คาร์ร่าชูมาเน่มีโอกาสถูกยอมรับเหนือ1ตำนานลิเวอร์พูล

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ระบุ ในมุมมองของตนแล้วนั้น ซาดิโอ มาเน่ ปีกคนเก่งของ ลิเวอร์พูล มีโอกาสที่จะได้รับการยอมรับว่าเหนือกว่า จอห์น บาร์นส์ ตำนานตัวริมเส้นของ "หงส์แดง" โดยบอกว่า มาเน่ เป็นหนึ่งในปีกซ้ายที่เก่งที่สุดของโลกด้วย

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตยอดกองหลังของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่า ซาดิโอ มาเน่ ปีกชาวเซเนกัล อาจถึงขั้นได้รับการยอมรับจากหลายฝ่ายว่าเหนือกว่า จอห์น บาร์นส์ ตำนานปีกของ "หงส์แดง" ได้เลยเมื่อถึงเวลาที่เขาบอกลาทีมไปแล้ว

มาเน่ เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ทำให้ ลิเวอร์พูล กำลังทำผลงานได้สุดยอดอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเขาก็เพิ่งเหมาคนเดียว 2 ประตูจนช่วยให้ทีมบุกไปชนะ เชลซี 2-0 ถึงสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา แถมยังเป็นคนทำให้ อันเดรียส คริสเตนเซ่น กองหลัง "สิงโตน้ำเงินคราม" โดนใบแดงไล่ออกจากสนามด้วย

คาร์ราเกอร์ เผยว่า "ผมคิดว่า มาเน่ เป็นหนึ่งในตัวรุกฝั่งซ้ายที่เก่งที่สุดในโลกฟุตบอล ผมชอบเขามากๆ เขาเป็นการเสริมทัพรายแรกของ เจอร์เก้น คล็อปป์ และนั่นก็ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้สิทธิ์เล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ คล็อปป์ เข้ามาคุมทีม (หมายถึงซีซั้นแรกที่ คล็อปป์ ได้คุมทีมแบบเต็มตัว) เขาทำผลงานได้ดีแบบคงเส้นคงวา และเป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์อย่างแท้จริง"

"เราทุกคนต่างก็รัก จอห์น บาร์นส์ เขามักจะได้เป็นปีกซ้ายในชุด 11 ตัวจริงที่ดีที่สุดตลอดกาลของ ลิเวอร์พูล อยู่เสมอ แต่ผมคิดว่าเมื่อ มาเน่ บอกลาทีมไปแล้วน่ะ เขาก็น่าจะมีลุ้นแย่งตำแหน่งนี้มาจาก บาร์นส์ เลยล่ะ"

 

แมนยูอ้วกแตกเจอทั้งปารีสฯ-ไลป์ซิก หงส์ไม่ยาก โด้วัดเมสซี่ ผลจับชปล.สุดซี้ด!

เปิดโผจับติ้ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ลิเวอร์พูล เจองานไม่ยากมากนัก ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด อ้วกแตกเจอทั้ง เปแอสเช ไลป์ซิก และ อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี่ จะได้ดวลกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สรุปผลการจับสลากฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2020/21 ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยจะเล่นตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. ไปจนถึงวันที่ 9 ธ.ค. นี้

กลุ่ม เอ : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย)

กลุ่ม บี :  เรอัล มาดริด (สเปน), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี),

กลุ่ม ซี : เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), โอลิมเปียกอส (กรีซ),โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส)

กลุ่ม ดี : ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์), อตาลันต้า (อิตาลี), มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก)

กลุ่ม อี : เซบีย่า (สเปน), เชลซี (อังกฤษ), คราสโนดาร์ (รัสเซีย), แรนส์ (ฝรั่งเศส)

กลุ่ม เอฟ : เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก (รัสเซีย), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), ลาซิโอ (อิตาลี), คลับ บรูช (เบลเยียม)

กลุ่ม จี : ยูเวนตุส (อิตาลี), บาร์เซโลน่า (สเปน), ดินาโม เคียฟ (ยูเครน),  เฟเรนช์วารอส (ฮังการี)

กลุ่ม เอช : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี)

แววเด่นมานาน! สถิติน่าสนใจที่ผ่านมาของ ดีโอโก้ โชต้า

นับเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำของ ดีโอโก้ โชต้า กองหน้าคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล เพราะเขาทำประตูได้ตั้งแต่การลงเล่นในลีกเป็นนัดแรกให้ทีม ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ อาร์เซน่อล 3-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเขาทำประตูได้ในนาทีที่ 88 หรือก็คือหลังจากโดนเปลี่ยนตัวลงมาเพียง 8 นาทีเท่านั้น

ที่จริง โชต้า เป็นนักเตะชาวโปรตุกีสที่ได้รับการจับตามองมานานแล้ว เพราะเขาเคยทำสถิติที่โดดเด่นเอาไว้กับการเล่นที่ โปรตุเกส ในตอนที่เจ้าตัวยังอายุน้อยอยู่ และวันนี้เราก็มีเกร็ดสถิติที่น่าสนใจของเขามาให้ได้ชม 3 อย่าง โดยหนึ่งในนั้นคือการที่เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นคนแรกของลีกสูงสุดโปรตุเกสด้วย

– แข้งประวัติศาสตร์ของ ปากอส เด แฟร์เรยร่า
โชต้า อยู่กับ ปากอส มาตั้งแต่ในระดับอะคาเดมี่แล้ว โดยเขาถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในต้นฤดูกาล 2014-15 ก่อนที่จะได้ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ในเกม โปรตุกีส คัพ กับ อัตเลติโก เอส.ซี. เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ปี 2014 อย่างไรก็ตาม กว่าที่เขาจะทำประตูแรกกับ ปากอส ได้นั้น ก็ต้องรอจนถึงวันที่ 17 พฤษภาคม ปี 2015 โดยวันนั้นเขาทำได้ 2 ประตูจนช่วยให้ ปากอส ชนะ อคาเดมิก้า เด โคอิมบร้า ในเกมลีก 3-2

แม้ว่าจะรอประตูแรกมาเนิ่นนาน แต่มันก็เป็นประตูที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับเขา เพราะมันทำให้ โชต้า กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดของ ปากอส ที่ทำประตูใน พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ได้ ด้วยวัยเพียงราว 18 ปีเท่านั้น แถมการทำ 2 ประตูในเกมกับ โคอิมบร้า ยังทำให้ โชต้า กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในรอบราว 13 ปีที่ทำได้ 2 ประตูในเกมเดียวของวงการฟุตบอลโปรตุเกสด้วย

– คนแรกของลีก
ในฤดูกาล 2015-16 โชต้า ได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำซีซั่นของศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ซึ่งมันก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงได้รับรางวัลนั้น เพราะเขาสามารถทำประตูในลีกได้ถึง 12 ลูกด้วยกัน จนช่วยให้ ปากอส ได้อันดับ 7 ในลีกสูงสุด

ทั้งนี้ ผลงานดังกล่าวทำให้ โชต้า กลายเป็นนักเตะอายุ 19 ปีคนแรกในประวัติศาสตร์ของ พรีเมยร่า ลีกา ที่สามารถทำประตูได้อย่างน้อย 12 ลูก โดยในลีกประจำฤดูกาลนั้นเขายังทำแอสซิสต์ได้ 8 ครั้งด้วย ซึ่งฟอร์มในฤดูกาลนั้นก็มีส่วนทำให้ แอตเลติโก มาดริด คว้าตัวเขาไปร่วมทัพ แต่ก็น่าเสียดายที่สุดท้ายเขาไม่ได้ลงเล่นให้ "ตราหมี" เลย เมื่อโดนปล่อยให้ทั้ง เอฟซี ปอร์โต้ และ วูล์ฟส์ ยืมตัวไปใช้งาน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ "หมาป่า" แบบถาวรในปี 2018

– สร้างสถิติกับ ปอร์โต้
ด้วยความที่ ปอร์โต้ เป็นทีมดังอันดับต้นๆ ของประเทศทำให้มันไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาจะมีนักเตะเยาวชนฝีเท้าดีอยู่ในทีมหลายราย แต่ถึงอย่างนั้น โชต้า ก็ยังสร้างชื่อให้ติดอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ของ ปอร์โต้ ด้วยการเป็นนักเตะชาวโปรตุกีสอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้กับ ปอร์โต้

ลูกยิงที่ว่าเกิดขึ้นในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี ที่ ปอร์โต้ เปิดบ้านเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ปี 2016 โดยวันนั้นเขาเป็นคนทำประตูปิดท้ายให้กับทีมในนาทีที่ 77 ก่อนที่ ปอร์โต้ จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่น่าเสียดายที่ในรอบนั้นพวกเขาไปชนตออย่าง ยูเวนตุส ก่อนที่ ปอร์โต้ จะแพ้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 0-3

เรือเป่าปาก! “เดอ บรอยน์” เด่นแมนซิตี้ประเดิมชัยเรียงหน้าอัดวูล์ฟส์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ ”เรือใบสีฟ้า” ทีมรองแชมป์เก็บ 3 แต้มได้ตามเป้าหลังบุกเชือด วูล์ฟแฮมป์ตัน 3-1 จากฟอร์มสุดฮอตของ เควิน เดอ บรอยน์ ทั้งยิง-ทั้งจ่ายก่อนได้ กาเบรียล เชซุส ช่วยบวกสกอร์ปิดกล่อง ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : โมลินิวซ์ กราวนด์

    นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต เทรนเนอร์ วูล์ฟแฮมป์ตัน ประเดิมศึกพรีเมียร์ลีกมาได้อย่างยอดเยี่ยม บุกไปอัด เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ถึงถิ่นเก็บชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จ แต่ล่าสุด โดน สโต๊ค ซิตี้ จากแชมเปี้ยนชิพ เขี่ยตกรอบในศึก คาราบาว คัพ หลังเปิดบ้านพ่าย 0-1

    ทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ของ แมนฯ ซิตี้ พาทีมจบอันดับ 2 มาในฤดูกาลที่แล้ว โดยเกมล่าสุด ”เรือใบสีฟ้า” โดน โอลิมปิก ลียง เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาด้วยสกอร์ 1-3

    2 นาทีผ่าน เจ้าถิ่น เกือบแย่เป็น วิลลี่ โบลี่ ไปเสียเหลี่ยมโดน ราฮีม สเตอร์ลิง ชิงจังหวะกระชากบอลเข้ากรอบเขตโทษเดือดร้อน คอนอร์ เคาดี้ ต้องมาทิ้งตัวสไลด์ สเตอร์ลิง ร่วงลงไปโชคดี อังเดร มาริเนอร์ มองเห็นว่าปีกชาวอังกฤษพุ่งล้ม

    นาทีที่ 8 "หมาป่า" ต้องขยับเปลี่ยนตัวเร็วเป็น แฟร์นานโด มาร์ชาล บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต ต้องส่ง รูเบน วินาเกร ลงสนามแทน

    ต่อมานาทีที่ 10 โอกาสลุ้นประตูครั้งแรกของ ”เรือใบสีฟ้า” จากจังหวะเข้าพรวดของ เปรโด เนโต้ ไปทำฟาวล์ใส่ กาเบรียล เชซุส เสียฟรีคิกระยะอันตรายและเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ปั่นด้วยขวาบอลเกือบเสียบใต้คานแต่ยังติดเซฟ รุย ปาตริซิโอ

    แต่แล้วนาทีที่ 19 แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำจนได้เป็น ฟิล โฟเด้น จ่ายตัดแนวรับให้  เควิน เดอ บรอยน์ สอดมารับบอลในกรอบเขตโทษก่อนโดน โรแม็ง ซาอิสส์ กวาดขาร่วงลงไป ผู้ตัดสิน ไม่รอช้าชี้เป็นจุดโทษทันที เดอ บรอยน์ ลุกขึ้นมาสังหารลูกนี้ไม่พลาด

    นาทีที 30 ”เรือใบสีฟ้า” โหมอยู่ข้างเดียวคราวนี้ ฟิล โฟเด้น จ่ายเร็วให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปแต่งด้วยเท้าขวาก่อนตวัดด้วยซ้าย บอลพุ่งแรงแต่ไปตรงตัว รุย ปาตริซิโอ รับไว้ได้
   
    2 นาทีต่อมา ทีมเยือน มาบวกสกอร์เพิ่มสำเร็จจากการประสานงานสุดสวย เควิน เดอ บรอยน์ แทงออกซ้ายให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าเขตโทษก่อนตบเข้าในถึง ฟิล โฟเด้น สอดมาแปร์ด้วยซ้ายเข้าไปตุงตาข่าย

    ท้ายครึ่งแรก วูล์ฟแฮมป์ตัน พยายามตอบโต้จากลูกสูตรเตะมุมทางขวาครอสเข้าในให้ ราอูล ฮิเมเนซ สอดเอาชนะแนวรับ แมนฯ ซิตี้ โขกเสาแรกหลุดออกหลังไปไกล

    นาทีที่ 43 ”เรือใบสีฟ้า” พลาดโอกาสทองจากจังหวะตัดบอลกลางสนาม กาเบรียล เชซุส โขกส่งให้ เควิน เดอ บรอยน์ หลุดเดี่ยวเข้ามาในเขตโทษแต่ลูกยิงด้วยซ้ายไปติดแขน รุย ปาตริซิโอ เซฟเอาไว้ได้เหลือเชื่อ

    หมดครึ่งเวลาแรก วูล์ฟแฮมป์ตัน 0 แมนฯ ซิตี้ 2

    เปิดฉากครึ่งหลังได้ 8 นาที แมนฯ ซิตี้ เกือบหนีห่างไปอีกจากคราวผิดพลาดของ อดาม่า ตราโอเร่ โดนดักตัดกลางสนามสุดท้ายเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ดีดไซค์ก้อยให้ กาเบรียล เชซุส สอดมารับบอลแต่งเข้าซ้ายอัดไปตรงตัว รุย ปาตริซิโอ

    นาทีที่ 54 โอกาสลุ้นตีไข่แตกของ เจ้าถิ่น เป็นจังหวะลุยของ อดาม่า ตราโอเร่ ลากจี้หากรอบเขตโทษสับขาหลอกก่อนจ่ายเข้าในให้ ดาเนียล โปเดนเซ่ หมุนตัวตวัดด้วยซ้ายหลุดสามเหลี่ยมนิดเดียว

    5 นาทีต่อมา "หมาป่า" เริ่มหาช่องเจาะได้มากขึ้นคราวนี้จากจังหวะแก้เพรสซิ่ง รูเบน เนเวส แทงยาวให้ ดาเนียล โปเดนเซ่ วิ่งหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยกบอลข้าม เอแดร์ซอน โมราเอส ข้ามคานเหลือเชื่อ

    ยังไม่หนำใจนาทีต่อมา อดาม่า ตราโอเร่ ใช้ควาเร็วเอาชนะ เบนฌาแม็ง เมนดี้ หลุดขึ้นมาสุดเส้นก่อนตบเข้าในให้ ราอูล ฮิเมเนซ เอียงตัวแปร์ด้วยซ้ายคนเดียวโล่งๆหลุดเสาไกลออกไปเหมือนเดิม

    เอาจนได้นาทีที่ 78 วูล์ฟแฮมป์ตัน ตีไข่แตกสำเร็จจากลูกจ่ายของ ดาเนียล โปเดนเซ่ ถอยมารับบอลริมเส้นฝั่งขวาก่อนแตะลอดขา เควิน เดอ บรอยน์ หยอดไปเสาแรกเข้าหัว ราอูล ฮิเมเนซ โขกเปลี่ยนทางตุงตาข่ายงามหยด

    ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+5  ”เรือใบสีฟ้า” มาปิดกล่องจนได้เป็น กาเบรียล เชซุส ขยันตามไปฉกบอลก่อนซัดแฉลบขา คอนอร์ เคาดี้ เปลี่ยนทางมุดเสาแรกผ่าน รุย ปาตริซิโอ ตุงตาข่าย

    หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม วูล์ฟแฮมป์ตัน 1 แมนฯ ซิตี้ 3 รองแชมป์เก่า ของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ประเดิมสวยเก็บ 3 คะแนนรั้งอันดับ 9 ของตาราง

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-3) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ – อดาม่า ตราโอเร่, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, แฟร์นานโด มาร์ชาล – ดาเนียล โปเดนเซ่, ราอูล ฮิเมเนซ, เปรโด เนโต้

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต    

    แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, นาธาน อาเก้, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – แฟร์นานดินโญ่, โรดรี้ เอร์นานเดซ – ฟิล โฟเด้น, เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิง – กาเบรียล เชซุส

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : อังเดร มาริเนอร์

 

ลุ้นประเดิมชัย! แมนซิตี้ขาดเพียบ “สเตอร์ลิง” ตัวจริงลุ้นยิงวูล์ฟส์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ ”เรือใบสีฟ้า” ทีมรองแชมป์จะลงเล่นเกมทางการนัดแรกตั้งแต่ร่วงตกรอบ ชปล. ความพร้อมมีปัญหาไม่น้อยหลังตัวหลักหลายรายยังไม่พร้อมลงสนาม แนวรุกส่ง ราฮีม สเตอร์ลิง นำทัพ ทางด้าน นูโน่ เอสปิริโต้ กุนซือ "หมาป่า" ได้ ราอูล ฮิเมเนซ คืนตัวจริงล่าตาข่าย ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. นี้

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563
วูล์ฟแฮมป์ตัน (7) – แมนฯ ซิตี้ (13)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.) 

สนาม : โมลินิวซ์ กราวนด์ 

    นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต เทรนเนอร์ วูล์ฟแฮมป์ตัน ประเดิมศึกพรีเมียร์ลีกมาได้อย่างยอดเยี่ยม บุกไปอัด เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0 ถึงถิ่นเก็บชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จ แต่ล่าสุด โดน สโต๊ค ซิตี้ จาก แชมเปี้ยนชิพ เขี่ยตกรอบในศึก คาราบาว คัพ หลังเปิดบ้านพ่าย 0-1

 สภาพทีมในเกมนี้ที่แน่ๆ จะอดใช้งาน ดีเอโก้ โชต้า ที่ย้ายไปซบ ลิเวอร์พูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนในรายของ จอนนี่ อ็อตโต้ แบ็กซ้ายที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า แต่ทีมได้ แฟร์นานโด มาร์ชาล ที่คว้าตัวมาจาก โอลิมปิก ลียง มาแทน

    ส่วนกำลังหลักรายอื่นๆ ทั้ง คอนอร์ เคาดี้ เซนเตอร์แบ็ก, อดาม่า ตราโอเร่ ปีกขวา พร้อมทั้ง ราอูล ฮิเมเนซ กลับมาลงตัวจริงรอล่าตาข่าย

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เทรนเนอร์ของ แมนฯ ซิตี้ พาทีมจบอันดับ 2 มาในฤดูกาลที่แล้ว โดยเกมล่าสุด ”เรือใบสีฟ้า” โดน โอลิมปิก ลียง เขี่ยตกรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาด้วยสกอร์ 1-3

    ความพร้อมของทีมในเวลานี้ เป๊ป มีปัญหาในการจัดทัพอยู่พอสมควร โดยจะอดใช้งาน กุน อเกวโร่ ศูนย์หน้าตัวเก่งที่มีอาการบาดเจ็บที่เข่าตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ส่วน ริยาด มาห์เรซ และ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ หายจากการติดเชื้อโควิด-19 และมาร่วมซ้อมกับทีมแล้ว แต่ยังคงต้องลุ้นดูความฟิตกันต่อไป เช่นเดียวกับ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ที่ได้รับอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อขาจากการใช้ทีมชาติ

    แกนหลักรายอื่น อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์เบลเยียมตัวเก่ง, กาเบรียล เชซุส หอกบราซิล รวมไปถึงแข้งป้ายแดงอย่าง นาธาน อาเก้ปราการหลังที่คว้าตัวมาจาก บอร์นมัธ และ เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกจาก บาเลนเซีย ต่างฟิตพร้อมลงช่วยทีมด้วยกันทั้งนั้น

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-3) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิสส์ – อดาม่า ตราโอเร่, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, แฟร์นานโด มาร์ชาล – ดาเนียล โปเดนเซ่, ราอูล ฮิเมเนซ, เปรโด เนโต้

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต     

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริค การ์เซีย, นาธาน อาเก้, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกัน – เฟร์ราน ตอร์เรส, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : อังเดร มาริเนอร์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
28/12/19    พรีเมียร์ลีกวูล์ฟแฮมป์ตัน 3 – 2 แมนฯ ซิตี้
06/10/19    พรีเมียร์ลีกแมนฯ ซิตี้ 0 – 2 วูล์ฟแฮมป์ตัน
20/07/19    กระชับมิตรวูล์ฟแฮมป์ตัน 0 – 0 แมนฯ ซิตี้
15/01/19    พรีเมียร์ลีกแมนฯ ซิตี้ 3 – 0 วูล์ฟแฮมป์ตัน
25/08/18    พรีเมียร์ลีกวูล์ฟแฮมป์ตัน 1 – 1 แมนฯ ซิตี้

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

วูล์ฟแฮมป์ตัน

18/09/20 แพ้ สโต๊ค ซิตี้ 0-1 (เหย้า) ลีก คัพ 
15/09/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
12/08/20 แพ้ เซบีย่า 0-1 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก 
07/08/20 ชนะ โอลิมเปียกอส 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
26/07/20 แพ้ เชลซี 0-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

แมนฯ ซิตี้ 

16/08/20 แพ้ โอลิมปิก ลียง 1-3 (สนามกลาง) ชปล.
08/08/20 ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 (เหย้า) ชปล.
26/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 5-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก 
22/07/20 ชนะ วัตฟอร์ด 4-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
19/07/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 

เปิดรายละเอียดสัญญาติอาโก้-เบอร์เสื้อ-ค่าเหนื่อยระดับท็อป

เปิดรายละเอียดสัญญาของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า หลังตกลงย้ายจาก บาเยิร์น มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เผยเซ็นยาว 4 ปี ได้เบอร์เก่าของ เดยัน ลอฟเรน และฟันค่าเหนื่อยระดับสูงสุดของสโมสร
    ลิเวอร์พูล บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชวัย 29 ปี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

    จากข่าวที่ออกมาตอนแรกระบุว่า ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม พอล จอยซ์ นักข่าวสาย "หงส์แดง" จาก เดอะ ไทม์ส รายงานว่า ทั้งสองทีมตกลงค่าตัวที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)  บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

    นอกจากนั้น จอยส์ ยังเผยว่า ติอาโก้ จะเซ็นสัญญากับ "หงส์แดง" เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024 เท่ากับช่วงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะหมดสัญญาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี และจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย

    ขณะที่ เมลิสซ่า เรดดี้ ผู้สื่อข่าวของ อินดิเพนเดนต์ ชี้แจงว่า โบนัสแอดออน 5 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงผลงานของ ลิเวอร์พูล จะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลถ้วยยุโรป

    ด้าน เจมส์ เพียร์ซ เหยี่ยวข่าวสายตรง ลิเวอร์พูล จากหนังสือพิมพ์ ดิ แอธเลติก รายงานว่า ติอาโก้ จะได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่งผลให้จะกลายเป็นนักเตะในทีมที่รับค่าจ้างมากสุดเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์

ดราม่า!เซเตียนลั่นสู้คดีกับบอร์ดบาร์ซ่า

กีเก้ เซเตียน ลั่น ตนกับผู้ช่วยจะดำเนินคดีกับบอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า หลังจากอีกฝ่ายเพิ่งมาแจ้งเรื่องการปลดพวกตนเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา แต่กลับดึง โรนัลด์ คูมัน เข้ามาคุมทีมแทนตั้งแต่กลางเดือนก่อน

กีเก้ เซเตียน อดีตเทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน ประกาศว่าตนกับผู้ช่วยอีก 3 คนจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับ "อาซูลกราน่า" หลังจากเพิ่งได้รับการแจ้งเรื่องการโดนไล่ออกเมื่อวันพุธที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

บาร์เซโลน่า ประกาศผ่านสื่อทุกช่องทางของสโมสรไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า เซเตียน กับทีมงานของเขาโดนปลดออกจากตำแหน่ง หลังจากพาทีมทำผลงานได้ย่ำแย่ อย่างเช่นการชวดแชมป์ลีกและการแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ในรอบก่อนรองชนะเลิศของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งในอีก 2 วันหลังจากนั้นยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู ก็แต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน เข้ามารับงานต่อ และกุนซือชาวดัตช์ก็คุมทีมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องไปบ้างแล้ว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าที่จริงแล้ว บาร์เซโลน่า ยังไม่ได้ดำเนินเอกสารปลด เซเตียน อย่างเป็นทางการเลย รวมถึงยังไม่ได้สะสางเรื่องค่าชดเชยด้วย ทำให้ คูมัน จะยังไม่สามารถคุมทีมลงเล่นเกมแบบเป็นทางการได้จนกว่า บาร์เซโลน่า จะเคลียร์เรื่องต่างๆ ให้เสร็จสิ้นซะก่อน ซึ่งล่าสุด เซเตียน ก็แฉว่าตัวเองกับทีมงานเพิ่งได้รับเอกสารการไล่ออกแบบสดๆ ร้อนๆ เมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้เขากับทีมงานมองว่า บาร์เซโลน่า อาจจะทำผิดกฎที่เอาคนอื่นมาทำงานแทนทั้งที่ตามสัญญาแล้วมันยังไม่สามารถทำอย่างนั้นได้

แถลงการณ์บนแอคเคาท์ ทวิตเตอร์ ของ เซเตียน ระบุว่า "หลังจากที่มัการเปิดเผยข้อมูลชุดล่าสุดแล้วนั้น พวกเราทุกคนซึ่งประกอบไปด้วย กีเก้ เซเตียน, เอเดร์ ซาราเบีย, ฆอน ปาสกัว และ ฟราน โซโต้ ก็อยากจะขอชี้แจงว่าพวกเราเพิ่งได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการ (เรื่องการปลดออกจากตำแหน่ง) เป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ หลังจากที่บอร์ดบริหารของ เอฟซี บาร์เซโลน่า นิ่งเงียบมาเป็นเวลาราว 1 เดือน โดยเป็นการติดต่อผ่านทางบูโรแฟ็กซ์"

"การติดต่อจากพวกเขาเป็นการเปิดเผยความตั้งใจของบอร์ดบริหารอย่างชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่ทำตามสัญญาว่าจ้างที่เซ็นกันเมื่อวันที่ 14 มกราคม ปี 2020 ในกรณีของผม กีเก้ เซเตียน นั้น สาธารณชนและทุกคนรู้ดีว่าสโมสรกับประธานได้ประกาศปลดผมออกจากตำแหน่งแบบทันทีไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม แต่ที่จริงมันเพิ่งมีการส่งเอกสารชี้แจงถึงการปลด (โดยไม่มีการจ่ายค่าชดเชย) มาให้ผมเป็นครั้งแรกเมื่อวานนี้ หรือก็คือวันที่ 16 กันยายน (1 เดือนหลังจากมีการประกาศเรื่องไล่ออก)"

"ในส่วนของสตาฟฟ์โค้ชคนอื่นๆ นั้น พวกเขาก็เพิ่งได้รับการแจ้งเรื่อง -การปรับเปลี่ยนในอนาคต- ของสโมสรเมื่อวานนี้เหมือนกัน ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องให้ทีมทนายความของเราจัดการกับปัญหาต่างๆ โดยที่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการทางกฎหมายให้สอดคล้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น มันเป็นการทำเพื่อปกป้องสิทธิของเรา และปกป้องข้อตกลงที่เคยทำเอาไว้กับ เอฟซี บาร์เซโลน่า"

 

ลิเวอร์พูลมีเซ็ง!ฟลิคเผยอนาคตติอาโก้-เปริซิช

แฟนบอล ลิเวอร์พูล ต้องไปฟัง ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น เปิดใจ ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ดาวิด อลาบา และ อิวาน เปริซิช ยังอยู่ในแผนการทำทีมของตัวเองอยู่หรือไม่ก่อนจะเปิดซีซั่นใหม่

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืนยันว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ ดาวิด อลาบา ยังอยู่ในแผนการทำทีมของตัวเองก่อนเปิดฤดูกาล 2020/21 แต่จะปล่อย อิวาน เปริซิช กลับ อินเตอร์ มิลาน หลังหมดสัญญายืมตัว

ติอาโก้ มีข่าวจะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า หลังมีข่าว ลิเวอร์พูล อยากได้ และ ฟลิค ก็เคยยอมรับว่า นักเตะคงสวมชุด "เสือใต้" เป็นครั้งสุดท้ายไปแล้วในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วน อลาบา ก็มีข่าวอาจลาทีมเหมือนกัน หลัง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามให้ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม ฟลิค เผยในงานโชว์ถ้วย 3 แชมป์เมื่อวันพุธที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า "สถานการณ์ไม่ง่าย ตราบเท่าที่พวกเขา (ติอาโก้, อลาบา) ยังอยู่ในทีมของเรา ผมก็มีแผนใช้งานพวกเขาทั้งคู่"

ส่วนในรายของ เปริซิช ปีกโครแอต นั้น ฟลิค ยืนยัน "เสือใต้" จะส่งตัวกลับ "งูใหญ่" เช่นเดียวกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางบราซิเลียน ที่กลับ บาร์เซโลน่า และ อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า แบ็กขวาสแปนิช ที่กลับ เรอัล มาดริด พร้อมเสริมว่า "พวกเรากำลังทำงานเพื่อหานักเตะที่มีคุณภาพมาทดแทนในตำแหน่งเหล่านั้น"

แชมป์เก่าเปิดหัว! เรอัลมาดริดจัด “เบนเซม่า” บุกล่าตาข่ายโซเซียดาด

เรอัล มาดริด แชมป์เก่าเมื่อฤดูกาลก่อน เกมนี้ ต้องเจอปัญหาหลักมีแข้งรายหลายยังบาดเจ็บและไม่ฟิตลงสนาม กระนั้นเกมนี้ยังใช้ คาริม เบนเซม่า เป็นทีเด็ดล่าตาข่าย ในเกมบุกไปเยือน เรอัล โซเซียดาด เกมเปิดหัว ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน นี้ 

ปรีวิว ลา ลีกา สเปน
เรอัล โซเซียดาด (6) – เรอัล มาดริด    (15) 
วัน อาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563 เวลา : 02.00 น.
สนาม : เรอาเล่ อารีน่า

    เรอัล โซเซียดาด

      อีมานอล อัลกวาซิล ยังคงมีนักเตะบาดเจ็บเต็มทีม ล่าสุด อีกอร์ ซูเบลเดีย  มิดฟิลด์ตัวรับเจ็บเพิ่มอีกราย นอกจากนี้ยังมีที่เจ็บอยู่แล้วไล่ตั้งแต่ โยเซบา ซัลดูอา,อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้,วิลเลี่ยน โชเซ่,นาโช่ มอนเรอัล,ลูก้า ซากายี่,ยอน กูรีดี,มาร์ติน ซูบิเมนดี้,อเล็กซ์ โซล่า ,วิลเลี่ยน โชเซ่ และ ดาบิด ซิลบา ซึ่งติดโควิด-19 

    ในการจัดทัพ จะเกมวางลงมาในระบบ 4-3-3 แนวรับ อาริตซ์ เอลูสตอนโด้ ยืนเซนเตอร์แบ็กร่วมกับ ดีเอโก้ ยอร์เรนเต้ , แบ็กขวา อันโดนี่ โกโรซาเบล ส่วนซ้ายใช้ ไอเอน มูนญอซ แดนกลาง อันเดร์ เกบาร่า รับบทตัวตัดเกม และมี มิเกล เมรีโน่ กับ โรเบร์โต้ โลเปซ ขับเคลื่อนเกมรุก ส่วนสามประสานในแดนหน้าใช้ กริสเตียน ปอร์ตู,ไอซัค อเล็กซานเดอร์ และ  มิเกล โอยาซาบัล 

    เรอัล มาดริด 

    ซีเนดีน ซีดาน ต้องปวดหัวไม่น้อยกับการจัดทัพในเกมนี้เพราะนักเตะร่วม 6 รายมีปัญหาบาดเจ็บไล่ตั้งแต่ เอแดร์ มิลิเตา,เอแดน อาซาร์,ลูกัส บาสเกซ,อิสโก้,มาเรียโน่ ดิอ๊าซ,มาร์โก อาเซนซิโอ ข่าวดีคือ ลูก้า โยวิช ฟิตกลับมาพร้อมใช้งาน 

    อย่างไรก็ตามหัวหอกเซิร์บน่าจะนั่งสำรองเนื่องจากแนวรุก ซีดาน เตรียมวาง คาริม เบนเซม่า ยืนเป็นหัวหอกตัวเป้า ร่วมด้วย วินิซิอุส จูเนียร์ และ โรดรีโก้ โกเอส อยู่ด้านข้าง ส่วนตรงกลาง โทนี่ โครส,ลูก้า โมดริช และ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ขับเคลื่อน เกม แนวรับ เซร์คิโอ รามอส ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน แบ็กขวา ดานี่ การ์บาฆาล และแบ็กซ้ายจะเป็น มาร์เซโล่ 

    11 นักเตะตามคาด

    เรอัล โซเซียดาด (4-3-3) อเล็กซ์ รามีโร่-อันโดนี่ โกโรซาเบล,อาริตซ์ เอลูสตอนโด้,ดีเอโก้ ยอร์เรนเต้,ไอเอน มูนญอซ-โรเบร์โต้ โลเปซ,อันเดร์ เกบาร่า,มิเกล เมรีโน่-กริสเตียน ปอร์ตู,อเล็กซานเดอร์ ไอซัค,มิเกล โอยาซาบัล

    เรอัล มาดริด (4-3-3) ติโบลต์ กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล,เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน,มาร์เซโล่-โทนี่ โครส,เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,ลูก้า โมดริช-โรดรีโก้ โกเอส,คาริม เบนเซม่า,วินิซิอุส จูเนียร์

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี    รายการ         ผลการแข่งขัน 

22/06/20       ลาลีกา  เรอัล โซเซียดาด 1-2 เรอัล มาดริด 
07/02/20      โกปา เดล เรย์   เรอัล มาดริด 3-4 เรอัล โซเซียดาด 
24/11/19        ลาลีกา เรอัล มาดริด 3-1 เรอัล โซเซียดาด 
12/05/19       ลาลีกา    เรอัล โซเซียดาด 3-1 เรอัล มาดริด 
07/01/19       กระชับมิตร  เรอัล มาดริด 0-2 เรอัล โซเซียดาด 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด 
เรอัล โซเซียดาด

13/09/20 เสมอ เรอัล บายาโดลิด 1-1 (เยือน) ลาลีกา 
06/09/20 ชนะ โอซาซูน่า 1-0 (เหย้า) กระชับมิตร 
05/09/20 เสมอ อลาเบส 2-2 (เหย้า) กระชับมิตร
03/09/20 แพ้ บียาร์เรอัล 0-2 (เยือน) กระชับมิตร 
20/07/20 เสมอ แอตเลติโก มาดริด 1-1 (เยือน) ลาลีกา 

เรอัล มาดริด    
08/08/20 แพ้ แมนฯซิตี้ 1-2 (เยือน) ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 
20/07/20 เสมอ เลกาเนส 2-2 (เยือน) ลาลีกา 
17/07/20 ชนะ บียาร์เรอัล 2-1 (เหย้า) ลาลีกา 
14/07/20 ชนะ กรานาด้า 2-1 (เยือน) ลาลีกา 
11/07/20 ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า) ลาลีกา  

 

เชลซีเน้นหนัก! “แวร์เนอร์” หน้าสังหาร,ไบรท์ตันมี “ลัลลาน่า” หนุนซัด

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เตรียมเน้นหนักหวังเก็บชัยโดย ติโม แวร์เนอร์ พร้อมลงประเดิมเกมลีกอย่างเป็นทางการนัดแรกเกมบุกรัง ไบรท์ตัน ที่มี อดัม ลัลลาน่า ยืนหน้าต่ำประจำการจัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก) วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก)
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563
ไบรท์ตัน   –   เชลซี
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.)


สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

แกรม พ็อตเตอร์ เทรนเนอร์ไบรท์ตันพาทีมจบอันดับ 15 ในฤดูกาลที่แล้ว โดยเกมล่าสุด ”ทีมนกนางนวล” ลงสนามเจ๊าเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนไปแบบไร้สกอร์

    ความพร้อมในเกมนี้ พ็อตเตอร์ พร้อมส่งนักเตะป้ายแดงอย่าง อดัม ลันลาน่า ที่ได้ฟรีมาจากลิเวอร์พูล รวมไปถึง โจเอล เฟลท์แมน ปราการหลังจากอาแจ็กซ์

    ประตูยังคงใช้ แม็ทธิว ไรอัน นายทวารมือ 1 เฝ้าเสา แผงหลังสี่คนส่ง โจเอล เฟลท์แมน, เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์ และ แดน เบิร์น

    กลางสนามวาง ดาวี่ พร็อปเปอร์ ยืนคุมเกมคู่กับ อีฟส์ บิสซูม่า พร้อมส่ง ปาสกาล กรอสส์, อดัม ลันลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์ ช่วยประสานงานเกมรุก กับ นีล โมเปย์ หอกเลือดน้ำหอมที่ยืนหน้าเป้า

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์เชลซีพาทีมทำผลงานฤดูกาลที่แล้วมาได้อย่างยอดเยี่ยม เบียดแซง เลสเตอร์ ซิตี้ จบอันดับ 4 คว้าตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ โดยนัดล่าสุด ”สิงโตน้ำเงินคราม” ลงฟาดแข้งกับไบรท์ตันจบกันไปที่ 1-1 

    หลังจากพ้นโทษแบนห้ามซื้อขายนักเตะ แลมพาร์ด ซื้อนักเตะเข้ามาเสริมกำลังอย่างบ้าคลั่ง โดยรายแรกที่ย้ายมาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้แก่ ฮาคิม ซิเย็ค มิดฟิลด์ชาวดัตช์, ติโม แวร์เนอร์ ศูนย์หน้าจากแอร์เบ ไลป์ซิก, เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้, ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กจากเปแอสเช และล่าสุด ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

    ความพร้อมในเกมนี้ แลมพาร์ด มีข่าวร้ายอยู่หน่อย อดใช้งาน มาเตโอ โควาซิช ที่ติดโทษแบนมาจากเกมเอฟเอ คัพ นัดชิง ส่วนพวกแข้งป้ายแดงที่พึ่งได้มาอย่าง เบน ชิลเวลล์, ติอาโก้ ซิลวา และ ฮาคิม ซิเย็ค ต่างยังไม่ฟิตลงสนาม

    การจัดทัพในเกมนี้ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า รับหน้าที่เฝ้าเสา แบ็กขวารับหน้าที่โดยกัปตัน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ส่วนทางซ้ายใช้ มาร์กอส อลอนโซ่ พร้อม คูร์ท ซูม่า ยืนเซนเตอร์แบ็กคู่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ 

    กลางสนามส่ง จอร์จินโญ่ ประสานงานคู่  เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เกมรุกพร้อมส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์, เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ที่ได้โอกาสลงเนื่องจาก คริสเตียน พูลิซิช ยังไม่ฟิตจากอาการบาดเจ็บ หน้าเป้าวาง ติโม แวร์เนอร์ ที่ยิงประเดิมสนามในสีเสื้อเชลซีไปแล้วในเกมอุ่นเครื่อง


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    
    ไบรท์ตัน (4-2-3-1): แม็ทธิว ไรอัน – โจเอล เวลท์แมน, เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น- ดาวี่ พร็อปเปอร์, อีฟส์ บิสซูม่า- ปาสกาล กรอสส์, อดัม ลัลลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์ –  นีล โมเปย์
    เทรนเนอร์ : แกรม พ็อตเตอร์

    เชลซี (4-2-3-1): เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ – ไค ฮาแวร์ทซ์,  เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย – ติโม แวร์เนอร์
    เทรนเนอร์: แฟร้งค์ แลมพาร์ด
 
    ผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
29/08/20    กระชับมิตร ไบรท์ตัน 1-1 เชลซี
01/01/20    พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน 1-1 เชลซี
28/09/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 2-0 ไบรท์ตัน
04/04/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 3-0 ไบรท์ตัน
16/12/18    พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน 1-2 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ไบรท์ตัน

05/09/20 เสมอ เวสต์บรอมวิช 0-0 (เหย้า) กระชับมิตร 
29/08/20 เสมอ เชลซี 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร 
26/07/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/07/20 เสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
16/07/20 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เชลซี
29/08/20 เสมอ เวสต์บรอมวิช 1-1 (เยือน) กระชับมิตร 
09/08/20 แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-4 (เยือน) ชปล. 
01/08/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
26/07/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
22/07/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก