เกิดอะไรบ้างกับ5นักเตะที่มูรินโญ่ปล่อยจากแมนยู

โชเซ่ มูรินโญ่ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกุนซือที่ยอดเยี่ยมสุดในโลก หลังประสบความสำเร็จ และคว้าแชมป์มากมาย จากการคุม ปอร์โต้, เชลซี, อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก่อนมาทำงานให้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในเวลานี้
    กุนซือชาวโปรตุกีส คุม แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างปี 2016-2018 โดยพา "ปีศาจแดง" คว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ปี 2017, ลีก คัพ 2016/17 และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2016

    มูรินโญ่ ดึงนักเตะมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" หลายราย และก็มีปล่อยออกไปบ้าง โดยเราจะไปดูกันว่าแต่ละคนเป็นอย่างไรกันบ้างหลังเดินออกจากรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด

1. บิคตอร์ บัลเดส

มูรินโญ่ ไม่เสียเวลาเลยในการโละ บิคตอร์ บัลเดส นายทวารชาวสแปนิช ออกจากทีม หลังเข้ามาคุม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ไม่นานเมื่อปี 2016

บัลเดส ต้องย้ายไปเล่นให้ สตองดาร์ ลีแอช แบบยืมตัว และไปเฝ้าเสาให้ มิดเดิ้ลสโบรช์ ในฤดูกาล 2016/17 ก่อนแขวนถุงมือในปี 2018 หลังไร้สังกัดมานานหลายเดือน

จากนั้น บัลเดส ไปเป็นโค้ชให้กับทีมเยาวชนของ โมราตาลาซ สโมสรสมัครเล่น และ บาร์เซโลน่า อดีตต้นสังกัด แต่แค่ 3 เดือนก็โดนไล่ออก ก่อนมาทำงานให้กับสโมสร ฮอร์ต้า

2. นิค พาวล์

นิค พาวล์ เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตา เป็นที่หมายปองของหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ หลังโด่งดังเร็วตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี ก่อนย้ายจาก ครูว์ อเล็กซานดรา มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2012

อย่างไรก็ตาม พาวล์ ไม่สามารถแจ้งเกิดกับ "ปีศาจแดง" ก่อนโดนส่งไปให้หลายสโมสรยืมทั้ง วีแกน แอธเลติก, เลสเตอร์ ซิตี้ และ ฮัลล์ ซิตี้

จากนั้น พาวล์ ก็โดนปล่อยขาดให้ วีแกน เมื่อปี 2016 และย้ายมาอยู่กับ สโต๊ค ซิตี้ เมื่อปี 2019

3. บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

กองกลางดีกรีทีมชาติเยอรมัน ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015 แต่หลัง มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีม เขาก็แทบไม่ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงเลย

ชไวน์สไตเกอร์ อำลา "ปีศาจแดง" ไปอยู่กับ ชิคาโก้ ไฟร์ ใน เมเจอร์ ลีก  สหรัฐฯ เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2017 และแขวนสตั๊ดไปเมื่อปีที่แล้ว

4. ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

หนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่ มูรินโญ่ ยอมรับว่าอยากที่จะเก็บให้อยู่กับทีมต่อไป แต่ไม่อาจรั้งไว้ได้ หลังเจ้าตัวบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าเมื่อเดือนเมษายน ปี 2017 และต้องพักยาวถึง 8 เดือน

หลังกลับมาจากอาการบาดเจ็บ ซลาตัน ตกลงเซ็นสัญญากับ "ปีศาจแดง" อีก 1 ปี แต่สภาพร่างกายไม่เหมือนเดิม และไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก จนนำไปสู่การยกเลิกสัญญาในที่สุด

ดาวยิงสวีดิช วัย 38 ปี ทำผลงานดีในปีแรกที่มาอยู่ใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ฤดูกาล 2016/17 ด้วยการยิงไป 28 ประตู จาก 46 นัด

อิบราฮิโมวิช ไปเล่นให้ แอลเอ แกแล็กซี่ เมื่อปี 2018 ก่อนที่ล่าสุดจะย้ายมาอยู่กับ เอซี มิลาน เมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา

5. เวย์น รูนี่ย์

รูนี่ย์ ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2004 ก่อนย้ายกลับไปเล่นให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" อีกครั้งในปี 2017 หลังค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นานถึง 13 ปี

จากนั้น รูนี่ย์ ก็ไปอยู่กับ ดีซี ยูไนเต็ด ใน เมเจอร์ลีก สหรัฐฯ เมื่อปี 2018 และเพิ่งกลับอังกฤษ มาเล่นให้ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ใน แชมเปี้ยนชิพ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ตำนานลิเวอร์พูลสวนบัลลัคหลังหยันฟานไดค์ไม่เคยเจอของจริง

สตีฟ นิโคล อดีตยอดแข้ง ลิเวอร์พูล สวนกลับ มิชาเอล บัลลัค ว่าต่อให้จะต้องเจอกับ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา แต่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ก็จะรับมือกับอีกฝ่ายได้แน่ หลังจากก่อนหน้านี้ บัลลัค ออกมาบอกว่า ฟาน ไดค์ แค่โชคดีที่ยุคนี้ไม่มีนักเตะแนวรุกตัวเก่งๆ ใน พรีเมียร์ลีก เหมือนสมัยก่อน จนทำให้มีผลงานการเล่นเกมรับที่โดดเด่น

    สตีฟ นิโคล ตำนานดาวเตะ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอกกลับ มิชาเอล บัลลัค อดีตกองกลางชาวเยอรมันของ เชลซี ด้วยการบอกว่า เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังคนเก่งของ "หงส์แดง" สามารถรับมือกระทั่ง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ได้แบบไม่ยากเย็นเกินไป

    ฟาน ไดค์ ได้รับการยกย่องจากหลายฝ่ายว่าเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ หลังจากที่เขาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนทำให้เกมรับของ ลิเวอร์พูล เหนียวแน่นสุดๆ นับตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018

    อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ บัลลัค ออกมาบอกว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ ฟาน ไดค์ เล่นเกมรับได้ดีนั้น เป็นเพราะยุคนี้ พรีเมียร์ลีก ไม่มีแนวรุกตัวโหดๆ เยอะเท่าไหร่ โดย บัลลัค บอกว่า "เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ โชคดีมากๆ ที่ได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก ยุคที่มันไม่มีนักเตะแบบ ดร็อกบา, (แฟร้งค์) แลมพาร์ด, อลัน เชียเรอร์, (เธียร์รี่) อองรี, (เวย์น) รูนี่ย์, (โรบิน) ฟาน เพอร์ซี่, (คาร์ลอส) เตเวซ, (เอ็มมานูเอล) อเดบายอร์ และ ดีเอโก้ คอสต้า ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะคิดว่าเขาเป็นกองหลังที่เก่งที่สุดของลีกน่ะนะ"

    นิโคล แสดงความเห็นถึงประเด็นดังกล่าวว่า "ผมอยากรู้เหลือเกินว่าส่วนไหนในเกมการเล่นของเขา (ฟาน ไดค์) ที่ทำให้เขา (บัลลัค) ไม่พอใจ เพราะถ้าคุณลองดูการใช้ร่างกายเข้าปะทะของเขาแล้วน่ะ คุณก็จะเห็นว่าเขาทำได้ดี คุณจะบอกผมเหรอว่า ฟาน ไดค์ ไม่สามารถเอาชนะในด้านการใช้ร่างกายเข้าปะทะได้ในการดวลกับนักเตะคนใดคนหนึ่ง ? แม้กระทั่งกับ ดร็อกบา ?"

    "แน่นอนว่ามันจะเป็นการต่อสู้กันที่น่าสนใจ แต่อย่าบอกผมเชียวว่า ดร็อกบา จะเอาชนะเขาได้สบายๆ ในด้านการใช้ร่างกายปะทะกัน ในด้านความเร็วน่ะผมจำไม่เห็นได้เลยว่ามันมีนักเตะคนไหนใน พรีเมียร์ลีก หรือใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สามารถวิ่งหนีจากการประกบของชายคนนี้ (ฟาน ไดค์) ได้ ดังนั้นเรื่องความเร็วนี่ไม่ใช่ปัญหาเลย"

    "เขาสามารถผ่านบอลได้รึเปล่าน่ะเหรอ ? แน่นอนว่าเขาสามารถผ่านบอลได้ ผมเลยอยากรู้ว่าส่วนไหนในเกมการเล่นของ ฟาน ไดค์ ที่เขาคิดว่าจะแพ้บรรดากองหน้าที่เขายกตัวอย่างมา"

อยู่แมนยูก็ไม่ช่วยอะไร!แกสคอยน์หยันป๋าคุมดียังไงปล่อยลูกทีมทำเรื่องแย่

ดิ แอธเลติก สื่อกีฬารายหนึ่ง ระบุ เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พอล แกสคอยน์ เย้ยหยัน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าไม่ได้ทำให้ลูกทีมมีวินัยที่ดีจนถึงขนาดจะช่วยทำให้ตนมีอาชีพการเล่นที่ดีขึ้นได้เลย พร้อมบอกว่าครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตนเคยตัดสินใจซบ สเปอร์ส มากกว่า "ปีศาจแดง"

    พอล แกสคอยน์ อดีตยอดกองกลางชาวอังกฤษ เคยพูดเหน็บแนม เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ว่าที่จริงแล้วก็ไม่ได้ควบคุมให้นักเตะมีวินัยที่ดีได้เลย ตามการเปิดเผยของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อก้อง

    ในช่วงที่เขารุ่งๆ นั้น แกสคอยน์ ถือเป็นนักเตะชั้นยอดคนหนึ่ง โดยเขาเริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และตอนนั้นเคยมีข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย ก่อนที่จะไปซบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในปี 1988 แถมเขายังเคยไปเล่นให้ ลาซิโอ และเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลที่นั่นด้วย
   
    อย่างไรก็ตาม แกสคอยน์ ก็ผลงานดร็อปลงอย่างรวดเร็ว โดยสาเหตุเป็นเพราะเขาเป็นโรคติดแอลกอฮอล์จนมักจะออกไปดื่มเหล้าอยู่บ่อยๆ ซึ่ง เฟอร์กูสัน และหลายคนมักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แกสคอยน์ น่าจะประสบความสำเร็จในวงการลูกหนัง และโชว์ฟอร์มเก่งได้นานกว่านี้ ถ้าหากเขาย้ายจาก นิวคาสเซิ่ล ไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะ เฟอร์กูสัน มักจะได้รับคำชมว่าเข้มงวดกับนักเตะจนทำให้ลูกทีมมีวินัยที่ดี

    ทั้งนี้ ดิ แอธเลติก เพิ่งเปิดเผยว่าเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แกสคอยน์ ไปออกงานอีเวนต์งานหนึ่ง และในระหว่างนั้นเขาก็บอกด้วยว่าต่อให้ตัวเองย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มันก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ต่างออกไปอยู่ดี เพราะลูกทีมบางคนของ เฟอร์กูสัน ก็ทำเรื่องเลวร้ายเอาไว้เหมือนกัน

    ดิ แอธเลติก อ้างว่า แกสคอยน์ เผยในงานดังกล่าวว่า "อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บอกว่าสถานการณ์มันคงจะต่างออกไปถ้าผมเซ็นสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แหม ผมจะยกตัวอย่างแล้วกันว่า ริโอ เฟอร์ดินานด์ เคยหนีจากการตรวจหาสารกระตุ้น, เอริก คันโตน่า เคยกระโดดถีบคอแฟนบอลงี่เง่าบางคนบนอัฒจันทร์, เวย์น รูนี่ย์ ไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงระดับคุณยาย และ ไรอัน กิ๊กส์ ก็แอบมีความสัมพันธ์กับภรรยาของน้องชายเขาเนี่ยนะ ให้ตายเถอะ"

    อดีตแข้งวัย 52 ปี เสริมว่าสาเหตุที่เลือกย้ายไปอยู่กับ สเปอร์ส มากกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเพราะคนในครอบครัวอยากให้ตนซบ "ไก่เดือยทอง" มากกว่า "คุณพ่อของผมท่านบอกว่า -แกจะรออะไรอยู่ล่ะฟะ ?- ส่วนพี่สาวของผมก็ติดต่อมา เธอบอกว่า -สวัสดี พอล ถ้าเกิดคุณแม่อยากได้บ้าน แล้วคุณพ่ออยากได้รถเนี่ย ฉันก็อยากได้เตียงอาบแดดไฟฟ้านะ- ดังนั้นผมเลยโทรศัพท์ไปหา เออร์วิ่ง สโคลาร์ (ประธาน สเปอร์ส ในตอนนั้น) แล้วบอกว่า -ฟังนะ คุณคงไม่เชื่อแน่ๆ แต่อย่างสุดท้ายเลย คุณจะช่วยหาเตียงอาบแดดไฟฟ้ามาให้ผมได้ไหม ?- ข้อตกลงมันเสร็จสิ้นลงเพราะเตียงอาบแดดไฟฟ้า แต่แล้วเราก็ใส่หลอดไฟผิดจนทำให้บ้านระเบิด"

กิ๊กส์ชี้4นักเตะแมนยูไม่เคยโดนไดร์เป่าผมเฟอร์กี้

แฟนบอลไปฟังกัน ไรอัน กิ๊กส์ เปิดชื่อ 4 นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ไม่เคยโดนไดร์เป่าผมจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พร้อมชมเจ้านายมีวิธีจัดการเด็กๆ ได้เยี่ยม
    ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีกพ่อมดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า เอริก คันโตน่า, ไบรอัน ร็อบสัน, รอย คีน และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็น 4 นักเตะ "ปีศาจแดง" ที่ไม่เคยโดน เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสกอตต์ โวยใส่อย่างรุนแรง หรือที่ถูกเรียกกันว่า "ไดร์เป่าผมพิฆาต"

    กิ๊กส์ เผยผ่าน บีอิน สปอร์ต ว่า "มีนักเตะ 3 หรือ 4 คนที่ไม่เคยโดนแบบนั้น เอริก คันโตน่า เป็นหนึ่งในนั้นร่วมกับ ไบรอัน ร็อบสัน, รอย คีน และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ พวกเขามีแนวทางของตัวเองที่จะทำให้ทีมเป็นผู้ชนะ พวกเขาทำมันได้ในสนามเลยไม่เคยโดนแบบนั้น"

    พร้อมกันนี้ กิ๊กส์ ยังเสริมว่า บ่อยครั้งที่นักเตะ "ปีศาจแดง" รู้สึกแปลกใจกับแนวทางปฎิบัติของ เฟอร์กูสัน ที่มีต่อ คันโตน่า เพราะบางนัดดาวเตะฝรั่งเศส แทบไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างไรก็ตาม สุดท้ายมักจะมีทีเด็ดให้เห็นเสมอ

    "บางเกม เอริก ไม่ได้ทำอะไรเลย เขาไม่ได้ทำประตู ไม่วิ่งเหมือนอย่าง คาร์ลอส เตเวซ หรือ เวย์น รูนี่ย์ เขาไม่มีผลใดๆ กับเกม แต่เขารู้ว่าในไม่ช้าหรือเร็ว เขาจะมีทีเด็ดแน่ พวกเรานั่งในห้องแต่งตัวและเคยคิดว่า เขาจะโดนแน่ เพราะไม่ได้ทำอะไรเลยในเกมนี้"

    "อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์ต่อมา เขาก็ทำประตูชัยได้ หรือสร้างเวทมนต์ เฟอร์กูสัน ดูแลพวกนักเตะชื่อดังได้เป็นอย่างดีตราบเท่าที่พวกเขาทำผลงานในสนามได้เยี่ยม เขามีแนวทางจัดการพวกเขาในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป" กิ๊กส์ ที่ในเวลานี้ทำหน้าที่กุนซือทีมชาติเวลส์ เผย

ประมาทไม่ได้!เช็กชูอดีตแข้งแมนยูเป็นคู่แข่งหินสุดในชีวิต

ปีเตอร์ เช็ก อดีตยอดนายด่านของ เชลซี ระบุ คู่ต่อสู้ที่หินที่สุดในชีวิตของตนคือ เวย์น รูนี่ย์ โดยบอกว่าสมัยเจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตนไม่สามารถเหม่อได้เลย เพราะว่า รูนี่ย์ สามารถโชว์ชอตที่คาดไม่ถึงได้อยู่เสมอ
    ปีเตอร์ เช็ก อดีตยอดผู้รักษาประตูของ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า เวย์น รูนี่ย์ คือคู่แข่งที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพการเล่นของตน

    เช็ก มาอยู่เฝ้าเสาให้ เชลซี ในปี 2004 พร้อมกับประสบความสำเร็จร่วมกับทีมอย่างมาก อย่างเช่นการได้แชมป์ลีก 4 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 4 หน, แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 ครั้ง และแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 1 สมัย เป็นต้น ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อล ในปี 2015 ซึ่งพอแขวนถุงมือแล้วนั้น เขาก็กลับมาอยู่กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" ในฐานะที่ปรึกษาด้านเทคนิคและศักยภาพ

    ในตอนให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ เชลซี นั้น เช็ก โดนถามว่าใครเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของเขา ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบว่า "เวย์น รูนี่ย์ ทุกครั้งที่เราดวลกับ ยูไนเต็ด น่ะ ผมจำเป็นต้องทำให้มั่นใจว่าตัวเองจะไม่เหม่อในทุกครั้งที่เขาได้ครองบอล เพราะเขาเป็นคนที่คาดเดาได้ยากมากๆ และฉลาดสุดๆ"

    "เขาเป็นคนที่สามารถวิ่งไล่บอลได้, สู้ได้, ควบฝีเท้าวิ่งเต็มที่ได้, ยิงได้ฉลาดสุดๆ เขาสามารถทำประตูจากครึ่งสนามได้ด้วยซ้ำ เขาสามารถชิพบอลข้ามหัวคุณได้ถ้าคุณดันขึ้นมาสูงเกินไป การดวลกับเขาเป็นความท้าทายที่ผมรู้สึกสนุกสุดๆ เลยล่ะ"

มีสถิติที่ต้องทำลาย!แกรี่เชื่อโรนัลโด้ยังโลดแล่นในสนามอีกนาน

แกรี่ เนวิลล์ อดีตยอดแบ็กขวาของ แมนฯ ยูไนเต็ด เชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เป็นการทำลายสถิติการทำประตูของ เปเล่ จนทำให้เจ้าตัวน่าจะเล่นไปอีกหลายปี พร้อมเผย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน เคยเรียกตน, โรนัลโด้ และ เวย์น รูนี่ย์ ไปคุยกันด้วย หลังจากที่ โรนัลโด้ เคยทำให้ รูนี่ย์ ต้องโดนไล่ออกในศึก ฟุตบอลโลก 2006

    แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงคนดังของ ยูเวนตุส จะยังเล่นไปอีกหลายปี เพราะอยากทำลายสถิติการทำประตูของ เปเล่ ให้ได้

    บันทึกบางแห่งระบุว่า เปเล่ เป็นคนที่ทำประตูได้เยอะที่สุดตลอดกาลในโลกลูกหนัง ด้วยการทำไป 1,282 ลูก จากการลงเล่น 1,363 เกม แต่บางคนบอกว่ามันมีบางนัดที่เป็นเกมอุ่นเครื่องแบบไม่เป็นทางการ จนทำให้ไม่ควรโดนนับรวมเข้าไปด้วย ซึ่งถ้าหากนับเฉพาเกมแบบเป็นทางการแล้วล่ะก็ ยอดสถิติการทำประตูของ "ไข่มุกดำ" ก็จะอยู่ที่ 767 ลูก และสูงเป็นอันดับ 3 รองจาก โยเซฟ บิคาน (805 ลูก) และ โรมาริโอ (772 ประตู) ส่วน โรนัลโด้ ในตอนนี้ครองอันดับ 5 ของชาร์ตนี้ ด้วยจำนวน 743 ลูก หรือก็คือน้อยกว่า เปเล่ 24 ประตู

    เนวิลล์ คนพี่ ที่เคยร่วมงานกับ โรนัลโด้ ตอนอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เผยว่า "เขามีความมุ่งมั่นสูงมากๆ ในการที่จะเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลก จนดูแล้วมันเหมือนกับว่าความมุ่งมั่นของเขามันสูงทะลุโลกเลย ในบรรดานักเตะที่ผมเคยเล่นด้วยน่ะ เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กล้าประกาศต่อหน้าสาธารณะว่ารางวัลส่วนตัวมันมีความสำคัญกับเขา เขาอยากเป็นคนที่เก่งที่สุดของโลก มันมีความสำคัญกับเขามากๆ มันจะเรียกว่าเขาหมกมุ่นก็ว่าได้ เขาหมกมุ่นกับการทำประตูสุดๆ เขาทำงานหนักทุกวัน เขาพยายามทำให้ตัวเองเป็นคนที่ฟิตมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมคิดว่าเขายกระดับความเป็นมืออาชีพของเขาในทุกๆ ปีเลย และเขาก็มีความคืบหน้าที่ดี"

    "เจมี่ (คาร์ราเกอร์) เคยบอกว่า เจมส์ มิลเนอร์ อยากเล่นให้ถึงตอนปลายๆ ของช่วงอายุ 30 ปี และ 40 ปี ซึ่งผมคิดว่าเขา (โรนัลโด้) ก็มีแผนที่จะเล่นไปเรื่อยๆ เหมือนกัน และอยากทำลายสถิติของ เปเล่ ให้ได้ ผมเชื่อจริงๆ ว่าเขาอยากเดินหน้าต่อไปและทำลายสถิติของ เปเล่ ลงให้ได้ ผมคิดว่าตอนนี้เขามีความคิดแบบนั้น เขาอยากเป็นคนที่เก่งที่สุดตลอดกาล นั่นคือเป้าหมายหลักของเขา เขาอยากเข้าใจว่าเขาจะเป็นคนที่เก่งที่สุดตลอดกาลได้รึเปล่า รวมถึงเรื่องทื่ว่าทีมที่เขาเล่นให้จะสามารถคว้าแชมป์และประสบความสำเร็จได้รึเปล่าด้วย"

    ทั้งนี้ โรนัลโด้ เคยดูเหมือนอาจจะต้องย้ายออกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากที่เขาไปกดดันให้กรรมการไล่ เวย์น รูนี่ย์ หัวหอกเพื่อนร่วมทีมออกจากสนาม ในตอนที่ทั้งคู่ลงเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสกับทีมชาติอังกฤษตามลำดับ ในศึก ฟุตบอลโลก 2006 แถม โรนัลโด้ ยังขยิบตาใส่ด้วย ซึ่ง เนวิลล์ บอกว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด จริงจังกับเรื่องที่ไม่อยากให้ทั้ง 2 คนแตกหักกันมากๆ จนถึงขั้นเรียกทั้ง โรนัลโด้, รูนี่ย์ และตนเข้าไปคุยที่ห้องทำงานเลย

    หลังจากโดนถามว่าบรรดานักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนั้นไม่พอใจกับการกระทำของ โรนัลโด้ หรือไม่นั้น เนวิลล์ ก็ตอบว่า "ไม่เลยนะ ในวันแรกที่เรนากลับมาซ้อมกันช่วงปรี-ซีซั่นน่ะ ผมโดนผู้จัดการทีมเรียกตัวไปนั่งคุยที่ออฟฟิศร่วมกับ เวย์น และ คริสเตียโน่ เรื่องของเรื่องก็คือเขา (เฟอร์กูสัน) อยากดูว่ามันมีปัญหาอะไรติดค้างมาด้วยรึเปล่า แต่พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน 2 คนนั้นมักจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ปาทริซ เอวร่า, ริโอ เฟอร์ดินานด์, คริสเตียโน่ และ เวย์น คือกลุ่มคนที่สนิทกันมากๆ"

เลือดผีเข้มข้น!แกรี่ชู3แนวรุกแมนยูซีซั่น07-08โหดสุดตลอดกาลพรีเมียร์ฯ



แกรี่ เนวิลล์ ระบุ แนวรุกที่เก่งที่สุดตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก คือแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดซีซั่น 2007-08 พร้อมบอกว่าผิดหวังที่ในฤดูกาลต่อมา เตเวซ ไม่มุ่งมั่นเหมือนเดิม

    แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวว่าแนวรุกของ "ปีศาจแดง" ชุดฤดูกาล 2007-08 อันประกอบไปด้วย คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เวย์น รูนี่ย์ และ คาร์ลอส เตเวซ คือชุด 3 แนวรุกที่เก่งที่สุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    ซีซั่นดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, คอมมิวนิตี้ ชิลด์ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครอง ซึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้ฤดูกาลนั้นพวกเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากก็คือการที่ทั้ง โรนัลโด้, รูนี่ย์ และ เตเวซ ทำผลงานได้สุดยอดจนทำประตูในทุกรายการได้ 42 ลูก, 18 ลูก และ 19 ประตู ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หลายคนก็มองว่า 3 แนวรุกชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล ที่ประกอบได้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เหนือกว่า 3 แนวรุกชุดนั้นของ แมนฯ ยูไนเต็ด

    เนวิลล์ คนพี่ กล่าวตอนจัดรายการกับ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีว่า "ในปีนั้น (ฤดูกาล 2007-08) เตเวซ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมร่วมกับ รูนี่ย์ และ โรนัลโด้ ผลงานของพวกเขามันสุดยอดจนเหมือนว่าพวกเขามาจากนอกโลกเลย มันไม่ใช่แค่เพราะพวกเขามีคุณภาพที่ดีเท่านั้น แต่พวกเขาทั้ง 3 คนยังมีความเห็นแก่ตัวในทางที่ดี (หมายถึงการเห็นแก่ตัวในการทำประตูจนทำให้ยิงได้เยอะ) และยังมีความมุ่งมั่นที่ยอดเยี่ยมด้วย"

    "โรนัลโด้ เล่นในแนวทางที่ต่างออกไป เขาจะไม่ไปไล่เตะและทะเลาะกับคนอื่นๆ, ไม่ไปไล่ชนกับคนอื่นๆ เขาโชว์การเล่นทื่ยอดเยี่ยมมากๆ ออกมาได้ แต่ รูนี่ย์ กับ เตเวซ เป็นพวกประเภทนักสู้ข้างถนน แต่ก็ยังมีความสามารถที่ดีด้วย 3 แนวรุกชุดนั้นมันมีบางอย่างที่พิเศษ"

    "พวกเขาเป็น 3 แนวรุกที่ดีที่สุดตลอดกาลใน พรีเมียร์ลีก ด้วยซ้ำ สำหรับผมแล้วมันไม่มี 3 แนวรุกชุดไหนที่สามารถเอาชนะ 3 คนนั้นได้ คุณจะยกตัวอย่างชุดของ มาเน่, ซาลาห์ และ ฟีร์มีโน่ ขึ้นมาก็ได้ ซึ่งที่จริงผมชอบพวกเขามากๆ หรือจะยกตัวอย่างชุดของ (ราฮีม) สเตอร์ลิง, (เซร์คิโอ) อเกวโร่ และ (ลีรอย) ซาเน่ ของ ซิตี้ ขึ้นมาก็ได้ แต่พอคุณมองถึงชุดของ เตเวซ, รูนี่ย์ และ โรนัลโด้ ในช่วงพีคของพวกเขาแล้วน่ะ คุณก็จะสัมผัสได้ทันทีว่าพวกเขาเก่งสุดๆ จนเหมือนมาจากนอกโลกเลย"

    อย่างไรก็ตาม อดีตฟูลแบ็กคนดังก็ตำหนิ เตเวซ เช่นกันว่าขยันและเล่นแบบจริงจังน้อยลงในซีซั่น 2008-09 จนทำให้ผลงานดร็อปลง โดยในฤดูกาล 2008-09 เตเวซ ทำประตูในทุกรายการได้ 15 ลูก "สิ่งที่ทำให้ผมหงุดหงิดเกี่ยวกับ เตเวซ คือการที่เขาดร็อปลงอย่างมากในฤดูกาลที่ 2 กับทีม เขาเริ่มเจ็บแบบออดๆ แอดๆ, มาซ้อมสาย, เริ่มสร้างความวุ่นวายไปทั่ว ตอนนั้นเขายังอยู่กับสโมสร และผมก็ทนเรื่องแบบนั้นไม่ไหว"

    "ผมเป็นคนที่จริงจังกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างมาก ผมไม่เคยคิดถึงเรื่องอื่นเลย ในหัวของผมมีแค่เรื่องเกี่ยวกับ ยูไนเต็ด ในทุกวัน และผมก็หงุดหงิดกับการที่มีคนเดินเข้ามาในห้องแต่งตัว แต่ไม่ได้เล่นด้วยสภาพที่ดีที่สุด ผมเข้าใจสถานการณ์ของเขาในตอนนั้นดี แต่ตอนนั้นทีมงานเอเยนต์ของเขาพูดบางอย่างใส่หูเขาอยู่ตลอด เขาโดนคนของเขาชักจูง และเรื่องแบบนั้นมันก็จะทำให้เกิดตอนจบแบบนั้น (เตเวซ ไม่อยู่กับทีมต่อ) อยู่เสมอ ในฐานะนักเตะอาชีพแล้วผมผิดหวังกับเรื่องนั้น เขาปฏิบัติตัวได้ไม่เหมาะสม"

ชัดเจน! คีโน่รับไม่เคยญาติดีแข้งแมนยูที่ชอบเล่นมุกอำ

รอย คีน อดีตมิดฟิลด์ฮาร์ดแมนชาวไอริช เผยตนไม่ได้สนิทสนมกับ เวย์น รูนี่ย์ สมัยที่ค้าแข้งด้วยกันที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุไม่ชอบการเล่นมุกอำของ "รูน" หรือ ริโอ เฟอร์ดินานด์ และเกือบทำให้ต้องมีเรื่องกันมาแล้ว

    รอย คีน ตำนานกองกลางพันธุ์ดุ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยตนไม่ได้รู้สึกญาติดีกับ เวย์น รูนี่ย์ และนักเตะคนไหนก็ตามที่ชอบเล่นมุกอำคนอื่น สมัยที่ค้าแข้งกับทัพ "ปีศาจแดง" ที่สำคัญไม่เคยรู้สึกคิดถึงทั้งสองคนนี้เลยหลังจากที่โบกมือลาสโมสร

    อดีตดาวเตะทีมชาติไอร์แลนด์ มักมีความเห็นไม่ค่อยลงรอยกับ รูนี่ย์ ซึ่งตอนนั้นอายุห่างจากเขาถึง 14 ปี โดยเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในตอนที่เดินทางไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ซึ่งตอนนั้นทุกคนอยู่ในโรงแรม และ คีน กำลังดูการแข่งขันรักบี้ ลีก ทางโทรทัศน์ จากนั้น "รูน" ก็มาเปลี่ยนช่องเพื่อดูรายการ "เอ็กซ์ แฟกเตอร์" และก็เอารีโมทไปซ่อน

        "คีโน่" เผยว่า "แน่นอนเราไม่ได้ทะเลาะกัน ผมชอบดูรักบี้ ลีก และแบบว่า มีใครบางคนดันมาเปลี่ยนช่อง และผมก็ไม่พอใจ แต่เราไม่ได้ทะเลาะกันเรื่องนี้ วันต่อมาผมลงมากินอาหารเช้า และ เวย์น บอกว่า -นายเจอรีโมทคอนโทรลไหม ?-"

        "ผมบอกกับเขาให้ไปที่อื่น จากนั้นเราก็โต้เถียงกัน ให้ตายซิ แน่นอนว่าผมไม่ได้รู้สึกหวั่น เวย์น เลย เพราะเขายืนจ้องหน้าผม และอยากดูรายการเอ็กซ์ แฟกเตอร์ ผมให้ความเคารพ เวย์น มากๆ เพราะผมคิดว่าเขาเป็นนักเตะที่สุดยอด"

        "ผมไม่ได้พูดว่าผมญาติดีกับเด็กคนนี้ แน่นอนว่าผมไม่ใช่ไม่ชอบเขา แต่เรามีความคิดที่แตกต่างกัน การหยอกล้อที่ไม่เหมือนกัน และถ้าการซ่อนรีโมทคอนโทรลเป็นมุกที่เขาเอาไว้อำกันเล่น แต่ไม่ใช่สำหรับผม" คีโน่ ระบุ

รูนี่ย์-เบ็คแฮมมองตรงกันโรนัลโด้-เมสซี่ใครคือเบอร์1โลก

เวย์น รูนี่ย์ และ เดวิด เบ็คแฮม มองตรงกันระหว่าง ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ใครเจ๋งสุดในโลก หลังตกเป็นหัวข้อโต้เถียงมานานหลายปี
    เวย์น รูนี่ย์ อดีตหัวหอก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยกให้ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า เป็นนักเตะที่เก่งสุดในโลกยุคนี้ เหนือกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้า ยูเวนตุส ที่เคยเล่นร่วมกันในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสียอีก โดยเฉพาะดาวเตะอาร์เจนไตน์ มีจุดเด่นในการทรมานแนวรับคู่แข่งก่อนทำประตู

    รูนี่ย์ วัย 34 ปี ที่เวลานี้มาค้าแข้งให้กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เผยผ่าน ซันเดย์ ไทม์ส สื่อเมืองผู้ดีว่า "โรนัลโด้ ไม่ได้พุ่งสมาธิไปแค่กับการทำประตูเท่านั้นตอนเราเริ่มเล่นด้วยกัน แต่คุณยังจะเห็นว่า ทุกอย่างที่เขาต้องการคือก้าวไปเป็นสุดยอดนักเตะในโลก"

    "เขาซ้อมและก็ซ้อม แล้วเริ่มต้นผลิตผลงาน คริสเตียโน่ กลายเป็นดาวยิงที่ไม่น่าเชื่อ เขาและ เมสซี่ ตกเป็นที่โต้เถียงเรื่อง 2 สุดยอดนักเตะ อย่างไรก็ตาม แม้ผมจะเป็นเพื่อนกับ คริสเตียโน่ แต่ผมขอยกให้ เมสซี่ เจ๋งสุด มันเป็นเหตุผลเหมือนกับที่ผมชอบดู ชาบี และ พอล สโคลส์ เล่น"

    "มันมีความแตกต่างในเกมของ เมสซี่ ผมพูดถึงความนิ่ง ผมจำไม่ได้เลยว่า เคยเห็น เมสซี่ ทำประตูด้วยการซัดเต็มเหนี่ยว เขาสามารถทำมันได้ง่ายๆ ขณะที่ โรนัลโด้ มีความโหดเหี้ยมในกรอบเขตโทษ เป็นนักฆ่า แต่ เมสซี่ จะทรมานคุณก่อนค่อยฆ่า ทั้งคู่เปลี่ยนแปลงเกมในเรื่องจำนวนประตู ผมคิดไม่คิดว่าจะมีใครทาบพวกเขาได้" รูนี่ย์ กล่าว

    ขณะที่ เดวิด เบ็คแฮม ตำนานปีกขวา แมนฯ ยูไนเต็ด มองเหมือน รูนี่ย์ โดยยกให้ เมสซี่ เหลื่อมกว่า โรนัลโด้ นิดๆ และเชื่อว่า ทั้งคู่มีความสามารถเหนือกว่านักเตะทุกคนในยุคนี้

    "เขา (เมสซี่) เป็นนักเตะคนเดียวที่อยู่ในระดับของเขา มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหานักเตะเหมือนเขา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเขา แต่ทั้งคู่อยู่เหนือกว่าคนอื่นๆ" เบ็คแฮม กล่าวในที่สุด

 

ใจสลาย! เบิร์บเล่าวินาทีป๋าโทรแจ้งข่าวร้ายก่อนชิง UCL

อดีตดาวยิงปีศาจแดงเล่าวินาทีได้รับการแจ้งข่าวร้ายจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน ก่อนเกมชิงแชมเปี้ยนส์ลีก 2011 ซึ่งทำให้เขารู้สึกใจสลายไปเลย
ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตกองหน้าจอมคลาสสิคของแมนฯยูฯ เผย เขารู้สึกเจ็บปวดมาก เมื่อ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน โทรมาบอกว่า เขาจะไม่มีชื่ออยู่ในทีมในเกม ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ กับ บาร์เซโลนา ปี 2011

กองหน้าชาวบัลแกเรียเคยผิดหวังมาแล้วครั้งหนึ่งในเกมนัดชิง UCL ปี 2009 เมื่อเขาทำได้ลงเล่นในบทบาทตัวสำรองเท่านั้น หลังเฟอร์กี้เลือก พัค จี-ซอง, คริสเตียโน โรนัลโด้ กับ เวย์น รูนีย์ ลงเป็นสามประสานตัวจริงในแดนหน้า

อย่างไรก็ดี เกมที่เวมบลีย์ในปี 2011 เบิร์บต้องช้ำใจหนักกว่าเก่า คราวนี้เขาถูกตัดชื่อออกจากทีมไปเลย ซึ่งเฟอร์กี้เลือก พัค จี-ซอง, เวย์น รูนีย์ และ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง พร้อมใส่ชื่อของ ไมเคิล โอเวน เป็นตัวสำรองก่อนหน้าเขา

"มันเกิดขึ้นตอนก่อนเกม เขาโทรมาบอกผมว่า ‘เบิร์บ มันกัดกินใจของฉัน แต่ฉันต้องตัดนายออกจากทีม’ " เบอร์บาตอฟ กล่าวผ่าน talkSPORT

"มันเป็นแบบนั้น มันเจ็บปวดมากที่ได้ยินอะไรแบบนั้น เพราะผมคือดาวซัลโวของทีม และดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก"

"ผมแปลกใจมาก เพราะผมมั่นใจว่า ถ้าผมมีโอกาสวางเท้ายิงจากตรงไหนก็แล้วแต่ มันจะพุ่งเข้าประตู"

"ผมจึงรู้สึกแปลกใจมาก แต่สุดท้ายมันก็เป็นแบบนั้นล่ะ"

ทั้งนี้ ปีศาจแดงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต่อบาร์ซาทั้งสองเกม โดยปี 2009 แพ้ 0-2 ขณะที่ปี 2011 แพ้ 1-3