เหมือนมาเชียร์ที่สนาม!แมนยูโชว์ภาพโมเสกแฟนบอลขนาดใหญ่

แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเผยคลิปที่แสดงให้เห็นถึงภาพแฟนบอลที่พวกเขาติดตั้งบนอัฒจันทร์เพื่อชดเชยการที่หลังจากนี้ต้องเล่นแบบไร้คนดูใสนาม โดยภาพแฟนบอลที่พวกเขาเอามาใช้ในครั้งนี้มีมากกว่า 40,000 รายเลย
    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ภาพแฟนบอลที่พวกเขาติดตั้งบนอัฒจันทร์ส่วนหนึ่งของ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพื่อให้รู้สึกเหมือนกับว่าแฟนบอลเหล่านั้นมาเชียร์ทีมในสนาม และเป็นการชดเชยที่หลังจากนี้จะต้องลงเล่นเกมเหย้าแบบที่ไม่มีคนเข้ามาดูในสนาม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    ในวันพุธที่ 24 มิถุนายนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ลงเล่นเกมเหย้าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ฟุตบอลกลับมาเตะกัน โดยจะเจอกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แต่มันก็มีการออกกฎว่าทีมฟุตบอลทุกทีมจำเป็นต้องลงเล่นในแบบที่ไร้คนดูในสนาม ซึ่งมันก็ทำให้ก่อนหน้านี้ "ปีศาจแดง" เปิดกิจกรรมให้แฟนบอลส่งรูปของพวกเขาไปยังสโมสร เพื่อที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เอาไปทำเป็นรูปแล้วแปะบนอัฒจันทร์

    ท้ายที่สุดแล้วมันก็มีแฟนบอลมากกว่า 40,000 คน จากทั้งหมด 193 ประเทศที่ส่งรูปไปให้พวกเขา ซึ่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เอาไปทำแบบภาพโมเสกขนาดใหญ่ โดยด้านล่างยังมีป้ายที่เป็นข้อความต่อกันด้วยว่า "รวมพลังเพื่อเหล่าฮีโร่" (United For The Heroes)

    นอกจากนี้ ในสนามมันก็จะมีการติดตั้งป้ายที่เป็นข้อความยกย่องเหล่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่สู้กับเชื้อร้าย และข้อความสนับสนุนต่อต้านการเหยียดผิวด้วย ขณะเดียวกันก็จะมีการติดตั้งป้ายที่มีข้อความ "ฟุตบอลมันไร้ค่าหากไร้แฟนบอล" (Football is nothing without fans) เอาไว้เช่นกัน โดยข้อความดังกล่างเป็นคำพูดในอดีตของ เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ ตำนานผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ส่วนตรงอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกก็จะมีการติดตั้งป้ายที่เป็นข้อความไว้อาลัยให้กับ โทนี่ ดันน์ อดีตกองหลังของทีมที่เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา

 

เศร้า! ‘อภินันท์ แก้วปีลา’ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตแล้ว

"อภินันท์ แก้วปีลา" อดีตแบ็กขวาปลาทูคะนองชุดประวัติศาสตร์ไทยลีก 2008 ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดนรถใหญ่ปาดหน้า เบรกไม่อยู่ พุ่งชนท้ายอย่างจัง ต้องนำตัวเข้าไอซียู รพ.ปทุมธานี เสียชีวิตแล้ว

    รถยนตร์ของ "อภินันท์ แก้วปีลา" ถูกรถบรรทุกปาดหน้า ทำให้รถยนต์ของอดีตแบ็กขวาไทยลีกพุ่งชนท้ายรถบรรทุกอย่างจัง ซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า รถบรรทุกได้ขับรถหลบหนีไปเลย

    โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. "ตี๋" นพพล ผลอุดม นักเตะเพื่อนร่วมอาชีพที่ไปเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดที่ รพ.ปทุมธานีเผยถึงอาการล่าสุดว่า "คุณหมอที่ดูแลอาการของนันท์บอกว่าอาการล่าสุดตอนนี้ที่พบคือกะโหลกร้าว และต้องเตรียมผ่าตัดกระดูกบนใบหน้าอีกที เพื่อรักษาอาการกะโหลกร้าว"

    ล่าสุดมีรายงานว่า  "อภินันท์ แก้วปีลา" ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยเตรียมนำศพทำพิธีรดน้ำศพในวันนี้เวลา 15.00 น.ที่วัดผาสุกมณีจักร เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยจะมีการสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 5 คืน

   ทั้งนี้"อภินันท์ แก้วปีลา" วัย 35 ปี เป็นแบ๊กขวาตัวหลักของ สมุทรสงคราม เอฟซี ยุคทอง ที่คุมโดย "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม รวมทั้งกับ ทีโอที เอสซี เคยติดทีมชาติไทยชุดกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่เซอร์เบีย ปัจจุบันเป็นผู้ฝึกสอนของบางบัวทอง เอฟซี อคาเดมี

ร่วมอาลัย”น้องเปรม”นักฟุตซอลวัย14ปีถูกใบพัดเรือฟันร่างเสียชีวิต

สุดเศร้า! นักฟุตซอล ราชวินิตมัธยม โดดน้ำคลองผดุงกรุงเกษม โชคร้ายโดนใบพัดเรือฟันร่างเสียชีวิต ครอบครัวสุดเศร้า เพิ่งได้โควต้าไปเรียนเทพศิรินทร์ และมีกำหนดมอบตัววันเสาร์ ที่ 13 มิ.ย.นี้ด้วย

    ข่าวเศร้าของวงการโต๊ะเล็กเยาวชนไทย เมื่อนักเตะอนาคตไกลที่เป็นนักกีฬาโรงเรียนอย่าง ด.ช.อัจฉริยะ วิสยาคม หรือ "น้องเปรม" อายุ 14 ปี นักฟุตซอลของโรงเรียนราชวินิต มัธยม ประสบอุบัติเหตุ หลังกระโดดเล่นน้ำในคลองผดุงกรุงเกษม แต่โชคร้ายดันมาโดนเรือโดยสารแล่นผ่านมาพอดี ทำให้ถูกใบพัดฟันร่างจนเสียชีวิตเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา 

    ครอบครัว "น้องเปรม"ผู้เสียชีวิต ได้ระบุด้วยว่า น้องเรียนอยู่ชั้นมัธยม 2 โรงเรียนราชวินิต มัธยม เป็นนักกีฬาฟุตซอล เพิ่งสอบติดกีฬากำลังจะโอนย้ายไปเรียนที่ โรงเรียนเทพศิรินทร์ โดยวันที่ 13 มิ.ย.นี้ เตรียมจะเดินทางไปมอบตัวที่โรงเรียน แต่ต้องมาพบข่าวเศร้าก่อน โดยแวดวงฟุตซอลโรงเรียนมัธยมต่างร่วมแสดงความเสียใจกับการจากไปของ"น้องเปรม"ในครั้งนี้

    โดยทั้งนี้ชมรมฟุตซอลโรงเรียนราชวินิต มัธยม ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัววิสยาคม กับการจากไปจองเปรม เด็กชายอัจฉริยะ วิสยาคม ขณะที่ ฟุตซอล ราชวินิตบางแก้ว ได้โพสข้อความไว้อาลัยว่า "ฟุตซอลราชวินิตบางแก้ว ขอร่วมแสดงความเสียใจกับการจากไปของ ด.ช.อัจฉริยะ วิสยาคม นักฟุตซอลของโรงเรียนราชวินิต มัธยม จากอุบัติเหตุ หลังโดดเล่นน้ำในคลองผดุงกรุงเกษม โชคร้ายโดนเรือโดยสารแล่นผ่านมาพอดี ทำให้ถูกใบพัดฟันร่างจนเสียชีวิต"

เสี่ยงผิดกฎ! เดเอฟเบเตรียมพิจารณาสามแข้งบุนเดสฯ ประท้วงในสนาม

สมาคมฟุตบอลเยอรมันยืนยันว่าจะมีการพิจารณาการกระทำของนักเตะสามรายในการแข่งขันบุนเดสลีกาช่วงสุดสัปดาห์ ที่แสดงออกว่าสนับสนุนการประท้วงในอเมริกา
คณะกรรมการวินัยของสมาคมฟุตบอลเยอรมัน เตรียมจะพิจารณากรณีของ จาดอน ซานโช, มาร์คัส ตูราม และเวสตัน แม็คเคนนี ที่แสดงออกถึงการประท้วงในสนามสำหรับเกมบุนเดสลีกาสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

การแสดงออกของนักเตะทั้งสามคนเป็นการสนับสนุนการประท้วงในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเรียกร้องความยุติธรรมให้ จอร์จ ฟลอยด์ ที่เสียชีวิตในระหว่างการถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้การประท้วงเพื่อต่อต้านการเหยียดผิวในครั้งนี้ได้รับความสนใจไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ทำประตูแรกของตัวเอง ในเกมที่ยิงแฮตทริคใส่พาเดอร์บอร์นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา จาดอน ซานโช ก็แสดงให้เห็นเสื้อยืดด้านในที่มีข้อความว่า "ความยุติธรรมแต่ จอร์จ ฟลอยด์" ก่อนจะโดนใบเหลืองไปตามระเบียบ

จากนั้น มาร์คัส ตูราม กองหน้าโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ก็แสดงออกด้วยการคุกเข่าลงกับพื้น หลังจากที่ยิงประตูยูเนียน เบอร์ลิน ส่วนเวสตัน แม็คเคนนี ผู้เล่นทีมชาติสหรัฐอเมริกาของชาลเก้ ได้สวมปลอกแขนที่มีข้อความเรียกร้องความยุติธรรมให้จอร์จ ฟลอยด์ ลงสนาม

จากกรณีดังกล่าว ทำให้ทางสมาคมฟุตบอลเยอรมัน เตรียมพิจารณาว่าการกระทำของผู้เล่นทั้งสามคนนั้นผิดต่อระเบียบของบุนเดสลีกาที่ห้ามมีการแสดงออกใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในสนามหรือไม่

 

เมื่อความบ้า ชนะความกลัว ติดเชื้อครึ่งหมื่นแล้วไง

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลกทำให้เกิดผลกระทบทุกภาคส่วนในโลกใบนี้ เช่นเดียกวันวงการฟุตบอลต้องหยุดทำการแข่งขันชั่วคราวหรือบางประเทศสามารถทำการแข่งขันกันได้ แต่ก็มีกฎระเบียบเข้มข้น การห้ามแฟนบอลเข้าสนามแข่งขันเพื่อชมเกมฟุตบอลจึงเป็นมาตรการสำคัญในการดูแลการแพร่ขยายของเชื้อไวรัสร้ายที่ยังไม่สามารถหาวัคซีนป้องกันได้ในเวลานี้ กลับกันกีฬาฟุตบอลคือกีฬายอดฮิตของโลกใบนี้ที่ผู้ชมเข้าใจรายละเอียดได้โดยง่ายทำให้ช่วงของการเว้นว่างแฟนบอลหลายคนตั้งตารอคอยที่ฟุตบอลจะกลับมาแข่งขันกันใหม่

    ที่ประเทศอิรักกิจกรรมด้านฟุตบอลก็หยุดชะงักเช่นกัน แต่ประชาชนที่อิรักมีความคลั่งไคล้ชื่นชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ iraqfootball รายงานว่าเมื่อวันที่ 23 พ.ค.63 ที่ผ่านมา ในเมืองราดามาน ประเทศอิรักได้จัดการแข่งขันฟุตบอล 7 คน รายการ ราดามาน แชมป์เปี้ยนชิพ รายการนี้ไม่ใช่รายการใหญ่อะไรและไม่มีสตาร์ทีมชาติหรือนักเตะแถวหน้าลีกชั้นนำของประเทศลงทำการแข่งขันเป็นรายการที่จัดการแข่งขันของคนในพื้นที่ สิ่งที่เห็นจากการแข่งขันคือเรื่องของแฟนบอลที่แห่แหนเข้าไปชมเกมการแข่งขันกันจนเต็มพื้นที่แบบมืดฟ้ามัวดิน หลังจากก่อนหน้านี้เกมฟุตบอลในประเทศหยุดไปอย่างยาวนาน

    แต่สิ่งที่น่าสนใจคือบรรดาแฟนบอลที่เข้าชมเกมการแข่งขันต่างเกาะรั่วดูอย่างเนืองแน่นแบบไม่สวมหน้ากากอนามัย  บางกลุ่มนั่งเชียร์อยู่บนรถจักรยานยนต์,บนตึก,กำแพง ฯ ทุกคนล้วนมีความสุขจากการแข่งขันฟุตบอลรายการดังกล่าว สำหรับอิรัก มีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 4,469 ราย  เสียชีวิต 160 ราย   รักษาหาย 2,738 ราย

คนที่ถูกลืม! กูเกิ้ลร่วมรำลึกแข้งเชื้อสายเอเชียคนแรกติดทีมชาติอังกฤษ

แฟร้งค์ ซู เป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูของใครหลายคนก็จริง แต่ทำไมเสิร์ชเอ็นจิ้นระดับโลก อย่าง กูเกิ้ล(Google) ถึงต้องรำลึกถึงบุคคลคนนี้เนื่องในโอกาสวันครบรอบการลงสนามครั้งแรกให้กับทีมชาติอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

    แน่นอนล่ะ ชื่อของเขา ฟังแล้วดูไม่ใช่คนอังกฤษแท้ 100% แฟร้งค์ ซู มีคุณพ่อเป็นจีน และเป็นผู้เล่นเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ลงเล่นให้ทัพสิงโตคำราม ในเกมที่เจอกับ เวลส์ ตอนช่วงสงครามโลก ในปี 1942

 

    โดยในวันครอบรอบเมื่อ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กูเกิล จับมือกับ มูลนิธิ แฟร้งค์ ซู ด้วยการนำรูปของ อดีตแข้งรายนี้ ขึ้นหน้าโฮมเพจของเว็บไซต์ Google เพื่อเป็นการตระหนักถึงเรื่องแรงบันดาลใจของเขา

    แฟร้งค์ ซู เป็นนักเตะของ สโต๊ค ซิตี้ และเป็นเพื่อนร่วมทีมของดาวเตะระดับตำนาน อย่าง เซอร์สแตนลี่ย์ แม็ทธิวส์  โดยลงสนามในนามทีมชาติอังกฤษ ไปทั้งหมด 8 นัดในช่วงระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้ ลูตัน จากนั้นก็ข้ามน้ำข้ามทะเลไปประกอบอาชีพโค้ชที่แถบสแกนดิเนเวีย

 

    ซู เคยทำงานในอิตาลี และถึงขั้นก้าวขึ้นเป็นกุนซือทีมชาตินอร์เวย์ ชุดตะลุยศึก โอลิมปิก เกมส์ ปี 1952 ก่อนจะกลับมาเกาะอังกฤษ ในช่วงปลายทศวรรษนั้น ด้วยการเป็นผู้จัดการทีมสคันธอร์ป โดยมี เกรแฮม เทย์เลอร์ ซึ่งต่อมาเป็นนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ เป็นนักเตะในอะคาเดมี่ของทีม

    นอกจากนี้ เขายังรับงานอีกหลายอย่าง ใน สวีเดน จนท้ายที่สุดก็กลับมายังแผ่นดินเกิดอีกครั้ง และเสียชีวิตในปี 1991 ด้วยวัย 76 ปี

    เท่าที่ดูแล้ว ชีวิตของ แฟร้งค์ ซู ไม่ธรรมดาจริง ๆ

    แจ็กกี้ ซู ซึ่งเป็นหลานสาว และเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของมูลนิธิ แฟร้งค์ ซู ภูมิใจในตัวคุณลุงของเธอมาก ๆ และหวังเป็นที่สุดว่าการรำลึกครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้คนหันมาสนใจ แฟร้งค์ ซู มากขึ้น

 

    "ท่านอยู่ที่ สวีเดน ตอนฉันยังเด็ก ๆ การเติบโตขึ้นมาเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ๆ ฉันเคยบอกกับเพื่อน ๆ ว่า ลุงของฉันน่ะ เคยเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ เลยนะ"

    "ฉันเจอคุณลุง ตอนที่ท่านอายุ 66 ปีเข้าไปแล้วแต่ยังดูแข็งแรงอยู่เลย"

    "เพื่อน ๆ ของฉันทุกคน อยู่ข้างนอกบ้านแล้วมองผ่านกระจกเข้ามา เพราะพวกเขาเห็นรถของท่าน ฉันเลยบอกกับผู้คนว่านี่คือลุงของฉันที่เคยเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ"

    "ท่านไม่เคยดื่มเหล้าและไม่เคยสูบบุหรี่เลย ท่านเล่าให้เราฟังถึงความสำคัญในการทำแบบนั้น แล้วจู่ ๆ ท่านก็ลงไปนอนแนบพื้น ตามด้วยทำการวิดพื้นหลายครั้ง ท่านปรบมือระหว่างลอยตัวในระหว่างการทำแบบนั้นด้วย แถมยังวิดพื้นด้วยมือข้างเดียวอีก มันน่าทึ่งมาก ๆ ทุกวันนี้เพื่อน ๆ ของฉันยังพูดถึงเรื่องนั้นกันอยู่เลย"

    "เป็นเรื่องที่มหัศจรรย์ ที่ตอนนี้ กูเกิล เลือกระลึกถึงท่าน ฉันหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในความน่าสนใจในตัวท่าน และให้ท่านกลับมาอยู่ในสายตาต่อสาธารณชน เพราะเด็ก ๆ ต้องการแบบอย่างที่ดี"

 

    เรื่องที่ทำให้เกิดการตระหนักถึง แฟร้งค์ ซู มากขึ้นก็ตอนที่ ซูซาน การ์ดิเนอร์ เริ่มทำการค้นคว้าเพื่อทำหนังสือเกี่ยวกับชีวิตของเขา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการกล่าวถึงตอนที่ ซู รับใช้กองทัพอากาศในช่วงสงคราม

    ความหวังในตอนนี้คือ เมื่อทุกคนเห็นคุณค่าของเขามากขึ้น มันก็จะกลายเป็นการทำให้เรื่องราวของ ซู เป็นเหมือนการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากขึ้นตามไปด้วย

    "มูลนิธิ แฟร้งค์ ซู เกิดขึ้นหลังจากที่หนังสือของ การ์ดิเนอร์ วางขาย" หลานสาวของ ซู เผย

    "นับตั้งแต่ที่หนังสือเล่มนั้นวางขายในปี 2016  เราก็หวังว่าหลายคนจะให้การยอมรับในตัวท่านมากขึ้น"

    "เรามีส่วนร่วมมากขึ้นกับชุมชนคนจีน เพราะพวกเขากำลังหาทางที่จะพัฒนาเรื่องกีฬากับเด็กเยาวชน"

    "พวกเด็ก ๆ มีลงแข่งทัวร์นาเมนต์ประจำปี และชื่อคุณลุงของฉันก็เป็นหนึ่งในชื่อของถ้วยรางวัลประจำรายการ เราพยายามอย่างมากที่จะให้เยาวชนคนจีนมุ่งมั่นเล่นกีฬา"

    "มันก็เป็นเหมือนกันทุกเรื่องแหละ ไม่ว่ากีฬาหรือการเมือง ก่อนที่คุณจะมีส่วนร่วมกับอะไร คุณก็ต้องตระหนักถึงแนวทางชีวิตของใครสักคน"

    "สมัยก่อนท่านโดนตำหนิเยอะมาก ท่านเป็นที่รู้จักในฐานะ ไอ้เจ๊ก แฟร้งค์ ซู แต่พอเขาเริ่มเล่นให้ อังกฤษ แล้วน่ะ เขาก็เป็นแค่ แฟร้งค์ ซู หรือไม่ก็ แฟร้งค์ ซู แห่งกองทัพอากาศ"

 

 

    นอกจากจะเป็นนักเตะที่ถือเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญแล้ว ซู ยังเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากคนหนึ่งเช่นกัน สแตน มอร์เตนเซ่น อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ กล่าวถึงเขาว่า "ดูเหมือนว่าเขาไม่มีทางที่จะเคลื่อนที่แบบซุ่มซ่ามได้เลย"

    ตอนอยู่ สโต๊ค ซู ไม่ได้เป็นแค่เพื่อนร่วมทีมของ แม็ทธิวส์ เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของ "ช่างปั้นหม้อ" ที่จบอันดับ 4 บนลีกสูงสุดในปี 1936 ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ สโต๊ค มาจนถึงทุกวันนี้
 
    ผลงานส่วนตัวของ แฟร้งค์ ซู ที่ทำให้กับสโมสร ได้รับการยอมรับจากคนในเมืองอย่างมาก

 

    "พวกเขาได้สร้างบ้านบนพื้นที่ของสนามวิตอเรีย กราวด์(สนามเก่า) และภายหลังเปลี่ยนชื่อถนนเป็น แฟร้งค์ ซู"

    แล้วถึงตอนนี้ มีคำถามว่า การที่ กูเกิ้ล จัดการฉลองให้ ซู จะทำให้เขาได้รับการยอมรับมากขึ้นหรือไม่? แจ็กกี้ เผยว่าจริง ๆ แล้ว สมาคมฟุตบอลอังกฤษ(เอฟเอ) ควรให้ความสำคัญถึง ซู มากกว่านี้ แต่ถึงอย่างไรเธอก็ภูมิใจแล้วที่หลายคนยอมรับในตัวคุณลุงของเธอเอง

    "มันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดมาก เพราะท่านเป็นคนที่มีเชื้อสายจีนคนแรกที่เล่นให้ อังกฤษ และฉันคิดว่าผู้คนควรจะให้ความสำคัญกับเรื่องนั้นมากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนของ เอฟเอ"

    "ถ้าพวกเขาอยากกระตุ้นให้คนมีส่วนร่วมกับฟุตบอลมากกว่านี้แล้วล่ะก็ ท่านนี่แหละถือเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรื่องนั้น"

    "ทำไมไม่ลองให้ท่านได้เข้าหอเกียรติยศ(Hall of Fame) ดูล่ะ ?"

 

    นี่เป็นแนวคิดที่น่าสนใจสำหรับในอนาคต แต่ตอนนี้แค่หลายคนยอมรับความสำเร็จของคุณลุงของเธอ มันก็เพียงพอที่จะทำให้ แจ็กกี้ อิ่มใจแล้ว

    "ชื่อของท่านจะถูกพูดถึงอีกครั้ง เราภูมิใจในตัวท่านมากๆ " หลานสาว แฟร้งค์ ซู กล่าวปิดท้าย

สุดเศร้า!ดาวรุ่งอตาลันต้าเสียชีวิตแล้ว

 ถือเป็นข่าวเศร้าสำหรับวงการลูกหนังอิตาลี เมื่อล่าสุด อันเดรีย รินัลดี้ มิดฟิลด์อนาคตไกล อตาลันต้า เสียชีวิตลงแล้ว หลังป่วยหนักมาตั้งแต่เมื่อวันศุกร์
    อันเดรีย รินัลดี้ กองกลาวดาวรุ่งของ อตาลันต้า สโมสรดังแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 19 ปี เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ต้องต่อสู้กับอาการป่วยโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง

    รินัลดี้ ซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับ เลนญาโน่ สโมสรระดับ เซเรีย ดี ล้มป่วยขณะฝึกซ้อมอยู่ที่บ้าน เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา และได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่เมืองวาเรเซ่ทันที ซึ่งล่าสุด ดาวเตะวัย 19 ปี ได้จากโลกใบนี้ไปอย่างสงบในช่วงเช้าวันจันทร์ของประเทศอิตาลี

    "เขาเป็นคนที่เตรียมพร้อมเสมอ และคิดบวก เขารู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่นๆ" แถลงการณ์จาก อตาลันต้า ระบุ

    สำหรับฤดูกาลนี้ รินัลดี้ ลงเล่นให้ เลนญาโน่ ไปทั้งสิ้น 23 นัด ทำได้ 1 ประตู

ช่วยพวกผมด้วย เสียงเรียกร้องจาก เคสุเกะ ฮอนดะ

เคสุเกะ ฮอนดะ อดีตนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นที่ออกไปค้าแข้งกับสโมสรฟุตบอลโบตาโฟโก ในประเทศบราซิล ได้โพสต์ข้อความในสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ส่วนตัว เสนอแนวทางถึงรัฐบาล ในฐานะที่ตัวเขาเองมีบทบาทเป็นนักธุรกิจและได้รับผลกระทบการระบาดของไวรัส โควิด-19 ในประเทศญี่ปุ่น อยากให้รัฐบาลออกมาเยียวยาคนที่ทำธุรกิจบ้าง และรัฐบาลควรสร้างกฎใหม่ที่จะได้รับการชดเชยแม้ว่าจะทำผิดกฎก่อนหน้านี้ที่ตั้งไว้ก็ตาม
   เคสุเกะ ฮอนดะ โพสต์ทวิตเตอร์ขอความเยียวยาในรูปแบบใหม่จากรัฐบาลสำหรับผู้ประกอบการที่ถูกบังคับให้หยุดกิจการ การได้รับการชดเชยสำหรับทุกคนเพื่อเก็บตัวอยู่ในบ้านลดการแพร่เชื้อรวมไปถึงการช่วยเหลือทีมแพทย์ที่ทำงานกันอย่างหนัก ซึ่งไม่อยากให้เกิดการสูญเสียบุคลากร รัฐบาลควรพยายามสร้างกฎใหม่ที่จะได้รับการชดเชยแม้ว่ามันจะผิดกฎ แต่ก็ต้องมีความรู้สึกที่แข็งแกร่งในภารกิจและความเป็นผู้นำ

    รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการสนับสนุนทางการเงินสำหรับ บริษัท ต่างๆโดยการประกาศภาวะฉุกเฉินขยายสินเชื่อปลอดดอกเบี้ยและไม่มีหลักประกัน แต่หลายบริษัทอาจลังเลที่จะกู้ยืมเงินเมื่อไม่สามารถทำนายได้ว่าการติดเชื้อจะสิ้นสุดลงเมื่อใด นี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้ความอดกลั้นในการต่อสู้ลดลง มันต้องใช้ความรู้สึกที่แข็งแกร่งในภารกิจและความเป็นผู้นำหลังจากออกแถลงการณ์สถานการณ์ฉุกเฉิน

    สำหรับ เคสุเกะ ฮอนดะ ที่ปัจจุบันค้าแข้งในลีกบราซิลกับสโมสรฟุตบอลโบตาโฟโก เป็นผู้ถือครองบริษัท  Honda Estilo อีกทั้งยังมีธุรกิจที่ลงมือทำอีกมากมาย  โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศญี่ปุ่นตอนนี้ มีผู้ติดเชื้อ 13,441 ราย เสียชีวิต 372 ราย รักษาหายแล้ว 2,536 ราย

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ 14 เรื่องราวที่คุณอาจยังไม่เคยรู้มาก่อน



คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกแห่งยุคปัจจุบัน กับการคว้ารางวัล บัลลง ดอร์ ถึง 5 สมัย และคว้าแชมป์ร่วมกับ แมนยู, เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ไปกว่า 29 รายการ

ดาวเตะจาก ยูเว่ ประสบความสำเร็จมากมาย และกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ลูกหนัง ทำให้เขามีแฟน ๆ จากทั่วโลกคอยติดตามทุกการเคลื่อนไหวของ โรนัลโด้ อยู่เสมอทั้งใน และนอกสนาม อย่างไรก็ตามยังมีเรื่องราวที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนเกี่ยวกับกัปตันทีมชาติโปรตุเกสผู้นี้

และนี่คือ 14 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้มาก่อนเกี่ยวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

1. เจ้าของอพาร์ทเมนต์หรู

โรนัลโด้ เป็นเจ้าของอพาร์ทเมนต์มูลค่า 18.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 598 ล้านบาท) ใน Trump Tower เขาซื้อมันในปี 2015 ซึ่งพื้นที่ 2,509 ตารางฟุตของอพาร์ทเมนท์นี้เป็นพื้นไม้แวร์ซายในศตวรรษที่สิบแปด

2. ลูกยิงความเร็วสูง

อ้างอิงจากนิตยสาร Men’s Health ลูกบอลที่ถูกยิงออกจากเท้าของ โรนัลโด้ เคยมีความเร็วถึง 80 ไมล์ต่อชั่วโมง (130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) นั่นมันเป็นความเร็วที่เทียบเท่ากับความเร็วของรถยนต์เลยทีเดียว

3. เกือบไม่ได้เป็นนักฟุตบอล

โรนัลโด้ คือซูเปอร์สตาร์ลูกหนังของ แมนยู, เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส แต่เชื่อไหมว่า เขาเกือบจะไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพซะแล้ว โดยแข้งชาวโปรตุเกสเคยเข้ารับการผ่าตัดหัวใจเมื่ออายุ 15 ปี จากอาการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ มันเกือบทำให้เขาเลิกเล่นฟุตบอลไปในตอนนั้น

4. เกือบได้ร่วมทัพ ยูเวนตุส มาก่อน
โรนัลโด้ เกือบจะเป็นนักเตะ ยูเวนตุส ตั้งแต่ปี 2002 หลังจากผ่านการตรวจร่างกายเรียบร้อย แต่เพราะว่า มาร์เซโล ซาลาส อดีตกองหน้าทีมชาติชิลีของ ยูเว่ ในตอนนั้นไม่ต้องการย้ายไปเล่นให้ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ดีลนี้จึงล่มไป แต่สุดท้าย โรนัลโด้ ก็ได้มาอยู่กับยอดทีมแห่งตูรินในปี 2018

5. ฉายาในวัยเด็ก

ด้วยความยากจนสมัยเด็ก โรนัลโด้ ต้องใช้ห้องนอนร่วมกับพี่น้อง 3 คน พ่อของเขาเป็นคนติดเหล้า ด้วยความยากลำบากในตอนเด็กทำให้เขามักจะร้องไห้อยู่บ่อย ๆ หากไม่ได้สิ่งที่เขาต้องการ จนเป็นที่มาของฉายา ‘cry baby’ หรือ ‘เจ้าหนูขี้แง’ นอกจากนี้ โรนัลโด้ ยังได้ฉายาจากเพื่อนๆ ว่า ‘ผึ้งน้อย’ หมายถึงความเร็วของเขาตอนเล่นฟุตบอล

6. เส้นทางลูกหนังที่อาจแตกต่าง
โรนัลโด้ เกือบมีเส้นทางลูกหนังที่แตกต่างไปจากที่เห็น โดยสมัยเป็นดาวรุ่งของ ลิสบอน เขาเคยเกือบเซ็นสัญญากับ ลิเวอร์พูล แต่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงค่าจ้างได้ นอกจากนี้ยังมี ลียง ทีมดังของฝรั่งเศส ที่ลิสบอนอยากได้ โทนี วาเรเยส ร่วมทีม โดยพวกเขายื่นข้อเสนอด้วยการแลกตัวกับ โรนัลโด้ แต่ทว่า ลียง ต้องการเงินมากกว่าดีลนี้จึงล่มไป

7. ไม่ใช่แค่หมายเลข 7
"ซีอาร์7" คือชื่อเรียกที่สื่อถึงหมายเลข 7 ที่อยู่บนหลังเสื้อของ โรนัลโด้ ที่หลายคนคิดว่ามันเป็นเลขประจำตัวของเขามาตั้งแต่แรก แต่นอกเหนือจากหมายเลข 7 แล้ว เขาก็เคยใส่เสื้อหมายเลข 17, 9 และ 28 มาก่อนอีกด้วย

8. เซียนโป๊กเกอร์
โรนัลโด้ ขึ้นชื่อว่าเป็นนักเตะที่หมกมุ่นกับการฝึกฝนตัวเองมากกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ แต่เขาก็ยังมีเวลาสำหรับงานอดิเรกบางอย่าง เขารักการเล่นไพ่โป๊กเกอร์ และเขาก็เล่นเก่งถึงขั้นเขาแข่งขันกับผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลกใน PokerStars

9. โดนล้อเลียนดูถูก

ในวัยเด็ก โรนัลโด้ มักจะถูกเพื่อนล้อเลียน และดูถูกอยู่บ่อย ๆ ช่วงหนึ่งในหนังสือ ‘Cristiano Ronaldo: The Biography’ กีเยม บาลาเก้ นักข่าวชื่อดังเคยถาม โรนัลโด้ ว่าเขาตอบโต้อย่างไรกับการโดนล้อเลียนสมัยเป็นผู้เล่นเยาวชนของสปอร์ติ้ง

มีอยู่วันหนึ่งเขาถูกทำโทษ และโดนให้เป็นคนเอาขยะไปทิ้ง ซึ่งเจ้าตัวตอบโต้เพื่อน ๆ ที่กำลังล้อเขาอย่างสนุกสนานด้วยการตะโกนกลับไปว่า "สักวันหนึ่งฉันจะเป็นผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลก และฉันจะมีรถเฟอร์รารี่มากมาย"

10. รถหรูคู่กาย
และเมื่อพูดถึงคอลเล็กชั่นรถที่น่าทึ่งของเขาตอนนี้มันมีมูลค่ารวมกันกว่า 6 ล้านปอนด์ ซึ่งรวมถึง Lamborghini Aventador มูลค่า 260,040 ปอนด์, Mercedes มูลค่า 600,000 ปอนด์ที่ จอร์จิน่า โรดริเกซ แฟนสาวคนสวยซื้อให้เป็นของขวัญในวันเกิดอายุครบ 35 ปี และ Bugattis อีก 2 คัน ซึ่งแต่ละคันมีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านปอนด์

11. ไม่นิยมรอยสัก
แม้ว่าบรรดานักเตะดาวดังระดับโลกนั้นมักจะชอบการสักลายตามร่างกาย แต่ไม่ใช่กับดาวเตะที่ชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยเหตุผลที่ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ไม่ยอมสักลายเนื่องจาก เจ้าตัวมีการบริจาคเลือดอยู่เป็นประจำ

ซึ่งตามกฎขององค์การสาธารณสุขที่ระบุว่า คนสักต้องรออย่างน้อย 4 เดือนเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อถึงจะไปบริจาคเลือดได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ "ซีอาร์7" ไม่เคยคิดสักเลย นอกจากนี้เขาก็ยังไม่เคยคิดยุ่งกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะคุณพ่อของเขาเสียชีวิตด้วยโรคพิษสุราเรื้อรัง

12. ชื่อนี้ท่านได้แต่ใดมา ?
ชูเซ ดีนิช อาไวรู คุณพ่อของ ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส ไม่ใช้ อาไวรู ในชื่อของลูกชาย แต่เลือกที่จะใช้ โรนัลโด้ เพื่อเป็นเกียรติแก่ โรนัลด์ เรแกน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และดาราฮอลลีวู้ด ชายที่เขาชื่นชมแทน

13. ถูกไล่ออกจากโรงเรียน
โรนัลโด้ ถูกไล่ออกจากโรงเรียนเมื่ออายุ 14 ปีหลังจากถูกครูคนหนึ่งในโรงเรียนใหม่ล้อเลียนสำเนียงการพูดของเขา โรนัลโด้ โกรธมากเขาจึงโยนเก้าอี้ใส่ครูคนนั้นก่อนจะถูกไล่ออกจากโรงเรียน

ต่อมา โดโลเรส แม่ของ โรนัลโด้ ได้เป็นคนจ่ายเงินค่าเสียหาย และนำ โรนัลโด้ ออกจากโรงเรียน ก่อนจะสนับสนุนให้ลูกชายเดินทางสายฟุตบอลอย่างเต็มตัว จนกลายมาเป็นนักเตะระดับโลกที่ทุกคนรู้จักในทุกวันนี้

14. กระโดดได้สูงกว่านักกีฬา NBA
เคยมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความเร็วในการกระโดดของ โรนัลโด้ และจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า ดาวเตะยูเวนตุส สามารถกระโดดได้สูงถึง 77.9 เซนติเมตร และหากรวมกับส่วนสูงของเขาที่ 185 เซนติเมตร มันก็จะสูงถึง 262.9 เซนติเมตร ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขากระโดดได้สูงกว่านักกีฬา NBA หลายคนเลยทีเดียว

และนี่ก็เป็นหลากหลายเรื่องราวทั้งใน และนอกสนามของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่แฟน ๆ หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน เรียกได้ว่ามีครบรสตั้งแต่ในวัยเด็กอันแสนยากลำบากจนกลายมาเป็นนักเตะคนดังระดับโลก ซึ่งทุกอย่างล้วนประกอบให้ โรนัลโด้ เป็นซูเปอร์สตาร์ลูกหนังได้อย่างในทุกวันนี้

แฟนบอลเซ็ง! บุนเดสลีกาส่อแววกลับมาเตะวันที่ 9 พ.ค. ไม่ได้



ทำเอาแฟนบอลเซ็งกันเลยทีเดียว เพราะล่าสุดศึก บุนเดสลีกา ที่มีแผนรีสตาร์ตในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ อาจจะต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน หลังประเทศเยอรมนีมีผู้ติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" ที่เพิ่มขึ้น

รัฐบาลเยอรมนีที่นำโดยนายกฯ หญิง อังเกลา แมร์เคิ่ล เตรียมขยายเวลาล็อกดาวน์ประเทศ หลังจากที่เชื้อไวรัส "โควิด-19" กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง ซึ่งนั่นอาจจะทำให้ศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ฤดูกาล 2019/20 ที่มีแผนกลับมาเตะในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ ต้องเลื่อนออกไปก่อน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 เมษายน รัฐบาลเยอรมนี ได้มีการผ่อนปรมมาตรการล็อกดาวน์ประเทศ ซึ่งกลับกลายเป็นว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัส "โควิด-19" เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐจำเป็นต้องมีการคิดทบทวนเรื่องล็อกดาวน์อีกครั้ง และจะมีการประชุมใหญ่ในวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายนนี้

ขณะที่ บิลด์ สื่อดังเมืองเบียร์ ระบุว่า การรีสตาร์ตศึก บุนเดสลีกา น่าจะเลื่อนจากวันที่ 9 พฤษภาคม ออกไปเป็นวันที่ 16 พฤษภาคม และจะเป็นการแข่งแบบปิดสนามเท่านั้น หากกลับมาเตะต่อได้

สำหรับสถานการณ์เการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ เยอรมนี ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อ 160,479 คน และเสียชีวิตไปแล้ว 6,374 ราย