ชากิรี่เผยแล้วคิดลาลิเวอร์พูลหรือขอสู้ต่อ

หลังจากตกเป็นข่าวย้ายทีมอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีก ลิเวอร์พูล ก็บอกว่าตอนนี้ต้องการช่วยทีมในซีซั่น 2020-21 เพื่อที่จะได้มีโอกาสลงเล่นเยอะเหมือนฤดูกาล 2018-19 พร้อมบอกว่า "หงส์แดง" ตื่นเต้นกับการได้ป้องกันแชมป์ลีกสุดๆ
    เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีกชาวสวิสของ ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด แสดงเจตนารมณ์ว่าต้องการอยู่กับทีมต่อไป ด้วยการบอกว่าตั้งตารอที่จะได้ช่วยทีมในฤดูกาล 2020-21 อย่างใจจดใจจ่อ

    หลังจากได้ลงเล่น 30 นัดในทุกรายการเมื่อซีซั่น 2018-19 ชากิรี่ ก็ได้ลงเล่นในทุกรายการเพียง 11 นัดในซีซั่น 2019-20 โดยถึงแม้ส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะเขาเคยเจ็บตรงน่อง แต่พอหายเดี้ยงแล้วแข้งวัย 28 ปีก็ไม่ค่อยโดน เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันใช้งานเลย จนทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมหนักพอตัว

    ชากิรี่ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ลิเวอร์พูล ว่า "ถ้าคุณได้รับบาดเจ็บหรือไม่ได้เล่นแล้วน่ะคุณก็จะรู้สึกหงุดหงิดเป็นธรรมดา แต่ผมตั้งตารอที่จะได้เล่นในซีซั่นนี้ และตั้งตารอที่จะได้พยายามช่วยทีม เพื่อที่ผมจะได้มีโอกาสลงเล่นเยอะเหมือนอย่างในฤดูกาลแรก (ของตัวเองกับ ลิเวอร์พูล)"

    "ในฐานะทีมแล้วนั้นผมอยากประสบความสำเร็จหลายอย่าง ผมคิดว่าเรามีนักเตะเก่งๆ หลายคนอยู่ในทีม ทุกคนมีดีพอที่จะได้ลงเล่น และเราก็พยายามทำให้โค้ชต้องหนักใจมากๆ อยู่เสมอ (หมายถึงทุกคนพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ คล็อปป์ เลือกยากว่าจะใช้งานใครดี) ผมเองก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองจะทำได้, ช่วยให้ทีมชนะ และได้แชมป์มาครองเหมือนกัน นั่นเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับผม"

    "ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ลงเล่นอีกครั้ง และเพื่อป้องกันแชมป์ที่คว้ามาครองได้เมื่อฤดูกาลก่อน แน่นอนว่ามันเป็นงานยากมากๆ แต่เราก็พยายามที่จะทำหลายอย่างให้ได้อีกครั้ง และอยากชนะหลายต่อหลายเกมด้วย เรามีความสามารถดีพอที่จะทำอย่างนั้นได้ เรามีทีมที่ยังกระหายความสำเร็จ และอยากได้แชมป์อีกหลายรายการ"

    "มันรู้สึกยอดเยี่ยมมากๆ ที่ฤดูกาลก่อนเราได้แชมป์ลีก มันให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปทั้งสำหรับแฟนบอลและสำหรับเราหลังจากที่ทีมไม่ได้แชมป์ลีกมานาน 30 ปี เราตื่นเต้นกันมากๆ และอยากชนะให้ได้ทุกนัด แต่เราก็รู้ดีว่ามันจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากสุดๆ เช่นกัน ทีมอื่นๆ ต่างก็อยากจะชนะให้ได้เหมือนกัน ดังนั้นผมเลยคิดว่ามันจะเป็นฤดูกาลที่น่าตื่นเต้น"

ทางออกมาแล้ว!สื่อสเปนเผยทีมพรีเมียร์ฯอยากได้เบลร่วมทัพ

ท่ามกลางกระแสความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของ แกเร็ธ เบล ล่าสุด เอล เอสปันญ่อล สื่อของสเปนก็แฉว่า สเปอร์ส อยากได้ เบล ไปร่วมทัพ โดยมันมาจากความต้องการของ โชเซ่ มูรินโญ่ เองเลยด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นนโยบายของบอร์ดบริหาร

    ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สนใจที่จะคว้าตัว แกเร็ธ เบล ปีก เรอัล มาดริด กลับมาอยู่กับทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานของ เอล เอสปันญ่อล สื่อของประเทศสเปน

    เบล เจอกับช่วงเวลาที่เลวร้ายในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว มานานแล้ว ไม่ว่าจะทั้งเรื่องการไม่ได้เป็นกำลังหลักของทีม, มีปัญหาอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง, เรื่องที่โชว์ฟอร์มเก่งไม่ออก, เป็นที่เกลียดชังของแฟนบอล ฯลฯ ซึ่งมันก็ทำให้เขาตกเป็นข่าวย้ายทีมอยู่เรื่อยๆ แต่ดาวเตะชาวเวลส์ก็มักจะแสดงออกว่ายังอยากอยู่กับทีมไปจนครบสัญญา หรือก็คือจนช่วงซัมเมอร์ ปี 2022

    ทั้งนี้ เอล เอสปันญ่อล เผยว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม สเปอร์ส คือคนที่อยากได้ เบล มาใช้งานเอง ไม่ใช่ว่าเป็นคำสั่งของบอร์ดบริหาร โดยที่จริง มูรินโญ่ เคยตกเป็นข่าวว่าอยากร่วมงานกับ เบล สมัยที่เขายังคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว แต่สุดท้ายบอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" ก็ไม่สามารถทำให้เขาสมหวังได้

พิสซ์เซ็ค เตรียมปิดฉาก 11 ปีดอร์ทมุนด์, เลิกเล่นจบซีซั่นหน้า

แนวรับชาวโปแลนด์จะลงเล่นให้เสือเหลืองเป็นฤดูกาลสุดท้าย ก่อนตัดสินใจแขวนสตั๊ด

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงแฟนบอลของ ลูคัสซ์ พิสซ์เช็ค ที่ประกาศว่าจะลงเล่นให้สโมสรเป็นฤดูกาลสุดท้าย ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ด

ดาวเตะชาวโปแลนด์ ย้ายจากจากแฮร์ธา เบอร์ลินมาอยู่กับเสือเหลืองเมื่อปี 2010 และเขาจะอยู่กับทีมครบ 11 ปี หลังเลือกอำลาชีวิตการค้าแข้งหลังจบฤดูกาล 2020-2021

ขณะเดียวกัน กองหลังจอมเก๋าวัย 35 ปี ประกาศสละตำแหน่งรองกัปตันทีม ซึ่งก่อนหน้านี้เขาจะได้สวมปลอกแขนหาว่า มาร์โก รอยส์ ไม่ได้ลงสนามด้วย เพื่อให้สโมสรเปิดโอกาสให้นักเตะรุ่นใหม่ได้ก้าวมาเป็นผู้นำของทีมแทนที่เขาในอนาคตนั่นเอง

ถึงแฟน ๆ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

ฤดูกาล 2020/2021 จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของผมในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ ผมอยากจะสนุกกับฤดูกาลนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมได้รับผิดชอบการเป็นผู้นำทีมควบคู่ไปกับเพื่อนร่วมทีมหลายคนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งในฐานะนักเตะอาวุโสและในฐานะรองกัปตันทีม

แต่ตอนนี้ผมต้องการลดบทบาทให้เท่าเทียมกับทุกคนในทีม เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของทีม และเปิดทางให้นักเตะคนอื่น ๆ ได้มีส่วนร่วมเป็นผู้นำทีมมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ผมจึงตัดสินใจสละตำแหน่งรองกัปตันทีมและลดบทบาทการเป็นผู้นำทีมลงด้วย

แต่ผมจะช่วยทีมอย่างเต็มที่ต่อไป เพราะผมรู้ว่าความคิดเห็นของผมมีคุณค่าเสมอในห้องแต่งตัว ผมพร้อมที่จะให้คำแนะนำแก่ผู้เล่นทุกคนที่อยากจะก้าวมาอยู่ในจุดเดียวกับผม อาจพวกเขาแสวงการและต้องการทำ

ตั้งสติ!เอฟเอออกกฎเปาแจกใบแดงแข้งเจตนาไอ

สมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ออกกฎใหม่ให้อำนาจกรรมการแจกใบแดงนักเตะที่ตั้งใจไอใส่คู่แข่งหรือผู้ตัดสิน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่รุนแรงเทียบเท่าการใช้คำหยาบ หรือการทำร้ายร่างกาย โดยเป็นมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
               สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) แถลงการณ์การณ์เมื่อวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับกฎใหม่ที่ให้อำนาจผู้ตัดสินสามารถแจกใบแดงให้กับนักเตะได้ทันที หากผู้เล่นคนนั้นตั้งใจไอใส่นักเตะคู่แข่งหรือกรรมการในช่วงระหว่างที่อยู่ในการแข่งขัน

              ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ตอนนี้วงการกีฬาจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีมาตรการสำคัญเพื่อใช้ในการป้องกันไม่ว่าจะเป็นการห้ามจับมือในขณะที่อยู่ในสนาม, การเว้นระยะห่างทางสังคม รวมไปถึงการห้ามแฟนบอลเข้าชมเกมฟุตบอล เป็นต้น

              สำหรับสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้เพิ่มความเข้มข้นของการป้องกันด้วยการออกกฎใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยหากมีการ "ไอ" ใส่ผู้อื่นในสนามไม่ว่าจะเป็นกับคู่แข่งหรือกรรมการ โดยเจตนา บุคคลนั้นมีสิทธิ์ถูกลงโทษด้วยการโดนใบแดง และต้องออกจากสนามทันที

              "หากผู้ตัดสินทราบว่ามีใครก็ตามที่ตั้งใจไอใส่หน้าคู่แข่งหรือกรรมการในระยะใกล้ ….ผู้ตัดสินสามารถใช้กฎข้อ 12 ที่ระบุเกี่ยวกับพฤติกรรมน่ารังเกียจ, ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น หรือใช้วาจาหรือแสดงสัญลักษณ์ที่ส่อไปในทางหยาบคาย  แต่ถ้าหากเหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นไล่ออก นักเตะก็จะถูกตักเตือนเนื่องจากแสดงพฤติกรรมไม่มีน้ำใจนักกีฬา และขาดความเคารพในเกม" แถลงการณ์ เอฟเอ ระบุ

              อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ของสมาคมลูกหนังเมืองผู้ดี ได้ระบุเพิ่มเติมว่าผู้ตัดสินจะไม่ทำการลงโทษในกรณีที่นักเตะไอธรรมดา หรือการถ่มน้ำลายลงพื้นสนาม เป็นต้น แม้ว่าจะเป็นพฤติกรรมที่มีการขอความร่วมมือให้งดเว้นก็ตาม

ซานโช่ติดไหม? ดอร์ทมุนด์ประกาศรายชื่อชุดลุยปรีซีซั่นที่สวิตฯ

งานนี้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อาจไม่ถูกใจเมื่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ประกาศรายชื่อขุนพลชุดทัวร์ศึกปรีซีซั่นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ปรากฏว่ามีชื่อของ เจดอน ซานโช่ มิดฟิลด์ดาวรุ่งติดทีมมาด้วย ท่ามกลางกระแสข่าวเชื่อมโยงกับ "ปีศาจแดง"

    ซานโช่ วัย 20 ปี เพิ่งจะเดินทางลับมาบ้านเกิดเพื่อร่วมงานปาร์ตี้กับสองแร็ปเปอร์คนดังเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้แฟนบอล "ปีศาจแดง" ต่างคิดไปไกลว่าเจ้าตัวอาจจะมาเซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นได้ หลังเจ้าตัวตกเป็นข่าวอย่างหนักมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังติดปัญหาคุยเรื่องค่าตัวกับ ดอร์ทมุนด์ ไม่ลงตัว หลัง "เสือเหลือง" ต้องการได้ 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,320 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตามล่าสุดสาวก "เรด อาร์มี่" อาจต้องรอคอยต่อไปเมื่อ ซานโช่ ได้เดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังมีชื่อติดทีมไปทัวร์ปรีซีซั่นกับ "เสือเหลือง" ที่แดนนาฬิกา ซึ่งทำให้มีแนวโน้มว่าเจ้าอาจจะอยู่ในถิ่นซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ต่อไปในฤดูกาลหน้า

    สำหรับ ซานโช่ ยังมีสัญญากับ ดอร์ทมุนด์ ถึงปี 2022 

แฟนแห่ทวีตให้กำลังใจ”กวินทร์”หลังเปิดตัวสวยพาคอนซะคว้าชัย

    แฟนบอลแห่โพสต์ให้กำลังใจอย่างล้นหลาม หลัง”ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ประเดิมสวยในรอบ 2 ปีกับการออกสตาร์ตตัวจริงเฝ้าเสาให้ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เปิดบ้านเอาชนะ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า 2-1 ศึกลูวาน คัพ 2020
   
หลังจบเกมลูวาน คัพ 2020 แฟนบอลคอนซาโดเล่ ซัปโปโร แห่ทวีตชื่นชมและให้กำลังใจ แถมยังชมกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งของ "ตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ นายด่านทีมชาติไทยที่ลงสนามเปิดตัวอย่างเป็นทางการช่วยให้ต้นสังกัดอย่างคอนซาโดเล่ ซัปโปโร เปิดบ้านเอาชนะ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า 2-1 ประเดิม 3 แต้มแรกของตัวเองได้สำเร็จ

    โดยมีผู้ใช้ ทวิตเตอร์ ต่างออกมาทวีตข้อความมากมายถึงกวินทร์ อาทิ เช่น ผู้ใช้ @tsubasa28394 ทวีตข้อความว่า กวินทร์นั้นแข็งแกร่งมาก,@akikconsa ขอแสดงความยินดีกับกวินทร์ ,@take_2020 กวินทร์ พร้อมติดแฮชแท็ก #consadole ,@uranokan กวินทร์ ทำอย่างดีที่สุด ,@mvfklw กวินทร์ก็ดี เต็มไปด้วยแรงจูงใจ ,@39arigatodesu กวินทร์ที่ยอดเยี่ยม

    ทั้งนี้ยังมีข้อความที่แฟนบอลคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ทวีตให้กำลังใจตองกันอย่างมากมายร่วมไปถึงเพื่อนๆร่วมทีมของเขาที่พากันสู้จนได้รับชัยชนะในนัดนี้

เปลี่ยนแค่ไหน?ตารางพรีเมียร์ฯหากไม่ใช้วีเออาร์

แมนฯ ยูไนเต็ด จะอดไป แชมเปี้ยนส์ ลีก! ดูกันเล่นๆ หาก พรีเมียร์ลีก ไม่มีการนำ วีเออาร์ มาใช้ในฤดูกาลนี้ ตารางคะแนนจะออกมาเป็นอย่างไร
     เดอะ ไทม์ส สื่ออังกฤษ ลองคำนวณตารางคะแนนของศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019/20 ที่จบลงไปเรียบร้อย หากไม่มีการใช้เทคโนโลยี วีเออาร์ โดยแชมป์จะยังคงเป็นของ ลิเวอร์พูล เหมือนเดิม แต่จะมีคะแนนลดลง 5 แต้ม ส่วน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะอดไปเล่นในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
   
    นี่นับเป็นฤดูกาลแรกที่ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีเอาระบบ วีเออาร์ มาใช้ ด้วยเป้าหมายว่าจะช่วยทำให้การตัดสินมีความถูกต้องขึ้น แต่ก็มีหลายครั้งที่แฟนบอลยังมองว่ามีความผิดพลาด และน่ากังขาเหมือนเดิม

    ตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก หากไม่มี วีเออาร์

 

ทำความรู้จัก ซีอีโอคนใหม่ ลิเวอร์พูล ฝีมือไม่ธรรมดา

หลังจากที่ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ ปีเตอร์ มัวร์ ประธานบริหารที่กำลังจะหมดสัญญาหลังหมดเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งคนที่จะรับไม้ต่อคือ บิลลี่ โฮแกน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ของสโมสรลิเวอร์พูล

    ชื่อของ โฮแกน อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักสำหรับแฟนบอลเท่าไหร่นัก เพราะงานของเขาคือการทำงานเป็นเบื้องหลังเรื่องเชิงพาณิชย์ ทั้งการเจรจา ดีลสปอนเซอร์, การตลาด ซึ่งอะไรที่เกี่ยวข้องกับ เงิน ๆ ทอง ๆ นั่นแหละคือหน้าที่ของ โฮแกน

    ส่วนความรับผิดชอบของตำแหน่งประธานบริหารของสโมสรนั้น หลังจากที่ มัวร์ เข้ามารับตำแหน่งนี้ต่อจาก เอียน แอร์ ตำแหน่งนี้จะเน้นเรื่องการทำธุรกิจมากกว่าเรื่องฟุตบอล ซึ่งจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องซื้อ-ขายหรือต่อสัญญาผู้เล่น เพราะหน้าที่นี้เป็นของ ไมเคิล เอ็ดเวิร์ดส์

    สำหรับ โฮแกน ที่จะเข้ามาเป็นซีอีโอคนใหม่ ก็ไม่ได้เป็นคนอื่นคนไกลกับสโมสรเลย เขาทำงานร่วมกับ มัวร์ และมีความสนิมสนมกันอยู่แล้ว

    โฮแกน เคยเป็น ประธานบริหารให้กับบริษัทในเครือของ FSG กลุ่มเจ้าของสโมสร มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องแบรนด์และภาพลักษณ์

    ประสบการณ์ในด้านการพาณิชย์ระหว่าง โฮแกน กับ FSG มีมานานถึง 16 ปี โดยก่อนหน้านั้น โฮแกน ใช้เวลาสั้น ๆ ในการเป็น ผู้อำนวยการฝ่ายขาย กับบริษัท ANC Sports

    ต่อมาเดือนพฤษภาคม ปี 2012 โฮแกน เข้ามาทำหน้าที่ในสโมสรลิเวอร์พูล ในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ ดูแลเรื่องการเจรจาธุรกิจและการตลาด

    และพอเดือนมีนาคม ปี 2016 แอร์ ลาออกจากซีอีโอ แล้วตั้ง มัวร์ ขึ้นมาแทน โฮแกน ก็เลื่อนขั้นเป็นกรรมการผู้จัดการควบคู่กับผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ของทีม

    โฮแกน ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ ลอนดอน แต่ก็เดินทางมายัง ลิเวอร์พูล อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และก็บินไปต่างประเทศในคราวที่จำเป็น

    ทุกครั้งที่สโมสรทำการเซ็นสัญญากับสปอนเซอร์ เราจะได้เห็นโฮแกน ร่วมเฟรมอยู่เสมอ เขาคือคนที่อยู่เบื้องหลังดีลธุรกิจต่างๆที่เกิดขึ้น

    โฮแกน เน้นเรื่องการตลาดโดยเน้นไปทางสื่อโซเชี่ยลที่กำลังได้รับความนิยมเหมาะสมกับยุคปัจจุบันในโลกดิจิตัล ซึ่งรายได้ของ ลิเวอร์พูล ก็มาจากส่วนนี้เหมือนกัน อีกทั้งแฟนบอลก็จะยังมีส่วนร่วมกับสโมสรได้ทุกเมื่อไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน

 

    เมื่อเรื่องในสนามและผลงานเป็นหน้าที่ของ คล็อปป์ และทีมงานสตาฟฟ์ สิ่งที่ โฮแกน พยายามจะทำ นั่นคือการสร้างรายได้และการค้า ซึ่งรายได้นั้นมันก็จะกลับไปยังสโมสร

    ในช่วงที่ โฮแกน ทำงานกับลิเวอร์พูล เขาสร้างรายได้เชิงพาณิชย์ต่อปีให้กับสโมสรเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวถึง 136 ล้านปอนด์ ซึ่งอำนาจทางการเงินที่ดีนี้ช่วยให้เจอร์เก้น คล็อปป์ นำไปใช้ปรับปรุงซื้อผู้เล่นเข้ามาในทีม

    ช่วงที่สัญญาระหว่าง นิว บาลานซ์ กับ ลิเวอร์พูล ใกล้จะหมดลง ก็มีคำถามเกิดขึ้นมาสโมสรจะทำอย่างไรต่อ ซึ่ง โฮแกน ก็เลี่ยงที่จะตอบแบบตรงๆ โดยบอกเพียงว่า "เราจะยังไม่ให้ความเห็นใดๆเกี่ยวกับเรื่องสัญญาที่จะหมดลง ถึงเวลาที่เหมาะสมเมื่อไหร่เราจะมาพูดเรื่องนี้กันอีกที"

    แน่นอนครับ ในดีลกับ ไนกี้ เจ้าใหม่ ล่าสุดนี้ คนที่เป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการเจรจา จนทำให้แบรนด์ระดับโลกเซ็นสัญญาเป็นผู้ผลิตชุดแข่งให้กับทีม ซึ่งเป็นไปได้ว่า ลิเวอร์พูล จะได้รับเงินถึงปีละ 80 ล้านปอนด์

 

    "หลังจากได้รับเกียรติให้ทำงานร่วมกับสโมสรแห่งนี้มานานเกิน 8 ปี ผมก็ถือว่าเป็นเกียรติอย่างมากที่จะได้เป็นประธานบริหารของทีม และจะได้สานต่องานอันยอดเยี่ยมที่ทุกคนในองค์กรทำร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ ผมขอขอบคุณ จอห์น (ดับเบิ้ลยู เฮนรี่), ทอม (เวอร์เนอร์) และ ไมค์ (กอร์ดอน) สำหรับโอกาสในครั้งนี้ที่ทำให้ผมได้นำองค์กรเข้าสู่ช่วงต่อไปของเรื่องราวอันน่าตื่นเต้น" โฮแกน กล่าวแบบเป็นเกียรติสุดๆ หลังได้รับตำแหน่งนี้ต่อจาก มัวร์

    แฟนหงส์มั่นใจได้เลยว่า บิลลี่ โฮแกน คนนี้ จะพา ลิเวอร์พูล เดินหน้า ก้าวไกลในด้านธุรกิจ แบบติดปีกแน่นอน

กัปตันของเรา! “เฮนโด้” พามินามิโนะร่วมฉลองแชมป์

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์ลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นถึงความเป็นยอดกัปตันทีมเมื่อสังเกตเห็น ทาคูมิ มินามิโนะ กำลังโดดเดี่ยวในช่วงฉลองแชมป์ จึงเข้าไปพูดคุย และพาเขาไปชูโทรฟี่พรีเมียร์ลีก ซึ่งงานนี้ได้ใจแฟนบอลทั่วโลกจริงๆ

              จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม เมื่อเจ้าตัวเข้าไปพูดคุยกับ ทาคูมิ มินามิโนะ กองกลางชาวญี่ปุ่น ในช่วงระหว่างที่เฉลิมฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา

              สตาร์ชาวแดนอาทิตย์อุทัย ย้ายมาร่วมทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เนื่องจากยังไม่สามารถปรับตัวกับการเล่นในอังกฤษ รวมไปถึงแนวรุกของ "หงส์แดง" ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพยากที่จะสอดแทรกเข้ามาได้

             อย่างไรก็ตาม มินามิโนะ ได้ลงเล่นในเกมลีกจำนวน 9 แมตช์ซึ่งมากพอที่จะมีชื่อรับเหรียญแชมป์ กระนั้นในช่วงที่เฉลิมฉลองความสำเร็จบนเวที ดาวเตะวัย 25 ปีมีอาการเขินๆ และมักจะยืนเคว้งคว้างโดดเดี่ยวในขณะที่เพื่อนร่วมทีมกำลังมีความสุขกับความสำเร็จในครั้งนี้

                 ในช่วงเวลานั้น เฮนเดอร์สัน สังเกตเห็นว่า มินามิโนะ กำลังโดดเดี่ยวก็เลยเดินเข้าไปพูดคุยพร้อมกับพาเขาไปที่ด้านหน้าเวทีเพื่อจะได้ชูโทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ลีก โดยพฤติกรรมดังกล่าวทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" ประทับใจมากๆ และได้แสดงความเห็นกันมากมาย อย่างรายแรกระบุว่า "รักพฤติกรรมแบบนั้นของ เฮนเดอร์สัน….มินามิโนะ อยู่ด้านหลัง และ เฮนเดอร์สัน พาเขาไปด้านหน้าเพื่อจะได้ชูโทรฟี่แชมป์"

                 ขณะที่อีกรายระบุว่า "เฮนเดอร์สัน เดินเข้าไปหา มินามิโนะ และบอกเขาว่าให้เขาไปสัมผัสโทรฟี่แชมป์ นี่เป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ" ตามด้วยรายที่สาม ทวิตว่า "ไม่มีนักเตะคนไหนแสดงความยินดีกับ มินามิโนะ เลย เขาดูเงียบขรึมและประหม่า เฮนโด้ เข้าไปหาเขาและพาเขาไปชูโทรฟี่แชมป์ เฮนเดอร์สันเป็นกัปตันทีมที่สุดยอดมากๆ"

“ฟาน ไดจ์ค” เชื่อ ฤดูกาลหน้าทุกทีมจะกระสันอยากโค่นหงส์แดง

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังมหาอุตม์ของ ลิเวอร์พูล เชื่อว่านับจากนี้เป็นต้นไป คู่แข่งทุกทีมทั้งใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และเวทียุโรปจะกระสันอยากคว้าชัยชนะเหนือทัพหงส์แดงกันสุด ๆ ซึ่งถือเป็นความท้าทายที่น่าสนใจสำหรับพวกตนเช่นกัน

"ไฮไลท์สำคัญของฤดูกาลนี้สำหรับผมคงไม่ต่างกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นหรอก นั่นคือการพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จนั่นเอง" บิ๊กเวิร์จ กล่าวกับ BT Sport

"มันคือความฝันที่ผมตั้งเป้าไว้ตั้งแต่วันแรกที่เซ็นสัญญา เพราะรู้ว่าสิ่งนี้สำคัญต่อแฟนบอลและสโมสรอันสวยงามแห่งนี้มากขนาดไหน อย่าลืมนะว่ามันยากสุด ๆ จนทีมล้มเหลวต่อเนื่องยาวนานถึง 30 ปีโน่น"

"อย่างไรก็ตาม ทุกคนทำงานหนักร่วมกันจนทีมแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เรื่องฟอร์มเท่านั้น แต่รวมถึงสภาพจิตใจด้วย พวกเราโฟกัสกันไปทีละเกม ๆ ซึ่งผมอยากให้รักษาความสม่ำเสมอต่อเนื่องแบบนี้เอาไว้ได้นาน ๆ ไม่ใช่แค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น นี่แหละคือความท้ายอันน่าตื่นเต้นสำหรับ ลิเวอร์พูล"