แฟนปารีสเสียว! เนย์มาร์อาจชวดนัดชิงชปล.

เนย์มาร์ หัวหอกเลือดแซมบ้าของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อาจจะพลาดลงสนามช่วยต้นสังกัดนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก เนื่องจากดันทะลึ่งฝ่าฝืนมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะ หลังจบเกมที่ถล่ม ไลป์ซิก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

     เนย์มาร์ กองหน้าพรสวรรค์ชาวบราซิเลียนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส มีสิทธิ์อาจจะโดนแบนจากการลงเล่นในเกมนัดชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลนี้ หลังจากทำเรื่องผิดกฎสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า)

    หัวหอกทีมชาติบราซิล ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในแมตช์ที่ "เปแอสเช" ไล่ต้อน แอร์เบ ไลป์ซิก 3-0 ในเกมรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันอังคารที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่หลังจบเกมดันเกิดประเด็นดราม่า เมื่อ เนย์มาร์ แหกกฎยูฟ่า ด้วยการแลกเสื้อกับ มาร์เซล ฮัลสเท่นแบร์ก

    ตามระเบียบการในการกลับมาแข่งขันกันต่อหลังเกิดเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบุว่าไม่อนุญาตให้นักเตะทำการแลกเสื้อแข่ง และหากไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานที่ได้กำหนดอาจจะนำไปสู่การพิจารณาเกี่ยวกับมาตรการด้านระเบียบวินัยของยูฟ่า

 

    สอดคล้องกับรายงานที่อ้างเอาไว้ก่อนที่เกมฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรปจะกลับมาแข่งขันกันต่อหลังต้องล็อกดาวน์จากเชื้อไวรัสมรณะว่าการแลกเสื้อระหว่างนักเตะในช่วงที่มีการจัดแข่งแบบมินิทัวร์นาเมนต์ ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส มีผลทำให้ผู้เล่นต้องทำการกักตัว 12 วัน อย่างไรก็ตาม ยูฟ่า ไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับระเบียบการนี้อย่างเป็นทางการ 

    ทั้งนี้เกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ซึ่งจะมีขึ้นในอีก 5 วัน ฉะนั้นหาก ยูฟ่า มีบทลงโทษในกรณีนี้ และนักเตะต้องเข้ารับการกักตัว จะทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงสนามช่วยทัพ "เปแอสเช" ในการชิงถ้วยใบโตยุโรปครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร

ปล่อยของ!เบลลิงแฮมโชว์แจ่มประเดิมดอร์ทมุนด์

จู้ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์ ดอร์ทมุนด์ ประเดิมการเล่นเกมอุ่นเกือกกับทีมด้วยการทำได้ 1 แอสซิสต์ในเกมอุ่นเกือกที่ถล่ม ไรน์ดอร์ฟ อัลทาช แถมยังช่วยให้ทีมได้ลูกแรกด้วย
    จู้ด เบลลิงแฮม กองกลางคนใหม่ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ทำได้ 1 แอสซิสต์ ตั้งแต่การลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดแรกกับทีมในนัดที่ชนะ ไรน์ดอร์ฟ อัลทาช ทีมจากออสเตรีย 6-0 เมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    ในฤดูกาล 2019-20 เบลลิงแฮม เพิ่งได้ขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ทีมในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ เป็นซีซั่นแรก แต่เขาก็ทำผลงานได้น่าประทับใจจนกลายเป็นกำลังหลักของทีมทันที และทำให้เจ้าตัวตกเป็นข่าวกับหลายทีม โดยเฉพาะ ดอร์ทมุนด์ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีข่าวกับเขามากที่สุด ก่อนจะเป็น "เสือเหลือง" ที่ได้แข้งวัย 17 ปีมาครอง

GOAL! 3-0!
@ErlingHaaland
@BellinghamJude / @ManuelPherai#ALTBVB pic.twitter.com/cEynVtGOXb

— Borussen (@BorussenEdits) August 12, 2020
    ทั้งนี้ เกมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเป็นการลงเล่นช่วงปรี-ซีซั่นนัดแรกของ ดอร์ทมุนด์ โดยที่ เบลลิงแฮม ได้เป็นตัวจริงทันที ซึ่งในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก อิมมานูเอล เฟราย ดาวเตะชาวดัตช์ของ ดอร์ทมุนด์ มีจังหวะเปิดยัดเข้ามาตรงกลาง และ เบลลิงแฮม ก็ตอกส้นบอลไปให้ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ดาวยิงชาวนอร์เวย์จะยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาดจนทำให้ ดอร์ทมุนด์ นำห่างเป็น 3-0

    ที่จริงก่อนหน้าจังหวะดังกล่าว เบลลิงแฮม ก็มีส่วนช่วยให้ทีมได้ประตูแรกในนาทีที่ 14 เช่นกัน หลังจากตัดบอลได้ในแดนของคู่แข่ง ก่อนที่จะผ่านบอลไปให้ ฮาแลนด์ แล้วจากนั้นดาวเตะทีมชาตินอร์เวย์ก็ส่งต่อไปให้ โจวานนี่ เรย์น่า ทำประตู

14 minutes into his Dortmund debut and Bellingham has already got a pre assist. Great interception
pic.twitter.com/XGHK5rceF1

— Tom (@T_Owen1875) August 12, 2020
    หลังจบเกมไปแล้วนั้น เบลลิงแฮม ก็ชมเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยทำให้ตนเล่นได้ง่าย "ผมรู้สึกสนุกกับทุกนาทีที่ได้อยู่ในสนาม มันเป็นเรื่องดีที่ได้ทำความคุ้นเคยกับคนในทีม และได้ลงเล่นในสีเสื้อดำ-เหลืองสักที ผมดีใจมากๆ เราทำประตูได้หลายลูก, ได้เล่นกันแบบสนุก ผมเพลิดเพลินกับมันมากๆ ผมมั่นใจในความสามารถของตัวเอง แต่คนในทีมก็ทำให้ผมเล่นได้ง่ายขึ้นเหมือนกัน พวกเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมหลายครั้ง และโดยรวมแล้วเราก็เล่นได้ดีแม้ว่ามันจะเป็นการลงเล่นนัดแรกของเราก็ตาม ผมดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้"

รู้จัก “มาดามแพรว” ประธานสโมสรลูกหนังคนงามแห่งร้อยเอ็ด

เปิดภาพชุดสุดแซ่บของ "มาดามแพรว" เกษตรสุข ศุขหงษ์ทอง ประธานสโมสรสาวคนใหม่ของ ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด

สร้างความฮือฮาไม่น้อยเลยทีเดียวเมื่อสโมสร ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด เปิดตัวประธานสโมสรคนสวยอย่าง "มาดามแพรว" เกษตรสุข ศุขหงษ์ทอง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่า เธอจะมาช่วยฟื้นฟูทีม "กระรอกขาว" ให้กลับมาสู่เส้นทางอาชีพได้อีกครั้ง อย่างที่เคยทำประสบความสำเร็จมาแล้วที่จังหวัดนครพนม

สำหรับ "มาดามแพรว" เป็นคนร้อยเอ็ดโดยกำเนิด จากอดีตสาวแบงค์ กลายเป็นผู้นำพาบริษัทในเครือ พีบี อินฟินิตี้  จำกัด โรงงานผลิตและสกรีนเสื้อคุณภาพ ให้เติบโตและประสบความสำเร็จจนมีกว่า 10 สาขา ทั่วประเทศ ด้วยยอดขายทะลุ 100 ล้านเพียงเวลาไม่ถึง 2 ปี

ด้านประสบการณ์ในการบริหารทีมนั้น "มาดามแพรว" คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ทำทีมฟุตซอลและฟุตบอลอะคาเดมี่ร่วมกับคู่ชีวิต อาวุธ เอฟวา  ผู้จัดการสโมสรฟุตบอล ROIET PB UNITED มาเป็นเวลาหลายปี ทำให้รู้จักนักเตะและวิธีการบริหารสโมสรเป็นอย่างดี

 

พี่เสือ155ตุง!เปิดสถิติน่าสนใจหลังเกมบาเยิร์นขยี้บาร์เซโลน่าแบบไม่ไว้หน้า

ถือเป็นเกมที่ชวนขนลุกยามค่ำคืนอย่างแท้จริง หลังจากที่ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ระเบิดฟอร์มสุดโหด ไล่กระซวก บาร์เซโลน่า ยับเยินด้วยสกอร์ 8-2 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งแน่นอนว่า หลังเกมนี้มีเรื่องให้พูดถึงมากมาย รวมถึงเรื่องสถิติที่น่าสนใจด้วย แต่จะมีสถิติอะไรบ้างนั้น เรามาดูกัน

บาเยิร์น มิวนิค
 – 155 : จำนวนประตูรวมทุกรายการของ บาเยิร์น ในฤดูกาลนี้ จากการลงเล่น 50 นัด (บุนเดสลีกา 100, เดเอฟเบ โพคาล 16 และ แชมเปี้ยนส์ ลีก 39) ซึ่งเฉลี่ยตกเกมละ 3.1 ประตู!!! ขณะที่ฤดูกาล 2012/13 ที่คว้าทริปเปิ้ลแชมป์นั้น พวกเขาทำได้ 151 ประตู จาก 54 เกม
 – 8 : เป็นครั้งแรกสำหรับ บาเยิร์น ที่้ทำได้ถึง 8 ประตูในเกมเดียวถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก
 – 8 : นอกจากนี้ บาเยิร์น ยังถือเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำได้ถึง 8 ประตูในเกมรอบน็อกเอาต์ แชมเปี้ยนส์ ลีก
 – 26 : การคุมทีมลงเตะ 6 เกมแรกในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค นั้น เจ้าตัวพา บาเยิร์น ทำได้ถึง 26 ประตู ซึ่งมากกว่ากุนซือคนอื่นๆ อย่างน้อย 5 ประตู สำหรับบรรดาโค้ชที่ทำทีมลงเตะถ้วย "บิ๊กเอียร์" 6 นัดแรก 

 – 9 : 3 เกมหลังสุดในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มีส่วนร่วมกับประตูถึง 9 ลูก (ยิง 4, แอสซิสต์ 5)
 – 9 : บาเยิร์น คว้าชัยรวดทั้ง 9 เกมในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ แถมยิงได้ถึง 39 ตุง และเสียแค่ 8 ลูก
 – 54 : ฤดูกาลนี้ เลวานดอฟสกี้ กระทุ้งไปแล้ว 54 ประตู จาก 45 เกมรวมทุกรายการ
 – 50 : จำนวนประตูในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เจ้าตัวยิงได้ในสีเสื้อของ "เสือใต้" ซึ่งมาจากการลงเล่นเพียงแค่ 60 นัด
 – 1 : เลวานดอฟสกี้ เป็นแข้ง "เสือใต้" คนแรก ที่ทำประตูในเกมถ้วยยุโรป 8 นัดติด โดยสถิติสูงสุดเดิมคือ 7 เกมติดที่ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ทำเอาไว้ตอนเล่นในถ้วย ยูฟ่า คัพ เมื่อฤดูกาล 1995/96
 – 113 : โธมัส มุลเลอร์ กลายเป็นนักเตะชาวเยอรมัน ที่ลงเล่นเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก มากสุดในประวัติศาสตร์ โดยแซงหน้า ฟิลิปป์ ลาห์ม ที่ลงเล่น 112 นัด
 – 20 : เกมนี้ บาเยิร์น มีการผ่านบอลแบบสร้างโอกาสจบสกอร์ได้ถึง 20 ครั้ง ขณะที่ บาร์ซา ทำได้แค่ 5 หน
 – 7 : นอกจากทำได้ 1 ประตูแล้ว เกมนี้ โยชัว คิมมิช แบ็กขวาตัวเก่ง ยังสร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นจบสกอร์ได้ถึง 7 ครั้ง ซึ่งมากสุดในสนาม
 – 3 : การเข้ารอบของ บาเยิร์น ทำให้กลายเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่มีกุนซือจากชาติเดียวกันถึง 3 รายในรอบตัดเชือก ซึ่งประกอบไปด้วย ฮันซี่ ฟลิค (บาเยิร์น), โธมัส ทูเคิ่ล (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) และ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ (แอร์เบ ไลป์ซิก) ที่เป็นชาวเยอรมันล้วนๆ 

 

 

 บาร์เซโลน่า
 – 0 : การตกรอบของ บาร์ซ่า ครั้งนี้ ทำให้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2006/07 ที่ไม่หลงเหลือสโมสรจากสเปนในรอบ 4 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก
 – 1 : ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2004/05 ที่เราจะไม่ได้เห็น ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก

 – 6 : การปราชัยด้วยสกอร์ 2-8 ทำให้ บาร์เซโลน่า แพ้คู่แข่งด้วยช่องว่าง 6 ประตู เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่เคยแพ้ เอสปันญ่อล ในเกมลีกเมื่อเดือนเมษายน ปี 1951
 – 8 : เป็นครั้งแรกที่ บาร์เซโลน่า เสียถึง 8 ประตูในเกมเดียว นับตั้งแต่ปี 1946 ที่เคยแพ้ เซบีย่า 0-8 ในเกม โกปา เดล เรย์ รอบ 16 ทีมสุดท้าย
 – 13 : นับเป็นหนแรกในรอบ 13 ปีที่ บาร์เซโลน่า จบซีซั่นแบบมือเปล่า หรือนับตั้งแต่ฤดูกาล 2006/07
 – 1,952 : ประตูที่ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงให้ บาร์เซโลน่า ไล่ขึ้นมาเป็น 2-4 ถือเป็นการทำประตูเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกสังเวียนแข้ง คัมป์ นู หนแรกของเจ้าตัว นับตั้งแต่ที่บุกไปยิงใส่ อาแอส โรม่า (สนาม สตาดิโอ โอลิมปิโก) เมื่อเดือนกันยายนปี 2015 ซึ่งนับจากเกมดังกล่าวจนถึงประตูที่ยิงใส่ บาเยิร์น เกมนี้ เจ้าตัวใช้เวลาในสนามถึง 1,952 นาที และมีโอกาสยิงที่ไม่เป็นประตูถึง 69 ครั้ง

เผยแมนยูประเคนค่าเหนื่อยให้ซานโช่เท่าไหร่

แมนฯ ยูไนเต็ด จริงจังกับภารกิจล่าตัว เจดอน ซานโช่ จนถึงขั้นยอมให้ค่าเหนื่อยเขา 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และเจ้าตัวก็จะได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ด้วย ตามรายงานของ สื่อของอังกฤษ
     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะให้ค่าเหนื่อย เจดอน ซานโช่ ปีกดาวดังของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นเงินจำนวนสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.80 ล้านบาท)

    กระแสข่าวระหว่าง ซานโช่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด รุนแรงขึ้นในพักหลังจนตอนนี้ดูมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่อดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะมาซบ "ปีศาจแดง" โดยก่อนหน้านี้ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาที่มีความน่าเชื่อถือสูงเปิดเผยว่าแข้งวัย 20 ปีใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แล้ว พร้อมบอกว่าจะมีการเซ็นสัญญากัน 5 ปี แต่ไม่มีการชี้แจงเรื่องค่าเหนื่อย

    ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจำนวนเงินดังกล่าวเป็นเฉพาะค่าเหนื่อยในเบื้องต้น หรือนับรวมค่าโบนัสอื่นๆ ตามผลงานที่ ซานโช่ จะทำได้เข้าไปด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเขาได้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์จริงๆ มันก็จะทำให้เขาเป็นคนที่ได้ค่าเหนื่อยสูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด หากไม่นับรวม อเล็กซิส ซานเชซ ที่โดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ มิลาน โดยคนที่จะได้ค่าเหนื่อยมากกว่าเขาในกรณีที่นับรวมโบนัสต่างๆ เข้าไปด้วยแล้วนั้นมี ดาบิด เด เคอา (375,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 15 ล้านบาท), ปอล ปอกบา (290,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 11.60 ล้านบาท) และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท)

    เดอะ ซัน เสริมว่าที่จริงสัญญาของ ซานโช่ จะมีระยะเวลาเบื้องต้น 4 ปี แต่มีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาไป 1 ปี นอกจากนี้ สื่อเจ้าเดิมยังบอกว่า ซานโช่ จะได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ตามที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ด้วย

เปิดค่าเหนื่อยลิเวอร์พูลทั้งทีมหลังได้ชิมิคาส

เปิดค่าเหนื่อย คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายคนใหม่ ลิเวอร์พูล และนักเตะ "หงส์แดง" ทั้งหมด โดยคนที่รับมากสุดได้เงินเข้ากระเป๋าสัปดาห์ละ 8 ล้านบาท
    ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้นักเตะมาเสริมทัพรายแรกในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังประกาศคว้าตัว คอสตาส ซิมิคาส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติกรีซ มาจาก โอลิมเปียกอส อย่างเป็นทางการเมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    "หงส์แดง" ไม่ได้ยืนยันเรื่องรายละเอียดของสัญญา แต่ตามรายงานข่าวระบุว่า ซิมิคาส เซ็นสัญญาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล ถึงปี 2025 ส่วนค่าตัวอยู่ที่ 11.75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 470 ล้านบาท) และจะได้สวมเสื้อ หมายเลข 21

    นอกจากนั้น แบ็กซ้ายวัย 24 ปี จะได้ค่าเหนื่อยที่สัปดาห์ละ 40,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.6 ล้านบาท) ส่วนนักเตะ "หงส์แดง" ที่รับมากสุดในเวลนี้คือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์ ที่ได้ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

    อันดับค่าเหนื่อยนักเตะ ลิเวอร์พูล ปี 2020 (ปอนด์ต่อสัปดาห์) ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ สปอร์ตเทคซ์

โมฮาเหม็ด ซาลาห์            200,000 ปอนด์
โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่                180,000 ปอนด์
เฟอร์จิล ฟาน ไดค์            180,000 ปอนด์
ซาดิโอ มาเน่                150,000 ปอนด์
เจมส์ มิลเนอร์                140,000 ปอนด์
นาบี เกอิต้า                120,000 ปอนด์
อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน    120,000 ปอนด์
อลีสซง                    120,000 ปอนด์
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน            110,000 ปอนด์
โฌแอล มาติป                100,000 ปอนด์
ฟาบินโญ่                    100,000 ปอนด์
เซอร์ดาน ชากิรี่                80,000 ปอนด์
จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม            75,000 ปอนด์
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน            70,000 ปอนด์
เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์    60,000 ปอนด์
ทาคูมิ มินามิโนะ        50,000 ปอนด์
ดิว็อค โอริกี้                45,000 ปอนด์
 คอสตาส ซิมิคาส        40,000 ปอนด์
โจ โกเมซ                    34,000 ปอนด์
อาเดรียน            30,000 ปอนด์
แอนดี้ โลเนอร์แกน        25,000 ปอนด์
ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์         20,000 ปอนด์
ควีวีน เคลเลเฮอร์        15,000 ปอนด์
ริอาน บรูว์สเตอร์                10,000 ปอนด์

ค่าเหนื่อยแพง, เข้ากับเพื่อนร่วมทีมไม่ได้ ! 5 เหตุผลสำคัญทำ ซานเชซ ดับกับ แมนฯ ยูไนเต็ด

อเล็กซิส ซานเชซ สิ้นสุดฝันร้ายกับการเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว หลังนักเตะย้ายไปเล่นให้กับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน แบบถาวรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้เขาจะได้โอกาสในการลงสนามอย่างต่อเนื่อง และได้เรียกความมั่นใจในการเล่นฟุตบอลกลับมาอีกครั้ง

    หัวหอกชาวชิลี วัย 31 ปี ใช้เวลาเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมากับการเล่นแบบยืมตัวในถิ่นจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า และทำผลงานถูกใจกุนซืออันโตนิโอ คอนเต้ อย่างมาก ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาสะกิดบอร์ดบริหารให้พยายามดึงตัว ซานเชซ มาเสริมแกร่งในช่วงซัมเมอร์นี้ให้ได้

    สำหรับ คอนเต้ แล้วเขาเชื่อมั่นว่า ซานเชซ ยังเป็นนักเตะที่มีศักยภาพ และมีอนาคตกับทัพ "เนรัซซูรี่" ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาอยากจะได้ อดีตสตาร์อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า มาอยู่ในแผนการสร้างทีมเพื่อโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในฤดูกาลหน้า

    ขณะเดียวกันหลายคนก็คงตั้งคำถามว่าทำไม ซานเชซ ถึงทำผลงานไม่ได้เมื่อสวมชุด "เร้ด เดวิลส์" แล้วมีปัจจัยอะไรที่ส่งผลให้ฟอร์มของเขาสวนทางกับตอนที่เล่นให้ อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า

1. อาการบาดเจ็บ

    ซานเชซ ต้องพบกับความยากลำบากจากปัญหาอาการบาดเจ็บรุมเร้าซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และนั่นทำให้เขาไม่สามารถเรียกจังหวะการเล่นชั้นยอดเหมือนที่เคยเอาไว้กับ อาร์เซน่อล และ บาร์เซโลน่า

    ต้องยอมรับว่า ซานเชซ ประสบปัญหาบาดเจ็บบ่อยๆ จนทำให้พัฒนาการในการเล่นของเขากับทัพ "ปีศาจแดง" ไม่เข้ารูปเข้ารอย โดยนักเตะไม่ได้ลงเล่นถึง 8 เกมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ปี 2018 เนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่เอ็นกล้อมเนื้อต้นขา

    วิบากกรรมของ สตาร์ชาวชิลี ยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อเขาต้องพลาดลงเล่นอีก 8 เกมในเดือนมีนาคม-เมษายน เนื่องจากมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าในปีถัดมา และเจ้าตัวยังมีปัญหาบาดเจ็บต้นขา และข้อเท้า หลายๆ ต่อหลายครั้ง โดยตลอดซีซั่น 2018/2019 นักเตะโดนปัญหาเหล่านี้เข้ามาแทรกตลอด ทำให้นักเตะไม่สามารถเอาชนะใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" ได้เลย

2. แบกรับความคาดหวังสูง

     แม้ว่าในกรณีนี้จะไปโทษ ซานเชซ ซะทีเดียวก็ไม่ได้ แต่จากการที่นักเตะถูกคาดหวังเอาไว้สูงมากๆ ตอนที่ย้ายมาสวมชุด "เร้ด เดวิลส์" พร้อมกับได้รับค่าเหนื่อยมหาศาล ทำให้ทุกๆ คนอยากเห็น ดาวเตะชาวชิลี ระเบิดฟอร์มเหมือนที่เขาเคยทำเอาไว้กับ อาร์เซน่อล และ บาร์ซ่า

    ย้อนไปในวันเปิดตัวที่สุดแสนเท่ของนักเตะที่นั่งเล่นเปียโนพร้อมกับสวมเสื้อหมายเลข 7 ซึ่งเป็นเบอร์ที่เหล่าตำนานของสโมสรใส่ แน่นอนว่านั่นเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ซานเชซ เป็นการเซ็นสัญญาที่สำคัญมากๆ ของแมนฯ ยูไนเต็ด แต่กลายเป็นว่าทุกอย่างกลับตาลปัตร

    เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหาร "ปีศาจแดง" แสดงทัศนะเกี่ยวกับ ซานเชซ ตอนที่ได้นักเตะมาร่วมทีมว่า "มันเป็นการโพสต์ที่สุดยิ่งใหญ่สำหรับ ยูไนเต็ด ในอินสตาแกรมที่มีพูดคนกว่า 2 ล้านเข้ามากดไลค์ และแสดงความเห็น รวมทั้งยังมีการแชร์ผ่านเฟซบุ๊ค ยูไนเต็ด มากที่สุดในประวัติการณ์ นอกจากนี้ยังมีการรีทวิตโพสต์นี้มากที่สุด และ #Alexis7 ยังเป็นหัวข้อขึ้นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ทั่วโลกด้วย"

    ฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ ซานเชซ ต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน จนนำไปสู่ฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่อย่างที่เห็นในช่วงที่ผ่านมา

3. เข้ากับพื่อนร่วมทีมไม่ได้

     สิ่งหนึ่งที่ ซานเชซ สามารถควบคุมได้นั่นก็คือการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เจ้าตัวก็ทำไม่สำเร็จ ส่งผลให้เขาไม่สามารถปรับตัวกับชีวิตในเมืองแมนเชสเตอร์ หรือกับเพื่อนๆ ร่วมอาชีพใน "โรงละครแห่งความฝัน"

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซานเชซ ซัดไป 4 ประตูให้กับ ชิลี และตะบันตาข่ายคู่แข่ง 2 ประตูให้กับ "ปีศาจแดง" โดยลงสนามไปทั้งหมด 27 เกมให้กับต้นสังกัดและอีก 10 แมตช์ให้กับประเทศชาติ ต้องบอกเลยว่านี่คือสถิติการยิงประตูที่ย่ำแย่สุดๆ ของ ซานเชซ เลยก็ว่าได้

     เรย์นัลโด้ รวยด้า  เทรนเนอร์ทีมชาติชิลี แสดงความเห็นเอาไว้เมื่อปีที่แล้วเกี่ยวกับสถานการณ์ของ ซานเชซ ว่า "มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะอธิบายได้ แต่ อเล็กซิส อยู่ที่นี่ (ทีมชาติ) และแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างเต็มที่ บางทีที่ แมนเชสเตอร์ เขาไม่ได้ผูกสัมผัสกับเพื่อนร่วมทีม ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลกระทบจริงๆ"

    ดังนั้นการที่ ซานเชซ ไม่สามารถเข้ากับเพื่อนร่วมทัพ "ผีแดง" ได้ไม่ว่าจะในหรือนอกสนาม เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เขาพบกับความล้มเหลวที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
   
4. ความเหนื่อยล้า

    หนึ่งในเหตุผลที่อาจนำ ซานเชซ พบกับอาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่อง นั้่นก็คือการลงสนามหลายแมตช์ก่อนที่จะย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นอาการสะสมมานาน จนกระทั่งมาโป๊ะแตกเมื่อย้ายมาเล่นให้กับ "ปีศาจแดง"

    ลองย้อนกลับไปในช่วงเวลาดังกล่าว ซานเชซ มีส่วนกับการเล่นให้กับทีมชาติชิลี ในทุกๆ ซัมเมอร์ตั้งแต่ปี 2014 รวมทั้งการลงสนามในศึกฟุตบอลโลก 2 สมัย, เกมคอนเฟดเดเรชั่น คัพ และ โคปา อเมริกา 3 สมัย ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ค่อยๆ สะสมเข้ามาสู่ร่างกายของนักเตะเรื่อยๆ

     แน่นอนว่ามันมีความเป็นได้สูงที่ ซานเชซ ต้องประสบกับความยากลำบากจากอาการเหนื่อยล้าในช่วงเวลาที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และทำให้เขาไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ รวมไปถึงการที่ร่างกายกรำศึกหนักมานาน ยิ่งทำให้โอกาสได้รับบาดเจ็บสูงด้วย
 
5. ผ่านจุดพีคในการเล่นมาแล้ว ?

    บางที อเล็กซิส ซานเชซ อาจจะก้าวไปถึงจุดสูงสุดในการค้าแข้ง ก่อนที่จะตัดสินใจย้ายมาเล่นให้กับ สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย ตอนที่นักเตะสลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญาในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมปี 2018

    ในช่วงอาชีพของนักเตะต้องบอกว่าเขาทำผลงานได้ดีเยี่ยมมากๆ โดยเฉพาะในฤดูกาล 2016/2017 ที่เล่นให้กับ อาร์เซน่อล เจ้าตัวงัดฟอร์มถล่มประตูด้วยการซัดไปถึง 30 ประตู จากการลงสนามให้กับ "ไอ้ปืนใหญ่" จำนวน 51 แมตช์จากทุกรายการ

    ขณะที่ในช่วงต้นซีซั่นถัดมา ซานเชซ เริ่มฟอร์มฝืดอย่างต่อเนื่องเมื่อยิงได้แค่ 7 ประตูกับ 3 แอสซิสต์เท่านั้น ก่อนที่เขาจะเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า และเดินทางไปเล่นให้กับ "ปีศาจแดง" ด้วยการย้ายสลับขั้วกับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ในช่วงปีใหม่

    สำหรับตอนนี้คงเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ กับการได้เห็น ซานเชซ ค้าแข้งให้กับ อินเตอร์ มิลาน แบบถาวร และนักเตะจะสามารถงัดฟอร์มเก่งกลับมาอยู่ในระดับที่เขาเคยทำได้ในอดีตหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าติดตามจริงๆ

2 ปีไม่พอ! วิลเลียนปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดเชลซี

ตัวรุกชาวแซมบ้าส่อแววโบกมือลาสิงห์บลู หลังยังปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของสโมสร เพราะต้องการสัญญามากกว่า 2 ปี
วิลเลียน ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดจากเชลซี เพราะต้องการสัญญาใหม่มากกว่า 2 ปี ตามรายงานที่ Goal ได้รับ

ตัวรุกบราซิลเลียนจะหมดสัญญากับสิงห์บลู หลังจบเกม ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีม นัดที่สอง กับ บาเยิร์น มิวนิค ในวันเสาร์นี้

หลายคนมองว่า ดาวเตะวัย 31 อาจลงเล่นเกมสุดท้ายในสีเสื้อของเชลซีไปแล้ว หลังเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายจนพลาดนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ และยังไม่รู้ว่าจะฟิตกลับมาทันเกมกับเสือใต้หรือไม่
ล่าสุดมิดฟิลด์ชาวแซมบ้าได้ปฏิเสธสัญญาใหม่ 2 ปีจากทีมไปอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ออกมายืนยันแล้วว่าเขาต้องการสัญญาใหม่ 3 ปี ท่ามกลางความสนใจจาก อาร์เซนอล ทีมคู่ปรับร่วมเมือง ที่พร้อมเสนอสัญญาดึงเขาไปร่วมทีมในซีซันหน้า

อย่างไรก็ดี วิลเลียนจะชะลอการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตออกไปก่อน โดยเขาต้องการพิจารณาทุกข้อเสนอที่ได้รับอย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ วิลเลียนย้ายมาเล่นกับสิงห์บลูตั้งแต่ปี 2013 ลงเล่นไป 339 เกม ทำได้ 63 ประตู ช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย

 

แอบแต่งกันแล้ว?หวานใจบรู๊คลินโพสต์ภาพฝ่ายชายสวมแหวน

นิโคล่า เพลต์ซ เหมือนจะแย้มว่าแอบแต่งงานกับ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ด้วยการโพสต์ภาพที่ฝ่ายชายสวมแหวนอยู่ลงบนโลกออนไลน์ โดยพวกเขาเพิ่งหมั้นกันเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

    นิโคล่า เพลต์ซ ดาราสาวชาวอเมริกันที่เคยแสดงให้ภาพยนตร์เรื่อง Transformers: Age of Extinction จุดประเด็นว่าเธอแอบแต่งงานกับ บรู๊คลิน เบ็คแฮม ลูกชายของ เดวิด เบ็คแฮม ตำนานกองกลางชาวอังกฤษแล้ว หลังโพสต์ภาพที่ฝ่ายชายใส่แหวนเอาไว้ด้วย

    บรู๊คลิน กับ เพลต์ซ เปิดตัวกับการเป็นคู่รักกันอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และความรักของพวกเขาก็คืบหน้าไปได้ด้วยดีก่อนที่จะประกาศหมั้นหมายกันเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ สิ่งที่ยืนยันว่าเจ้าของมือที่สวมแหวนอยู่เป็นมือของ บรู๊คลิน ก็คือการที่บนนิ้วก้อยข้างซ้ายมันมีเลข 7 เขียนเอาไว้ โดยมันเป็นเบอร์เสื้ออันโด่งดังที่คุณพ่อเคยใส่ ส่วนตรงข้อมือก็มีเลข 1974 ซึ่งเป็นปีเกิดของ วิคตอเรีย คุณแม่ของเขาอยู่เช่นกัน โดยสื่อต่างประเทศได้ติดต่อไปหาตัวแทนของทั้ง บรู๊คลิน และ เพลต์ซ เพื่อขอคำชี้แจงถึงเรื่องนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมา

มีเลศนัย? “ป็อกบา” โพสต์ข้อความทำแฟนแมนยูเนื้อเต้น

แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกอาการเนื้อเต้นกันยกใหญ่เมื่อเห็นข้อความที่ ปอล ป็อกบา โพสต์เอาไว้ในทวิตเตอร์ โดยทำให้หลายคนคิดกันไปว่านักเตะกำลังจะขยายสัญญาใหม่กับต้นสังกัด หรืออาจจะหมายถึงการคว้าตัว เจดอน ซานโซ่ มาเสริมทัพก็ได้
    ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งสัญญาณเตรียมขยายสัญญาฉบับใหม่กับทัพ "ปีศาจแดง" หลังจากที่โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนทำให้สาวก "เร้ด อาร์มี่" ออกอาการเน้นเต้นดีใจกันยกใหญ่

    มิดฟิลด์แชมป์โลก วัย 27 ปี เหลือสัญญาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพียงแค่ 12 เดือนเท่านั้น และมีข่าวลือออกมาเป็นระลอกว่านักเตะเตรียมเก็บเสื้อผ้าย้ายหนี แมนฯ ยูไนเต็ด โดยมี "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ที่เล็งจะคว้าตัวไปร่วมทัพ

    อย่างไรก็ตาม ป็อกบา ได้สร้างความฉงนสนเท่ห์ให้กับบรรดาแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทั่วโลก เมื่อเจ้าตัวได้ลงโพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ยอดฮิตด้วยข้อความสั้นๆ แต่น่าสนใจมากๆ ว่า "วันพรุ่งนี้" พร้อมกับอีโมจิรูปดวงตา 1 คู่

    จากข้อความดังกล่าวทำให้แฟนบอลต่างคิดไปในทิศทางเดียวกันว่า ป็อกบา จะต่อสัญญาใหม่กับสโมสร โดยรายแรกระบุว่า "ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องสัญญาใหม่ แต่รู้ว่ามันอาจจะเป็นการโฆษณาหรืออะไรซักอย่างก็ได้" ส่วนอีกรายกล่าวว่า "วันพรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นละ ? ป็อกบา ไป มาดริด ?"

    ส่วนบางรายมีการเชื่อมโยงกับข่าวลือเรื่องการคว้าตัว เจดอน ซานโช่ มาร่วมทีม "การขยายสัญญาสำหรับนักเตะเบอร์ 6 ของเรา และการประกาศผู้เล่นเบอร์ 7 ของเราในวันเดียวกัน" ด้านคอมเมนต์อีกรายกล่าวว่า "สัญญาใหม่ ?, ซานโช่ ? ทรงผมใหม่ ? การตลาดชุดกีฬาใหม่ ? พรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น ?!"