เมืองทองฯ เปิดตัว “พิชา-ภูมินทร์-ฉัตรมงคล” ร่วมทัพ

"กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เสริมทัพผู้เล่นดาวรุ่งอนาคตไกล ทำการเปิดตัว พิชา อุทรา, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จาก สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จาก การท่าเรือ เอฟซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ ทางด้านบอร์ดบริหารมั่นใจจะเข้ามายกระดับทีมให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลนี้

เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2563 ภายในห้องสื่อมวลชน สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ได้มีงานแถลงข่าวเปิดตัวผู้เล่นใหม่ของสโมสร "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ประจำฤดูกาล 2020 เซ็นสัญญาคว้าตัว พิชา อุทรา ปีกวัย 24 ปี, ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกวัย 24 ปี จากสโมสร สมุทรปาการ ซิตี้ และ ฉัตรมงคล ทองคีรี มิดฟิลด์วัย 23 ปี จากสโมสร การท่าเรือ เอฟซี โดยภายในงานมีทางคุณ วิลักษณ์ โหลทอง ประธานสโมสรฯ, รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ, อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อม 3 ผู้เล่นใหม่ร่วมแถลงข่าว ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก

ทางด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสรฯ กล่าวว่า "สวัสดีสื่อมวลชนและแฟนบอลทุกท่าน ถือเป็นอีกวันสำคัญของสโมสร กับการเดินหน้าเสริมทัพผู้เล่นคุณภาพมาสู่ทีม เพื่อพร้อมกลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้ง ขอต้อนรับ ฉัตรมงคล ทองคีรี สู่สโมสรอย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าเขาเป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่เราจับตามองมายาวนาน ถือเป็นผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งและศักยภาพสูง รวมถึงเป็นผู้เล่นที่โค้ชกาม่าชื่นชอบ คุ้นเคยกับสไตล์การเล่น เชื่อว่าจะเข้ามาเติมเต็มขุมกำลังแดนกลางได้อย่างแน่นอน"

"พร้อมกันนี้เราขอต้อนรับ พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา สู่บ้านหลังนี้อีกครั้ง สำหรับน้องทั้ง 2 คนถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่สโมสรฯ ที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ระดับเยาวชนมาเกือบทุกรายการ ที่ผ่านมาเขาได้มีโอกาสพัฒนาฝีเท้ากับทีมต่างๆ อย่างที่ทราบว่าทีม เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นทีมใหญ่ที่ลุ้นแชมป์ ทำให้โอกาสลงเล่นของผู้เล่นอาจมีจำกัดบ้าง แน่นอนว่าการกลับมาในครั้งนี้จะช่วยยกระดับทีม และเป็นส่วนหนึ่งกับการไล่ล่าความสำเร็จมาสู่ทีม"

ขณะที่ ฉัตรมงคล ทองคีรี กองกลางตัวใหม่เปิดใจว่า "ก่อนอื่นต้องขอบคุณทาง การท่าเรือ ที่มอบโอกาสเพื่อพิสูจน์ตัวเองที่นี่ และขอบคุณผู้บริหาร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่เชื่อมั่นในตัวผม ถึงแม้จะอยู่ในสัญญายืมตัว 1 ปี แต่ก็จะมุ่งมั่นเต็มร้อย และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อสโมสรใหญ่แห่งนี้"

ส่วนทาง ภูมินทร์ แก้วตา แนวรุกคนใหม่เปิดใจว่า "ส่วนตัวรู้สึกดีใจอย่างมากที่กลับมาบ้านเก่าแห่งนี้ แน่นอนว่า เอสซีจี เมืองทองฯ เป็นสโมสรที่ปลุกปั้นผมมาตั้งแต่เด็ก จนได้พัฒนาฝีเท้าถึงปัจจุบัน ส่วนการกลับมาครั้งนี้ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อเป้าหมายพาทีม เอสซีจี เมืองทองฯ ประสบความสำเร็จให้ได้"

ปิดท้ายที่ พิชา อุทรา ปีกซ้ายคนใหม่เปิดใจว่า "สิ่งแรกต้องขอขอบคุณผู้บริหารสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ ที่ดึงตัวกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง ผมมีความประทับใจที่ยอดเยี่ยมกับทีม ตั้งแต่ฝึกฟุตบอลมาตั้งแต่ระดับเยาวชน ส่วนเป้าหมายก็อยากดึงศักยภาพ และความสามารถของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อตอบแทนสโมสรแห่งนี้"

เมื่อดาวยิงลีกไทย เคลตัน ซิลวา ได้หอกมหากาฬอินเดียเป็นคู่ขา

เคลตัน ซิลวา แข้งบราซิลวัย 33 ปี ตำนานดาวยิงไทยลีกตลอดกาล ลงสนาม 240 เกม ยิง 144 ประตูจากการรับใช้ 5 สโมสรโอสถสภาฯ , บีอีซี เทโรฯ , เอสซีจี เมืองทองฯ , เชียงราย ยูไนเต็ด และ สุพรรณบุรี เอฟซี ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมเบงกาลูรู สโมสรในลีกอินเดียด้วยสัญญา 1 ปี เพื่อความท้าทายใหม่ในการเล่นฟุตบอลอาชีพ โดยสโมสรแห่งใหม่นี้ทางด้านของคลีตัน ซิลวา จะได้พบกับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง อีริค พาตาลู กองกลางตัวรับทีมชาติ ออสเตรเลีย ที่เคยร่วมงานในเมืองทอง ฤดูกาล 2014
    แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการย้ายไปร่วมทีมเบงกาลูรู คือการถูกคาดหมายในเรื่องของผลงานในการเดินหน้าจับคู่ในสนามกับกองหน้าตัวเก่งทีมชาติอินเดียวัย 35 ปี อย่าง สุนิล เชตรี  ดาวยิงที่มีสถิติการยิงประตูสูงสุดอันดับ 2 ของโลกในการลงเล่นทีมชาติยุคปัจจุบัน หลังจากลงรับใช้ชาติ 175 นัด  ยิง 72 ประตู  ตามหลังอันดับหนึ่ง คริสเตียนโน  โรนัลโด หัวหอกทีมชาติโปรตุเกสของสโมสรยูเวนตุส ที่มีสถิติลงรับใช้ชาติ 164 นัด กดไป 99 ประตู  แต่ สุนิล มีสถิติดีกว่า ลีโอเนล เมสซี่ ทีมชาติอาร์เจนติน่า ของ บาเซโลน่า ที่ลงเล่นทีมชาติไป 138 เกม ยิง 70ประตู

    สถิติที่น่าสนใจของคู่หู เคลตัน ซิลวา ที่ถือว่าเป็นตำนานของสโมสรเบงกาลูรู ยังมีเรื่องของการลงเล่นในลีกฟุตบอลอาชีพอินเดีย  7 สโมสรประกอบไปด้วย อีสเบงกอล,เดมโป,ชิรัก ยูไนเต็ด,โมฮัน บากัน,เชอร์ชิล,มุมไบ ซิตี้ ,เบงกาลูรู ลงเล่น  198 นัด ยิงไป102 ประตู  กับสโมสรเบงกาลูรู ลงเล่นในลีก 111 นัดยิงไป59 ประตู  อดีตที่ผ่านมาเคยออกไปค้าแข้งในศึกเมเจอร์ลีกสหรัฐ อเมริกา กับทีม แคนซัส ซิตี้ วิซาร์ด,สปอร์ตติ้ง ซีพี บี (โปรตุเกส)  โดย สุนิล เชตรี ที่จะจับคู่ล่าตาข่ายกับ เคลตัน ซิลวา ยอดดาวยิงจากไทยลีกในศึกอินเดีย ซูเปอร์ ลีก ปัจจุบันสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับต้นสังกัด

เศร้า! ‘อภินันท์ แก้วปีลา’ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตแล้ว

"อภินันท์ แก้วปีลา" อดีตแบ็กขวาปลาทูคะนองชุดประวัติศาสตร์ไทยลีก 2008 ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดนรถใหญ่ปาดหน้า เบรกไม่อยู่ พุ่งชนท้ายอย่างจัง ต้องนำตัวเข้าไอซียู รพ.ปทุมธานี เสียชีวิตแล้ว

    รถยนตร์ของ "อภินันท์ แก้วปีลา" ถูกรถบรรทุกปาดหน้า ทำให้รถยนต์ของอดีตแบ็กขวาไทยลีกพุ่งชนท้ายรถบรรทุกอย่างจัง ซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า รถบรรทุกได้ขับรถหลบหนีไปเลย

    โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. "ตี๋" นพพล ผลอุดม นักเตะเพื่อนร่วมอาชีพที่ไปเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดที่ รพ.ปทุมธานีเผยถึงอาการล่าสุดว่า "คุณหมอที่ดูแลอาการของนันท์บอกว่าอาการล่าสุดตอนนี้ที่พบคือกะโหลกร้าว และต้องเตรียมผ่าตัดกระดูกบนใบหน้าอีกที เพื่อรักษาอาการกะโหลกร้าว"

    ล่าสุดมีรายงานว่า  "อภินันท์ แก้วปีลา" ได้เสียชีวิตลงแล้ว โดยเตรียมนำศพทำพิธีรดน้ำศพในวันนี้เวลา 15.00 น.ที่วัดผาสุกมณีจักร เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยจะมีการสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 5 คืน

   ทั้งนี้"อภินันท์ แก้วปีลา" วัย 35 ปี เป็นแบ๊กขวาตัวหลักของ สมุทรสงคราม เอฟซี ยุคทอง ที่คุมโดย "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม รวมทั้งกับ ทีโอที เอสซี เคยติดทีมชาติไทยชุดกีฬามหาวิทยาลัยโลกที่เซอร์เบีย ปัจจุบันเป็นผู้ฝึกสอนของบางบัวทอง เอฟซี อคาเดมี

ทุบสถิติ! เมืองทองทุ่ม 55 ล้านทาบ “เอกนิษฐ์” พร้อมอ็อปชั่นอื้อให้เชียงราย

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทุ่ม 55 ล้านบาท ยื่นซื้อ เอกนิษฐ์ ปัญญา กองกลางอนาคตไกลดีกรีทีมชาติไทยจาก สิงห์ เชียงราย เข้ามาเสริมทัพร่วมกับขุนพลพลังหนุ่ม ก่อนลุยศึกไทยลีก แถมมีอ็อปชั่นให้ "บิ๊กฮั่น" มิติ ติยะไพรัช พิจารณาอีกเพียบ ด้าน รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ย้ำว่านี่เป็นการทำลายสถิติการซื้อขายที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ก่อนหน้านี้ "กิเลนผยอง" เคยขาย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ด้วยค่าตัว 50 ล้านบาทให้ "กว่างโซ้งมหาภัย"

    เอสซีจี เมืองทองฯ สร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังของไทยอีกครั้ง เมื่อยื่นข้อเสนอทุ่มเงินจำนวน 55 ล้านบาท เพื่อล่าลายเซ็นกองกลางฝีเท้าดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งยุคดีกรีทีมชาติชุดใหญ่ และมีอนาคตไกลอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา จากสโมสร สิงห์ เชียงรายฯ เข้ามาเสริมทัพ ก่อนที่ไทยลีกจะเริ่มขึ้นในเดือน ก.ย. นี้

    ทั้งนี้ "บิ๊กเป้" รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า "ทาง เอสซีจี เมืองทองฯ เตรียมที่จะทุ่มเงินซื้อนักเตะอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา เข้ามาร่วมทัพเพื่อเล่นกับเหล่าดาวรุ่งของทีมในฤดูกาลนี้ โดยได้ยื่นข้อเสนอในการซื้อตัวนักเตะรายดังกล่าวไปแล้วในวงเงิน 55 ล้านบาท ถือว่าเป็นสถิติของการซื้อขายครั้งใหม่ ก่อนหน้านี้ เอสซีจี เมืองทองฯ เคยขาย ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ให้ สิงห์ เชียงราย ไปที่ 50 ล้านบาท เราแสดงความความสนใจจริง และเคารพต่อทีม สิงห์ เชียงราย ในการเจรจาดึงนักเตะคนสำคัญที่สุดคนหนึ่งของทีม และยังเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมายาวนาน"

    "นอกจากนี้ในสัญญาการซื้อขายที่เราเสนอไปให้ทาง สิงห์ เชียงราย พิจารณานั้น ยังมีอ็อปชั่นอื่นๆ อีกมากมายให้ทาง มิติ ติยะไพรัช และผู้บริหารของ กว่างโซ้ง ได้พิจารณา"

    สำหรับ เอกนิษฐ์ ปัญญา ชื่อเล่น "บุ๊ค" เป็นชาวเชียงรายโดยกำเนิด อายุ 20 ปี เล่นทีมชาติมาตั้งแต่เยาวชน 19 ปี กระทั่งถึงทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งในนามชุดใหญ่ลงเล่นไปแล้ว 3 นัด ยิงได้ 1 ประตู

มาริโอ กับบทบาทใหม่ใน”กิเลนผยอง”

จัดเป็นหนึ่งในตำนานนักเตะต่างชาติที่ประสบความสำเร็จที่สุดคนหนึ่งของลีกไทย โดยเฉพาะการค้าแข้งให้กับทีม “กิเลนผยอง”เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สร้างชื่อให้กับ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ได้มากที่สุดในช่วงเวลาการเล่นอาชีพที่เมืองไทย

    แม้ยามนี้จะแขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่ทางสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดย “บิ๊กเป้”รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผอ.สโมสร ได้เปิดเผยว่า ด้วยความผูกพันที่มาริโอ มีกับเมืองทอง จึงได้ร่วมงานกันอีกครั้งหลังจากเจ้าตัวเลิกเล่น โดยตอนนี้ได้ให้เจ้าตัวดูแลเกี่ยวกับเรื่องการสร้างเยาวชน

 
    “มาริโอ จะรับผิดชอบเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน MTUTD SOCCER SCHOOL ซึ่งจะเป็นสถาบันสอนเด็ก ๆ ที่มาเรียนฟุตบอลกับสโมสรของเรา และยังให้ดูแลการสร้างเด็กเยาวชน 19 ปีของสโมสร ด้วยฝีเท้าและประสบการณ์ที่ล้นเหลือของเขา เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาเด็กเยาวชนของสโมสรก้าวขึ้นมาสู่ชุดใหญ่อย่างมีคุณภาพตามแบบฉบับฝีเท้าของเขา”

“เรานี่กระจอกจัง”วันที่ผมร้องไห้ สู้เพื่อพ่อ แต่เกือบไปต่อไม่ได้

เรื่องราวของนักเตะที่เคยโด่งดังแต่เด็ก ถูกคัดเลือกไปฝึกฟุตบอลที่อังกฤษ กับเอฟเวอร์ตัน “เจ้าดวง”นฤพนธ์ อารมณ์สวะ คือหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองในเวลานั้น
    จบจากอัสสัมชัญธนบุรี เข้าไปอยู่ราชประชากับเพื่อน ๆ รวมทั้ง “มุ้ย”ธีรศิลป์ แดงดา ก่อนจะมีโอกาสได้ไปเล่นอาชีพในเอสลีก สิงคโปร์ กับโฮม ยูไนเต็ด 2 ปี ได้เงินมาดาวน์รถฮอนด้า แอคคอร์ด 1 ล้านบาทตอนกลับมา

    ย้ายกลับมาเล่นเมืองไทย ประเดิมกับทีมใหญ่อย่าง เอสซีจี เมืองทอง เล่นได้ 2 ปี ก่อนไปเทโรฯ ครึ่งปี มีอาการเจ็บหลังจนเล่นไม่ได้ จากนั้นชีพจรลงเท้า ไปเล่นให้ราชบุรี ปีครึ่ง และย้ายกลับมาเล่นเทโรฯ อีก 1 ปี

    อยู่แต่ละที่ไม่เคยเกิน 2 ปี จากเทโรฯ คราวนี้ไปบุรีรัมย์ ฟอร์มกำลังเข้าที่เข้าทาง ดันเกิดอาการเจ็บเข่าถึงขั้นต้องผ่า รักษาตัวอยู่นาน สุดท้ายถูก ชลบุรี ยืมตัวมา ปรากฏว่า ชลบุรีต้องมารักษา “เจ้าดวง”นฤพนธ์ ทั้งปี เพราะแม้จะผ่าไปแล้ว แต่เวลาซ้อมหรือเล่นจะมีอาการระบมตลอด

    ช่วงเวลาที่ไม่ได้ลงเล่นและต้องรักษาตัว คือช่วงเวลาที่จิตตกที่สุด ถึงขนาดคิดอยากเลิกเล่น เพราะทำอย่างไรเข่าก็ไม่หาย แต่ก็เกิดความสะท้อนใจเมื่อเห็นคุณพ่อต้องมาคอยนั่งทายา ประคบเข่าให้ จนเจ้าตัวถึงกับร้องไห้และด่าตัวเองว่า ทำไมเรามันกระจอกจัง” พ่อทำให้เราขนาดนี้ ยังคิดจะทำให้พ่อผิดหวัง

    เมื่อกลับมาฮึดใหม่ แต่ปัญหาคือ อยู่ที่ชลบุรีไม่มีผลงาน เพราะเจ็บยาว ความหมดหวังเริ่มคืบคลานมา สุดท้ายมีอัศวินม้าขาวร่างยักษ์อย่าง มิลอส โจซิค ที่เคยร่วมงานกันมาตั้งแต่เอสซีจี เมืองทอง และคอยสอบถามข่าวคราวของ “เจ้าดวง”ตลอด ครั้งนี้ก็สอบถามนักฟิตเนสทีมชลบุรี ที่รู้จักกันว่า “ดวง เป็นอย่างไร”

    จริง ๆ แล้ว มิลอส โจซิค เคยอยากได้ นฤพนธ์ มาแล้วหลายครั้ง แต่โอกาสไม่พอดีกัน จนครั้งนี้ “เจ้าดวง”เหมือนได้เกิดใหม่ เมื่อมิลอส ชวนไปอยู่โคราช หนนี้เจ้าตัวกลับมาเข้าที่เข้าทาง เข่าเริ่มหายสนิท ปล่อยฟอร์มเด่นได้เต็มที่และจนถึงตอนนี้ย่างเข้าปีที่ 4 กับโคราช ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดในการเล่นให้กับทุกสโมสรที่ผ่านมาของ “เจ้าดวง”ด้วย

    ปัจจุบัน “ดวง”นฤพนธ์ ในวัย 31 ปีเพิ่งได้ลูกสาวน้อง ลลิล มาเป็นสมาชิกใหม่ต่อจากลูกชายคนแรก ณพล

 

เฉลยตัวเลขค่าตัว ‘เอกนิษฐ์ ปัญญา’ แค่นี้ก็ขายแล้ว

‘บิ๊กฮั่น’ มิตติ ติยะไพรัตน์ ประธานที่ปรึกษาสโมสรสิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด ระบุ หากจะขาย ‘เอกนิษฐ์ ปัญญา’ ต้องไปเล่นที่ต่างประเทศเท่านั้น โดยหากมีข้อเสนอประมาณ 20 – 30 ล้าน ก็พร้อมปล่อยตัว เพื่อโอกาสในการพัฒนาของวงการฟุตบอลไทย

    หลังจากที่มีข่าวฮือฮาในวงการฟุตบอลไทยจากการที่สโมสรเอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอเป็นจำนวนเงิน 55 ล้านบาท ให้กับ สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด เพื่อเป็นการซื้อขาย ‘บุ๊ค’ เอกนิษฐ์ ปัญญา นักเตะดาวรุ่งของกว่างโซ้ง ซึ่งหากการซื้อขายครั้งนี้เกิดขึ้นจะกลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในไทยลีกทันที แต่ทีมแชมป์ไทยลีกฤดูกาล 2019 ปฏิเสธข้อเสนอเรียบร้อยแล้ว และจะขายนักเตะรายนี้ก็ต่อเมื่อได้ข้อเสนอที่เหมาะสมสำหรับการไปเล่นที่ต่างประเทศเท่านั้น

    ล่าสุด ‘บิ๊กฮั่น’ มิตติ ติยะไพรัตน์ ประธานที่ปรึกษาสโมสรสิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด ได้กล่าวผ่านรายการฟุตบอลไทยวาไรตี้ โดยระบุว่า

    "ตัวเลขผมคิดว่า ถ้าไปญี่ปุ่น น้อยกว่า 55 ล้าน ผมก็ขายครับ ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แต่การไปต่างประเทศ ต้องได้รับโอกาสไม่ใช่เป็นการตลาด เพราะฉะนั้นถึงจะได้ซัก 20 ล้าน หรือ 30 ล้าน ผมก็ปล่อยไม่มีปัญหา อันนี้คือสิ่งที่ผมการันตีได้เลยกับวงการฟุตบอลไทย ผมต้องการให้เด็กพัฒนาเพื่อพาทีมชาติไทยไปบอลโลก"

โรเบิร์ตเล็งทรูอารีน่ารังเหย้าบีทียูฯ ใช้เยาวชนราชบุรีบู๊

หนุ่มใหญ่ชาวฝรั่งเศส ผู้คร่ำหวอดและอยู่ในวงการลูกหนังไทยมายาวนาน หลังก่อนหน้านี้เคยเข้ามามีบทบาท ในการร่วมบริหารทีมกับ บีอีซีเทโรฯ , เอสซีจี เมืองทองฯ และล่าสุดเป็นอีกคีย์แมนให้กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เตรียมใช้สนาม เขาตะเกียบ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นรังเหย้าให้กับทีม ในไทยลีก 3 อย่าง บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ ทำศึกโดยให้นักเตะชุดเยาวชนของ ราชบุรีฯ ได้เป็นเวทีฟูมฟักฝีเท้ารอวันให้แข็งแกร่งเพิ่มกระดูกหากใครมีแววจะได้ดันสู่ชุดใหญ่

    ล่าสุดมีรายงานมาว่า โรเบิร์ต โปร์คูเรอร์ ได้เดินทางไปที่สนามเขาตะเกียบ  จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเจรจา ใช้สนามดังกล่าวเป็นสนามเหย้าให้กับทีม บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ ลุยศึกไทยลีก 3 โดยขณะนี้หนุ่มใหญ่ชาวฝรั่งเศสผู้นี้ได้ทำเรื่องไปยังสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยเพื่อให้ตรวจสอบว่าจะผ่านเกณฑ์ใช้เป็นสนามเหย้าได้หรือไม่

    โดยคาดหมายกันว่า โรเบิร์ต จะนำนักเตะเยาวชนของ ราชบุรีฯ ไปเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ หลังก่อนหน้านี้เขาได้เข้าไปช่วยทีมดังกล่าวบริหารทีมแล้ว โดยนำนักเตะทั้งจากราชบุรีฯ และเด็กในอะคาเดมี่ของเขาเองไปเล่นเพื่อให้ได้เสริมกระดูกโดยหากรายไหนแข็งแกร่งก็จะดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ให้กับไทยลีกต่อไป

ตัดสินใจยากสุดในชีวิต! “ตังค์- สารัช” ร่ายยาวหลังลาเมืองทองซบบีจี

"ตังค์ " สารัช อยู่เย็น โพสต์ข้อความความรู้สึกครั้งแรกหลังย้ายจากเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไปซบรังบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่ได้มีการเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้กล่าวขอบคุณโอกาสที่ได้รับจากการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรรวมถึงขอบคุณแฟนบอล "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทองฯ แต่การย้ายทีมเป็นวิถีของฟุตบอล ก่อนกล่าวปิดท้ายคำสั้นๆ "ขอบคุณมากๆ​ ครับ"
    หลังจากที่ "เจ้าตังค์" สารัช อยู่เย็น"  ได้ย้ายร่วมทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 26พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าตัวโพสต์ถึงความรู้สึกว่า "ถึงแฟนกิเลนผยอง 11 ปี ในสีเสื้อของเมืองทอง ยูไนเต็ด สำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยหลากหลายความรู้สึก จากน้องเล็กของบ้านในช่วงที่เป็นเยาวชนก้าวเข้ามาสู่ทีม จนมาเป็นพี่ใหญ่ของบ้านหลังนี้ ผมได้รับโอกาสดีๆ​ มากมายจากที่นี่ ได้มีโอกาสร่วมงานกับพี่ๆ​ น้องๆ​ นักฟุตบอล​,สต๊าฟฟ์โค้ช​ทีมงาน ได้เรียนรู้ประสบการณ์มากมายในโลกของฟุตบอล ทั้งการเป็นส่วนหนึ่งของการคว้าแชมป์ไทยลีก การเล่นในระดับสโมสรเอเชีย ร่วมถึงโอกาสรับใช้ทีมชาติไทย

    ถ้าไม่มีสโมสรแห่งนี้ ผมอาจจะไม่มีประสบการณ์เหล่านี้ ผมขอกราบขอบคุณผู้มีพระคุณในสโมสรทุกท่านที่มีความเมตตากับผมอย่างมหาศาล โดยเฉพาะคุณลุงระวิ โหลทอง ซึ่งมีความเมตตาผมและครอบครัวของผมมาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยคุณพ่อของผมเมื่อครั้งยังเป็นพนักงานในบริษัทสยามกีฬา คุณลุงได้ให้ความเมตตาอย่างมาก ทั้งคอยชี้แนะและผลักดันให้ตัวผมก้าวหน้าในเส้นทางฟุตบอลมาโดยตลอด

    และที่ขาดไม่ได้คือ​ แฟนบอลกิเลนผยอง​ ขอบคุณ​ที่ให้การสนับสนุนและคอยเป็นกำลังใจให้ผมเสมอ เราได้ผ่านช่วงเวลาที่ดีและยากลำบากมาด้วยกัน ทุกครั้งที่ทีมประสบความสำเร็จ​ ทุกๆ​ กำลังใจที่ส่งมาให้กับนักบอลเป็นพลังและแรงผลักดันที่สำคัญที่สุด

    แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น​ คือช่วงเวลายากลำบาก​ แฟนบอลก็ไม่เคยทิ้งไปไหน​ คอยเป็นแรงผลักดัน​ เป็นกำลังใจสำคัญ​ให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาด้วยกัน

    การกล่าวคำลาต่อ ทุกๆ​ คน​ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ของผมครั้งนี้ มันยากลำบากสำหรับผมมาก​ ผมไม่รู้จะสามารถบรรยายความรู้สึกออกมายังไงให้ดูสวยงามและครบถ้วนที่สุด การก้าวออกจากบ้านหลังนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งของผมก็ว่าได้ แต่มันอาจจะเป็นวิถีของฟุตบอลอาชีพที่ผมต้องเผชิญอีกครั้ง ผมต้องไปเจอความท้าทายใหม่ๆ​ ในโลกของฟุตบอล ผมหวังว่าจะยังคงได้รับการสนับสนุนและการต้อนรับที่อบอุ่นในเวลาที่ผมกลับมาเยือนยังบ้านหลังนี้

    สุดท้ายผมไม่สามารถเขียนบรรยายความรู้สึกให้ครบถ้วนสมบูรณ์แน่นอน แต่คงกล่าวเป็นคำสั้นๆให้กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดทุกคนว่า "ขอบคุณมากๆ​ ครับ" จาก สารัช อยู่เย็น

 

สารัช-ตูเญซลุย! คาดโผ11แข้งบีจีฟัดบุรีรัมย์เปิดหัวรีสตาร์ทไทยลีก

บีจี​ ปทุม​ ยูไนเต็ด จัดหนักเสริมทัพแข้งสองราย ในสองวันติด สร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอลไทยเป็นอย่างยิ่ง หลายคนรอคอยให้เกมไทยลีกกลับมาฟาดแข้งโดยเร็วที่สุด

    หากกางโผ 11​ คนแรกของบีจีปทุม​ เป็นชุดนี้ที่จะรับมือ​ บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด​ ในวันที่ 13​ ก.ย.63​ แล้วคุณคิดว่าจะเป็นอย่างไร

    หลังจากที่​ บีจี​ ปทุม​ ยูไนเต็ด​ เปิดตัว​ 2​ ผู้เล่นใหม่ในยุค​ โควิด-19​ อย่าง​ สารัช​ อยู่เย็น​ จากเอสซีจี​ เมืองทอง​ และนักเตะรายล่าสุดอย่าง​ อันเดรส​ ตูเญซ​ ปราการหลังจาก​ บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด​ แน่นอนว่าพวกเขาวางเป้าถึงการล่าแชมป์ไทยลีก 2020 อย่างเต็มตัว

    การมาของ​ สารัช​ อยู่เย็น​ และ​ อันเดรส​ ตูเญซ​ คือการมาเป็นตัวจริง​ แต่ต้องดูว่าจะปรับได้ตามแท็คติกของ​ "โค้ชโอ่ง​" ดุสิต​ เฉลิมแสน​ กุนซือใหญ่ได้หรือไม่​ แต่เชื่อว่ายังมีเวลาปรับจูนอีกเยอะ​ กว่า​ 4​ เดือนเศษนับจากนี้

    ลองคาด​ 11​ ผู้แล่นตัวจริงที่น่าจะเป็นชุดที่ดีที่สุดของ​ บีจี​ ปทุม​ ยู​ไนเต็ด​ กับโปรแกรมนัดที่​ 5​ ไทยลีก2020​ ที่จะเปืดสนาม​ ลีโอ​ ส​เตเดี้ยม​ รับมือ​ บุรีรัมย์​ ยูไนเต็ด​ ตามโปรแกรมคือวันอาทิตย์​ที่​ 13​ ก.ย.63​ เชื่อว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆคนไม่มากก็น้อย​ ในระบบ​ 3-5-2​ ประกอบด้วย

    ฉัตรชัย​ บุตรพรม​(ผู้รักษาประตู)​ -​ อิรฟาน​ ฟานดี้​ , วิคเตอร์​ คาโดโซ่​, อันเดรส​ ตูเญซ​ -​ สหรัฐ​ ปองสุวรรณ, สารัช​ อยู่​เย็น, ฐิติพันธ์​ พ่วง​จันทร์, สุมัญญา​ ปุริสาย, สันติภาพ​ จันทร์หง่อม​ – บาร์รอส ทาเดลี่, นอร์ชาห์รูล​ อิลาน

    ซึ่งการมาของ สารัช​ อยู่​เย็น​ กับ​ อันเดรส​ ตูเญซ​ เข้ามาทำให้​ บีจี​ ปทุม​ ยูไนเต็ด​ มีภาษีดีกว่า บุรีรัมย์​ ผู้มาเยือนอย่างปฎิเสธไม่ได้​ โดยเฉพาะ​ ตูเญซ​ ที่น่าจะรู้ไส้รู้พุงแนวรุกบุรีรัมย์ที่เป็นอดีตเพื่อนร่วมทีมเก่าเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เชื่อว่าหลายคนรอให้ไทยลีกกลับมาแข่งขันโดยเร็วที่สุด เพราะการเจอกันของทั้งคู่ ถือว่าถูกที่และถูกเวลาเป็นอย่างยิ่ง