ทุกคนรู้ แฟนบอลรู้! เชาว์วัฒน์ บีจี “เราอยากได้ทุกแชมป์”

มิดฟิลด์ดาวรุ่ง เดอะ บลูแมชชีน ยันชัดทีมอยากได้ทุกแชมป์ แต่ต้องทำงานหนักต่อไปเพื่อไปสู่เป้าหมายในฤดูกาลนี้

เชาว์วัฒน์ วีระชาติ กองกลาง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกโตโยต้า ไทยลีก เปิดเผยว่า ทีมอยากได้ทุกแชมป์ แต่ยังต้องทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อให้รู้วิธีไปให้ถึงเป้าหมายคว้าแชมป์ แม้จะเสริมผู้เล่นฝีเท้าดีหลายรายเข้าสู่สโมสร

เดอะ บลูแมชชีน เสริมทัพยกสุดฮือฮาเมื่อได้ทั้ง อันเดรส ตูเญซ ที่เข้ามาผนึก วิคเตอร์ คาร์โดโซ่ และ อิรฟาน ฟานดี้ ในแผงหลัง ขณะที่แดนกลางได้ สารัช อยู่เย็น รอทำเกมร่วมสองแข้งทีมชาติอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ สุมัญญา ปุริสาย ส่วนมิดฟิลด์วัย 23 ก็เพิ่งต่อสัญญากับทีมออกไปเมื่อไม่นานมานี้ทำให้ถูกมองเป็นหนึ่งในทีมเต็งแชมป์ของฤดูกาลนี้

“ก่อนอื่นต่องบอกว่ารู้สึกดีใจครับที่ได้รับขยายสัญญากับทีม เหมือนเราอยู่ที่นี่มาหลายปี ดีใจที่สโมสรเห็นศักยภาพของเรา และรู้สึกดีที่ได้อยู่กับทีมต่อ" อดีตกองกลาง เซเรโซ โอซากา U-23 เริ่มกล่าว

"ตอนนี้แดนกลางที่เราเสริมเข้ามาถือว่าดีมากครับ เหมือนพี่ๆเข้ามาเสริมสิ่งที่เราอาจจะยังขาดไป ทำให้เราดูเป็นทีมยักษ์ใหญ่มากขึ้น และสามารถทดแทนกันได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าใครลงไปก็เล่นได้ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ทีมเสริมเข้ามาจะได้รักษามาตรฐานของเราต่อไปในทุกๆเกม"

“ส่วนตัวผมมองในมุมที่ดีมากกว่าที่เราได้จะได้ซ้อมหรือได้เรียนรู้จากรุ่นพี่ระดับทีมชาติ ได้เรียนรู้ว่าเราควรจะต้องปรับตัวไหนหรือเสริมอะไรที่ยังขาดไป ช่วงนี้ที่ซ้อมกับพี่ๆเขาก็จะคอยบอกคอยสอนว่าต้องทำยังไง ทำให้ผมได้เรียนรู้ได้พัฒนา และมีแรงกระตุ้นมากขึ้นครับ"

"เราอยากได้ทุกแชมป์ ด้วยการเสริมตัวแบบนี้ท่านประธานสโมสรก็คงมองเป้าหมายเดียวคืออยากได้แชมป์ ผมมองว่า ทีมสมควรได้แชมป์ แต่เรายังต้องทำการบ้านให้หนักกว่าเดิมว่า จะทำอย่างไรถึงจะไปเป็นแชมป์ได้ ทีมของเราตอนนี้ค่อนข้างลงตัวเราได้นักเตะระดับท็อปเข้ามาบวกกับผู้เล่นที่มีอยู่แล้วมันค่อนข้างโอเค แต่ผมคิดว่า เราต้องมองไปทีละเกม พลาดตรงไหนก็แก้ไขกันไป”

“ส่วน ACL เราน่าจะมีโอกาสได้ไปเล่น เพราะปีนี้ได้เปลี่ยนกฎโควตาใหม่ให้ทีม 1-4 ได้ไปเล่น ตอนนี้เราอยู่หัวตาราง ผมก็คิดว่าเราสามารถเบียดโควตานั้นได้”

ทั้งนี้การแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก เฉพาะฤดูกาล 2020-2021 จะคัดทีมอันดับ 1-4 ได้สิทธิ์ลุยศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 โดยแชมป์ และ รองแชมป์กลุ่ม จะได้สิทธิ์เข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ทันที ส่วน อันดับ 3-4 จะเริ่มต้นรอบเพลย์ออฟ รอบ 2 ซึ่งจะยึดอันดับตารางคะแนนในช่วงเดือนธันวาคม

สำหรับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ปัจจุบันรั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนนโตโยต้า ไทยลีก มี 10 คะแนน จากการเก็บชัย 3 นัด เสมอ 1 และยังไม่แพ้ใคร

ได้ฤกษ์รังเหย้า “สวาทแคท” พร้อมใช้งาน 16 มิ.ย.นี้

สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นครราชสีมา เตรียมเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ หลังจากปิดปรับปรุงเพื่อใช้จัดกีฬาคนพิการทางการเคลื่อนไหว ทำให้ ทัพสวาทแคท ต้องออกไปเยือนใน 4 เกมแรก ล่าสุด แฟนเพจนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี อัพภาพสนามเตรียมกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้ง

    สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถือเป็นสนามกีฬาประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา และของประเทศไทย  ซึ่งเคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 24  เมื่อปี 2550 

    และเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ทำการปรับปรุงสนามฟุตบอล ซึ่งปัจจุบันเป็นรังเหย้าของทีมสโมสรฟุตบอลนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี หรือ "สวาทแคท" ทีมในศึกไทย1 ลีกสูงสุดของประเทศไทย

    โดยขั้นตอนการปรับปรุงส่วนใหญ่จะอยู่ในส่วนของการแข่งขัน เช่น พื้นสนามหญ้า, เก้าอี้, ไฟส่องสว่าง, เครื่องเสียง, สกอร์บอร์ด, ลู่ยาง และห้องพักนักกีฬา  ด้วยงบประมาณ  160 ล้านบาท  ความจุผู้ชมในสนามได้ติดตั้งเก้าอี้  จำนวน 20,000 ที่นั่ง  ไฟส่องสว่างติดตั้งตามมาตรฐานเอเอฟซี 1,800 ลักซ์

    ในส่วนของพื้นสนามฟุตบอลได้ลอกของเดิมออก ซึ่งเป็นหญ้าพาสพาลัม และเปลี่ยนมาใช้หญ้าซอยเซีย  โดยข้อแตกต่างของพาสพาลัมและซอยเซีย คือพาสพาลัมใช้น้ำเยอะ  หากมีการสนามใช้บ่อย โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะนุ่มมากจนแฉะและเละ  ใบใหญ่กว่า  ปล้องหญ้าจะกลวงกว่าทำให้แตกง่ายและใช้เวลาพักฟื้นนาน 

    ส่วนหญ้าซอยเซีย  มีคุณสมบัติเป็นหญ้าใบตั้ง  ปล้องหญ้าจะเล็กกว่า  มีการเจริญเติบโตรวดเร็ว  ทนต่อความแห้งแล้งและน้ำขังแฉะเป็นครั้งคราว  ทนต่อโรคและแมลงตลอดจนทนต่ออุณหภูมิที่สูงได้ดี  ทนต่อการเหยียบย่ำและฟื้นตัวได้เร็ว  ใบไม่แข็งกระด้าง  ความนุ่มของหญ้ายังช่วยป้องกันการบาดเจ็บของนักกีฬา  ช่วยให้วิ่งได้อย่างราบรื่น  ลูกฟุตบอลเดินทางเร็วขึ้น  ทำให้เกมมีความรวดเร็วและเร้าใจมากขึ้น

    โดยส่วนใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้นปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว  และบริษัทผู้รับเหมาได้นัดหมายส่งมอบงานในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้  เหลือเพียงการปรับปรุงภูมิทัศน์อีกเพียงเล็กน้อยก็จะเสร็จสมบูรณ์ และรอการกลับมาของแฟนบอลสวาทแคทเข้าสนามพร้อมเชียร์กระหึ่มกับศึกไทยลีกในเร็ววันนี้

    สำหรับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ลงแข่ง 4 นัด ชนะ 1 แพ้  3 มี 3 คะแนน อยู่อันดับ 12 ของตารางคะแนน ณ เวลานี้

เจ็บแต่จบ.. JP7 ยอมทิ้งเงินเดือนละเป็นล้าน

เป็นนักฟุตบอลจอมลีลาคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย แถมยังเคยได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของกิจการที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการเปิดร้าน บ้านไข่หวาน ซูชิ แถวม.ธรรมศาสตร์ รังสิต

    แต่เหมือนชีวิตเล่นตลก เมื่อวันหนึ่ง “เจ้าบอล”จักรพันธ์ พรใส เจ้าของฉายา JP7 ซึ่งตอนนีต้องมีอันเลิกรากับแฟนสาวที่ลงทุนทำกิจการร้านซูชิด้วยกัน หลังคบมา 6 ปี
 
    จักรพันธ์ ได้เปิดเผยว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้อยากพูดอะไรมาก เพราะมันผ่านไปแล้ว แต่เหตุมันเกิดจากเราหมดความไว้วางใจกับเขาไปแล้ว

 

 
    “เมื่อแยกทางกันไปก็มีเอฟเฟ็คบ้างในช่วง 2 เดือนแรก ไม่มีสมาธิในการฝึกซ้อมจนไม่มีชื่อในชุดเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก กับบียู แต่หลังจากนั้นก็รวบรวมสมาธิและกลับมาสู่ฟอร์มเดิมของตัวเองได้ เพราะเรารู้ว่ายังมีคนรอบข้างอีกหลายคนที่รักเรา

    อย่างไรก็ดี การจบความสัมพันธ์ในครั้งนั้น “เจ้าบอล”ต้องยอมทิ้งเงินรายได้ในการเปิดร้านขายซูชิ ที่เจ้าตัวลงหุ้นใหญ่ และมีรายได้ตกเดือนละล้าน

 

    “ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วครับ คิดแต่ว่าตัดให้มันจบ ๆ ไป ก็เลยยอมถอนตัวออกมา โดยเอาทุนที่ลงไปคืนมา และต่อจากนี้ก็มองหาธุรกิจทำ วางแผนจะทำเป็นร้านราเม็งกับ ซูชิพรีเมี่ยมแบบโอมากาเสะไปเลย ตอนนี้ชีวิตโอเคแล้วครับ ทั้งเรื่องฟุตบอลและหัวใจ”

4ล้านต่อเดือน! “ดิโอโก”ทำไมยังมีคนกล้าจ่าย

"ดิโอโก หลุยส์ ซานโต" เก็บสตั๊ดจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปอยู่กับ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ในมาเลเซีย ถือว่าเป็นข่าวที่ฮือฮา มากในช่วงจบฤดูกาล 2018 ทิ้งความสำเร็จมากมาย กับทีมภาคอีสาน
    4 ปี 3 แชมป์ลีก 2 แชมป์เอฟเอคัพ 1 ครั้งถ้วย ก.แถมด้วยการยิงประตู สนั่นหวั่นไหว 132 ประตูจาก 154 เกม นั้นหมายถึง ทัวนาเม้นต์ใหญ่อย่าง เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก อีกด้วย

    การพ่วงดีกรีนักเตะยอดเยี่ยม ปี 2558,นักเตะต่างชาติยอดเยี่ยม ปี 2561 ดีกรีเหล่านี้น่าจะเพียงพอ สำหรับความเก่งกาจ ที่ว่ากันว่า น่าจะเก่งที่สุด ตั้งแต่มีกองหน้าต่างชาติในไทยลีกมา
 
    การย้ายไปอยู่ เอ็มลีก มาเลเซีย กับสโมสรมหาเศรษฐี ซึ่งหลายคนรู้ดีว่า ค่าเหนื่อย ดิโอโก หลุยส์ ซานโต  ที่ต้นสังกัด เคยจ่าย สูงลิ่วกว่า 4 ล้านบาท แต่เมื่อมีข่าว การขยับย้ายตัวทุกครั้ง ดูเหมือนว่า ชื่อของ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต  จะยังหอมหวาน กับสโมสร ในเมืองไทย

    เพราะอะไร ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ในวัย 33 ปี  พิเศษ กว่ากองหน้าคนอื่น  ทั้งที่ค่าเหนื่อย ฃองเขาคนเดียว อาจจะจ่ายให้ทั้งทีม ต่อเดือนได้เลย

ยิงประตูเหมือนแกะถุงขนม

    นี่เป็นสิ่งที่ ทีมอยากได้มากที่สุด ในกรอบเขตโทษ หรือ นอกกรอบ ใครเห็นดิโอโก หลุยส์ ซานโต  ต้องครั่นคร้าม ทั้งนั้น รู้หรือไม่ว่าในฟุตบอลลีก 4 ปี 3 ปีที่บุรีรัมย์ ได้แชมป์ 2015 ลง 32 นัด ยิง33 ประตู, ปี 2017 ลง 29 นัดยิง 26 ประตู, ปี 2018 ลง 33 นัดยิง 34 ประตู จะมี ฤดูกาล 2016 ที่เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บ ยาว ลงสนามแค่ 11 นัดยิง 8 ประตู ซึ่งถ้าเทียบกันตามสถิติ นี้มันเทพชัดๆ

ปั้นคู่ขาแถม ทำให้เกมแดนหน้า ลงตัว

    ช่วงเวลา 4 ปี ดิโอโก ไม่ใช่แค่เก่งในเรื่องของการยิงประตู แต่คู่ขา ที่ได้ยืนกับเขาดูเหมือนว่าจะเล่นง่าย ได้แอสซิสต์ แบบเหนือๆ จาก กองหน้า ยะโฮร์ คนนี้ไปด้วย ใครจำได้ กิลแบร์โต้ มาเชน่า,แจ็คสัน โคเอลโญ่ หรือ ชาช่า , ได้ นักเตะเหล่านี้ ยิงได้ระเบิดเทิดเทิงไปด้วย ไม่นับการปั้นแข้งไทยให้แจ้งเกิด ทั้ง ศุภโชค สาระชาติ, ศุภชัย ใจเด็ด หรือ ศุภณัฐ เหมือนตา ที่กำลังขึ้นมาในช่วงนั้น ยิงประตูกันเพลิน

เกมรับ ไม่ต้องห่วง วิ่งยันตะคริวกิน

     ช่วงเวลาที่เล่นให้บุรีรัมย์ หรือ ยะโฮร์ การได้เห็น ดิโอโก้ เล่นช่างเพลินตานัก ล่าสุดในรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เจ้าตัวลงเล่นให้ยะโฮร์ เจ้าตัวยังวิ่ง ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหมือนเล่นในไทยลีกเหมือนเดิม ตะคริว ไม่กิน ไม่มีคำว่าหยุด ทั้งเกมรุก และเกม รับ ที่หายากมากๆ ในตำแหน่งกองหน้า

เข้ากับระบบทีมได้ไม่ยาก

    กองหน้าส่วนใหญ่ อย่างที่เห็นกันว่า การปรับตัวของแต่ละคน เข้ากับทีมใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ ดิโอโก้ มาถึงปุ๊บ ก็ยิงปั๊บ  ไม่เล่นบอลง่าย จ่ายบอลยาก ความเขี้ยวในกรอบเขตโทษน่ากลัวมากๆ ปีล่าสุด ในการย้ายไปเล่นในลีกมาเลเซีย ยังสม่ำเสมอ เหมือนเดิม พาทีมคว้าแชมป์มาเลเซีย ซุปเปอร์ลีก ได้อีก ด้วย

ความฟิตสม่ำเสมอ กับวัย 33 ปี

     หลายคนเป็นห่วงในเรื่องอายุ ที่มากขึ้นทุกวัน แต่ตรงกันข้าม การลงสนามทุกเกมของดิเอโก้ ยังทำได้สม่ำเสมอ ไม่มีโรยราไปจากเดิม แม้จะเข้าสู่เลข 33 ปีแล้วก็ตามที ด้วยความเป็นมืออาชีพ ส่งผลให้อาการบาดเจ็บถามหาเขาน้อยมากๆ เรื่องการเบรกยาวๆ แต่ละฤดูกาลเลยมีค่อนข้างน้อย แม้การเล่นแต่ละนัด จะเจอพวกหวดแบบไม่ยั้งก็ตามที
 
    มาถึงตอนนี้ ยังมีเวลาให้ทีมเศรษฐี ในเมืองไทย หลายทีม ลุ้นได้รายเซ็น ของ กองหน้าชาวบราซิล รายนี้ แต่ก็ต้องแลกกับเม็ดเงินที่สูงลิ่ว มหาโหด อีกด้วย แต่ถ้าได้มาจริง มันอาจจะทำให้ การเก็บชัยชนะแต่ละนัด ง่ายขึ้นก็ได้ ขอแค่จ่าย 4 ล้านต่อเดือนเท่านั้นเอง

เอเชี่ยนคัพ2027 สะเทือน 2 อภิมหาเศรษฐีโลกประลองกัน

หลังสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี)ประกาศขยายการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปเอเชีย หรือรายการเอเซียน คัพ 2027 ออกไป ถึงวันที่ 30 มิ.ย.63 หลังจากก่อนหน้านี้ในช่วงแรก มีเพียงประเทศซาอุดิอาระเบีย ชาติเดียวที่เสนอตัวเข้ามา ก่อนที่เอเอฟซีจะขยายการเสนอตัว จึงมี อินเดีย เพิ่มมาอีกหนึ่งชาติ ล่าสุดทางด้านของประเทศกาตาร์ มหาเศรษฐีย่านตะวันออกกลางได้ตัดสินใจร่วมวงเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลเอเซียน คัพ 2027 อีกชาติ ทำให้เบื้องต้นตอนนี้ มี 3 ชาติที่จะถูกพิจารณา ซึ่งทั้งซาอุฯ และกาตาร์ ต่างเป็นชาติระดับอภิมหาเศรษฐีของโลกจากธุรกิจน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ

   ในแง่ของความพร้อมกาตาร์ กลายเป็นชาติที่มีความพร้อมมากที่สุดในทุกๆด้าน เพราะก่อนถึงปี 2027 ด้วยศักยภาพการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆของประเทศทั้งเรื่องของสนามแข่งขัน,สนามฝึกซ้อม,ระบบขนส่ง,ที่พัก,สิ่งอำนวยความสะดวก รวมไปถึงด้านอื่นๆ กาตาร์ได้ลงทุนเป็นหลักล้านล้านบาทกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ทำให้กาตาร์พร้อมสุดๆในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันครั้งนี้เพื่อแข่งกับ 2 ชาติที่ยื่นก่อนหน้านี้ทั้ง ซาอุดิอาระเบียและอินเดีย โดยก่อนหน้านี้กาตาร์เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลเอเซียน คัพ มาแล้ว 2 ครั้ง ปี 1988 ,2011

   การเพิ่มทีมในรอบสุดท้ายจาก 16 เป็น 24 ทีมตั้งแต่ครั้งที่ผ่านมา (2019) ทำให้เอเอฟซี มองเห็นถึงปัญหาเรื่องของความพร้อมเจ้าภาพอย่างจริงจัง จึงได้ทำการเปิดให้เสนอเป็นเจ้าภาพล่วงหน้าถึง 7 ปี เพื่อให้ชาติต่างๆมีเวลาทำงานอย่างเต็มที่ การเพิ่มจำนวนทีมทำให้จำนวนของสนามแข่งขันเพิ่มขึ้น เพราะ 24 ทีม จะมีแมตซ์แข่งขันทั้งหมด 51 แมตซ์และจะต้องใช้สนามแข่งขัน 8-10 สนามในทัวร์นาเมนต์นี้  ขณะที่การแข่งขันเอเซียน คัพ 2023 จีน รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

ธีราทรติดด้วย! เอเอฟซีเปิดโหวต5ฟรีคิกดีที่สุดACL



เอเอฟซี เปิดโหวต 5 ฟรีคิกดีที่สุดแห่งศึก ACL หนึ่งในนั้นมีลูกยิงของ ธีราทร บุญมาทัน ด้วย

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) เปิดโหวต 5 ฟรีคิกดีที่สุด ในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ปรากฎว่ามีลูกยิงของ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายชาวไทย ติดเข้ามาด้วย

ประตูดังกล่าว เกิดขึ้นในเกมที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกไปตีเสมอ กัมบะ โอซากา 1-1 ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2015 รอบแบ่งกลุ่ม โดย แบ็คซ้ายวัย 30 ปี ปั่นฟรีคิกด้วยซ้าย เช็ดโคนสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้ถูก เอเอฟซี เลือกเข้ามาเป็น 1 ใน 5 ลูกฟรีคิกที่ดีที่สุด

ปัจจุบัน ธีราทร บุญมาทัน ค้าแข้งอยู่กับ โยโกฮามา เอฟ มารินอส โดยฤดูกาล 2019 เพิ่งมีส่วนสำคัญช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุด ญี่ปุ่น ในฐานะนักเตะไทยคนแรก และ ปีนี้ ยังมีชื่อเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก กับทีม ในฐานะโควตาต่างชาติชาวเอเชีย

เศรษฐีอย่าง ซาอุฯ เจออีกชาติโปรไฟล์ดี ลุ้นแย่งจัด อช.คัพ2027

ก่อนหน้านี้ซาอุดิอาระเบีย ประกาศเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติทวีปเอเชีย หรือรายการ เอเซียน คัพ 2027 เพียงชาติเดียว  หลังจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี) ขยายเวลาให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้ออกไปจนถึงวันที่ 30 มิ.ย.63 เดิมทีจะปิดรับการเสนอตัวไปเมื่อวันที่ 31 มี.ค.63 ที่ผ่านมา แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดหนักทำให้หลายชาติลังเล

    ล่าสุดอินเดียกลายเป็นอีกชาติที่แสดงความจำนงในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลเอเซียน คัพ 2027 หรือว่าอีก 7 ปี ข้างหน้า โดยเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก คูชาน ดาส เลขาธิการสมาพันธ์ฟุตบอลอินเดีย  ว่าทางสมาพันธ์ฟุตบอลอินเดียให้ความใจในการเสนอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชียและมีความพร้อมที่จะดำเนินการทันที

    ก่อนหน้านี้ อินเดีย เคยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลรายการนี้ในปี 2023 แต่ท้ายที่สุดสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชียเลือก จีน ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน จึงทำการเสนอตัวในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอีกครั้งในปี 2027  ที่น่าสนใจในช่วง 5 ปี หลัง อินเดีย กลายเป็นประเทศอันดับต้นๆของเอเชียที่จัดการแข่งขันฟุตบอลรายการทัวร์นาเมนต์ระดับทวีปและระดับโลกต่อเนื่องประกอบด้วย 16 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2016,17 ปี ชิงแชมป์โลก 2017,17 ปี หญิงชิงแชมป์โลก 2021 ส่วนในการแข่งขันฟุตบอลเอเซียน คัพ อินเดีย ยังไม่เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน

 

    10 สนามแข่งขันของอินเดีย

    – ซอล์ท เลค สเตเดี้ยม (เมืองโกลกาตา) 5,000 ที่นั่ง

    – จาร์วาฮาร์ลาล สเตเดี้ยม (เมืองโคชิ) 60,500 ที่นั่ง

    – จาร์วาฮาร์ลาล  สเตเดี้ยม (เมืองนิวเดลี) 60,000 ที่นั่ง

    – จาร์วาฮาร์ลาล  สเตเดี้ยม (เมืองเชนไน) 40,000 ที่นั่ง

    – สรี กันธีราวา สตเดี้ยม (เบงกาลูรู) 25,000 ที่นั่ง

    – JRD ทาทา สปอร์ต คอมเพล็กซ์ (จัมเชดิปัวร์) 25,000 ที่นั่ง

    – อินเดียรา กานดี้ สเตเดี้ยม (กูวาฮาตี) 23,850 ที่นั่ง

    – ฟาตอร์ดา สเตเดี้ยม (เกา) 19,000 ที่นั่ง

    – เชร์ชิพ สปอร์ตคอมเพล็กซ์ (พูเน่) 11,9000 ที่นั่ง

    – มุมไบ ฟุตบอลอารีน่า (มุมไบ)  8,000 ที่นั่ง