เมืองทองฯ เปิดตัว “พิชา-ภูมินทร์-ฉัตรมงคล” ร่วมทัพ

"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอนาคตไกล ทำการเปิดตัว พิชา อุทรา, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จาก สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จาก การท่าเรือ เอฟซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ทางด้านบอร์ดบริหารมั่นใจจะเข้ามายกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 ภายในห้องสื่อมวลชน สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นใหม่ของสโมสร "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2020 เซ็นสัญญาคว้าตัว พิชา อุทรา ปีกวัย 24 ปี, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จากสโมสร สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จากสโมสร การท่าเรือ เอฟซี โดยภายในงานมีทางคุณ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรฯ, รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ, อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อม 3 ผู้เล่นใหม่ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

ทางด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ กล่าวว่า "สวัสดีสื่อมวลชนและแฟนบอลทุกท่าน ถือเป็นอีกวันสำคัญของสโมสร กับการเดินหน้าเสริมทัพผู้เล่นคุณภาพมาสู่ทีม เพื่อพร้อมกลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้ง ขอต้อนรับ ฉัตรมงคล ทองคีรี สู่สโมสรอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่เราจับตามองมายาวนาน ถือเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพสูง รวมถึงเป็นผู้เล่นที่โค้ชกาม่าชื่นชอบ คุ้นเคยกับสไตล์การเล่น เชื่อว่าจะเข้ามาเติมเต็มขุมกำลังแดนกลางได้อย่างแน่นอน"

"พร้อมกันนี้เราขอต้อนรับ พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา สู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง สำหรับน้องทั้ง 2 คนถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่สโมสรฯ ที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ระดับเยาวชนมาเกือบทุกรายการ ที่ผ่านมาเขาได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้ากับทีมต่างๆ อย่างที่ทราบว่าทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์ ทำให้โอกาสลงเล่นของผู้เล่นอาจมีจำกัดบ้าง แน่นอนว่าการกลับมาในครั้งนี้จะช่วยยกระดับทีม และเป็นส่วนหนึ่งกับการไล่ล่าความสำเร็จมาสู่ทีม"

ขณะที่ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางตัวใหม่เปิดใจว่า "ก่อนอื่นต้องขอบคุณทาง การท่าเรือ ที่มอบโอกาสเพื่อพิสูจน์ตัวเองที่นี่ และขอบคุณผู้บริหาร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เชื่อมั่นในตัวผม ถึงแม้จะอยู่ในสัญญายืมตัว 1 ปี แต่ก็จะมุ่งมั่นเต็มร้อย และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสโมสรใหญ่แห่งนี้"

ส่วนทาง ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกคนใหม่เปิดใจว่า "ส่วนตัวรู้สึกดีใจอย่างมากที่กลับมาบ้านเก่าแห่งนี้ แน่นอนว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรที่ปลุกปั้นผมมาตั้งแต่เด็ก จนได้พัฒนาฝีเท้าถึงปัจจุบัน ส่วนการกลับมาครั้งนี้ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายพาทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ประสบความสำเร็จให้ได้"

ปิดท้ายที่ พิชา อุทรา ปีกซ้ายคนใหม่เปิดใจว่า "สิ่งแรกต้องขอขอบคุณผู้บริหารสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ดึงตัวกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง ผมมีความประทับใจที่ยอดเยี่ยมกับทีม ตั้งแต่ฝึกฟุตบอลมาตั้งแต่ระดับเยาวชน ส่วนเป้าหมายก็อยากดึงศักยภาพ และความสามารถของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อตอบแทนสโมสรแห่งนี้"

มาริโอ กับบทบาทใหม่ใน”กิเลนผยอง”

จัดเป็นหนึ่งในตำนานนักเตะต่างชาติที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของลีกไทย โดยเฉพาะการค้าแข้งให้กับทีม “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สร้างชื่อให้กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ได้มากที่สุดในช่วงเวลาการเล่นอาชีพที่เมืองไทย

    แม้ยามนี้จะแขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่ทางสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดย “บิ๊กเป้”รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสร ได้เปิดเผยว่า ด้วยความผูกพันที่มาริโอ มีกับเมืองทอง จึงได้ร่วมงานกันอีกครั้งหลังจากเจ้าตัวเลิกเล่น โดยตอนนี้ได้ให้เจ้าตัวดูแลเกี่ยวกับเรื่องการสร้างเยาวชน

 
    “มาริโอ จะรับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน MTUTD SOCCER SCHOOL ซึ่งจะเป็นสถาบันสอนเด็ก ๆ ที่มาเรียนฟุตบอลกับสโมสรของเรา และยังให้ดูแลการสร้างเด็กเยาวชน 19 ปีของสโมสร ด้วยฝีเท้าและประสบการณ์ที่ล้นเหลือของเขา เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาเด็กเยาวชนของสโมสรก้าวขึ้นมาสู่ชุดใหญ่อย่างมีคุณภาพตามแบบฉบับฝีเท้าของเขา”

ตัดสินใจยากสุดในชีวิต! “ตังค์- สารัช” ร่ายยาวหลังลาเมืองทองซบบีจี

"ตังค์ " สารัช อยู่เย็น โพสต์ข้อความความรู้สึกครั้งแรกหลังย้ายจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไปซบรังบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ได้มีการเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้กล่าวขอบคุณโอกาสที่ได้รับจากการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรรวมถึงขอบคุณแฟนบอล "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ แต่การย้ายทีมเป็นวิถีของฟุตบอล ก่อนกล่าวปิดท้ายคำสั้นๆ "ขอบคุณมากๆ​ ครับ"
    หลังจากที่ "เจ้าตังค์" สารัช อยู่เย็น"  ได้ย้ายร่วมทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าตัวโพสต์ถึงความรู้สึกว่า "ถึงแฟนกิเลนผยอง 11 ปี ในสีเสื้อของเมืองทอง ยูไนเต็ด สำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก จากน้องเล็กของบ้านในช่วงที่เป็นเยาวชนก้าวเข้ามาสู่ทีม จนมาเป็นพี่ใหญ่ของบ้านหลังนี้ ผมได้รับโอกาสดีๆ​ มากมายจากที่นี่ ได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่ๆ​ น้องๆ​ นักฟุตบอล​,สต๊าฟฟ์โค้ช​ทีมงาน ได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายในโลกของฟุตบอล ทั้งการเป็นส่วนหนึ่งของการคว้าแชมป์ไทยลีก การเล่นในระดับสโมสรเอเชีย ร่วมถึงโอกาสรับใช้ทีมชาติไทย

    ถ้าไม่มีสโมสรแห่งนี้ ผมอาจจะไม่มีประสบการณ์เหล่านี้ ผมขอกราบขอบคุณผู้มีพระคุณในสโมสรทุกท่านที่มีความเมตตากับผมอย่างมหาศาล โดยเฉพาะคุณลุงระวิ โหลทอง ซึ่งมีความเมตตาผมและครอบครัวของผมมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยคุณพ่อของผมเมื่อครั้งยังเป็นพนักงานในบริษัทสยามกีฬา คุณลุงได้ให้ความเมตตาอย่างมาก ทั้งคอยชี้แนะและผลักดันให้ตัวผมก้าวหน้าในเส้นทางฟุตบอลมาโดยตลอด

    และที่ขาดไม่ได้คือ​ แฟนบอลกิเลนผยอง​ ขอบคุณ​ที่ให้การสนับสนุนและคอยเป็นกำลังใจให้ผมเสมอ เราได้ผ่านช่วงเวลาที่ดีและยากลำบากมาด้วยกัน ทุกครั้งที่ทีมประสบความสำเร็จ​ ทุกๆ​ กำลังใจที่ส่งมาให้กับนักบอลเป็นพลังและแรงผลักดันที่สำคัญที่สุด

    แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น​ คือช่วงเวลายากลำบาก​ แฟนบอลก็ไม่เคยทิ้งไปไหน​ คอยเป็นแรงผลักดัน​ เป็นกำลังใจสำคัญ​ให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน

    การกล่าวคำลาต่อ ทุกๆ​ คน​ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ของผมครั้งนี้ มันยากลำบากสำหรับผมมาก​ ผมไม่รู้จะสามารถบรรยายความรู้สึกออกมายังไงให้ดูสวยงามและครบถ้วนที่สุด การก้าวออกจากบ้านหลังนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งของผมก็ว่าได้ แต่มันอาจจะเป็นวิถีของฟุตบอลอาชีพที่ผมต้องเผชิญอีกครั้ง ผมต้องไปเจอความท้าทายใหม่ๆ​ ในโลกของฟุตบอล ผมหวังว่าจะยังคงได้รับการสนับสนุนและการต้อนรับที่อบอุ่นในเวลาที่ผมกลับมาเยือนยังบ้านหลังนี้

    สุดท้ายผมไม่สามารถเขียนบรรยายความรู้สึกให้ครบถ้วนสมบูรณ์แน่นอน แต่คงกล่าวเป็นคำสั้นๆให้กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดทุกคนว่า "ขอบคุณมากๆ​ ครับ" จาก สารัช อยู่เย็น

 

ท่าเรือเสริมแกร่งดึง “เก่ง-อดิศร” แนวรับเมืองทอง

"สิงห์เจ้าท่า" การท่าเรือ เอฟซี เดินหน้าเสริมทัพล่าแชมป์ไทยลีก ด้วยการคว้าตัว "เก่ง" อดิศร พรหมรักษ์ ปราการหลังจอมแกร่งทีมชาติไทยจาก "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

      มีรายงานจากแค้มป์ของทั้งสองสโมสรว่า ได้มีการบรรลุข้อตกลงเรื่องย้ายทีมกันเรียบร้อยแล้ว โดย การท่าเรือฯ ซื้อขาด อดิศร เข้าไปเสริมทัพเพื่อไล่ล่าความสำเร็จในไทยลีก และฟุตบอลถ้วยฤดูกาลนี้ หลังจากติดตามผลงานการเล่นมานาน

     สำหรับ เก่ง อดิศร ปราการหลังดีกรีทีมชาติไทย ย้ายจาก บีอีซี เทโรศาสน สู่ถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม ต้ั้งแต่ปี 2016 ก่อนเตรียมเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น แพท สเตดี้ยม ของทีมดังย่านคลองเตยต่อไป

ลือ!ฝีเท้าเข้าตาทีมเจลีกสนดึง”ศุภนันท์”ร่วมทัพ

"เซฟ" ศุภนันท์ บุรีรัตน์ มีลุ้นไปค้าแข้งแดนอาทิตย์อุทัย หลังทำผลงานเข้าตามีทีมสโมสรเจลีก คอยติดตามฟอร์มการเล่นมาโดยตลอด คาดในอนาคตอาจจะเป็นแข้งไทยรายต่อที่ได้ไปค้าแข้งที่ญึ่ปุ่น
    "เซฟ" ศุภนันท์ บุรีรัตน์ เด็กหนุ่มชาวจันทบุรี ของทัพ "เขี้ยวสมุทร" สมุทรปราการ ซิตี้ ถูกสโมสรในศึกเจลีก ประเทศญี่ปุ่น อยากได้ตัวของเขาไปร่วมทีมเป็นอย่างมาก หลังจากติดตามฟอร์มการเล่นมาตั้งแต่ฤดูกาล 2019 สมัยถูก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยืมตัวมาใช้งาน

    อย่างไรก็ตามแม้สถานการณ์โควิด-19 จะมาเล่นงานทำให้ไทยลีกต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปถึงเดือนกันยายน แต่ล่าสุดมีรายงายว่า ทีมงานสเก๊าท์จากแดนปลาดิบ เตรียมเร่งเครื่องชนิดร้อยแรงม้า เดินทางมายลฟอร์มการเล่นของแบ็คขวาวัย 26 ปีรายนี้อีกครั้ง ซึ่งหากว่าเจ้าเซฟยังคงรีดฟอร์มการเล่นให้เจ๋งกว่าเดิมขึ้นมา เราอาจจะได้เห็นแข้งไทยไปตะลุยเจลีกอีกคนก็เป็นได้

    ทั้งนี้ ทีมจากแดนอาทิตย์อุทัยสนใจเจ้าเซฟ ด้วยรูปแบบการเล่นของเขาที่เป็นแบ็คขวาจอมทุ่มเทตลอด 90 นาที วิ่งขึ้นวิ่งลงไม่มีหมด และการจ่ายบอลแบบคิลเลอร์พาส ที่ค่อนข้างแม่นยำ รวมถึงจังหวะฉาบฉวยเมื่อมีโอกาสซัดไกล จนทำให้ไปเตะตาเหล่าบรรดาทีมสเก๊าท์จากญี่ปุ่นนั่นเอง

    สำหรับเจ้าเซฟ เริ่มเข้าสู่อะคาเดมี่จีเอ็มจีตั้งแต่อายุ 11 ปี กระทั่งได้เข้ามาเซ็นสัญญากับ  เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในปี 2010 ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้น ก่อนจะถูกส่งไปเก็บประสบการณ์กับหลายสโมสรไม่ว่าจะเป็น แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล , นครนายก เอฟซี , จันทบุรี เอฟซี , ทีเอ็มเอ็มฯ และพัทยา ยูไนเต็ด ตามลำดับ

เรื่องซึ้ง ๆ ของ ดานโญ่ เซียก้า ตำนานเมืองทอง ในวันที่มีลุ้นเล่นให้ทีมชาติไทย

การเปลี่ยนแปลงของวงการฟุตบอลไทยมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมายทั้งเรื่องของการแข่งขันเรื่องของการถ่ายโอนสิ่งต่างๆ ความทรงจำของฟุตบอลลีกไทยนอกจากนักเตะไทยที่พาเหรดก้าวขึ้นมาติดทีมชาติกันมากมายหลังจากผ่านการคัดกรองทำให้ได้แข้งระดับคุณภาพเข้ามาเติมเต็มรายการระดับนานาชาติ นักเตะต่างชาตินอกจากจะเป็นคู่แข่งขันสำคัญในสนามฟุตบอลแล้วเรื่องของการเป็นแบบอย่างการเป็นครูฟุตบอลในสนามให้กับแข้งไทยก็มีส่วนสร้างประสบการณ์การเล่นให้นักเตะไทยได้ดีไม่น้อย
    มีหลายครั้งที่นักเตะต่างชาติที่ฝังรากในลีกไทยพร้อมกับการเล่นที่ยอดเยี่ยมแข็งแกร่งตลอดกาลใช้ชีวิตในประเทศไทยจนบางช่วงบางตอนมีข่าวออกมาว่าอยากให้นักเตะที่ฟอร์มดีก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทยด้วยการโอนสัญชาติ แต่คงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายแม้ว่าฟีฟ่าเองจะมีการออกกฎมาให้ผู้เล่นเลือกการเล่นทีมชุดใหญ่ได้นอกเหนือจากชาติที่ตัวเองกำเนิดทั้งเรื่องของการอาศัยอยู่ในประเทศนั้นๆนานเกิน 5 ปีและการเลือกเล่นทีมชาติตามบรรพบุรุษ กรณีข่าวดังข้ามเวลาในอดีตมีอยู่ 2 ช่วงในการที่มีการเสนอให้ผู้เล่นต่างชาติโอนสัญชาติมาเล่นให้กับทีมชาติไทย รายแรกคือรายของ โคเน่ โมฮัมเหม็ด แข้งไอเวอร์รี่โคส สมัยที่โด่งดังกับ ธ.กรุงไทย และอีกยุคคือยุคของ ดานโญ่ เซียก้า ดาวเตะชาวไอเวอร์รีโคสที่โชว์ฟอร์มได้ดีกับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

    ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายไม่ใช่เพียงเรื่องกฎของฟีฟ่า แต่เรื่องของกฎหมายในประเทศก็เป็นเรื่องที่สำคัญในการเปลี่ยนโอนสัญชาติให้ผู้เล่นแต่ละคน ดานโญ่ เซียก้า อดีตผู้เล่นระดับตำนานของเมืองทองฯ ที่ย้ายมาเล่นในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2008 เริ่มต้นกับต้นสังกัดตั้งแต่ระดับดิวิชั่น 1 พาทีมคว้าแชมป์พร้อมกับเลื่อนชั้นสู่ไทยลีกและพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีก 3 สมัย 2009,2010,2012 เล่าถึงความทรงจำในสมัยที่ตกเป็นข่าวว่าตัวเขาเองมีโอกาสเล่นให้ทีมชาติไทย ตอนนั้นที่มีข่าวออกมาผมดีใจมากนะเพราะว่าผมอยู่เมืองไทยมานานและเห็นศักยภาพของนักเตะไทย ในใจตอนนั้นหวังให้ข่าวนั้นเป็นจริงและอยากให้ทุกขั้นตอนประสบความสำเร็จ จริงๆช่วงนั้นเฝ้ารอความเคลื่อนไหวในแต่ละวันตลอดเวลาเพราะอยากจะเล่นให้ทีมชาติไทยมากๆ ผมอยู่เมืองไทยผมรักเมืองไทยชอบผู้คนในประเทศไทยที่หยิบยื่นความสุขให้เสมอทั้งในและนอกสนาม พอเวลาผ่านไปข่าวมันก็ซาลงไปเรื่อยๆจนสุดท้ายก็เงียบไป

    ถามความรู้สึกวันนี้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนั้นเสียใจเหมือนกันที่โอกาสมันเป็นไปไม่ได้เพราะหวังว่าจะได้เล่นต่อหน้าแฟนฟุตบอลไทยและพร้อมจะทำงานหนักอย่างเต็มที่ในสนามแข่งขัน แต่เมื่อทุกอย่างออกมาเป็นแบบนี้ผมจะมัวแต่เสียใจไม่ได้มุ่งหน้าทำอะไรให้ฟุตบอลในไทยที่ให้โอกาสผม ทำหน้าที่ในสนามให้เต็มที่เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ

    ตอนนี้เลิกเล่นแล้วก็มาสอนฟุตบอลเด็กๆให้กับเยาวชนเมืองทองและเป็นสต๊าฟโค้ชทีมอุดรธานีเอฟซี(ไทยลีก2) ผมหวังจะส่งต่อความรู้ประสบการณ์ที่มีไปให้ถึงเด็กไทยหลายๆคน เพื่อตอบแทนวงการฟุตบอลไทย สิ่งหนึ่งที่คลุกคลีกับเด็กไทยมาโดยตลอดเด็กไทยคุณภาพเรื่องฟุตบอลดีมากๆ แต่สิ่งที่จะต้องปรับคือเรื่องของทัศนคติความรับผิดชอบวินัยถ้าปรับเรื่องพวกนี้ได้จะมีนักฟุตบอลอีกหลายคนที่จะเป็นเพชรเม็ดงามของวงการฟุตบอล ที่ไอเวอร์รี่โคสทุกคนวิ่งหนีความยากลำบากพยายามที่จะไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา อยากให้นักเตะระดับเยาวชนตั้งใจในการต่อสู้กับสิ่งต่างๆ ที่พุ่งตรงมาหาเรา

    สำหรับ ดานโญ่ เซียก้า เคยเป็นอดีตเยาวชนทีมชาติไอเวอร์รี่โคส ชุด 20 ปี ผ่านการเล่นให้กับสโมสร สปอร์ต เดซานเปรโด ในบ้านเกิดก่อนที่ปี 2008 จะโยกมาเล่นในเมืองไทยกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยาวจนถึงปี 2014 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้ โปลิศ ยูไนเต็ด, ขอนแก่น ยูไนเต็ด และ บางกอก เอฟซี