แฟนปารีสเสียว! เนย์มาร์อาจชวดนัดชิงชปล.

เนย์มาร์ หัวหอกเลือดแซมบ้าของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อาจจะพลาดลงสนามช่วยต้นสังกัดนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก เนื่องจากดันทะลึ่งฝ่าฝืนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ หลังจบเกมที่ถล่ม ไลป์ซิก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

     เนย์มาร์ กองหน้าพรสวรรค์ชาวบราซิเลียนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส มีสิทธิ์อาจจะโดนแบนจากการลงเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ หลังจากทำเรื่องผิดกฎสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า)

    หัวหอกทีมชาติบราซิล ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในแมตช์ที่ "เปแอสเช" ไล่ต้อน แอร์เบ ไลป์ซิก 3-0 ในเกมรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่หลังจบเกมดันเกิดประเด็นดราม่า เมื่อ เนย์มาร์ แหกกฎยูฟ่า ด้วยการแลกเสื้อกับ มาร์เซล ฮัลสเท่นแบร์ก

    ตามระเบียบการในการกลับมาแข่งขันกันต่อหลังเกิดเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบุว่าไม่อนุญาตให้นักเตะทำการแลกเสื้อแข่ง และหากไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ได้กำหนดอาจจะนำไปสู่การพิจารณาเกี่ยวกับมาตรการด้านระเบียบวินัยของยูฟ่า

 

    สอดคล้องกับรายงานที่อ้างเอาไว้ก่อนที่เกมฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรปจะกลับมาแข่งขันกันต่อหลังต้องล็อกดาวน์จากเชื้อไวรัสมรณะว่าการแลกเสื้อระหว่างนักเตะในช่วงที่มีการจัดแข่งแบบมินิทัวร์นาเมนต์ ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส มีผลทำให้ผู้เล่นต้องทำการกักตัว 12 วัน อย่างไรก็ตาม ยูฟ่า ไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับระเบียบการนี้อย่างเป็นทางการ 

    ทั้งนี้เกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ซึ่งจะมีขึ้นในอีก 5 วัน ฉะนั้นหาก ยูฟ่า มีบทลงโทษในกรณีนี้ และนักเตะต้องเข้ารับการกักตัว จะทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงสนามช่วยทัพ "เปแอสเช" ในการชิงถ้วยใบโตยุโรปครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร

ลูกคนงานก่อสร้าง เก็บผักกิน ขาย..โกอินเตอร์ เจลีก..ดาวยิงทีมใหญ่ไทยลีก

ชะตาชีวิตของแต่ละคนถูกลิขิตมาตั้งแต่เกิด แต่ก็สามารถใช้ความมานะพยายามลิขิตชีวิตตัวเองตอนโตได้ เฉกเช่น “เจ้าเบียว”ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม ซึ่งชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตั้งแต่เด็กแต่วันนี้กลายเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหน้าตัวจริงของทีมยักษ์ใหญ่ไทยลีกอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
“เจ้าเบียว”ณัฐวุฒิ ได้ย้อนอดีตให้ฟังว่า สมัยเด็ก ๆ ที่บ้านมีฐานะยากจน พ่อแม่เป็นคนงานก่อสร้าง กินค่าจ้างรายวัน ถ้าตรงกับช่วงเข้าพรรษา ที่ภาคเหนือจะไม่มีการก่อสร้างบ้าน รายได้ก็จะไม่มี พ่อแม่ต้องไปเก็บผักมากินและขาย โชคดีที่มีบ้านญาติอยู่ใกล้ บางครั้งก็ต้องไปอาศัยกินข้าวกับญาติ เป็นการประทังชีวิต
 
    “ตอนเด็กก็ถือว่าลำบาก แต่โชคดีพ่อแม่เข้าใจไม่ห้ามเรื่องฟุตบอล รองเท้าสตั๊ดไม่มี ก็ขอจากรุ่นพี่ โชคดีไปเล่นฟุตบอลรายการหนึ่งในจังหวัดตากบ้านเกิด ได้นักเตะยอดเยี่ยม มีสตั๊ดเป็นรางวัล ผมเอามาใส่จนขาด เพราะไม่มีเงินจะซื้อ”

    “เจ้าเบียว”เล่าว่า ช่วงที่เรียนม.4 ที่ร.ร.สามเงาพิทยาคม มีพี่ที่เป็นทหารแนะนำให้ไปคัดกับร.ร.สุรศักดิ์มนตรีที่เปิดคัด ผมไม่รีรอที่จะไป คือเราเห็นพ่อกับแม่จะชอบดื่มและทะเลาะกัน ก็อยากจะไปให้พ้นจากสภาพแวดล้อมนี้ ไปแสวงหาอนาคตด้านฟุตบอลเพื่อจะมาช่วยเขาตอนหลังดีกว่าจะทนอยู่แบบนี้ ก็เลยมาคัดก็ติด ได้เรียนฟรี อยู่ฟรีและกินฟรี โดยมื้อเช้า อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ จะเอาข้าวที่เหลือจากวัดมาให้กิน ตอนเย็นก็ได้กินฟรี มากทม.ผมเอาเงินมา 800 บาท เป็นค่ารถ ค่ากิน โชคดีที่คัดติดที่นี่”
 
    โชคดีของ “เจ้าเบียว”ที่ ร.ร.สุรศักดิ์ฯ เป็นพันธมิตรกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เจ้าตัวจึงมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในอะคาเดมี่ของ แบงค็อกฯ และได้โชว์ฟอร์มในยูธลีก ก่อนที่จะเล่นทีมสำรองของ แบงค็อก ในฟุตบอลไทยลีก 4 จนได้เป็นดาวซัลโวของโซนกทม.และปริมณฑล จำนวน 21 ประตู ถูกดันขึ้นชุดใหญ่แต่แทบไม่ได้เล่น จนวันหนึ่งโอกาสมาถึงเมื่อทางสโมสรตัดสินใจจะส่งเจ้าตัวไปฝึกฟุตบอลกันพันธมิตรอย่าง เอฟซี โตเกียว ที่ญี่ปุ่น

 
    “ตอนแรกผมปฏิเสธไปทางโทรศัพท์ เพราะไทยลีกยังไม่ได้เล่น เลยไม่อยากข้ามขั้นเร็วไป แต่พอวางสาย แม่ที่มาเยี่ยมก็บอกทำไมไม่ลองก่อนล่ะ มันเป็นโอกาสที่ไม่ได้มีกันทุกคน ผมเลยตัดสินใจโทรกลับไปว่า ตกลงไปญี่ปุ่น”
 
    จากเด็กบ้านนอกที่เรียนไม่เก่ง ต้องไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว ไม่มีเพื่อน ชีวิตที่ญี่ปุ่นช่วงแรกจึงลำบาก ขณะเดียวกันก็เล่นให้กับ เอฟซี โตเกียวชุดยู 23 ในเจลีก 3 ช่วงแรก ๆ ก็โดนเพื่อนร่วมทีมด่า แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ภาษากายมันบอก เจ้าตัวก็ก้มหน้าก้มตาเล่นโดยไม่สนใจอะไร ลงไป 17 นัดยิงไป 3 ประตู เพื่อนเริ่มยอมรับในช่วงปลาย ๆ ซีซั่น สุดท้ายเดินทางกลับไทยหลังใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น 11 เดือน

 
    ณัฐวุฒิ ได้กลับมาไทยและมีโอกาสซ้อมช่วงปรี-ซีซั่น กับทีมชุดใหญ่ของทรู แบงค็อก ซึ่งก็มีโอกาสได้ติดทีมไปอุ่นเครื่องที่มาเลเซีย เป็นฟุตบอล 4 เส้า เจ้าตัวได้โอกาสจากมาโน โพลกิ้ง ให้ลงเล่นแทน โบนิลญ่า ที่เจ็บ เพราะมาโน่เห็นฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องยิงทุกนัด และเมื่อได้เล่นที่มาเลย์ ก็ยิงไป 1 ลูก ทีมได้แชมป์ เจ้าตัวได้นักเตะยอดเยี่ยม นั่นจึงเป็นที่มาของการได้โอกาสลงเล่นในเกมไทยลีก แถมยึดตัวจริงของทีมได้ 4 นัดติดต่อกันก่อนหยุดไปเพราะโควิด โดยยิงไป 1 ประตู
 
    เมื่อฟอร์มดี เจ้าตัวก็มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดยู 21 และยู 23 ปีต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า ได้โทรไปบอกพี่สาวให้บอกแม่ แต่แม่อยากฟังจากปากของเจ้าตัวเอง พอบอกไป แม่ถึงกับร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ

 
    “ผมมีวันนี้ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินคาดจริง ๆ แต่ผมบอกเลยว่า ตัวเองทำงานหนักมาก หลังการฝึกซ้อมทีม ผมจะให้โค้ชช่วยเปิดบอลให้ผมยิงประตูในทุกรูปแบบอีกเกือบครึ่งช.ม.ทุกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้ผมดีขึ้นจริง ๆ ตอนนี้ได้เป็นนักบอลอาชีพเต็มตัวก็ส่งเงินกลับบ้านให้พ่อแม่ตลอด และจะหาเงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ได้อยู่สบายขึ้นในอนาคตอันใกล้ และเป้าหมายสูงสุดของผมคือ การได้ติดทีมชาติชุดใหญ่สักครั้งในชีวิต แต่ทั้งนี้ผมต้องโชว์ฟอร์มกับทรู แบงค็อก ให้ดีเสียก่อน”

ช็อก!แข้ง-สตาฟฟ์พรีเมียร์ลีกติดโควิด14ราย

เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษแฉว่าตอนนี้มีนักเตะกับสตาฟฟ์ของทีมใน พรีเมียร์ลีก ติดเชื้อโควิด-19 รวมกัน 14 คน หลังจากทำการตรวจคนเหล่านั้นในการเข้าแคมป์ช่วงปรี-ซีซั่น แต่มันก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับโปรแกรมการแข่งขันแต่อย่างใด

    มีนักเตะและสตาฟฟ์จากทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020-21 ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถึง 14 คนด้วยกัน จากการตรวจระหว่างการเข้าแคมป์ช่วงปรี-ซีซั่นของ 12 สโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ

    ไม่มีการเปิดเผยว่า 12 ทีมที่โดนตรวจในครั้งนี้มีทีมไหนบ้าง แต่เชื่อกันว่าสาเหตุที่ทำให้มีคนติดเชื้อเยอะขนาดนี้เป็นเพราะหลายคนกลับมาจากการไปเที่ยวพักผ่อนในประเทศต่างๆ ซึ่ง พรีเมียร์ลีก ยังไม่ชี้แจงหรือประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องในครั้งนี้แต่อย่างใด

    ทั้งนี้ การที่มีคนติดเชื้อ 14 คนในครั้งนี้นั้น ถือว่าเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 กลับมาเตะกันเยอะพอตัว เพราะตลอดทั้งช่วงดังกล่าวมีการตรวจนักเตะกับสตาฟฟ์รวมแล้วราว 35,000 ครั้ง และพบว่ามีคนติดเชื้อเพียง 30 รายเท่านั้น

    เดลี่ เมล เสริมว่าการที่มีนักเตะและสตาฟฟ์ติดเชื้อรวม 14 คนในครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับโปรแกรม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นใหม่ที่จะเริ่มเตะกันในวันที่ 12 กันยายนนี้ แต่ฝ่ายจัดการแข่งขันของ พรีเมียร์ลีก ก็เตือนสโมสรต่างๆ ว่ายังต้องดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดเพื่อทำให้ทั้งสนามแข่งและสนามซ้อมปลอดเชื้อโควิด-19 ต่อไป โดยเชื่อกันว่าในฤดูกาล 2020-21 นั้น พรีเมียร์ลีก จะตรวจบรรดานักเตะของทีมในลีก 1 ครั้งต่อสัปดาห์ น้อยกว่าช่วงที่กลับมาแข่งกันเมื่อซีซั่นก่อนที่ทำการตรวจ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

ยูฟ่าเด็ดขาดยกเลิกเกมคัดชปล.หลังพบแข้งติดโควิด

สหพันธ์ลูกหนังยุโรป ประกาศยกเลิกเกมระหว่าง ลินฟิลด์ ปะทะ เคเอฟ ดริต้า ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกก่อนรอบแรก วันอังคาร เนื่องจากมีการตรวจพบว่ามี 2 แข้งติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพจึงไม่อนุญาตให้เกมนี้แข่งได้
    สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) แถลงการณ์ยืนยันได้สั่งยกเลิกเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือกก่อนรอบแรก ประจำฤดูกาล 2020/2021 แมตช์ระหว่าง ลินฟิลด์ สโมสรในประเทศไอร์แลนด์เหนือ พบ เคเอฟ ดริต้า ทีมจากโคโซโว วันอังคารที่ 11 สิงหาคม เนื่องจากมีการตรวจพบว่ามีผู้เล่นติดเชื้อไวรัสโควิด-19

    ตามหมายกำหนดการเดิมระบุว่าแมตช์ดังกล่าวจะมีการจัดแข่งกันที่เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พบว่ามี 2 นักเตะจาสโมสรเคเอฟ ดริต้า มีผลออกมาเป็นบวก ทำให้ ยูฟ่า จำเป็นต้องยกเลิกเกมนี้ไปโดยปริยายเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพ

    แถลงการณ์ของสหพันธ์ลูกหนังยุโรป ระบุว่า "ผลจากการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสวิส ที่ทำงานร่วมกับ ยูฟ่า ได้สั่งให้ทุกๆ คนในทีมเคเอฟ ดริต้า ต้องเข้ารับการกักตัวหลังจากมีนักเตะสองคนจากทีมโคโซโวมีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 "

    "ทำให้เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกก่อนรอบแรกแมตช์ระหว่าง เคเอฟ ดริต้า พบ ลินฟิลด์ ที่จะแข่งในวันที่ 11 สิงหาคม ในเมืองนียง, สวิตเซอร์แลนด์ ไม่สามารถแข่งได้ นักเตะต้องเข้ารับการกักตัวไปแล้วพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมของเขาอีกรายที่พบว่าสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้อ" แถลงการณ์ฉบับเดิม ระบุ

บิ๊กเกม!แมนซิตี้หวังย้ำชัยรับเรอัลมาดริดที่ลุ้นพลิกนรกเข้า8ทีมชปล.

"เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ กุมความได้เปรียบแมตช์แรกมาก่อน นัดนี้ไม่ง่ายปะทะยอดทีมแดนกระทิง เรอัล มาดริด แชมป์รายการนี้ 13 สมัย ที่มุ่งมั่นคว้าอีกโทรฟี่ประดับบารมี โดยต้องชนะและยิงให้ได้สองเม็ดเป็นอย่างน้อยเพื่อโอกาสเข้ารอบ ในการแข่งฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง คืนวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

ปรีวิว ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
แมนฯ ซิตี้ – เรอัล มาดริด
(สกอร์นัดแรก แมนฯ ซิตี้ ชนะ 2-1)
เวลา : 02.00 น.
สนาม :  เอติฮัด สเตเดี้ยม

    ทีมเรือใบเข้าป้ายรองแชมป์พรีเมียร์ลีกตามหลังลิเวอร์พูลถึง 18 แต้ม แต่มีแชมป์ติดมือแล้วกับโทรฟี่คาราบาว คัพ ส่วนรายการนี้กุมความได้เปรียบจากชัยชนะเลกแรกที่มาดริด 2-1

    ความพร้อมล่าสุดกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้แข้งใหม่มาร่วมทัพ 2 รายคือ เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกดาวรุ่งชาวสเปนจากบาเลนเซีย และสดๆ ร้อนๆ นาธาน อาเก้ กองหลังดัตช์จากบอร์นมัธ แต่ทั้งคู่ยังไม่สามารถลงทะเบียนเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้

    ขณะเดียวกัน พวกเขาจะไม่มี เบนฌาแม็ง เมนดี้ แบ็กซ้ายเฟร้นช์แมน ที่ติดโทษแบน น่าจะใช้งาน โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ลงตัวจริงแทน หรือ ชูเอา คันเซโล่ ก็เล่นได้เช่นกัน

    เซร์คิโอ อเกวโร่ ดาวยิงคนสำคัญชาวอาร์เจนไตน์ มีชื่อในรายการนี้อยู่ ทว่ายังคงเจ็บเข่า เปิดโอกาสให้ กาเบรียล เชซุส เสียบแทนอัตโนมัติ โดยมี ริยาด มาห์เรซ กับ ราฮีม สเตอร์ลิง สนับสนุนด้านข้าง ส่วน ดาบิด ซิลบา มิดฟิลด์กัปตันตัวเก๋า น่าจะนั่งสำรองเพื่อให้ เป๊ป ได้จัดทัพตัวจริงระยะยาวไปในตัว

    ”ราชันชุดขาว” ผงาดคว้าแชมป์ลา ลีกา ด้วยผลงานสุดยอดชนะ 10 จาก 11 นัดนับจากรีสตาร์ต แต่รายการนี้เสียเปรียบเสี่ยงตกรอบจากผลปราชัยเลกแรกคาบ้านนั่นเอง

    มิหนำซ้ำ ซีเนดีน ซีดาน กุนซือคนเก่งชาวฝรั่งเศส ยังต้องประสบปัญหาแนวรับขาด เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีม ที่โดนใบแดงในการเจอกันหนก่อน ต้องใช้งาน เอแดร์ มิลิเตา ลงเล่นเซนเตอร์แบ็กคู่กับ ราฟาแอล วาราน ส่วน แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ก็จะได้ลงแบ็กซ้ายแทน มาร์เซโล่ ที่ยังบาดเจ็บต่อไป

    ประเด็นสำคัญตอนนี้คือระบบจะมาไม้ไหน หากเป็นแบบไดมอนด์ก็จะวาง มาร์โก อาเซนซิโอ ปั้นเกมหลังคู่หน้า คาริม เบนเซม่า กับ เอแด็น อาซาร์ หรือถ้ายัดกลาง 5 ตัวก็ถอด อาเซนซิโอ แล้วเติมตัวสดอย่าง เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ ตรงกลางสนาม

    ในราย แกเร็ธ เบล, ฮาเมส โรดริเกซ หมดสิทธิ์แน่ๆ ไม่ได้เดินทางร่วมทีมท่ามกลางข่าวเตรียมย้ายออก ขณะที่ มาเรียโน่ ดิอาซ ดาวยิงโดมินิกัน ถูกตรวจพบเชื้อโควิด-19 ต้องกักตัวแยกจากทีมไปโดยปริยาย

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, แฟร์นันดินโญ่, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ (ชูเอา กานเซโล่) – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดอัน – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้, กาเซมิโร่, โทนี่ โครส – มาร์โก อาเซนซิโอ – คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์

ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ บรีช (เยอรมัน)

ยกเลิกนัดรีเพลย์’เอฟเอ คัพ’, ตัดเชือกลีกคัพจบในเกมเดียว

ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ในฤดูกาลหน้า จะไม่มีการแข่งในนัดรีเพลย์อีกต่อไป ขณะที่รอบตัดเชือกลีกคัพจะแข่งให้จบภายในเกมเดียว

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ยืนยัน ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 2020/21 จะไม่มีนัดรีเพลย์ เพื่อช่วยลดโปรแกรมให้กับสโมสรที่ต้องกรำศึกหนัก

เอฟเอ คัพ ปีนี้จะเริ่มฟาดแข้งในวันที่ 1 กันยายน ส่วนเกมนัดชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันที่ 15 พฤษภาคม ปี 2021 โดยทุกคู่ต้องต่อเวลาพิเศษหาผู้ชนะหากเสมอกันใน 90 นาที หากยังเสมอกันอีกก็ต้องดวลจุดโทษตัดสิน

ด้านเงินรางวัลสำหรับทีมแชมป์จะถูกลดลงมาเหลือ 1.8 ล้านปอนด์ เท่ากับในฤดูกาล 2017/18 จากเดิมที่มอบให้ 3.6 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตโควิด-19

ขณะที่ถ้วย คาราบาว คัพ ที่เดิมทีต้องลงเล่น 2 เกมแบบเหย้าเยือนในรอบรองชนะเลิศ ก็ปรับมาจบในเกมเดียวเช่นกัน โดยจะเริ่มแข่งในวันที่ 8-9 กันยายน และชิงกันในวันที่ 14 มีนาคม ปี 2021

โอซิลแจงสาเหตุเมินนโยบายหั่นค่าเหนื่อยช่วยทีม

เมซุต โอซิล มิดฟิลด์ อาร์เซน่อล ระบุ สาเหตุที่เคยปฏิเสธนโยบายการหั่นค่าเหนื่อยของสโมสรเป็นเพราะตอนนั้นไม่ได้รับรายละเอียดในระดับที่เหมาะสมว่าทำไมถึงควรจะต้องทำอย่างนั้น พร้อมบอกว่าที่จริงมีคนอื่นที่ทำเหมือนตน แต่กลับกลายเป็นว่ามีเพียงตนที่โดนชาวบ้านชาวช่องตำหนิอย่างหนัก

    เมซุต โอซิล กองกลาง อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนไม่ยอมรับมาตรการเลื่อนจ่ายค่าเหนื่อย หรือการหั่นค่าเหนื่อยของทีม เป็นเพราะตอนนั้นต้นสังกัดไม่ได้ให้รายละเอียดกับตนมากพอ จนตนมองว่ามันไม่เหมาะสมที่จะยอมรับมาตรการนั้น

    การระบาดอย่างหนักของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาทำให้หลายสโมสรทั่วโลกได้รับผลกระทบทางการเงินอย่างมาก จนทำให้บางทีมเลือกใช้มาตรการเลื่อนการจ่ายค่าเหนื่อย หรือก็คือการจ่ายค่าเหนื่อยน้อยกว่าปกติในตอนแรกเพื่อเอาส่วนที่โดนหักไปสมทบกับค่าเหนื่อยในอนาคต ขณะที่บางสโมสรใช้มาตรการหักค่าเหนื่อยแบบตรงๆ ไปเลย

   ทั้งนี้ เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาบอร์ดบริหารของ อาร์เซน่อล ก็เคยเลือกใช้มาตรการที่จะจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะน้อยลงเหมือนกัน โดยบอกว่าจำเป็นต้องทำแบบนั้นเพื่อทำให้สโมสรอยู่รอด และเอาไปจ่ายเงินให้เหล่าสตาฟฟ์ได้ ซึ่งตอนนั้นแทบทุกคนยอมรับมาตรการดังกล่าว แต่ โอซิล กับนักเตะ "ไอ้ปืนใหญ่" อีก 2 คนปฏิเสธมาตรการนั้น ซึ่งมันก็ทำให้ โอซิล โดนตำหนิอย่างหนักตลอดช่วงที่ผ่านมาว่าเป็นคนที่เห็นแก่ตัวสุดๆ

    โอซิล ให้สัมภาษณ์กับ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อดังว่า "ในฐานะนักเตะแล้วนั้นเราต่างก็อยากมีส่วนช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่เราต้องการข้อมูลมากกว่านี้ และมีหลายเรื่องที่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ทุกคนโอเคกับการเลื่อนจ่ายค่าเหนื่อย ทั้งที่ตอนนั้นมันมีความไม่แน่นอนหลายอย่าง"

    "ส่วนตัวแล้วผมโอเคที่จะยอมโดนเลื่อนการจ่ายค่าเหนื่อยในระดับที่เสียเงินเยอะกว่าคนอื่น และไม่มีปัญหาเลยด้วยหากจะโดนหั่นค่าเหนื่อยหากมันจำเป็นต้องทำถึงขั้นนั้นเมื่อถึงเวลาที่เกิดความชัดเจนมากขึ้นทั้งในด้านฟุตบอลและการเงิน แต่เราโดนบีบให้รีบทำการตัดสินใจทั้งที่ไม่มีการหารือกันที่ดี ทุกคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นน่ะมีสิทธิ์ที่จะได้รู้ทุกเรื่อง, ได้เข้าใจว่าทำไมมันถึงเกิดสถานการณ์แบบนั้น และได้เข้าใจว่าเงินที่โดนหักไปน่ะจะไปอยู่ที่ไหน แต่เราไม่ได้รับรายละเอียดมากพอ เราเหมือนมีหน้าที่แค่ทำการตัดสินใจเท่านั้น ซึ่งการทำอย่างนั้นถือว่าเร็วเกินไปสำหรับเรื่องที่ถือว่ามีความสำคัญมากๆ และมันก็มีแรงกดดันอย่างหนักด้วย"

    "สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบรรดานักเตะที่อายุน้อย ผมก็เลยปฏิเสธไป ผมมีลูกอยู่ที่บ้าน, มีครอบครัวที่ต้องดูแลทั้งที่ ตุรกี และ เยอรมนี แถมผมยังมีองค์กรการกุศลกับโปรเจกต์ใหม่ที่เราทำขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือคนในกรุงลอนดอนด้วย โปรเจกต์ที่ว่ามันเกิดขึ้นจากใจจริงของเรา ไม่ได้ทำขึ้นเพื่อเป็นการโปรโมตอะไรทั้งนั้น"

    "คนที่รู้จักผมดีย่อมรู้ดีว่าที่จริงแล้วผมเป็นคนใจกว้างมากแค่ไหน และเท่าที่ผมรู้มาน่ะผมไม่ใช่นักเตะเพียงคนเดียวด้วยที่ไม่ยอมรับมาตรการหักค่าเหนื่อย แต่กลับกลายเป็นว่ามีแค่ชื่อของผมเพียงคนเดียวที่โผล่ตามหน้าสื่อ ผมเดาว่าที่เป็นอย่างนั้นคงเป็นเพราะผมมีประเด็นติดตัวล่ะมั้ง มันเป็นเวลานาน 2 ปีแล้วที่คนพยายามทำลายผม, พยายามทำให้ผมไม่มีความสุข, พยายามสร้างความปลุกปั้นด้วยความหวังว่าจะทำให้แฟนบอลหันมาเกลียดผม รวมถึงสร้างเรื่องโกหกขึ้นมา"

    "การตัดสินใจในครั้งนั้นอาจจะมีส่วนทำให้ผมได้รับโอกาสลงเล่นน้อยก็ได้ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมไม่กลัวที่จะยืนหยัดสู้เพื่อสิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และพอคุณได้เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้แล้วน่ะ (หมายถึงการที่ อาร์เซน่อล ปลดพนักงาน 55 คน ทั้งที่ใช้มาตรการหั่นค่าเหนื่อยนักเตะไปแล้ว) บางทีสิ่งที่ผมทำก็อาจจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องก็ได้"

งูตัดเชือกรอบ10ปี! “ลูกากู” ฮอตอินเตอร์เฉือนห้างยาลิ่วรอบรอง ยูโรปา

"งูใหญ่" ของ อันโตนิโอ คอนเต้ ทำผลงานได้ตามเป้าแม้เกมนี้โดน "วีเออาร์" ริบจุดโทษถึง 2 ครั้งแต่ต้องชมความสุดยอดของ โรเมลู ลูกากู ทำสถิติซัด 9 เกมติดต่อกันในรายการนี้ พาทีมเชือด เลเวอร์คูเซ่น 2-1 ผ่านเข้ารอบตัดเชือกฟุตบอลยุโรปรอบ 10 ปี ในศึกฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : เมอร์เคอร์ สปีล อารีน่า (สนามกลาง)

    ทีมเนรัซซูรี่ รองแชมป์เซเรีย อา ฤดูกาลล่าสุด ตีตั๋วสู่รอบนี้ด้วยการเอาชนะเคตาเฟ่ 2-0 ที่สนามกลางในเยอรมัน เนื่องจากเกมเลกแรกเดิมทีนั้นถูกเลื่อนในช่วงโควิดแพร่ระบาด

    ทางด้าน "ห้างขายยา" จบอันดับ 5 ในตารางบุนเดสลีกา ซีซั่นล่าสุด จึงต้องเอาโทรฟี่ยูโรปา ลีก ฤดูกาลนี้มาครองให้ได้ หากอยากจะคว้าตั๋วลุยศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วนในรอบที่แล้ว พวกเขาผ่านเรนเจอร์สด้วยชัยชนะแบบไป-กลับ โดยบุกรัว 3-1 ก่อนเบรกโควิดแล้วกลับมาเฝ้ารังย้ำแค้น 1-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

    5 นาทีผ่านเป็น "งูใหญ่" ทำได้ดีกว่ามีจังหวะแก้เพรสซิ่งสวยๆจากบอลหน้าประตูของ ซามีร์ ฮันดาโนวิช เปิดยาวให้ โรเมลู ลูกากู พักอกแปะให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ตวัดออกขวาถึง ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ สอดมาครอสเข้าในแต่โดนเคลียร์ทิ้งไปก่อนนิดเดียว

    นาทีที่ 15 อินเตอร์ มิลาน มาได้ประตูขึ้นนำจากการประสานงานสุดสวย แอชลี่ย์ ยัง สอดมารับบอลทางซ้ายจ่ายเร็วเข้าในให้ โรเมลู ลูกากู พักบอลก่อนได้ช่องซัดไปติดบล็อคโชคดีเด้งมาเข้าทาง นิโกโล่ บาเรลล่า ตามมากดไซค์ก้อยโค้งผ่านมือ ลูคัส ฮราเด็คกี้ ตุงตาข่าย

    5 นาทีต่อมา "งูใหญ่" เร่งเครื่องต่อเนื่องคราวนี้เป็น เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากบอลเข้าเขตโทษก่อนตวัดเข้ากลางให้ นิโกโล่ บาเรลล่า แปร์เต็มแรงไปติดบล็อค ลูคัส ฮราเด็คกี้

    แต่แล้วนาทีต่อมา อินเตอร์ มิลาน บวกสกอร์เพิ่มสำเร็จเป็น แอชลี่ย์ ยัง โชว์เหนือจ่ายแทงช่องเข้าเขตโทษให้ โรเมลู ลูกากู ใช้ตัวบัง เอ็ดมอนด์ ทัปโซบา ก่อนล้มตัวยิงผ่าน ลูคัส ฮราเด็คกี้ ไม่มีพลาด

    เกมแลกกันสุดมันส์นาทีที่ 25 "ห้างขายยา" ตามตีไข่แตกเป็นจังหวะสกัดไม่ดีของ ดีเอโก้ โกดิน บอลหลุดมาถึง ไค ฮาแวร์ทซ์ แหวกเข้าไปทำชิ่งกับ เควิน โฟลลันด์ ก่อนตะบันแฉลบหว่างขา ซามีร์ ฮันดาโนวิช เข้าไป

    นาทีต่อมา "งูใหญ่" พลาดโอกาสทิ้งห่างอีกครั้งเป็น ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ ยกบอลไปโดนหัวไหล่ ดาลี่ย์ ซิงค์กราเวน ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าให้เป็นจุดโทษก่อนชั่งใจวิ่งไปเช็ค "วีเออาร์" และหันกลับมาริบจุดโทษคืน

    ช่วงท้าย "ห้างขายยา" เริ่มครองเกมได้มากขึ้นพาบอลเข้าพื้นที่อันตรายแต่ยังมีปัญหาในการจบสกอร์ หมดครึ่งเวลาแรก อินเตอร์ มิลาน 2 เลเวอร์คูเซ่น 1

    เปิดฉากครึ่งหลังได้ 5 นาที อินเตอร์ มิลาน โหมใส่ทันทีแต่มาพลาดกันเองเป็น แอชลี่ย์ ยัง ตักบอลเข้าเขตโทษให้ โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ ทิ้งตัวดีดระยะไม่ถึง 5 หลาไปติด โรเมลู ลูกากู เด้งออกมา

    นาทีที่ 60 เลเวอร์คูเซ่น พลาดโอกาสสำคัญเป็น เคเรม เดเมียร์บาย ฉกบอลตัดหน้า นิโกโล่ บาเรลล่า ก่อนตะบันด้วยซ้ายระยะ 18 หลาแต่น่าเสียดายไปตรงตัว ซามีร์ ฮันดาโนวิช ปัดข้ามคานออกไป

    5 นาทีต่อมาเป็นจังหวะประสานงานของตัวสำรองอย่าง คริสเตียน อีริคเซ่น จ่ายถวายพานให้ อเล็กซิส ซานเชซ ยืนซัดโล่งๆในกรอบเขตโทษไปติดเซฟ ลูคัส ฮราเด็คกี้ เหลือเชื่อ

    ก่อนหมดเวลา 15 นาที "งูใหญ่" ชวดบวกสกอร์ปิดเกมทั้งจากลูกยิงไปติดบล็อคของ มาร์เซโล่ โบรโซวิช และความเหนือชั้นของ วิคเตอร์ โมเซส สอดมารับบอลก่อนล็อคเข้าในกดด้วยซ้ายไปติดเซฟ ลูคัส ฮราเด็คกี้
   
    พอทำไม่ได้ 5 นาทีต่อมากลายเป็น "ห้างขายยา" เกือบตีเจ๊าจากบอลริมเส้นทางซ้ายของ  เลออน ไบลี่ย์ ครอสเข้าในเกือบถึง ไค ฮาแวร์ทซ์ บอลหลุดมาเสาไกล เควิน โฟลลันด์ ทิ้งตัวสไลด์ก็ยังไม่ทันหลุดออกไป

    ช่วงทดเจ็บ อินเตอร์ มิลาน โชคร้ายซ้ำ คาริม เบลลาราบี้ ไปเหนี่ยวแขน คริสเตียน อีริคเซ่น ร่วงลงไป การ์ลอส เดล เซร์โร่ เป่าให้เป็นจุดโทษแต่หลังจากดู "วีเออาร์"  บอลไปโดนมือ นิโกโล่ บาเรลล่า กลายเป็น เลเวอร์คูเซ่น ได้ฟรีคิก

    นาทีที่ 90+5  โรเมลู ลูกากู เบียดเอาชนะ เอ็ดมอนด์ ทัปโซบา ส่งบอลผ่านมือ ลูคัส ฮราเด็คกี้ ไปซุกก้นตาข่ายแต่ การ์ลอส เดล เซร์โร่ เป่าให้ฟาลว์กับ "ห้างขายยา"

    จบเกม อินเตอร์ มิลาน 2 เลเวอร์คูเซ่น 1

รายชื่อผู้เล่นลงสนามตัวจริง

    อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซามีร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ, นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง – เลาตาโร่ มาร์ติเนซ, โรเมลู ลูกากู

เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้

    เลเวอร์คูเซ่น (4-2-3-1) : ลูคัส ฮราเด็คกี้ – ลาร์ส เบนเดอร์, สเวน เบนเดอร์, เอ็ดมอนด์ ทัปโซบา, ดาลี่ย์ ซิงค์กราเวน – ยูเลี่ยน บอมการ์ทลิงเกอร์, เอเชเกล ปาลาซิออส – ไค ฮาแวร์ทซ์, เคเรม เดเมียร์บาย, มูสซ่า ดิยาบี้ – เควิน โฟลลันด์

เทรนเนอร์ : ปีเตอร์ บอสซ์

ผู้ตัดสิน : การ์ลอส เดล เซร์โร่ (สเปน)

ตำนานแมนยูเชื่อมี “ซานโช” เพิ่มแนวรุกเหมือนปี1999

ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตหัวหอกจอมลีลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กระตุ้นต้นสังกัดเก่ายอมควักเงินแบบไม่มีอิดออดเพื่อคว้าตัว เจดอน ซานโช่ มาเสริมทัพด่วน เพราะทีมจะมีทางเลือกในเกมรุกที่หลากหลายเหมือนสมัยเมื่อปี 1999 ซึ่งนำไปสู่การคว้า 3 แชมป์อย่างยิ่งใหญ่
              ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ตำนานกองหน้าทีมชาติบัลแกเรีย มั่นอกมั่นใจ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อการดึง เจดอน ซานโช ปีกฟอร์มแรง มาร่วมทีมจะทำให้ทัพ "ปีศาจแดง" มีทางเลือกในเกมรุกที่หลากหลาย เหมือนสมัยที่ทีมเคยมี 4 ประสานในชุดที่คว้าทริปเบิลแชมป์ เมื่อปี 1999 

              ซานโช เป็นเป้าหมายหลักของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม ที่หวังจะดึงมาประสานงานร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด และ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล โดยมีการคาดการณ์ว่านักเตะจะย้ายมาร่วมทีมหาก "ปีศาจแดง" ยินดีจ่ายค่าตัวจำนวน 100 ล้านปอนด์ (ราว 3,800 ล้านบาท) ให้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

              สำหรับเม็ดเงินดังกล่าวหลายคนอาจจะมาว่าสูงเกินไปในยุคที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดหนัก แต่ เบอร์บาตอฟ มองอีกมุมว่างานนี้ "ผีแดง" ควรยินดีจ่ายเงินจำนวนดังกล่าว เพราะ ซานโช จะเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่สามารถนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิ่งใหญ่เหมือนกับเมื่อปี 1999

             "เบิร์บ" เผยว่าในตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด มีแนวรุกทีเด็ดทั้ง โซลชา, ดไวท์ ยอร์ค, แอนดี้ โคล และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม ที่สลับสับเปลี่ยนลงไปช่วยกันยิ่งประตูคู่แข่งเป็นว่าเล่น ฉะนั้นหากต้นสังกัดเก่าของตนอยากประสบความสำเร็จแบบนั้นอีกครั้งก็ควรต้องทุ่มเงินซื้อซานโช มาเสริมแกร่ง

             "เจดอน ซานโช จะเป็นการเซ็นสัญญาที่สุดแสนวิเศษสำหรับทุกๆ ทีม รวมทั้ง ยูไนเต็ด ด้วย มันเป็นปัญหาที่ดีเยี่ยมหากมีตัวเลือกในเกมรุกที่สุดยอดแบบนี้ แต่มันก็จะนำไปสู่ความยากลำบากในการตัดสินใจ บางคนต้องนั่งอยู่ข้างสนาม และ โอเล่ จะต้องเป็นคนบอกเรื่องนี้กับนักเตะเหล่านั้น"

             "อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กับ มาร์คัส แรชฟอรด์ คงจะทำผลงานได้อย่างสุดยอดในวงการฟุตบอล ส่วน กรีนวู้ด ตอนนี้สมควรที่จะให้โอกาสในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และผมไม่อยากเห็นเขาต้องเป็นเพียงแค่ตัวสำรอง เรารู้ว่า ยูไนเต็ด สามารถจ่ายเงินสำหรับ ซานโช ได้ และถ้าหากเรื่องนี้เกิดขึ้น สโมสรคงจะมีความสุข"

            "ค่าตัวกว่า 100 ล้านปอนด์ มันเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ผมมั่นใจว่าเขาจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทุกๆ คนที่ยูไนเต็ด กำลังจับตามองการย้ายทีมครั้งนี้ แรชฟอร์ด น่าจะรู้ดีว่า ซานโช่ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ และพวกเขาคงจะยินดีที่จะได้แข่งกันเพื่อแย่งตำแหน่งในทีม แต่ผู้เล่นเกมรุกมักจะมีข้อสงสัยเกิดขึ้นในใจของพวกเขา"

            "หลังจากนั้นพวกเขาจะใช้สิ่งนี้เป็นแรงกระตุ้น พวกเขาต้องการที่จะได้ตำแหน่งของตัวเองในทีม ถ้าพวกเขายินดีจ่ายเงินเป็นสถิติสโมสรเพื่อซานโช ไม่มีใครคาดหวังว่านักเตะคนนี้จะนั่งอยูในซุ้มม้านั่งสำรอง ดังนั้นอย่างน้อยการลงตัวจริงของ ซานโช จะยิ่งทำให้ทีมแข็งแกร่งมากขึ้น"

            "หากพิจารณากันดีๆ แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด เคยมี โอเล่ , ดไวท์ ยอร์ค, แอนดี้ โคล และ เท็ดดี้ เชอริงแฮม อยู่ในทีมเดียวกัน และทำให้ทีมมีทางเลือกในการเล่นเกมรุกมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ โอเล่ คงจะคิดว่าเขาสามารถจัดการกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี" เบอร์บาตอฟ ระบุ

วารานจัดให้! ราฮีม-เชซุสซัดพาแมนซิตี้ถลุงเรอัลมาดริด ฉลุย8ทีมชปล.

ราฟาแอล วาราน เจอฝันร้ายสุดๆ หลังทำให้ทีมต้องเสียสองเม็ดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง และกาเบรียล เชซุส ซัดคนละเม็ดพา "เรือใบสีฟ้า" เจ้าบ้านบดย้ำชัยเอาชนะ เรอัล มาดริด 2-1 รวมผลสองนัด ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ โปรตุเกส ด้วยประตูรวม 4-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นันสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

สนาม :  เอติฮัด สเตเดี้ยม

    ฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดสอง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รับการมาเยือนของ เรอัล มาดริด อดีตแชมป์รายการนี้ 13 สมัย โดยเกมแรกที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ก่อนพักเบรคโควิด-19 เป็น "เรือใบสีฟ้า" ที่บุกไปคว้าชัยถึงสเปนมาได้ 2-1

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ของเรือใบเกมนี้ส่งสามประสานแนวรุกเป็น ราฮีม สเตอร์ลิง, กาเบรียล เชซุส และฟิล โฟเด้น ขณะที่ ซีเนดีน ซีดาน เกมนี้ขาด เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเซ็นเตอร์แบ็กที่ติดโทษแบน ส่วนแนวรุกวาง เอแด็น อาซาร์, คาริม เบนเซม่า และโรดรีโก้

    เริ่มเกมมาได้แค่ 7 นาที เจ้าถิ่น "เรือใบ" ได้ทักทายก่อนเลย หลัง เควิน เดอ บรอยน์ตะบันด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งเข้ากรอบไปแฉลบ เอแดร์ มิลิเตา ออกหลังได้เตะมุม

    นาที 9 ลูกทีมของ "เป๊ป" มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากความผิดพลาดของแนวรับ ราฟาแอล วาราน แนวรับของ เรอัล มาดริด ที่เล่นพลาดโดน กาเบรียล เชซุส เบียดแย่งบอลในกรอบเขตโทษก่อนจะปาดให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงโล่งๆเข้าไปไม่พลาด สกอร์รวมสองนัด แมนฯซิตี้ นำห่าง 3-1

    นาที 21 ราชันชุดขาว เกือบไล่ตีเสมอได้สำเร็จ หลัง อาซาร์ แทงบอลเข้ากลางให้ คาริม เบนเซม่า พลิกบอลกดด้วยขวาเน้นๆแต่บอลยังไปโดน เอแดร์ซอน พุ่งปัดออกหลังหวุดหวิด

    จากนั้นไม่ถึงนาที อาซาร์ ได้ลองกดด้วยซ้ายจากนอกกรอบบ้างแต่บอลพุ่งเลียดไม่ห่างมือนายด่านเจ้าถิ่นที่ล้มรับไว้ได้อีก

    นาที 28 เรอัล มาดริด ไล่ตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ คาริม เบนเซม่า แทงบอลออกขวาให้ โรดรีโก้ หลบแข้งเจ้าถิ่นถึงเส้นหลังก่อนครอสมาให้ เบนเซม่า ที่วิ่งไปจุดนัดพบเทกตัวโขกลงพื้นเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด สกอร์รวม2นัด "ชุดขาว" ไล่มาเป็น 2-3

    นาที 37 แมนฯซิตี้ ตอบโต้ขึ้นมาบ้างบอลไหลออกซ้ายให้ ชูเอา กานเซโล่ ลากตัดเข้าหน้ากรอบแล้วอัดด้วยเท้าขวาข้างถนัดบอลพุ่งแรงจน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องปัดบอลออกไป

    อีก 5 นาทีถัดมา เจ้าบ้านได้ลุ้นขึ้นนำอีกหลัง เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายให้ ฟิล โฟเด้น ลากตัดเข้าหน้ากรอบก่อนอัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาออกไปแบบได้เสียว

    จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสมอกับ เรอัล มาดริด 1-1 (สกอร์รวม 2 นัด แมนฯซิตี้ นำ 3-2)

    กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง แค่นาที 47 เจ้าบ้านได้เสียวทันทีหลัง เดอ บรอยน์ ไหลออกให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ก่อนกดด้วยซ้ายไปติดบล็อคออกหลัง

    นาที 57 โอกาสของเจ้าบ้านมาอีก เดอ บรอยน์ ได้บอลหลุดเข้าไปก่อนล็อคหนี มิลิเตา ได้แล้วแต่จังหวะซัดด้วยขวาไปติด ดานี่ การ์บาฆาล ที่ตามมาบล็อคได้ทัน

    อาคันตุกะ ได้บอลสวนกลับขึ้นมาบ้าง นาที 64 คาริม เบนเซม่า ได้โอกาสับไกด้วยขวาในกรอบแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ เอแดร์ซอน

    อีกนาทีถัดมา "เรือใบสีฟ้า" โต้กลับทันควัน เดอ บรอยน์ ไหลให้ อิลคาย กุนโดอัน จ่ายเร็วต่อให้ กาเบรียล เชซุส พลิกบอลก่อนอัดด้วยขวาไปติดมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์

    นาที 68 เจ้าถิ่นมาแซงได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จนได้ และเป็นความผิดพลาดของ ราฟาแอล วาราน อีกครั้ง คราวนี้พยายามโหม่งบอลคืนหลังให้ ติโบต์ กูร์กตัวส์ แต่บอลเบาไปจน กาเบรียล เชซุส วิ่งตามไปซ้ายด้วยซ้ายมุมแคบผ่านตัว กูร์กตัวส์ เข้าไปทำให้สกอร์รวมสองนัด นำห่าง 4-2

    เดอ บรอยน์ ที่วันนี้เล่นได้โดดเด่นไหลออกขวาให้ ไคล์ วอล์คเกอร์ เติมมายิงด้วยขวานอกกรอบแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ กูร์กตัวส์

    จากนั้น นาที 86 เดอ บรอยน์ เรียกฟรีคิกให้ทีมได้ลุ้นระยะกว่า 23 หลา ก่อนที่ ดาบิด ซิลบา ตัวสำรองจะปั่นบอลด้วยซ้ายหลุดกรอบออกไปหวุดหวิด

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะเรอัล มาดริด 2-1 ประตูรวมสองนัดผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยประตูรวม 4-2 โดยในรอบก่อนรองชนะเลิศ จะจัดแบบมินิทัวร์นาเมนท์ รู้ผลในนัดเดียว โดยจะเล่นที่ประเทศโปรตุเกส
   
    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, แฟร์นันดินโญ่, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, ชูเอา กานเซโล่ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดอัน – ฟิล โฟเด้น, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – ลูก้า โมดริช, กาเซมิโร่, โทนี่ โครส – โรดรี้, คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์

    ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ บรีช (เยอรมัน)