สือผู้ดีเผย! สตาร์พรีเมียร์ลีกร่อนจม.รับเป็น “เกย์”

เดอะ ซัน สื่อดังในอังกฤษ เปิดเผยจดหมายของสตาร์ลูกหนังระดับพรีเมียร์ลีกที่ออกมายอมรับว่าเป็นเกย์ แต่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตนในเวลานี้เนื่องจากหวั่นใจว่าจะส่งผลกระทบต่ออาชีพพ่อค้าแข้ง ระบุมีเพียงครอบครัว และเพื่อนสนิทเท่านั้นที่รับรู้ พร้อมยืนยันเมื่อถึงเวลาจะบอกผู้จัดการทีมและเพื่อนนักเตะร่วมสังกัดด้วยกันได้ทราบ

    นักฟุตบอลระดับสตาร์ที่ค้าแข้งอยู่กับสโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกโรงเขียนจดหมายเปิดผนึกยอมรับว่าตนกลัวที่จะเปิดเผยว่าตัวเองเป็น "เกย์" เนื่องจากหวั่นใจว่าอาจจะส่งผลกระทบต่ออาชีพพ่อค้าแข้ง ระบุทุกวันนี้สุดแสนทรมานใจที่ต้องปกปิดรสนิยมทางเพศแบบชายรักชายกับเพื่อนร่วมทีม และทุกๆ คนในวงการลูกหนัง

 

    สำหรับนักเตะรายนี้ซึ่งยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยชื่อ เผยว่ามีแค่สมาชิกของครอบครัวบางคน และกลุ่มเพื่อนสนิทเท่านั้นที่รู้ว่าตนเป็นพวกรัก "ไม้ป่าเดียวกัน" นอกจากนี้ยังยืนยันว่าเพื่อนร่วมสังกัด และผู้จัดการทีมยังไม่รู้ว่าเขาเป็นเกย์ แต่กระนั้นเจ้าตัวคาดหวังว่าจะบอกพวกเขาซักวันหนึ่งในเร็วๆ นี้

    ขณะเดียวกันมูลนิธิ จัสติน ฟาชานู ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย อามาล หลานสาวของ จัสติน ฟาชานู นักฟุตบอลอาชีพรายแรกที่เปิดเผยว่าตัวเองเป็นเกย์ ที่มีวัตถุประสงค์ในการต่อสู้เพื่อคนรักร่วมเพศ และการเหยียดผิว ได้ให้การสนับสนุนดาวเตะปริศนารายนี้อย่างเต็มที่

 

         จดหมายฉบับดังกล่าว ระบุว่า "ตอนเด็กๆ ผมอยากเป็นนักฟุตบอล ผมไม่เคยสนใจเรื่องการเรียนที่โรงเรียนเลย แทนที่จะทำการบ้าน ทุกๆ นาทีผมจะใช้ไปกับการเล่นบอล สุดท้ายมันก็ตอบแทนสิ่งที่ผมตั้งใจ แต่ตอนนี้ผมยังต้องหยิกเนื้อตัวเองเวลาที่วิ่งอยู่ในสนามว่าไม่ได้ฝันไป และต้องลงเล่นทุกสัปดาห์ต่อหน้าแฟนบอลหลายหมื่นคน"

        "อย่างไรก็ตาม มีบางสิ่งที่ทำให้ผมแตกต่างจากนักฟุตบอลคนอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีก ผมเป็นเกย์ การเขียนจดหมายฉบับนี้เป็นก้าวย่างสำคัญสำหรับผม แต่มีแค่ครอบครัวของผม และเพื่อนๆ บางคนในกลุ่มที่รู้ว่าผมเป็นพวกรักร่วมเพศ ผมยังไม่พร้อมที่จะแบ่งปันเรื่องนี้กับเพื่อนร่วมทีม หรือผู้จัดการทีม นั่นเป็นเรื่องที่ลำบากใจมากๆ"

 

        "ผมใช้เวลาตลอดทั้งชีวิตอยู่กับผู้คนเหล่านี้ และเมื่อผมก้าวลงไปในสนามเราคืนทีมเดียวกัน แต่มันมีบางสิ่งภายในตัวผมที่ทำให้เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะเปิดเผยกับพวกเขาเกี่ยวกับความรู้สึกของผมว่าเป็นยังไง ผมหวังว่าซักวันหนึ่งในเร็วๆ นี้ผมจะสามารถทำได้"

        "ผมรู้ตัวเองตั้งแต่ตอนอายุ 19 ปีว่าผมเป็นเกย์ ความรู้สึกมันเป็นยังไงกับการใช้ชีวิตแบบนี้นะเหรอ ? ก็ต้องใช้มันแบบวันต่อวัน มันอาจจะเป็นฝันร้ายก็ได้ และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผมอย่างมาก ผมรู้สึกเหมือนตกอยู่ในบ่วง และหวาดกลัวที่จะเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเป็นซึ่งมันคงมีหลายๆ อย่างที่เลวร้ายทันที"

        "ดังนั้นแม้หัวใจของผมจะบอกผมว่าผมจำเป็นต้องทำ แต่สิ่งที่อยู่ในหัวของผมมักจะบอกว่า -ทำไมต้องเสี่ยงกับเรื่องนี้ด้วยละ ?- ผมโชคดีที่ได้รับค่าเหนื่อยมหาศาล ผมมีรถสวยๆ ขับ, มีเสื้อผ้าจากดีไซเนอร์ชั้นนำมากมาย และยังสามารถซื้ออะไรก็ได้ที่ผมต้องการเพื่อครอบครัวของผม และเพื่อนๆ แต่สิ่งเดียวที่ผมโหยหาก็คือมิตรภาพ"

 

        "ผมอยู่ในช่วงวัยที่ตัวเองก็อยากมีคนรักเหมือนกัน แต่ด้วยการที่ตอนนี้ผมต้องทำงานแบบนี้ทำให้ผมต้องการความเชื่อใจสูงมากๆ  หากจะรักกับใครในระยะยาว ดังนั้นในช่วงเวลานี้ ผมจึงหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์ทั้งหมด ผมหวังว่าผมจะได้พบกับใครสักคนในเร็วๆ นี้ซึ่งผมคิดว่าผมจะไว้วางใจได้มากพอ"

        "บอกตามตรงผมไม่คิดว่าวงการฟุตบอลจะพร้อมยอมรับนักเตะที่ออกมาเปิดเผยตัวเอง เรื่องนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากสำหรับตัวผม สมาคมฟุตบอลอาชีพบอกว่าพวกเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือนักเตะที่ออกมาเปิดเผยรสนิยมของตัวเอง และพวกเขาบอกว่าพวกเขาจะให้คำปรึกษา และสนับสนุนสำหรับทุกๆ คนที่ต้องการสิ่งนี้"

        "สิ่งนี้มันไม่ตรงประเด็น ถ้าผมต้องการที่ปรึกษาผมสามารถหาเองได้ และลงชื่อเพื่อเข้ารับการปรึกษากับใครซักคนเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมต้องการ สำหรับในกรณีนี้มันจำเป็นต้องให้ความรู้กับแฟนบอล, นักเตะ, ผู้จัดการทีม, เอเจนต์, เจ้าของสโมสร รวมทั้งทุกๆ คนที่เกี่ยวข้องกับวงการฟุตบอล"

        "ถ้าผมต้องเปิดเผยเรื่องนี้ผมต้องรู้ว่าผมจะได้รับการสนับสนุนในทุกด้านๆ ตอนนี้ผมไม่ได้รู้สึกว่าผมจะได้รับการสนับสนุนแบบนั้นเลย ผมบอกได้เลยว่าผมไม่ต้องการใช้ชีวิตแบบนี้ แต่เมื่อมองจากความเป็นจริงมันยังมีเรื่องของความอคติเยอะมากในวงการฟุตบอล มีหลายครั้งที่ผมได้ยินคำพูดเย้ยหยันคนรักร่วมเพศ และเสียงวิจารณ์จากแฟนบบอลที่พูดลอยๆ ออกมา"

 

        "ผมไม่ได้รู้สึกเดือดดาลในช่วงระหว่างที่ลงแข่ง ผมมีสมาธิอยู่กับการเล่น แต่เมื่อผมกลับไปขึ้นเครื่องบิน หรือขึ้นรถบัส ผมมีเวลาทบทวนสิ่งที่ผมได้ยิน ในขณะเดียวกันผมยังคงมุ่งมั่นที่จะเล่นต่อไปตราบเท่าที่ผมยังรู้สึกว่าผมสามารถทำได้ และเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมประกาศเรื่องนี้ ผมจะเลิกเล่นทันที"

        "เมื่อเดือนที่แล้วมันยอดเยี่ยมมากๆ ที่ได้เห็น  โทมัส บีทตี้ ออกมายอมรับว่าเป็นเกย์ แต่ความจริงแล้วเขาต้องรอจนกระทั่งแขวนสตั๊ดจึงค่อยบอกทุกๆ อย่างที่คุณต้องการรู้ทั้งหมด นักฟุตบอลยังคงรู้สึกหวาดกลัวที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ในขณะที่พวกเขายังค้าแข้งอยู่ สำหรับปีที่ผ่านผมได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิจัสติน ฟาชานู ซึ่งมันไม่ใช่แค่การรับมือกับเรื่องปัญหาสภาพจิตใจเท่านั้น"

        "มันยากที่จะพูดออกมาได้ว่ามูลนิธิช่วยเหลือผมมากขนาดไหน มันทำให้ผมรู้สึกถึงการสนับสนุน และเข้าใจซึ่งทำให้ผมมั่นใจที่จะกล้าออกมาเปิดเผย และซื่อสัตย์กับตัวเอง หากไม่มีการสนับสนุนผมยังไม่รู้ว่าผมจะอยู่ตรงจุดไหนในเวลานี้ แผนของผมก็คือแขวนสตั๊ดก่อนกำหนด และออกมาเปิดเผย ผมอาจจะทิ้งอาชีพที่ทำรายได้มหาศาล แต่คุณไม่สามารถตีคุณค่าสันติสุขของจิตใจคุณได้ และผมไม่อยากที่จะใช้ชีวิตแบบนี้ตลอดไป" ข้อความจดหมายฉบับเดิม ระบุ

โด้ปืนผืด! ยูเวนตุสหวิดแย่ไล่เจ๊าซาสซูโอโล่ไร้ชัย3เกมติด

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ควานหาสามแต้มไม่เจอมาสาในัดติดแล้ว ล่าสุดบุกไปนำก่อนครึ่งแรก แต่สรุปทำได้แค่ตามตีเสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม ต้องรอการฉลองแชมป์ออกไปก่อน ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม : มาเปอี สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ม้าลาย" ยูเวนตุส ยังต้องเดินหน้าคว้าคะแนนอย่างต่อเนื่อง เพื่อการขยับซิวแชมป์ให้เร็วมากยิ่งขึ้น หลังนำทีมตามอยู่ 6 แต้ม เมาริซิโอ ซาร์รี่ เฮดโค้ชทีมเยือน ใส่ผู้เล่นแบบหมุนเวียนพัก "ดีบาล่า" เป็นสำรอง แต่ส่ง "โรนัลโด้" เป็นตัวจริงลุ้นยิงประตูที่ 50 ในเสื้อยูเว่ ขณะที่เจ้าบ้าน ซาสซูโอโล่ ฟอร์มหกเกมหลังไม่มีคำว่าแพ้ เป็นการชนะ 4 เกมติดอีกด้วย โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ เทรนเนอร์ของทีม ปลื้มผลงานแต่หวังสร้างความประหลาดใจสอยจ่าฝูงให้ได้

     ม้าลายนำเร็วนาทีที่ 5 มิราเล็ม ปานิช วางลูกเตะมุมทางขวาออกตรงวงกลมนอกกรอบเขตโทษ ดานิโล่ ยืนรอส่องด้วยเท้าขวาบอลแหวกผู้เล่นทั้งสองทีมเข้าซุกกลางตาข่ายแบบที่ อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านหมดสิทธิ์รับ

     เจ้าถิ่นบุกบ้างนาทีที่ 10 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กระชากบอลมาทางริมสนามด้านขวา โยกหนี อเล็กซ์ ซานโดร มาหน้ากรอบเขตโทษตรงกลาง ปั่นบอลโค้งแต่ทิศทางไม่ห่างมือ วอยเชียค เชสนี่ จับบอลอยู่มือ

     ม้าลายโขยกหนีนาทีที่ 12 ดานิโล่ จ่ายบอลเส้นข้างยัดเข้ากลางสนามก่อน มิราเล็ม ปานิช ตวัดบอลทีเดียวทิ้งมาด้านหน้าให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน สปีดมาเก็บบอลลุยเข้าเขตโทษทางฝั่งขวาไปซัดบอลผ่านตัวนายด่านซาสซูโอโล่ ตุงตาข่ายไปอีกเม็ด

     ผ่านมาถึงนาทีที่ 22 อันเดรีย คอนซิยี่ นายทวารเจ้าบ้านออกมาโหม่งบอลหวังตัดโอกาสคู่แข่ง ทว่าบอลกลับมาหา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับบอลสนามข้างขวายิงไกล บอลน้ำหนักได้ลุ้นแต่ทิศทางไม่ดีพอชนข้างตาข่ายประตูแทน

     ซาสซูโอโล่เกือบเฮบ้างนาทีที่ 24 เมิร์ต มูลดูร์ เก็บบอลได้ทางขวาหน้ากรอบเขตโทษ เลี้ยงล็อกเข้าเหลี่ยมเท้าขวาซัดบอลพุ่งเข้าหาประตู แต่ว่า วอยเชียค เชสนี่ มือกาวม้าลายเหยียดมือปัดออกมาก่อนผู้เล่นยูเว่เคลียร์ทิ้งออกไป

     ต่อมานาทีที่ 27 มานูเอล โลคาเตลลี่ ส่งบอลต่อให้ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กลางสนามจ่ายฝากบอลไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ส่งบอลลอดขา ,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ ทะลุมาที่ โดเมนิโก้ เบราร์ดี้วิ่งไปรับบอลชิ่งหลุดเข้าเขตโทษแต่ว่ายิงไม่ผ่านตัว วอยเชียค เชสนี่ ที่ออกมาขวางได้ทันเวลา

     เจ้าถิ่นไล่มานาทีที่ 29 เมิร์ต มูลดูร์ ลากบอลตะลุยจากริมสนามฝั่งขวามาหน้ากรอบเขตโทษโดน โรดริโก้ เบนตันกูร์ เตะสกัดบอลไปถูกตัว อเล็กซ์ ซานโดร กระดอนมาหา ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ใช้ตัวบังบอลในเขตโทษจิ้มป้ายให้ ฟิลิป ยูริซิช ยิงตามน้ำบอลลอยข้ามตัวนายทวารม้าลายเข้าไป

     ช่วงนาทีที่ 45+4 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษจ่ายตรงให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน ดีดออกข้างไปที่ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ จ่ายเรียดเข้ากลางเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สบจังหวะซัดบอลแต่ว่าผู้เล่นเจ้าถิ่นตามมาบล็อกบอลลอยข้ามคานออกหลังไป จบ 45 นาที ยูเวนตุส บุกนำอยู่ 2-1

     ม้าลายชวดเฮนาทีที่ 46 จากความผิดพลาดของ อันเดรีย คอนซิยี่ นายด่านเจ้าบ้านที่ใช้มือจับบอลหลังเพื่อนเตะคืนหลัง มิราเล็ม ปานิช เขี่ยฟรีคิกสองจังหวะริมกรอบเขตโทษ 6 หลาทางซ้ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หวดบอลติดกำแพงผู้เล่นซาสซูโอโล่ ที่กรูเข้ามาขวาง

     ซาสซูโอโล่ตีคืนสำเร็จนาทีที่ 51 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ ปั่นฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 หลาเยื้องมาด้านขวา บอลพุ่งลอดกำแพงดาวเตะยูเว่ที่ยืนเรียงรายขวางทางเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

     เจ้าถิ่นแซงนำนาทีที่ 54 ฟิลิป ยูริซิช ส่งบอลสั้นให้ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ เปิดบอลจากหน้ากรอบเขตโทษออกข้างไปทางขวา โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ โยกหนีแนวรับทีมเยือนแล้วยิงกึ่งผ่านมาหน้าปากประตูที่เสาสอง ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ ปรี่มาสไลด์ทิ่มบอลกลิ้งซุกประตูไป

     ม้าลายหวังเอาคืนนาทีที่ 60 ดานิโล่ เลี้ยงมากลางสนามไหลให้ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ รับบอลก่อนหยอดมาในเขตโทษที่ อาเดรียง ราบิโอต์ ตัวสำรองที่ลงมาโขกบอลคนเดียวไร้ตัวประกอบแต่ว่าบอลกลับออกข้างเสาไปแบบน่าเสียดาย

     ยูเว่ไล่เจ๊าทันนาทีที่ 64 โรดริโก้ เบนตันกูร์ โยนลูกเตะมุมฝั่งขวา บอลลอยเข้าเขตโทษเสาแรกและเป็น อเล็กซ์ ซานโดร ฟูลแบ็กม้าลายโถมตัวโหม่งบอลในกรอบ 6 หลา เข้าไปกองที่ก้มตาข่ายอีกเม็ด

     ทีมเยือนพลาดโอกาสนาทีที่ 78 อเล็กซ์ ซานโดร เลี้อยบอลเลาะมาทางริมสนามฝั่งซ้าย ตัดเข้าเขตโทษด้านเดียวกันเปิดย้อนเข้ามาในเขตโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรี่มาจับบอลล็อกหลอกผู้เล่นเจ้าบ้านแล้วซัดเต็มเท้า แต่ อันเดรีย คอนซิยี่ มือกาวซาสซูโอโล่ปัดออกมาได้ยอดเยี่ยม

     เจ้าบ้านเกือบนำอีกนาทีที่ 84 ฮาเหม็ด ตราโอเล่ ส่งบอลฝากไว้ที่ ฟรานเชสโก้ คาปูโต้ หน้ากรอบเขตโทษก่อนหัวหอกสำรองวิ่งมารับบอลตรงกรอบเขตโทษด้านซ้ายแล้วยิงบอลอัดแนวรับม้าลายกระดอนมาเข้าทาง เฌเรมี่ โบก้า ปั่นเล่นทางบอลหนีตัว วอยเชียค เชสนี่ แต่ยังมี อเล็กซ์ ซานโดร ถอยไปคุมเส้นย่อตัวโหม่งสกัดออกไป จบเกม ยูเวนตุส ทำได้แค่ไล่เสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 ทำให้ยังมีคะแนนเป็นจ่าฝูงนำทีมตามมาถึง 7 แต้ม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ซาสซูโอโล่ (4-2-3-1): อันเดรีย คอนซิยี่,เมิร์ต มูลดูร์,วลัด คิริเชส (มาร์ลอน น.75),เฟเดริโก้ เปลูโซ่,จอร์กอส คีเรียโคปูลอส,ฟรานเชสโก้ มานาเนลลี่ (เมห์ดี้ บูราเบีย น.67),มานูเอล โลคาเตลลี่,โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ (จาน มาร์โก แฟร์รารี่ น.86),ฟิลิป ยูริซิช (ฮาเหม็ด ตราโอเล่ น.67),เฌเรมี่ โบก้า (จานโคโม่ ราสปาโดรี่ น.86),ฟรานเชสโก้ คาปูโต้

ยูเวนตุส (4-3-3): วอยเชียค เชสนี่,ดานิโล่,มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์,จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ดานิเอเล่ รูกานี่ น.46),อเล็กซ์ ซานโดร,โรดริโก้ เบนตันกูร์,มิราเล็ม ปานิช (อาเดรียง ราบิโอต์ น.57),แบลส มาตุยดี้ (อารอน แรมซี่ย์ น.86),เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (ดั๊กลาส คอสต้า น.62),กอนซาโล่ อิกวาอิน (เปาโล ดีบาล่า น.57),คริสเตียโน่ โรนัลโด้

“มาเน่-โจนส์” โคตรฮีโร่! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ทุบ แอสตัน วิลล่า

    ลิเวอร์พูล กลับมาทำผลงานได้ดีเยี่ยมอีกครั้ง ด้วยการเปิดสนามแอนฟิลด์ ไล่ทุบ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ "หงส์แดง" ไม่แพ้ใครในบ้านกับการเล่นเกมลีกไปแล้ว 57 แมตช์ โดยชนะ 47 เสมอ 10 แมตช์ แถมยังชนะรวด 24 เกมติดต่อกันซะด้วย
    "หงส์แดง" เพิ่งจะโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดการเผาเครื่องในเกมเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ และลูกทีมของเขากลับมาเรียกศรัทธาคืนได้ทันที โดยไล่ต้อน วิลล่า โดยได้สองประตูจาก ซาดิโอ มาเน่ และ เคอร์ติส โจนส์ ทำให้ทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ

    สำหรับตอนนี้ มีความเป็นไปได้ว่า คล็อปป์ อาจจะใช้ระบบโรเตชั่นในช่วง 5 เกมที่เหลืออยู่ในซีซั่นนี้ แต่กระนั้นเขาก็ยังคงมองโอกาสในการเก็บแต้มสูงสุดเกิน 100 คะแนน เพราะตอนนี้คว้าไปแล้ว 89 แต้ม และหากชนะรวดก็จะทำลายสถิติของ แมนฯ ซิตี้ ที่ทำเอาไว้ในซีซั่น  2017/2018 ทันที

1.  มาเน่ สำคัญเสมอ
    ก่อนที่จะเกิดมาตรการล็อกดาวน์ มีการพูดกันในวงกว้างว่า นักเตะแห่งปีของสโมสร น่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม "หงส์แดง" ซึ่งว่ากันว่าควรจะได้รับรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ในฤดูกาลนี้

    แต่สำหรับนักเตะที่ดีที่สุดจากมุมมองของสาวก "เดอะ ค็อป" แน่นอนว่าพวกเขาโหวตให้กับ ซาดิโอ มาเน่ ให้รับตำแหน่งแข้งแห่งปีของพวกเขา โดย ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 มีบทบาทสำคัญมากๆ ในเกมรุกของทีม โดยเฉพาะการที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ดิว็อค โอริกี้ ขาดคุณภาพในการจบสกอร์

    ดาวเตะชาวเซเนกัล จัดการซัดประตูแรกให้กับทีม ซึ่งเป็นประตูที่ 20 ของเขาจากการเล่นทุกรายการในฤดูกาลนี้ และยังเป็นประตูที่ 50 ที่สามารถยิงได้ในถิ่นแอนฟิลด์ด้วย ที่สำคัญเขามีส่วนอย่างยิ่งในการช่วย "เดอะ เร้ดส์" คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ

    ในขณะเดียวกันการดวลกับ วิลล่า ดูเหมือน มาเน่ จะถูกโฉลกกับทีมนี้เหลือเกิน เพราะเขาซัด 6 ประตู ใน 6 เกมลีกที่ปะทะกับ "สิงห์ผงาด" โดยสถิตินี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ยังเล่นให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งเจ้าตัวสร้างสถิติซัดแฮตทริกเร็วที่สุดในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีด้วย

2. ได้เวลาใช้ระบบโรเตชั่น
    การเห็น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลงเล่นตัวจริงในเกมนี้ ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล เริ่มเป็นห่วงสภาพร่างกายของทั้งคู่ที่กรำศึกหนัก และส่งผลต่อฟอร์มการเล่นในสนาม ซึ่งเกมปะทะกับ วิลล่า ทั้งสองคนค่อนข้างจะเล่นไม่ออก และมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากอาการล้าจากการลงสนามบ่อยเกินไป

    ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่ คล็อปป์ เตรียมที่จะใช้ระบบโรเตชั่นในเกมที่จะดวลกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และ เบิร์นลี่ย์ โดยนักเตะที่เตรียมจะได้รับโอกาสก็คงหนีไม่พ้น เนโก วิลเลี่ยมส์ ซึ่งน่าจะได้ลงสนามในแมตช์พบ ไบรท์ตัน วันพุธนี้โดยจะเป็นการลงเล่นตัวจริงในลีกแมตช์แรกของเขา ขณะที่ เจมส์ มิลเนอร์ น่าจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ และลงประจำการแทน โรเบิร์ตสัน ที่จะได้พักร่างกายหลังกรำศึกมานาน

 
    ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนี้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการซัดประตูติดกล่องซึ่งเป็นการฉลองการขยายสัญญาของนักเตะไปในตัว โดยตอนนี้ ดาวเตะวัย 19 ปี ลงเล่นในเกมลีกไปแล้ว 3 แมตช์และต้องการอีก 2 เกม ก็จะทำให้เขาได้รับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งแน่นอนว่า คล็อปป์ เตรียมจะให้โอกาสนักเตะได้ลงสนามตัวจริงในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้

    สำหรับ คล็อปป์ อาจจะเลือกใช้ระบบโรเตชั่นในตำแหน่งอื่นๆ อีก เพราะตอนนี้พวกเขาไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่จะต้องใช้งานนักเตะจนร่างกายกรอบ เพราะได้แชมป์ไปแล้ว ฉะนั้นการเลือกให้โอกาสตัวสำรอง และดาวรุ่งลงเล่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเกมต่อๆ ไป

3. เบ็คเกอร์เหนียวหนึบเหลือเกิน
    อลีสซง เบ็คเกอร์ มีลุ้นที่จะรักษารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หรือ "โกลเด้น โกลฟ" ในฤดูกาลนี้ หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทัพ "หงส์แดง" มาตลอดในฤดูกาลนี้ โดยล่าสุดก็จัดการเก็บคลีนชีต ในแมตช์สอย แอสตัน วิลล่า ที่แอนฟิลด์

    ฟอร์มของ อลีสซง มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้ "เดอะ เร้ดส์" ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ โดยในแมตช์รับมือ "สิงห์ผงาด" นายทวารรูปหล่อทีมชาติบราซิล โชว์ลีลาการป้องกันประตูได้หลายต่อหลายครั้ง ทำให้ต้นสังกัดเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ

    สำหรับในฤดูกาล 2019/2020 อลีสซง ทำสถิติเก็บคลีตชีทไปแล้ว 13 แมตช์ (รวมเกมชนะ แอสตัน วิลล่า ด้วย) เท่ากับ นิค โป๊ป ผู้รักษาประตูสุดเหนียวหนึบของ เบิร์นลี่ย์ ในฤดูกาลนี้ ลองคิดดูหากเจ้าตัวไม่พลาดลงเฝ้าเสาให้ "หงส์แดง" 9 เกมลีกเนื่องจากโดนแบนและได้รับบาดเจ็บ สถิติอาจจะเจ๋งกว่านี้ก็ได้

4. โจนส์ นับวันยิ่งอนาคตสดใส
    เคอร์ติส โจนส์ ชื่อนี้สาวก "เดอะ ค็อป" ต้องจำเอาไว้ให้ดีๆ เพราะนี่คืออนาคตของ "หงส์แดง" อย่างแท้จริง โดยนักเตะเพิ่งจะอายุเพียง 19 ปี แต่มีส่วนอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของสโมสร โดยเฉพาะการลงสนามในเกมฟุตบอลถ้วยไม่ว่าจะเป็น เอฟเอ คัพ และ คาราบาว คัพ ในฤดูกาลนี้

    โจนส์ เพิ่งจะได้รับรางวัลด้วยการสลัดน้ำหมึกขยายสัญญายาวอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ และเขาก็จัดการฉลองด้วยการตะบันประตูตอกฝาโลงใส่ แอสตัน วิลล่า ในช่วงนาทีสุดท้ายของเกม ทำให้ตอนนี้เจ้าตัวส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายให้ทีมรักไปแล้ว 3 ลูกจากทุกรายการ และเป็นประตูแรกในเกมพรีเมียร์ลีก

    ดาวเตะวัย 19 ปี ถูกส่งลงมาเล่นในนาทีที่ 84 และใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีก็ใส่ชื่อบนสกอร์บอร์ดในฐานะผู้ทำประตูได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า โจนส์ เป็นความภาคภูมิใจของสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะเขามีความเป็น "สเกาเซอร์" ทั้งตัวและหัวใจตั้งแต่เยาว์วัย

    ยิ่งไปกว่านั้น โจนส์ ยังกลายเป็นแข้งลิเวอร์พูลที่อายุน้อยที่สุด (19 ปี กับ 157 วัน) ที่ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกได้ นับตั้งแต่ที่ เทนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (19 ปี กับ 80 วัน) เคยทำได้มาแล้วในแมตช์ที่นำทัพ "หงส์แดง" ปะทะ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2017

5. ลุ้นทำสถิติทะลุ 100 คะแนน
    คงจะไม่ใช่เป็นการอวยกันเกินไป หากจะบอกว่า คล็อปป์ ยังคงมองเห็นโอกาสในการนำ ลิเวอร์พูล ทำแต้มให้เกินทะลุหลัก 100 คะแนนในฤดูกาลนี้ หลังพวกเขาสามารถเก็บ 3 แต้มสำคัญในแมตช์รับมือ แอสตัน วิลล่า ทำให้ความหวังที่จะเห็นสถิติใหม่ในพรีเมียร์ลีก เริ่มกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง

    สำหรับตอนนี้เหลือเกมลีกให้ลงสนามอีกเพียง 5 แมตช์ และจากการที่ "หงส์แดง" จัดการสอย วิลล่า 2-0 ทำให้พวกเขาเก็บเพิ่มได้อีกเป็น 89 คะแนน และจากแมตช์ที่เหลืออยู่มีถึง 15 แต้มให้เก็บ ฉะนั้นหากพวกเขาสามารถสอยชัยชนะได้ทั้งหมดจะมีคะแนนเบ็ดเสร็จ 104 แต้ม ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ในการเก็บคะแนนสูงสุดในลีก

    ต้องบอกเลยว่าสถิตินี้มีความสำคัญมากๆ กับ "เดอะ เร้ดส์" เพราะเป็นเหมือนแรงกระตุ้นของ คล็อปป์ และลูกทีม ในการทำคะแนนให้ได้สูงสุด และยังเป็นการทำผลงานได้เหนือกว่า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำสำเร็จตอนคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 2017/2018 ด้วยสถิติ 100 คะแนน

 

ดาราฮอลลีวู้ดร่วมฉลองลิเวอร์พูลแชมป์พรีเมียร์ลีก

 

ซามูเอล แอล. แจ็คสัน นักแสดงชื่อก้องโลกแห่งวงการฮอลลีวู้ด และเป็นแฟนพันธุ์แท้สโมสรลิเวอร์พูล ร่วมแสดงความยินดีกับ "หงส์แดง" หลังจากที่ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/2020 อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

    ผลการแข่งขันที "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปแพ้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 1-2 ทำให้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ได้แชมป์ไปครองแบบไม่ต้องลงสนาม โดยหลังจากที่ทราบผลแล้วบรรดาสาวก "เดอะ ค็อป" ต่างออกมาร่วมฉลองด้วยการจุดพลุไฟ, เป่าแตร และร่วมเฮฮาปาร์ตี้กันตามท้องถนนตลอดทั้งคืน 

    นอกจากนี้แฟน "เดอะ เร้ดส์" ที่เป็นคนดังมากมายได้ออกมาแสดงความยินดีที่ ลิเวอร์พูล ยุติช่วงเวลา 30 ปีที่รอคอยแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศได้แล้ว โดย แจ็คสัน นักแสดงระดับแม่เหล็ก ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า "ลิเวอร์พูลลลลลลลลลลลล"

    ขณะที่ ไซม่อน ริมเมอร์ เชฟชื่อดัง และเป็นสาวก "หงส์แดง" มาตลอดทั้งชีวิต ได้ร่วมแชร์วีดิโอที่เขากำลังดื่มเบียร์เคล้าเสียงเพลง "ยู วิลล์ เนเวอร์ วอล์ก อะโลน" (You Will Never Walk Alone) และสวมเสื้อทีเชิ้ต "แชมเปี้ยนส์" และกล่าวว่า "ขอบคุณ ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ สำหรับฤดูกาลที่สุดมหัศจรรย์ และมันยังไม่จบ ลิเวอร์พูล เป็นแชมเปี้ยนส์ แล้ว"

    ตามด้วย พอล ฮอลลีวู้ด กรรมการคนดังในรายการทำอาหารยอดฮิต Bake Off  ได้แชร์ภาพของเขาที่สวมเสื้อลิเวอร์พูล พร้อมกับเสื้อแข่งที่มีลายเซ็นนักเตะติดอยู่ที่ผนังกำแพงที่อยู่ด้านหลังของเขา และข้อความระบุว่า "(รูปหัวใจ) LFC…..คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย"

    ส่วน แดเนี่ยล ลอยด์ นางแบบ และแฟนบอลลิเวอร์พูล คนงาม ร่วมแชร์ภาพหน้าปกของหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูล เอคโค่ เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จ และแคปชั่นสั้นๆ ว่า "เราทำสำเร็จแล้ว @ลิเวอร์พูลเอฟซี#แชมเปี้ยนส์#แอลเอฟซี#ลิเวอร์พูล"

น่าคิด!คล็อปป์พูดถึงโอกาสลิเวอร์พูลซิว “ซานโช”

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล พูดได้น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ พร้อมหยอด ซานโช คงจะดูดีไม่น้อยในสีเสื้อ "หงส์แดง"

     เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชื่อว่า แทบเป็นไปไม่ได้ที่ "หงส์แดง" จะได้ตัว เจดอน ซานโช ปีกดาวรุ่งคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน มาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้

     ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีข่าวอยากได้ตัว ซานโช เช่นเดียวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี ซึ่งล่าสุด คล็อปป์ ก็ยอมรับว่า ดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 20 ปี เป็นผู้เล่นที่น่าสนใจ แต่ยากมากๆ ที่จะได้เจ้าตัวมายังถิ่น แอนฟิลด์

         "เสื้อสีแดง (ของ ลิเวอร์พูล) คงจะดูดีไม่น้อย เมื่อได้อยู่บนตัวของ เจดอน ซานโช แต่ผมไม่คิดว่า การย้ายตัวแบบนี้จะเกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์นี้ เขาเป็นผู้เล่นที่น่าสนใจมาก ถ้าหากเขาได้ย้ายมา ลิเวอร์พูล จริงๆ ผมคงจะเซอร์ไพรส์สุดๆ เลยล่ะ" ยอดกุนซือชาวเยอรมันวัย 53 ปี กล่าวกับ บิลด์ สื่อชั้นนำเมืองเบียร์

     ทั้งนี้ ซานโช เพิ่งปิดฉากฤดูกาล 2019/20 อย่างเป็นทางการ โดยลงเล่นให้ "เสือเหลือง" ไปทั้งสิ้น 44 นัด ทำได้ 20 ประตู กับ 18 แอสซิสต์

บุกตลาดโลก! วอริกซ์ เซ็น ธีราทร นั่งพรีเซนเตอร์คนใหม่

วอริกซ์ดึงแบ็คซ้ายช้างศึกนั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนใหม่ก้าวสู่ตลาดโลก
บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาสัญชาติไทย เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนล่าสุด ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายทีมชาติไทย ของ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส แชมป์เจลีก 2019 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจเดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งของวาริกซ์ในฐานะสปอร์ตแบรนด์ชั้นนำของภูมิภาค ที่กำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข่งขันอยู่ในระดับโลก

โดยวอริกซ์ เป็นผู้ถือสิทธิ์การออกแบบ การผลิต และการจัดจำหน่ายชุดแข่งขันและเครื่องแต่งกายทัพช้างศึก ซึ่งเป็นแบรนด์กีฬาสัญชาติไทยที่เติบโตอย่างมากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ด้าน วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด กล่าวว่า “เป้าหมายของวาริกซ์ในปีนี้ คือเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มในระดับภูมิภาคก่อนจะขยายไปสู่ระดับโลก ผ่านกลยุทธ์สำคัญคือ ‘สปอร์ต ไลเซ่น’ ที่โฟกัสกีฬามหาชนของคนทั่วโลกอย่างฟุตบอล ทั้งฟุตบอลระดับทีมชาติและระดับสโมสร ซึ่งในปัจจุบันหากนับเฉพาะกีฬาฟุตบอล วอริกซ์คือแบรนด์ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดในอาเซียน"
"ทั้งนี้ อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่วอริกซ์เร่งเครื่องมากขึ้นในปีนี้คือ การใช้ ‘ไอดอล มาร์เก็ตติ้ง’ (Idol Marketing) มาช่วยสร้างการรับรู้ และช่วยเสริมความแข็งแกร่งในเชิงของภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์วอริกซ์ ทั้งในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และขยายต่อไปในระดับโลก โดยวาริกซ์ให้ความสนใจไอดอลจากกีฬาประเภทอื่น หรือวงการอื่นๆ ด้วย สอดคล้องตามวิสัยทัศน์ของวอริกซ์ ที่ต้องการเติบโตด้วย Sport License และ Lifestyle”

“ความร่วมมือระหว่างวอริกซ์ กับ ‘อุ้ม ธีราทร บุญมาทัน’ มีภารกิจหลัก คือการร่วม โปรโมทแบรนด์วอริกซ์ ซึ่งสาเหตุที่เลือก ‘อุ้ม ธีราทร’ นั้น แน่นอนว่าเป็นเพราะ ‘อุ้ม ธีราทร’ เป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศไทย เป็นนักเตะที่มีความสามารถสูงมาก เป็นคนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ มีวินัยทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต และเป็นไอดอลของเยาวชนจำนวนมาก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘อุ้ม’ เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่เป็นภาพของคนไทยที่ออกไปต่อสู้อยู่บนเวทีระดับโลก สอดคล้องกับความเป็นวอริกซ์ ซึ่งเป็นแบรนด์ไทย ที่ออกไปแข่งขันอยู่ในระดับโลกเช่นเดียวกัน”

นายวิศัลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การทำธุรกิจของวอริกซ์ในช่วงที่ผ่านมาของปีนี้ เราปรับตัวได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กับการรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ได้กลายเป็นวิกฤตใหญ่ไปทั่วโลก เป็นทั้งวิกฤตสาธารณสุขและวิกฤตเศรษฐกิจ ที่บังคับให้คนทั้งโลกต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ฟุตบอลทั้งระดับสโมสรและทีมชาติก็หยุดการแข่งขันไปหลายเดือน โดยเมื่อช่องทางการขายหน้าร้าน ต้องปิดในช่วงการ Lock Down วอริกซ์ได้ปรับไปมุ่งเน้นทำการตลาดและการขายผ่านช่องทางออนไลน์"

"วอริกซ์มีแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีความพร้อมและมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว เราจึงทุ่มไปที่ออนไลน์ และอัดโปรโมชั่นเพิ่มเติมเข้าไป โดยนอกจากเพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้าแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าและประชาชนทั่วไปที่อยากเป็นเจ้าของเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย ลิขสิทธิ์แท้ และสินค้าคุณภาพดีอื่นๆ ของวอริกซ์ สามารถซื้อสินค้าวอริกซ์ไปครอบครองได้ ในราคาที่จับต้องได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งในภาพรวมช่วงที่ผ่านมา ถือว่าวอริกซ์ทำได้ดีพอสมควร เรามีลูกค้าซื้อสินค้าเรามากกว่า 20,000 คน ต่อเดือน”
ขณะที่ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายตัวเก่งของทีมชาติไทย และเป็นนักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์เจลีคได้ ได้กล่าวถึงความร่วมมือกับวอริกซ์ ว่า “รู้สึกดีใจที่จะได้ร่วมงานกับวอริกซ์ เพราะรู้จักและชื่นชมวอริกซ์อยู่แล้ว อย่างชุดแข่งขันของทีมชาติไทยของวอริกซ์ เราใช้จริง รู้สึกว่าคุณภาพชุดของวอริกซ์คือก้าวไปไกลมาก"

"ถือเป็นเรื่องดี เพราะทำให้นักฟุตบอลทีมชาติไทยได้ใส่ชุดที่คุณภาพดี ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตต่างๆ เทียบเท่าแบรนด์ดังๆ ระดับโลก นอกจากนั้นก็ชื่นชมวอริกซ์ ในฐานะที่เป็นแบรนด์ไทย ที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในหลายๆ ประเทศ”

สำหรับ ธีราทร บุญมาทัน มีผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2019 โดยเป็นนักเตะไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถคว้าแชมป์เจลีกกับ โยโกฮามา เอฟ มารินอส ก่อนที่ฤดูกาลนี้ช่วยต้นสังกัดลงสนามเป็นตัวจริงไปแล้ว 2 เกม

รู้จักกับ จู๊ด เบลล์ ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ที่เซ็นสัญญาอาชีพกับ เชลซี

นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีในระดับหนึ่งสำหรับวงการฟุตบอลไทย หลังจากที่ จู๊ด เบลล์ ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 16 ปี ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับ เชลซี อย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีการชูเสื้อโชว์ไปแล้วด้วย

    ในอนาคตนั้น เบลล์ สามารถเลือกได้ว่าจะเล่นให้ทีมชาติไทยหรือทีมชาติอังกฤษ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ต้องรอดูกันอีกที แต่วันนี้เรามีประวัติและผลงานคร่าวๆ เกี่ยวกับเจ้าหนูรายนี้มาให้ทุกท่านได้อ่านกัน ลองไปดูกันเลยดีกว่า

    – ชีวิตในอะคาเดมี่ เชลซี
    เบลล์ เริ่มต้นเส้นทางในอะคาเดมี่ของ เชลซี ด้วยการเล่นให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี หลังย้ายมาจากอะคาเดมี่ของ สวินดอน ทาวน์ โดยตอนแรกเขารับบทบาทเป็นกองกลาง แต่แล้วสตาฟฟ์โค้ชของ เชลซี ก็มองเห็นว่าเขามีศักยภาพที่จะเล่นเป็นกองหน้าได้ และให้เขารับบทบาทนั้นกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีในฤดูกาลก่อน

 

    ในตำแหน่งกองหน้านี่เองที่วัยรุ่นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจจนถึงขั้นถูกเรียกให้ติดทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี จนในที่สุดเขาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรมด้านการพัฒนาเยาวชนของ เชลซี อย่างเต็มรูปแบบ

    – เกมเด่นกับทีมเยาวชนเชลซี
    ย้อนกลับไปเมื่อปี 2018 เบลล์ เป็นหนึ่งในขุนพล เชลซี รุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี ชุดที่ไปลงเล่นทัวร์นาเมนต์ชิงแชมป์ระดับเยาวชนชื่อ ไอซีซี ฟิวเจอร์ส แชมเปี้ยนชิพ ที่รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา และในรายการนั้นทีมเยาวชนของ เชลซี ก็ไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ด้วย โดยคู่แข่งในวันนั้นคือ บาเยิร์น มิวนิค

    ในทัวร์นาเมนต์นั้นทีมเด็กของ บาเยิร์น แข็งแกร่งมากๆ จนถึงขนาดที่ไม่เสียประตูเลยก่อนที่จะมาถึงรอบชิงชนะเลิศ และในนัดชิงดำ บาเยิร์น ก็ขึ้นนำไปก่อนด้วย แต่สุดท้าย เชลซี ก็ตีเสมอได้ ซึ่ง เบลล์ มีส่วนร่วมกับประตูที่ว่า เพราะเขาเป็นคนครอสบอลให้ ชาร์ลส์ เว็บเบอร์ โหม่งทำประตูนั่นเอง น่าเสียดายที่สุดท้ยแล้ววันนั้นทีมเยาวชนของ เชลซี แพ้ไป 1-3

    ถึงกระนั้น ในปีต่อมา เบลล์ ก็ลบล้างความผิดหวังนั้นได้ เพียงแต่หนนี้เป็นกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และเป็นรายการ พรีเมียร์ลีก ยู-16 คัพ โดยวันนั้นเขาได้ลงเล่นเป็นตัวสำรอง และเป็นคนทำประตูปิดท้ายให้ เชลซี เอาชนะ อาร์เซน่อล ไปแบบขาดลอย 5-2

    – เกมเด่นกับทีมชาติอังกฤษ
    อย่างที่บอกไปว่า เบลล์ ได้เล่นให้ทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ซึ่งเจ้าหนูลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ก็มีเกมที่น่าประทับใจหลายนัด โดยหนึ่งในนั้นคือเกมกับ สเปน ในรายการ ยูฟ่า เดเวลอปเมนท์ ทัวร์นาเมนต์ หรือทัวร์นาเมนต์ระดับเยาวชนของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพราะวันนั้น อังกฤษ ชนะไป 3-1 และ เบลล์ ก็เป็นคนเหมาทั้ง 3 ประตู

 

    นอกจากนึ้ หากย้อนไปในเกมกับ เดนมาร์ก เมื่อราว 5 วันก่อนหน้านั้นแล้วล่ะก็ เขาก็ทำได้ 2 ประตู จนช่วยให้ อังกฤษ เอาชนะไป 4-0 ด้วย ซึ่งผลงาน 5 ประตูจากการลงเล่น 2 เกมในรายการนั้นของเขาก็ช่วยทำให้ทีมวัยรุ่นของ อังกฤษ ได้แชมป์ไปเชยชม

เสือใต้ขอโทษเรือใบหลังภาพซาเน่หลุด

บาเยิร์น มิวนิค ต้องออกโรงขอโทษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจากมีภาพ ลีรอย ซาเน่ เซ็นสัญญา ทั้งที่ทั้งสองสโมสรยังไม่ได้ตกลงในการประกาศอย่างเป็นทางการ

 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมามีภาพของ ซาเน่ ที่เซ็นสัญญา, ชูเสื้อ และถ่ายรูปร่วมกับผู้บริหารของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งแฟนบอลและโซเชียล มีเดีย ต่างนำไปเผยแพร่อย่างแพร่หลาย

  อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการตกลงซื้อขายแนวรุกทีมชาติเยอรมันยังไม่มีกำหนดการที่จะประกาศผ่าน โซเชียล มีเดีย ของทั้งสองสโมสร รวมไปถึงเว็บไซต์ต่างๆ แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมากลับมีภาพหลุดออกไป ซึ่งมีรายงานว่าแหล่งที่มานั้นหลุดมาจากเว็บสโมสรเสือใต้ในฉบับภาษาอาราบิก

 ล่าสุดมีรายงานจากทาง สกาย สปอร์ตส์ เผยว่า เสือใต้ ต้องโร่ขอโทษ เรือใบสีฟ้า ที่ทำภาพหลุดออกมาก่อนที่ทั้งสองสโมสรจะตกลงขั้นสุดท้าย ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคจากฝั่งแชมป์บุนเดสลีกา

 โดยทาง ซิตี้ เพิ่งลงสนามในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขาเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 4-0

ผียิ้มหวาน! ยาโมเลนโก้ซัดชัย-เวสต์แฮมฮึดหนีตายแซงดับเชลซี

อังเดร ยาโมเลนโก้ กลายเป็นฮีโร่ซูเปอร์ซับให้ "ขุนค้อน" หลังซัดประตูชัยในนาทีที่ 89 พาทีมแซงเอาชนะ เชลซี 3-2 คว้าสามแต้มล้ำค่าหนีโซนตกชั้นขึ้นมาอยู่อันดับ 16 มี 33 คะแนน ส่วน "สิงห์บลูส์" ชวดโอกาสแซง เลสเตอร์ ขึ้นอันดับ 3 แม้จะรั้งอันดับ 4 แต่โดน "ปีศาจแดง" ไล่จี้มาเหลือแค่สองคะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 32 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : ลอนดอน สเตเดี้ยม

    "สิงห์บลูส์" เชลซี ลงเล่นเกมที่ 32 ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งหากแมตช์นี้ทำศึก "ลอนดอนดาร์บี้" บุกไปเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด หากลูกทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด คว้าสามแต้มได้จะแซง เลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ทันที หลังทัพ "จิ้งจอก" ที่แข่งไปก่อนหน้านี้บุกไปพ่าย เอฟเวอร์ตัน 1-2

    เกมนี้เจ้าบ้าน "ขุนค้อน" วาง มิคาอิล อันโตนิโอ เป็นหน้าเป้ามี มานูเอล ลันซินี่ และ ปาโบล ฟอร์นัลส์ ปั้นเกม ส่วนทีมเยือน เชลซี ที่ใช้ผู้สนับสนุนคาดหน้าอกเสื้อใหม่ วางสามประสานแนวรุกเป็น วิลเลี่ยน, แทมมี่ อบราฮัม และคริสเตียน พูลิซิช

    เปิดฉากมาได้แค่ 5 นาทีแรก "สิงห์บลูส์" ทักทายก่อนเลยหลัง แทมมี่ อบราฮัม จ่ายให้ มาร์กอส อลอนโซ่ อัดด้วยซ้ายแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ลูคัส ฟาเบียนสกี้

    ยังเป็นทีมเยือนที่ครองบอลได้เหนือกว่า นาทีที่ 10 ได้โอกาสลุ้นขึ้นนำอีกหลัง วิลเลี่ยน กระชากบอลหนี โทมัส ซูเช็ก ปั่นด้วยขวาไปเข้าตัว ฟาเบียนสกี้

    "ขุนค้อน" ตอบโต้บ้าง นาที 13 แนวรับเชลซีออกบอลพลาดก่อนบอลจะมาถึง เดแคลน ไรซ์ จ่ายต่อให้ มิคาอิล อันโตนิโอ กระชากบอลแหวกเบียดกับ รือดิเกอร์ เข้าไปซัดหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย

    นาที 19 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ แทงบอลต่อให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ตะบันด้วยขวาเต็มแรงนอกกรอบ แต่บอลยังพุ่งไปตรงตัว ฟาเบียนสกี้ อีกนาทีถัดมา คริสเตียน พูลิซิช ลองยิงด้วยขวาบ้างแต่บอลกดไม่ลงเหินคานออกไป

    นาที 34 จาร์ร็อด โบเว่น เปิดเตะมุมไปเสาแรกโดน มาเตโอ โควาซิช สกัดไม่ดีกลายเป็นชงไปเสาไกลบอลตกพื้นก่อนที่ โทมัส ซูเช็ก จะส่งบอลข้ามตัว มิคาอิล อันโตนิโอ เข้าประตูไป ทว่าผู้ตัดสินได้รับสัญญาณจาก VAR ก่อนเป่าไม่ให้ "ขุนค้อน" ได้ประตูเนื่องจาก มิคาอิล อันโตนิโอ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าก่อน

    จากนั้น นาที 41 กลายเป็นเจ้าถิ่นต้องมาเสียจุดโทษ หลัง อิสซ่า ดิย็อป ไปขวางการเล่นของ คริสเตียน พูลิซิช ล้มลงในเขตโทษ มาร์ติน แอตกินสัน ชี้เป็นจุดโทษทันที และเป็น วิลเลี่ยน ที่ยิงเข้าไปไม่พลาด ให้ เชลซี บุกมานำ เวสต์แฮม 1-0

    ทว่า "ขุนค้อน" ไม่ยอมง่ายๆ ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 สำเร็จ จากจังหวะเตะมุมทางฝั่งขวา จาร์ร็อด โบเว่น เปิดมาเสาไกลให้ โทมัส ซูเซ็ค ขึ้นเบียด เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ก่อนเทกตัวโขกบอลข้ามเส้นซุกตาข่ายไป

    จบครึ่งแรก เวสต์แฮม เสมอกับ เชลซี 1-1

    กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง แค่นาทีที่ 51 เวสต์แฮม มาแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ต่อบอลขึ้นเกมมาอย่างสวย เดแคลน ไรซ์ จ่ายเข้าไปในกรอบให้  มิคาอิล อันโตนิโอ พลิกบอลจะยิงแต่โดน อันโตนิโอ รือดิเกอร์ เหนี่ยวล้มลงผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร บอลได้เปรียบไปถึง จาร์ร็อด โบเว่น ปาดเลียดมาให้ อันโตนิโอ ที่วิ่งมายิงด้วยขวาส่งบอลเข้าก้นตาข่าย

    นาที 58 "ขุนค้อน" ได้ลุ้นเม็ดที่สาม จากจังหวะสวนกลับเร็ว จาร์ร็อด โบเว่น แทงบอลขึ้นหน้าให้ มานูเอล ลันซินี่ เลี้ยงเข้ากรอบก่อนจะปั่นด้วยขวาเหินคานไปแบบได้เสียว

    ลูกทีมของ แลมพาร์ด โหมบุกอย่างหนัก นาที 56 ได้ลุ้นจากฟรีคิกทางด้านขวา เมสัน เมาน์ท ที่เพิ่งลงมาเปิดเข้าไปในกรอบให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ตัวสำรองเช่นกันโขกแต่บอลลอยโด่งไปเข้ามือ ฟาเบียนสกี้

    กระนั้น นาที 72 เชลซี มาตามตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ จากจังหวะฟรีคิกกว่า 25 หลาหน้ากรอบ วิลเลี่ยน วิ่งมาปั่นข้ามกำแพง บอลโค้งเบียดเสาไกลเข้าไปอย่างเฉียบขาด

    อีกสองนาทีถัดมา คริสเตียน พูลิซิช เกือบพาสิงห์แซงขึ้นนำหลังรับลูกของ มาร์กอส อลอนโซ่ ก่อนจะซัดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งเลียดถากเสาแรกอย่างน่าเสียดาย

    นาที 80 เจ้าบ้านตอบโต้มาอีกที คราวนี้เกือบได้ลุ้นอีกหลัง แจ็ค วิลเชียร์ แทงบอลลอดขาไปแฉลบรือดิเกอร์ก่อนมาเข้าทาง มิคาอิล อันโตนิโอ หลุดเข้าไปซัดติดตัว ฟาเบียนสกี้ ก่อนบอลจังหวะสุดท้ายจะมาชนตัว อันโตนิโอ ออกหลังไปเอง

    เกมทำท่าจะจบด้วยการแบ่งแต้ม แต่จังหวะสวนกลับของเจ้าถิ่น  มิคาอิล อันโตนิโอ ออกบอลให้ อังเดร ยาโมเลนโก้ หลุดเดี่ยวเข้าไปก่อนจะกระชากหนี อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ซัดผ่านมือเกป้าเสียบมุมอย่างเฉียบขาดให้ทีมแซงขึ้นนำ 3-2

    จบเกม เวสต์แฮม งัดฟอร์ดเด็ดเอาชนะ เชลซี 3-2 เก็บสามแต้มสำคัญ เพิ่มโอกาสรอดตายมากขึ้น ส่วน เชลซี ชวดขึ้นที่ 3 ยังรั้งอันดับ 4 มี 54 คะแนนตามหลัง เลสเตอร์ หนึ่งแต้ม และมากกว่าอันดับ 5 แมนฯยูฯ 2 คะแนนเท่านั้น

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

     เวสต์แฮม (4-2-3-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – ไรอัน เฟรเดอริกส์, อิสซ่า ดิย็อป, แองเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์ – โทมัส ซูเซ็ค, เดแคลน ไรซ์ – จาร์ร็อด โบเว่น, มานูเอล ลันซินี่, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิคาอิล อันโตนิโอ

        เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตียนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – มาเตโอ โควาซิช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, รอสส์ บาร์คลี่ย์ – วิลเลี่ยน, แทมมี่ อบราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช

    ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

หนุ่มแซมบ้าหน้าเหมือน “โรนัลโด้” ได้ข้อเสนอเล่นหนังโป๊

เปาโล โรแบร์โต้ นางแบบเลือดแซมบ้า เปิดใจตนเคยได้รับข้อเสนอก้อนโตให้รับบทบาทเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในหนังสงครามใต้สะดือ เนื่องจากมีใบหน้าคล้ายกับ "ซีอาร์ 7" โดยงานนี้เจ้าตัวขอเซย์โน เพราะไม่อยากมีเซ็กซ์ต่อหน้ากล้อง

    เปาโล โรแบร์โต้ หนุ่มหล่อชาวบราซิเลียน ได้รับข้อเสนอก้อนโตให้รับบทบาทในหนังผู้ใหญ่เนื่องจากมีใบหน้าละม้ายคล้ายกับ คริสเตียโน่ โรนับโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังเลือดโปรตุกีส "ม้าลาย" ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

    หนุ่มหน้ามนวัย 23 ปี เกิดมามีบุญเมื่อใบหน้าของเขาดันคล้ายกับ อดีตสตาร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นคนดังใน อินสตาแกรม สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยม และมีแฟนคลับเข้ามากดติดตามมากกว่า 41,000 ฟอลโลว์

     โรแบร์โต้ ซึ่งมีอาชีพเป็นนายแบบ และมักจะชอบโพสต์ภาพถอดเสื้อโชว์กล้ามยั่วน้ำลายสาวน้อยสาวใหญ่รวมไปถึงบรรดาเก้งกวาง เผยว่าด้วยใบหน้าหล่อเหลาทำให้ตนได้รับข้อเสนอเล่นหนังโป๊โดยรับบทเป็น กองหน้าซูเปอร์สตาร์ลูกสี่ วัย 35 ปี

        อย่างไรก็ตาม โรแบร์โต้ ซึ่งไม่ได้สนใจวงการลูกหนัง ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว "ผมไม่อยากเข้าไปมีส่วนร่วมกับเรื่องพวกนี้ ผมนึกภาพตัวเองไม่ออกเลยตอนที่อยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยกล้องซึ่งถ่ายผมขณะกำลังมีเซ็กซ์ ผมทำใจไม่ได้จริงๆ ผมไม่ได้กลัวสิ่งที่ผู้คนคิด แต่ผมอยากมีเซ็กซ์อยู่ในห้องโดยที่ไม่มีใครมาบันทึกภาพ"