บาร์เซโลน่าข่มมิดจัดหน้า3 “เมสซี่” นำทัพบุกยิง มายอร์ก้า รีสตาร์ทลาลีกา

"จ่าฝูง" บาร์เซโลน่า หวังคว้าสามแต้มประเดิมการกลับมารีสตาร์ทลีกอีกครั้ง แม้เกมนี้จะบุกไปเยือน เรอัล มายอร์ก้า ทว่าสถิติในช่วงหลังค่อนข้างเหนือกว่าสามประสานสุดโหดทั้ง ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ และอองตวน กริซมันน์ พร้อมบุกซัลโว ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 13 มิ.ย.นี้ เริ่มแข่งขัน เวลา 03.00 น.

ปรีวิว ลา ลีกา สเปน นัดรีสตาร์ท
เรอัล มายอร์ก้า (18) – บาร์เซโลน่า (1)
วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2563 เวลา : 03.00 น.   
สนาม : อิเบโรสตาร์ เอสตาดี้   
 

    เรอัล มายอร์ก้า ของ บิเซนเต้ โมเรโน่ ได้ ซัลบา เซบีย่า มิดฟิลด์ตัวเก๋าพ้นโทษแบนกลับมาคุมเกมตรงกลาง โดยจะยืนร่วมกับ อิดริสซู บาบา ถ่าง ทาเคฟูสะ คูโบะ ออกไปยืนริมเส้นฝั่งซ้าย ฝั่งขวาใช้ ดานี่ โรดริเกซ, คู่หน้า กูโช่ เอร์นานเดซ ยืนคู่หัวหอกกับ อันเต้ บูดิมีร์

    ส่วนแผงหลัง แบ็กซ้ายไม่มี ลูมอร์ อั๊กเบนเยนูร์ ที่บาดเจ็บ โอกาสจะตกเป็นของ ฟราน กาเมซ , แบ็กขวา อลเฆานโดร โปโซ่ มี อันโตนิโอ ไรโย่ ยืนเซนเตอร์ร่วมกับ มาร์ติน บัลเยนต์ และ มาโนโล่ เรน่า เฝ้าเสา

    กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า จะชวดใช้งาน เกลม็อง ล็องเล่ต์ เซนเตอร์ฮาล์ฟที่ติดโทษแบน ทำให้คู่เซนเตอร์จะเป็น แซม อุมตีตี้ ยืนกับ เคราร์ด ปีเก้ ส่วนแบ็กขวา เซร์จี้ โรเบร์โต้ ลงทำหน้าที่ แบ็กซ้ายไร้ปัญหา ยอร์ดี้ อัลบา พร้อมลงเล่น
    ตรงกลาง อีวาน ราคิติช จะได้ลงเป็นตัวจริงร่วมกับ แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ส่วนแนวรุก หลุยส์ ซัวเรซ ฟิตกลับมาแล้วจะลงยืนหน้าเป้า ทำให้ อองตวน กริซมันน์ ถ่างออกไปยืนด้านซ้าย  และ เลโอ เมสซี่ ยืนด้านขวาในรายของ อุสมาน เดมเบเล่ เจ็บยาวและถูกถอดชื่อออกไปแล้วจากทะเบียนนักเตะลา ลีกา ปีนี้

    11 นักเตะตามคาด

    เรอัล มายอร์ก้า (4-4-2) มาโนโล่ เรน่า-อเลฆานโดร โปโซ่,มาร์ติน บัลเยนต์,อันโตนิโอ ไรโย่,ฟราน กาเมซ-ดานี่ โรดริเกซ,อิดริสซู บาบา,ซัลบา เซบีย่า,ทาเคฟูสะ คูโบะ-อันเต บูดิมีร์,กูโช่ เอร์นานเดซ

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น-เซร์จี้ โรเบร์โต้,เคราร์ด ปีเก้,ซามูแอล อุมตีตี้,ยอร์ดี้ อัลบา-อีวาน ราคิติช,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,แฟร้งกี้ เดอ ยองก์-ลิโอเนล เมสซี่,หลุยส์ ซัวเรซ,อองตวน กริซมันน์ 

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
08/12/19    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    5-2    เรอัล มายอร์ก้า
07/04/13    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    5-0    เรอัล มายอร์ก้า
11/11/12    ลา ลีกา    เรอัล มายอร์ก้า    2-4    บาร์เซโลน่า
25/03/12    ลา ลีกา    เรอัล มายอร์ก้า    0-2    บาร์เซโลน่า
30/10/11    ลา ลีกา    บาร์เซโลน่า    5-0    เรอัล มายอร์ก้า
27/02/11    ลา ลีกา    เรอัล มายอร์ก้า    0-3    บาร์เซโลน่า
    
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เรอัล มายอร์ก้า   
07/03/20    ชนะ เออิบาร์ 2-1 (เยือน)    ลา ลีกา
02/03/20    แพ้ เคตาเฟ่ 0-1 (เหย้า)    ลา ลีกา
22/02/20    เสมอ เรอัล เบติส 3-3 (เยือน)    ลา ลีกา
15/02/20    ชนะ อลาเบส 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
09/02/20    แพ้ เอสปันญ่อล 0-1 (เยือน)    ลา ลีกา
   
บาร์เซโลน่า
08/03/20    ชนะ เรอัล โซเซียดาด 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
02/03/20    แพ้ เรอัล มาดริด 0-2 (เยือน)    ลา ลีกา
26/02/20    เสมอ นาโปลี 1-1 (เยือน)    ชปล.
22/02/20    ชนะ เออิบาร์ 5-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
15/02/20    ชนะ เคตาเฟ่ 2-1 (เหย้า)    ลา ลีกา

ของแถมเกรดพรีเมียม? เจาะผลงานเด่น มาร์ติน โอเดการ์ด ในซีซั่นนี้

ตอนปี 2014 ชื่อของ มาร์ติน โอเดการ์ด ถูกพูดถึงอย่างมากจากการที่ตอนนั้นว่ากันว่าดาวเตะชาวนอร์เวย์เป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มีฝีเท้าโดดเด่นมากที่สุด โดยตอนนั้นเขาเล่นให้ สตรอมก็อดเซ็ต ทีมเล็กๆ ในบ้านเกิด และเขาก็ตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรป อย่างเช่น เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น

    สุดท้ายแล้วก็เป็น มาดริด ที่ได้ตัวเขาไปครองในปี 2015 แต่ดาวเตะชาวนอร์เวย์ก็แทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของ มาดริด มากนัก ขณะที่ตอนอยู่กับ เรอัล มาดริด กาสตีย่า ซึ่งเป็นทีมสำรองของ มาดริด เขาก็ทำผลงานได้ไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร จนทำให้ที่ผ่านมาเขาต้องไปเล่นแบบยืมตัวกับ ฮีเรนวีน และ วิเทสส์ อาร์เน่ม โดยมันทำให้หลายคนมองว่าเขาคิดผิดที่ตัดสินใจไปซบ มาดริด

    อย่างไรก็ตาม ในซีซั่นนี้เขาไปเล่นกับ เรอัล โซเซียดาด แบบยืมตัว และทำผลงานได้โดดเด่นในระดับหนึ่งจนทำให้ได้รับคำชมมากพอตัว ซึ่งไม่นานมานี้มีข่าวว่า มาดริด อาจจะเอา โอเดการ์ด มาเป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอในการขอซื้อ ปอล ป็อกบา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งนี่อาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจของ "ปีศาจแดง" ก็ได้ และวันนี้เราจะไปเจาะลึกผลงานของเขาในซีซั่นนี้กันว่าทำไมเขาถึงดูเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด

    – การเลี้ยงบอล
    แม้ว่าหลักๆ แล้วในซีซั่น 2019-20 โอเดการ์ด จะโดน โซเซียดาด ใช้งานในฐานะกองกลางตัวรุก แต่เขาก็สามารถเลี้ยงบอลได้โดดเด่นในระดับหนึ่งจนทำให้สามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้เฉลี่ยแล้ว 2.4 ครั้งต่อนัดกับการลงเล่นในลีกประจำซีซั่นนี้ และมีส่วนทำให้เกมรุกของ โซเซียดาด โดดเด่นพอตัว

 

    แม้ว่าจะโดนคู่แข่งแย่งบอลไปจากเท้าเฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อเกม แต่อีกด้านหนึ่งเขาก็สามารถเรียกฟาวล์ให้ทีมได้เฉลี่ย 1.3 ครั้งต่อนัดเช่นกัน ขณะเดียวกันเขาก็มีค่าเฉลี่ยการเลี้ยงบอลติดคู่แข่ง 1.5 ครั้งต่อนัด ซึ่งไม่ใช่ตัวเลขที่แย่เกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนครั้งที่เขาเลี้ยงบอลสำเร็จ

    – การผ่านบอล
    ก่อนหน้าที่จะมาอยู่กับ โซเซียดัด ดาวเตะวัย 21 ปีทำผลงานในด้านการผ่านบอลได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก อย่างฤดูกาลก่อนที่อยู่กับ วิเทสส์ เขาก็มีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้าเพียงแค่ 79.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จากการผ่านบอลเฉลี่ย 39.7 ครั้งต่อนัด

 

    อย่างไรก็ตาม ซีซั่นนี้เขาแก้ไขด้านนั้นได้น่าประทับใจ เพราะสามารถผ่านบอลเข้าเป้าได้ 84.7 เปอร์เซ็นต์ จากการผ่านบอลเฉลี่ย 53.1 ครั้งต่อนัด แถมยังสามารถผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าเฉลี่ย 2 หนต่อเกมด้วย ทำให้ถ้านับเฉพาะมิดฟิลด์ที่ลงเล่นใน ลา ลีกา ไปอย่างน้อย 20 นัดของซีซั่นนี้แล้วนั้น เขาถือเป็นคนที่มีค่าเฉลี่ยผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าสูงเป็นอันดับ 11 ร่วม

 

    ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเจาะลึกลงไปดูถึงการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญแล้วล่ะก็ โอเดการ์ด ก็สามารถทำได้ถึงเฉลี่ยแล้ว 2.4 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 1 ของ ลา ลีกา สำหรับมิดฟิลด์ที่ลงเล่นในลีกอย่างน้อย 20 เกมด้วย เหนือกว่าแม้กระทั่ง โทนี่ โครส มิดฟิลด์ เรอัล มาดริด ที่ทำได้ 2.1 ครั้งต่อเกมด้วยซ้ำ

    – การยิง
    ในเกมลีกตลอดทั้งซีซั่นนี้นั้น โอเดการ์ด มีจังหวะลองสับไกทำประตู 41 ครั้ง โดยในจำนวนนั้นเป็นการยิงตรงกรอบ 15 ครั้ง ทำให้ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะก็ เขาก็สามารถยิงตรงกรอบได้ 36.6 เปอร์เซ็นต์

 

    ทั้งนี้ ในบรรดามิดฟิลด์ตัวกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดปัจจุบันนั้น มีเพียงคนเดียวที่มีเปอร์เซ็นต์การยิงตรงกรอบสูงกว่าเขา นั่นคือ อันเดรียส เปเรยร่า ที่จำนวน 37.8 เปอร์เซ็นต์ โดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์ชาวโปรตุกีสที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลงานด้านนี้กับ "ปีศาจแดง" อยู่ที่ 33.3 เปอร์เซ็นต์

 

 

    นอกจากนี้ ฤดูกาลนี้ โอเดการ์ด ก็ทำประตูในลีกไปได้แล้ว 4 ลูก ทำให้ค่าเฉลี่ยด้านประตูต่อการยิงตรงกรอบของเขาอยู่ที่ 0.27 และมิดฟิลด์ตัวกลางตามธรรมชาติของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีตัวเลขด้านนี้ดีกว่าเขาก็มีแค่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่ทำได้ 0.44 เพียงคนเดียวเท่านั้น

ทำนายแม่นไหม? 5 แข้งวัยหนุ่มที่โรนัลโด้ให้จับตามองเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

เมื่อ 5 ปีที่แล้วสมัยที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่กับ เรอัล มาดริด เขาเคยเลือกนักเตะดาวรุ่งจำนวนหนึ่งที่ทุกคนต้องจับตามอง โดย "ซีอาร์ 7" เอ่ยชื่อมาทั้งหมด 5 คนด้วยกัน ดังนั้น 5 ปีถัดมาเราจึงมาประเมินกันว่านักเตะเหล่านี้ประสบความสำเร็จในการค้าแข้งตามที่ โรนัลโด้ เคยกล่าวไว้หรือไม่

 1.มาร์ติน โอเดการ์ด

อายุในปี 2015: 16

สโมสรในปี 2015: เรอัล มาดริด

อายุปัจจุบัน: 21

สโมสรปัจจุบัน: เรอัล มาดริด (ยืมตัวไป เรอัล โซเซียดาด)

ฟอร์มการเล่น: แป้ก

    เพียงไม่กี่เดือนหลังจาก มาร์ติน โอเดการ์ด ย้ายจาก สตรอมสก็อดเซต มาร่วมก๊วน เรอัล มาดริด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ออกมากล่าวชื่นชมมิดฟิลด์ดาวโรจน์ซึ่งเดบิวต์ในทีมชาตินอร์เวย์ด้วยวัยเพียง 15 ปี

    อย่างไรก็ตามเมื่อเริ่มกลายเป็นที่จับตามอง ความกดดันก็ยิ่งเริ่มถาโถมเข้ามา เขาไม่ได้รับโอกาสในทัพ เรอัล มาดริด มากนักหลังลงเล่นแค่ครั้งเดียวในลาลีกาตลอด 5 ปีกับทีมซึ่งเขาก็ถูกส่งตัวไปเก็บประสบการณ์กับทั้ง ฮีเรนวีน, วิเทสส์ อาร์เน่ม และเรอัล โซเซียดาด ซึ่งกับทีมหลังสุดนี้เขาเริ่มจะฉายแววขึ้นมาแล้ว แต่ด้วยเหตุผลแค่นี้คงไม่สามารถบอกได้ว่าเขาประสบความสำเร็จในการค้าแข้ง ซีเนดีน ซีดาน ต้องการดึงเขากลับมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลหน้า ต้องมาอดูกันว่าเขาจะโชว์ฟอร์ม “ปัง” ได้หรือไม่

2.เนย์มาร์

อายุในปี 2015: 23

สโมสรในปี 2015: บาร์เซโลน่า

อายุปัจจุบัน: 28

สโมสรปัจจุบัน: เปแอสเช

ฟอร์มการเล่น: ปัง

    ในปี 2015 เนย์มาร์ สวมปลอกแขนกัปตันของทีมชาติบราซิลเป็นที่เรียบร้อยแล้วและอยู่ในทีมชุดที่บาร์ซ่าคว้าแชมป์ลาลีกาและแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก ไม่แปลกใจที่เขาจะอยู่ในลิสต์วันเดอร์คิดของ โรนัลโด้

    ฤดูกาล 2015/16 และ 2016/17 เนย์มาร์ก็ช่วยทีมคว้าแชมป์ลาลีกาด้วย อย่างไรก็ตามเขาตัดสินใจย้ายออกจากบาร์ซ่าไปค้าแข้งกับ เปแอสเช พร้อมกับพาทีมสอยแชมป์ลีกเอิง 3 สมัยติดต่อกัน ทว่าตอนนี้ก็มีข่าวลือมากมายว่าเจ้าตัวอยากกลับไปบาร์ซ่า คงต้องรอดูว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่ตอนนี้ เนย์มาร์ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จตามที่ โรนัลโด้ เคยกล่าวเอาไว้

3.เอแด็น อาซาร์

อายุในปี 2015: 24

สโมสรในปี 2015: เชลซี

อายุปัจจุบัน: 29

สโมสรปัจจุบัน: เรอัล มาดริด

ฟอร์มการเล่น: ปัง

    สมัยที่ เอแด็น อาซาร์ อยู่กับเชลซี คงไม่มีใครสงสัยความเก่งกาจของเขา ดาวเตะเบลเยี่ยมช่วย “สิงห์บลูส์” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2015 พร้อมกับคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกซีซั่นนั้น ถือเป็นปีทองของเขาหลังจากที่โรนัลโด้กล่าวชื่นชม

    ฤดูกาล 2018/19 ก็ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของการค้าแข้งหลังช่วยทีมคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเขาไม่แปลกใจที่ เรอัล มาดริด จะตามจีบอยู่นานจนเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาเขาก็ได้ย้ายมาที่ ซานติอาโก เบร์นาบิว สมใจอยาก

    แต่ฤดูกาลแรกของเขากับ “ราชันชุดขาว” ถือว่าล้มเหลวหลังจากบาดเจ็บบ่อยครั้ง ถมยังมีปัญหาเรื่องน้ำหนักอีกต่างหาก อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าเขากลับมาฟิตหุ่นอีกครั้งในช่วงล็อกดาวน์ เขาเพิ่งจะอายุ 29 ปีเชื่อว่าเจ้าตัวยังมีโอกาสเรียกฟอร์มสุดยอดกลับมาอีกครั้ง

4.ปอล ป็อกบา

อายุในปี 2015: 22

สโมสรในปี 2015: ยูเวนตุส

อายุปัจจุบัน: 27

สโมสรปัจจุบัน: แมนฯ ยูไนเต็ด

ฟอร์มการเล่น: ปัง

    เป็นเรื่องน่าขำอยู่เหมือนกันที่เส้นทางของ ปอล ป็อกบา ไม่มีโอกาสจะได้เจอกับ โรนัลโด้ เลย ตอนที่เขาย้ายมาจาก เลอ อาฟร์ มาอยู่กับชุดสำรองของ “ผีแดง” ในปี 2009 เป็นปีที่ “ซีอาร์ 7” ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด พอดีแถมตอนที่ ป็อกบา ย้ายจาก ยูเวนตุส กลับมาที่ แมนฯยูไนเต็ด ในปี 2016 โรนัลโด้ ก็ดันย้ายมาอยู่กับทีม “ม้าลาย” ในอีกสองปีถัดมา

    ดาวเตะชาวฝรั่งเศสนั้นถือว่าฟอร์มสุดยอดเป็นอย่างมากปี 2015 ข่วยทีมคว้าแชมป์ลีกและมีชื่อในทีมยอดเยี่ยมของฤดูกาล เพียงไม่กี่เดือนหลังจาก โรนัลโด้ กล่าวชื่นชม ป็อกบา ก็ย้ายกลับมา “ผีแดง” ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ แม้หลายอย่างดูจะไม่ลงตัวที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด แต่ ป็อกบา ก็ยังถือเป็นแนวรุกคนสำคัญของ “ปีศาจแดง” ต่อมาในปี 2018 เขาก็คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกับ ฝรั่งเศส ด้วยฟอร์มสุดยอดนี้เองก็เป็นไปตามทีโรนัลโด้บอกจริงๆ

5.เมมฟิส เดอปาย

อายุในปี 2015: 21

สโมสรในปี 2015: แมนฯ ยูไนเต็ด

อายุปัจจุบัน: 26

สโมสรปัจจุบัน: โอลิมปิก ลียง

ฟอร์มการเล่น: แป้ก

    เดอปาย ย้ายมาอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในซัมเมอร์ปี 2015 หลังจากคว้าแชมป์ลีกฮอลแลนด์พร้อมกับเป็นดาวซัลโวในวัยเพียงแค่ 21 ปี “ปีศาจแดง” มอบเสื้อหมายเลข 7 ซึ่งถือเป็นเบอร์ทรงคุณค่าของสโมสร แน่นอนว่าหลายคนคงจับตามองว่าเจ้าตัวจะทำผลงานเป็นยอ่างไร

    ทว่า 2 ปีกับ “ผีแดง” ถือว่าล้มเหลวไม่เป็นท่า เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้กับ ลียง ในปี 2017 เจ้าตัวเริ่มกลับมาคืนฟอร์มอีกครั้งจนกระทั่งเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาเขาได้รับบาดเจ็บเข่าจนต้องพักทั้งซีซั่น แต่มันก็ยุติธรรมพอสมควรที่จะบอกว่า เดอปาย ไม่ได้ขึ้นไปอยู่ในจุดพีคนับตั้งแต่ปี 2015

ต้องทำเงิน!เรอัลมาดริดเล็งโละ 3 สตาร์ดังพ้นทีม

สื่อดังสเปนปูด "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด เล็งทำเงินจากการขาย 3 แข้งดังหลังจบฤดูกาลนี้ แถมพร้อมปล่อยนักเตะสำรองอีกหลายคนด้วย

    เรอัล มาดริด ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน มีแผนที่จะขายนักเตะ 5 คนเป็นอย่างน้อยหลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งก็รวมถึง 3 แข้งดังอย่าง แกเร็ธ เบล, ฮาเมส โรดริเดซ และ มาร์เซโล่ ตามรายงานจาก อาส สื่อกีฬาชั้นนำแดนกระทิงดุ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    ถึงแม้กำลังมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน หลังเจอผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส "โควิด-19" แต่ เรอัล มาดริด ยังคงมุ่งมั่นที่จะคว้านักเตะดาวดังมาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ และนั่นทำให้พวกเขาจำเป็นต้องปล่อยนักเตะบางคนออกไป เพื่อทำเงินเข้าสโมสร

    ล่าสุด อาส ระบุว่า เบล, ฮาเมส และ มาร์เซโล่ เป็น 3 แข้งดังที่ "ราชันชุดขาว" พร้อมพิจารณาขาย ซึ่งก็รวมถึงกลุ่มนักเตะสำรองอย่าง นาโช่, ลูคัส บาซเกซ และ มาเรียโน่ ดิอาซ ด้วย

    เป็นที่คาดกันว่า การโละนักเตะกลุ่มนี้ของ เรอัล มาดริด น่าจะเป็นการเปิดทางให้เหล่าแข้งดาวรุ่งที่ถูกปล่อยตัวให้สโมสรอื่นยืมใช้งานอย่าง อัชราฟ ฮาคิมี่ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), เซร์คิโอ เรกีลอน (เซบีย่า) และ มาร์ติน โอเดการ์ด (เรอัล โซเซียดาด) กลับมาช่วยทีมในฤดูกาลหน้า

รอดูเลย! “อลอนโซ่” อาจช่วยงาน “เป๊ป” คุมแมนฯซิตี้ลุยซีซั่นหน้า

เราอาจจะได้เห็น ชาบี อลอนโซ่ ตำนานแข้ง ลิเวอร์พูล คัมแบ็กสู่เวที พรีเมียร์ลีก เพราะล่าสุดมีข่าว เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยากได้เจ้าตัวมาเป็นมือขวาคนใหม่ 
    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังพิจารณาดึง ชาบี อลอนโซ่ อดีตยอดกองกลางของ ลิเวอร์พูล มาเป็นผู้ช่วยกุนซือ สำหรับการสู้ศึกในฤดูกาลหน้า ตามรายงานจาก โกล สื่อลูกหนังชื่อดังของโลก เมื่อวันจันทร์ที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา
 
    กวาร์ดิโอล่า กำลังมองหามือขวาที่รู้ใจ หลังจาก มิเกล อาร์เตต้า ที่ช่วยกันพาทีมคว้าแชมป์หลายรายการ ตัดสินใจอำลาถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ไปเป็นกุนซือใหญ่ อาร์เซน่อล เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว

    ล่าสุด โกล ระบุว่า ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 49 ปี ได้มอง อลอนโซ่ ซึ่งปัจจุบันคุมทีม เรอัล โซเซียดาด เบ เป็นหนึ่งในตัวเลือก โดยที่ผ่านมา อลอนโซ่ เคยกล่าวยกย่อง กวาร์ดิโอล่า ว่า เป็นกุนซือที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ตนเคยร่วมงานด้วย

    ทั้งนี้ อลอนโซ่ เคยร่วมงานกับ กวาร์ดิโอล่า สมัยค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค ซึ่ง ณ ขณะนั้นรายหลังเป็นกุนซือ "เสือใต้"

วีเออาร์พาเฮ! บาร์ซ่าเฮง “เมสซี่” ซัดโทษดับโซเซียดาดยึดจ่าฝูงคืน

กีเก้ เซเตียน นายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" ดวงเฮงหลังบุกกระหน่ำแต่มีปัญหาในการจบสกอร์ก่อนมาได้ "วีเออาร์" แจกจุดโทษช่วงท้ายเกมเบียด เรอัล โซเซียดาด 1-0 มีเพิ่มเป็น 58 คะแนนแซง "ราชันชุดขาว" ยึดจ่าฝูงคืน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอลลา ลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

สนาม : คัมป์ นู   

    กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า ผลงานล่าสุึดพึ่งเสียท่าพ่าย "ราชันชุดขาว" แถมเสียตำแหน่งจ่าฝูงการจัดทัพยึดระบบ 4-3-3 โดย มาร์ติน เบรทเวต จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริง และปรับแถวรับโดย เกลม็องต์ ลองเล่ต์ สลับมายึดตัวจริงแทน ซามูแอล อุมตีตี้

    ทางฝั่ง เรอัล โซเซียดาด ของ อีมานอล อัลกวาซิล ฟอร์มกำลังร้อนแรงชนะในลีกมา 5 เกมติดขึ้นมารั้งอันดับ 6 การจัดทัพปรับผู้เล่นอย่างน้อย 3 ตำแหน่งจากโกปา เดล เรย์ รอบรองฯ กับ มิรานเดส เมื่อกลางสัปดาห์ โดยใช้ อเล็กซานเดอร์ ไอซัค ค้ำหอกตัวเป้า

    เริ่มต้นเกม เจ้าถิ่น เกือบแจกของขวัญเป็นความผิดพลาดของ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น ออกบอลช้าเตะไปโดน อเล็กซานเดอร์ ไอซัค ที่วิ่งเข้ามากดดันย้อนหาปากประตูตัวเองโชคดีที่ไม่ตรงกรอบ

    ต่อมานาทีที่ "เจ้าบุญทุ่ม" ยิงเข้ากรอบครั้งแรกเป็นจังหวะของ ลิโอเนล เมสซี่ เก็บบอลก่อนจ่ายออกซ้ายให้ มาร์ติน เบรทเวต กระชากเข้าเขตโทษก่อนซัดไปติดเซฟ อเล็กซ์ เรมีโร่ หลุดออกหลังไป

    20 นาทีผ่านไปเป็น บาร์เซโลน่า ทำได้ดีกว่าเกือบขึ้นนำจาก มาร์ติน เบรทเวต รับบอลยาวจาก ยอร์ดี้ อัลบา หลุดเข้าไปซัดผ่านมือ อเล็กซ์ เรมีโร่ แต่เป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    ก่อนหมดครึ่งแรก 15 นาที ทั้งสองทีมมีปัญหาในการจบสกอร์ อเล็กซานเดอร์ ไอซัค ได้ขึ้นโขกในกรอบเขตโทษหลุดออกไปน่าผิดหวัง ก่อนจังหวะต่อเนื่อง อีวาน ราคิติช ยิงไกลบดออกหลังไม่ได้ลุ้น

    นาที 32  บาร์เซโลน่า พลาดโอกาสทองเป็น ลิโอเนล เมสซี่ โชว์ความขยันก่อนฝากบอลชิ่งให้ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ยกข้ามแนวรับคืนให้ เมสซี่ หลุดเข้าไปซัดแต่ก็ยังไม่ผ่านมือ อเล็กซ์ เรมีโร่

    หลังจากนั้นช่วงท้ายเกม "เจ้าบุญทุ่ม" โหมต่อเนื่องคราวนี้เป็น แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ ทิ่มต่อให้ ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งมาปั่นด้วยซ้ายระยะถนัดหลุดเสาแรกออกไปนิดเดียว

    หมดครึ่งแรก บาร์เซโลน่า 0 เรอัล โซเซียดาด 0

    เปิดฉากครึ่งหลัง 5 นาทีได้ทักทายกันฝ่ายละครั้งโดย เจ้าถิ่น เสียวกว่าเป็น ลิโอเนล เมสซี่ ได้จังหวะล็อคเข้าขวาก่อนปั่นโค้งหลุดออกหลังไป

    นาทีที่ 60 ลิโอเนล เมสซี่ พาบอลขึ้นมาก่อนถ่ายออกซ้ายให้ ยอร์ดี้ อัลบา ครอสเข้าเขตโทษให้ อองตวน กริซมันน์  โขกตั้งให้ ลิโอเนล เมสซี่ สอดมาซัดด้วยซ้ายข้ามคานเหลือเชื่อ

    5 นาทีต่อมา บาร์เซโลน่า ก็ยังไม่ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะยิงเน้นๆในกรอบเขตโทษแต่ อเล็กซ์ เรมีโร่ โชว์ ซุฟเปอร์เซฟ เอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ ก่อนจังหวะต่อเนื่อง เคราร์ด ปีเก้ เติมขึ้นมาโหม่งก็ยังพลาดเหมือนเดิม

    นาที 75 เรอัล โซเซียดาด ทิ้งโอกาสสำคัญหลายครั้งทั้งจากลูกเติมมาซัดของ นาโช มอนเรอัล และจังหวะลุยเดี่ยวของ เล็กซานเดอร์ ไอซัค แต่เจ้าตัวตะบันด้วยซ้ายหลุดออกไปไกล

    สุดท้ายนาที 79 บาร์เซโลน่า ดวงเฮงมาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะบอลโยนจากริมเส้นโชคร้ายมาตกใส่แขน โรแบง เลอ นอร์มังด์ ผู้ตัดสินย้อนดู "วีเออาร์" ก่อนแจกของขวัญให้เจ้าถิ่น และเป็น ลิโอเนล เมสซี่ สังหารไม่พลาด

    นาทีที่ 95 เจ้าถิ่น เกือบบวกสกอร์ปิดกล่องจากจังหวะสวนกลับเป็น ลิโอเนล เมสซี่ จ่ายให้ อันซู ฟาติ โชว์ลีลาล็อคหลบแนวรับ โซเซียดาด ก่อนป้ายมาเสาไกลให้ ยอร์ดี้ อัลบา เติมมายิงเข้าไปแต่โดน "วีเออาร์" ริบประตูคืนเนื่องจาก ฟาติ ยืนล้ำหน้า

    จบเกม บาร์เซโลน่า 1 เรอัล โซเซียดาด 0
   
 รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    บาร์เซโลน่า (4-4-2) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ลองเล่ต์, ยอร์ดี้ อัลบา – อีวาน ราคิติช ,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ – มาร์ติน เบรทเวต, ลิโอเนล เมสซี่, อองตวน กริซมันน์ 

    เรอัล โซเซียดาด (4-2-3-1) อเล็กซ์ เรมีโร่ – ดีเอโก้ ยอเรนเต้, อันโดนี่ โกโรซาเบล, โรแบง เลอ นอร์มังด์, นาโช มอนเรอัล – มิเกล เมริโน่, กริสเตียน ปอร์ตู – ลูมาร์ติน โอเดการ์ด, อันเดร์ บาร์เรเนตเชีย, อันเดร์ กูเอวารา – อเล็กซานเดอร์ ไอซัค