ดานี่ การ์เซีย, มิเกล เบสก้า-ราอูล การ์เซีย,ออยอาน ซานเซ็ท, อินญิโก้ กอร์โดบา-อินญากี้ วิลเลี่ยมส์

    เรอัล มาดริด (4-4-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่, เอแดร์ มิลิเตา (ราฟาแอล วาราน), เซร์คิโอ รามอส, ดานี่ การ์บาฆาล-ลูก้า โมดริช, เอ็นริเก้ คาเซมีโร่,โทนี่ โครส, เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้-เอแด็น อาซาร์, คาริม เบนเซม่า

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ        ผลการแข่งขัน   
 23/12/19        ลา ลีกา        เรอัล มาดริด เสมอ บิลเบา 0-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

แอธ.บิลเบา

02/07/20    ชนะ บาเลนเซีย 2-0 (เยือน)    ลา ลีกา
27/06/20    ชนะ มายอร์ก้า 3-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
23/06/20    แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
21/06/20    ชนะ เบติส 1-0 (เหย้า)        ลา ลีกา
18/06/20    เสมอ เออิบาร์  2-2  (เยือน)    ลา ลีกา

 เรอัล มาดริด

02/07/20   ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
24/06/20    ชนะ มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
21/06/20    ชนะ โซเซียดาด 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
18/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 3-0  (เหย้า)    ลา ลีกา

เบนซ์ยิงงามหยด! เรอัลมาดริดถล่มบาเลนเซียกดดันบาร์ซ่าเหลือ2แต้ม

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไม่พลาดโอกาสทอง หลังได้ คาริม เบนเซม่า จัดคนเดียวสองลูกก่อนทีมชนะ บาเลนเซีย 3-0 ขยับบีบ บาร์ซ่า จ่าฝูงเหลือสองแต้ม ในการแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา
สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด มุ่งหวังสามคะแนนเต็มเท่านั้น เพื่อบีบช่องว่างกับจ่าฝูง บาร์เซโลน่า ให้เหลือแค่สองแต้มก่อน บาร์ซ่า มีคิวเต็มวันศุกร์นี้ ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสขนผู้เล่นทัพใหญ่นำโดย "เอแดน อาซาร์-คาริม เบนเซม่า" ส่วน แกเร็ธ เบล มีชื่อสำรอง ขณะที่ อัลเบิร์ต เซลาเดส กุนซือทีมเยือน "ไอ้ค้างคาว" บาเลนเซีย ตั้งใจมีคะแนนติดมือกลับออกไปแมตช์นี้ ยิ่งถ้าชนะได้จะทำแต้มทาบพื้นที่ยูโรปาลีกอันดับ 5-6 ทันที วาง "ดาเนี่ยล ปาเรโฆ" ทำเกมสนับสนุน "โรดรีโก้ โมเรโน่" พังตาข่าย

     เริ่มครึ่งแรกราชันลุยก่อนนาทีที่ 4 เอแดน อาซาร์ ได้บอลอยู่บริเวณริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนจ่ายตบไหลคืนเข้ากลางสนามหน้ากรอบเขตโทษระยะ 25 หลาให้ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ วางเท้าส่องไกลบอลพุ่งตรงเข้าหาประตูแต่นายทวารทีมเยือนรับไว้ได้

     เรอัล มาดริดสร้างโอกาสนาทีที่ 11 เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ หยอดบอลจากวงกลมกลางสนามออกข้างสนามด้านซ้ายไปที่ คาริม เบนเซม่า โยกมารับบอลกรัชากเจาะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งเดียวกัน ปาดคืนมาให้ โทนี่ โครส ปรี่มาหวดทีเดียวบอลทิศทางเข้ากรอบแต่ผู้รักษาประตูทีมเยือนยังไม่พลาดรับอยู่มือ

     นาทีถัดมา คาริม เบนเซม่า สกิดบอลเร็วหน้ากรอบเขตโทษต่อให้ เอแดน อาซาร์ แตะบอลเข้าไปยิงในเขตโทษแต่นายด่านทีมเยือนเอาตัวบล็อกไว้ทัน ก่อนจังหวะต่อเนื่อง โทนี่ โครส สบจังหวะซัดไกลนอกกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลา บอลยังเข้ามือ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายทวารบาเลนเซียเช่นเดิม

     ไอ้ค้างคาวเกือบนำนาทีที่ 14 มักซี่ โกเมซ ถอยต่ำลงไปล้วงบอลก่อนตวัดบอลตัดหลัง ราฟาแอล วาราน ที่ดันเช็คล้ำหน้าไปให้ โรดรีโก้ โมเรโน่ สปีดฉีกมาเก็บบอลกระชากเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษทางขวา ยิงบอลผ่านตัว ติโบล กูร์กตัวส์ นายทวารชุดขาวที่ออกมาปิดมุมแต่โชคไม่ดีบอลชนเสาอย่างจังกระดอนออกมาชวดขึ้นนำน่าเสียดาย

     บาเลนเซียเซ็งหนักนาทีที่ 21 การ์โลส โซเลร์ ป้ายบอลฝากไว้ที่ โฆเซ่ กาย่า แบ็กขวาทีมเยือนตบคืนกลับมาที่ การ์โลส โซเลร์ ที่ยืนจ่ายบอลยัดกลางสนาม 20 หลาเยื้องมาทางซ้ายเข้ากลางเขตโทษ บอลไปโดน มักซี่ โกเมซ กองหน้าไอ้ค้างคาวที่อยู่ตำแหน่งล้ำหน้าเปลี่ยนทางเล็กน้อย โรดรีโก้ โมเรโน่ วิ่งสอดมาตามแปบอลเข้าไปตุงตาข่าย กรรมการให้ประตูก่อนดูวีเออาร์ ริบสกอร์คืน

     เรอัล มาดริดเดินเกมนาทีที่ 29 ดานี่ การ์บาฆาล ตะลุยเดี่ยวลากบอลเจาะเข้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา จิ้มบอลหนีดาวเตะบาเลนเซีย เข้าดวลเดี่ยว เอเลียควิม ม็องกาล่า กองหลังทีมเยือนในเขตโทษ แตะหลบหนึ่งครั้งแล้วซัดบริเวณกรอบ 6 หลา แต่ว่า เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น ปิดมุมเสาแรกได้ดีสกัดทิ้งได้อย่างหวุดหวิด

     ทีมเยือนทักทายอีกหนนาทีที่ 44 จอฟเฟร่ ก็องด็อกเบีย รับบอลจากเพื่อนทางด้านข้างส่งเข้ากลางสนามระยะเกือบ 30 หลา มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสส่องไกลก่อน เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ จะเข้ามาขวาง บอลพุ่งโค้งจะเสียบเสาสองทว่า ติโบล กูร์กตัวส์ เหยียดสุดตัวปัดพ้นกรอบประตูอย่างสวยงาม จบ 45 นาทีแรกเสมอกัน 0-0

     เริ่มครึ่งหลังเจ้าถิ่นเปิดเกมนาทีที่ 58 ดาเนี่ยล วาส ฟูลแบ็กทีมเยือนออกบอลไม่ดีถูก เซร์คิโอ รามอส ขึ้นมาสูงมาฉกบอลบริเวณกลางสนามจ่ายสั้นให้ เอแดน อาซาร์ ไหลคืนกลับมาที่กัปตันราชันชุดขาวดีดบอลคืนจากวงกลมเขตโทษให้ เฟเด บัลเบร์เด้ รับบอลยิงทันทีแต่ว่าบอลไร้น้ำหนักเข้ามือ

     เรอัลมาดริดสำเร็จผลนาทีที่ 61 เอแดน อาซาร์ ถอยต่ำไปแดนตนเองครองบอล ก่อนกระชากกินมากลางสนามเบี่ยงมาทางซ้ายระยะ 30 หลา จ่ายเข้ากลางมี ลูก้า โมดริช รอบอลตบคืนไปที่ เอแดน อาซาร์ ที่สปีดตีมาพร้อมกองหลังบาเลนเซียตรงเส้นกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย ไหลบอลเร็วให้ คาริม เบนเซม่า วิ่งตีคู่ยืนโล่งอยู่ด้านข้างฝั่งขวาซัดเข้าประตูไปเป็นลูกที่ 15 ของดาวยิงเมืองน้ำหอม

     ราชันชวดทิ้งห่างนาทีที่ 65 ลูก้า โมดริช ได้บอลบริเวณกลางสนามเยื้องมาด้านขวา ก่อนมิดฟิลด์โครแอตหมุนตัวหนีผู้เล่นไอ้ค้างคาว หวดไกลระยะ 20 หลาด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งโค้งแต่ไม่ดีพอหนีมือ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายทวารทีมเยือน

     เจ้าบ้านทิ้งห่างนาทีที่ 74 โทนี่ โครส โยนลุกเตะมุมทางด้านขวาเข้ากลางเขตโทษ เซร์คิโอ รามอส กระโดดโหม่งจังหวะแรกโดนไม่เต็ม บอลกระดอนมาเข้าทาง แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลากบอลจี้โยกหนี ดาเนี่ยล วาส มาทางเขตโทษด้านซ้าย เกือบถึงเส้นหลัง ส่งบอลย้อนเข้ากลางให้ มาร์โก อเซนซิโอ ที่เพิ่งลงมาไม่ถึงนาทีเอนตัววอลเลย์ด้วยเท้าซ้ายสัมผัสบอลครั้งแรกเลี้ยวหนีมือ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายด่านทีมเยือนเข้าไปอย่างแม่นยำ ราชันชุดขาวนำ 2-0

     ราชันชุดขาวเกือบบวกสกอร์เพิ่มนาทีที่ 85 โทนี่ โครส ปั่นลูกฟรีคิกระยะ 20 หลากรอบเขตโทษเอนมาทางซ้าย บอลเลี้ยงข้ามกำแพงผู้เล่นทีมเยือนแต่ เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น นายทวารบาเลนเซีย โชว์ความเหนียวเซฟได้อีกครั้ง

     แต่แล้วช่วงท้ายเกม โทนี่ โครส เปิดบอลโด่งจากกลางสนามให้ มาร์โก อเซนซิโอ ที่วิ่งหลุดแนวรับทีมเยือนมาคนเดียวทางสนามฝั่งขวา เจ้าตัวเลี้ยงขึ้นมาถึงกรอบเขตโทษ แล้วหยอดบอลเข้ากลางเขตโทษไปให้ คาริม เบนเซม่า ใช้สุดยอดทักษะกระดกหลบเกมรับไอ้ค้างคาวด้วยเท้าขวาและยิงตามน้ำด้วยซ้าย บอลเหินเสียบเข้าตุงตาข่ายแบบงามหยด ก่อนที่นาทีที่ 89 อี คัง อิน หัวหอกโสมขาวตัวสำรองของทีมเยือนไปเตะนอกเกมใส่ เซร์คิโอ รามอส ถูกใบแดงไล่ออกไป จบเกม เรอัล มาดริด ถล่มครึ่งหลังใส่ บาเลนเซีย 3-0 ขยับบีบ บาร์ซ่า จ่าฝูงเหลือสองแต้ม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3): ติโบล กูร์กตัวส์,ดานี่ การ์บาฆาล,เซร์คิโอ รามอส,ราฟาแอล วาราน,แฟร์กล็องด์ เมนดี้,โทนี่ โครส,เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,เฟเด บัลเบร์เด้ (มาร์โก อเซนซิโอ น.74),ลูก้า โมดริช,คาริม เบนเซม่า,เอแดน อาซาร์ (วิเนซิอุส จูเนี่ยร์ น.82)

บาเลนเซีย (4-2-2): เยสเปอร์ ซิลเลสเซ่น,ดาเนี่ยล วาส,ฮูโก้ กิยามองต์,เอเลียควิม ม็องกาล่า,โฆเซ่ กาย่า,เฟร์ราน ตอร์เรส (กอนคาโล่ กูเอเดส น.59),ดาเนี่ยล ปาเรโฆ (ฟร็องซิส โกเกแล็ง น.69),จอฟเฟร่ ก็องด็อกเบีย,การ์โลส โซเลร์ (เดนิส เชริเชฟ น.69),โรดรีโก้ โมเรโน่ (อี คัง อิน น.76),มักซี่ โกเมซ (เควิน กาไมโร่ น.59)

 

ราชันเฮขึ้นฝูง! มาดริดเน้นเต็มพิกัดจัด “เบนเซม่า” บุกซัดโซเซียดาด

โอกาสมาแล้วสำหรับ "ราชันชุดขาว" หลังบาร์ซ่าที่เก็บได้เพียง 1 คะแนนทำให้หากเกมนี้ลูกทีมของ ซีเนดีน ซีดาน คว้าชัยจะทะยานขึ้นจ่าฝูงด้วย ”เฮดทูเฮด” ที่ดีกว่าความพร้อมมี คาริม เบนเซม่า นำทัพ ทางด้าน อีมานอล อัลกวาซิล นายใหญ่ เรอัล โซเซียดาด ผลงานไม่สู้ดีวาง อัดนาน ยานูไซ ลงบู๊ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2563
เรอัล โซเซียดาด – เรอัล มาดริด
เวลา : 03.00 น.

สนาม : เรอาเล่ อารีน่า

    อีมานอล อัลกวาซิล เตรียมเปลี่ยนผู้เล่น 5-6 ตำแหน่งจากเกมพ่าย อลาเบส 0-2 แบ็กขวาไม่มี โยเซบา ซัลดูอา ที่ติดโทษแบน ก็จะใช้งาน อันโดนี่ โกโรซาเบล ยืนแทน

    ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟจะปรับมาเป็น อาริตซ์ เอลูสตอนโด้ ยืนกับ โรแบง เลอ นอร์มังด์ และแบ็กซ้ายเปลี่ยนจาก ไอเอน มูนญอซ กลับมาเป็น นาโช่ มอนเรอัล

    แดนกลางได้ มิเกล เมรีโน่ พ้นโทษแบนกลับมาเล่นร่วมกับ มาร์ติน โอเดการ์ด และ อีกอร์ ซูเบลเดีย ทำให้ ดาบิด ซูรูตูซ่า จะกลับไปสำรอง ส่วน 3 ประสานในเกมรุก อัดนาน ยานูไซ จะนั่งแล้วให้ กริ
สเตียน ปอร์ตู ลงตัวจริงฝั่งขวา, ฝั่งซ้ายเป็น มิเกล โอยาซาบัล ส่วนกองหน้าตัวเป้า อเล็กซานเดอร์ อีซัค ลงยืนแทน วิลเลี่ยน โชเซ่

    ซีเนดีน ซีดาน อาจจะเปลี่ยนทีมแค่ตำแหน่งเดียวคือ แบ็กซ้ายที่ มาร์เซโล่ น่าจะลงมาเล่นแทน แฟร์กล็องด์ เมนดี้

    ส่วนที่เหลือเหมือนเดิมทั้งหมดคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟใช้ เซร์คิโอ รามอส ลงสนามร่วมกับ ราฟาแอล วาราน ตามเดิมแดนกลาง เฟเด บัลเบร์เด้ จะลงเป็นตัวจริงเดินเกมร่วมกับ เอ็มรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส
และ ลูก้า โมดริช  คู่หน้า คู่หน้าใช้ เอแด็น อาซาร์ ล่าตาข่ายกับ คาริม เบนเซม่า

    ส่วนในรายของ นาโช่ เฟร์นานเดซ, ลูก้า โยวิช ลูกัส บาสเกซ และ อิสโก้ นั้นยังไม่พร้อมลงสนาม

11 นักเตะตามคาด

    เรอัล โซเซียดาด (4-3-3) อเล็กซ์ เรมีโร่-โยเซบา ซัลดูอา, อาริตซ์ เอลูสตอนโด้, โรแบง เลอ นอร์มังด์, นาโช่ มอนเรอัล-มาร์ติน โอเดการ์ด, ดีเอโก้ ยอร์เรนเต้, อีกอร์ ซูเบลเดีย-อัดนาน ยานูไซ, อเล็กซานเดอร์ อีซัค, มิเกล โอยาซาบัล

ผู้จัดการทีม : อีมานอล อัลกวาซิล

    เรอัล มาดริด (4-4-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่-เฟเด บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส-เอแด็น อาซาร์, คาริม เบนเซม่า

ผู้จัดการทีม : ซีเนดีน ซีดาน

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน

07/02/20    โกปา เดล เรย์    เรอัล มาดริด        3-4    เรอัล โซเซียดาด
24/11/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด         3-1    เรอัล โซเซียดาด   
12/05/19    ลา ลีกา    เรอัล โซเซียดาด    3-1    เรอัล มาดริด
07/01/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        0-2    เรอัล โซเซียดาด
11/02/18    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        5-2    เรอัล โซเซียดาด
18/09/17    ลา ลีกา    เรอัล โซเซียดาด    1-3    เรอัล มาดริด
30/01/17    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด        3-0    เรอัล โซเซียดาด   
        
ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เรอัล โซเซียดาด

19/06/20    แพ้ อลาเบส 0-2 (เยือน)     ลา ลีกา
15/06/20    เสมอ โอซาซูน่า 1-1 (เหย้า)    ลา ลีกา   
11/03/20 ชนะ เออิบาร์ 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
08/03/20    แพ้ บาร์เซโลน่า 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
05/03/20    ชนะ มิรันเดส 1-0 (เยือน)    โกปา เดล เรย์
 
เรอัล มาดริด

19/06/20    ชนะ บาเลนเซีย 3-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
15/06/20    ชนะ เออิบาร์ 3-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
09/03/20    แพ้ เรอัล เบติส 1-2 (เยือน)    ลา ลีกา
02/03/20    ชนะ บาร์เซโลน่า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
27/02/20    แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-2 (เหย้า)    ชปล.

เบนเซม่าซัด! เรอัลมาดริดบุกเชือดโซเซียดาด แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูง

   

เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยเหนือ เรอัล โซเซียดาด ได้สำเร็จ 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญส่งผลให้มีแต้มเท่ากับบาร์เซโลน่า 65 คะแนน แต่ "ราชันชุดขาว" เฮดทูเฮดเหนือกว่าทำให้รั้งเป็นจ่าฝูง ลา ลีกา เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : เรอาเล่ อารีน่า

    ศึก ลา ลีกา สเปน นัดที่ 30 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน เรอัล โซเซียดาด อันดับ 6 เปิดรังรับการมาเยือนของรองจ่าฝูง เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หากลูกทีมของ ซีดาน คว้าสามแต้มได้จะมี 65 คะแนนเท่ากับ บาร์เซโลน่า ทว่าเฮดทูเฮดดีกว่าจะแซงนำเป็นจ่าฝูงทันที

    อีมานอล อัลกวาซิล เทรนเนอร์เจ้าถิ่นส่ง มาร์ติน โอเดการ์ด ที่ยืมมาจาก "ราชันชุดขาว" ลงปั้นเกมโดยมี มิเกล โอยาซาบัล  และอเล็กซานเดอร์ อีซัค ล่าตาข่าย ส่วน เรอัล มาดริด ของซีเนดีน ซีดาน ส่ง ฮาเมส โรดริเกซ ประสานงานร่วมกับ คาริม เบนเซม่า และวินิซิอุส จูเนียร์

    ออกสตาร์ทครึ่งแรก มาได้แค่ 2 นาที "ราชันชุดขาว" เกือบได้ลุ้นขึ้นนำก่อนเลย หลัง เฟเด บัลเบร์เด้ หลุดเข้าไปถึงเส้นหลังก่อนตบมากลางประตูให้ วินิซิอุส จูเนียร์ ยิงด้วยขวาหลุดกรอบไป

    นาที 15 มาร์ติน โอเดการ์ด แข้งตัวยืมของชุดขาวได้ลุ้นบ้างเหมือนกัน หลังตะบันนอกกรอบแต่บอลยังหลุดกรอบออกไป

    นาที 33 เป็นโอกาสยิงเข้ากรอบหนแรกของ เรอัล มาดริด คราวนี้ เฟเด บัลเบร์เด้ ไหลให้ คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางซ้ายก่อนโยกหลอกแล้วอัดเต็มแรงพุ่งไปติด อเล็กซ์ เรมีโร่ รับไม่อยู่ก่อนโดนกองหลังเคลียร์ออกมาได้

    ชุดขาวยังบุกอย่างหนัก อีก 2 นาทีถัดมา ได้ลุ้นอีกจาก คาเซมีโร่ หวดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือนายด่านโซเซียดาด

    นาที 42 วินิซิอุส จูเนียร์ เลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบก่อนจะโยกหลบผู้เล่นเจ้าบ้านสองคนแล้วกดด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งไปติดเซฟของ เรมีโร่

    จบครึ่งแรก เรอัล โซเซียดาด ยังเสมอกับ เรอัล มาดริด 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 48 มาร์เชโล่ แทงบอลทะลุช่องให้ วินิซิอุส จูเนียร์ หลุดเข้าไปก่อนเลี้ยงแหวกแนวรับโซเซียดาด ก่อนจังหวะสุดท้ายที่กำลังจะยิงไปโดน ดีเอโก้ ยอเรนเต้ ขัดขาจากด้านหลัง ผุ้ตัดสินเช็กจาก วีเออาร์ ก่อนจะยืนยันให้จุดโทษ และเป็น เซร์คิโอ รามอส ที่สังหารเข้าไปไม่พลาด เรอัล มาดริด บุกมานำ 1-0

    นาที 60 ซีดาน ต้องเปลี่ยนตัวคนแรก ส่ง เอแดร์ มิลิเตา ลงไปคุมหลังแทน เซร์คิโอ รามอส ที่มีอาการบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว

    นาที 68 โซเซียดาดชวดได้ประตูตีเสมอ หลัง อัดนาน ยานาไซ สับไกเบียดเสาแรกเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเนื่องจาก มิเกล เมรีโน่ ที่ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าไปบังการป้องกันของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ถือมีส่วนร่วมกับเกม

    อีกสองนาทีถัดมา กลายเป็น เรอัล มาดริด มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 เฟเด บัลเบร์เด้ ครอสบอลมาหน้าประตูให้ คาริม เบนเซม่า ใช้ไหล่พักบอลก่อนจะซัดด้วยขวาเข้าประตูไป แข้งเจ้าถิ่นฟ้องว่าเป็นแฮนด์บอลแต่หลังจากเช็กจาก วีเออาร์ แล้วผู้ตัดสินยืนยันให้ประตูมองว่าบอลโดนไหล่ไม่แฮนด์บอล

      นาที 83 เรอัล โซเซียดาด มาได้ประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-2 จนได้ จากจังหวะที่ โรแบร์โต้ โลเปซ วางบอลไปไกลถึง มิเกล เมรีโน่ จับบอลลงก่อนจะอัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด

    จบเกม เรอัล โซเซียดาด พ่ายให้ เรอัล มาดริด 1-2 ทำให้ "ราชันชุดขาว" มี 65 คะแนนเท่ากับ บาร์เซโลน่า แต่เฮดทูเฮดดีกว่าทำให้แซงขึ้นนำจ่าฝูงทันที

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    เรอัล โซเซียดาด (4-2-3-1) อเล็กซ์ เรมีโร่ – อันโดนี โกโรซาเบล, ดีเอโก้ ยอเรนเต้, โรแบง เลอ นอร์มังด์, นาโช่ มอนเรอัล – อีกอร์ ซูเบลเดีย, มิเกล เมรีโน่ – ปอร์ตู, มาร์ติน โอเดการ์ด, มิเกล โอยาซาบัล – อเล็กซานเดอร์ อีซัค

    ผู้จัดการทีม : อีมานอล อัลกวาซิล

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส – ฮาเมส โรดริเกซ – คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์