“ชลบุรี เอฟซี” เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ ที่จะกัดไม่ปล่อย

แม้ว่าจะอยู่ในยุคของเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เลยทำให้เป็นอีกหนึ่งยักษ์หลับไม่ได้มีแชมป์ติดมือมาสักระยะหนึ่ง แต่อย่างไรแล้ว การเข้ามาคุมทัพของ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือจอมสร้างสีสัน ดูจะเคมีตรงกันกับยอดทีมจากภาคตะวันออก ซึ่งดูแล้วมีทิศทางที่ดีขึ้น

2-3 ปีหลัง นโยบายการพลักดันดาวรุ่งในอะคาเดมี่ ยังเดินหน้าต่อเนื่อง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา เพราะชลบุรียังไม่สามารถยกระดับไปต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่เงินหนาของลีกได้ อีกทั้งไม่ได้เฉียดเข้าใกล้แชมป์อย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ กระแสของแฟนบอล ที่ขึ้นชื่อว่า เหนียวแน่นที่สุดของไทยลีก ดูจะตกลงไปมากเลยทีเดียว เพราะด้วยปัจจัยหลายๆ อาทิ ดาวรุ่งทดแทนรุ่นพี่ไม่ได้ ไม่มีแข้งซุป’ตาร์ รวมถึงทีมมีนโยบายบริหารเงินที่ไม่ฟุ่มเฟือย การที่จะลงทุนทางลัดด้วยการกว่านซื้อดาวดังมาเพื่อล่าแชมป์ จุดนี้คงเป็นไปได้ยาก

แต่การมาของโค้ชเตี้ย ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมทีม พร้อมกับร่วมผลักดันนโยบาย แข้งดาวรุ่ง ผสมผสาน แข้งเก๋า ดูจะมีแววไม่น้อย อย่างแรกที่พวกเขาประสบความสำเร็จคือ การได้กระแสแฟนบอลกลับมาเชียร์ทีมรักเต็มสนามอีกครั้ง ซึ่งภาพที่ปรากฏถือว่า เป็นเวลานานมากๆ แล้ว ที่ไม่ได้เห็นเหล่าแฟนคลับฉลามชล เข้ามาเชียร์ทีมเต็มความจุ ชลบุรี สเตเดี้ยม เช่นนี้ หลังจากที่ทีมของพวกเขาหลุดวงโคจรเป็นทีมลุ้นแชมป์

โดยช่วงที่ลีกเบรคโควิด-19  การเตรียมทีมของฉลามชลยังเข้มข้นเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงแน่ๆ แล้วก็คือวันที่ 12 กันยายน เมื่อลีกกลับมารีสตาร์ทจะได้เห็น เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ เรียงหน้าลงสนามกันหลายคนแน่นอน เพราะนี่คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดโอกาสให้แข้งยังบลัด ในอะคาเดมี่ที่บ่มเพาะกันมาเก็บเลเวลในเวทีสูงสุด

ซึ่งช่วงวันที่  30 มิถุนายน จัดการเซอร์ไพร์สแฟนๆ ด้วยการ จับ 4 แข้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ว่ากันว่า เป็นชุดเยาวชนยุคทอง ดีกรีไม่ธรรมดา กวาดแชมป์เมเจอร์ ในฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศมาเกือบทั้งหมด จรดปากาเซ็นสัญญาเรียบร้อย ประกอบไปด้วย ทรงชัย ทองฉ่ำ, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, พงศกร ตรีสาตร์ และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ต่อเนื่องด้วยโละ บรรดาแข้งตัวเก๋า อาทิ อดุล หละโสะ มงคล นามนวด รวมถึง กรวิทย์ นามวิเศษ ออกจากทีม เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งฉลามสายเลือดใหม่ เสียบตำแหน่งของบรรดาพี่ๆ ที่ออกไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเอง

 "แน่นอนว่า การเซ็นสัญญากับนักเตะทั้ง 4 คน นอกเหนือจะเป็นไปตามนโยบายของสโมสร ที่เราต้องการผลักดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องแล้ว การเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในครั้งนี้ ก็จะเป็นอีกแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับนักเตะรุ่นน้องๆ ในอะคาเดมี่ มากยิ่งขึ้น"  บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยบอล" คุณศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม ผู้อยู่เบื้องหลังดีล 4 แข้งดาวรุ่ง และเป็นหัวเรือใหญ่ในการเดินหน้าลุยนโยบาย กับแข้งเยาวชนของทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสโมสรที่มีอะคาเดมี่ปั้นนักบอลเก่งที่สุดในประเทศ ซึ่งบอสใหญ่ฉลามชลเน้นย้ำจุดนี้มากๆ โดยจุดมุ่งหมายนโยบาย คือ เปิดโอกาสเพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคต

ส่วนบรรดาอดีตแข้งดาวรุ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็ยกระดับเป็นแข้งแกนหลักได้บ้างแล้ว อย่าง ภานุพงษ์ พลซา แข้งวัย 26 ปี, "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลาง 23 ปี, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ 22 ปี "เจ้าและ" กฤษดา กาแมน กองกลางวัย 21 ปี รวมถึง สัมพันธ์ เกษี อายุ 21 ปี ซึ่งหลายๆ คน ทำผลงานได้ดีในช่วงก่อนปรีซีซั่น ก่อนไทยลีกกลับรีสตาร์ท

ผลงานของ ชลบุรี เอฟซี ใน 4 นัดแรก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 มี 6 คะแนน จากผลงานการชนะ 2 นัด และ แพ้ 2 นัด รั้งอยู่ที่ 9 ของตาราง ถ้าหากมองถึงกับการที่พวกเขาต้องการจะกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่อีกครั้ง การขอลุ้นเอี่ยวพื้นที่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะเอาอันดับ 1-4 จากเลกแรก ไปเตะปี 2021 ยังถือว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเหลืออีก 11 เกมถ้าหาก ลูกทีม และ บรรดาแข้งดาวรุ่ง รักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวา เป้าหมายในถ้วยเอเชียคงไม่ไกลเกินเอื้อม

 "เรามุ่งมั่นทำผลงาน เพื่อสร้างผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ผมค่อนข้างเชื่อมั่นในผู้เล่นทั้งหมดที่มีอยู่ในทีมของเราตอนนี้ ทุกคนมีคุณภาพ และ ศักยภาพที่ดีพอ ที่จะช่วยกันพา ชลบุรี เอฟซี ทำผลงานให้ออกมาดีกว่า 4 เกมแรก อย่างแน่นอน" "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ของสโมสร ถึงภาพรวมของทีมและเป้าหมายหลัก ที่ยังมีอะไรให้ท้าทายต่อจากนี้มากๆ

เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่จะมีจิตวิญญาณความมุ่งมั่น ดุดัน เกรี้ยวกราด กัดไม่ปล่อย ตามสโลแกนสโมสร ปี 2020 "Bite Til The End" ของทีมหรือไม่ ต้องจับตาอย่ากะพริบ

อูไนจัดเต็ม! บียาร์เรอัลรับน้องลุ้น “คุโบะ” ตัวจริงยิงอ้วยส์ก้า

อูไน เอเมรี่ นายใหญ่ "เรือดำน้ำสีเหลือง" ความพร้อมไม่มีปัญหาจัดทัพแบบเต็มสูบโดยลุ้นส่ง ทาเคฟุสะ คุโบะ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงทันที ทางด้าน มิเชล อังเคล ซานเชซ กุนซือ อ้วยส์ก้า น้องใหม่หน้าเก่า เตรียมบู๊เต็มที่มี ชินจิ โอกาซากิ หัวหอกจอมเก๋าลงบู๊สู้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. นี้

ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563
บียาร์เรอัล – อ้วยส์ก้า
เวลา : 23.30

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา เซรามิก้า

    อูไน เอเมรี่ กุนซือใหม่ เรือดำน้ำสีเหลือง เตรียมออกสตาร์ตเกมแรกด้วยระบบ 4-4-2 แดนหน้า การ์ลอส บักก้า ยังเจ็บอยู่แต่ไม่มีปัญหาเพราะ เคราร์ด โมเรโน่ พร้อมยืนคู่กับ ปาโก้ อัลกาเซร์ อยู่แล้ว ส่วนตัวรุกริมเส้นใช้ ซามูแอล ชุคเวเซ่ กับ ทเคเฟุสะ คุโบะ มี ดาเนียล ปาเรโฆ กับ ฟร็องซิส โกเกอแล็ง คุมจังหวะร่วมกัน 

 ในแดนหลัง คู่เซนเตอร์วาง เปา ตอร์เรส ยืนกับคู่กับ ราอูล อัลบิโอล, รูเบน เปนญ่า ยืนแบ็กขวา แบ็กซ้ายใช้ อัลฟองโซ่ เปดราซ่า เนื่องจาก อัลเบร์โต้ โมเรโน่ บาดเจ๋บเอ็นหลังหัวเข่าพักยาวถึงมีนาคมปีหน้า

    มิเชล อังเคล ซานเชซ กุนซืออ้วยส์ก้า น้องใหม่หน้าเก่า ไม่มีปัญหาในการจัดทีมมากนัก โดยเกมนี้จะขาดแค่ เปโดร โลเปซ แบ็กขวาที่เจ็บข้อเท้าเท่านั้นที่เหลือพร้อมรบ 

    แนวรับวาง ปาโบล มาฟเฟโอ, ฆอร์เค่ ปูลีโด้, ปาโบล อินซูอา และ ลุยซินโญ่ ยืนเป็นแผงแบ็กโฟร์ แดนกลางมี มิเกล รีโก้, เปโดร มอสเกร่า คุมจังหวะ ส่วนตัวรุกใช้ ราฟา มีร์, ฆวน การ์ลอส และ ดาบิด เฟร์เรยโร่ ขับเคลื่อน และวาง ชินจิ โอกาซากิ เป็นกองหน้าตัวเป้า 

11 นักเตะตามคาด

    บียาร์เรอัล (4-4-2) : เซร์คิโอ อาเซนโฆ-รูเบน เปนญ่า, ราอูล อัลบิโอล,เปา ตอร์เรส, อัลฟองโซ่ เปดราซ่า-ซามูแอล ชุคเวเซ่, ดาเนียล ปาเรโฆ,ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, ทาเคฟุสะ คุโบะ-เคราร์ด โมเรโน่, ปาโก้ อัลกาเซร์

    อ้วยส์ก้า(4-2-3-1) : อันเดรส เฟร์นานเดซ-ปาโบล มาฟเฟโอ, ฆอร์เค่ ปูลีโด้, ปาโบล อินซูอา, ลุยซินโญ่-มิเกล รีโก้, เปโดร มอสเกร่า-ราฟา มีร์, ฆวน การ์ลอส, ดาบิด เฟร์เรยโร่-ชินจิ โอกาซากิ 

 

เป๊ปว่ายังไงหลังศิษย์รักซบลิเวอร์พูล

โจเซป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่แมนฯ ซิตี้ ดีใจที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้มาเล่นที่อังกฤษ พร้อมบอกสาเหตุที่ไม่พยายามดึงอดีตศิษย์รักมาร่วมงานอีกครั้งเพราะตอนนี้แผงกลาง "เรือใบสีฟ้า" มีให้เลือกใช้งานเยอะแล้ว

โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้มาเล่นที่อังกฤษแล้ว หลังจากดาวเตะวัย 29 ปีเพิ่งย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล คู่แข่งร่วมลีก

กวาร์ดิโอล่า เคยร่วมงานกับ ติอาโก้ สมัยที่ทั้งคู่อยู่กับ บาร์เซโลน่า และพออดีตมิดฟิลด์คนดังย้ายไปคุม บาเยิร์น มิวนิค ก็ดึงแข้งดีกรีทีมชาติสเปนตามไปทำงานด้วยกันอีกรอบ

"ผมดีใจที่ได้เห็นเขามาเล่นใน อังกฤษ ผมบอกเลยว่า อังกฤษ จะได้เพลิดเพลินกับนักเตะที่เก่งมากๆ แบบเขาแน่นอน" กวาร์ดิโอล่า ระบุ

ทั้งนี้ กุนซือวัย 49 ปีเสริมด้วยว่าสาเหตุที่ไม่แม้แต่จะพยายามเอา ติอาโก้ มาร่วมงานกันที่ แมนฯ ซิตี้ เป็นเพราะแผงกลางของทีมมีตัวเลือกเยอะพออยู่แล้ว

"เรามีนักเตะในตำแหน่งนี้มากพออยู่แล้ว และปกติเราจะเดินเรื่องล่านักเตะต่อเมื่อเราต้องการนักเตะในตำแหน่งนั้นๆ เท่านั้น ตอนนี้เรามีนักเตะในตำแหน่งนั้นมากพอแล้ว"

สุโขทัยแบโผ27แข้งลุยไทยลีกประเดิมดวลเมืองทองฯ

"ค้างคาวไฟ" สุโขทัย เอฟซี ประกาศชื่อ 27 แข้งบู๊ไทยลีก 2020 ด้าน "บาจโจ้" ลั่นพร้อมลุยมานานแล้ว แต่เสียดาย2เกมสำคัญต้องติดโทษแบน พร้อมประเดิมดวล เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 12 ก.ย.นี้

ความเคลื่อนไหวของทีมสุโขทัย เอฟซี ล่าสุดก่อนเกมวันเสาร์ ที่ 12 กันยายน ที่จะเปิดบ้านรับ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ประกาศผู้เล่นในสังกัดฤดูกาล 2020/2021 ทั้ง 27 คนหลังปิดตลาดซื้อ-ขาย รอบพิเศษแล้ว โดยมีจอห์น บาจโจ้ กองหน้าจากมาดากัสก้า สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม ขณะที่แดนหน้ายังมีคู่หู เอวานโดร เปาลิสต้า และ อิบสัน เมโล เป็น 3 ประสานในแดนหน้า

ในส่วนของเกมรับ พีระพงษ์ เรือนนินทร์ ยังคงจะเป็นมือหนึ่งรักษาหน้าด่าน แต่ต้องขับเคี่ยวกับ อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ นายด่านประสบการณ์สูงที่ทีมพึ่งเสริมเข้ามา ส่วนกองหลัง มีให้เลือกหลายคนทั้ง ซอ มินตุน แนวรับทีมชาติเมียนมา ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกูล ,นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ , ศิลา ศรีกำปัง, นรงฤทธิ์ บุญสุข , ปิยะราษฏร์ ลาจังหรีด เอกสิทธิ์ ฉาวบุตร และที่เสริมเข้ามาล่าสุดอย่าง ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง

ส่วนกองกลาง ทีมงานเดิมยังอยู่กันครบ ทั้ง จุง เมียงโฮ กองกลางชาวเกาหลีใต้ ณัฐวุธ เจริญบุตร , คัพฟ้า บุญมาตุ่น , วรนาถ ทองเครือ ,พงศ์พัทธ์ หลิวรุ่งเรืองกิจ และที่เสริมเข้ามาใหม่อย่าง เดชา สอาดโฉม , มูฮำหมัดนาเซ กอและ ,กานต์พิชชา ชะนะการี และ ดิสดรณ์ พันธุ์จันทร์

สำหรับเกมไทยลีกนัดประเดิมคัมแบค นัดที่ 5  จอห์น บาจโจ้ ให้สัมภาษณ์ว่าทีมพร้อมเข้าสู่เกมแข่งขันที่รอคอยยาวนาน และดีใจกับแฟนบอลที่ได้สิทธิเข้าชมเกมแข่งขันในสนาม และได้ชมเกมที่สำคัญของทีม ทั้งนี้ในเกมที่สำคัญตนไม่สามารถลงแข่งขันได้ 2 เกมแข่งขันเพราะติดโทษแบน แต่ผมพร้อมจะสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสม ส่วนกรณีที่เอวานโดร เปาลิสต้า กองหน้าบราซิเลี่ยน บาดเจ็บนั้น ตนขอให้เขาหายและกลับสู่ทีมโดยเร็ว เพราะพวกเราต้องการเขา

6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาฟาดแข้งเต็มสตรีมกันอีกครั้ง ซึ่งสุดสัปดาห์นี้เป็นแมตช์เดย์ที่ 2 ซึ่งทุกทีมจะมีคิวเตะหลังจากทีมเมื่อสัปดาห์ก่อน มีการแข่งขันแค่ 8 คู่เท่านั้น

ในสกู๊ปนี้เราคัดเอา 6 คู่น่าสนใจว่าจะมีประเด็นอะไรน่าสนใจกันบ้าง พร้อมแล้ว ไปดูกันได้เลย!!

"แมนฯ ยูไนเต็ด-คริสตัล พาเลซ"

‘ปีศาจแดง’ เตรียมลงเล่นเกมลีกนัดแรกของฤดูกาล ส่วนทาง คริสตัล พาเลซ เกมก่อนเปิดบ้านเชือด เซาธ์แฮมป์ตัน มา 1-0

แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ในบ้านต่อ พาเลซ เกมเดียวเท่านั้นการเจอกัน 22 เกมลีก   ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีส่วนร่วมกับประตูถึง 20 จากประตูที่ทีมทำได้ 51 ลูกในทุกรายการ นับตั้งแต่เขาเข้ามาร่วมทีมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเจ้าตัวทำได้ 12 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์

 ‘ดิ อีเกิลส์’ มีสิทธ์เป็นทีมแรกนับตั้งแต่ที่ เชลซี ทำไว้เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2014 ที่ไม่แพ้ในการบุกเยือนถิ่นเมือง แมนเชสเตอร์ ทั้ง ซิตี้ และ ยูไนเต็ด 5 เกมติดต่อกัน

หาก วิลฟรีด ซาฮา ทำประตูได้ในเกมนี้ จะเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวยิงได้ 2 เกมติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2019

"อาร์เซน่อล-เวสต์แฮม"

 อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มเยี่ยมบุกถล่มน้องใหม่ เวสต์บรอมวิช 3-0 ส่วน เวสต์แฮม พ่ายคาบ้านต่อ นิวคาสเซิล แบบน่าผิดหวัง เมื่อเกมก่อน
     
ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ชอบเหลือเกินกับการเล่นเกม ลอนดอน ดาร์บี้ เมื่อมีส่วนร่วมกับประตูถึง 15 ลูก จาก 16 เกม โดยแบ่งเป็นยิง 12 ประตู และแอสซิสต์อีก 3 ครั้ง
   
ปืนใหญ่’ เอาชนะ ‘ขุนค้อน’ ได้ถึง 10 จาก 11 นัดที่เล่นในบ้านจากทุกรายการ

เวสต์แฮม ตั้งเป้าคว้าชัยในการเล่นเกมเยือนนัดแรกของฤดูกาลให้ได้ในรอบ 5 ปี ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ทำได้คือการบุกเอาชนะ อาร์เซน่อล คู่แข่งของตัวเองในสัปดาห์นี้

เดวิด มอยส์ ยังไม่เคยเอาชนะในการบุกไปเยือนถิ่น อาร์เซน่อล ได้เลยสักครั้ง จากการเจอกัน 19 นัดก่อนหน้านี้ ซึ่งมีแค่ เชลซี เท่านั้นที่ มอยส์ ไม่สามารถบุกคว้าชัยได้มากกว่าจากความพยายามทั้งหมด 20 นัด

"เซาธ์แฮมป์ตัน-สเปอร์ส"

ในการลงเล่นเกมวันอาทิตย์ เซาธ์แฮมป์ตัน เอาชนะคู่แข่งได้ตลอด 4 เกมหลังสุด ขณะที่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คือทีมที่แพ้ในการลงเล่นวันอาทิตย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก (88 นัด) รวมถึงเกมสัปดาห์ก่อนที่พ่ายต่อ เอฟเวอร์ตัน

แดนนี่ อิงส์ ทำประตูได้ทั้งสองเกมที่เจอกับ สเปอร์ส ในสีเสื้อ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งมีแค่ นอริช ทีมเดียวเท่านั้นที่เขาทำประตูติดต่อกันได้มากกว่า (3 นัด)

แฮร์รี่ เคน ซัดประตูใส่ ‘เดอะ เซนต์ส์’ 9 ประตู จากเกมที่เจอกัน 9 นัดหลังในเวที พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นทีมลำดับที่ 3 ที่ตกเป็นเหยื่อของ เคน มากที่สุดรองจาก เลสเตอร์ ซิตี้ (15 ประตู) และ อาร์เซน่อล (10 ประตู)

สเปอร์ส วางเป้าเก็บคลีนชีตแรกกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ในรอบ 10 เกม ซึ่งเป็นสถิติเทียบเท่ามากที่สุดที่พวกเขาไม่สามารถหยุดยั้งการเสียประตูให้คู่แข่ง ซึ่งอีกทีมนั้นคือ ลิเวอร์พูล

"เชลซี-ลิเวอร์พูล"

‘สิงห์บลูส์’ ไม่แพ้เกมในบ้านต่อทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก มาแล้ว 13 เกม โดยแบ่งเป็น ชนะ 7 และเสมอ 6

อย่างไรก็ตาม เชลซี แพ้ต่อ ‘หงส์แดง’ มาแล้ว 3 นัดติดต่อกันในเกมพรีเมียร์ลีก โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล ในลีก 4 เกมติดเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2010 ถึงเดือนมีนาคม ปี
2012

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต่างมีโอกาสเป็นผู้เล่น’หงส์แดง’ คนแรกที่มีลุ้นทำประตูใส่ เชลซี ในเกมลีก 3 นัดติดต่อกัน

นับตั้งแต่วันที่ยืนยันว่าพวกเขาได้แชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนมิถุนายน ลิเวอร์พูล เสียประตูในเกมลีกไปแล้วถึง 15 ประตูจาก 8 นัด (ชนะ 5 เสมอ 5 แพ้ 2)

"เลสเตอร์-เบิร์นลี่ย์"

หาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ เลสเตอร์ ซิตี้ พาทีมเก็บชัยชนะได้ในเกมนี้ จะทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมสหราชอาณาจักรลำดับที่ 4 ที่คว้าชัย 100 นัดเร็วที่สุด จาก 210 เกม

นับตั้งแต่สตาร์ทซีซั่นที่แล้ว เจมี่ วาร์ดี้ ทำประตูในเกมพรีเมียร์ลีก ได้มากกว่าทุกคนที่ 25 ประตู

เบิร์นลี่ย์ คว้าชัยในการลงเล่นเกมเยือนนัดแรกของซีซั่น แค่เกมเดียวเท่านั้นตลอด 6 ฤดูกาลบนเวทีพรีเมียร์ลีกหลังสุด โดยเกมเดียวที่ชนะได้คือการบุกชนะ เชลซี 3-2 เมื่อซีซั่น 2017/18

คริส วู้ด มีลุ้นทำประตูในเกมพรีเมียร์ลีก 4 นัดติดต่อกันได้เป็นครั้งแรก

"วูล์ฟส์-แมนฯ ซิตี้"

หาก วูล์ฟส์ คว้าชัยได้ในเกมนี้จะทำให้พวกเขาเป็นทีมแรกที่เอาชนะ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในเกมลีกได้ 3 นัดติดต่อกัน

ชัยชนะเหนือ เชฟฯ ยูไนเต็ด เมื่อเกมก่อน นับเป็นการชนะนัดที่ 1,999 ของ วูล์ฟส ในเกมลลีก และชัยชนะนัดต่อไปจะพาให้พวกเขาขึ้นไปเทียบเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล กับ การคว้าชัยได้ 2,000 นัดในสารบบเกมลีกของอังกฤษ

หาก ‘เรือใบสีฟ้า’ คว้าชัยได้เกมนี้ จะทำให้พวกเขาเป็มทีมแรกที่เก็บชัยชนะนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก 10 ฤดูกาลติดต่อกัน

5 นัดหลังสุดของ ซิตี้ ในเกมลีกถือว่าโหดมาก เมื่อพวกเขาถลุงประตูคู่แข่งด้วยสกอร์รวม 21-1

แข้งไทยผลงานเยี่ยมติดมา 7 นำทีมยอดเยี่ยมไทยลีกแมตช์ที่5

หลังจากพักเบรคโควิดไปหลายเดือนในที่สุดฟุตบอลไทยลีกก็ได้กลับมาแข่งขันกันต่อในแมตช์ที่ 5 และนี่คือรายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์
ผู้รักษาประตู : พีระพงษ์ เรืองนินท์ (สุโขทัย เอฟซี)

หนึ่งในตัวแปรสำคัญที่ทำให้ สุโขทัย เอฟซี คว้าชัยชนะในแมตช์รีสตาร์ทต้องยกให้ พีระพงษ์ ที่สามารถป้องกันลูกยิงของ เอสซีจี เมืองทองฯ เอาไว้ได้หลายครั้ง และนอกจากนี้ประตูชัยที่ทีมได้ก็มาจากจังหวะที่เจ้าตัวออกบอลเร็วให้ อิ๊บสัน เมโล่ หลุดไปดวลกับเกมรับ กิเลนผยอง ก่อนพังประตูชัยในที่สุด

กองหลัง : นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ (สุโขทัย เอฟซี)

ในเกมกับที่พบกับ เอสซีจี เมืองทองฯ ถือได้ว่า นุกูลกิจ คือหัวใจสำคัญในแนวรับของ ค้างคาวไฟ ด้วยผลงานที่โดดเด่นทั้งการตามประกบศูนย์หน้าอย่าง แดร์เลย์ ก็ทำได้ดี นอกจากนี้การยืนตำแหน่งก็ยอดเยี่ยมบล็อกลูกยิงของแนวรับ กิเลนผยองไว้หลายครั้ง และที่จะเห็นได้ชัดคือการเคลียร์บอลจากเส้นประตูจนทำให้ทีมเก็บคลีนชีตไปในที่สุด

กองหลัง : เอเลฟ วิเอรา ซานโตส (สุพรรณบุรี เอฟซี)

สำหรับ ซานโตส ถือว่ามีการยืนปักหลักคุมแผงหลังของสุพรรณบุรีได้อย่างแข็งแกร่ง จนสามารถช่วยทีมเก็บคลีนชีตในเกมกับ สวาทแคท ได้สำเร็จ แม้ว่าทีมจะเสียปราการหลังกัปตันทีมอย่าง เจ้าเชน จากอาการบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงพักครึ่งก็ตาม

กองหลัง : ทัตซูยะ ซาไก (สมุทรปราการ ซิตี้)

ทัตซูยะ ปราการหลังเลือดซามูไรช่วยทีมให้รอดพ้นจากการเสียประตูเอาไว้ได้หลายครั้ง อีกทั้งยังมีจังหวะเข้าสกัดบอล และทำลายเกมของทีมเยือนอย่าง ระยอง เอฟซี จนสามารถช่วย เขี้ยวสมุทร เก็บคลีนชีต และเป็นชัยชนะนัดแรกในซีซั่นนี้ของ สมุทรปราการ อีกด้วย

กองกลาง : โชติภัทร พุ่มแก้ว (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

โชว์ฟอร์มการเล่นได้โดดเด่นมากๆ สำหรับ โชติภัทร พุ่มแก้ว โดยเฉพาะการขึ้นเกมทางฝั่งขวา สามารถป่วนแนวรับ ต่อพิฆาต ได้อย่างน่ากลัว แถมเกมนี้เจ้าตัวก็เป็นผู้โขกประตูชัยช่วย สิงห์ เชียงราย เอาชนะ พีที ประจวบ 1-0 อีกด้วย

กองกลาง : ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ (โปลิศ เทโร เอฟซี)

ในเกมกับ การท่าเรือ แม้จะมีปัญหาเรื่องไฟสนามดับช่วงท้ายเกม แต่หากพูดถึงภาพรวมตลอดทั้งเกมแล้วนั้นต้องยกให้ เจ้ามิกกี้ คือหนึ่งแข้งที่โดดเด่นมาก แม้จะไม่ได้ทำประตู แต่ก็มีโอกาสสร้างสรรประตูได้หลายครั้ง และเมื่อไหร่ที่ปล่อยให้ ปฐมพล มีพื้นเล่นเจ้าตัวก็จะโชว์ทักษะการเลี้ยงบอลป่วนแนวรับ สิงห์ เจ้าท่า ได้อย่างดุดันสุดๆ

กองกลาง : ปานเดชา เงินประเสริฐ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

โดดเด่นไม่น้อยสำหรับ ปานเดชา เงินประเสริฐ ในเกมกับ นครราชสีมา มาสด้าฯ กับการคุมแดนกลางของ สุพรรณบุรี เล่นทั้งเกมรุกและรับได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเกมนี้เจ้าตัวก็เป็นคนที่ยิงประตูให้ทีมขึ้นนำก่อน 1-0 ด้านเกมรับก็โดดเด่นไม่แพ้กันสามารถตัดเกม และทำลายจังหวะเกมรุกของ โคราช ไว้ได้ตลอดทั้งเกมด้วยเช่นกัน

กองกลาง : สุริยา สิงห์มุ้ย (สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ผลงานเกมนี้ สุริยา ถือว่าเป็นอีกแข้งที่โดดเด่นของ สิงห์ เชียงราย การเติมเกมรุกทางด้านซ้ายถือว่าทำได้ดี มีโอกาสคลอสบอลสวยๆ ให้เพื่อนลุ้นพังประตูอยู่หลายจังหวะ เรื่องเกมรับเมื่อต้องมาเจอกับเพื่อนเก่าอย่าง วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ ก็ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดการขึ้นเกมของ วิลเลี่ยม ไว้อยู่หมัดเลยทีเดียว

กองหน้า : อิ๊บสัน เมโล่ (สุโขทัย เอฟซี)

นอกจากจะเป็นผู้ยิงประตูชัยให้ สุโขทัย คว้าชัยชนะเหนือ เอสซีจี เมืองทองฯ แล้วนั้น ตลอดทั้งเกม อิ๊บสัน เมโล่ ก็มีจังหวะยิงอยู่หลายครั้ง แถมยังปั่นป่วนแนวรับทีมเยือนอยู่ตลอดทั้งเกมอีกด้วย

กองหน้า : กษิเดช เวทยาวงศ์ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

ฟอร์มเด่นเข้าตาไม่น้อยสำหรับ กษิเดช เวทยาวงศ์ กับการมีส่วนร่วมทั้ง 2 ประตูที่สุพรรณบุรีเอาชนะโคราช 2-0 โดยหนึ่งในนั้นคือการแหวกสามแนวรับทีมเยือนเข้าไปยิงประตูปิดเกมสุดสวย และนอกจากนี้ตลอดทั้งเกมเจ้าตัวก็ยังมีโอกาสจ่ายบอลสวยๆ ให้เพื่อน พร้อมกับมีการหาจังหวะบวกสกอร์เพิ่มให้กับตัวเองอีกหลายจังหวะด้วยกัน

กองหน้า : แฮร์ลิสัน ไคออน (ชลบุรี เอฟซี)

ไคออน สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจเมื่อมีส่วนร่วมกับทั้ง 3 ประตูที่ ฉลามชล ได้ในเกมที่เฉือนเอาชชนะ ตราด เอฟซี 3-2 โดยดาวยิงบราซิลเลี่ยนทำคนเดียว 2 ประตูช่วยให้ ชลบุรี เอฟซี พลิกสถานการณ์กลับมาเก็บชัยชนะไปได้สำเร็จ

ขัดข้องตรงไหน? การไฟฟ้านครหลวง แจงเหตุสนามการท่าเรือไฟฟ้าดับ

ตามที่เกิดเหตุไฟฟ้าดับภายในสนามแพท สเตเดียม ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2020 ระหว่างสโมสรการท่าเรือ เอฟซี พบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี โดยในระหว่างการแข่งขัน ก่อนหมดเวลาประมาณ 2 นาที เกิดเหตุไฟฟ้าดับขึ้นนั้น

การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ได้ตรวจสอบพบว่า ระบบไฟฟ้าของ MEA ยังคงจ่ายไฟตามปกติ แต่เหตุไฟฟ้าดับนั้น มีสาเหตุจากอุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้าได้แก่ เมนเซอร์กิตเบรคเกอร์ (Main Circuit Breaker) ของสนามฟุตบอลชำรุด จนไม่สามารถจ่ายไฟฟ้ากลับคืนสู่สภาวะปกติได้

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ MEA ยังคงช่วยประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้ที่เกี่ยวข้องของสนามฟุตบอลเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขต่อไป

 

เดอบรอยน์เผยไม่เคยสนข่าวเมสซี่-ชี้แมนซิตี้แกร่งอยู่แล้ว

เควิน เดอ บรอยน์ กองกลาง แมนฯ ซิตี้ ประกาศชัด ไม่เคยสนใจเรื่องระหว่าง ลิโอเนล เมสซี่ กับ "เรือใบสีฟ้า" เลย โดยบอกด้วยว่าทีมของตนแกร่งพออยู่แล้ว แม้จะยอมรับว่าถ้าได้ เมสซี่ มาร่วมทีมมันจะทำให้ แมนฯ ซิตี้ แกร่งขึ้นก็ตาม

เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์คนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าไม่เคยสนใจแม้แต่นิดเดียวว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า จะย้ายมาอยู่กับ "เรือใบสีฟ้า" รึเปล่า

เมสซี่ เคยตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ซิตี้ อย่างหนักในช่วงหลายวันก่อน หลังจากที่ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ยื่นเรื่องขอย้ายออกจากทีมโดยตั้งใจจะใช้เงื่อนไขที่สามารถยกเลิกสัญญากับ "อาซูลกราน่า" ได้ทุกๆ ซัมเมอร์ แต่สุดท้ายดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ก็จำใจอยู่กับ บาร์เซโลน่า ต่อไป หลังจากที่ทีมดังของถิ่น คัมป์ นู อ้างว่าเงื่อนไขที่ว่ามันหมดอายุในทุกๆ วันที่ 10 มิถุนายน

เดอ บรอยน์ เผยว่า "พูดกันตามตรงนะ ผมไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย ถ้ามันเกิดขึ้นได้ก็แล้วไป ถ้าคุณได้ เมสซี่ มาอยู่กับทีมของคุณมันก็จะทำให้ทีมของคุณมีลุ้นแชมป์อยู่เสมอ ถ้ามองในด้านการเล่นแล้วน่ะผมก็พอจะเข้าใจถึงเรื่องนั้นได้ (ว่าทำไม แมนฯ ซิตี้ ถึงอยากได้ เมสซี่) ยิ่งถ้าเป็นในฐานะสโมสรแล้วน่ะมันก็พอจะเข้าใจได้มากเป็นพิเศษว่าทำไมถึงมีข่าวแบบนี้"

"ในแง่ของธุรกิจแล้วมันน่าจะทำให้ทีมมีสปอนเซอร์และเงินไหลเข้ามาเทมาเยอะสุดๆ ต่อให้คุณจะเสียเงินไปเยอะเพื่อดึงเขามาร่วมทีมแต่คุณก็จะได้เงินในระดับเดียวกันกลับมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ดังนั้นผมเลยเข้าใจได้ว่าทำไมสโมสรถึงตัดสินใจพยายามทำแบบนั้น แต่พูดกันตรงๆ เลยนะ ผมไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว"

 "ผมไม่สนเลยจริงๆ แน่นอนว่าถ้าเขาย้ายมาอยู่กับเรามันคงจะช่วยเราได้มาก เพราะสำหรับผมแล้วเขาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของโลก แต่ผมไม่เคยสนใจเลยว่านักเตะคนไหนที่อาจจะย้ายมาอยู่กับทีม หรือเรื่องที่ว่ามันอาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คุณจะเล่นด้วยนักเตะเท่าที่มี และผมคิดว่าเราก็มีทีมที่แข็งแกร่งอยูแล้ว มันคงจะเป็นเรื่องที่โง่มากๆ สำหรับผมที่จะทึกทักว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นหากเราได้นักเตะบางคนมาอยู่กับทีม ในวงการฟุตบอลน่ะมันเกิดเรื่องแบบนั้นอยู่เสมอ บางคนควรจะย้ายมาอยู่กับทีมแต่สุดท้ายมันก็ไม่เกิดการย้ายทีมขึ้นจริงๆ แถมช่วงที่มีข่าว (ระหว่าง แมนฯ ซิตี้ กับ เมสซี่) น่ะผมก็ยุ่งสุดๆ อยู่ด้วยล่ะนะ (หมายถึงการที่ต้องคอยเป็นกำลังใจให้ มิเชล ภรรยาของเขาที่คลอดลูกคนล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน)"

เรือ,ผี,ไก่,ปืนใหญ่,หมาป่า! เจาะทีมดังพรีเมียร์ลีก เปิดม่านฤดูกาล 2020/21 ภาคจบ

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 เตรียมเปิดฉากขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งแต่ละทีมจะมีความพร้อมอย่างไร ได้ผู้เล่นคนไหนเข้าสู่ทีมบ้าง ในสกู๊ปนี้เราจะพาแฟนๆ ไปเช็กข้อมูลกัน เพื่อเรียกความพร้อมก่อนศึกใหญ่ปีนี้จะเริ่มขึ้น

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : ยุทธการทวงคืนบัลลังก์แชมป์

ฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา แม้เป็นทีมที่มีเกมรุกสุดดุดัน กดไปถึง 102 ประตูในลีก แต่ด้วยการที่ขาดความคงเส้นคงวาในเรื่องของการเก็บผลการแข่งขัน และพลาดท่าแพ้ในเกมที่ไม่น่าแพ้หลายครั้ง นั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" เสียตำแหน่งแชมป์ และจบแค่อันดับสอง ด้วยการมีคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์ ถึง 19 แต้ม จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่พวกเขากระหายอย่างมาก ที่จะกลับมาทวงโทรฟี่แชมป์ในฤดูกาลนี้ ถึงแม้จะไม่มีตัวเก๋าอย่าง ดาบิด ซิลบา รวมถึงตัวจี๊ดอย่าง ลีรอย ซาเน่ แล้วก็ตาม

– การเสริมทัพ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสแปนิช รู้ดีว่า แมนฯ ซิตี้ มีจุดอ่อนตรงไหน และต้องเสริมในตำแหน่งใดบ้าง ซึ่งแน่นอนว่า การย้ายออกไปของ ซิลบา และ ซาเน่ ทำให้พวกเขามีช่องโหว่ในแนวรุก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้พวกเขาประเคนเงิน 20.75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 850.75ล้านบาท) ไปให้ บาเลนเซีย เพื่อสู่ขอ เฟร์ราน ตอร์เรส มาสู่ถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม หลังจากนั้นแค่อึดใจเดียว พวกเขาก็จัด นาธาน อาเค่ กองหลังสารพัดประโยชน์ชาวดัตช์ (จาก บอร์นมัธ) มาเสริมแนวรับ ในราคา 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,640 ล้านบาท) ซึ่งในรายของ อาเค่ น่าจะโดนใจ เป๊ป เพราะเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและเซนเตอร์แบ็ก แต่จากสถานการณ์ตอนนี้ (9 ก.ย.) พวกเขาคงเดินหน้าเสริมทัพต่ออย่างแน่นอน โดยเฉพาะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ที่พวกเขายังต้องการตัวท็อปๆ มาช่วยทีม เพราะของที่มีอยู่ตอนนี้คงไม่เพียงพอต่อการลุ้นความสำเร็จในระยะยาว

– ดาราใหม่น่าจับตา

ทั้ง อาเค่ และ เฟร์ราน ต่างเป็นนักเตะพลังหนุ่มที่น่าจับตามอง แต่อยากจะโฟกัสไปที่รายหลัง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแข้งที่เนื้อหอมอย่างมากในตลาดช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะก่อนที่จะลงเอยกับ "เรือใบสีฟ้า" เขามีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ยูเวนตุส รวมถึง เรอัล มาดริด

ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าเซอร์ไพรส์อะไร หากคุณได้เห็นฟอร์มอันจัดจ้านของ ดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้ ทั้งสองเกมที่เจ้าตัวลงเล่นให้ทีมชาติสเปน ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไป ดูแล้ว เฟร์ราน น่าจะเป็นนักเตะที่ตรงสเปค เป๊ป ไม่น้อย เพราะนอกจากมีความเร็วแล้ว ยังพาบอลทะลุทะลวงได้เก่ง แถมมีลูกเปิดเข้ากลางที่อันตราย เหมาะกับสไตล์การเล่นของ แมนฯ ซิตี้ ดีเหลือเกิน ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยว่า เฟร์ราน จะไปได้สวย และสามารถประสบความสำเร็จ ตามรอยแข้งสแปนิชรุ่นพี่อย่าง ดาบิด ซิลบา ได้หรือไม่

– คีย์แมน

หาก เซร์คิโอ อเกวโร่ คือสุดยอดเครื่องจักรทำประตู เควิน เดอ บรอยน์ ก็คือน้ำมันเครื่องชั้นดีนั่นเอง ดังนั้นคีย์แมนของ แมนฯ ซิตี้ ชุดนี้ยังไงก็คงเป็น เดอ บรอยน์ ที่เปรียบเสมือนเป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกของทีม เป็นคนที่มีพิษสงรอบตัว เพราะนอกจากจะเป็นตัวเปิดป้อนระดับเวิลด์คลาส ที่พร้อมส่งบอลให้เพื่อนจบสกอร์ได้ทุกรูปแบบแล้ว เขายังเป็นจอมทัพที่ยิงบอลได้รุนแรงและเฉียบคมอีกด้วย

แถมแน่นอนมากๆ ทั้งลูกยิงจุดโทษ รวมถึงฟรีคิก… ตราบใดที่มี ยอดดาวเตะชาวเบลเยียมวัย 29 ปีคนนี้ อยู่ในสนาม แมนฯ ซิตี้ ก็พร้อมที่จะกระซวกตาข่ายทีมคู่แข่งได้ทุกเมื่อ สมกับที่ได้รางวัลแข้งยอดเยี่ยมของ พีเอฟเอ ประจำฤดูกาลที่ผ่านมา

แมนฯ ยูไนเต็ด : ขอใกล้เคียงที่สุดเพื่อเบียดท็อป 2

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำทัพ "ปีศาจแดง" จบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับ 3 ใน พรีเมียร์ลีก ทำให้คว้าโควตาไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ รวมทั้งยังผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ คาราบาว คัพ และ ยูโรปา ลีก ด้วย

แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บไปได้ 66 คะแนนใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นที่ผ่านมา น้อยกว่า ลิเวอร์พูล ถึง 33 แต้ม ส่วนใน ยูโรปา ลีก แพ้ เซบีย่า 1-2 ในรอบรองชนะเลิศ ส่วนรอบตัดเชือก คาราบาว คัพ แพ้ "เรือใบสีฟ้า" ด้วยสกอร์รวมสองนัด 2-3

ขณะที่ในฤดูกาล 2020/21 นั้น บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายในประเทศอังกฤษ มองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นแค่เต็ง 4 ในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อจาก แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซี

– การเสริมทัพ

จนถึงตอนนี้ (วันพุธที่ 9 กันยายน) แมนฯ ยูไนเต็ด  เพิ่งได้นักเตะใหม่มาเสริมทัพแค่คนเดียวคือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ วัย 23 ปี ที่ย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) บวกโบนัสต่างๆ อีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
 
ส่วนที่ปล่อยออกไปก็มี อเล็กซิส ซานเชซ ที่ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน แบบถาวร, ทาฮิธ ชอง ไปเล่นให้ แวร์เดอร์ เบรเมน แบบยืมตัว และ โจแอล เปเรยร่า ที่ส่งไปให้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ยืมใช้งาน

– นักเตะน่าจับตามอง

นักเตะที่น่าจับตามองของ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลใหม่คือ ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษ ที่กลับมาอยู่กับทีม หลังไปทำผลงานเยี่ยมให้ เชฟฯ ยูไนเต็ด แบบยืมตัว

เฮนเดอร์สัน จะต้องเข้ามาแย่งตำแหน่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา นายทวารทีมชาติสเปน ที่ฤดูกาลก่อนเล่นพลาดให้เห็นหลายนัด และช่วงแรก โซลชา คงให้โอกาสกับโกลเลือดกระทิงก่อน แต่ถ้ามีความผิดพลาดก็จะเป็นหน้าที่ของ เฮนเดอร์สัน ที่ได้ลงเฝ้าเสาแทน

– คีย์แมน

แน่นอนว่า นักเตะสำคัญสุดของ "ปีศาจแดง" ในเวลานี้คือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส หลังเข้ามาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทันทีตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา

บรูโน่ ซัดไป 12 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ ในการเล่นให้ "เร้ด เดวิลส์" ตลอดทุกรายการเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และจุดเด่นที่ทำให้หลายๆ คนต้องยกย่องนักเตะก็คือความเป็นยอดเพชฌฆาตสังหารจุดโทษเมื่อมีสถิติซัดจุดโทษเข้า 8 ประตู

โซลชา ชื่นชมมิดฟิลด์ทีมชาติโปรตุเกสที่สังหารจุดโทษได้อย่างเด็ดขาดว่า เป็นคนที่เดาใจได้ยากเวลารับหน้าที่ยิงจุดโทษ โดยมีทั้งเลือกที่จะก้าวเข้าไปยิงทันที หรือกระโดดหนึ่งครั้งก่อนยิง

ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ : ฤดูกาลที่อาจชี้ชะตาทีม (และ มูรินโญ่)

2019-20 ถือเป็นฤดูกาลแรกในรอบหลายซีซั่นที่ผ่านมาที่ สเปอร์ส ทำผลงานได้เลวร้ายสุดๆ พวกเขาได้เพียงอันดับ 6 ในลีก, ไปถึงแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, จอดป้ายเพียงรอบ 5 ในศึก เอฟเอ คัพ และหยุดที่รอบ 3 ของ คาราบาว คัพ ผลงานที่ว่านี้ต่างกันราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับซีซั่น 2018-19 ที่พวกเขาไปถึงรอบชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ลีก และเป็นอันดับ 4 ในลีก

แม้ว่าฤดูกาลก่อน สเปอร์ส จะยอมปลด เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีมคู่บุญที่ทำผลงานให้ทีมได้ยอดเยี่ยมหลายฤดูกาลมาเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ถึงขั้นดีขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ จนทำให้หลายคนบอกด้วยซ้ำว่า มูรินโญ่ ไม่เก่งเหมือนเก่า อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ฤดูกาลก่อน สเปอร์ส มีผลงานแย่เป็นเพราะ แฮร์รี่ เคน กองหน้าคนเก่งของทีมเจ็บหนักจนเคยต้องพักไปนาน และสุดท้ายก็ได้เล่นในลีกไปแค่ 29 นัด

ด้วยเหตุนี้ ซีซั่น 2020-21 จึงเป็นโอกาสอันดีของทั้ง สเปอร์ส และ มูรินโญ่ ที่จะพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง โดยสำหรับ สเปอร์ส นี่ถือเป็นฤดูกาลที่อาจจะตัดสินอนาคตระยะยาวของพวกเขาเลยก็ว่าได้ เพราะลือกันว่าถ้าหากซีซั่นนี้่ทีมยังไม่ได้แชมป์รายการใหญ่ๆ อีกแล้วล่ะก็ เคน ก็อาจจะย้ายออกจากทีม หลังจากเจ้าตัวยังไม่เคยได้แชมป์รายการไหนเลยทั้งที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอยู่ตลอด ซึ่งการเสียยอดกองหน้าระดับนี้ไปก็อาจจะส่งผลเสียกับพวกเขาไปอีกหลายปีเลย

ขณะเดียวกัน มูรินโญ่ ก็หมายมั่นปั้นมือว่าการได้คุม สเปอร์ส แบบเต็มตัวซีซั่นแรกของเขาจะออกมาดีจนเป็นการลบล้างคำสบประมาททั้งหลาย และทำให้เขากลับมาเป็นกุนซือที่ทุกคนในโลกลูกหนังต้องหวาดกลัวอีกครั้ง

 – การเสริมทัพ

จนถึงตอนนี้ (วันที่ 8 กันยายน) สเปอร์ส ได้นักเตะหน้าใหม่มาร่วมทีม 4 คน ประกอบด้วย อัลฟี่ เดวิน, ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบิร์ก, โจ ฮาร์ท และ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ซึ่งมีแค่ 3 คนหลังเท่านั้นที่เป็นการเสริมทัพแบบพร้อมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ทันที ส่วนกลุ่มที่โดนปล่อยออกไปก็ไม่มีใครที่เป็นกำลังหลักของทีมเลย

– ดาราใหม่น่าจับตา

 ในกลุ่ม 3 แข้งหน้าใหม่ที่ดีพอเป็นขุมกำลังให้ทีมชุดใหญ่นั้น ฮอยเบิร์ก คือคนที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะฤดูกาลก่อนกองกลางตัวรับชาวเดนมาร์กมีค่าเฉลี่ยการสกัดโดนบอล 2.3 ครั้งต่อนัด และอ่านเกมขาดจนตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบได้ 1.4 ครั้งต่อเกม

ส่วนรายของ โดเฮอร์ตี้ ฤดูกาลก่อนเล่นได้ดีในระดับหนึ่ง เพราะนอกจากจะทำไป 4 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ให้กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 36 เกมแล้วนั้น เขายังสกัดโดนบอลเฉลี่ย 1.5 ครั้งต่อเกมด้วย ขณะที่ ฮาร์ท คงเป็นเพียงอะไหล่ของ อูโก้ โยริส เท่านั้น

– คีย์แม

แน่นอนว่าอันดับ 1 คงหนีไม่พ้น เคน ถ้าจะบอกว่าเขาคือคนที่แบก สเปอร์ส มากที่สุดตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ไม่ผิดนัก ด้วยสถิติ 188 ประตูจากการลงเล่นให้ สเปอร์ส 287 นัดในทุกรายการทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่เก่งที่สุดของยุโรปในตอนนี้ ขอแค่ไม่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน เคน ก็พร้อมที่จะทำประตูให้กับทีมของ มูรินโญ่ อยู่เสมอ

อาร์เซน่อล : ปีแรกเต็มตัวของ อาร์เตต้าน

ต้องยอมรับว่าฤดูกาล 2019/20 เป็นปีแห่งความวุ่นวายของ อาร์เซน่อล เลยก็ว่าได้ แม้จะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าชัยสองนัดรวดในยุคของกุนซือ อูไน เอเมรี่ แต่หลังจากนั้นผลงานของทีมก็กระท่อนกระแท่น แถมกุนซือชาวสแปนิชยังโดนข้อครหาจากการให้ กรานิต ชาก้า สวมปลอกแขนกัปตันทีม ก่อนที่ดาวเตะชาวสวิตจะสร้างเรื่องฉาวด้วยการทำท่าเยาะเย้ยแฟนบอลของทีมตัวเอง ระหว่างเกมที่เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 2-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ปีก่อน หลังจากถูกแฟนบอลโห่ใส่อย่างหนัก

แน่นอนจากสองปัญหาที่เกิดขึ้นมันกลายเป็นพายุที่ถาโถมเข้ามาใส่ เอเมรี่ ก่อนที่เจ้าตัวจะโดนปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน หลังพาทีมไม่ชนะใคร 5 นัดรวด พร้อมกับแต่งตั้ง เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก ขึ้นมานั่งเก้าอี้กุนซือชั่วคราว และแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นผลงานของทีมก็ยังไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้

อย่างไรก็ตามทีมมาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจาก มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสแปนิช ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายใหญ่คนใหม่ ทีม "ปืนใหญ่" ค่อยๆดีขึ้นตามลำดับ ผู้เล่นหลายคนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นมากขึ้น เล่นได้ตามแท็คติกที่วางเอาไว้ จนผลงานของทีมดีขึ้นทันตาเห็น ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยการจบอันดับที่ 8 ของตาราง

เท่านั้นไม่พอ อาร์เตต้า ยังสร้างผลงานผลงานมาสเตอร์พีซด้วยการพาทีมผงาดคว้าแชมป์เอฟ เอ คัพ มาครองได้สำเร็จทั้งที่เพิ่งมาคุมทีมเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น พร้อมกับตีตั๋วลุยฟุตบอลยูโรปาลีกซีซั่นหน้า

สำหรับฤดูกาลหน้าถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของกุนซือชาวสแปนิชว่าจะพาทีมกลับมาจบท็อปโฟร์เพื่อคว้าตั๋วกลับไปสู้ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้งได้หรือไม่ 
 
– การเสริมทัพ

ช่วงซัมเมอร์นี้ดูเหมือน มิเกล อาร์เตต้า จะเน้นไปที่การเสริมผู้เล่นแนวรับมากที่สุด จนถึงตอนนี้ อาร์เซน่อล ได้แข้งใหม่มาเสริมทัพแล้ว 4 รายด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ วิลเลียม ซาลิบา กองหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสที่จะย้ายมาเล่นให้ทีมเป็นฤดูกาลแรก หลังจากถูกปล่อยให้ แซงต์ เอเตียน อดีตต้นสังกัดยืมใช้งานในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา

เท่านั้นไม่พอพวกเขายังจัดการดึงตัว กาเบรียล มากัลเญส เซ็นเตอร์ชาวบราซิลมาจาก ลีลล์ อีกหนึ่งราย ด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,107 ล้านบาท) เท่ากับว่าในเวลานี้ "ปืนใหญ่" มีนักเตะในตำแหน่งปราการหลังตัวกลางถึง 8 คน หากรวมแข้งหน้าเก่าอย่าง ดาวิด ลุยซ์, ปาโบล มารี, ร็อบ โฮลดิ้ง, โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส, ชโคดราน มุสตาฟี่ และ คัลลั่ม แชมเบอร์ส แต่ 3 รายหลังสุดคาดว่าจะถูกปล่อยออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ขณะที่แนวรุก อาร์เซน่อล ก็จัดการดึงตัว วิลเลียน มาจาก เชลซี และ ดานี่ เซบายอส มิดฟิลด์ชาวสแปนิช ที่ประสบความสำเร็จในการยืมตัวมาใช้งานต่ออีก 1 ฤดูกาล หลังจากเจ้าตัวหมดสัญญาเช่า และเดินทางกลับไปยัง เรอัล มาดริด แล้ว ซึ่งถือเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมเพราะ เซบายอส เป็นแข้งคนสำคัญของ อาร์เตต้า มาโดยตลอด และที่สำคัญแทบไม่ต้องมาใช้เวลาปรับตัวใหม่

– ดาราใหม่น่าจับตา

สำหรับบิ๊กดีลที่น่าสนใจคงต้องยกให้กับ วิลเลียน ที่ดึงตัวมาจาก เชลซี แบบไร้ค่าตัว ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งดีลที่คุ้มค่า เนื่องจากปีกชาวบราซิลมีประสบการณ์โชกโชนเป็นกำลังสำคัญให้ทัพ "สิงห์บลูส์" มาตลอดหลายฤดูกาล และจะมาเบียดแย่งตำแหน่งโดยตรงกับ นิโกล่าส์ เปเป้ ทางฝั่งขวา แถมยังรับบทเป็นเพลเมกเกอร์ได้อีกด้วย ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับ อาร์เตต้า มากยิ่งขึ้น

– คีย์แมน

แน่นอนว่าคีย์แมนคนสำคัญจะเป็นใครไม่ได้ นอกเสียจาก ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมย็อง ดาวยิงชาวกาบอง ที่เป็นตัวความหวังของทีมมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา จากผลงาน 71 ประตูจาก 110 เกมทุกรายการ ส่วนในซีซั่นที่ผ่านมาเจ้าตัวกระหน่ำไป 22 คว้ารองดาวซัลโวร่วมกับ แดนนี่ อิงส์ จาก เซาธ์แฮมป์ตัน

วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส : โปรตุกีส คอนเนคชั่น!

ฤดูกาล 2019/20 ถือเป็นปีที่ วูล์ฟส์ เจอศึกหนักตลอดทั้งซีซั่น เนื่องจากช่วงต้นพวกเขาต้องลงเล่นศึก ยูโรปา ลีก ตั้งแต่รอบคัดเลือก จนกรุยทางเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ส่วนผลงานในลีกก็ถือว่าน่าพอใจเมื่อรั้งอันดับ 7 ของตาราง ทว่าพลาดตั๋วถ้วยเล็กยุโรปไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อ อาร์เซน่อล เป็นฝ่ายคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ไปครอง

ด้วยระแบบการเล่น 3-5-2 อันเป็นเอกลักษณ์ ผู้เล่นทุกคนต่างรู้หน้าที่การเล่นของตัวเองเป็นอย่างดี จุดแข็งของ วูล์ฟส์ คือเล่นเกมรับเหนียวแน่น และอาศัยโจมตีด้วยความเร็ว โดยมี ราอูล ฮิเมเนซ คอยจบสกอร์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการที่ขุมกำลังเชิงลึกของ วูล์ฟส์ ยังไม่มีมากพอ โดยเฉพาะแผงมิดฟิลด์ที่ส่วนใหญ่มักใช้งาน รูเบน เนเวส และ ชูเอา มูตินโญ่ เป็นหลัก อีกทั้งตรงริมเส้นฝั่งขวาที่เป็นตำแหน่งวิงแบ็กนั้น พวกเขาเสีย แมตต์ โดเฮอร์ตี้ ไปให้กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

ขุมกำลังส่วนใหญ่ของ วูล์ฟส์ เต็มไปด้วยนักเตะโปรตุเกส ไล่ตั้งแต่ ผู้รักษาประตู รุย ปาทริซิโอ, รูเบน วินาเกร, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, ดิโอโก โชต้า, เปโดร เนโต้ และล่าสุดก็เพิ่งคว้ายอดดาวรุ่งอย่าง ฟาบิโอ ซิลวา เข้ามาร่วมทีม รวมถึง วิตินญ่า มิดฟิลด์ตัวรุกที่เพิ่งยืมตัวจาก ปอร์โต้ มาหมาดๆ

– การเสริมทัพ

วูล์ฟส์ สร้างความฮือฮาด้วยการคว้า ฟาบิโอ ซิลวา แข้งวัย 18 ปีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เก่งที่สุดในโลก ด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร ขณะที่ อีกหนึ่งรายเป็น มาร์ชาล วิงแบ็กฝั่งซ้ายชาวแซมบ้าที่คว้าตัวมาจาก โอลิมปิก ลียง และล่าสุดก็ปิดดีลยืมตัว วิตินญ่า มิดฟิลด์โปรตุกีสวัย 20 ปี มาร่วมทีม

– ดาราใหม่น่าจับตา

แน่นอนว่าต้องเป็น ฟาบิโอ ซิลวา เด็กรายนี้มีชื่อเสียงโด่งดังมากในประเทศโปรตุเกส เขาเป็นเคยปั้นของ ปอร์โต้ ก่อนจะย้ายออกไปอยู่ เบนฟิก้า สั้นๆ ก่อนจะกลับมา ปอร์โต้ อีกครั้ง และเพิ่งได้โอกาสลงเล่นทีมชุดใหญ่ของ ปอร์โต้ เมื่อปีที่แล้ว

จุดเด่นของ ฟาบิโอ ซิลวา คือเรื่องการจบสกอร์ ซึ่งผลงานไล่ตั้งแต่ทีมชุดเด็กในนามทีมชาติโปรตุเกสก็ถือว่ายอดเยี่ยม ไล่ตั้งแต่ ยู-15 (ลงเล่น 5 ยิง 3 ประตู), ยู-16 (ลงเล่น 8 ยิง 6 ประตู), ยู-17  (ลงเล่น 19 ยิง 5 ประตู) และ ยู-19  (ลงเล่น 5 ยิง 3 ประตู)

– คีย์แมน

 แม้จะมีข่าวย้ายทีมต่อเนื่อง แต่จนถึงตอนนี้ ราอูล ฮิเมเนซ ก็ยังอยู่กับทีมและจะเป็นกำลังหลักของ นูโน่ ซานโต้ ต่อไป

ผลงานเมื่อฤดูกาลก่อน ฮิเมเนซ ซัดไป 17 ประตูในลีก ซึ่งคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนประตูที่ วูล์ฟส์ ทำได้(52 ประตู) โดยจุดเด่นของหัวหอกเม็กซิกันคือ การจบสกอร์ได้ดีไม่ว่าจะด้วยลูกยิงหรือลูกกลางอากาศ

จากใจ!โรเบิร์ตสันเผยอยากเห็นเมสซี่ซบแมนซิตี้หรือไม่

หลังจากข่าวการย้ายทีมของ ลิโอเนล เมสซี่ ยังเป็นประเป็นร้อนไม่หยุด ล่าสุด แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้าย ลิเวอร์พูล ก็บอกเองว่าใจจริงไม่อยากให้ เมสซี่ มาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ เพราะตนเคยเจองานหนักสุดๆ ในตอนที่ต้องดวลกับ เมสซี่
    แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าส่วนตัวแล้วตนไม่อยากให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าของ บาร์เซโลน่า ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งร่วมลีก

    อนาคตของ เมสซี่ เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาถึงขั้นยื่นเรื่องขอย้ายออกจากทีมแบบไร้ค่าตัว ซึ่ง แมนฯ ซิตี้ ก็ถูกยกให้เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัวแข้งวัย 33 ปีไปร่วมทัพ เพราะดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์มีความสัมพันธ์ที่ดีกับ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม "เรือใบสีฟ้า"

 

    หลังโดนถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ เมสซี่ จะย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก นั้น โรเบิร์ตสัน ก็ตอบว่า "จากมุมมองส่วนตัวที่เห็นแก่ตัวสุดๆ แล้วนะ ผมหวังว่ามันจะไม่เกิดดีลแบบนั้น ผมหวังว่าเขาจะอยู่กับ บาร์ซ่า ต่อไป"

     "ถ้าเขาไม่ได้เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกแบบเดี่ยวๆ มันถือว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาอยู่ดี ดังนั้นมันจึงไม่เคยเป็นสัญญาณที่ดีเลยถ้าเกิดนักเตะระดับเขาย้ายไปอยู่กับคู่แข่งที่มีศักยภาพใกล้เคียงกับคุณมากที่สุด"

    "เขาเป็นนักเตะชั้นยอด ผมมั่นใจเลยว่าถ้าเขาย้ายมาเล่นที่ พรีเมียร์ลีก เขาจะยังโชว์ฟอร์มแบบเดียวกับตอนเล่นที่ บาร์ซ่า ได้, เล่นด้วยอารมณ์ร่วมแบบเดียวกันได้ และทำเรื่องแบบเดียวกับที่เคยทำกับ บาร์ซ่า ได้ทุกเรื่อง ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล ปิดโอกาสที่จะเซ็นสัญญากับเขาไปแล้ว ดังนั้นส่วนตัวแล้วผมเลยไม่อยากให้เขาไปอยู่กับทีมไหนก็ตามใน พรีเมียร์ลีก ก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น แต่เราก็คงต้องมารอดูกันว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นรึเปล่า"

    "แน่นอนว่าคุณจะเห็นได้ว่าที่ บาร์ซ่า มันกำลังเกิดความปั่นป่วน ผมคิดว่าทุกคนมองเห็นถึงเรื่องนั้นกันอยู่แล้ว ก็หวังว่าพวกเขาจะแก้ปัญหาได้ ถ้าเกิดเขาย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก เราก็จะหาทางรับมือกับมัน การได้ดวลกับเขาจะเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับบรรดานักเตะ"

    "ผมเคยดวลกับเขามาแล้ว 2 ครั้ง และทั้ง 2 นัดนั้นก็เป็นเกมที่ยากที่สุดเท่าที่ผมเคยเล่นมาเลย เวลาดวลกับเขาคุณต้องตื่นตัวอยู่เสมอ เพราะเขาสามารถโผล่มาในทุกจุดได้ดื้อๆ เขาเป็นนักเตะชั้นยอด บางทีอาจจะเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วยซ้ำ แต่ส่วนตัวแล้วผมหวังว่าเขาจะอยู่ใน สเปน ต่อไป"