บทสรุปพรีเมียร์ลีกฤดูกาล2019/2020

    "ฟ้าถล่ม ดินทลาย สงคราม เชื้อโรคระบาด" ก็หยุดไม่อยู่ ! ลิเวอร์พูล ปลดแอก 30 ปีแห่งการรอคอยได้สำเร็จ หลังจากที่พวกเขาผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สมัยแรก และเป็นแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีสมัยที่ 19 พร้อมกับทำคะแนนทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึง 18 แต้ม

    "หงส์แดง" ปลดปล่อยความเจ็บช้ำหลังพลาดแชมป์ลีกซีซั่นที่แล้ว ให้กับ แมนฯ ซิตี้ เพียงแต้มเดียว ด้วยการระเบิดฟอร์มชนิดที่โลกทั้งใบต้องตกตะลึงเมื่อเก็บชัยชนะเป็นว่าเล่นจนกระทั่งมีแต้มทิ้งขาด "เรือใบสีฟ้า" ด้วยคะแนนแบบไม่เห็นฝุ่น

    ความสำเร็จที่เหล่าพลพรรค์ "เดอะ ค็อป" เฝ้ารอมานานถึง 3 ทศวรรษได้สร้างสถิติที่น่าสนใจทั้งการได้แชมป์ลีกเร็วที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ ตั้งแต่นัดที่ 31 ของฤดูกาล ทั้งๆ ที่ยังเหลือโปรแกรมอีก 7 นัด และยังเป็นการทุบสถิติของคู่รักคู่แค้นตลอดกาลอย่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่เคยทำได้เมื่อปี 2000/2001 ในตอนที่เหลืออีก 5 เกม

    นอกจากนี้ชัยชนะในเกมบุกสอย "สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทำให้ "เดอะ เร้ดส์" เก็บเพิ่มเป็น 99 คะแนน ทำให้พวกเขาทำลายสถิติ 97 คะแนนในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาสอยคะแนนมากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

 


 

    ที่สำคัญ เจอร์เก้น คล็อปป์ สร้างทีมที่สุดแข็งแกร่งด้วยการเก็บชัยชนะ 32 เสมอ 3  แพ้ 3 แมตช์ ทำให้ "หงส์แดง" ทำสถิติเก็บชัยชนะในลีกมากที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีร่วมกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ชนะ 32 เกมในฤดูกาล 2017/2018 และ 2018/2019)

    สำหรับโควตาสโมสรที่ได้ไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2020/2021 เป็นของ แมนฯ ซิตี้ รองแชมป์ ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องลุ้นจนนัดสุดท้ายด้วยการบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ยึดอันดับ 3 ได้สำเร็จ ส่วนอันดับ 4 เป็นของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี โดยท็อปโฟร์ของลีกอังกฤษ ได้เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มทันที

    ในขณะนี้  เลสเตอร์ ต้องอกหักในช่วงโค้งสุดท้ายหล่นไปอยู่อันดับ 5  ส่งผลให้ต้องหล่นไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปา ลีก สำหรับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ต้องลุ้นหนักในเกมสุดท้ายทำได้เพียงเสมอ คริสตัล พาเลซ แต่โชคดีที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน แพ้ เชลซี ส่งผลให้ "ไก่เดือยทอง" มีแต้มเท่ากับ วูล์ฟส์ 59 คะแนน แต่ผลต่างประตูได้เสียดีกว่า แซงรั้งอันดับ 6 เข้าไปเล่นถ้วยใบเล็กยุโรปในรอบคัดเลือกรอบสอง

 

 
     ส่วนของสามสโมสรที่ต้องบ๊ายบายพรีเมียร์ลีกได้แก่ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด, "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" นอริช ซิตี้ และ บอร์นมัธ ซึ่งถือเป็นการตกชั้นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกด้วย หลังจากที่อยู่โลดแล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมานานถึง 5 ฤดูกาล
 
    ด้านสโมสรที่เลื่อนชั้นในซีซั่นหน้า ก็ต้องขอต้อนรับ ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับสู่พรีเมียร์ลีก ในฐานะแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ตามด้วย เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน อันดับ 2 ซึ่งทั้งสองทีมได้เลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ ส่วนทีมสุดท้ายที่จะได้ตั๋วไปเล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีต้องไปลุ้นเพลย์ออฟได้แก่ เบรนท์ฟอร์ด, ฟูแล่ม, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ สวอนซี ซิตี้

 


 

    ขณะที่ดาวซัลโวสูงสุดในฤดูกาลนี้เป็นการครองตำแหน่งได้แก่ เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอกจอมเก๋าจากเลสเตอร์ ที่ซัดไป 23 ประตู และทำให้เป็นนักเตะที่อายุมากที่สุดที่ได้ครอบครองรองเท้าทองคำ (Golden Boot ) ในวัย 33 ปี แซงหน้า ดีดิเยร์ ดร็อกบา ตำนานกองหน้า เชลซี ที่ครองรางวัลนี้ในซีซั่น 2009/2010 ด้วยวัย 32 ปี

    ส่วนท็อปแอสซิสต์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้เป็นของ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์แมนฯ ซิตี้ ที่ผ่านบอลให้เพื่อนไป 20 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติเทียบเท่ากับ เธียร์รี่ อองรี ตำนานกองหน้าชาวฝรั่งเศสตอนที่เล่นให้กับ อาร์เซน่อล ในซีซั่น 2002/2003 โดยอันดับสองเป็นของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จาก ลิเวอร์พูล  ทำไป 13 ครั้ง และอันดับ 3 เป็นของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย "หงส์แดง" ทำไป 12  ครั้ง

 


 

    ด้าน เอแดร์ซอน  ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียนของ แมนฯ ซิตี้ คว้าผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หลังเก็บคลีนชีพในลีกซีซั่นนี้ไป 16 เกม ส่วนอันดับ 2 เป็นของ นิค โป๊ป  นายด่านของทีม เบิร์นลี่ย์ ที่เก็บคลีนชีตได้ 15 เกม ส่วน อลีสซง เบ็คเกอร์ เจ้าของตำแหน่งเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ทำได้ 13 เกม หล่นไปอยู่อันดับ 3 ร่วมกับ ดาบิด เด เคอา (แมนยู), ดีน เฮนเดอร์สัน (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด), รุย ปาทริซิโอ(วูล์ฟส์)  และ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล (เลสเตอร์)


 

        ขณะที่รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ประจำฤดูกาลนี้ ต้องเลื่อนการประกาศผลออกไปอย่างไม่มีกำหนด ส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีมลิเวอร์พูล ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำซีซั่นของสมาคมนักข่าว (เอฟดับเบิ้ลยูเอ) และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของอังกฤษ ประจำปี 2019 ของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ)

 


 

     *หมายเหตุ :  อาร์เซน่อล ยังมีลุ้นคว้าตั๋วไปเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก หาก "เดอะ กันเนอร์ส" คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ขณะที่ วูล์ฟส์ ต้องลุ้นให้ เชลซี ชนะ อาร์เซน่อล ในศึกเอฟเอ คัพ เพื่อตั๋ว ยูโรปา ลีก แต่ทัพ "หมาป่า" ยังมีลุ้นโควตาแชมเปี้ยนส์ ลีก หากพวกเขาได้แชมป์ยูโรปา ลีก ในซีซั่นนี้

แบ็กกี้ส์มาแล้ว!เวสต์บรอมฯคัมแบ็กพรีเมียร์ลีก

"เดอะ แบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คว้าตั๋วคัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก สำเร็จ แม้เกมปิดซีซั่นทำได้แค่เจ๊า ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ขณะที่ทีมดังอย่าง ฟูแล่ม กับ สวอนซี ซิตี้ ไปลุ้นคว้าตั๋วจากการเตะเพลย์ออฟ
             เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน คว้าอันดับสองในศึก แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลนี้ พร้อมซิวตั๋วเลื่อนชั้นกลับมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ ถึงแม้เกมสุดท้ายทำได้แค่เปิดบ้านเสมอ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 2-2 เมื่อวันพุธที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

             "เดอะ แบ็กกี้ส์" ได้คัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก ตามหลังทีมแชมป์อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งนั่นก็ต้องขอบคุณ เบรนท์ฟอร์ด คู่แข่งสำคัญด้วย ที่พลาดท่าแพ้ บาร์นส์ลี่ย์ คาบ้าน 1-2 ทำให้ทีมของกุนซือ สลาเวน บิลิช ได้กลับมาลุยลีกสูงสุดของประเทศ หลังตกชั้นลงมาในฤดูกาล 2017/18

             สำหรับสามทีมที่ตกชั้นลงไปเล่น ลีก วัน ฤดูกาลหน้า ประกอบไปด้วย ชาร์ลตัน แอธเลติก, วีแกน แอธเลติก และ ฮัลล์ ซิตี้ ขณะที่ทีมอันดับ 3-6 อย่าง เบรนท์ฟอร์ด, ฟูแล่ม, คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ สวอนซี ซิตี้ ได้ไปเตะเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมสุดท้ายที่ได้เลื่อนชั้น
   
    *ประกบคู่เตะเพลย์ออฟ* (เตะ 2 เกม เหย้า-เยือน)
       
    เลกเรก
        – 26 ก.ค. : สวอนซี ซิตี้ (6) พบ เบรนท์ฟอร์ด (3)
        – 27 ก.ค. : คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (5) พบ ฟูแล่ม (4)
   
    เลกสอง
        – 29 ก.ค. : เบรนท์ฟอร์ด (3) พบ สวอนซี ซิตี้ (6)
        – 30 ก.ค. : ฟูแล่ม (4) พบ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (5)

    ทั้งนี้ เกมรอบชิงชนะเลิศฟาดแข้งกันที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม วันที่ 4 สิงหาคม

 

ลดระดับ?ทีมชปช.สนดึงลินการ์ดเสริมแกร่ง

ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อของอังกฤษ ระบุ เจสซี่ ลินการ์ด ตกเป็นที่สนใจของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เพิ่มอีก 1 ทีม หลังจาก "เดอะ แบ็กกี้ส์" กำลังมองถึงการทำทีมในกรณีที่เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ได้

    เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังคิดที่จะดึง เจสซี่ ลินการ์ด ปีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ ถ้าหากพวกเขาได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานของ ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    ลินการ์ด ส่อแววหมดอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มทีแล้ว หลังจากไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองใน 3 นัดหลังสุด โดยเกมสุดท้ายที่เขาได้เล่นให้ทีมคือเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ต้นสังกัดเฉือน นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    สำหรับ เวสต์บรอมฯ นั้น ปัจจุบันเป็นรองจ่าฝูงของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นโควตาที่จะได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ หลังจากเก็บไป 80 คะแนน จากการลงเล่น 42 นัด มากกว่า ฟูแล่ม ทีมในอันดับ 3 อยู่ 4 แต้ม แต่ทัพ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ลงเล่นน้อยกว่าอยู่ 1 เกม โดยนอกจาก เวสต์บรอมฯ แล้วนั้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวว่าให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 27 ปีเช่นกัน

สิ้นสุดการรอคอย! ลีดส์ คืนเวทีพรีเมียร์ลีกเรียบร้อย

"ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด เตรียมกลับมาวาดลวดลายในเวที พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า หลังล่าสุดคอนเฟิร์มการได้เลื่อนชั้นเรียบร้อย หลังจากที่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน พบกับความปราชัยเมื่อคืนวันศุกร์

     ลีดส์ ยูไนเต็ด อีกหนึ่งสโมสรดังระดับตำนานของอังกฤษ การันตีการได้เลื่อนชั้นจากเวทีแชมเปี้ยนชิพ กลับสู่ลีกสูงสุดของประเทศอย่าง พรีเมียร์ลีก เรียบร้อย หลังจากที่ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ทีมอันดับสอง พลาดท่าบุกไปแพ้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 1-2 เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     ถือเป็นการคัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 16 ปี สำหรับ ลีดส์ หลังจากที่พวกเขาตกชั้นลงไปเล่นในระดับ แชมเปี้ยนชิพ เมื่อปี 2004 ซึ่งนั่นทำให้ทัพนักเตะ "ยูงทอง" ลงเตะกับ ดาร์บี้ เค้าน์ตี้ ที่สนาม ไพรด์ พาร์ค วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมนี้ ได้อย่างสบายใจและไร้ความกดดัน 
 
     ยิ่งไปกว่านั้น ลีดส์ ภายใต้การนำทัพของกุนซือ มาร์เซลโล่ บิเอลซ่า อดีตเฮดโค้ชทีมชาติอาร์เจนตินา (ปี 1998-2004) จะได้รับการคอนเฟิร์มคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2019/20 ด้วย ถ้าหากวันเสาร์นี้ เบรนท์ฟอร์ด ทีมอันดับสาม ไม่สามารถบุกไปคว้าชัยเหนือ สโต๊ค ซิตี้ ได้

     ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 16 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุดของประเทศนั้น ลีดส์ เคยตกต่ำหนักถึงขั้นร่วงลงไปเล่นในระดับ ลีก วัน ถึง 3 ฤดูกาลเลยทีเดียว (ซีซั่น 2007/08 ถึง 2009/10)

เดอ บรอยน์-ราฮีมซัด! แมนซิตี้บุกทุบสาลิกา ลิ่วชนปืนตัดเชือกเอฟเอ คัพ

แชมป์เก่า "เรือใบสีฟ้า" เจองานไม่ยากหลังบุกไปคว้าชัยเหนือเจ้าถิ่น นิวคาสเซิ่ล 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกพบกับ อาร์เซน่อล ที่เวมบลี่ย์ช่วงกลางเดือนหน้า ในศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

    ศึกลูกหนังน็อคเอาท์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เอฟเอ คัพ อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ปราบ เวสต์บรอมวิช จากรอบที่แล้วมา พบกับแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เบียดเอาชนะ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ จากรอบ 16 ทีมสุดท้าย

    เกมนี้ สตีฟ บรู๊ซ นายใหญ่ของสาลิกาดงส่ง แอนดี้ แคร์โรลล์ เป็นหน้าเป้า โดยมี ฌอน ลองสตาฟฟ์ และอัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง คอยปั้นเกมรุกสนับสนุน ส่วนทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สามแนวรุกส่ง ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส และราฮีม สเตอร์ลิง

    ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก มาได้แค่ 2 นาที "เรือใบสีฟ้า" ได้ทักทายก่อนหลัง ริยาด มาห์เรซ เปิดเตะมุมเข้ามาในกรอบ นิโกลัส โอตาเมนดี้ เทกตัวขึ้นโขกบอลหลุดกรอบออกไป

    โอกาสส่องเข้ากรอบหนแรกของสาลิกาต้องถึง นาที 14 จากจังหวะที่ คาร์ล ดาร์โลว์ นายด่านเจ้าถิ่นเปิดบอลยาวมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ เก็บบอลได้นอกกรอบก่อนจะพลิกตัวซัดด้วยขวาแต่บอลเบาไปเข้ามือ เคลาดิโอ บราโว่

    อีก 3 นาทีต่อมา แชมป์เก่า แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นขึ้นนำอีกหลัง ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดกึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้ากรอบ บอลไปโดนเท้า กาเบรียล เชซุส จังหวะสุดท้ายถากเสาสองออกไป

    นาที 23 ทีมเยือนชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยกบอลแต่ยังไปติดมือ คาร์ล ดาร์โลว์ อีก 3 นาทีต่อมา สเตอร์ลิง ได้โอกาสซัดด้วยซ้ายเสาแรกอีกแต่บอลยังโดนนายด่านเจ้าถิ่นปฎิเสธทุบบอลออกไป ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าพักคูลลิ่งเบรค

    นาที 36 "สาลิกาดง" มาพลาดเสียจุดโทษ จากจังหวะที่ ไคล์ วอร์คเกอร์ ครอสไปหน้าปากประตู ฟาเบียน ชาร์ ไม่เล่นบอลเจตนาพลัก กาเบรียล เชซุส จนผู้ตัดสินเห็นแล้วเป่าให้จุดโทษฝั่งเรือใบ ก่อนที่ เควิน เดอ บรอยน์ จะซัดเข้าไปไม่เหลือ เป็นประตูที่ 100 ในชีวิตการค้าแข้ง ช่วยให้ แชมป์เก่าบุกมานำ 1-0

     จบครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

    ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น นาที 53 "เรือใบสีฟ้า" ได้เสียวได้ลุ้นอีก จากจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ กดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งแรงเฉียดคานไปนิดเดียว

    นาที 66 "สาลิกาดง" พลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย หลัง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง หลุดเข้าไปในกรอบแล้วปาดมาหน้ากรอบ 6 หลาให้ ดไวท์ เกย์ล ซัดโล่งๆเหินคานออกไป

    กระนั้น นาที 68 แมนฯซิตี้ มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 บอลขึ้นจากแดนหลังก่อนมาถึง ฟิล โฟเด้น กระชากขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้ ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้ยงจี้เข้าหน้ากรอบแล้วยิงด้วยขวาหนีมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เสียบมุมเข้าไป

    ลูกทีมของ เป๊ป เล่นกันแบบสบาย ครองบอลได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด นาที 76 เกือบได้ลุ้นเม็ดที่สาม หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลให้ ฟิล โฟเด้น ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว
   
    ช่วงท้ายเกมไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม แมนฯซิตี้ ฟอร์มเฉียบบุกไปทุบเจ้าบ้าน นิวคาสเซิ่ล 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ พบกับ อาร์เซน่อล ในช่วงวันที่ 18-19 กรกฎาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : คาร์ล ดาร์โลว์ – ฮาเวียร์ มานกีโย่, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลเลส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส – มิเกล อัลมิรอน, อิซัค เฮย์เด้น, ฌอน ลองสตาฟฟ์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง – แอนดี้ แคร์โรลล์

    ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรู๊ซ   

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, นิโกลัส โอตาเมนดี้, อายเมริค ลาปอร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกัน, ดาบิด ซิลบา – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

    ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า    

 

น้ามูสู้โซลชาภาคสอง! 5 ประเด็นเด็ดก่อนสเปอร์สฟัดแมนยู

ศึกพรีเมียร์ลีกนัดรีสตาร์ทคืนนี้เตรียมมันส์กับบิ๊กแมตช์ที่สนามท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อ "ไก่เดือยทอง" มีโปรแกรมต้อนรับการมาเยือนของคู่แข่งลุ้นท็อปโฟร์อย่าง "ปีศาจแดง" ซึ่งถือเป็นภาคที่สองของการปะทะกันระหว่าง โชเซ่ มูรินโญ่ กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก่อนเราจะไปพบกับความสนุกในคืนนี้เรามีประเด็นที่น่าสนใจก่อนเกมมาให้อ่านกัน

1.บรูโน่-ป็อกบามามั้ย?
    บรรดาสื่อและสาวก “ปีศาจแดง” ต่างตื่นเต้นที่จะได้เห็นการประสานงานของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และปอล ป็อกบา ทั้งสองคนยังไม่ได้เล่นร่วมกันในแมตช์ทางการเลยแต่ลงเล่นแค่เกมอุ่นเครื่องกับ เวสต์บรอม เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเท่านั้น ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานปีศาจแดงก็ออกโรงมาชี้แนวทางให้ โซลชา ส่งทั้งคู่ลงพร้อมกันเพียงแต่ต้องให้กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ยืนอยู่สูงกว่า และได้เล่นอย่างมีอิสระกับบทบาทหมายเลข 10 โดยไม่ต้องสนใจกับการลงไปเล่นเกมรับ

    อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ “ปีศาจแดง” กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีแม้ทีมจะไร้ ป็อกบา ก็ตาม พวกเขาใช้คู่กลางอย่าง เฟร็ด และเนมานย่า มาติช ที่เน้นเกมรับเป็นหลักและกำลังทำผลงานยอดเยี่ยมด้วย น่าสนใจว่าเกมใหญ่แบบนี้ โซลชา จะเสี่ยงทดลองใช้ บรูโน่ และป็อกบา ครั้งแรกไหมหรือจะเลือกใช้กองกลางคู่เดิม

2.สองกำลังหลักมาแล้ว
     ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ สเปอร์ส ฟอร์มตกอย่างหนักในช่วงก่อนเบรกการแข่งขันคือนักเตะสำคัญบาดเจ็บ นอกจากพวกเขาจะเสีย แฮร์รี่ เคน ไปในเดือนมกราคมแล้ว หนำซ้ำ ซน ฮึน-มิน ซึ่งกำลังฟอร์มฮอตยิง 5 ประตูติดต่อกันในทุกรายการก็ดันมาได้รับบาดเจ็บที่แขนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

    ตอนแรกหลายคนก็คาดว่าทั้งคู่จะอดลงสนามในฤดูกาลนี้แล้ว ทว่าเมื่อลีกหยุดการแข่งขันก็ทำให้ทั้งสองมีเวลาพักฟื้นร่างกายและฟิตซ้อมอย่างเต็มที่ มูรินโญ่ ยืนยันก่อนเกมแล้วว่า ซน และเคน พร้อมใช้งานในคืนนี้แต่ในรายของกองหน้าทีมชาติอังกฤษนั้นอาจจะไม่ได้ลงเล่นเต็มแมตช์

    หลังจากหายเจ็บกลับมาแล้ว แฮร์รี่ เคน ก็เจอกับแมตช์ที่ท้าทายตั้งแต่เกมแรกเนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งจะยิง 2 ประตูจาก 11 นัดที่ลงเล่นเจอกับ “ปีศาจแดง” คิดเป็นค่าเฉลี่ย 457 นาทีต่อ 1 ประตูซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่แย่ที่สุดของเขาเมื่อเจอกับคู่แข่งในพรีเมียร์ลีก มารอดูกันว่าเขาจะเจาะตาข่าย แมนฯยูไนเต็ด ได้หรือไม่

3.ไก่ระวังแรช!
    นอกจาก แมนฯยูไนเต็ด จะได้ ปอล ป็อกบา กลับมาฟิตเต็มถังแล้ว พวกเขาก็ยังมี มาร์คัส แรชฟอร์ด พร้อมใช้งานอีกด้วยหลังจากไม่ได้ลงสนามช่วยต้นสังกัดนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาเนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บรบกวน แน่นอนว่า สเปอร์ส คงต้องระวังนักเตะคนนี้ให้ดีเพราะเขามักเป็นตัวแสบในช่วงหลังที่เจอกัน

    ฤดูกาลที่แล้ว มาร์คัส แรชฟอร์ด โชว์ความคมด้วยการยิงประตูชัยให้ “ปีศาจแดง” ในการเยือนสนาม เวมบลีย์ สตเดี้ยม ขณะที่ฤดูกาลนี้ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด กองหน้าวัย 22 ปีก็เป็นคนยิงประตูขึ้นนำแถมยังมาเรียกจุดโทษและซัดประตูที่สองให้กับตัวเองอีกด้วย “ไก่เดือยทอง” คงต้องวางแผนหยุดแนวรุกคนนี้ให้ได้ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะเป็นคนทำให้สเปอร์สน้ำตาตกอีกครั้ง

4.ฟอร์มต่างราวฟ้าเหว
    สเปอร์ส ของ โชเซ่ มูรินโญ่ อาจจะถือว่าโชคดีก็ว่าได้ที่ลีกมีการหยุดการแข่งขันเพราะนอกจากจะเจอปัญหานักเตะบาดเจ็บแล้ว ฟอร์มของทีมก็ย่ำแย่อย่างหนักโดยพวกเขาไม่ชนะใครเลยใน 6 เกมหลังสุดทุกรายการ (เสมอ 2 แพ้ 4) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในอาชีพกุนซือของเขา สำหรับเกมล่าสุดพวกเขาปราชัยต่อไลป์ซิกแบบหมดสภาพ 3-0 ถือเป็นช่วงที่หนักหนาสาหัสของน้ามูเหลือเกินแต่การรีสตาร์ทลีกวันนี้อาจทำให้เขาพลิกชะตาตัวเองก็เป็นได้

   

ส่วน “ผีแดง” นั้นอาจจะต้องเสียดายเหมือนกันที่ฟอร์มของทีมกำลังดีแต่ต้องมาสะดุดเพราะลีกหยุดการแข่งขัน โซลชา พาทีมไม่แพ้ใคร 11 นัดหลังสุดในทุกรายการ ชนะถึง 8 นัดและยิงประตุมากมายถึง 29 ลูกพร้อมเก็บคลีนชีทอีก 9 นัด ซึ่งต้องขอบคุณการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ช่วยยกระดับทีมให้ดีขึ้นมาทันตาเห็น มารอดูว่า โซลชา จะสานต่อฟอร์มร้อนแรงแบบนี้ได้หรือไม่

5.เกมสำคัญลุ้นท็อปโฟร์
    เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และอาร์เซน่อล สองทีมที่มีลุ้นตั๋วโควต้า ชปล. ต่างพลาดท่าในเกมตกค้างเมื่อวันพุธที่ผ่านมาซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับทั้ง สเปอร์ส และแมนฯ ยูไนเต็ด แน่นอนว่าเกมคืนนี้สามแต้มถือว่าสำคัญมากเพราะหาก “ไก่เดือยทอง” คว้าชัยชนะจะลดช่องว่างจากท็อปโฟร์เหลือแค่ 4 แต้มเท่านั้นเพื่อกดดัน เชลซี ที่จะลงเล่นกับ แอสตัน วิลล่า ในวันอาทิตย์นี้

    แต่ถ้าหาก “ปีศาจแดง” เก็บสามแต้มได้สำเร็จนอกจากพวกเขาจะแซงเชลซียึดท็อปโฟร์ด้วยลูกได้-เสียที่ดีกว่าแล้ว ยังทำแต้มห่าง สเปอร์ส ถึง 7 แต้มและทีมของน้ามูมีสิทธิ์ถูกเชลซีทิ้งห่างเป็น 10 แต้มเลยทีเดียวในสุดสัปดาห์นี้ซึ่งแม้ในทางทฤษฎีจะยังมีโอกาสแต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ถือว่าตัดสเปอร์สออกจากทีมลุ้นท็อปโฟร์ได้เลย

ป็อกบาสำรอง? คาดการณ์ 11 ตัวจริงแมนยูเกมฟัดสเปอร์ส

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังจะได้นักเตะกลับมาฟิตเต็มถังแบบฟูลทีมในเกมประเดิมรีสตาร์ทพรีเมียร์ลีกของพวกเขา โดย "ผีแดง" เตรียมต้อนรับ ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์คนสำคัญกลับมาสู่ทีมอย่างเป็นทางการในการปะทะ สเปอร์ส วันศุกร์นี้ อย่างไรก็ตามคำถามคือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะจับมิดฟิลด์เฟร้นช์แมนรายนี้ลงเล่นใน 11 ตัวจริงหรือไม่?

    ก่อนเบรกการแข่งขัน “ปีศาจแดง” ที่ไร้ ปอล ป็อกบา กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีและพวกเขาก็กลับมาลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง กลายเป็นเรื่องให้ โซลชา ครุ่นคิดอย่างหนักกับการจัดทีมลงแข่งขัน

    เราได้เห็นสื่อโซเชี่ยลต่างๆตื่นเต้นกับการประสานงานระหว่าง ปอล ป็อกบา และบรูโน่ แฟร์นันด์ส ในเกมอุ่นเครื่องแบบสนามปิดกับ เวสต์บรอม หากโซลชาตัดสินใจใช้คู่นี้จริงๆ เราน่าจะได้เห็นระบบ 4-4-2 แบบไดม่อน หรือ 4-2-3-1 ตามแผนถนัดของ “ผีแดง”

11 ตัวจริงหากใช้ บรูโน่ คู่ ป็อกบา ระบบ 4-4-2 / 4-2-3-1

แผนการเล่นด้านบนเราจะเห็น เฟร็ด เป็นกองกลางตัวต่ำโดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยืนเป็นตัวรุก ขนาบข้างด้วย ปอล ป็อกบา ทางซ้าย และแดเนียล เจมส์ ทางขวา ทว่าข้อเสียขของแผนการเล่นนี้คือการต้องทิ้ง เฟร็ด ไว้เป็นกองกลางตัวรับคนเดียว ซึ่งปกติแล้วเจ้าตัวจะมีคู่กลางคอยช่วยเก็บกวาดอีกหนึ่งคน แน่นอนว่างานหนักอาจตกไปอยู่ดับคู่กองหลัง แม็กไกวร์ และลินเดอเลิฟ เนื่องจากมีมีตัวหยุดแนวรุกสเปอร์สน้อยเกินไป

    อย่างไรก็ตามการเยือน สเปอร์ส และต่อสู้กับทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่า นั้นเชื่อว่า โซลชาคงเลือกไม่เสี่ยงเล่นเกมรุกมากมาย ดังนั้นพวกเราน่าจะได้เห็นเกมรับในแดนกลางมากขึ้นซึ่งหมายความว่า ปอล ป็อกบา อาจนั่งสำรองไปก่อนเพื่อความสมดุลของทีม

สื่อ “เดอะ ซัน” ก็คาดการณ์ว่า โซลชา จะกลับมาใช้แผน 3-5-2 ซึ่งเป็นระบบการเล่นที่ใช้เอาชนะ แมนฯซิตี้ ในนัดก่อนเบรกการแข่งขัน

กองหลัง – ใช้ระบบเซนเตอร์แบ็ก 3 ตัวเพื่อเน้นเกมรับเป็นหลักโดยมีสองเซนเตอร์ตัวหลักอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และวิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ ลงสนามพร้อมขยับ ลุค ชอว์ มาเป็นเซนเตอร์อีกหนึ่งคนซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ดีในตำแหน่งนี้ทั้งเกมกับ แมนฯซิตี้ และเชลซี ขณะที่ วิงแบ็ก จะเน้นเป็นนักเตะที่เกมรับดีเป็นหลักโดยฝั่งซ้ายใช้เป็น แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และฝั่งขวา อารอน วาน-บิสซาก้า ประจำการ

กองกลาง – ในแดนกลาง 3 คนจะเลือกใช้ เฟร็ด จับคู่ เนมานย่า มาติช ซึ่งถือเป็นคู่กลางที่ค่อนข้างแน่นทีเดียว โดย เฟร็ด จะเป็นนักเตะที่วิ่งแท็กเกิ้ลและเขาไล่แย่งบอลคู่ต่อสู้ ขณะที่ มาติช รอดักจังหวะบอลก่อนถึงกองหลัง ด้านกองกลางตัวรุกใช้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เป็นเหมือนตัว "ฟรีแมน" มีอิสระในการวิ่งไปเชื่อเกมกับเพื่อนร่วมทีม

กองหน้า – กองหน้าคู่ในนัดที่ปราบ แมนฯซิตี้ นั้นคือ แดเนียล เจมส์ และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่เนื่องด้วย มาร์คัส แรชฟอร์ด หายเจ็บกลับมาก็มีโอกาสสูงทีเดียวที่จะมาแทนที่ของ แดเนียล เจมส์

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะใช้ในเกมพบ สเปอร์ส

ให้ได้หรือเปล่า?เฮนเดอร์สันขออะไรกับแมนยูแลกต่อสัญญา

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นของอังกฤษ ระบุ ดีน เฮนเดอร์สัน ยื่นคำขาดกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าจะต่อสัญญาก็ต่อเมื่อรับปากแล้วว่าตัวเองจะได้เป็นมือ 1 คนใหม่ของทีม ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กับ สเปอร์ส กำลังแอบเหล่เจ้าตัวอยู่
    ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปล่อยให้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยืมตัวไปใช้งานอยู่นั้น ตั้งเงื่อนไขกับ "ปีศาจแดง" ว่าจะยอมเซ็นสัญญาฉบับใหม่ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายรับปากว่าเขาจะได้เป็นมือ 1 ของทีม ตามรายงานของ แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นประจำเมืองแมนเชสเตอร์

    ฤดูกาลก่อน เฮนเดอร์สัน ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด ด้วยการพาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้ จนทำให้ "ดาบคู่" ทำสัญญายืมเขาต่อ และซีซั่นนี้นายด่านวัย 23 ปีก็ยังโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจจนทำให้ทีมมีลุ้นได้โควตาลุยฟุตบอลถ้วยยุโรป จนทำให้เริ่มมีการตั้งประเด็นกันแล้วว่าในฤดูกาลหน้าเขาควรจะได้เป็นมือ 1 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แทนที่ ดาบิด เด เคอา รึเปล่า

    แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ เสริมว่าที่จริงตอนนี้ เฮนเดอร์สัน ก็ได้รับข้อเสนอจากหลายทีมแล้ว ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สนใจที่จะคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ อย่างไรก็ตาม นายด่านชาวอังกฤษก็เชื่อว่าสโมสรจะไม่ขายเขา เพราะเขามีโอกาสที่จะเป็นมือ 1 ได้ในซีซั่นหน้า แต่เขาก็ต้องการคำสัญญาจากสโมสรเช่นกันว่ามันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ

    ทั้งนี้ เฮนเดอร์สัน เหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2022 ขณะที่ถึงแม้มันจะมีอ็อปชั่นขยายสัญญา 1 ปี แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าอ็อปชั่นนั้นจะถูกใช้งานแน่นอน โดยที่มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคุยเรื่องต่อสัญญากับ เฮนเดอร์สัน ไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม เฮนเดอร์สัน ก็ไม่อยากเจอชะตากรรมเดียวกับ แซม จอห์นสโตน อดีตนายด่านของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจาก จอห์นสโตน ทำผลงานได้ดีในระดับเยาวชนจนได้ต่อสัญญากับทีมหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ย้ายไปอยู่กับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แบบถาวรในปี 2018 ในสภาพที่ไม่เคยได้เฝ้าเสาให้กับทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด แม้แต่นัดเดียว

 

เจาะ 5 ประเด็นแมนยู 2 ชุดอุ่น “ชนะ-แพ้” เวสต์บรอมฯ

ป็อกบา-บรูโน่คู่กัน, แรชฟอร์ดฟอร์มหรู, เปเรยร่าซัดสวย ! ผ่า 5 ข้อแมนยู 2 ชุดอุ่นสนุก เวสต์บรอมฯ

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโอกาสได้ลงอุ่นเครื่องรับมือ "เดอะ แบ็กกีส์" เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จำนวน 2 แมตช์ (แมตช์ละ 60 นาที) เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยทัพ "ปีศาจแดง" ได้ผลการแข่งขันทั้งแพ้ และชนะ

    สำหรับแมตช์แรก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เลือกใช้ 11 ตัวจริง โดนเน้นนักเตะเกมรุกเป็นหลักพร้อมทั้งมี ปอล ป็อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงเล่นพร้อมกัน กอปรกับ 3 ประสานความเร็วสูง แต่ผลการแข่งขันดันพลาดท่าแพ้ 1-2 ในขณะที่แมตช์หลังสามารถแก้แค้น "เดอะ แบ็กกี้ส์" ได้สำเร็จ ด้วยชัยชนะ 3-1 

 

    ในส่วนของ "ผีแดง" ชุดสองดูเหมือน "น้าลูกอม" เน้นผู้เล่นเกมรับ และนายทวารตัวจริง โดยผลงานค่อนข้างเหนียวแน่น รวมทั้งใช้สองมิดฟิลด์ทีเด็ดอย่าง สก็อตต์ แม็คโทมิเน่ย์ ยืนคู่กับ เฟร็ด ทำให้แดนกลางเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น แถม อันเดรียส เปเรยร่า ที่ดูเหมือนจะหมดอนาคต แต่เกมนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นซัด 2 ประตู โดยหนึ่งในสองประตูเจ้าตัวยิงสวยซะด้วย

    ตอนนี้คาดว่า โซลชา คงมี 11 ผู้เล่นตัวจริงที่จะนำไปใช้ดวลกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในเกมพรีเมียร์ลีก รีสตาร์ท วันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.เอาไว้แล้ว แต่เจ้าตัวคงต้องการเก็บแผนเด็ดเอาไว้ เพื่อหวังจะบุกคว่ำ "ไก่เดือยทอง" ของกุนซือโชเช่ มูรินโญ่ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยสำหรับการลุ้นทำอันดับท็อปโฟร์

 

1. ป็อกบา-บรูโน่ เล่นร่วมครั้งแรก
    หนึ่งในสิ่งที่แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอคอยมากๆ นั่นก็คือการได้เห็น ปอล ป็อกบา กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงสนามร่วมกัน และในเกมอุ่นเครื่องรับมือ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทั้งสองคนได้ลงสนามเคียงข้างกันครั้งแรกให้กับทัพ "ผีแดง" ชุดแรก

    สำหรับเกมนี้ ป็อกบา ดูเหมือนจะมีร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์แล้ว และทำผลงานได้ค่อนข้างดี ในขณะที่ แฟร์นันด์ส ยังคงรักษามาตรฐานชั้นยอดของเขาเอาไว้ได้เหมือนเดิม ที่สำคัญเจ้าตัวยังมีชื่อเป็นคนทำประตูจาการยิงจุดโทษลูกแรก แต่น่าเสียดายที่พลาดบวกสกอร์เพิ่ม เพราะดันซัดจุดโทษลูกที่สองพลาด

 

    ในส่วนของแดนหน้าดูเหมือน โซลชา อยากลองใช้ 3 ประสานแห่งอนาคตได้แก่ เมสัน กรีนวู้ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เล่นตัวจริงร่วมกัน โดยพวกเขาก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ ช่วยทำให้เกมบุกของ "ปีศาจแดง" มีสีสัน และอันตรายพอสมควร

    แม้ว่าแมตช์นี้ทีมชุดแรกจะเสียฟอร์มเล็กน้อย เพราะแพ้ให้กับ เวสต์บรอม 1-2 ก็ตาม แต่การที่ได้เห็น ป็อกบา จับคู่กับ แฟร์นันด์ส และการใช้ 3 ประสานความเร็วสูงเล่นร่วมกัน น่าจะทำให้ โซลชา ปิ๊งไอเดียในการจะทัพ "เร้ด เดวิลส์" เยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้

 

 

2. แรชฟอร์ด ฟิตลงสนาม
    ถ้าหากบรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ดีใจกับการได้เห็น ป็อกบา กลับมาลงสนามอีกครั้ง พวกเขาคงจะต้องยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมมากกว่ายิ่งนี้ เพราะการได้เห็น มาร์คัส แรชฟอร์ด ฟิตสมบูรณ์ ทำให้ทีมมีโอกาสที่จะฝากผีฝากไข้ในการทำประตูได้มากยิ่งขึ้น

    หัวหอกวัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดในฤดูกาลนี้ แต่น่าเสียดายที่ดันได้รับบาดเจ็บหนักที่แผ่นหลังในเกมเอฟเอ คัพ ที่พบกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้เจ้าตัวไม่สามารถลงสนามช่วยต้นสังกัดได้เลยนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

 

    สำหรับผลงานในการลงเล่นให้กับทีมชุดแรกของแมนฯ ยูไนเต็ด ต้องบอกว่าน่าประทับใจพอสมควร แม้ว่าพวกเขาจะแพ้ให้กับ เวสต์บรอมฯ ก็ตาม แต่การได้เห็น แรชฟอร์ด เล่นได้เต็มที่ พร้อมทั้งโชว์ลีลาเด็ดๆ น่าจะทำให้เกมรุกของ "ปีศาจแดง" อันตรายยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า

    ที่สำคัญหาก แรชฟอร์ด สามารถเรียกฟอร์มเก่งของเขากลับมาได้เหมือนกับที่แสดงให้เห็นก่อนจะได้รับบาดเจ็บ และเล่นได้สุดยอดจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ แน่นอนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ แมนฯ ยูฯ จะทำอันดับขึ้นไปติดท็อปโฟร์ คว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้
 

3. เปเรยร่า-ชอง ผลงานโดนใจ
    หลายคนอาจจะมองว่า อันเดรียส เปเรยร่า น่าจะหมดอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้ไปแล้ว แต่ โซลชา ยังเชื่อมั่นในศักยภาพของนักเตะคนนี้ และพร้อมให้โอกาส ดาวเตะบราซิเลียน ได้พิสูจน์คุณค่าของเขา ซึ่งงานนี้เจ้าตัวก็พร้อมที่จะฉกฉวยโอกาสเหล่านี้เอาไว้

    เปเรยร่า ได้ลงเล่นให้กับ "ผีแดง" ชุดสอง" ที่มีแนวรับอย่าง อารอน วาน-บิสซาก้า, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, ลุค ชอว์ โดย ดาบิด เด เคอา ทำหน้าที่เฝ้าเสา งานนี้เขาไม่ทำให้ "น้าลูกอม" ต้องผิดหวัง เมื่อจัดการซัด 2 ประตูช่วยให้ทีมเอาชนะ "เดอะ แบ็กกี้ส์" 3-1

 

    ขณะเดียวกันแมตช์นี้ โซลชา ยังให้โอกาส ทาฮิธ ชอง ได้ลงเล่นด้วย โดยนักเตะถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม และทำผลงานได้ดี พร้อมทั้งเป็นคนทำประตูให้ทีมด้วย โดยงานนี้ถือว่า ดาวเตะเลือดดัตช์ สร้างความประทับใจให้กับกุนซือชาวนอร์เวย์มากพอสมควร

    แม้ว่าในเวลานี้ขุมกำลังในแดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะค่อนข้างแน่นปึ้ก และโอกาสที่ เปเรยร่า กับ ชอง จะได้ลงเล่นตัวจริงในเกมทางการค่อนข้างน้อย แต่กระนั้นทั้งสองคนก็ยังถือเป็นกำลังเสริมที่ดี และสามารถลงสนามเพื่อสร้างความแตกต่างในเกมได้
 

4.  แม็คโทมิเนย์จับคู่เฟร็ด แดนกลางปึ้ก
    สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ชุดสอง ดูเหมือน โซลชา อยากจะทดสอบเรื่องเกมรับ และกองกลาง โดยในแผงแบ็กโฟร์มีความเป็นไปได้สูงที่ วาน-บิสซาก้า,  แม็กไกวร์, ลินเดอเลิฟ และ ชอว์ น่าจะยืนเป็นตัวหลักในช่วง 9 แมตช์สุดท้ายของฤดูกาลนี้

 

    ในส่วนของแผงมิดฟิลด์ "น้าลูกอม" อาจจะตัดสินใจใช้งาน สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด ยืนคู่กัน เพราะทั้งสองคนสามารถช่วยคุมแดนกลางให้กับทัพ "ผีแดง" ได้ดีเยี่ยม และสามารถป้องกันเกมบุกของ เวสต์บรอมฯ ไม่ให้ผ่าด่านเข้าไปจนถึงเซนเตอร์แบ็ก

    สำหรับเกมนี้ เฟร็ด ทำผลงานได้ดีเยี่ยม และเป็นคนแอสซิสต์ให้ เปเรยร่า ซัดหนึ่งในสองประตูที่เขายิงได้ด้วย ถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมว่า ดาวเตะชาวบราซิเลียน สามารถรักษาฟอร์มเก่งก่อนที่เกมลูกหนังต้องหยุดชะงักจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 
5. พร้อมบุกหักคอ "ไก่"
    โซลชา แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาพยายามที่จะปกปิดแผนการเล่นที่จะนำมาใช้ในแมตช์เยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสปอร์ ซึ่งเป็นเกมแรกของทัพ "ปีศาจแดง" หลังจากที่พรีเมียร์ลีก จะกลับมาแข่งกันต่อ เพื่อให้ฤดูกาล 2019/2020 จบอย่างสมบูรณ์แบบ

    แน่นอนว่าหลายๆ คน รวมทั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ "ไก่เดือยทอง" คงคาดหวังจะได้เห็น "น้าลูกอม" หลุดแผนบางอย่างออกมา แต่สุดท้าย โซลชา เลือกที่จะใช้ทีม 2 ชุดในเกมอุ่นเครื่องรับมือ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ซึ่งงานนี้คงทำให้ "เฮียมู" ยากจะคาดเดา 11 ตัวจริงของ "ผีแดง" เพื่อวางแผนรับมือกับพวกเขา

 

    กระนั้นหากวิเคราะห์แบบคร่าวๆ จะเห็นได้ว่า 11 ตัวจริงในทีมชุดแรก ดูเหมือน โซลชา จะเน้นผู้เล่นเกมบุกเป็นหลัก ขณะที่แข้งตัวจริงชุดสอง แผงแบ็กโฟร์ กับผู้รักษาประตู น่าจะเป็นตัวหลักที่ กุนซือชาวนอร์เวย์ จะนำไปใช้เพื่อเยือนถิ่นท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

    ทั้งนี้ โซลชา คงจะมี 11 ผู้เล่นตัวจริงที่เขาเลือกเอาไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว แต่ทุกอย่างยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยเจ้าตัวคงจะใช้เวลาในช่วงฝึกซ้อมในสัปดาห์หน้าเพื่อที่จะจับตาฟอร์มการเล่นของนักเตะทุกคน จากนั้นค่อยตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะเลือกใครลงตัวจริงในแมตช์รีสตาร์ท วันศุกร์นี้

ถึงเวลาสาลิกาดงผงาด! “เดอะซัน” คาดการณ์11ตัวจริงนิวคาสเซิ่ลซีซั่นหน้า



"สาลิกาดง" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จะกลายเป็นสโมสรที่มีอำนาจด้านการเงินทันที ถ้าหากได้กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย ที่นำโดย มกุฎราชกุมาร โมฮัมหมัด บิน ซัลมาน เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรแทน ไมค์ แอชลี่ย์ ซึ่งว่ากันว่าตอนนี้ก็ใกล้เคียงมากๆ แล้ว เพราะฉะนั้นเราอาจจะได้เห็น นิวคาสเซิ่ล พลิกโฉมกลายเป็นสโมสรระดับหัวแถว เหมือนกับที่ เชลซี ได้ "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช เข้ามาชุบชีวิตเมื่อปี 2003

ล่าสุด "เดอะ ซัน" สื่อดังของอังกฤษ ถือโอกาสคาดการณ์ทีม 11 ตัวจริงของ "สาลิกาดง" ประจำฤดูกาล 2020/21 ในกรณีที่พวกเขาสามารถดึงนักเตะที่มีข่าวด้วย มาร่วมทัพได้สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นในรายของ เอดินสัน คาวานี่, แกเร็ธ เบล, อาร์ตูโร่ วิดาล, จอห์น แม็คกินน์ รวมถึงเด็กเก่าอย่าง โซโลมอน รอนดอน โดยจะมาในระบบการเล่น 4-4-2

– ผู้รักษาประตู : มาร์ติน ดูบราฟก้า
ตำแหน่งนายทวารไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เนื่องจาก ดูบราฟก้า ทำผลงานได้ดีมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่เขาเป็นผู้รักษาประตูที่เซฟมากสุดในศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ (117 ครั้ง)

– กองหลัง : ฆาเบียร์ มานกีโย่, จามาล ลาสเซลล์ส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส
คู่เซนเตอร์แบ็กยังคงเป็นกัปตันทีม ลาสเซลล์ส กับ เฟร์นานเดซ เหมือนเดิม เช่นเดียวกับ มานกีโย่ ในตำแหน่งแบ็กขวา ส่วนแบ็กซ้ายนั้น แดนนี่ โรส น่าจะถูกซื้อขาดมาจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หลังจบซีซั่นนี้

– กองกลาง : แกเร็ธ เบล, อาร์ตูโร่ วิดาล, จอห์น แม็คกินน์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง
แดนกลางแทบยกชุดเลยทีเดียว เหลือเพียงแค่ แซงต์-มักซิแม็ง ที่ซีซั่นนี้ทำผลงานได้น่าประทับใจเท่านั้น ส่วนอีกสามรายประกอบไปด้วย เบล, วิดาล และ แม็คกินน์ โดยเฉพาะในรายของ วิดาล นั้น ถือว่ามีโอกาสสูงมาก เพราะ บาร์เซโลน่า พร้อมปล่อยตัวอยู่แล้ว เช่นเดียวกับในรายของ แม็คกินน์ ที่มีข่าวว่า พวกเขาพร้อมทุ่มเงินซื้อจาก แอสตัน วิลล่า ในราคา 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,230 ล้านบาท)

– กองหน้า : เอดินสัน คาวานี่, ซาโลมอน รอนดอน
คาวานี่ ถูกมองว่าจะเป็นสตาร์รายแรกๆ ที่ถูกดึงเข้ามายังถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค เนื่องจากเจ้าตัวกำลังจะหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งนั่นทำให้ นิวคาสเซิ่ล สามารถดึงเจ้าตัวมาร่วมก๊วนได้แบบฟรีๆ พร้อมอัดฉีดค่าเหนื่อยแบบงามๆ ให้

ส่วนในรายของ รอนดอน (ปัจจุบันค้าแข้งที่จีนกับ ต้าเหลียน อี้ฟาง) เคยมาเล่นให้ "สาลิกาดง" แบบสัญญายืมตัวจาก เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เมื่อฤดูกาล 2018/19 ซึ่งก็ทำผลงานได้ดี (ลงเล่น 33 นัด, 12 ประตู) จนกลายเป็นที่รักของเหล่าสาวก "ทูน อาร์มี่" ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปกใจ หากเจ้าตัวได้กลับมาสวมยูนิฟอร์มสีขาว-ดำอีกครั้ง