ลีกเอิงคลอดโปรแกรมซีซันใหม่, เริ่ม 22 ส.ค.

ลีกสูงสุดแดนน้ำหอมคลอดโปรแกรมฤดูกาลใหม่ออกมาแล้ว โดยจะเปิดฉากในสัปดาห์ที่ 22-23 สิงหาคม

ลีกเอิง ประกาศโปรแกรมแข่งในฤดูกาล 2020/21 ออกมาแล้ว โดยมีกำหนดเปิดสนามในสุดสัปดาห์ที่ 22-23 สิงหาคม

ฟุตบอลลีกฝรั่งเศสตัดสินใจตัดจบฤดูกาลไปตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน หลังจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส-19 และรัฐบาลไม่อนุญาตให้มีการแข่งขันกีฬาทุกชนิดไปจนถึงเดือนกันยายน

อย่างไรก็ดี ล่าสุดสถานการณ์โดยรวมดีขึ้นมากแล้ว ขณะที่ลีกอื่น ๆ ก็กลับมาแข่งขันกันตามปกติ นั่นทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสไฟเขียวให้กีฬากลับมาแข่งได้แล้ว แถมยังเปิดโอกาสให้แฟนบอลได้เข้าไปชมในสนามได้ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยมีข้อแม้ว่าห้ามเกิน 5,000 คน

ล่าสุดลีกเอิงจึงเดินหน้าจัดการแข่งขันฤดูกาลใหม่อย่างเต็มกำลัง และคลอดโปรแกรมออกมาแล้ว ซึ่งจะเล่นกันในเดือนหน้า

โปรแกรมนัดแรกของลีกเอิง ฤดูกาล 2020/21

มาร์กเซย – แซงต์ เอเตียน

ลีลล์ – แรนส์

เปแอสเช – เม็ตซ์

โมนาโก – แร็งส์

นีซ – ล็องส์

ดิฌง – อองเชร์

มงต์เปลลิเยร์ – ลียง

บอร์กโดซ์ – น็องส์

ลอริยองต์ – สตราส์บรูก

นีมส์ – แบรส

สื่อ-แฟนมาดริดไม่ขำเบลทำตัวตลกเกมชนะอลาเบส

ไม่น่ารักเลย! สื่อและแฟนบอล เรอัล มาดริด รุมจวก แกเร็ธ เบล หลังทำเป็นตลกนอนหลับเมื่อรู้ตัวเองไม่ได้ลงสนามในเกมพบ อลาเบส

     แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ สร้างความหงุดหงิดและไม่พอใจให้กับแฟนบอล เรอัล มาดริด อีกครั้ง หลังทำเป็นเล่นตลกระหว่างอยู่ที่ม้านั่งสำรองข้างสนามในเกม ลา ลีกา สเปน ที่ "ราชันชุดขาว" เปิดสนาม อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เอาชนะ อลาเบส 2-0 เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

 

    เบล ซึ่งโดน ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ดองเป็นตัวสำรองมา 4 นัดติด และเพิ่งได้เป็นตัวจริงแค่ 12 เกมในฤดูกาลนี้ ทำเป็นเล่นตลกด้วยการดึงเอาหน้ากากอนามัยขึ้นมาปิดตา และทำเป็นนอนหลับ ก่อนหัวเราะด้วยความขบขัน หลังทีมใช้โควตาตัวสำรองหมดแล้ว

 

    การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับกองเชียร์ "ราชันชุดขาว" โดยแฟนบอลรายหนึ่งเขียนแสดงความเห็นว่า "มันเป็นการดูหมิ่นกันอย่างมากจาก แกเร็ธ เบล มันชัดเจนว่า เขาไม่ได้ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรอีกแล้ว ฟอร์มของเขาห่วยแตกเวลาลงสนาม ไม่ต้องไปตำหนิ ซีดาน เลยที่ไม่ส่งเขาลงเล่น"

    ขณะที่ มาร์ก้า หนังสือพิมพ์เล่มดังของแดนกระทิงดุก็ไม่ชอบใจพฤติกรรมของดาวเตะเวลส์เช่นกัน โดยลงรูปที่ เบล กำลังทำท่านอนหลับ และพาดหัวว่า "น่าอับอาย"

สือผู้ดีเผย! สตาร์พรีเมียร์ลีกร่อนจม.รับเป็น “เกย์”

เดอะ ซัน สื่อดังในอังกฤษ เปิดเผยจดหมายของสตาร์ลูกหนังระดับพรีเมียร์ลีกที่ออกมายอมรับว่าเป็นเกย์ แต่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตนในเวลานี้เนื่องจากหวั่นใจว่าจะส่งผลกระทบต่ออาชีพพ่อค้าแข้ง ระบุมีเพียงครอบครัว และเพื่อนสนิทเท่านั้นที่รับรู้ พร้อมยืนยันเมื่อถึงเวลาจะบอกผู้จัดการทีมและเพื่อนนักเตะร่วมสังกัดด้วยกันได้ทราบ

    นักฟุตบอลระดับสตาร์ที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงเขียนจดหมายเปิดผนึกยอมรับว่าตนกลัวที่จะเปิดเผยว่าตัวเองเป็น "เกย์" เนื่องจากหวั่นใจว่าอาจจะส่งผลกระทบต่ออาชีพพ่อค้าแข้ง ระบุทุกวันนี้สุดแสนทรมานใจที่ต้องปกปิดรสนิยมทางเพศแบบชายรักชายกับเพื่อนร่วมทีม และทุกๆ คนในวงการลูกหนัง

 

    สำหรับนักเตะรายนี้ซึ่งยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยชื่อ เผยว่ามีแค่สมาชิกของครอบครัวบางคน และกลุ่มเพื่อนสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าตนเป็นพวกรัก "ไม้ป่าเดียวกัน" นอกจากนี้ยังยืนยันว่าเพื่อนร่วมสังกัด และผู้จัดการทีมยังไม่รู้ว่าเขาเป็นเกย์ แต่กระนั้นเจ้าตัวคาดหวังว่าจะบอกพวกเขาซักวันหนึ่งในเร็วๆ นี้

    ขณะเดียวกันมูลนิธิ จัสติน ฟาชานู ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย อามาล หลานสาวของ จัสติน ฟาชานู นักฟุตบอลอาชีพรายแรกที่เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ ที่มีวัตถุประสงค์ในการต่อสู้เพื่อคนรักร่วมเพศ และการเหยียดผิว ได้ให้การสนับสนุนดาวเตะปริศนารายนี้อย่างเต็มที่

 

         จดหมายฉบับดังกล่าว ระบุว่า "ตอนเด็กๆ ผมอยากเป็นนักฟุตบอล ผมไม่เคยสนใจเรื่องการเรียนที่โรงเรียนเลย แทนที่จะทำการบ้าน ทุกๆ นาทีผมจะใช้ไปกับการเล่นบอล สุดท้ายมันก็ตอบแทนสิ่งที่ผมตั้งใจ แต่ตอนนี้ผมยังต้องหยิกเนื้อตัวเองเวลาที่วิ่งอยู่ในสนามว่าไม่ได้ฝันไป และต้องลงเล่นทุกสัปดาห์ต่อหน้าแฟนบอลหลายหมื่นคน"

        "อย่างไรก็ตาม มีบางสิ่งที่ทำให้ผมแตกต่างจากนักฟุตบอลคนอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก ผมเป็นเกย์ การเขียนจดหมายฉบับนี้เป็นก้าวย่างสำคัญสำหรับผม แต่มีแค่ครอบครัวของผม และเพื่อนๆ บางคนในกลุ่มที่รู้ว่าผมเป็นพวกรักร่วมเพศ ผมยังไม่พร้อมที่จะแบ่งปันเรื่องนี้กับเพื่อนร่วมทีม หรือผู้จัดการทีม นั่นเป็นเรื่องที่ลำบากใจมากๆ"

 

        "ผมใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตอยู่กับผู้คนเหล่านี้ และเมื่อผมก้าวลงไปในสนามเราคืนทีมเดียวกัน แต่มันมีบางสิ่งภายในตัวผมที่ทำให้เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะเปิดเผยกับพวกเขาเกี่ยวกับความรู้สึกของผมว่าเป็นยังไง ผมหวังว่าซักวันหนึ่งในเร็วๆ นี้ผมจะสามารถทำได้"

        "ผมรู้ตัวเองตั้งแต่ตอนอายุ 19 ปีว่าผมเป็นเกย์ ความรู้สึกมันเป็นยังไงกับการใช้ชีวิตแบบนี้นะเหรอ ? ก็ต้องใช้มันแบบวันต่อวัน มันอาจจะเป็นฝันร้ายก็ได้ และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผมอย่างมาก ผมรู้สึกเหมือนตกอยู่ในบ่วง และหวาดกลัวที่จะเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเป็นซึ่งมันคงมีหลายๆ อย่างที่เลวร้ายทันที"

        "ดังนั้นแม้หัวใจของผมจะบอกผมว่าผมจำเป็นต้องทำ แต่สิ่งที่อยู่ในหัวของผมมักจะบอกว่า -ทำไมต้องเสี่ยงกับเรื่องนี้ด้วยละ ?- ผมโชคดีที่ได้รับค่าเหนื่อยมหาศาล ผมมีรถสวยๆ ขับ, มีเสื้อผ้าจากดีไซเนอร์ชั้นนำมากมาย และยังสามารถซื้ออะไรก็ได้ที่ผมต้องการเพื่อครอบครัวของผม และเพื่อนๆ แต่สิ่งเดียวที่ผมโหยหาก็คือมิตรภาพ"

 

        "ผมอยู่ในช่วงวัยที่ตัวเองก็อยากมีคนรักเหมือนกัน แต่ด้วยการที่ตอนนี้ผมต้องทำงานแบบนี้ทำให้ผมต้องการความเชื่อใจสูงมากๆ  หากจะรักกับใครในระยะยาว ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ผมจึงหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ทั้งหมด ผมหวังว่าผมจะได้พบกับใครสักคนในเร็วๆ นี้ซึ่งผมคิดว่าผมจะไว้วางใจได้มากพอ"

        "บอกตามตรงผมไม่คิดว่าวงการฟุตบอลจะพร้อมยอมรับนักเตะที่ออกมาเปิดเผยตัวเอง เรื่องนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากสำหรับตัวผม สมาคมฟุตบอลอาชีพบอกว่าพวกเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือนักเตะที่ออกมาเปิดเผยรสนิยมของตัวเอง และพวกเขาบอกว่าพวกเขาจะให้คำปรึกษา และสนับสนุนสำหรับทุกๆ คนที่ต้องการสิ่งนี้"

        "สิ่งนี้มันไม่ตรงประเด็น ถ้าผมต้องการที่ปรึกษาผมสามารถหาเองได้ และลงชื่อเพื่อเข้ารับการปรึกษากับใครซักคนเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมต้องการ สำหรับในกรณีนี้มันจำเป็นต้องให้ความรู้กับแฟนบอล, นักเตะ, ผู้จัดการทีม, เอเจนต์, เจ้าของสโมสร รวมทั้งทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอล"

        "ถ้าผมต้องเปิดเผยเรื่องนี้ผมต้องรู้ว่าผมจะได้รับการสนับสนุนในทุกด้านๆ ตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมจะได้รับการสนับสนุนแบบนั้นเลย ผมบอกได้เลยว่าผมไม่ต้องการใช้ชีวิตแบบนี้ แต่เมื่อมองจากความเป็นจริงมันยังมีเรื่องของความอคติเยอะมากในวงการฟุตบอล มีหลายครั้งที่ผมได้ยินคำพูดเย้ยหยันคนรักร่วมเพศ และเสียงวิจารณ์จากแฟนบบอลที่พูดลอยๆ ออกมา"

 

        "ผมไม่ได้รู้สึกเดือดดาลในช่วงระหว่างที่ลงแข่ง ผมมีสมาธิอยู่กับการเล่น แต่เมื่อผมกลับไปขึ้นเครื่องบิน หรือขึ้นรถบัส ผมมีเวลาทบทวนสิ่งที่ผมได้ยิน ในขณะเดียวกันผมยังคงมุ่งมั่นที่จะเล่นต่อไปตราบเท่าที่ผมยังรู้สึกว่าผมสามารถทำได้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมประกาศเรื่องนี้ ผมจะเลิกเล่นทันที"

        "เมื่อเดือนที่แล้วมันยอดเยี่ยมมากๆ ที่ได้เห็น  โทมัส บีทตี้ ออกมายอมรับว่าเป็นเกย์ แต่ความจริงแล้วเขาต้องรอจนกระทั่งแขวนสตั๊ดจึงค่อยบอกทุกๆ อย่างที่คุณต้องการรู้ทั้งหมด นักฟุตบอลยังคงรู้สึกหวาดกลัวที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ในขณะที่พวกเขายังค้าแข้งอยู่ สำหรับปีที่ผ่านผมได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิจัสติน ฟาชานู ซึ่งมันไม่ใช่แค่การรับมือกับเรื่องปัญหาสภาพจิตใจเท่านั้น"

        "มันยากที่จะพูดออกมาได้ว่ามูลนิธิช่วยเหลือผมมากขนาดไหน มันทำให้ผมรู้สึกถึงการสนับสนุน และเข้าใจซึ่งทำให้ผมมั่นใจที่จะกล้าออกมาเปิดเผย และซื่อสัตย์กับตัวเอง หากไม่มีการสนับสนุนผมยังไม่รู้ว่าผมจะอยู่ตรงจุดไหนในเวลานี้ แผนของผมก็คือแขวนสตั๊ดก่อนกำหนด และออกมาเปิดเผย ผมอาจจะทิ้งอาชีพที่ทำรายได้มหาศาล แต่คุณไม่สามารถตีคุณค่าสันติสุขของจิตใจคุณได้ และผมไม่อยากที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดไป" ข้อความจดหมายฉบับเดิม ระบุ

เคล็ดลับ! “ฟานไดค์” ยกสูตรคล็อปป์นำหงส์แชมป์ลีก

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ แนวรับสุดแกร่ง ลิเวอร์พูล ยกย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่พยายามสร้างความแข็งแกร่งให้กับลูกทีมด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนัก ซึ่งทำให้ทัพ "หงส์แดง" สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในซีซั่นนี้ และนำไปสู่ความสำเร็จที่รอคอยมานานถึง 3 ทศวรรษ
               เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เผย เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน เคี่ยวกรำนักเตะอย่างหนักในช่วงฝึกซ้อม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ทีมประกาศศักดิ์ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างยิ่งใหญ่ในฤดูกาลนี้

              "เดอะ เร้ดส์" ผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในรอบ 30 ปี ที่สำคัญพวกเขายังมีโอกาสที่จะสร้างสถิติเก็บแต้มเกิน 100 คะแนน เพราะตอนนี้ซัดไปแล้ว 89 แต้ม และหากสามารถคว้าชัยชนะใน 5 แมตช์ที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ได้ จะทำให้เก็บไป 104 คะแนน แซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำเอาไว้ 100 แต้มในซีซั่น 2017/2018

               กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ เผยถึงเหตุผลที่ทำให้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงมาจากเคล็ดลับในการฝึกซ้อมที่ คล็อปป์ นำมาใช้กับนักเตะ "ทั้งหมดนี้มันเกี่ยวกับการฝึกซ้อมของเขา แนวทางที่เขานำมาใช้กับเราเพื่อทำให้นักเตะทุกคนฟิตสมบูรณ์เต็มที่ ผมเรียกมันว่าเยอรมันสไตล์, การวิ่ง, วิ่ง แล้วก็วิ่ง"

               "ในชีวิตของผมไม่เคยต้องเจอการซ้อมหนักแบบนี้ ผมยังจำได้เราซ้อมกัน 3 ช่วงต่อวันในฝรั่งเศส ไม่มีสื่อ ไม่มีแฟนบอล มีแค่เราเท่านั้น และการทำงานหนักทำให้ร่างกายฟิตสมบูรณ์ เราต้องวิ่งดริลล์เพื่อเรียกความฟิต จากนั้นก็พูดคุยเรื่องแท็กติค เราทำแบบนี้วนไปวนมาตลอด พอผมกลับไปบ้าน ผมกรอบไปทั้งตัว แต่ผมต้องยอมรับว่า ผมมองเห็นประโยชน์ของมันจากการเล่นตลอดทั้งซีซั่นนี้" ฟาน ไดค์ กล่าว

เบอร์ไหนถูกใจ “รุ่งโรจน์”

นอกจากจะเป็นนักเตะที่ผ่านการค้าแข้งมาชนิดที่เรียกได้ว่าโชกโชนไม่เบา แต่หากจะถามว่าแฟนบอลยังจำกันได้หรือไม่ว่า "เจ้าโรจน์" รุ่งโรจน์ สว่างศรี เคยใช้ชุดแข่งเบอร์ไหนมาบ้าง วันนี้ทีมงานฟุตบอลสยามมีคำตอบมาฝากไปดูกันเลย

    เบอร์ 8 ธ.กรุงไทย , บางกอกกล๊าส

    สโมสรแรกในการค้าแข้งเป็นนักเตะอาชีพอย่าง ธ.กรุงไทย ที่กลายร่างมาเป็น บีจีปทุม ยูไนเต็ด ในปัจจุบันหรือ บางกอกกล๊าส เอฟซี ในวันวานนั้น รุ่งโรจน์ จะใช้เบอร์ 8 เป็นเบอร์ประจำโดยตลอด รวมถึง ตอนอยู่กับแอร์ฟอร์ซฯ หลังไปเล่นเชียงรายฯ มาก็ใช้เบอร์ ประจำตัวของเขา และทีมสุดท้ายในอาชีพ พ่อค้าแข้ง นั้น "เจ้าโรจน์" ก็ใส่เบอร์ 8 กับ อยุธยา ยูไนเต็ด

 

    เบอร์ 38 กับ "แข้งเทพ", "กว่างโซ่ง"

    ขณะที่หลังเลิกรากับ "กระต่ายแก้ว" แล้วไปเล่นกับ "แข้งเทพ" แบงค็อก ยูไนเต็ด นั้น "เจ้าโรจน์" ได้ใช้เบอร์ 38 รวมไปถึงทีมต่อจากแบงค็อกฯ อย่าง เชียงรายฯ ก็ใช้เบอร์เดียวกันนี้

 

    แชมป์ซีเกมส์ 2 สมัย,ยู 19 ใช้เบอร์ 7

    ส่วนเกียรติยศระดับชาติ ที่รุ่งโรจน์ ได้ แชมป์ซีเกมส์ 2 สมัยติดต่อกัน  ครั้งที่ 21 , 22 ปี พ.ศ. 2544,2546 ที่ มาเลเซีย และ เวียดนาม นั้นเขาได้ใส่เบอร์ตำนานกองหลังรุ่นพี่เป็นไอดอลของเขาอย่าง "พี่ดำใหญ่" นที ทองสุกแก้ว นั่นเอง

    ส่วนตอนติด ยู 19 ก็ได้ใส่เบอร์ 7 เช่นกัน

 

    เบอร์ 5 กับทีมชาติไทยชุดใหญ่, ยู19, ยู23

    ขณะที่กับทีมชาติไทย ชุดใหญ่นั้น เขาได้ใส่เบอร์ 5 รวมถึงตอนเล่น ยช. 19,23 ปีก็ได้ใส่เบอร์ 5

 

    เบอร์ 5,13 กับทีมนร.ไทย

     นร.ไทยที่ไปแข่งขัน นร.เอเซีย รุ่น 18 ปีที่ "เจ้าโรจน์" ติดทีม 2 ครั้งหนแรกที่ อินเดีย ใช้เบอร์ 5 และได้แชมป์ที่ เกาหลีใต้ นั้น เข้าใช้เบอร์ 13

 

    เบอร์ 26 กับร.ร.กีฬาสุพรรณบุรี,วัดสุทธิฯ เบอร์ 5

    สมัยเรียน ม.ต้น ที่ ร.ร.กีฬาสุพรรณบุรี นั้น รุ่งโรจน์ สว่างศรี ใช้เบอร์ 26 ส่วนกับวัดสุทธิฯ ตอน ม.ปลาย เขาใส่ เบอร์ 5

กรีนวู้ดทำสถิติ-อาร์วีพีให้คำตอบหลังคนเปรียบ

ฟอร์มกำลังแรง! เมสัน กรีนวู้ด ทำสถิติรอบ 15 ปี หลังกด 2 เม็ดเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ทุบ บอร์นมัธ ขณะที่ "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เผยคิดอย่างไรหลังแฟนบอลนำเจ้าหนูดาวรุ่งมาเปรียบเทียบกับตัวเอง
     เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำสถิติเป็นนักเตะวัยทีนของ "ปีศาจแดง" คนแรกที่ยิงได้ถึง 15 ประตูทุกรายการฤดูกาลเดียวในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา หลัง เวย์น รูนี่ย์ เคยทำไว้ได้ 17 ประตู เมื่อซีซั่น 2004/05

    นอกจากนั้น กรีนวู้ด ยังมีโอกาสทำลายสถิติของ รูนี่ย์ ที่ยิงได้ 9 ประตูใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2003/04 หลังกองหน้าวัย 18 ปี ทำไปแล้ว 8 ประตู โดยขออีกแค่ 2 ลูกก็จะกลายเป็นนักเตะอายุไม่เกิน 19 ปีของทีมที่ยิงในลีกมากสุดซีซั่นเดียว

    ขณะเดียวกัน ได้มีแฟนบอล "ปีศาจแดง" เปรียบเทียบสไตล์การเล่นของ กรีนวู้ด กับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ อดีตดาวยิงดัตช์ หลังเจ้าหนูวัย 18 กดสองประตูในเกม พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่ถล่ม บอร์นมัธ 5-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา

    แฟนบอลรายดังกล่าว ทวีตข้อความและติดแท็กไปถึง อาร์วีพี ว่า "เฮ้ เพอร์ซี่ คุณได้ดูการเล่นของ กรีนวู้ด หรือเปล่า เขาทำให้ผมนึกถึงคุณเป็นอย่างมาก"

    จากนั้น ฟาน เพอร์ซี่ ก็ตอบกลับว่า "ใช่เลย ผมก็คิดอย่างนั้น ทีมเล่นได้เยี่ยมในประตูแรก เขาเคลื่อนไหวได้ฉลาด สัมผัสบอลแรกนุ่มนวล และจบสกอร์อย่างมีชั้นเชิง"

สื่อถึงอะไร?เผยความหมายท่าฉลองประตูของกรีนวู้ด

เมสัน กรีนวู้ด หัวหอก แมนฯ ยูไนเต็ด ฉลองประตูที่ทำได้ในเกมกับ ไบรท์ตัน ด้วยการสื่อถึง อังเคล โกเมส ที่เตรียมจะบอกลาทีม ทำเอา โกเมส ประทับใจสุดๆ
    เมสัน กรีนวู้ด กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฉลองประตูด้วยการสื่อถึง อังเคล โกเมส กองกลางที่เคยร่วมงานกันในทีมระดับเยาวชน หลังจากที่เขาทำประตูได้ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ต้นสังกัดบุกไปชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-0 ถึงสนาม ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    ในนัดดังกล่าว กรีนวู้ด เป็นคนทำประตูขึ้นนำ 1-0 ให้กับทีมเยือนในนาทีที่ 16 ซึ่งหลังจากทำประตูได้แล้วเขาก็ทำท่าเป็นรูปตัว "A" ด้วย โดยตอนแรกยังไม่มีใครรู้ว่าท่าดังกล่าวมันหมายถึงอะไรกันแน่

    ทั้งนี้ พอจบเกมไปแล้วนั้น กรีนวู้ด ก็โพสต์ภาพท่าฉลองของตัวเองลงบน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ชื่อดัง พร้อมกับพิมพ์ข้อความว่า "สัญญาเอาไว้แล้วก็ต้องทำตามสัญญา A @agomes_47 (แอคเคาท์ ทวิตเตอร์ ของ โกเมส)" โดยที่ โกเมส ร่วมงานกับ กรีนวู้ด ในทีมระดับเยาวชนและทีมสำรองในช่วงที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวก็เป็นหนึ่งในนักเตะเยาวชนที่ไม่ได้ต่อสัญญากับทีมและเตรียมที่จะบอกลา "ปีศาจแดง" โดยสัญญาที่ว่ามีผลจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น)

 ด้าน โกเมส ก็ประทับใจกับการกระทำของ กรีนวู้ด มากๆ จนพิมพ์ลงไป อินสตาแกรม สตอรี่ ของตัวเองว่า "พูดไม่ออกเลย! ฉันรักนายนะเพื่อน นายเป็นนักเตะที่พิเศษมากๆ ขอบคุณสำหรับประตูที่อุทิศให้นะ @MASONGREENWOOD" ขณะที่แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด บางคนก็โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้กันหลายแบบ อย่างเช่น "งดงามจริงๆ" และ "ที่จริงฉันไม่ได้ร้องไห้หรอกนะ" พร้อมกับโพสต์อีโมจิรูปร้องไห้ เป็นต้น

DONE DEAL : เชลซีปิดจ็อบคว้า’แวร์เนอร์’เสริมหอก

สิงโตน้ำเงินครามบรรลุข้อตกลงคว้าดาวยิงดีกรีทีมชาติเยอรมันจาก ไลป์ซิก มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการแล้ว

เชลซี ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก คว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมันจาก แอร์เบ ไลป์ซิก มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการแล้ว

ดาวยิงวัย 24 ปี ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทัพสิงห์บลูมาตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมา และในที่สุดดีลนี้ก็ลุล่วงไปด้วยดีเมื่อทีมดังแห่งลอนดอนบรรลุข้อตกลงคว้าตัวหัวหอกอินทรีเหล็กมาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว โดยนักเตะจะอยู่ค้าแข้งกับทีมต่อไปจนจบฤดูกาลของบุนเดสลีกา และจะเดินทางมาร่วมทัพสิงห์บลูส์เพื่อตรวจร่างกายในเดือนกรกฎาคม

"ผมยินดีที่ได้เซ็นสัญญากับเชลซี มันเป็นช่วงเวลาที่แสนภาคภูมิใจสำหรับผมในการย้ายมาร่วมทีมที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ แน่นอนว่าผมอยากขอบคุณไลป์ซิก, สโมสร และแฟนบอล มันเป็นช่วงเวลา 4 ปีที่แสนวิเศษ พวกคุณจะอยู่ในหัวใจของผมไปตลอดกาล ผมตั้งตารอสำหรับฤดูกาลใหม่ในการเจอเพื่อนร่วมทีมใหม่, กุนซือใหม่ และแน่นอนแฟนบอลเชลซี หากร่วมมือกันเราจะมีอนาคตที่ประสบความสำเร็จรอพวกเราอยู่" แวร์เนอร์ เผย

ทั้งนี้ แวร์เนอร์ ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงในซีซันนี้ เมื่อทำไปแล้ว 32 ประตู กับ 13 แอสซิสต์จากการลงสนาม 43 นัดรวมทุกรายการในฤดูกาลนี้

เปิดปากครั้งแรก! “จอง แจ ยอง” ถึง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

กองกลางชาวเกาหลีใต้ เปิดปากครั้งแรก เผยมีหลายเหตุผลที่ต้องแยกทางกับ ปราสาทสายฟ้า อย่างรวดเร็ว
จอง แจ ยอง กองกลางชาวเกาหลีใต้ เปิดเผยว่ามีหลายเหตุผลที่ทำให้ต้องแยกทางกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ก็มีความสุขที่มีโอกาสย้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งบนถิ่น ช้างอารีนา

กองกลางวัย 29 ปี ย้ายจาก โปฮัง สตีลเลอร์ ออกมาค้าแข้งต่างแดนครั้งแรกกับ ปราสาทสายฟ้า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่มีอันต้องแยกทางกับทีมอย่างรวดเร็ว หลังโตโยต้า ไทยลีก เพิ่งผ่านไปเพียง 4 นัด ก่อนหยุดชะงักลง เนื่องจาก สถานการณ์ไวรัสโควิด-19

“มันมีหลายเหตุผล (สาเหตุที่แยกทางกับทีม) ผมไม่ต้องการที่จะบอกรายละเอียด แต่ผมคิดว่าทั้งสองฝ่ายต้องการที่จะบอกลากัน” จอง แจ ยอง กล่าวกับโกล ประเทศไทย

“ไทยลีก และ ทีมที่นี่ มีความแตกต่างกันมากกว่าทีมเคลีก แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการปรับตัว แต่ผมก็มีความสุขที่มีโอกาสย้ายมาที่นี่ บุรีรัมย์ มีสนาม มีคลับเฮาส์ที่ยอดเยี่ยม และ มีระบบการจัดการที่ดีมาก  อีกทั้งยังมีแฟนบอลมากมายเข้ามาที่สนาม และ เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์มาก ที่ผมเห็นผู้คนจากทุกที่สวมเสื้อของบุรีรัมย์ แม้แต่ในกรุงเทพฯ หรือ จังหวัดอื่นๆ “

อดีตกองกลางอุลซาน ฮุนได กล่าวต่อ “ผมเชื่อแบบนั้นนะว่า บุรีรัมย์ จะกลับมาได้ เพราะนักเเตะบุรีรัมย์ มีประสบการณ์มากมาย ปัจจัยเหล่านี้ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในลีก”

“ผมอยากขอบคุณมากสำหรับกำลังใจที่มีให้กับผม ตอนผมอยู่ที่นั่น ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนักเตะ บุรีรัมย์ ดังนั้น หากเรามีโอกาสพบกัน ไม่ว่าจะในสนาม หรือ นอกสนาม ผมจะมีความสุขมากๆ ที่ได้พบกับแฟนบอลทุกคนอีกครั้ง”

“เข้มแข็งไว้ และ ขอให้ปลอดภัย (โควิด-19) ขอบคุณมากครับ” จอง แจ ยอง ปิดท้ายผ่าน โกล ประเทศไทย

ปัจจุบัน จอง แจ ยอง ได้ต้นสังกัดใหม่เป็นที่เรียบร้อย หลังเพิ่งเปิดตัวซบ ซูวอน ซิตี้ ทีมในศึกเคลีก 2 เกาหลีใต้

 

ว่อนโซเชี่ยล! หลุดคล้ายแข้งทีมชาติไทยก่อเรื่องฉาวที่เยอรมนี

โลกโซเชี่ยลกระหน่ำแชร์ ภาพหลุดหน้าคล้ายนักเตะดังไทยลีกพร้อมเพื่อนอีก 2 คน ก่อเหตุฉาวเมาแล้วทะเลาะวิวาทที่ร้านอาหารในเยอรมนี เผยเจ้าตัวโร่ขอโทษกับเจ้าของร้านแล้ว ด้านแฟนบอลสันนิษฐานอาจเป็น ฟิลิป โรลเลอร์ หรือไม่ ?

    เกิดเหตการณ์อื้อฉาวหลังจากที่โลกโซเชียลเผยแพร่เหตุการณ์ ที่มีชายหน้าคล้ายนักเตะดังในศึกไทยลีก ก่อเหตุทะเลาะวิวาทที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเยอรมนี จนร้านได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์นี้เจ้าของร้านพร้อมเอาผิดถึงที่สุด

    โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก "นัยนา โรท" ได้ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี และโพสต์ลงในเฟซบุ๊กถึงเรื่องดังกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา มีนักฟุตบอลรายนี้พร้อมเพื่อนอีก 2 คน มารับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งนี้ และมีอาการมึนเมา จนกระทั่งถึงเวลาปิดร้าน เจ้าของร้านขอให้กลับบ้าน เนื่องจากไม่สามารถเปิดร้านเกินเวลาได้ แต่กลุ่มของนักฟุตบอลทีมชาติคนนี้ไม่พอใจ จนเกิดเหตุทะเลาะวิวาทขึ้น

    ทั้งนี้ส่งผลให้ข้าวของในร้านเสียหายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งแข้งรายนี้ยังมีการตะโกนด่าทอผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งสุดท้ายต้องเรียกตำรวจพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา หมิ่นประมาท, ทำร้ายร่างกาย และทะเลาะวิวาท โดยเจ้าของร้านดังกล่าวยืนยันจะดำเนินคดีถึงที่สุด แม้กลุ่มผู้ก่อเหตุจะติดต่อเพื่อขอโทษก็ตาม

    อย่างไรก็ตาม ภาพที่หลุดอออกมานั้น แฟนบอลในโซเชียลต่างแสดงความคิดเห็นต่างๆนาๆ พร้อมกับสันนิษฐานว่า มีความคล้ายคลึงกับ ฟิลิป โรลเลอร์ วิงแบ็คกัปตันทีมของราชบุรี มิตรผล เอฟซี ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน เนื่องจากเจ้าตัวยังพักผ่อนอยู่ที่ประเทศเยอรมนีในเวลานี้นั่นเอง