บรูโน่ซัดโทษ-ป็อกบายิงด้วย! แมนยูบุกถล่มวิลล่าบี้เลสเตอร์เหลือแต้มเดียว

"ผีแดง" แมนยู ผลงานกำลังดุดันเกินพิกัดไม่แพ้ใครในลีกเป็น 10 เกมติด หลัง "ป็อกบา-บรูโน่" ร่วมกันพังสกอร์ก่อนทีมถล่ม "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 3-0 ทำคะแนนไล่หลังกดดัน เลสเตอร์ ที่รั้งอันดับ 4 พื้นที่ชปล.เหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น ในการแข่งขันศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สนาม : วิลล่า พาร์ค

     ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ผีแดง" แมนยู ผลงานกำลังเข้าฝักสุดขีดไม่แพ้ใครในลีกมา 9 นัดติด แถมแนวรุกนัดล้่าสุดถล่ม บอร์นมัธ เละเทะ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ทีมเยือน จัดผู้เล่นแบบไม่มีพัก แดนกลางมี "ป็อกบา-บรูโน่" คุมเกม ด้านหน้ามี "แรชฟอร์ด-มาร์กซิยาล" ร่วมผลิตสกอร์ ฟากเจ้าบ้าน "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า  จำเป็นต้องมีคะแนนแมตช์นี้หากอยากเพิ่มเปอร์เซ็นต์รอดตกชั้น แต่มองฟอร์มลูกทีม ดีน สมิธ แล้วแทบส่ายหัว ไม่ชนะใครเกมลีก 9 เกมติดเช่นกัน วาง "แจ็ค กรีลิช" แข้งเป้าหมายทีมเยือนวาดลวดลาย

     ผ่านมาถึงนาทีที่ 17 แจ็ค กรีลิช โยกบอลข้ามฟากจากด้านซ้ายมาที่ เอซรี่ คอนซ่า ครอสบอลเข้าไปที่บริเวณเขตโทษ 8 หลาทางซ้าย ดั๊กลาส ลุยซ์ ปรี่มาพักอกกระแทกบอลหวังทำประตูแต่ยังดี อารอน วาน-บิสซาก้า มาขวางไว้ทันเวลา

     สิงห์ผงาดเดินเครื่องนาทีที่ 19 เอซรี่ คอนซ่า ฟูลแบ้กเจ้าบ้านแอบเติมขึ้นมาเปิดบอลจากกลางสนามด้านขวา บอลโค้งมาตกริมเขตโทษทางซ้าย แจ็ค กรีลิช วางเท้ายิงตามน้ำจังหวะเดียว แต่บอลเหินข้ามคานออกหลังไปไกล

     วิลล่าเกือบเฮนาทีที่ 25 ปอล ป็อกบา ครองบอลไม่ดีถูกแนวรุกเจ้าถิ่น เทรเซเก้ต์ ขโมยบอลลากเข้ามาถึงหน้ากรอบเขตโทษ แล้วเจ้าตัวยิงแบบปั่น  บอลพุ่งเรียดหนีมือ ดาบิด เด เคอา แต่กลับชนเสาด้านซ้าย กลิ้งออกหลังไป

     แมนยูออกนำนาทีที่ 27 เมสัน กรีนวู้ด จ่ายบอลสั้นให้เข้าเขตโทษให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เลี้ยงบอลกลับออกมานอกเขตโทษ แล้วแตะต่อให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปรี่มาม้วนตัวจะรับบอลแต่ถูก เอซรี่ คอนซ่า แหย่ขาเตะล้มในเขตโทษ กรรมการชี้ให้ฟรีคิกจังหวะแรก ก่อนดูวีเออาร์เปลี่ยนเป็นให้จุดโทษ และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส สังหารเข้าไป

     ผีแดงเร่งหนักนาทีที่ 35 ปอล ป็อกบา ลากบอลขึ้นหน้าเลยกลางสนาม ส่งออกข้างฝั่งขวาให้ เมสัน กรีนวู้ด เลี้ยงบอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษจ่ายเรียดขวางสนามไปที่ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รับบอลกระชากต่อมาตรงเส้นเขตโทษแล้วซัดบอลแต่เบาไปเข้ามือนายทวารเจ้าถิ่น

     ทีมเยือนชวดทิ้งห่างนาทีที่ 37 เนมานยา มาติช แทงบอลจากกลางสนามระยะประมาณ 25 หลาต่อให้ เมสัน กรีนวู้ด พลิกตัวเลี้ยงบอลเข้าไปซัดในเขตโทษ บอลพุ่งหากรอบประตูแต่ เปเป้ เรน่า โชว์เซฟปัดบอลออกข้างเขตโทษด้านขวาได้ยอดเยี่ยม

     ช่วงนาทีที่ 45 อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้บอลจากกลางสนาม ฝากบอลไปที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หน้ากรอบเขตโทษจ่ายออกข้างให้ ลุค ชอว์ ลากบอลจี้มาริมเส้นเขตโทษทางซ้ายทำชิ่งกับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ยืนรอในเขตโทษ ก่อนแบ็กขวาผีแดงหลุดเข้าไปหยอดบอลมาหน้าเขตโทษ และเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส สอดขึ้นมาโหม่งคนเดียวโล่ง ๆ ทว่าบอลลอยข้ามคานออกไปแบบเหลือเชื่อ

     ป๊ศาจแดงได้เปรียบหนีกนาทีที่ 45+4 อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงต่ำไปแย่งบอลจาก ไทรอน มิงส์ ที่เลี้ยงบอลขึ้นสูง ก่อนเจ้าตัวส่งต่อให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงออกด้านขวาไปที่ เมสัน กรีนวูด ลากบอลถึงกลางสนาม 25 หลาไหลเข้ากลางให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แตะหนึ่งครั้งแล้วส่งคืนไปที่ เมสัน กรีนวู้ด ลากบอลมาถึงวงกลมเขตโทษซัดด้วยเท้าขวาบอลแรงผ่านมือ เปเป้ เรน่า นายทวารวิลล่าเข้าไปอย่างสวยงาม หมดครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด บุกนำอยู่ 2-0

     ทีมเยือนรุกอีกนาทีที่ 49 เนมานยา มาติช ไหลบอลออกข้างจากกลางสนาม 25 หลาให้ ลุค ชอว์ ดีดบอลสั้นเข้าเขตโทษฝั่งเดียวกัน มาร์คัส แรชฟอร์ด วิ่งมารับบอลแล้วล็อกหนึ่งครั้งหลอกผู้เล่นเจ้าบ้านตักบอลข้ามมาเขตโทษอีกฝั่ง ก่อนเป็น อารอน วาน-บิสซาก้า สอดมาเทคตัวโหม่งคนเดียว บอลกระดอนฉิวเสาออกไปแบบมีลุ้น

     วิลล่าตอบโต้นาทีที่ 54 แจ็ค กรีลิช เลี้ยงบอลกินระยะมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ป้ายบอลให้ เทรเซเก้ต์ รับบอลตบย้อนกลับมาจากเขตโ?ษให้ จอห์น แม็คกินน์ ส่องไกลจากนอกเขตโทษ บอลเบาเกินไป ดาบิด เด เคอา ล้มตัวรับไว้สบายมือ

     ผีแดงอดเฮนาทีที่ 56 อารอน วาน-บิสซาก้า ได้บอลริมสนามฝั่งขวา จ่ายเข้ากลางสนามไปที่ ปอล ป็อกบา ไหลออกทางซ้ายไปที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ครองบอลแล้วตัดเข้ามายิงจากเส้นกรอบเขตโทษ บอลพุ่งกระดอนพื้นชนตัว ปอล ป็อกบา ที่วิ่งเติมเข้าไปในเขตโทษซุกก้นตาข่าย แต่ว่ากลายเป็นลูกล้ำหน้าจังหวะบอลไปถูกตัว ปอล ป็อกบา

     แมนยูทิ้งไกลนาทีที่ 58 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดลูกเตะมุมย้อนออกมาหน้าวงกลมนอกเขตโทษตรงกลาง ปอล ป็อกบา ปรี่มาคนเดียวจับบอลแต่งหนึ่งทีแล้วปั่นโค้งเสียบตาข่ายด้านขวา แบบที่ เปเป้ เรน่า มือกาวสิงห์ผงาดได้แต่ยืนดู

     ทีมเยือนลุยต่อนาทีที่ 61 อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงต่ำไปกระชากบอลมาถึงกลางสนาม ส่งสั้นให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส รับบอลก่อนจิ้มต่อให้หัวหอกเพื่อนร่วมทีมหลุดเข้าไปในเขตโทษทางซ้ายหวดบอลเต็มเท้า บอลเหินเช็คคานกระเด้งออกเขตโทษอีกด้านไป

     ท้ายเกมนาทีที่ 90+2 ปอล ป็อกบา เลี้ยงบอลตะลุยเดี่ยวกลางสนามระยะ 25 หลา ก่อนไหลบอลลอดขา ไทรอน มิงส์ กองหลังวิลล่าให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด แตะบอลเข้าเขตโทษแล้วซัดบอลทันทีแต่ว่า เปเป้ เรน่า นายด่นเจ้าบ้านยังเซฟเอาไว้ได้ จบเกม แมนฯยูไนเต็ด บุกถล่ม แอสตัน วิลล่า 3-0 ทำคะแนนไล่จี้ เลสเตอร์ อันดับ 4 พื้นที่ ชปล.เหลือแค่แต้มเดียว

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

แอสตัน วิลล่า (4-4-1-1): เปเป้ เรน่า,เอซรี่ คอนซ่า,คอร์ตนี่ย์ เฮาส์,ไทรอน มิงส์,นีล เทย์เลอร์,อันวาร์ เอล กาซี่ (คอเนอร์ เฮาริฮาน น.58),ดั๊กลาส ลุยซ์ (อินเดียน่า วาซิเลฟ น.84),จอห์น แม็คกินน์ (มาร์เวลัส นากัมบา น.59),เทรเซเก้ต์,แจ็ค กรีลิช,เอ็มบวานา ซามัตต้า (เคนัน เดวิส น.59)

แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1): ดาบิด เด เคอา,อารอน วาน-บิสซาก้า (แบรนดอน วิลเลียมส์ น.66),วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์,ลุค ชอว์,เนมานยา มาติช (สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ น.66),ปอล ป็อกบา,เมสัน กรีนวู้ด (ดาเนียล เจมส์ น.79),บรูโน่ แฟร์นันด์ส (เฟร็ด น.71),มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (โอเดียน อิกาโล่ น.79)

บรูโน่สะเด่ากด2ตุง! แมนยูฟอร์มคึกบุกทุบไบรท์ตัน แซงวูล์ฟส์ขึ้นที่ 5

แมนฯยูไนเต็ด ไม่พลาดเก็บสามแต้มหลังบุกไปปราบเจ้าถิ่น ไบรท์ตัน แบบขาดลอย 3-0 เกมนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ห้องเครื่องตัวเก่งยิงคนเดียวสองประตู ช่วยให้ "ปีศาจแดง" มีแต้มเท่ากับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่ 52 คะแนน แต่ลูกได้เสียนั้นดีกว่า ทำให้แซงรั้งอันดับ 5 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

    เริ่มครึ่งแรกมาได้แค่ 6 นาทีแรก ไบรท์ตัน เจ้าถิ่นได้ทักทายก่อนเลยจากจังหวะที่ เดล สตีเฟ่นส์ กดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งเหินคานไปไกล

    จากนั้น นาที 12 "ปีศาจแดง" เกือบชิงขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะขึ้นเกมทางด้านขวาบอลมาถึง ป็อกบา ดึงแข้งเจ้าถิ่นก่อนไหลสั้นๆให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตะบันด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

    กระนั้น นาที 16 "ผีแดง" ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้จากจังหวะที่ อารอน วาน-บิสซาก้า ได้บอลริมเส้นทางขวาแล้วจ่ายทะลุให้ เมสัน กรีนวู้ด หลุดเข้าไปสับขาหลอกอย่างเหนือชั้นแล้วยิงเสาแรกผ่านมือ แม็ทธิว ไรอัน เข้าไปอย่างสวยงาม

    กลายเป็น แมนฯยูไนเต็ด ที่พับสนามบุก ครองบอลได้เหนือกว่า นาที 21 ปอล ป็อกบา เรียกฟรีคิกได้หน้ากรอบกว่า 20 หลา แต่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิงฟรีคิกข้ามกำแพงเหินคานออกไป

    เกมเข้าสู่ครึ่งชั่วโมงแรก สกอร์ของทีมเยือนำห่างเป็น 2-0 ทันที บอลเริ่มจาก แรชฟอร์ด จ่ายให้ลุค ชอว์ หลุดเข้าไปครอสเลียดมาหน้าประตูบอลเลยมาถึง ป็อกบา ที่อยู่แถวสองจ่ายต่อให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส วิ่งมาอัดด้วยขวาไปแฉลบแนวรับเจ้าถิ่นก่อนพุ่งเบียดเสาเข้าไป เป็นประตูที่ 4 ในลีก

    นาที 39 มาร์คัส แรชฟอร์ด ลองซัดไกลนอกกรอบบ้างแต่บอลพุ่งเหินหลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น จบครึ่งแรก ไบรท์ตัน ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2

    ครึ่งหลัง ไบรท์ตัน เปลี่ยนตัวส่ง นีล โมเปย์ และเลอันโดร ทรอสซาร์ด ลงมาเล่นแทน  ดาวี่ พรอปเปอร์ และทาริก แลมพ์ตี้ย์

    นาที 50 แฟนผีแดงทางบ้านได้เฮต่อ หลัง "ปีศาจแดง" ทะยานนำโด่งเหนือเจ้าถิ่น 3-0 บอลสวนกลับเร็วจาก เนมานย่า มาติช วอลเลย์ไปที่ว่างทางซ้ายให้ เมสัน กรีนวู้ด กระชากขึ้นไปแล้วตักบอลไปเสาสองให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส วิ่งมาวอลเลย์ด้วยขวาส่งบอลตุงตาข่ายอย่างสวยงาม เป็นประตูที่สองของ บรูโน่ ในเกมนี้และประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก

    โอกาสของไบรท์ตันนานๆจะมีให้เห็น แต่ นาทีที่ 60 ก็เกือบทำให้แนวรับผีแดงปั่นป่วนหลัง อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์ เล่นลูกสูตรจากฟรีคิกจ่ายสั้นไปในกรอบให้ นีล โมเปย์ ยิงถาถเสาออกไป

    นาที 69 ทรอสซาร์ด จ่ายบอลให้ อารอน คอนนอลลี่  ซัดเต็มแรงด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งเข้ากรอบ แต่ยังโดน ดาบิด เด เคอา บินปัดบอลออกไป
   
    ไบรท์ตัน หวังจะทวงคืนประตูตีไข่แตกให้ได้ นาที 76 ดาบิด เด เคอา ต้องออกแรงเซฟอีก หลัง นีล โมเปย์ กดด้วยซ้ายเสาแรก
   
    ท้ายเกม นาที 86 แดเนี่ยล เจมส์ ตัวสำรอง ได้โอกาสซัดสองหนติดๆ แต่บอลยังไปเข้ามือ แม็ทธิว ไรอัน

    จบเกม ไบรท์ตัน แพ้ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-3 ส่งผลให้ "ปีศาจแดง" ได้อีก 3 แต้มมีเพิ่มเป็น 52 คะแนนเท่ากับวูล์ฟสแฮมป์ตัน แต่ลูกได้เสียลูกทีมของ  โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นั้นดีกว่าทำให้แซงรั้งอันดับ 5 แทน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        ไบรท์ตัน (3-5-1-1) : แม็ทธิว ไรอัน – เชน ดัฟฟี่, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น – ทาริก แลมพ์ตี้ย์, ดาวี่ พรอปเปอร์, เดล สตีเฟ่นส์, อีฟส์ บิสซูม่า, มาร์ติน มอนโตย่า – อเล็กซิส แม็คอัลลิสเตอร์, อารอน คอนนอลลี่

    ผู้จัดการทีม : เกรแฮม พ็อตเตอร์

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    ผู้ตัดสิน : อังเดร มาร์ริเนอร์

 

ผีกำลังคึก! แมนยูล่าท็อปโฟร์ส่ง “แฟร์นันด์ส” นำทัพดวลวิลล่า

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นายใหญ่ "ปีศาจแดง" ผลงานกำลังร้อนแรงไม่แพ้ใคร 16 นัดในทุกรายการ การจัดทัพเกมนี้เต็ยสูบมี บรูโน่ แฟร์นันด์ส นำทัพล่าท็อปโฟร์ ทางด้าน ดีน สมิธ กุนซือ ”สิงห์ผยอง” ยังต้องลุ้นหนีตายรั้งอันดับ 18 ตามโซนปลอดภัยอยู่ 3 คะแนนส่ง แจ็ค กรีลิช ลงบู๊สู้ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 ก.ค. นี้

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2563
แอสตัน วิลล่า (18) – แมนฯ ยูไนเต็ด (5)
ถ่ายทอดสด : ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล HD 1 (02.15 น.)
สนาม : วิลล่า พาร์ค

    ดีน สมิธ กุนซือ ”สิงห์ผยอง” พาทีมได้ 2 แต้มจาก 5 เกมในการรีสตาร์ต ฟอร์มล่าสุดพวกเขาออกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2

    วิลล่าจะไม่สามารถใช้งาน แม็ตต์ ทาร์เก็ตต์ (เอ็นหลังหัวเข่า) และ บียอร์น เอ็นเกลส์ (เอ็นร้อยหวาย) ได้

    ขณะที่ ทอมมี่ ฮีตัน ผู้รักษาประตู และ เวสลี่ย์ กองหน้าก็ปิดเทอมยาวไปตั้งนานแล้ว

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือปีศาจแดง พาทีมไม่แพ้ใคร 16 นัดในทุกรายการ พวกเขาเดินหน้าลุ้นท็อปโฟร์เต็มที่ โดยฟอร์มล่าสุดไล่ถล่มบอร์นมัธไปถึง 5-2 กันเลยทีเดียว

    โซลชา ใช้ 11 ตัวจริงในลีกชุดเดิมมา 3 เกมติดต่อกันแล้ว และด้วยฟอร์มที่ดีอย่างนี้จึงไม่ความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรมาก

    ทว่าทีมอาจจะจำเป็นต้องเปลี่ยนเซนเตอร์แบ็กจาก วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ มาเป็น เอริก ไบยี่ ก็ได้ เพราะลินเดอเลิฟเดี้ยงที่หลังความฟิตอาจจะไม่เต็มร้อย

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แอสตัน วิลล่า (4-4-1-1) : เปเป้ เรน่า – เอซรี่ คอนซ่า, คอร์ตนี่ย์ เฮาส์, ไทรอน มิงส์, นีล เทย์เลอร์ – อันวาร์ เอล กาซี่, ดั๊กลาส ลุยซ์, จอห์น แม็คกินน์, เทรเซเก้ต์ – แจ็ค กรีลิช – เอ็มบวานา ซามัตต้า

ผู้จัดการทีม : ดีน สมิธ

    แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

ผลการพบกันที่ผ่านมา

วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน

01/12/19    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด 2 – 2 แอสตัน วิลล่า   
16/04/16    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด 1 – 0 แอสตัน วิลล่า   
15/08/15    พรีเมียร์ลีก    แอสตัน วิลล่า 0 – 1 แมนฯ ยูไนเต็ด   
04/04/15    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด 3 – 1 แอสตัน วิลล่า   
20/12/14    พรีเมียร์ลีก    แอสตัน วิลล่า 1 – 1 แมนฯ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

แอสตัน วิลล่า   

05/07/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
27/06/20 แพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
25/06/20 เสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/06/20 แพ้ เชลซี 1-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
18/06/20 เสมอ เชฟฯ ยูไนเต็ด 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ยูไนเต็ด

04/07/20 ชนะ บอร์นมัธ 5-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
01/07/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
27/06/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
25/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 เสมอ สเปอร์ส 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

รวมทุกเรื่องควรรู้ก่อนจับสลาก UCL & ยูโรป้าลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ฟุตบอลสองรายการใหญ่ของยุโรปมีการเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันปีนี้เนื่องจากปัญหาโควิด-19 นี่คือทุกเรื่องที่ท่านควรรู้ก่อนการจับสลากรอบ 8 ทีมสุดท้ายจะมีขึ้น

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้าลีก ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไวรัสโควิด-19 เช่นเดียวกับฟุตบอลหลายประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตามยูฟ่ามีกำหนดจะกลับมาเริ่มทำการแข่งขันอีกครั้งในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะมีการปรับโครงสร้างบางส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับโปรแกรมการแข่งขันของฤดูกาลนี้

โกล รวบรวมทุกเรื่องที่คุณควรรู้ก่อนการจับสลากรอบ 8 ทีมสุดท้าย และ รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลสองรายการใหญ่ของยุโรปจะมีขึ้น

การจับสลาก UCL & ยูโรป้าลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย-รองชนะเลิศ มีเมื่อไหร่?
การจับสลากทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ยูโรป้าลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย และรอบรองชนะเลิศ จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 กรกฏาคมนี้

โดยจะมีขึ้นที่ออฟฟิศของยูฟา ในเมืองนียง ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ 

ทีมใดมีส่วนร่วมในการจับสลาก UCL บ้าง?
ในการจับสลากวันที่ 10 กรกฏาคม มีเพียง 4 ทีมเท่านั้นที่การันตีที่ว่างในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้แก่ อตาลันต้า, แอตเลติโก มาดริด, ไลป์ซิก และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ทำการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้ายจบสองนัดแล้ว

ขณะที่อีก 4 ทีมที่เหลือต้องรอผลนัดที่สอง ซึ่งจะเป็นคู่ระหว่าง เชลซี-บาเยิร์น, บาร์เซโลนา-นาโปลี, เรอัล มาดริด-แมนฯซิตี้ และ ยูเวนตุส-ลียง

ทีมใดมีส่วนร่วมในการจับสลาก ยูโรป้าลีก บ้าง?
ในส่วนของ ยูโรป้าลีก ยังไม่มีทีมใดการันตีที่ว่างในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และยังต้องรอลุ้นผลการแข่งขันในเกมเลกสองของรอบ 16 ทีมสุดท้าย

อิสตันบูล เบซัคเซเฮียร์ – โคเปนเฮเกน
โอลิมเปียกอส – วูล์ฟแฮมป์ตัน
เรนเจอร์ส – ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน
โวล์ฟส์บวร์ก – ชัคตาร์ โดเนตส์ค
อินเตอร์ มิลาน – เกตาเฟ
เซบีญา – โรมา
ไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต – บาเซิล
ลาสค์ – แมนฯยูไนเต็ด

ชมการจับฉลากได้จากที่ไหน??
ยูฟ่า จะมีการถ่ายทอดสดการจับสลากที่เว็ปไซต์ uefa.com – ซึ่งหมายความว่าสามารถดูได้ทั้งจากทางโทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ ของท่านได้

ท่านยังสามารถติดตามการรายงานสดผ่านทาง Goal ที่จะเริ่มอัพเดทความเคลื่อนไหวตั้งแต่ช่วงก่อนการจับสลาก

การแข่งขันเริ่มเมื่อไหร่, แข่งที่ไหน?
เกมนัดที่เหลือของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย จะลงเล่นในวันที่ 7-8 สิงหาคมนี้ ขณะที่ ยูโรป้าลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย จะมีขึ้นในวันที่ 5-6 สิงหาคม

และเนื่องจากผลการะทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นต้นไป จะเป็นในรูปแบบมินิทัวร์นาเม้นท์ แข่งนัดเดียวจบ โดยจะเตะแบบนัดเดียวจบ หากเสมอกันใน 90 นาที จะมีการต่อเวลาพิเศษ และหากเสมอกันใน 120 นาที ก็จะต้องดวลจุดโทษตัดสิน

ขณะที่ ยูโรป้า รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะเล่นกันที่ประเทศเยอรมนีทั้งหมด

มินิทัวร์นาเมนท์ของ UCL เริ่มเมื่อไหร่?
กำหนดวันแข่งขันของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019-20 มินิทัวร์นาเมนท์มีดังนี้

รอบ 8 ทีมสุดท้าย: 12 สิงหาคม – 15 สิงหาคม
รอบรองชนะเลิศ: 18 สิงหาคม – 19 สิงหาคม
รอบชิงชนะเลิศ:  23 สิงหาคม

UCL มินิทัวร์นาเมนท์ จัดขึ้นที่ไหน?
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019-20 มินิทัวร์นาเมนท์จะมีขึ้นที่สนามเอสตาดิโอ ดา ลุซ รังเหย้าของเบนฟิก้า เช่นเดียวกับนัดชิงชนะเลิศ .

มินิทัวร์นาเมนท์ของ ยูโรป้าลีก เริ่มเมื่อไหร่?
กำหนดวันแข่งขันของศึก ยูโรป้าลีก 2019-20 มินิทัวร์นาเมนท์มีดังนี้

รอบ 8 ทีมสุดท้าย: 10 สิงหาคม – 11 สิงหาคม
รอบรองชนะเลิศ: 16 สิงหาคม – 17 สิงหาคม
รอบชิงชนะเลิศ: 21 สิงหาคม

ยูโรป้าลีก มินิทัวร์นาเมนท์ จัดขึ้นที่ไหน?
ยูโรป้า รอบ 8 ทีมสุดท้าย จะเล่นกันที่ประเทศเยอรมนีทั้งหมด โดยมีเจ้าภาพ 4 เมืองได้แก่ โคโลญจน์, ดุ๊ยส์บวร์ก, ดุสเซลดอร์ฟ และ เกสเซนเคียร์เชน

โดยรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นที่สนาม ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน รังเหย้าของ โคโลญจน์

 

ซิลบายิง1จ่าย2! แมนซิตี้ถลุงยับนิวคาสเซิ่ล ขออีกแต้มการันตีท็อปโฟร์

"เรือใบสีฟ้า" กลับมาแก้ตัวได้สำเร็จหลังเกมที่แล้วพ่ายมา เมื่อเปิดรังไล่ถล่ม นิวคาสเซิ่ล แบบไม่ซ้ำหน้า 5-0 ดาบิด ซิลบา กัปตันทีมยิงหนึ่งจ่ายอีกสอง พาทีมคว้าสามแต้มมีเพิ่มเป็น 69 คะแนน ต้องการอีกแต้มเดียวจะการันตีพื้นที่ท็อปโฟร์ หรือหากพรุ่งนี้ "ผีแดง" พ่ายจะคว้าตั๋วลุยแชมเปี้ยนส์ ลีกทันที ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมือคืนวันพุธที่ผ่านมา
สนาม : เอติฮัด สเตเดี้ยม

    "เรือใบสีฟ้า" รองจ่าฝูง ต้องการอีก 4 คะแนนจะการันตีด้วยการจบท็อปโฟร์ ผลงานล่าสุดบุกไปพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 เกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โรเตชั่นแข้งบางตำแหน่งแนวรุกพัก ราฮีม สเตอร์ลิง และแบร์นาร์โด้ ซิลวา เป็นสำรองแล้วส่ง ฟิล โฟเด้น, ริยาด มาห์เรซ และกาเบรียล เชซุส ทำเกมรุก

    ขณะที่ฝั่ง สตีฟ บรูซ บอสใหญ่ของสาลิกาดง ทีมอันดับ 12 สถานการณ์อยู่รอดปลอดภัยแล้ว ฟอร์มล่าสุดเปิดบ้าน เสมอกับ เวสต์แฮม 2-2 เกมนี้เน้นรับมาเยือนแมนฯซิตี้เต็มตัวโดยวาง  โชลินตอน เป็นหน้าเป้าคนเดียว และให้ จอนโจ เชลวี่ย์ กัปตันทีมคุมเกมแดนกลาง

    เริ่มครึ่งแรก มาได้แค่ 3 นาที เจ้าบ้านได้ทักทายก่อนหลัง ชูเอา คานเชโล่ จ่ายให้ ริยาด มาห์เรซ กระชากตัดเข้าหน้ากรอบก่อนซัดด้วยซ้ายไปเข้ามือ มาร์ติน ดูบราฟก้า

    และแค่นาทีที่ 10 ทัพเรือใบสีฟ้าทะยานขึ้นนำก่อน 1-0 เกมขึ้นทางซ้าย ฟิล โฟเด้น จ่ายไปที่ว่างให้ ดาบิด ซิลบา ฉีกไปรับบอลก่อนตบจากเส้นหลังมากลางประตูให้ กาเบรียล เชซุส ตั้งเท้าแปด้วยขวาเสียบเสาสองไปอย่างง่ายดาย

    อีกสองนาทีต่อมา บอลเล่นเร็วของ เอแดร์ซอน เปิดยาวมาหน้าประตู ริยาด มาห์เรซ เบียดเอาชนะแนวรับของนิวคาสเซิ่ลได้ก่อนพลิกตัววอลเลย์ด้วยขวาบอลพุ่งไปตรงตัว มาร์ติน ดูบราฟก้า อย่างน่าเสียดาย

    นาที 21 ลูกทีมของเป๊ป มาได้ประตูที่สอง จากจังหวะที่แข้งเรือใบตัดเกมได้ ฟิล โฟเด้น แทงขึ้นหน้าไปที่ว่างให้ เควิน เดอ บรอยน์ สอดมาก่อนตบจากเส้นหลังมากลางประตูให้ ริยาด มาห์เรซ ยืนยิงด้วยซ้ายไม่ถึง 10 หลาเข้าประตูไป แมนฯซิตี้ นำห่าง 2-0

    โอกาสแรกของ "เดอะ แม็กพายส์" ต้องรอถึงนาที 31 จากลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย แม็ตต์ ริทชี่ เปิดมาให้ เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ เทกตัวโขกแต่บอลยังไม่ห่างตัว เอแดร์ซอน ล้มรับไว้ได้

    นาที 40 ทีมเยือนเกือบเสียเม็ดที่สามหลังโดน ซิลบา ตัดบอลได้หน้ากรอบ บอลมาถึง ฟิล โฟเด้น เล่นหนึ่งสองกับ กาเบรียล เชซุส ก่อนที่โฟเด้นจะหลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นำห่าง นิวคาสเซิ่ล 2-0

    ครึ่งหลัง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เปลี่ยนสองคนรวดเลย ถอดเอา โรดรี้ และชูเอา คานเชโล่ ออกแล้วส่ง อิลคาย กุนโดกัน และไคล์ วอล์คเกอร์ ลงไปเล่นแทน

    นาที 49 แมนฯซิตี้ชวดได้ประตูที่สาม หลัง เควิน เดอ บรอยน์ ยกบอลไปเสาไกลให้ ฟิล โฟเด้น เติมมาจิ้มด้วยซ้ายบอลผ่านหน้าประตูออกหลังไปแบบน่าเสียดาย

    นาที 59 เจ้าบ้านมาพังประตูนำห่าง 3-0 จนได้ จากจังหวะที่ กาเบรียล เชซุส พาบอลตะลุยแหวกเข้าไปในกรอบ บอลไปเข้าทาง แมตต์ ริทชี่ พยายามจะเคลียร์บอลแต่ดันเตะไปชน เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ เพื่อนร่วมทีมเปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเองไป

    นาที 65 ราฮีม สเตอร์ลิง ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาเรียกฟรีคิกได้หน้ากรอบ ก่อนที่ ดาบิด ซิลบา กัปตันทีมจะปั่นบอลข้ามกำแพงเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ให้ แมนฯซิตี้ นำโด่งหนีสาลิกาดง 4-0

    นาที 75 ดาบิด ซิลบา ชวดยิงประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ หลัง เควิน เดอ บรอยน์ ไหลบอลมาเสาแรกให้อย่างนิ่มแต่อดีตห้องเครื่องทีมชาติสเปนยิงไปตรงตัว ดูบราฟก้า ปัดออกหลังน่าเสียดาย

    นาที 81 เควิน เดอ บรอยน์ ที่แอสซิสต์ในลีกไป 18 ลูกแล้วเกือบได้เพิ่มอีกหนึ่งเมื่อไหลบอลให้ไอ้หนู ทอมมี่ ดอย์ล ตัวสำรองวัย 18 ปี ที่เพิ่งลงมาซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ มาร์ติน ดูบราฟก้า

    ช่วงทดเจ็บ นาที 90+1 ดาบิด ซิลวา ได้บอลสวนกลับก่อนจะกระชากเข้ากรอบแล้วจ่ายง่ายๆให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงประตูที่ห้าให้ "เรือใบสีฟ้า" นำโด่ง 5-0

    จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับมาคว้าชัยด้วยการไล่ถล่ม นิวคาสเซิ่ล แบบไม่ยาก 5-0 คว้าสามแต้มมีเพิ่มเป็น 69 คะแนน ขออีกแต้มเดียวจะการันตีพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือพรุ่งนี้หาก แมนฯยูไนเต็ด บุกไปพ่ายแอสตัน วิลล่า พวกเขาจะการันตีท็อปโฟร์ทันที ส่วน นิวคาสเซิ่ล รั้งอันดับ 13 มี 43 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ชูเอา คานเชโล่ (ไคล์ วอล์คเกอร์ น.46), นิโกลัส โอตาเมนดี้, จอห์น สโตนส์, อเล็กซานเดร์ ซินเชนโก้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ เอร์นานเดซ (อิลคาย กุนโดกัน น.46), ดาบิด ซิลบา (กัปตันทีม) – ริยาด มาห์เรซ (ทอมมี่ ดอย์ล น.75), กาเบรียล เชซุส (ราฮีม สเตอร์ลิง น.62), ฟิล โฟเด้น (แบร์นาร์โด้ ซิลวา น.62)

    ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

        นิวคาสเซิ่ล (4-2-3-1) : มาร์ติน ดูบราฟก้า – เดอันเดร เยดลิน, เอมิล คราฟธ์ (โยชิโนริ มูโตะ น.84), ฟาเบียน ชาร์, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส – วาเลนติโน่ ลาซาโร่ (ฮาเบียร์ มานกีโย่ น.66), จอนโจ เชลวี่ย์ (กัปตันทีม) (แมทธิว ลองสตาฟฟ์ น.67), นาบิล เบนทาเล็บ, แม็ตต์ ริตชี่ (คริสเตียน อัตซู น.84) – โชลินตอน (ดไวท์ เกย์ล น.66)

    ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรูซ

    ผู้ตัดสิน : แอนดี้ แมดลี่ย์

 

แมนยูหนักชนเชลซี อาร์เซน่อลดวลแมนซิตี้ จับติ้วรอบรองฯเอฟเอ คัพ

ศึกลูกหนังน็อคเอาท์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เอฟเอ คัพ อังกฤษ ได้ประกบคู่ในรอบรองชนะเลิศเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทั้งสองคู่จะเล่นที่สนาม เวมบลี่ย์ จนถึงรอบชิงชนะเลิศ

    เอฟเอ คัพ อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019-20 ต้องหยุดการแข่งขันพร้อมกับลีกของอังกฤษ หลังจากโดนพิษ โควิด-19 เล่นงานตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้รอบ 8 ทีมสุดท้าย เพิ่งจะมาแข่งขันกันในช่วงวันที่ 27-28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนจะได้ 4 ทีมผ่านเข้ามาเล่นในรอบรองชนะเลิศ

    โดยผลประกบคู่ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้เป็นสมัยที่ 30 หลังบุกไปปราบ นอริช ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-1 เจอกับงานหนักเมื่อต้องพบกับ เชลซี ที่เพิ่งบุกไปทุบ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0

    ขณะที่อีกคู่นั้น อาร์เซน่อล หืดจับเหมือนกันกว่าจะผ่านเข้ามาถึงรอบตัดเชือกหลังบุกไปเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในช่วงทดเวลาเจ็บ 2-1 เข้ามาเล่นในรอบรองชนะเลิศเป็นสมัยที่ 30 เท่ากับ แมนฯยูไนเต็ด จะพบกับแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บุกไปเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0

    โดยทั้งสองคู่จะแข่งขันในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 18-19 กรกฎาคม นี้ โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศวันที่ 1 สิงหาคม 2563

    สรุปผลประกบคู่ รอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ 2019-20

    – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก) พบ เชลซี (พรีเมียร์ลีก)

    – อาร์เซน่อล (พรีเมียร์ลีก) พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก)

น้ามูสู้โซลชาภาคสอง! 5 ประเด็นเด็ดก่อนสเปอร์สฟัดแมนยู

ศึกพรีเมียร์ลีกนัดรีสตาร์ทคืนนี้เตรียมมันส์กับบิ๊กแมตช์ที่สนามท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อ "ไก่เดือยทอง" มีโปรแกรมต้อนรับการมาเยือนของคู่แข่งลุ้นท็อปโฟร์อย่าง "ปีศาจแดง" ซึ่งถือเป็นภาคที่สองของการปะทะกันระหว่าง โชเซ่ มูรินโญ่ กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก่อนเราจะไปพบกับความสนุกในคืนนี้เรามีประเด็นที่น่าสนใจก่อนเกมมาให้อ่านกัน

1.บรูโน่-ป็อกบามามั้ย?
    บรรดาสื่อและสาวก “ปีศาจแดง” ต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นการประสานงานของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และปอล ป็อกบา ทั้งสองคนยังไม่ได้เล่นร่วมกันในแมตช์ทางการเลยแต่ลงเล่นแค่เกมอุ่นเครื่องกับ เวสต์บรอม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเท่านั้น ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานปีศาจแดงก็ออกโรงมาชี้แนวทางให้ โซลชา ส่งทั้งคู่ลงพร้อมกันเพียงแต่ต้องให้กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ยืนอยู่สูงกว่า และได้เล่นอย่างมีอิสระกับบทบาทหมายเลข 10 โดยไม่ต้องสนใจกับการลงไปเล่นเกมรับ

    อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ “ปีศาจแดง” กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีแม้ทีมจะไร้ ป็อกบา ก็ตาม พวกเขาใช้คู่กลางอย่าง เฟร็ด และเนมานย่า มาติช ที่เน้นเกมรับเป็นหลักและกำลังทำผลงานยอดเยี่ยมด้วย น่าสนใจว่าเกมใหญ่แบบนี้ โซลชา จะเสี่ยงทดลองใช้ บรูโน่ และป็อกบา ครั้งแรกไหมหรือจะเลือกใช้กองกลางคู่เดิม

2.สองกำลังหลักมาแล้ว
     ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ สเปอร์ส ฟอร์มตกอย่างหนักในช่วงก่อนเบรกการแข่งขันคือนักเตะสำคัญบาดเจ็บ นอกจากพวกเขาจะเสีย แฮร์รี่ เคน ไปในเดือนมกราคมแล้ว หนำซ้ำ ซน ฮึน-มิน ซึ่งกำลังฟอร์มฮอตยิง 5 ประตูติดต่อกันในทุกรายการก็ดันมาได้รับบาดเจ็บที่แขนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

    ตอนแรกหลายคนก็คาดว่าทั้งคู่จะอดลงสนามในฤดูกาลนี้แล้ว ทว่าเมื่อลีกหยุดการแข่งขันก็ทำให้ทั้งสองมีเวลาพักฟื้นร่างกายและฟิตซ้อมอย่างเต็มที่ มูรินโญ่ ยืนยันก่อนเกมแล้วว่า ซน และเคน พร้อมใช้งานในคืนนี้แต่ในรายของกองหน้าทีมชาติอังกฤษนั้นอาจจะไม่ได้ลงเล่นเต็มแมตช์

    หลังจากหายเจ็บกลับมาแล้ว แฮร์รี่ เคน ก็เจอกับแมตช์ที่ท้าทายตั้งแต่เกมแรกเนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งจะยิง 2 ประตูจาก 11 นัดที่ลงเล่นเจอกับ “ปีศาจแดง” คิดเป็นค่าเฉลี่ย 457 นาทีต่อ 1 ประตูซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่แย่ที่สุดของเขาเมื่อเจอกับคู่แข่งในพรีเมียร์ลีก มารอดูกันว่าเขาจะเจาะตาข่าย แมนฯยูไนเต็ด ได้หรือไม่

3.ไก่ระวังแรช!
    นอกจาก แมนฯยูไนเต็ด จะได้ ปอล ป็อกบา กลับมาฟิตเต็มถังแล้ว พวกเขาก็ยังมี มาร์คัส แรชฟอร์ด พร้อมใช้งานอีกด้วยหลังจากไม่ได้ลงสนามช่วยต้นสังกัดนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาเนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แน่นอนว่า สเปอร์ส คงต้องระวังนักเตะคนนี้ให้ดีเพราะเขามักเป็นตัวแสบในช่วงหลังที่เจอกัน

    ฤดูกาลที่แล้ว มาร์คัส แรชฟอร์ด โชว์ความคมด้วยการยิงประตูชัยให้ “ปีศาจแดง” ในการเยือนสนาม เวมบลีย์ สตเดี้ยม ขณะที่ฤดูกาลนี้ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด กองหน้าวัย 22 ปีก็เป็นคนยิงประตูขึ้นนำแถมยังมาเรียกจุดโทษและซัดประตูที่สองให้กับตัวเองอีกด้วย “ไก่เดือยทอง” คงต้องวางแผนหยุดแนวรุกคนนี้ให้ได้ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเป็นคนทำให้สเปอร์สน้ำตาตกอีกครั้ง

4.ฟอร์มต่างราวฟ้าเหว
    สเปอร์ส ของ โชเซ่ มูรินโญ่ อาจจะถือว่าโชคดีก็ว่าได้ที่ลีกมีการหยุดการแข่งขันเพราะนอกจากจะเจอปัญหานักเตะบาดเจ็บแล้ว ฟอร์มของทีมก็ย่ำแย่อย่างหนักโดยพวกเขาไม่ชนะใครเลยใน 6 เกมหลังสุดทุกรายการ (เสมอ 2 แพ้ 4) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในอาชีพกุนซือของเขา สำหรับเกมล่าสุดพวกเขาปราชัยต่อไลป์ซิกแบบหมดสภาพ 3-0 ถือเป็นช่วงที่หนักหนาสาหัสของน้ามูเหลือเกินแต่การรีสตาร์ทลีกวันนี้อาจทำให้เขาพลิกชะตาตัวเองก็เป็นได้

   

ส่วน “ผีแดง” นั้นอาจจะต้องเสียดายเหมือนกันที่ฟอร์มของทีมกำลังดีแต่ต้องมาสะดุดเพราะลีกหยุดการแข่งขัน โซลชา พาทีมไม่แพ้ใคร 11 นัดหลังสุดในทุกรายการ ชนะถึง 8 นัดและยิงประตุมากมายถึง 29 ลูกพร้อมเก็บคลีนชีทอีก 9 นัด ซึ่งต้องขอบคุณการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ช่วยยกระดับทีมให้ดีขึ้นมาทันตาเห็น มารอดูว่า โซลชา จะสานต่อฟอร์มร้อนแรงแบบนี้ได้หรือไม่

5.เกมสำคัญลุ้นท็อปโฟร์
    เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และอาร์เซน่อล สองทีมที่มีลุ้นตั๋วโควต้า ชปล. ต่างพลาดท่าในเกมตกค้างเมื่อวันพุธที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับทั้ง สเปอร์ส และแมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอนว่าเกมคืนนี้สามแต้มถือว่าสำคัญมากเพราะหาก “ไก่เดือยทอง” คว้าชัยชนะจะลดช่องว่างจากท็อปโฟร์เหลือแค่ 4 แต้มเท่านั้นเพื่อกดดัน เชลซี ที่จะลงเล่นกับ แอสตัน วิลล่า ในวันอาทิตย์นี้

    แต่ถ้าหาก “ปีศาจแดง” เก็บสามแต้มได้สำเร็จนอกจากพวกเขาจะแซงเชลซียึดท็อปโฟร์ด้วยลูกได้-เสียที่ดีกว่าแล้ว ยังทำแต้มห่าง สเปอร์ส ถึง 7 แต้มและทีมของน้ามูมีสิทธิ์ถูกเชลซีทิ้งห่างเป็น 10 แต้มเลยทีเดียวในสุดสัปดาห์นี้ซึ่งแม้ในทางทฤษฎีจะยังมีโอกาสแต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ถือว่าตัดสเปอร์สออกจากทีมลุ้นท็อปโฟร์ได้เลย

มาร์กซิยาลฟอร์มกระฉูด, บรูโน่-ป็อกบาเข้าขา ! เจาะ 5 ประเด็น แมนยู ทุบ เชฟยู

อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กลับมาสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของเขาอีกครั้ง หลังจากที่ซัดแฮตริกแรกในอาชีพพ่อค้าแข้ง ช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่ถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-0 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา
   
นอกจาก มาร์กซิยาล จะโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นแล้ว เกมนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา ได้ลงเป็นตัวจริงร่วมกันเป็นครั้งแรก และประสานงานกันได้อย่างเข้าขาเหมือนกับเล่นกันมานาน ซึ่งนี่คือสิ่งที่แฟนบอล "ปีศาจแดง" ปรารถนามานาน และก็ไม่ผิดหวัง

    ขณะเดียวกันสิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องก็คือการเติมเกมบุกของ อารอน วาน-บิสซาก้า ที่มีโอกาสช่วยทำให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีความน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ในส่วนของ เนมานย่า มาติช ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ถึงต้องการเก็บเขาเอาไว้กับทีม ซึ่งแมตช์นี้ทุกๆ คนคงได้รับคำตอบกันแล้ว

    ต้องยอมรับว่าระบบที่ โซลชา พยายามปั้นแต่งขึ้นมานับตั้งแต่กุมบังเหียน "ผีแดง" เริ่มค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อยๆ ในซีซั่นนี้พวกเขาคงคาดหวังในเรื่องการคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยซักรายการ และการทำอันดับติดท็อปโฟร์ ส่วนในฤดูกาลหน้า การลุ้นแชมป์ลีกคือเป้าหมายหลักแน่นอน

1. สามประสานฟอร์มระเบิด

    เป็นไปตามคาดที่ โซลชา จัดแนวรุกแบบโหดทั้ง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และ เมสัน กรีนวู้ด โดยทั้ง 3 คนเต็มไปด้วยทักษะและความเร็ว ซึ่งงานนี้ "น้าลูกอม" คิดถูกจริงๆ เพราะพวกเขาประสานงานกันได้อย่างเข้าขา จัดการปั่นป่วนเกมรับของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จนพังยับเยิน

    แรชฟอร์ด ยังคงทำผลงานได้อย่างหวือหวา และมีโอกาสที่จะทำประตูให้ทีมขึ้นนำในช่วงต้นเกม แต่น่าเสียดายที่ขาดความเฉียบคมไปหน่อย กระนั้นสิ่งเหล่านี้ถูกทดแทนด้วยฟอร์มที่สุดยอด เมื่อเขาใช้ความเร็วและทักษะในการป่วนเกมรับ "ดาบคู่" ที่สำคัญยังประสานงานกับ มาร์กซิยาล ได้อย่างลงตัว โดยช่วยแอสซิสให้ ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ 2 ลูก โดยเฉพาะประตูปิดท้ายที่ทั้งคู่โชว์ให้เห็นลีลาการต่อบอลที่สวยงาม ก่อนที่แข้งเลือดเฟร้นช์จะส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย

    ในส่วนของ กรีนวู้ด มีพัฒนาที่น่าสนใจมากๆ ทั้งรูปร่างที่ใหญ่ขึ้น และทักษะที่ยอดเยี่ยม ทำให้เกมรุกทางฝั่งขวาของ "ปีศาจแดง" น่ากลัวมากขึ้นหลายเท่า โดยทุกครั้งที่ "ไม้เขียว" ได้บอลเขาใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการกระชากลากเลื้อยทำให้เกมรับของทีมเยือนต้องระส่ำไปหมด

    สำหรับตอนนี้ดูเหมือนว่า โซลชา จะมีแนวรุกในดวงใจแล้ว และหากทั้งสามคนมีโอกาสได้ลงร่วมกันอย่างต่อเนื่อง บอกเลยว่าความดุดันของพวกเขา ไม่แตกต่างจากความสุดยอดของ  3 แนวรุกสุดระห่ำอย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ จาก ลิเวอร์พูล แน่นอน

2.  มาร์กซิยาล ฟอร์มระเบิดเถิดเทิง

    หลายคนมักจะปรามาสผลงานของ มาร์กซิยาล บ่อยๆ โดยเฉพาะในเกมที่เสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ ทำผลงานได้น่าผิดหวังว่า โดยเขามีโอกาสเพียงแค่ครั้งเดียวในแมตช์นั้น แถมยังไม่สามารถฉกฉวยโอกาสจากจังหวะนั้นได้ด้วย

    อย่างไรก็ตามในเกมนี้ มาร์กซิยาล พลิกฟอร์มจากหน้ามือเป็นหลังมือ โดยเขาสามารถสร้างผลงานที่สุดยอดออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยเพียงแค่ 6 นาทีก็สามารถช่วยปลดล็อกให้ทีมด้วยการซัดประตูขึ้นนำ จากนั้นก็จัดการบวกอีกสองประตูซึ่งกลายเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้ และแฮตทริกครั้งแรกในสีเสื้อของ แมนฯยูไนเต็ด และเป็นแฮตทริกแรกของ "ผีแดง" ในรอบ 7 ปี ต่อจาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

    ที่สำคัญตอนนี้ มาร์กซิยาล ซัดไปแล้ว 19 ประตูจากการเล่นทุกรายการ มากกว่า โรเมลู ลูกากู ที่ทำเอาไว้เมื่อซีซั่นที่แล้วจำนวน 16 ประตู แน่นอนว่าตอนนี้นักเตะมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้ อาจจะได้เห็นของเด็ดจากเจ้าตัวอีกแน่นอน

    อย่างไรก็ตาม หากจะมองหาข้อวิจารณ์ หัวหอกทีมชาติฝรั่งเศส ก็คงมีแค่เรื่องเดียวนั้นก็คือในช่วงครึ่งแรกที่เขาตัดสินใจส่งบอลให้ แรชฟอร์ด บริเวณหน้าประตู แทนที่จะยิงเอง ซึ่งจังหวะนั้น กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ซัดพลาดอย่างน่าเหลือเชื่อ

3. วาน บิสซาก้า โดดเด่นเกมรุก

    แมตช์นี้หนึ่งในนักเตะที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากก็คือ อารอน วาน-บิสซาก้า ที่แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาสามารถพัฒนาการเล่นเกมรุกได้ดุดันมากยิ่งขึ้น และมีส่วนสำคัญในการปั่นป่วนเกมริมเส้นฝั่งขวาของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จนทำให้อาคันตุกะตั้งกระบวนรับไม่อยู่

    ต้องยอมรับว่าเกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ขึ้นเกมทางฝั่งขวาบ่อยมากๆ ในครึ่งแรก โดย วาน-บิสซาก้า มีโอกาสที่จะได้ดันเกมบุกอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสได้เปิดบอลบ่อยครั้ง ซึ่งแต่ละชอตก็ทำให้แนวรับของ "ดาบคู่" ระส่ำระส่าย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ โซลชา ต้องการอย่างมากจาก ดาวเตะเลือดผู้ดีรายนี้

    การที่ทีมขึ้นเกมทางขวาบ่อยทำให้ วาน-บิสซาก้า ได้สร้างโอกาสให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด บ่อยๆ และในที่สุดก็มาประสบความสำเร็จด้วยการโชว์การกระชากบอลก่อนเปิดให้ มาร์กซิยาล ซัดประตูที่สอง ช่วยให้ทีมขึ้นนำ 2-0 ซึ่งเป็นแอสซิสต์สำคัญของเจ้าตัวในเกมนี้

    จังหวะดังกล่าวถือเป็นแอสซิสต์ที่สองของ วาน-บิสซาก้า ในช่วง 6 เกมลีกหลังสุด  อย่างไรก็ตามนี่ถือเป็นเรื่องดีมากๆ สำหรับสาวก "เร้ด อาร์มี่" ที่ได้เห็นแบ็กขวาของพวกเขามีการเล่นเกมบุกที่น่ากลัวมากขึ้น ขณะที่เกมรับเจ้าตัวการันตีความเหนียวอยู่แล้ว
   
4. บรูโน่-ป็อกบา-มาติช คุมแดนกลางอยู่หมัด

    สิ่งที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากเห็นมากที่สุดก็เป็นความจริงแล้วนั่นก็คือการที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา ลงเล่นร่วมกันตั้งแต่ต้นเกม และงานนี้ทั้งสองคนก็ไม่ทำให้สาวก "เร้ด อาร์มี่" ต้องผิดหวัง เมื่อประสานงานกันได้อย่างเข้าขารู้ใจ

    ในเกมกับ สเปอร์ส ทั้งสองคนมีโอกาสได้ประสานงานกันในช่วงเกือบครึ่งชั่วโมงสุดท้าย และก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ ป็อกบา ที่ลงมาเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริง และช่วยทีมได้จุดโทษ ซึ่ง แฟร์นันด์ส จัดการสังหารเป็นประตูตีเสมอ ทำให้ทีมได้แบ่งแต้มในแมตช์นั้น

    สำหรับเกมที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด "น้าลูกอม" เลือกใช้งานทั้งสองคนตั้งแต่ต้นเกม และพวกเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด ช่วยให้เกมรุกของ "ปีศาจแดง" มีมิติมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญ แฟร์นันด์ส และ ป็อกบา เล่นด้วยความนิ่ง พร้อมทั้งยังช่วยดึงศักยภาพของเพื่อนร่วมทีมออกมาด้วย

    ในส่วนของ ป็อกบา ต้องบอกว่าตอนนี้กลับมาฟิตสมบูรณ์ และมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม โดยหลายๆ จังหวะที่เขาแสดงให้เห็นถึงการเล่นที่เชื่อมั่น บางครั้งยังมีการโชว์สเต็ปการเลี้ยงหลบคู่แข่งหลายๆ ครั้ง รวมไปถึงการผ่านบอลที่แม่นยำ ต้องบอกเลยว่าแมตช์นี้ ดาวเตะเลือดเฟร้นช์ กำลังจะกลับมาสู่ที่สุดยอดอีกครั้ง

    อย่างไรก็ตามยังมีอีกคนที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ เนมานย่า มาติช เพราะนักเตะถือว่าเป็นแข้งปิดทองหลังพระ ซึ่งหากไม่มี ดาวเตะชาวเซอร์เบีย คอยทำหน้าที่ตัดเกมแดนกลาง ทั้ง ป็อกบา และ แฟร์นันด์ส คงไม่ได้เล่นสบายๆ อย่างที่เห็นแน่นอน

5. ระบบ โอเล่ เริ่มเข้ารูปเข้ารอย

    ผลการแข่งขันในแมตช์นี้มีความสำคัญอย่างมากกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือระบบการเล่นที่ โซลชา พยายามนำมาใช้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากยิ่งขึ้น เพราะเห็นได้ชัดว่าทีมของเขาสามารถประสานงานกันได้อย่างลงตัวในแมตช์นี้

    ตั้งแต่แนวรุกยันเกมรับ ต้องบอกว่าเกมนี้ทุกตำแหน่งเล่นได้เนียนตามากๆ แถมยังเล่นในปรัชญาที่พวกเขาพยายามทำมาตลอดนั่นก็คือการเล่นเกมบุก เน้นเอนเตอร์เทน ซึ่งหากพวกเขามีความเฉียบคมมากกว่านี้บอกเลยว่าครึ่งแรกสกอร์คงนำห่างถึง 4 ประตู

    สำหรับตอนนี้ โซลชา นำทีมไม่แพ้ใครมานานถึง 13 เกมแล้ว และที่สำคัญฟอร์มการเล่นของพวกเขายังเป็นการกดดัน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ในการเบียดแย่งอันดับท็อปโฟร์ เพราะทีมของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันพฤหัสบดี หากพวกเขาเก็บ 3 แต้มไม่ได้ งานนี้ แมนฯ ยูฯ ยิ้มกริ่มแน่นอน

    ในส่วนของแมตช์ต่อไปของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คือการพบกับ นอริช ซิตี้ ในศึกเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ วันเสาร์นี้ ตามด้วยการออกไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในเกมลีกช่วงกลางสัปดาห์หน้า โดยผลงานในเวลานี้ต้องบอกเลยว่าคู่แข่งยากจะต้านทานได้แน่นอน

มาร์กซิยาลแฮตทริก! แมนยูแจ่มกระซวกเชฟยู ยึดที่5จี้สิงห์2แต้ม

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล งัดฟอร์มสุดยอดหลังตะบันแฮตทริกพา "ปีศาจแดง" ไล่ถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แบบสบาย 3-0 นับเป็นแฮตทริกแรกในสีเสื้อของแมนฯยูไนเต็ด ก่อนพาผีแดงซิวสามแต้มยึดอันดับ 5 ต่อไป โดยมี 49 คะแนน จี้ "สิงห์บลูส์" เชลซี อันดับ 4 ที่มีคิวแข่งวันพฤหัสฯนี้แค่สองคะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม  : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    ”ปีศาจแดง” ทีมอันดับ 5 ของตาราง ไม่แพ้ใครมาติดต่อกัน 12 นัดในทุกรายการแล้ว โดยเกมนัดรีสตาร์ตพวกเขาบุกไปไล่ตีเสมอ สเปอร์ส 1-1 เกมนี้กลับมาเล่นในรังรับมือ "ดาบคู่" ที่หล่นไปอยู่อันดับ 8 หลังโดน สเปอร์ส แซงไปอยู่อันดับ 7 เมื่อวาน

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เกมนี้ส่ง ปอล ป็อกบา ทำเกมรุกร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แนวรุกสามคนใช้ เมสัน กรีนวู้ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ส่วน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ไม่มี ดีน เฮนเดอร์สัน ที่ลงสนามไม่ได้ตามสัญญายืมตัวจากแมนฯยูฯ แนวุกฝากความหวังไว้ที่ ลีส มุสเซ็ต และ เดวิด แม็คโกลดริก

    ครึ่งแรกเริ่มมาได้แค่ 7 นาที "ปีศาจแดง" ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ วาน-บิสซาก้า ทุ่มมาให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล บอลเลยมาถึง มาร์คัส แรชฟอร์ด พาบอลถึงเส้นหลังก่อนจะปาดเลียดมาเสาแรกให้ มาร์กซิยาล แปด้วยซ้ายผ่านตัว ไซม่อน มัวร์ เข้าไป แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0 และเป็นประตูที่ 12 ในซีซั่นนี้

     นาที 13 ผีแดง พลาดประตูที่สองอย่างน่าเสียดาย บอลสวนกลับจาก แรชฟอร์ด แทงบอลขึ้นหน้าไปที่วางให้ มาร์กซิยาล หลุดกับดักล้ำหน้าควบเข้าไปดวลกับ ไซม่อน มัวร์ ก่อนจะใจกว้างไหลสั้นๆให้ แรชฟอร์ด ที่เติมขึ้นมายิงด้วยซ้ายแต่บอลโดนไม่เต็มใบหลุดกรอบออกข้างไปอย่างเหลือเชื่อ

    เจ้าบ้านเปิดเกมรุกใส่อย่างต่อเนื่อง นาที 18 ลุค ชอว์ เรียกฟรีคิกทางด้านฝั่งซ้ายก่อนที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะหลอกยิงปั่นด้วยขวาเข้าไปเต็มแรงบอลพุ่งไปตรงตัว ไซม่อน มัวร์ จนต้องปัดออกหลังไป

    อีก 2 นาทีต่อมา แรชฟอร์ด ทำหมูหกอีก หลัง ป็อกบา ชิพบอลอย่างเหนือให้ แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงด้วยขวาแต่ดันซัดหวืดหน้าประตูอย่างน่าเสียดาย

    นาที 21 บรูโน่ เปิดคอนเนอร์มาให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โขกเข้าประตูไปแล้วแต่ ผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ไม่ให้ประตูเนื่องจาก แม็กไกวร์ไปทำฟาวล์พลัก ฟิล จากีลก้า ก่อน

    เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทีมเยือนได้ตั้งเกมบ้าง คราวนี้เป็น จอห์น ลุนด์สแตรม ที่ลองตั้งป้อมซัดไกลนอกกรอบแต่บอลยังพุ่งเหินคานออกไป

    นาที 44 "ปีศาจแดง" มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะที่ ป็อกบา ไหลออกขวาให้ อารอน วาน-บิสซาก้า โยกหลอก เอ็นดาร์ สตีเว่นส์ ก่อนครอสเลียดมาในกรอบ 6 หลาให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล วิ่งมาแปด้วยขวาเข้ากลางประตูไปอย่างง่ายดาย เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ และเป็นประตูที่ 13 ในลีก

    จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0

    ครึ่งหลัง นาที 55 เจ้าถิ่นได้ลุ้นเม็ดที่สามหลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายบอลสั้นๆเข้าไปในกรอบให้ เมสัน กรีนวู้ด โยกเข้ากลางก่อนซัดด้วยซ้ายไปแฉลบแข้งดาบคู่ออกหลัง

    นาที 61 ปอล ป็อกบา โชว์สเต็ปแหวกบอลจากนอกกรอบเข้าไป แต่จังหวะสุดท้ายทำบอลหลุดไปเข้าเท้า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ซัดด้วยขวาหลุดกรอบออกไป

    นาที 74 สกอร์ของเจ้าบ้านนำห่างเป็น 3-0 บอลเริ่มจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส สะกิดต่อให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก่อนจะเล่นชิ่งให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด จ่ายทะลุช่องให้ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปชิพบอลผ่านตัว ไซม่อน มัวร์ อย่างเหนือชั้นเข้าไป เป็นแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้ และแฮตทริกครั้งแรกในสีเสื้อของ แมนฯยูไนเต็ด และเป็นแฮตทริกแรกของ "ผีแดง" ในรอบ 7 ปี ต่อจาก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

    นาที 80 "ผีแดง" เปลี่ยนรวดเดียว 5 คนรวด ส่ง แดเนียล เจมส์, ฆวน มาต้า, อันเดรียส เปเรยร่า, โอเดียน อีกาโล่ และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ลงไปเล่นแทน ปอล ป็อกบา, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม "ปีศาจแดง" ไล่ถล่มเอาชนะ เชฟฯยูไนเต็ด 3-0 คว้าสามแต้มมีเพิ่มเป็น 49 คะแนน รั้งอันดับ 5 ต่อไป โดยไล่จี้ เชลซี อันดับ 4 ที่มีคิวแข่งเจอกับ แมนฯซิตี้ ในวันพฤหัสฯนี้อยู่แค่ 2 คะแนน ส่วน "ดาบคู" แพ้เป็นเกมที่ 9 รั้งอันดับ 8 มี 44 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

      แมนฯยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา (อันเดรียส เปเรยร่า น.80) – เมสัน กรีนวู้ด (ฆวน มาต้า น.81), บรูโน่ แฟร์นันด์ส (สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ น.80), มาร์คัส แรชฟอร์ด (แดเนียล เจมส์ น.80) – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (โอเดียน อีกาโล่ น.80)

    สำรองไม่ได้ใช้ : เฟร็ด, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เซร์คิโอ โรเมโร่, เอริค ไบยี่

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : ไซม่อน มัวร์ – คริส บาแช่ม, ฟิล จากีลก้า, แจ็ค โรบินสัน – จอร์จ บัลด็อก, จอห์น ลุนด์สแตรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด (ซานเดอร์ เบิร์ก น.46), จอห์น เฟล็ค, เอ็นดาร์ สตีเว่นส์ – ลีส มุสเซ็ต (โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ น.46), เดวิด แม็คโกลดริก (รีไจโร ซิฟโควิช น.64)

    สำรองไม่ได้ใช้ : คีแรน ฟรีแมน, มิชาเอล เฟอร์ริปส์, ลุค ฟรีแมน, เบน ออสบอร์น ,บิลลี่ ชาร์ป, แจ็ค ร็อดแวลล์

        ผู้จัดการทีม : คริส ไวลเดอร์

         ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

ป็อกบาเรียกโทษ-บรูโน่ซัดเจ๊า! แมนยูชวดขึ้นที่4แค่บุกแบ่งแต้มสเปอร์ส

สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น แม้จะซัดให้เจ้าถิ่น สเปอร์ส ขึ้นนำไปก่อน แต่ครึ่งหลัง ปอล ป็อกบา ตัวสำรองลงมาเรียกจุดโทษก่อนที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะซัดให้ทีมบุกมาแบ่งแต้ม 1-1 โดย "ปีศาจแดง" ยังอยู่อันดับ 5 เหมือนเดิมมี 46 แต้มตามหลัง อันดับ 4 เชลซี สองคะแนน ส่วน "ไก่เดือยทอง" รั้งอันดับ 8 ศึกรีสตาร์ท พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

สนาม : ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม

    "บิ๊กแมตช์" รีสตาร์ท พรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน สเปอร์ส อันดับ 8 รับมือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 ของตาราง เกมนี้หากลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา บุกมาคว้าสามแต้มได้จะแซง เชลซี ขึ้นอันดับ 4 ทันที

    โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ของทัพ "ไก่เดือยทอง" จัดแนวรุกอย่าง แฮร์รี่ เคน, สตีเว่น เบิร์กไวจ์น และซน ฮึง-มีน ขณะที่ "ปีศาจแดง" พัก ปอล ป็อกบา ไว้ข้างสนามส่ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ปั้นเกมโดยมี มาร์คัส แรชฟอร์ด และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ล่าตาข่าย

    เริ่มครึ่งแรก นาที 13 สเปอร์ส ได้โอกาสส่องเข้ากรอบทักทายก่อนเลย จาก ซน ฮึง-มิน หวดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลไม่แรงพอพุ่งไปเข้ามือ ดาบิด เด เคอา

    "ปีศาจแดง" ต้องรอถึง นาที 22 ถึงจะได้ส่องเข้ากรอบเป็นหนแรก หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดบอลเข้ามา ดาวินซอน ซานเชซ สกัดบอลผิดเหลี่ยมไปเข้าทาง แรชฟอร์ด ยิงแบบไม่จับแต่บอลยังไปโดน อูโก้ โยริส เซฟออกมาได้

    ถัดมาไม่ถึงนาที ลุค ชอว์ ตัดบอลได้ก่อนหักเข้ากลางแล้วจิ้มให้ เฟร็ด ดึงเข้าซ้ายข้างถนัดแล้วซัดไปเสาไกลแต่บอลยังเบาไปเข้ามือ โยริส

    แต่กลายเป็นลูกทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เฮก่อน หลังซัดประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 27 จากจังหวะที่ แซร์จ โอริเย่ร์ ตัดบอลขึ้นหน้าให้ สตีเฟ่น เบิร์กไวน์ ใช้สปีดและความแข็งแรงเบียดแนวรับผีแดงเข้าไปตะบันด้วยขวาบอลพุ่งแรงจน ดาบิด เด เคอา ปัดไม่อยู่ก่อนปลิ้นเข้าประตูไปอย่างเด็ดขาด

    นาที 31 สตีเว่น เบิร์กไวจ์น ครอสมาเสาแรก ซน ฮึง มิน ขึ้นโขกบอลพุ่งเกือบจะเป็นประตูอยู่แล้วแต่ เด เคอา ยังเหินปัดมือเดียวออกไป

    นาที 41 แดเนียล เจมส์ ต้องรับใบเหลืองเป็นคนแรกของเกม หลังตามไปเสียบข้างหลังใส่ เอริค ดายเออร์ อย่างน่าเกลียด

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+2 ทีมเยือนเกือบได้ลุ้นตีเสมอ หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส พาบอลขึ้นมาหน้ากรอบก่อนสับไกยิงกว่า 25 หลาบอลพุ่งติดไซด์ก้อยก่อนไปเข้าซอง อูโก้ โยริส ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่วินาที บรูโน่ จะมีอาการเจ็บแต่ยังลุกมาเล่นต่อได้

    จบครึ่งแรก สเปอร์ส ขึ้นนำ แมนฯยูไนเต็ด 1-0

    ครึ่งหลังยังไม่มีการเปลี่ยนตัว นาที 54 ฝั่งทีมเยือนเกือบได้ลุ้นตีเสมอ บรูโน่ แฟร์นันด์ส พาบอลขึ้นมาเองก่อนแทงให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลากเข้าหน้ากรอบแล้วจ่ายออกขวาให้ บรูโน่ ที่เติมมาซัดด้วยขวาไปเสาไกลบอลพุ่งเฉียดเสาออกไปแบบได้ลุ้น

    นาที 63 โซลชา เปลี่ยนทีเดียวสองคน ส่ง ปอล ป็อกบา และเมสัน กรีนวู้ด ลงมาแทน เฟร็ด และแดเนี่ยล เจมส์

    เกมรุกของ "ผีแดง" ดูดีและมีมิติมากขึ้นมาเลย อีกสองนาทีถัดมา ป็อกบา จ่ายบอลเข้ากลางให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก่อนจะแทงทะลุให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กดด้วยขวาแต่ยังมี เอริค ดายเออร์ พุ่งมาบล็อคออกไปได้

    นาที 67 แมนฯยู พลาดโอกาสตีเสมออีกคราวนี้ ลุค ชอว์ ตะลุยขึ้นมาเองก่อนครอสเลียดไปหน้าประตูให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่งบอลเข้าซ้ายแล้วอัดเปรี้ยงไปตรงตัว อูโก้ โยริส เหินปัดออกไปหวุดหวิด

    เข้าสู่นาทีที่ 70 สเปอร์ส เปลี่ยนตัวบ้างส่ง โจวานนี่ โล เซลโซ่ และเก็ดสัน แฟร์นันด์ส ลงไปเล่นแทนสตีเฟ่น เบิร์กไวน์ และเอริค ลาเมล่า

     ขณะที่ "ปีศาจแดง" เปลี่ยนอีกสองคนเช่นกันส่งทั้ง โอเดียน อิกาโล่ และเนมานย่า มาติช ลงแทน วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

    นาที 81 แมนฯยูไนเต็ด มาได้ลูกที่จุดโทษหลัง ปอล ป็อกบา โชว์สเต็ปหลอกล่อ เอริค ดายเออร์ ก่อนที่สุดท้าย ดายเออร์ จะไปรวบข้างหลัง ผู้ตัดสิน โจนาธาน มอสส์ ชี้เป็นจุดโทษทันทีก่อนที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยิงเข้าไปไม่พลาดให้ "ปีศาจแดง" ไล่ตีเสมอ 1-1

    ท้ายเกม นาที 88 สเปอร์ส มาได้ลูกฟรีคิกกว่า 25 หลาหน้ากรอบ ทว่า แฮร์รี่ เคน ยิงไม่ดีไปติดกำแพง

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม สเปอร์ส เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งคะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        สเปอร์ส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, เอริค ดายเออร์, ดาวินซอน ซานเชซ, เบน เดวิส – แฮร์รี่ วิงค์ส, มูสซ่า ซิสโซโก้ – สตีเฟ่น เบิร์กไวน์, เอริก ลาเมล่า, ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน

        ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

        แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด – แดเนียล เจมส์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล