VARพาเซ็ง!ปธ.พาเลซเดือดไม่ได้จุดโทษเกมพ่ายแมนยู

สตีฟ พาริช บิ๊กบอส พาเลซ เดือดดาลสุดขีดที่ทีมงาน วีเออาร์ ไม่ให้ทีมของตนได้ลูกจุดโทษในเกมที่พ่าย แมนฯ ยูไนเต็ด จากจังหวะที่ วิลฟรีด ซาฮา โดน วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เล่นงาน ขณะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ยอมรับว่ามันควรเป็นลูกจุดโทษชัดเจน

    สตีฟ พาริช ประธาน คริสตัล พาเลซ แสดงความไม่พอใจกับการทำหน้าที่ของทีมงานวีเออาร์ เพราะมองว่าทีมของตนควรจะได้ลูกจุดโทษ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "ดิ อีเกิ้ลส์" แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-2 คารัง เซลเฮิร์สท์ พาร์ค เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    ในช่วงปลายครึ่งแรก วิลฟรีด ซาฮา ดาวเตะเจ้าถิ่นได้กระชากเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนที่เขาจะล้มลงไปกองกับพื้นจากจังหวะที่ปะทะกับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ซึ่งกรรมการ เกรแฮม สกอตต์ ไม่เป่าให้มันเป็นการทำฟาวล์ ขณะที่ทีมงาน วีเออาร์ มองเห็นจังหวะนี้ แต่ตัดสินใจว่ามันไม่ใช่จังหวะที่ชัดเจนมากพอจะเป็นการฟาวล์ได้เช่นกัน

    นี่ถือเป็นจังหวะเปลี่ยนเกมก็ว่าได้ เพราะในเวลาต่อมา แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูขึ้นนำจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก ก่อนที่ทีมเยือนจะได้ประตูตอกย้ำชัยชนะจาก อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ในนาทีที่ 78 ทำให้ พาเลซ แพ้เป็นเกมที่ 6 ติดต่อกัน

    "วีเออาร์ มันพังรึไงกัน ? นี่ผมถามแบบจริงจังเลยนะ พวกเขาดูชอต ซาโก้ (สื่อถึงนัดก่อนที่ พาเลซ แพ้ วิลล่า หลังจาก มามาดู ซาโก้ โดนริบประตูเพราะ วีเออาร์ มองว่าเขาทำแฮนด์บอล ทั้งที่บอลมันไปโดนตรงหัวไหล่) อยู่หลายนาทีก่อนที่จะตัดสินว่าเขาทำแฮนด์บอล แต่กลับไม่คิดที่จะพิจารณาจังหวะนี้แม้แต่นิดเดียวได้ยังไงกัน! จังหวะนี้เป็นลูกจุดโทษแบบชัดเจน ขนาดแฟน แมนฯ ยู ที่มีตาข้างเดียวยังรู้ดีเลยว่ามันเป็นจุดโทษชัดๆ" พาริช กล่าวผ่าน ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต

    ด้าน ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้เป็นกูรูให้ บีที สปอร์ต สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีก็ยอมรับว่ามันควรเป็นลูกจุดโทษจริงๆ "ผมคิดว่ามันควรเป็นลูกจุดโทษ วิลฟรีด เป็นคนที่อันตรายมากๆ ในพื้นที่นั้น เขาเป็นหนึ่งในคนที่โดนทำฟาวล์มากที่สุดเป็นลำดับต้นๆ ในลีก แน่นอนว่าเท้าของเขา (ลินเดอเลิฟ) โดนบอล มันไปโดนบอลนิดๆ และ วีเออาร์ อาจจะมองตรงจุดนั้น แต่ถ้าผมเป็นนักเตะ พาเลซ แล้วล่ะก็ ผมก็คงตั้งคำถามว่าทำไมทีมของผมถึงไม่ได้ลูกจุดโทษ ? ผมมองว่ามันเป็นลูกจุดโทษ ผมเป็นคนพูดตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ"

สโคลส์แนะแมนยูควรซื้อตำแหน่งนี้ด่วน หากต้องการกลับมายิ่งใหญ่

พอล สโคลส์ ตำนานมิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแนะนำให้อดีตต้นสังกัดคว้านักเตะในตำแหน่งนี้ หากต้องการกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในอนาคต
    พอล สโคลส์ ตำนานมิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแนะนำให้อดีตต้นสังกัดคว้านักเตะในตำแหน่งเซ็นเตอร์เข้ามาอีกรายเพื่อมายืนเคียงข้าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เนื่องจากมองว่ากองหลังทีมชาติอังกฤษเป็นนักเตะที่ช้าเกินไป

    แม็กไกวร์ วัย 27 ปี ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัวสถิติกองหลัง 80 ล้านปอนด์ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจช่วยให้แนวรับ "ปีศาจแดง" แข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมกับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่

    อย่างไรก็ตามเกมล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดรังถล่ม บอร์นมัธ 5-2 แม็กไกวร์ เพิ่งจะก่อความผิดพลาดด้วยการโดน จูเนียร์ สตานิสลาส แตะบอลลอดขาก่อนจะโซโล่เข้าไปยิงผ่าน ดาบิด เด เคอา เข้าประตูไป ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าตัวโดนวิจารณ์ในฤดูกาลนี้ และ สโคลส์ มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องรีบแก้ไขเพื่อกลับมาลุ้นประสบความสำเร็จอีกครั้ง

    "ช่องว่างบนอันดับตารางคะแนนตอนนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด กับทีมหัวตารางมันใหญ่มากๆ และชัดเจนว่าทุกคนได้เห็นคุณภาพกับขุนกำลังของ แมนฯ ซิตี้ กันหมดแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะอยู่ห่างไปเป็นล้านไมล์อะไรหรอกนะ, ผมรู้ว่าเรากำลังพูดถึงนักเตะใหม่ 4-5 คน แต่ผมคิดว่าแค่ 2-3 คนก็เพียงพอในตอนนี้" สโคลส์ กล่าวผ่านบีบีซี สื่ออังกฤษ

    "ผมคิดว่า วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เล่นได้โอเคเลย แต่ผมมองว่า แม็กไกวร์ ยังขาดความเร็วไปในบางจังหวะ และถ้าพวกเขามีเซ็นเตอร์ที่มีอิทธิพลสูงยืนเคียงข้างอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ หรือ ยาป สตัม มันจะช่วยทีมได้เยอะมากๆ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมควรจะมองมาที่ตำแหน่งนี้ก่อนการซื้อกองหน้าฝีเท้าดีสักคน"

โรม่า อยากได้ – แมนฯยู ไม่อยากเสีย! เจาะผลงาน สมอลลิ่ง ในซีซั่นนี้

ตลอดเวลาที่ผ่านมามันมักจะมีข่าวลืออยู่เรื่อยๆ ว่า คริส สมอลลิ่ง กองหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาจจะย้ายไปอยู่กับ อาแอส โรม่า แบบถาวรอยู่บ่อยๆ หลังจากฤดูกาลนี้เขาย้ายไปเล่นกับ โรม่า ด้วยสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น และทำผลงานได้น่าประทับใจ
    อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีมุมมองจากบางคนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่คิดว่าควรจะรั้งตัวอดีตแข้ง ฟูแล่ม เอาไว้ให้ได้เช่นกัน เพราะตอนนี้เซนเตอร์แบ็กของ "ปีศาจแดง" ที่พอจะพึ่งพาแบบต่อเนื่องได้มีเพียง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เท่านั้น โดย เอริก ไบยี่ ยังมีความฟิตที่ไม่แน่นอนเท่าไหร่ ส่วน ฟิล โจนส์ ก็ยังไม่สามารถแสดงให้เห็นเลยว่าพอจะพึ่งพาได้

    ทั้งนี้ ถึงแม้มักจะมีการพูดกันอยู่บ่อยๆ ว่า สมอลลิ่ง ทำผลงานได้โดดเด่นกับ โรม่า ในซีซั่นนี้ แต่แค่คำพูดมันยังไม่แน่ชัดเท่าไหร่ วันนี้เราจึงจะมาดูผลงานของเขากันเลยดีกว่าว่าในซีซั่นนี้ สมอลลิ่ง ทำผลงานได้โดดเด่นด้านไหนบ้างกับ โรม่า จนทำให้ "จัลโล่รอสซี่" อยากได้เขาแบบถาวร ขณะที่บางคนของ "ปีศาจแดง" ก็ไม่อยากเสียเขาไป

    – การผ่านบอล
    การที่กองหลังผ่านบอลได้ดีมันทำให้ทีมไม่เสียบอลไปง่ายๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ทีมไม่ต้องเสี่ยงเสียประตูสูงตามไปด้วย ซึ่งในฤดูกาลนี้ สมอลลิ่ง ก็มีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลระยะสั้นในลีก 42.1 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 8 ของ กัลโช่ เซเรีย อา สำหรับนักเตะในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กที่ลงเล่นอย่างน้อย 20 เกม


 

    นอกจากนี้ ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลแล้วล่ะก็ สมอลลิ่ง ก็ผ่านบอลในลีกเข้าเป้าถึง 90.3 เปอร์เซ็นต์ จากการลงสนาม 21 นัด สูงกว่าทุกๆ ฤดูกาลที่เขาทำได้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการเล่นเกมระดับ พรีเมียร์ลีก อย่างเช่นซีซั่นที่แล้วเขายังผ่านบอลในลีกเข้าเป้า 86.2 เปอร์เซ็นต์ จากการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก 24 เกม

    – การบล็อกลูกยิง
    ในจังหวะคับขันเองกองหลังที่ดีก็ต้องอ่านเกมออกจนเข้าไปขวางลูกยิงได้ ซึ่งซีซั่นนี้ สมอลลิ่ง ก็ทำได้ดีในระดับหนึ่ง หลังจากที่เขามีจังหวะบล็อกลูกยิงในลีกเฉลี่ยแล้ว 1.1 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 6 ของลีกร่วมกับ โฮน คันเชลลอร์ ดาวเตะ เบรสชา


 

    ผลงานที่ออกมาในฤดูกาลนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า สมอลลิ่ง กำลังค่อยๆ พัฒนาการบล็อกลูกยิงได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะก่อนหน้าที่จะถึงฤดูกาล 2017-18 เขาไม่เคยบล็อกลูกยิงได้เฉลี่ยถึง 1 เกมต่อนัดในลีกเลย ขณะที่ในซีซั่น 2017-18 กับ 2018-19 เขาทำได้เฉลี่ย 1 ครั้งต่อเกม น้อยกว่าซีซั่นปัจจบันนิดหน่อย

    – การตัดบอล
    ถ้าเป็นด้านการพุ่งเสียบบอลนั้น ในฤดูกาลนี้ สมอลลิ่ง ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะเขามีค่าเฉลี่ยการพุ่งเสียบโดนบอลลในลีกเฉลี่ย 1 ครั้งต่อเกมเท่านั้น ซึ่งถือเป็นอันดับ 20 ร่วมของลีก ยังน้อยกว่าฤดูกาลก่อนที่ทำได้ 1.3 ครั้งต่อนัดใน พรีเมียร์ลีก กับทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ซะด้วยซ้ำ

 


 

    ถึงกระนั้น ในด้านการตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบนั้น สมอลลิ่ง ทำได้โดดเด่นมากๆ เพราะในฤดูกาลนี้เขามีค่าเฉลี่ยด้านดังกล่าวอยู่ที่ 2 ครั้ง่อเกม สูงเป็นอันดับ 5 ของลีก แพ้เพียง อมันโด้ อิซโซ่ ดาวเตะ โตริโน่ (2.5 ครั้งต่อเกม), คริสเตียน โรเมโร่ กองหลัง เจนัว (2.4 ครั้งต่อเกม), โฮเซ่ หลุยส์ ปาโลมิโน่ ปราการหลัง อตาลันต้า (2.3 ครั้งต่อเกม) และ มัตเตีย บานี่ กองหลัง โบโลญญ่า (2.1 ครั้งต่อเกม) เท่านั้น แถมเขายังโดนคู่แข่งเลี้ยงผ่านเพียงแค่ 0.1 ครั้งต่อเกมด้วย

    – การเล่นลูกกลางอากาศ
    เดิมที สมอลลิ่ง ก็เป็นกองหลังที่มีจุดเด่นในเรื่องลูกกลางอากาศอยู่แล้ว จากการที่มีส่วนสูง 194 เซนติเมตร อย่างฤดูกาลก่อนเขาก็ยังมีค่าเฉลี่ยการชนะจังหวะดวลลูกกลางอากาศใน พรีเมียร์ลีก กับทาง แมนฯ ยูไนเต็ด 4.3 ครั้งต่อเกมเลย


 

    ทั้งนี้ ในซีซั่นนี้ สมอลลิ่ง มีค่าเฉลี่ยการชนะจังหวะดวลลูกกลางอากาศ 3.7 ครั้งต่อเกม ซึ่งถึงแม้ว่าจะเท่ากับ บานี่ แต่ สมอลลิ่ง ทำได้ทั้งที่มีจังหวะดวลลูกกลางอากาศทั้งหมด 5.3 ครั้งต่อเกม น้อยกว่า บานี่ ที่มีจังหวะดวลลูกกลางอากาศทั้งหมด 6.3 ครั้งต่อเกม นั่นหมายความว่าถ้าเทียบจากจังหวะการดวลทั้งหมดแล้วล่ะก็ สมอลลิ่ง ก็ทำได้เหนือกว่า บานี่ และถือเป็นกองหลังที่ดวลลูกกลางอากาศได้ดีที่สุดของ เซเรีย อา ในซีซั่นนี้เลย

ไอ เลิฟ ไทยแลนด์ มาชูก้า 12 ปี ไม่เบื่อ แต่ไม่มีทีมเล่น



จัดเป็นนักเตะต่างชาติปอดเหล็กที่วิ่งพล่านไม่มีหมด ในวัย 35 ปี ตอนนี้ แองเจโล่ มาชูก้า ดาวเตะชาวปารากวัย ต้องมาตกงานถูกยกเลิกสัญญากะทันหัน จากการเล่นให้ เชียงราย ซิตี้ โดยแยกทางกันด้วยดี

    มาชูก้า ในวัย 35 ปี ผ่านการค้าแข้งในเมืองไทย ประเดิมในปี 2010 กับบีอีซี เทโรฯ ก่อนออกจากเมืองไทยไปเล่นที่เวียดนาม 1 ปี แต่สุดท้ายกลับมาเล่นในไทยแบบนันสต็อปต่อเนื่อง ตั้งแต่ปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู ตามด้วย เชียงใหม่ เอฟซี, ราชนาวี, ระยอง เอฟซี, เจแอล เชียงใหม่ และมาลงท้ายที่ เชียงราย ซิตี้ ซึ่งเล่นไปแค่ไม่กี่นัดก็ต้องยกเลิกสัญญากัน เพราะเหตุการณ์โควิด และรวมลีกทำให้ทีมเปลี่ยนเป้าหมาย

    กองกลางปอดเหล็กเผยว่า ตนยังอยากเล่นอยู่ในเมืองไทย สภาพร่างกายตอนนี้ยังฟิตเปรี๊ยะ และสามารถเล่นได้ทุกลีกในไทย "ผมรักเมืองไทย ผมมีเพื่อนๆ เล่นในลีกอาเซี่ยนหลายประเทศ ทุกคนต่างอยากมาเมืองไทยทั้งนั้น"

    "ถามว่าทำไมผมถึงรักเมืองไทย ผมรักทุกอย่างที่นี่ ทั้งผู้คน สภาพแวดล้อม กองเชียร์ มันทำให้ผมรู้สึกผูกพันและไม่อยากไปเล่นที่ไหนอีก ตอนนี้ก็พยายามหาทีมเล่นอยู่ เพราะสัญญากับเชียงราย ซิตี้ ก็ยกเลิกไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากเล่นจนแขวนสตั๊ดที่นี่ไปเลย"

    สโมสรไหนที่สนใจกองกลางจอมขยันรายนี้ ลองเข้าไปที่ facebook ; angello machuca ได้เลย

สุดเข้มงวด! เลิฟถูกห้ามเข้าสนามบุนเดสลีกา



บุนเดสเทรนเนอร์จะหมดสิทธิ์เข้าไปชมเกมในสนาม เมื่อบุนเดสลีกากลับมาแข่งในสุดสัปดาห์นี้ เนื่องจากระเบียบการสุดเข้มงวดที่คลอดออกมา

โยอาคิม เลิฟ ผู้จัดการทีมชาติเยอรมัน จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปดูฟอร์มนักเตะในเกมบุนเดสลีกา ตามรายงานจาก Bild

บุนเดสลีกาจะกลับมาฟาดแข้งอีกครั้งในวันเสาร์นี้ หลังจากหยุดแข่งไปตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

การกลับมาแข่งคราวนี้จะลงเล่นกันในสนามปิด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยสมาคมฟุตบอลเยอรมันจะอนุญาตให้นักเตะ, สตาฟฟ์, ทีมแพทย์, เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และนักข่าวที่ผ่านการคัดเลือก เข้าสนามในวันแข่งเท่านั้น

เดเอฟเบเข้มงวดกับการรักความปลิดภัยมาก แม้แต่ โยคาคิม เลิฟ ยังไม่สามารถเข้าไปชมเกมในสนามได้

แนวรับโอเคแล้ว! 4 เหตุผลที่แมนยูไม่ควรเซ็น”คาลิดู คูลิบาลี่”

 ไม่ปฏิเสธว่า คาลิดู คูลิบาลี่ ปราการหลังร่างใหญ่ นาโปลี คือหนึ่งในบรรดาเซนเตอร์แบ็กตัวท็อปของโลกยุคปัจจุบัน และถือเป็นนักเตะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีข่าวเกี่ยวโยงด้วยมานาน แต่กระแสข่าวล่าสุดจาก แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ ระบุว่า "ปีศาจแดง" ไม่ได้มอง ปราการหลังทีมชาติเซเนกัลวัย 28 ปี เป็นเป้าหมายหลักแล้ว สำหนับการเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ และนี่คือ 4 เหตุผลที่จะช่วยสนับสนุนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คิดถูกแล้ว

 – ไม่ใช่ตำแหน่งที่ต้องเสริม

    การทุ่มเงิน 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) ซื้อ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มาจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ถือเป็นการตอบโจทย์เรียบร้อย เพราะ แม็กไกวร์ ได้เข้ามายกระดับคุณภาพเกมรับของ "ปีศาจแดง" ได้อย่างชัดเจน แถมตอนนี้จับคู่กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ได้อย่างแข็งแกร่งมากๆ ด้วย และต้องไม่ลืมว่า ในทีมตอนนี้ยังมีกองหลังอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เอริค ไบยี่, ฟิล โจนส์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, อักเซล ทวนเซเบ้, มาร์กอส โรโฮ (ปัจจุบันอยู่กับ เอสตูเดียนเตส แบบยืมตัว) และ คริส สมอลลิ่ง (ปัจจุบันอยู่กับ อาแอส โรม่า แบบยืมตัว) ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียเงินไปกับการเสริมแนวรับหลังจบซีซั่นนี้ ควรเอาเงินไปเสริมแดนกลางและแดนหน้ามากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของ สมอลลิ่ง มีโอกาสได้กลับมาอยู่กับทีมต่อ หลังฤดูกาลนี้ทำผลงานได้ดีกับ โรม่า (มีข่าวด้วยว่า โรม่า ไม่มีกำลังเงินซื้อขาด เพราะเจอผิดจาก โควิด-19) ขณะที่ ทวนเซเบ้ กับ โฟซู-เมนซาห์ ต่างก็เป็นกองหลังดาวรุ่งที่มีแววไปได้สวย
 

 – ค่าตัวแพง

     จะคุ้มหรือไม่คุ้ม ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือ คูลิบาลี่ ถือเป็นนักเตะที่ราคาแพงทีเดียว แม้ตอนนี้มูลค่าไม่ได้แตะหลัก 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) เหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่ต่อให้ค่าตัวปัจจุบันลดลงมาเหลือ 74 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,960 ล้านบาท) ตามข่าว ก็ถือว่ายังแพงอยู่ดี ดังนั้นถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด อยากได้กองหลังตัวใหม่จริง ก็ควรจะมองหาทางเลือกอื่นที่ราคาย่อมเยาดีกว่า เพราะสภาพการเงินตอนนี้ก็ไม่เอื้อด้วย หลังเจอวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19"

 

– อายุไม่น้อย

    ด้วยการที่กำลังจะมีอายุครบ 29 ปี ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ถือว่า คูลิบาลี่ ไม่ใช่นักเตะอายุน้อยๆ แล้ว จริงอยู่ ที่วัยแบบนี้ถือเป็นช่วงที่นักเตะแต่ละคนกำลังอยู่ในช่วงพีก แต่การจะทุ่มเงินระดับ 70-80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,800-3,200 ล้านบาท) กับนักเตะวัยเกือบ 30 ปี คงไม่ใช่แนวคิดที่ดีนัก
 

 – ร่างกายเริ่มเปราะ

    ก่อนหน้านี้ คูลิบาลี่ มีสภาพร่างกายที่ฟิตมากๆ เล่นแทบจะเต็มซีซั่นกับ นาโปลี มาตลอด แต่ฤดูกาลนี้เจ้าตัวกลับเจอปัญหาบาดเจ็บที่แฮมสตริงรุมเร้า จนเพิ่งลงเล่นรวมทุกรายการแค่ 21 นัดเท่านั้น โดยเฉพาะช่วงก่อนเจอ "โควิด-19" เจ้าตัวก็มาๆ หายๆ ตลอด เพราะฉะนั้นมันอาจจะเป็นการเสี่ยงไม่น้อย หาก แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกคว้าเจ้าตัวมาร่วมก๊วนหลังจบฤดูกาลนี้