สิงห์กำลังคึก! เชลซีปรับทัพยกพลฟัดเลสเตอร์รอบ 8 ทีมเอฟเอคัพ

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ "สิงห์บลูส์" อยู่ในช่วงกำลังมั่นใจหลังคว้าชัยมา 2 นัดติดในเกมลีกความพร้อมเตรียมปรับทีมบางตำแหน่งแต่ยังมี วิลเลี่ยน ลงบัญชาทัพ ส่วนทาง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่ "สุนัขจิ้งจอก" ตั้งแต่รีสตาร์ตยังไร้ชัยแดนหน้าวาง เจมี่ วาร์ดี้ ลงเป็นตัวความหวัง ในศึกฟุตบอล ฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ คืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. นี้
ปรีวิวฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2563
เลสเตอร์ – เชลซี
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 2 (เวลา : 22.00 น.)

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเลสเตอร์ พาทีมเสมอไบรท์ตัน 0-0 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 2 เกมแล้วตั้งแต่รีสตาร์ต

    ความพร้อมเกมนี้ ”บีร็อด” ยังไม่มีทั้ง ริคาร์โด้ เปเรยร่า และ แดเนียล อามาร์ตีย์ ที่บาดเจ็บเหมือนเดิม นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม

    ส่วนการจัดทัพก็น่าจะเน้นเหมือนเดิม แต่อาจมีสลับแข้งสำรองบางรายอย่าง ยูริ ตีเลอมันส์, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และ อาโยเซ่ เปเรซ สลับมาออกสตาร์ตบ้าง

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี พาทีมชนะแมนฯ ซิตี้ 2-1 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด

    ความพร้อมเกมนี้ ”แลมพ์ส” จะไม่มี ฟิคาโย่ โทโมรี่ และ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย 2 ดาวรุ่งที่มีอาการบาดเจ็บ

    นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่คาดว่าน่าจะมีการปรับบ้าง อาจเปิดโอกาสให้แข้งสำรองบางรายอย่าง มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, แทมมี่ อบราฮัม และ เปโดร โรดริเกซ ได้สลับมาลงสนามบ้าง

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม 
   
    เลสเตอร์ (4-1-4-1) : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู, เบน ชิลเวลล์ – วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ – อาโยเซ่ เปเรซ, ยูริ ตีเลอมันส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ – เจมี่ วาร์ดี้ 

    เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า, มาร์กอส อลอนโซ่ – มาเตโอ โควาซิช, จอร์จินโญ่, เมสัน เมาน์ท – วิลเลี่ยน, แทมมี่ อบราฮัม, เปโดร โรดริเกซ   

ผลการพบกันที่ผ่านมา 

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
01/02/20    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ ซิตี้    2-2เชลซี
18/08/19    พรีเมียร์ลีก    เชลซี    1-1เลสเตอร์ ซิตี้   
12/05/19    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ ซิตี้    0-0เชลซี   
22/12/18    พรีเมียร์ลีก    เชลซี    0-1เลสเตอร์ ซิตี้
18/03/18    เอฟเอ คัพ    เลสเตอร์ ซิตี้     1-1 เชลซี
(ต่อเวลา เชลซี ชนะ 2-1)
13/01/18    พรีเมียร์ลีก    เชลซี    0-0เลสเตอร์ ซิตี้   
09/09/17    พรีเมียร์ลีก    เลสเตอร์ ซิตี้    1-2เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เลสเตอร์ ซิตี้

24/06/20    เสมอ ไบรท์ตัน 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20    เสมอ วัตฟอร์ด 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
10/03/20    ชนะ แอสตัน วิลล่า 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/03/20    ชนะ เบอร์มิงแฮม 1-0 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
29/02/20    แพ้ นอริช 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เชลซี

25/06/20    ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/06/20    ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
08/03/20    ชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
03/03/20    ชนะ ลิเวอร์พูล 2-0 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
29/02/20    เสมอ บอร์นมัธ 2-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เรอัลมาดริดไม่พลาดบุกเฉือนเอสปันญ่อล แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูงทิ้ง2แต้ม

กาเซมีโร่ กลายเป็นฮีโร่ของ "ราชันชุดขาว" หลังซัดประตูชัยพาทีมบุกไปเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ซิวสามแต้มแซง บาร์เซโลน่า สองคะแนนขึ้นไปนำจ่าฝูงมี 71 แต้ม ส่วนไอ้นกแก้วจมบ๊วยก้นตารางเช่นเดิม ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

    ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เอสปันญ่อล ทีมบ๊วยของตารางเปิดบ้านต้อนรับ เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หาก "ชุดขาว" บุกมาคว้าชัยได้จะแซง บาร์เซโลน่า ถึงสองคะแนนขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงแทน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรกไม่ถึงนาที เอสปันญ่อล ได้ลุ้นฟรีคิกหน้ากรอบก่อนเลยแต่จังหวะซัดด้วยขวาเต็มแรงของ อาเดรียน เอ็มบาร์บา แต่บอลพุ่งไปเข้าซอง ติโบต์ กูร์กตัวส์

    นาที 10 ชุดขาวได้ลุ้นบ้าง โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกมาเสาไกลบอลมาตกใส่เท้าของ กาเซมีโร่ หวดด้วยขวากึ่งยิงกึ่งผ่านไปเข้าหัว เซร์คิโอ รามอส โขกเหินคานออกไป

    นาที 20 เอสปันญ่อล ได้ลุ้นจากลูกนิ่งอีก เอ็มบาร์บา เปิดแรงเข้าไปให้ มาร์ก โรต้า ซัดตามน้ำแต่บอลยังไม่โดน ติโบต์ กูร์กตัวส์

    อีก 5 นาทีต่อมา ไอ้นกแก้วได้ลุ้นบ้าง อาเดรียน เอ็มบาร์บา จ่ายบอลให้ อู่ เล่ย กดด้วยขวาจากนอกรอบ บอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

    นาที 31 โทนี่ ครอส เข้ามาหน้าประตูให้ เซร์คิโอ รามอส ได้โหม่งแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ ดีเอโก้ โลเปซ  และเป็นจังหวะล้ำหน้าของ รามอส ไปอีกด้วย

    นาที 36 "ชุดขาว" เกือบแซงขึ้นนำไปก่อน หลัง คาริม เบนเซม่า โยกหลบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นๆแต่ยังโดน ดีเอโก้ โลเปซ เหินปัดบอลออกไป

    ท้ายเกม นาที 43 เจ้าบ้านเกือบทำพลาดอีก หลัง ดีเอโก้ โลเปซ ปัดไม่พ้นทางมาหล่นใส่ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ซัดด้วยขวาไปติดเซฟของโลเปซ ก่อนจะเลยมาเข้ากลางให้ อาซาร์ ตามซ้ำเข้าไปแต่ โลเปซ นายด่านของไอ้นกแก้วก็ปัดออกไปได้

    กระนั้น นาที 45 เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จหลัง คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางเสาแรกก่อนจะตอกส้นให้ กาเซมีโร่ วิ่งมายิงด้วยซ้ายเข้าไป

    จบครึ่งแรก เอสปันญ่อล ตามหลัง เรอัล มาดริด 0-1

     ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันต่อ นาที 49 อู่ เล่ย ได้กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์

    ชุดขาวตอบโต้บ้าง อีก 2 นาทีต่อมา อีสโก้ วางบอลยาวไปในกรอบ 6 หลาทางเสาไกล เบนเซม่า กระโดดแปแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ ของ ดีเอโก้ โลเปซ รับไว้ติดมือ

    เจ้าบ้านไม่อยู่เฉย นาที 74 ได้ลุ้นจากจังหวะ นิโก้ เมลาเหม็ด จ่ายบอลให้ ดาบิด โลเปซ ซัดด้วยขวานอกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือกูร์กตัวส์รับไว้ได้

    จบเกม เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล 1-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 71 คะแนนนำห่าง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูง 2 คะแนน ส่วนทัพ "นกแก้ว" ยังรั้งบ๊วยของตารางมี 24 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ – บิคตอร์ เปเรีย, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า (อาเดรีย เปโดรซ่า น.46) – มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ (ปอล โลซาโน่ น.84) – อู่ เล่ย (ออสการ์ เมเลนโด้ น.57) ,อาเดรียน เอ็มบาร์บา (โจนาธาน กาเยรี่ น.69) ,เซร์กี้ ดาร์เดร์ (นิโก้ เมลาเหม็ด น.69) – ราอูล เด โทมัส
 
        เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด้ บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – อีสโก้ (โรดรีโก้ น.64), คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.63)

 

บาร์คลี่ย์ตะบันชัย! เชลซีบุกอัดเลสเตอร์หวิว ทะยานตัดเชือกเอฟเอคัพ

รอสส์ บาร์คลี่ย์ กลายเป็นซูเปอร์ซับของ "สิงห์บลูส์" หลังลงมาต้นครึ่งหลังซัดประตูชัยพา เชลซี บุกไปเฉือนเอาชนะเจ้าถิ่น เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ตีตั๋วผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศที่เวมบลี่ย์ ในศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

    เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่รอบที่แล้วเบียดเอาชนะ เบอร์มิงแฮม 1-0 เข้ามาพบกับ เชลซี ซึ่งในรอบ 16 ทีมสุดท้ายไล่ตบเอาชนะ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีกมา 2-0

    ครึ่งแรก นาที 14 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูขึ้นนำไปก่อน บอลจาก เบน ชิลเวลล์ เปิดเตะมุมเข้าไปหน้ากรอบให้ วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ โขกเน้นๆแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ วิลลี่ กาบาเยโร่

    อีก 6 นาทีถัดมา นายด่านสิงห์บลูส์ต้องออกแรงเซฟอีก เมื่อ ยูริ ตีเลมันส์ อัดด้วยซ้ายนอกกรอบไปติดมือ กาบาเยโร่ ปัดออกหลังอีกที

    เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง โอกาสดีที่สุดของทีมเยือนเมื่อ เมสัน เม้าน์ท จ่ายบอลให้ คริสเตียน พูริซิช ตะบันด้วยขวาแต่บอลยังโดน คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล พุ่งปัดออกหลังหวุดหวิด

    ท้ายครึ่งแรก นาที 45 ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ แทงบอลให้ เจมี่ วาร์ดี้ หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายแต่อดีตหัวหอกสิงโตคำรามดันยิงเหินออกหลังไปแบบหมดลุ้น จบครึ่งแรก ยังเสมอกัน 0-0

    ครึ่งหลัง แฟร้งค์ แลมพาร์ด เปลี่ยนรวดเดียว 3 คนถอดเอา รีซ เจมส์, บิลลี่ กิลมอร์ และเมสัน เม้าน์ท ออกแล้วส่ง เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, มาเตโอ โควาซิช และรอสส์ บาร์คลี่ย์ ลงเล่นแทน

    นาที 63 กลายเป็น "สิงห์บลูส์" ทะยานขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ วิลเลี่ยน ครอสด้วยเท้าขวาไปเสาแรกให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ตัวสำรองสอดมายิงไม่ถึง 6 หลาเข้าไป

    ทีมเยือนโหมบุกอย่างต่อเนื่อง นาที 66 บาร์คลี่ย์ รับบอลจาก พูลิซิช ก่อนจะซัดด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ชไมเคิ่ล

    เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ปรับทัพส่ง เดเมราย เกรย์ ลงมาแทนที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ขณะที่ "สิงห์บลูส์" ของแลมพาร์ดถอดเอา วิลเลี่ยน ออกแล้วส่ง เปโดร ลงเล่นแทน เช่นเดียวกับ คริสเตียน พูลิซิช ออกแล้วให้ รูเบน ลอฟตัส-ชีค เล่นแทน

    นาที 85 มาร์ค อัลไบรท์ตัน เปิดเซ็ตพีซมาในกรอบ 6 หลาให้ ซากลาร์ โซยุนชู โขกหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาที 89 ทีมเยือนพลาดได้เม็ดที่สองนำห่าง หลัง รอสส์ บาร์คลี่ย์ ตัดบอลได้ก่อนโต้กลับเร็วให้ รูเบน ลอฟตัส-ชีค ก่อนที่ ลอตตัส-ชีค จะจ่ายคืนให้ บาร์คลี่ย์ ตะบันไกลเต็มแรงแต่บอลไปตรงตัว คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล เซฟออกหลังหวุดหวิด

    จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ แพ้คาบ้านให้ เชลซี 0-1 ทำให้ "สิงห์บลูส์" ตีตั๋วเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
       
    เลสเตอร์ : คาสเปอร์ ชไมเคิ่ล – เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, ซากลาร์ โซยุนชู, เบน ชิลเวลล์ – วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ – อโยเซ่ เปเรซ (มาร์ค อัลไบรท์ตัน น.57), ยูริ ตีเลมันส์, เดนนิส ปราต (ฮัมซ่า เชาฮ์ดรี้ น.57) , ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ (เดเมราย เกรย์ น.76) – เจมี่ วาร์ดี้

    ผู้จัดการทีม : เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

    เชลซี : วิลลี่ กาบาเยโร่ – รีซ เจมส์ (เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า น.46), อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คัวร์ท ซูม่า, เอเมอร์สัน – บิลลี่ กิลมอร์ (มาเตโอ โควาซิช น.46), เอ็นโกโล่ ก็องเต้เมสัน เมาท์ (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.46) – วิลเลี่ยน (เปโดร น.78), แทมมี่ อับราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช (รูเบน ลอฟตัส-ชีค น.72)    

    ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน

แฉสนั่น!เชลซีทุ่มไม่อั้นกระชาก “ฮาแวร์ทซ์” ร่วมทัพ

สื่อผู้ดี ตีข่าว เชลซี พร้อมทุ่มเต็มสูบเพื่อคว้าตัว ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ดาวโรจน์จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาร่วมทัพ แต่งานนี้อาจจะต้องใช้กำลังภายในเยอะมาก เพราะมีสโมสรยักษ์ใหญ่หลายทีมจ้องดึงนักเตะรายนี้ไปร่วมทัพเช่นกัน
               เดลี่ เมล สื่อดังในเมืองผู้ดี รายงาน เชลซี สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมยื่นข้อเสนอจำนวน 75 ล้านปอนด์ (ราว 2,850 ล้านบาท) ให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เพื่อยอมปล่อย ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่ง มาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

              "สิงโตน้ำเงินคราม" เพิ่งมีข่าวควักกระเป๋าถึง 53 ล้านปอนด์ (ราว 2,014 ล้านบาท) เพื่อซื้อตัว ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าฟอร์มฮอตแอร์เบ ไลป์ซิก เมื่อตลาดซื้อขายนักเตะเปิด และตอนนี้พวกเขาอยากได้แนวรุกริมเส้นเพื่อมาแทน วิลเลี่ยน และ เปโดร ที่ปัจจุบันเตรียมจะโบกมือลาต้นสังกัดในเร็วๆ นี้

              สื่อผู้ดี คาดว่า ฮาแวร์ทซ์  เป็นนักเตะที่พวกเขาต้องการอย่างมาก แม้ว่า เชลซี จะต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการคว้านักเตะรายนี้มาร่วมทีม เนื่องจากมีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในทวีปยุโรป อย่าง เรอัล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ก็แสดงความสนใจอยากได้ มิดฟิลด์ดาวโรวจ์ วัย 20 ปีไปใช้บริการเช่นกัน

              ทั้งนี้ ทีมของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด พร้อมที่จะจ่ายไม่อั้นเพื่อจะได้ ฮาแวร์ทซ์ ซึ่งซัดไป 5 ประตูจาก 4 เกมนับตั้งแต่ศึกบุนเดสลีกา กลับมาแข่งต่อ โดยว่ากันว่านักเตะมีค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 75 ล้านปอนด์ และยังมีสัญญาอยู่กับ "ห้างขายยา" จนถึงปี 2022

แนวรุกบุกมันส์! จัด 11 ตัวจริงเชลซีฤดูกาลหน้าหลังจ่อได้แวร์เนอร์

ปฏิบัติการปาดหน้า "หงส์แดง" คว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ ของ "สิงห์บลูส์" ใกล้จะเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยหลัง เชลซี บรรลุข้อตกลงในการฉีกสัญญาด้วยมูลค่า 60 ล้านยูโร ฤดูกาลนี้ศูนย์หน้าไลป์ซิกวัย 24 ปีถล่มตาข่ายไปแล้วถึง 31 ประตูในทุกรายการ นี่ถือเป็นการเสริมทัพของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่น่ากลัวเลยทีเดียว และในเมื่อพวกเขากำลังจะมีกองหน้าคนใหม่ เราจึงลองมาจัดแผนเชลซีในฤดูกาล 2020/21 กันว่าจะโหดถึงพริกถึงขิงมากแค่ไหน
ผู้รักษาประตู

    แม้จะมีข่าวลือว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไม่ปลื้มกับฟอร์มของ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า หลังทำผลงานได้ไม่ดีนักจนถูกดร็อปเป็นตัวสำรองอยู่พักหนึ่ง แต่ช่วงก่อนหยุดการแข่งขันเจ้าตัวก็เรียกความมั่นใจกลับมาและโชว์ฟอร์มดีต่อเนื่องทำให้ได้รับความไว้วางใจจาก แลมพาร์ด อีกครั้ง เชื่อว่าเขาจะได้ไปต่อกัมทีมนี้ในฤดูกาลหน้าแน่นอน

แนวรับ

    ฤดูกาลนี้เชลซีสลับใช้แผนการเล่นระหว่างเซนเตอร์ 3 คนและ 4 คนอยู่บ่อยครั้ง หากแฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องการเลือกใช้ปราการหลัง 4 คน ตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กที่คาดว่าจะเป็นตัวจริงแน่นอนคือ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ และคู่หูของเขาก็ต้องเลือกระหว่าง คูร์ท ซูม่า และฟิคาโย่ โทโมรี่

    ส่วนกัปตันทีม เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จะกลับมาประจำการทางตำแหน่งแบ็กแต่อาจต้องโยกมาเล่นทางแบ็กซ้ายเนื่องจาก รีซ เจมส์ กำลังทำผลงานได้ดี

    หาก แลมพาร์ด จะปรับมาเล่นเซนเตอร์แบ็ก 3 คน เขาน่าจะเลือกใช้ อัซปิลิกวยต้า เล่นพร้อมกับ รือดิเกอร์ และที่ว่างอีกหนึ่งที่คงต้องต่อสู้กันระหว่าง ซูม่า, โทโมริ และ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ส่วนในตำแหน่งวิงแบ็ก ถ้าเป็นฝั่งซ้ายจะตกเป็น มาร์กอส อลอนโซ่ ซึ่งช่วงก่อนล็อกดาวน์ก็ยึดตัวจริงต่อเนื่อง ขณะที่วิงแบ็กฝั่งขวา รีซ เจมส์ จะรับหน้าที่นี้

มิดฟิลด์

    ฤดูกาลนี้เชลซีประสบปัญหาผู้เล่นในแดนกลางบาดเจ็บบ่อยครั้ง แต่ถ้ามิดฟิลด์ทุกคนฟิตเต็มร้อยและพร้อมใช้งานเชื่อว่าในระบบมิดฟิลด์สามคนจะตกเป็นของ จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และมาเตโอ โควาซิช   

    อย่างไรก็ตามมีข่าวลือหนาหูว่า จอร์จินโญ่ อาจจะกลับไปเล่นที่อิตาลีอีกครั้งเพื่อร่วมงานกับเจ้านายคู่บุญอย่าง เมาริซิโอ ซาร์รี่ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง เชลซี อาจจะมีการเสริมแดนกลาง

    หรืออีกอ็อพชั่นหนึ่งคือปรับมาใช้ เมสัน เมานท์ ลงเล่นกองกลางตัวรุกในระบบ 4-2-3-1 และมี ก็องเต้ และมาเตโอ โควาซิช ยืนเป็นมิดฟิลด์ หรือใช้บริการของ ซีเย็ค และเมสัน เมาทน์ ลงเล่นพร้อมกันในตำแหน่งตัวรุกในระบบ 3-4-2-1 โดยมี รอส บาร์คลีย์ และรูเบน ลอฟตัส-ชีค เป็นแบ็กอัพในม้านั่งสำรอง

แนวรุก

    ข่าวหลายสำนักรายงานตรงกันว่า เชลซี กำลังจะได้ตัวกองหน้าไลป์ซิกอย่าง ติโม แวร์เนอร์ ซึ่งแน่นอนว่าเขาต้องมายึดตัวจริงในตำแหน่งกองหน้า พร้อมกับมี แทมมี่ อบราฮัม เป็นแบ็กอัพในม้านั่งสำรอง

    ส่วนแนวรุกริมเส้นเนื่องจาก เปโดร โรดริเกซ และวิลเลี่ยน เตรียมออกจากสโมสรหลังหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้ ตำแหน่งปีกขวาจะว่างลง ดังนั้น ฮาคิม ซีเย็ค ดาวเตะจากอาแจ็กซ์ที่เซ็นสัญญากับเชลซีเจะเข้ามายึดตัวจริง

    ขณะที่ริมเส้นฝั่งซ้ายคาดว่าจะเป็น คริสเตียน พูลิซิช โดยมี คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เป็นแบ็กคัพที่คอยเสียบได้ตลอดเมื่อผู้เล่นตัวจริงบาดเจ็บหรือฟอร์มแย่

ผังการเล่นระบบ 4-3-3

ผังการเล่นระบบ 4-2-3-1

ผังการเล่นระบบ 3-4-2-1

ลุยลีกเอิง!สื่อปูด “ชิริเบย่า” ลาลิเวอร์พูลซบน็องต์หลังจบซีซั่น

สื่อฝรั่งเศสระบุ เปโดร ชิริเบย่า มิดฟิลด์ส่วนเกิน ลิเวอร์พูล เตรียมโยกซบ น็องต์ แบบฟรีๆ หลังจบซีซั่นนี้ เผยทั้งสองฝ่ายตกลงสัญญากันได้เรียบร้อย

           เปโดร ชิริเบย่า กองกลางสำรองของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมย้ายไปร่วมทีม น็องต์ สโมสรดังในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส แบบไม่มีค่าตัวหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก 20 Minutes สื่อเมืองน้ำหอม เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

           ชิริเบย่า ซึ่งกำลังจะหมดสัญญากับ ลิเวอร์พูล หลังจบฤดูกาลนี้ ไม่สามารถแจ้งเกิดกับ "หงส์แดง" ได้ โดยเพิ่งได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าแค่ 10 นัดเท่านั้น นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2015
 
           ล่าสุด 20 Minutes ระบุว่า ดาวเตะชาวสแปนิชวัย 22 ปี ตกลงเซ็นสัญญากับ น็องต์ ถึงปี 2023 เรียบร้อย โดยคาดกันว่า ต้นสังกัดใหม่ของเจ้าตัวจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการช่วงสัปดาห์หน้า

           สำหรับศึก ลีก เอิง ฤดูกาลนี้ มีอันต้องตัดจบก่อนกำหนด เพราะการแพร่ระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัส "โควิด-19" โดย น็องต์ จบที่อันดับ 13

สมุทรปราการ คอนเฟิร์มแยกทาง “เปโดร”



เขี้ยวสมุทร แถลงยืนยันปล่อยดาวเตะชาวบราซิลพ้นทีมเป็นที่เรียบร้อย

สมุทรปราการซิตี้ ทีมอันดับ 14 ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 แถลงยืนยันปล่อยตัว เปโดร จูเนียร์ ออกจากทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเตรียมหากองหน้ารายใหม่เข้ามาทดแทน

จากสถานการณ์โควิด-19 ระบาดส่งผลให้หลายสโมสรทยอยยกเลิกสัญญานักเตะบางรายออกจากทีม ล่าสุดฝั่ง เขี้ยวสมุทร ได้ปล่อยแข้งวัย 33 ปี พ้นทีม หลังเพิ่งเซ็นสัญญามาร่วมทัพเมื่อช่วงต้นฤดูกาล 2020 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถยิงประตูได้จากการลงสนามไปทั้งสิ้น 3 นัด

สำหรับ สมุทรปราการซิตี้ เตรียมเดินหน้าเฟ้นหากองหน้าคนใหม่มาเสริมความคมในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะรอบสอง ระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม ถึง 7 กันยายนนี้ ก่อนที่ลีกจะกลับมาแข่งขันกันอีกครั้งในเดือนกันยายน

ขณะเดียวกัน เปโดร จูเนียร์ มีความต้องการที่จะกลับบ้านเกิด เนื่องจากเป็นห่วงครอบครัวจากปัญหาโควิด-19 และได้เดินทางกลับประเทศไปแล้วเรียบร้อย