อูไนจัดเต็ม! บียาร์เรอัลรับน้องลุ้น “คุโบะ” ตัวจริงยิงอ้วยส์ก้า

อูไน เอเมรี่ นายใหญ่ "เรือดำน้ำสีเหลือง" ความพร้อมไม่มีปัญหาจัดทัพแบบเต็มสูบโดยลุ้นส่ง ทาเคฟุสะ คุโบะ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงทันที ทางด้าน มิเชล อังเคล ซานเชซ กุนซือ อ้วยส์ก้า น้องใหม่หน้าเก่า เตรียมบู๊เต็มที่มี ชินจิ โอกาซากิ หัวหอกจอมเก๋าลงบู๊สู้ ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. นี้

ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563
บียาร์เรอัล – อ้วยส์ก้า
เวลา : 23.30

สนาม : เอสตาดิโอ เด ลา เซรามิก้า

    อูไน เอเมรี่ กุนซือใหม่ เรือดำน้ำสีเหลือง เตรียมออกสตาร์ตเกมแรกด้วยระบบ 4-4-2 แดนหน้า การ์ลอส บักก้า ยังเจ็บอยู่แต่ไม่มีปัญหาเพราะ เคราร์ด โมเรโน่ พร้อมยืนคู่กับ ปาโก้ อัลกาเซร์ อยู่แล้ว ส่วนตัวรุกริมเส้นใช้ ซามูแอล ชุคเวเซ่ กับ ทเคเฟุสะ คุโบะ มี ดาเนียล ปาเรโฆ กับ ฟร็องซิส โกเกอแล็ง คุมจังหวะร่วมกัน 

 ในแดนหลัง คู่เซนเตอร์วาง เปา ตอร์เรส ยืนกับคู่กับ ราอูล อัลบิโอล, รูเบน เปนญ่า ยืนแบ็กขวา แบ็กซ้ายใช้ อัลฟองโซ่ เปดราซ่า เนื่องจาก อัลเบร์โต้ โมเรโน่ บาดเจ๋บเอ็นหลังหัวเข่าพักยาวถึงมีนาคมปีหน้า

    มิเชล อังเคล ซานเชซ กุนซืออ้วยส์ก้า น้องใหม่หน้าเก่า ไม่มีปัญหาในการจัดทีมมากนัก โดยเกมนี้จะขาดแค่ เปโดร โลเปซ แบ็กขวาที่เจ็บข้อเท้าเท่านั้นที่เหลือพร้อมรบ 

    แนวรับวาง ปาโบล มาฟเฟโอ, ฆอร์เค่ ปูลีโด้, ปาโบล อินซูอา และ ลุยซินโญ่ ยืนเป็นแผงแบ็กโฟร์ แดนกลางมี มิเกล รีโก้, เปโดร มอสเกร่า คุมจังหวะ ส่วนตัวรุกใช้ ราฟา มีร์, ฆวน การ์ลอส และ ดาบิด เฟร์เรยโร่ ขับเคลื่อน และวาง ชินจิ โอกาซากิ เป็นกองหน้าตัวเป้า 

11 นักเตะตามคาด

    บียาร์เรอัล (4-4-2) : เซร์คิโอ อาเซนโฆ-รูเบน เปนญ่า, ราอูล อัลบิโอล,เปา ตอร์เรส, อัลฟองโซ่ เปดราซ่า-ซามูแอล ชุคเวเซ่, ดาเนียล ปาเรโฆ,ฟร็องซิส โกเกอแล็ง, ทาเคฟุสะ คุโบะ-เคราร์ด โมเรโน่, ปาโก้ อัลกาเซร์

    อ้วยส์ก้า(4-2-3-1) : อันเดรส เฟร์นานเดซ-ปาโบล มาฟเฟโอ, ฆอร์เค่ ปูลีโด้, ปาโบล อินซูอา, ลุยซินโญ่-มิเกล รีโก้, เปโดร มอสเกร่า-ราฟา มีร์, ฆวน การ์ลอส, ดาบิด เฟร์เรยโร่-ชินจิ โอกาซากิ 

 

คอนเฟิร์ม!บาร์เซโลน่ายันกรีซมันน์โยกสวมเสื้อเบอร์7

อ็องตวน กรีซมันน์ หัวหอกจอมลีลา บาร์เซโลน่า ได้ย้ายไปสวมเสื้อเบอร์ 7 อย่างเป็นทาการแล้ว ส่วนเจ้าของคนเก่าอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ยังไม่มีการเปิดเผย

บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยัน เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมาว่า อ็องตวน กรีซมันน์ กองหน้าดาวดังชาวฝรั่งเศส ได้เปลี่ยนหมายเลขเสื้อจาก 17 ไปเป็นเบอร์ 7 เรียบร้อย สำหรับการสู้ศึกฤดูกาล 2020/21

กรีซมันน์ เพิ่งย้ายมาจาก แอตเลติโก มาดริด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว โดยฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา เจ้าตัวสวมเสื้อ บาร์เซโลน่า เบอร์ 17 เนื่องจากเบอร์ 7 ตกเป็นของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียน ที่ฤดูกาลดังกล่าวไปเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค แบบสัญญายืมตัว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บาร์ซ่า คอนเฟิร์มว่า สตาร์ทีมชาติฝรั่งเศสวัย 28 ปี ได้ย้ายมาใช้ 7 แทน คูตินโญ่ เรียบร้อย ขณะที่ "คูตี้" ยังไม่มีการการันตีว่าย้ายไปใช้เบอร์อะไร

"ผมชอบที่จะมีเบอร์ 7 อยู่ข้างหลังเสื้ออยู่แล้ว" กรีซมันน์ กล่าว โดยก่อนหน้านี้เสื้อเบอร์ 7 ของ บาร์เซโลน่า เคยเป็นของนักเตะชื่อดังอย่าง ดาบิด บีย่า, เปโดร โรดริเกซ, เฮนริค ลาร์สสัน และ ฮาเวียร์ ซาวิโอล่า

เชลซีคอนเฟิร์มเบอร์10คนใหม่-5นักเตะป้ายแดง

"สิงห์บลูส์" เชลซี ประกาศชื่อคนใส่เบอร์ 10 แทน วิลเลี่ยน และหมายเลขของนักเตะใหม่ทั้ง 5 รายที่จะใส่ลงเล่นในซีซั่นหน้า

เชลซี ประกาศยืนยันผ่านทางเว็บไซต์สโมสรเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมาว่า คริสเตียน พูลิซิช ปีกชาวอเมริกัน จะเปลี่ยนจากใส่เบอร์ 22 ไปเป็นหมายเลข 10 ในฤดูกาล 2020/21 หลังจาก วิลเลี่ยน เจ้าของคนเดิมอำลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปเล่นให้กับ อาร์เซน่อล คู่ปรับร่วมกรุงลอนดอน

ส่วนนักเตะที่เพิ่งย้ายมาร่วมทัพ "สิงห์บลูส์" ในซัมเมอร์นี้อย่าง ฮาคิม ซิเย็ค จะใส่เบอร์ 22 แทน พูลิซิช ขณะที่ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมัน จะใส่เบอร์ 11 แทน เปโดร โรดริเกซ ที่ย้ายไปอยู่กับ โรม่า ด้าน ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งที่เพิ่งย้ายมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จะใส่เบอร์ 29 

ขณะที่สองกองหลังคนใหม่ เบน ชิลเวลล์ และ ติอาโก้ ซิลวา ได้เบอร์ 21 และ 6 ตามลำดับ นอกจากนั้นก็มี ฟิคาโย่ โทโมริ ที่เปลี่ยนจากเบอร์ 29 ไปใส่หมายเลข 14 แทน

ทั้งนี้ เชลซี มีโปรแกรมลงเล่น พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาลใหม่ ด้วยการบุกไปเยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้

เปโดรประเดิมหนืด! โรม่าอย่างฝืดเจ๊าเวโรน่าเปิดลีกกัลโช่

"หมาป่ากรุงโรม" โรม่า เริมลีกฤดูกาลใหม่แบบจืดชืด แม้ส่ง "เปโดร โรดริเกซ" ลงเล่นนัดแรกบุกเสมอ เวโรน่า 0-0 แบ่งคะแนนกันไปทีมละแต้ม ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา

สนาม : มาร์ค อันโตนิโอ เบนเตกอดี้

     ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา "หมาป่ากรุงโรม" โรม่า ซีซั่นก่อนจบอันดับโควตาบอลยุโรป เปาโล ฟอนเซก้า นายใหญ่ทีมเยือน มี เอดิน เชโก้ ที่เลือกย้ายไป ยูเวนตุส เป็นสำรอง ส่งดาวยิงคนใหม่ "เปโดร โรดริเกซ" เล่นเกมทางการนัดแรก ลับเท้าซัดเจ้าถิ่น เวโรน่า ที่ฤดูกาลที่แล้วทำฟอร์มดีระดับหนึ่ง อีวาน ยูริช กุนซือของทีมจัดดาวเตะชุดดีที่สุด นำโดย "มิเกล เวโลโซ่" ห้องเครื่องคนเก่งคุมเกม

     หมาป่าได้ลุ้นนาทีที่ 11 ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ เปิดลูกเตะมุมทางขวา บอลกระดอนมาเสาแรก ริค คาร์สดอร์ป วิ่งมาหลอก บอลเลยกระเด้งผ่านมือนายทวารเจ้าถิ่น มาหน้าปากประตูแต่ยังมี ดาวิเด้ ฟาราโอนี่ เพื่อนร่วมทีมถอยไปเคลียร์ทิ้งออกมาได้

     เวโรน่าบุกอีกนาทีที่ 24 เฟเดริโก้ ดิมาร์โก้ โยนลูกฟรีคิกริมสนามด้านซ้าย บอลมาตกกลางเขตโทษ จานลูก้า มันชินี่ โหม่งสกัดทิ้งมาหน้ากรอบเขตโทษ มิเกล เวโลโซ่ เก็บบอลส่องไกลแต่บอลไม่ตรงกรอบออกหลังไปแทน

     จังหวะถัดมานาทีที่ 25 เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า ได้บอลริมกรอบเขตโทษด้านขวา เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษปาดเรียดมาเสาแรก เฮนริค มคิทาร์ยาน โฉบตัดหน้ากองหลังเจ้าบ้านซัดเร็วแต่บอลออกข้างเสาไปแบบเหลือเชื่อ

     เจ้าถิ่นตอบโต้นาทีที่ 28  เฟเดริโก้ ดิมาร์โก้ ครอสบอลริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย ไบรอัน คริสตันเต้ เตะเคลียร์ไม่ดีเข้าทาง ลูโบเมียร์ ตุปต้า ยิงตามน้ำแต่บอลเบาเข้ามือ อันโตนิโอ มิรันเต้ มือกาวหมาป่ารับอยู่มือ

     ทีมเยือนเกือบเฮนาทีที่ 31 จอร์แดน แวร์กตูต์ ลองปั่นฟรีคิกกลางสนามระยะ 25 หลา บอลข้ามกำแพงเข้าหากรอบประตู แต่นายทวารเวโรน่าพุ่งเซฟปัดพ้นเขตอันตรายออกมาได้สวยงาม

     ช่วงนาทีที่ 45 มิเกล เวโลโซ่ จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ อาเดรียน ตาเมเซ่ ยื่นเท้าไม่โดนบอลแต่ว่าบอลเลยผ่านเกมรับโรม่า มาที่ ดาวิเด้ ฟาราโอนี่ หลุดเข้าเขตโทษด้านขวาตบย้อนมาที่ อาเดรียน ตาเมเซ่ สปีดมาซัดบอลไปโดนนายทวารหมาป่าปัดไปชนคาน กระดอนออกมาผู้เล่นเจ้าถิ่นตามมาซ้ำแต่เหินข้ามคานออกหลังไปอีก จบ 45 นาที เสมอกัน 0-0

     ต่อมานาทีที่ 55 ดาวิเด้ ฟาราโอนี่ กระชากบอลลุยเดียวมาจากกลางสนาม แตะหนีผู้เล่นโรม่าเข้าในเขตโทษด้านขวา จิ้มหลบนายทวารหมาป่าไปเกือบถึงเส้นหลังก่อนกึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าปากประตู ไม่มีเพื่อนร่วมทีมปรี่มาช่วย บอลเลยออกข้างสนามไป

     เวโรน่าพลาดนำนาทีที่ 66 อาเดรียน ตาเมเซ่ โยนบอลแบบได้ลุ้นตรงเกือบสุดเส้นหลังด้านขวา บอลมาบริเวณเขตโทษประมาณ 8 หลา ซามูเอล ดิ คาร์มิเน่ ยืนเทคตัวโขกโล่งคนเดียว แต่กลับกดไม่ตรงประตูลอยออกข้างเสาไปแบบไม่น่าเชื่อ

     ยังเป็นโรม่าลุยนาทีที่ 74 จอร์แดน แวร์กตูต์ ผ่านบอลริมสนามทางซ้ายเข้ากลางให้ ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ มารับบอลแต่งเข้าเท้าขวาปั่นบอลเรียดต่ำแต่ มาร์โก ซิลเวสตรี นายด่านจอมเก๋าเจ้าบ้านเหยียดตัวปัดออกหลังช่วยทีมสำเร็จ

     เจ้าบ้านชวดโอกาสนำนาทีที่ 82 เฟเดริโก้ ดิมาร์โก้ สบโอกาสยิงตรงหน้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางซ้าย บอลย้อยข้ามตัวนายทวารโรม่า ทว่าไปชนใต้คานเหลี่ยมในกระดอนเช็คเสาด้านขวา กระเด้งออกมาน่าเสียดาย

     หมาป่ากรุงโรมชวดจังหวะนำนาทีที่ 86 เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า กระดกแต่งบอลเคลียร์ทิ้งของผู้เล่นเจ้าบ้าน นอกกรอบเขตโทษ ก่อนวอลเลย์ต่อเนื่อง บอลพุ่งชนใต้คานอย่างจังกระดอนออกมา จบเกม เวโรน่า เสมอ  โรม่า 0-0 แบ่งคะแนนเปิดลีกกัลโช่

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เวโรน่า (3-4-2-1): มาร์โก ซิลเวสตรี,ยิลดิริม เซติน,โคราย กันเทอร์ (เควิน รูยก์ น.67),อลัน เอ็มเปเรอร์ (มัตเตโอ โลวาโต น.19),ดาวิเด้ ฟาราโอนี่,มิเกล เวโลโซ่,อันเดรีย ดานซี่,เฟเดริโก้ ดิมาร์โก้,อาเดรียน ตาเมเซ่ (อันโตนีน บารัค น.66),ลูโบเมียร์ ตุปต้า (มัตเตีย ซัคคานี่ น.46),ซามูเอล ดิ คาร์มิเน่ (อีวาน อิลิช น.77)

โรม่า (3-4-2-1): อันโตนิโอ มิรันเต้,จานลูก้า มันชินี่,ไบรอัน คริสตันเต้,อิบาเนซ,ริค คาร์สดอร์ป (ดาวิเด้ ซานตอน น.72),อมาดู เดียวารา (กอนซาโล บิยาร์ เดล ไฟรเล น.89),จอร์แดน แวร์กตูต์,เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า,เฮนริค มคิทาร์ยาน,ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ (จัสติน ไคลเวิร์ต น.79),เปโดร โรดริเกซ

 

มิคกี้อาสาซัด! โรม่าปรับทัพบุกเวโรน่าเน้นชัยเริ่มต้นกัลโช่

"หมาป่ากรุงโรม" โรม่า เริ่มซีซั่นใหม่แบบที่ไม่มี เอดิน เชโก้ หลังปล่อยร่วมทัพ ยูเวนตุส แล้ว แต่ยังมีแข้งสำคัญ "เฮนริค มคิทาร์ยาน" พร้อมปั่นป่วนแนวรับเจ้าถิ่น เวโรน่า ที่จบกลางตารางฤดูกาลก่อน ในการแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563

ปรีวิวฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563
เวโรน่า – โรม่า
เวลา : 01.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2

สนาม : มาร์ค อันโตนิโอ เบนเตกอดี้

    ทีมเฮลลาส เวโรน่า ฤดูกาลที่แล้วจบอันดับ 9 เกมล่าสุดอุ่นเครื่องแพ้เครโมเนเซ่ 0-1 การเสริมทัพยืมตัว มาร์โก เบนัสซี่ มาจากฟิออเรนติน่าเป็นรายล่าสุด

    สภาพทีมในเกมนี้ อีวาน ยูริช นายใหญ่เฮลลาส เวโรน่า จะไม่มี เจียโคโม่ แม็คนานี่ และ ดาร์โก ลาโซวิช ที่มีอาการบาดเจ็บ นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไร

    แผงหลัง 3 คนจะใช้บริการของ อลัน เอ็มเปเรอร์, โคราย กันเทอร์ และ ยิลดิริม เซติน ลงเล่นร่วมกัน

    อาเดรียน ตาเมเซ่ เก็บบอลกลางสนามกับ มิเกล เวโลโซ่ วิงแบ็กขึ้นเกมโดย ดาวิเด้ ฟาราโอนี่ และ เฟเดริโก้ ดิมาร์โก้ โดยมี มาร์โก เบนัสซี่ และ มัตเตีย ซัคคายี่ ทำเกมรุกหลัง ซามูเอล ดิ คาร์มิเน่

    ทีม ”จัลโล่รอสซี่” ฤดูกาลที่แล้วจบอันดับ 5 และได้โควตายูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ช่วงปรีซีซั่นล่าสุดอุ่นเครื่องเสมอ กายารี่ 2-2 

    การเสริมทัพพวกเขาได้แนวรุกตัวเก๋าอย่าง เปโดร โรดริเกซ เข้ามารวมถึงล่าสุดยืมตัว มาราช คัมบูลล่า กองหลังดาวรุ่งมาจากเวโรน่า แต่ก็ปล่อย อเลสซานโดร ฟลอเรนซี (เปแอสเช) และ อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ (อินเตอร์ มิลาน) ออกไปเช่นกัน 

    สภาพทีมในเกมนี้ เปาโล ฟอนเซก้า นายใหญ่โรม่า แนวรุกขาดเยอะทีเดียวจะไม่มี ดีเอโก้ เปร็อตติ, นิโกโล่ ซานิโอโล่, ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ และ เปโดร โรดริเกซ ที่ยังเจ็บทั้งหมด รวมถึงล่าสุด เอดิน เชโก้ กองหน้าตัวเก่งกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาย้ายไปยูเวนตุสอีกด้วย น่าจะมีชื่อเพียงแค่ตัวสำรอง

    เกมนี้คาดว่าทีมเยือนจะมาในระบบ 3-4-2-1 แนวรับจะวาง จานลูก้า มันชินี่ เล่นร่วมกับ มาราช คัมบูลล่า และ ดาวิเด้ ซานตอน

    แดนกลางจะให้ จอร์แดน แวร์กตูต์ ประสานงานกับ อมาดู เดียวาร่า แนวรุกมี ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ และ การ์เลส เปเรซ สนับสนุน เฮนริค มคิทาร์ยาน ที่ถูกดันไปเล่นหน้าเป้า

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    เวโรน่า (3-4-2-1) : มาร์โก ซิลเวสตรี – อลัน เอ็มเปเรอร์, โคราย กันเทอร์, ยิลดิริม เซติน – ดาวิเด้ ฟาราโอนี่, อาเดรียน ตาเมเซ่, มิเกล เวโลโซ่, เฟเดริโก้ ดิมาร์โก้ – มาร์โก เบนัสซี่, มัตเตีย ซัคคายี่ – ซามูเอล ดิ คาร์มิเน่

    ผู้จัดการทีม : อีวาน ยูริช

    โรม่า (3-4-2-1) : เปา โลเปซ – จานลูก้า มันชินี่, มาราช คัมบูลล่า, ดาวิเด้ ซานตอน – จัสติน ไคร์เวิร์ต, จอร์แดน แวร์กตูต์, อมาดู เดียวาร่า, เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า – ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่, การ์เลส เปเรซ – เฮนริค มคิทาร์ยาน

    ผู้จัดการทีม : เปาโล ฟอนเซก้า

 

เช็ครายชื่อปิดตลาดไทยลีกซื้อ-ขายรอบพิเศษใครย้ายไปไหนกันบ้าง?

หลังจากที่ตลาดซื้อ-ขาย นักเตะรอบพิเศษเปิดขึ้นในช่วงวันที่ 25 ส.ค. -7 ก.ย. 63 ที่ผ่านมา 18 สโมสรระดับไทยลีก มีการโยกย้ายกันอย่างคึกคัก ซึ่งมีนักเตะที่ย้ายเข้ามาร่วมทีมทั้งหมด 90 ราย และย้ายออก 110 ราย

โดยสโมสรที่มีนักเตะย้ายเข้ามากที่สุดคือ ระยอง เอฟซี  16 ราย  ส่วนที่ย้ายออกมากที่สุดคือ การท่าเรือ เอฟซี 14 ราย  ขณะที่สุพรรณบุรี เอฟซี นั้นไม่มีนักเตะย้ายเข้าเลยแม้แต่รายเดียว ส่วนนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี มีย้ายออกน้อยที่สุด 1 รายเท่านั้น สำหรับ 18 สโมสรในไทยลีก ใครย้ายเข้า- ออกกันบ้างมาติดตามกันได้เลย …..!!!

ตราด เอฟซี

เข้า

– ทศพร ศรีเรือง (ระยอง เอฟซี)
– นรุตม์ชัย นิ่มบุญ (ชลบุรี เอฟซี)
– สุทธินันท์ พุกหอม (สุโขทัย เอฟซี)
– จีระพงค์ รักสงคราม (  พัฒนา เอฟซี )
– สิทธิโชค ภาโส (ชลบุรี เอฟซี) *ยืมตัว
– มงคล ทศไกร (สุโขทัย เอฟซี)
– ซัว ลา แมง (เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด)
– วุฒิไกร ปาทาน (ชัยนาท ฮอร์นบิล)
– มุสตาฟา อาซัดซอย (นครปฐม ยูไนเต็ด)
– โจนาธาน เฮส ( ปูซาน ไอพาร์ค )

ออก

– อาฟิค ยูนอส ( ยกเลิกสัญญา )
– การ์ฟา ดูโรซินมี (พีที ประจวบ เอฟซี)
– วรวุฒิ จันสีทา (เกษมบัณฑิต เอฟซี) *ยืมตัว
– คัง ซู อิล ( กลับไปเกาหลีใต้ )
– พงศ์พันธ์ พาระพันธ์ (เกษมบัณฑิต เอฟซี) *ยืมตัว
– รุ่งศักดิ์ คชรักษ์ (นครศรี ยูไนเต็ด)
– อิซวาน มาห์บุด (สมุทรปราการ ซิตี้)
– อาทิตย์ วิเศษศิลป์ (ลำพูน วอริเออร์ส)
– อนุชา สุกใส (บ้านค่าย ยูไนเต็ด)
– เฉลิมศักดิ์ แก้วสุขแท้ (อุทัยธานี เอฟซี)
– อ่อง กุง มัน (ลำปาง เอฟซี)
– อาทิตย์ ดาวสว่าง (พีที ประจวบ เอฟซี)

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เข้า

– เรนาโต เคลิช (ซิบาเลีย)
– มาร์โค เชโปวิช ( เคย์เคอร์ ริเซสปอร์
– จิดี คานยุค ( ฮาโปเอลไฮฟา )
– อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ( เมตาลุค เบคาเบด )

ออก

– จอง แจ ยอง (ซูวอน เอฟซี)
– อันเดรส ตูเญซ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– ริคาร์โด บูเอโน ( กลับบราซิลบ้านเกิด )
– เบร์นาร์โด กูเอสตา (ปูเอบลา)
– แม็กซ์ ปีเตอร์ คีร์เวย์ (อ่างทอง เอฟซี)
– พศวีร์ เหมือนมาตย์ (อ่างทอง เอฟซี)
– พงษ์ชนะ กองกิริต (อ่างทอง เอฟซี) *ยืมตัว
– กฤษณะ ดาวกระจาย (อ่างทอง เอฟซี) *ยืมตัว
– ศราวุธ มั่นจิตร (อ่างทอง เอฟซี) *ยืมตัว
– ชินวัฒน์ วงศ์ไชย (ระยอง เอฟซี) *ยืมตัว
– อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ (ชัยนาท ฮอร์นบิล)
– กฤตภาส วิชัยดิษฐ (ศุลกากร ยูไนเต็ด) *ยืมตัว

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

เข้า

– สารัช อยู่เย็น (เอสซีจี เมืองทองฯ)
– อันเดรส ตูเญซ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)
– ณัฐวุฒิ นามทิพย์ (เชียงใหม่ เอฟซี)
– ธรรมยุทธ ต้นคำ (ขอนแก่น เอฟซี)
– ศราวิน แสงรา (ขอนแก่น เอฟซี)
– เจนรบ สำเภาดี (การท่าเรือ เอฟซี)
– มิตซุรุ มารูโอกะ (เซเรโซ โอซาก้า)

ออก

– จักรพงษ์ ผลมาตย์ ( ยกเลิกสัญญา )
– สมยศ พงษ์สุวรรณ์ (ราชประชา เอฟซี)
– ไชยพฤกษ์ จิราจินต์ (ราชประชา เอฟซี)
– จักรกฤษณ์ ลาภตระกูล (สมุทรปราการ ซิตี้)
– บาร์รอส ทาร์เดลี (สมุทรปราการ ซิตี้)
– ยูกิ บัมบะ (เชียงใหม่ เอฟซี)
– สุวรรณภัทร กิ่งแก้ว (ราชประชา)

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

เข้า

– ชยธร เทพสุวรรณวร (เอฟซี โตเกียว) *กลับจากสัญญายืมตัว

ออก

– พีรพัฒน์ ขมิ้นทอง (พีที ประจวบ เอฟซี)
– เจษฎากร ขาวงาม (หนองบัว พิชญ เอฟซี) *ยืมตัว
– ภัทรพล คำสุข (บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– เนลสัน โบนิญา (การท่าเรือ เอฟซี) *ยืมตัว
– สุรเชษฐ์ งามทิพย์ *แขวนสตั๊ด
– สิทธิโชค กันหนู (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)
– สิริพงษ์ คงเจ้าป่า (ชัยนาท ฮอร์นบิล) *ยืมตัว
– อนุศิษฏ์ เติมมี (ระยอง เอฟซี)

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี

เข้า

– จัสติน บาส ( ยอง อาแซด )
– สิทธิโชค กันหนู (ทรู แบงค็อก)
– สราวุธ กัลยาณบัณฑิต (สมุทรปราการ ซิตี้)

ออก

– มูฮัมหมัดนาเซ กอและ (สุโขทัย เอฟซี)
– สราวุธ กัลยาณบัณฑิต (การท่าเรือ เอฟซี)
– ธนาธร จันทร์เพ็ชร  (ลำปาง เอฟซี) *ยืมตัว

การท่าเรือ เอฟซี

เข้า

– ทิตาวีร์ อักษรศรี (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– ทิตาธร อักษรศรี (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– อดิศร พรหมรักษ์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
– เนลสัน โบนิญา (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– สราวุธ กัลยาณบัณฑิต (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)

โปลิศ เทโร เอฟซี

เข้า

– ณัฐชนน สองด้วง (อุทัยธานี เอฟซี)
– อณิพงษ์ กิจคราม (การท่าเรือ เอฟซี)
– พิรชัช กุลลประภา (ฟอกซ์ ฮันท์)
– มงคล นามนวด (ชลบุรี เอฟซี)
– บาโบ มาร์ค แลนดรี (อยุธยา ยูไนเต็ด)
– โมฮามาดู ซูมาเรห์ (ปะหัง เอฟเอ)

ออก

– ทิตาวีร์ อักษรศรี (การท่าเรือ เอฟซี)
– ทิตาธร อักษรศรี (การท่าเรือ เอฟซี)
– อนุศักดิ์ ใจเพชร (สุโขทัย เอฟซี)
– วงศ์ปกรณ์ เจริญทวีสุข (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– สิรวิช ภูถาวร (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– ชินพงษ์ รักษี (สุโขทัย เอฟซี)
– ชมพงศ์ สมจิตร์ (เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด)
– พงษกร วรกุลสวัสดิ์ (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– ณัฐชนน สองด้วง (สงขลา เอฟซี)
– มาเธอุส อัลเวส ( ไม่ส่งชื่อ ลงทะเบียน)

สุพรรณบุรี เอฟซี

เข้า

-ไม่มี

ออก

– กิตติพต แดงอรุณ (นครศรี ยูไนเต็ด)
– ชุติพนธ์ ทองแท้ (พีที ประจวบ เอฟซี)
– ซูลฟาห์มี อารีฟิน

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ออก

– เจนรบ สำเภาดี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– ภิญโญ อินพินิจ (ราชประชา เอฟซี)
– อธิบดี เอติรัตน์ (เชียงใหม่ เอฟซี)
– ฉัตรมงคล ทองคีรี (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– จตุรพัช สัทธรรม (สมุทรปราการซิตี้) *ยืมตัว
– อณิพงษ์ กิจคราม (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– ธนากรณ์ แดงทอง (ศุลกากร ยูไนเต็ด)
– ชาคริต ระวันประโคน (เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด)
– ยศวรรธน์ มนทา (สงขลา เอฟซี) *ยืมตัว
– พลวัต บัวชุม (เมืองเลย ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– ชาญชัย ผลจำเริญ (เมืองเลย ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– ปรัชญา เกตุทิพย์ (อยุธยา ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– ชนายุทธ เจจือ (อยุธยา ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– กานต์พิชชา ชะนะการี (สุโขทัย เอฟซี)
เข้า

– พิชา อุทรา (สมุทรปราการ ซิตี้)
– ภูมินทร์ แก้วตา (สมุทรปราการ ซิตี้)
– ฉัตรมงคล ทองคีรี (การท่าเรือ เอฟซี) *ยืมตัว
– วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ (นครราชสีมา เอฟซี) *กลับจากสัญญายืมตัว

ออก

– สารัช อยู่เย็น (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– อดิศร พรหมรักษ์ (การท่าเรือ เอฟซี)
– กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (ระยอง เอฟซี)

สุโขทัย เอฟซี

เข้า

– โอลัคซอน เอ แทมบา ( รร.สวนกุหลาบวิทาลัย )
– เดชา สอาดโฉม (ระยอง เอฟซี)
– ปัณณ์พันธุ์พงษ์ ปิ่นกอง (หนองบัวพิชญ เอฟซี)
– มูฮัมหมัดนาเซ กอและ (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)
– อนุศักดิ์ ใจเพชร (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– ชินพงษ์ รักษี (โปลิศ เทโร เอฟซี)
– อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ (สมุทรปราการ ซิตี้)
– ประสิทธิชัย เพิ่ม (ชัยนาท ฮอร์นบิล) *กลับจากสัญญายืมตัว
– ดิสดรณ์ พันธุ์จันทร์ (กรุงเทพคริสเตียน)
– กานต์พิชชา ชะนะการี (การท่าเรือ เอฟซี)

ออก

– สุทธินันท์ พุกหอม (ตราด เอฟซี)
– จอ โคโค (เชียงใหม่ ยูไนเต็ด)
– ชมพู แสงโพธิ์ (อยุธยา ยูไนเต็ด)
– กิตติไกร จันทะรักษา (หนองบัว พิชญ เอฟซี) *ยืมตัว
– ศิวรุต ผลหิรัญ (หนองบัว พิชญ เอฟซี) *ยืมตัว
– ทัตพิชา อักษรศรี (อยุธยา ยูไนเต็ด)
– มงคล ทศไกร (ตราด เอฟซี)
– โอลัคซอน เอ แทมบา (ลำปาง เอฟซี) *ยืมตัว

ชลบุรี เอฟซี

เข้า

– ทรงชัย ทองฉ่ำ *อะคาเดมี่
– ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว *อะคาเดมี่
– พงศกร ตรีสาตร์ *อะคาเดมี่
– ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ *อะคาเดมี่
– ชาคร พิลาคลัง (บ้านบึง เอฟซี)

ออก

– ณัฐวุฒิ ชูติวัตร (เอสทีเค เมืองนนท์ เอฟซี) *ยืมตัว
– นรุตม์ชัย นิ่มบุญ (ตราด เอฟซี)
– เอกชัย ฤทธิ์พันธ์ (อยุธยา ยูไนเต็ด)
– เสฏฐวุฒิ วงค์สาย (อยุธยา ยูไนเต็ด)
– ฤทธิ์เดช เพ็ญสวัสดิ์ (อยุธยา ยูไนเต็ด)
– กรวิทย์ นามวิเศษ (เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด)
– สิทธิโชค ภาโส (ตราด เอฟซี) *ยืมตัว
– อดุล หละโสะ (ลำพูน วอริเออร์)
– มงคล นามนวด (โปลิศ เทโร เอฟซี)

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

เข้า

– ทักษ์ดนัย ใจหาญ (ฟ็อก ฮั้นท์ )
– โคเอลโญ ชาชา (ซองนัม เอฟซี)

ออก

– มาอิลซอน ฟรานซิสโก เด ฟาเรียส
– วราวุฒิ โมทิม (เกษตรศาสตร์ เอฟซี) *ยืมตัว

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เข้า

– เรนาโต เคลิช (ซิบาเลีย)
– มาร์โค เชโปวิช ( เคย์เคอร์ ริเซสปอร์
– จิดี คานยุค ( ฮาโปเอลไฮฟา )
– อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ( เมตาลุค เบคาเบด )

ออก

– จอง แจ ยอง (ซูวอน เอฟซี)
– อันเดรส ตูเญซ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– ริคาร์โด บูเอโน ( กลับบราซิลบ้านเกิด )
– เบร์นาร์โด กูเอสตา (ปูเอบลา)
– แม็กซ์ ปีเตอร์ คีร์เวย์ (อ่างทอง เอฟซี)
– พศวีร์ เหมือนมาตย์ (อ่างทอง เอฟซี)
– พงษ์ชนะ กองกิริต (อ่างทอง เอฟซี) *ยืมตัว
– กฤษณะ ดาวกระจาย (อ่างทอง เอฟซี) *ยืมตัว
– ศราวุธ มั่นจิตร (อ่างทอง เอฟซี) *ยืมตัว
– ชินวัฒน์ วงศ์ไชย (ระยอง เอฟซี) *ยืมตัว
– อนุวัติ น้อยชื่นพันธ์ (ชัยนาท ฮอร์นบิล)
– กฤตภาส วิชัยดิษฐ (ศุลกากร ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
 
นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

เข้า

– โรมรัน รอดวินิจ *อะคาเดมี่
– พีระเมธ จันทร์หก *อะคาเดมี่
– ธนภัทร นิรันดร *อะคาเดมี่
– พัชรพงษ์ ประทุมมา *อะคาเดมี่
– นนท์นวัฒน์ สาลาด *อะคาเดมี่

ออก

– วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด) *หมดสัญญายืมตัว

พีที ประจวบ เอฟซี

เข้า

– พีรพัฒน์ ขมิ้นทอง (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
– อิสรุฟัน ดอรอแม (ปัตตานี เอฟซี)
– วิลเลน โมต้า (ศรีษะเกษ เอฟซี)
– กาฟาร์ ดูโรซิมี (ตราด เอฟซี)
– อาทิตย์ ดาวสว่าง (ตราด เอฟซี)
– ชุติพนธ์ ทองแท้ (สุพรรณบุรี เอฟซี)

ออก

– ไบฮัคกี ไคซาน (แทมปิเนส โรเวอร์ส)
– บรูโน เมนเซกา (เฟอร์โรเวียเรีย)
– สุพจน์ จดจำ (หนองบัว พิชญ เอฟซี)

สมุทรปราการ ซิตี้

เข้า

– จักรกฤษณ์ ลาภตระกูล (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– จตุรพัช สัทธรรม (การท่าเรือ เอฟซี) *ยืมตัว
– บาร์รอส ทาร์เดลี (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด)
– อิซวาน มาห์บุด (ตราด เอฟซี)
– อภิชัย หมั่นอุตส่าห์ (แกรนด์อันดามัน ระยอง ยูไนเต็ด)
– ศักดิ์สิทธิ์ จิตวิจารณ์ (จามจุรี ยูไนเต็ด)

ออก

– เปโดร จูเนียร์ (ซีเอสเอ)
– พิชา อุทรา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
– ภูมินทร์ แก้วตา (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
– อนุรักษ์ ชมภูพฤกษ์ (สุโขทัย เอฟซี)
– สราวุธ กัลยาณบัณฑิต (ราชบุรี มิตรผล เอฟซี)
– วีรศักดิ์ กายสิทธิ์ (สมุทรสาคร เอฟซี)
– กฤษณ์พรหม บุญสาร (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– เมธี สาระคำ (ระยอง เอฟซี) *ยืมตัว
– อรรถพล กันหนู (เกษมบัณฑิต เอฟซี)

ระยอง เอฟซี

เข้า

– กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)
– จิรายุทธ หลึ่งเทพ (พัฒนา เอฟซี)
– นัฐวุฒิ แสงศรี (ชลบุรี เอฟซี)*ยืมตัว
– ธรรมวัฒน์ ไตรล้ำ (พัฒนา เอฟซี)
– วิทวัตร โสมณะวัตร
– เมธี สาระคำ (สมุทรปราการ ซิตี้) *ยืมตัว
– เจตน์จิณณ์ ศรีปราชญ์ (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– ศักดิ์ดา ฝ่ายอินทร์ (เกษตรศาสตร์ เอฟซี)
– ชัชชน ใจรังสี (ชัยนาท ฮอร์นบิล)
– ชินวัฒน์ วงศ์ไชย (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) *ยืมตัว
– ดานิโล โลเปส ( ยูเวนตุส ดา โมก้า )
– อดาลกิซิโอ พิตบูล ( ยูอาร์ที )
– อนุศิษฏ์ เติมมี (ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด)
– ฮาน ชาง วู (ชอนวู เอฟซี)
– ภาณุวิชญ์ จิตเสนาะ (สมุทรปราการซิตี้)
– สุพัฒน์ชัย เหล่าทอง (อคาเดมี)

ออก

– ศุภเสกข์ ไก่แก้ว (ราชประชา เอฟซี)
– ติอาโก ชูลาปา (หนองบัว พิชญ เอฟซี)
– ติอาโก หลุยส์ ( ยกเลิกสัญญา )
– เดชา สอาดโฉม (สุโขทัย เอฟซี)
– เลอันโดร เรซิดา *ยกเลิกสัญญา
– บิรัม ดิยุฟ (เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด)

เด็ดทุกแผน!ส่องระบบการเล่น”แมนซิตี้” 3 รูปแบบหากได้ “เมสซี่” ร่วมทัพ

ทุกคนคงทราบกันดีว่า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยุคกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้ดุดัน, ทรงประสิทธิภาพ และมีวิธีการเข้าทำที่หลากหลายอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าหากพวกเขาได้ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นนักเตะที่ เป๊ป มีคู่มือใช้งาน มาร่วมทัพตามที่เป็นข่าวล่ะก็ นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่า แมนฯ ซิตี้ จะโหดขึ้นอีกกี่เท่าตัว และนี่คือแผนการเล่น 3 รูปแบบที่ ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 49 ปี อาจจะนำมาปรับใช้ หากได้ร่วมงานกับ เมสซี่ อีกครั้ง โดยอ้างอิงจากเว็บไซต์ฟุตบอลชื่อดังอย่าง squawka.com

– โชว์พลิ้วในแนวรุก 3 ตัว

    การฝังตัวเองทางฝั่งขวาในแนวรุก 3 ตัว ถือเป็นตำแหน่งที่ เมสซี่ ถนัด, เล่นมาแทบตลอดชีวิตการค้าแข้ง และประสบความสำเร็จอย่างมากมายที่ บาร์เซโลน่า ไม่ว่าจะเป็นยุคที่เล่นร่วมกับ ซามูเอล เอโต้ / เธียร์รี่ อองรี, เปโดร โรดริเกซ / ดาบิด บีย่า หรือ หลุยส์ ซัวเรซ / เนย์มาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดหลังสุดนั้น ช่วยกันทำประตูอย่างเมามันส์เลยทีเดียว

    แน่นอนว่า นี่คือแผนการเล่นที่ เป๊ป น่าจะใช้มากสุด หากได้ เมสซี่ มาร่วมงานกันอีกครั้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยจะให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยืนฝั่งซ้าย และ เซร์คิโอ อเกวโร่ (หรือ กาเบรียล เชซุส) ยืนเป็นหน้าเป้า ซึ่งบอกเลยว่า แนวรุกชุดนี้ มีพลังทำลายล้างสูงมาก และสามารถปั่นป่วนแนวรับได้ทุกทีมในโลก

 

 

 – False 9 (ฟอลส์ไนน์)

    นี่อาจจะเป็นแผนเด็ดที่ เป๊ป นำมาใช้ เพื่อสร้างความปวดหัวและงุนงงให้กับทีมคู่แข่ง กับการใช้ชุดแนวรุกที่ไม่มีผู้เล่นกองหน้าอาชีพ และให้ เมสซี่ รับบทเป็นกองหน้าตัวหลอก หรือที่เรียกกันว่า "ฟอลส์ไนน์" นั่นเอง ซึ่งการเล่นแบบนี้จะให้อิสระกับ เมสซี่ ในการลงต่ำมาในแผงมิดฟิลด์ และสามารถหาโอกาสทะลุขึ้นหน้าเพื่อลุ้นทำประตู โดยที่ใช้สองผู้เล่นที่มีความเร็วสูงอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง และแข้งใหม่อย่าง เฟร์ราน ตอร์เรส เป็นตัวดึงความสนใจในแดนหน้า แถมมีตัวเปิดบอลจากแดนกลางชั้นดีอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ด้วย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแผนการเล่นที่น่าดูทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่ทีมต้องการใช้ความรวดเร็วทะลุทะลวงแนวรับทีมคู่แข่ง 
 

 – ตัวรุกอิสระ

    ด้วยความสามารถอันสูงส่งของ เมสซี่ ที่เล่นได้หลากหลายรูปแบบในแนวรุก ดังนั้นวิธีที่ดีอีกหนึ่งอย่างในการเค้นสิ่งที่ดีที่สุดของเจ้าตัวออกมาคือ การให้ เมสซี่ เล่นเป็นตัวรุกอิสระในตำแหน่งผู้เล่นเบอร์ 10 ที่ยืนอยู่ข้างหลังกองหน้าตัวเป้า ซึ่งการเล่นแบบนี้จำเป็นต้องมีนักเตะตัวรุกที่มีความยืดหยุ่นสูง เล่นอยู่เคียงข้างเขาด้วย และแน่นอนว่า ราฮีม สเตอร์ลิง กับ ริยาด มาห์เรซ คือตัวเลือกที่ใช้มากๆ เพราะ สเตอร์ลิง เล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุกอยู่แล้ว ส่วน มาห์เรซ ก็พร้อมขยับมาเล่นเป็นตัวกลาง หาก เมสซี่ ต้องการโยกไปโชว์พลิ้วทางฝั่งขวา ขณะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ก็พร้อมสลับสับเปลี่ยนบทบาทได้ตลอดเวลา ซึ่งแผนนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งแผนที่ เป๊ป ชอบเลือกใช้ หากได้ เมสซี่ มาร่วมทัพ "เรือใบสีฟ้า" จริง

ชูเสื้อแล้ว! “เปโดร” เซ็นซบโรม่าเรียบร้อย

เปโดร โรดริเกซ อดีตสตาร์ เชลซี เปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของ อาแอส โรม่า อย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมเปิดใจตื่นเต้นสุดๆ กับความท้าทายครั้งใหม่ 


 อาแอส โรม่า สโมสรดังแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศคว้าตัว เปโดร โรดริเกซ กองหน้าประสบการณ์สูงชาวสแปนิช อดีตแข้ง เชลซี มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 3 ปี

 อดีตดาวเตะ บาร์เซโลน่า วัย 33 ปี ย้ายมาค้าแข้งในถิ่น สตาดิโอ โอลิมปิโก แบบไร้ค่าตัว เนื่องจากเพิ่งหมดสัญญากับ เชลซี ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า ตื่นเต้นมากๆ กับความท้าทายครั้งใหม่ในเวที เซเรีย อา

 "ผมดีใจมากๆ ที่ได้มาอยู่ที่นี่ที่ โรม่า" เปโดร เปิดใจผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสร "ผมตื่นเต้นกับความท้าทายครั้งนี้ และหวังที่จะช่วยสโมสรทำได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ผมอยากจะขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การต้อนรับผมเป็นอย่างดี ซึ่งผมก็หวังที่จะทำให้พวกเขามีความสุขเช่นกัน"

โอบาเบิ้ล! อาร์เซน่อลเจ๋งแซงดับเชลซี10คน ผงาดเอฟเอ คัพ สมัยที่14

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กัปตันทีมของ "ปืนใหญ่" เหมาคนเดียวสองประตูพาทีมแซงเอาชนะ เชลซี ที่เหลือแค่ 10 คน 2-1 ส่งผล มิเกล อาร์เตต้า คว้าโทรฟี่แรกของตัวเองในฐานะกุนซือ และพา อาร์เซน่อล ผงาดคว้าแชมป์รายการนี้สูงสุดเป็นสมัยที่ 14 คว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า ยูโรปาลีก ฤดูกาลหน้าสำเร็จ ในศึกเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา

สนาม : เวมบลีย์ สเตเดี้ยม (สนามกลาง)

    ศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ประจำฤดูกาล 2019-20 เป็นการดวลกันของสองทีมจากลอนดอนระหว่าง อาร์เซน่อล แชมป์สูงสุด 13 สมัย ที่รอบตัดเชือกเอาชนะ "เรือใบสีฟ้า" 2-0 เข้ามาชิงดำพบกับ "สิงห์บลูส์" แชมปรายการนี้ 8 สมัย ซึ่งปราบ "ปีศาจแดง" มาในรอบรองชนะเลิศ 3-1

    เกมนี้ มิเกล อาร์เตต้า วาง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ เป็นหน้าเป้าและให้ นิโกล่าส์ เปเป้ และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กัปตันทีมทำเกมรุกริมเส้น เช่นเดียวกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ของสิงห์บลูส์วางสามประสานแนวรุกเป็น เมสัน เมาน์ท, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และ คริสเตียน พูลิซิช

    สตาร์ทเกมครึ่งแรก มาแค่ 3 นาที อาร์เซน่อล ได้ทักทายก่อนหลัง เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ครอสบอลมาเสาแรกให้  โอบาเมย็อง สะบัดโขกเสาแรกแต่บอลหลุดกรอบออกไป

    อีกนาทีต่อมา "สิงห์บลูส์" เกือบได้ชิงขึ้นนำก่อนหลัง กรานิต ชาคา เสียบอลโดน เมสัน เมาน์ท แย่งบอลก่อนลากเข้าไปซัดนอกกรอบกว่า 20 หลาบอลพุ่งจะเสียบเสาแรกอยู่แล้วแต่ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดออกไปได้

    กระนั้น แค่นาทีที่ 5 เชลซี มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้บอลจาก คริสเตียน พูลิซิช ออกซ้ายให้ เมสัน เมาน์ท ปาดเข้ากลางไปแฉลบแข้งไอ้ปืนใหญ่ก่อนมาถึง ชิรูด์ ดีดคืนหลังให้ พูลิซิช ที่ตามมาซัดด้วยขวาผ่านตัว มาร์ติเนซ เข้าไป

      นาที 17 ดานี่ เซบายอส เรียกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษของเชลซีได้ ก่อนเจ้าตัวจะลุกขึ้นมาปั่นด้วยขวาข้ามกำแพงเฉียดคานไปแบบได้เสียว

     นาที 25 นิโกล่าส์ เปเป้ วิ่งมาปั่นด้วยซ้ายเข้าเสียบมุมตาข่ายอย่างงามหยดไปแล้ว ทว่าผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะที่ เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ล้ำหน้าไปก่อน

    กระนั้น อีกนาทีถัดมา "ปืนใหญ่" มาได้ลูกที่จุดโทษหลัง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ไปดึง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ในกรอบเขตโทษ แอนโธนี่ เทย์เลอร์ เป่าให้จุดโทษพร้อมรอสัญญาณจาก VAR ก่อนจะยืนยันให้อาร์เซน่อลได้และเป็น โอบาเมย็อง ที่ยิงเสียบมุมเข้าไปให้ อาร์เซน่อล ไล่ตีเสมอ เชลซี 1-1 ในนาทีที่ 28

    นาที 35 แฟร้งค์ แลมพาร์ด ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง  อัซปิลิกวยต้า กัปตันทีมเชลซีมีอาการบาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหวต้องส่ง อันเดรียส คริสเตนเซ่น

    นาที 36 "สิงห์บลูส์" โต้กลับขึ้นมาอีกครั้ง อลอนโซ่ แทงบอลลึกให้ เมสัน เมาน์ท จ่ายคืนหลังมาให้ จอร์จินโญ่ วิ่งมาอัดด้วยขวาบอลเหินคานออกไปไกล

    นาที 45 นิโกล่าส์ เปเป้ เรียกฟรีคิกให้ปืนใหญ่ได้บอลเส้น 18 หลา ก่อนที่ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ จะลองซัดด้วยขวาไปเสาไกลบอลผ่านกำแพงติดไซด์ก้อยออกไป

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล เสมอกับ เชลซี 1-1

    กลับมาบู๊ต่อในครึ่งหลัง แค่นาทีที่ 46 สิงห์บลูส์เกือบแซงขึ้นนำหลัง คริสเตียน พูลิซิช ควบพาบอลจากครึ่งสนามเข้าไปซัดด้วยขวาแต่บอลหลุดกรอบออกไป และจากจังหวะนี้ทำให้เจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อหลังต้นขาจนเล่นต่อไม่ไหว ก่อนที่นาทีต่อมา แลมพาร์ด จะเปลี่ยนคนที่สองส่ง เปโดร ลงมาเล่นแทน

    นาที 62 เปโดร ควบบอลเข้ามาหน้ากรอบเขตโทษไอ้ปืนใหญ่ก่อนจะดึงจังหวะแล้วจ่ายออกขวาให้ รีซ เจมส์ เติมขึ้นมาซัดเต็มแรงบอลเหินคานออกไปไกล

    นาที 67 กลายเป็น อาร์เซน่อล แซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ เอคตอร์ เบเยริน กระชากบอลโซโล่เดี่ยวขึ้นมาก่อนที่บอลจะทะลักไปเข้าทาง เปเป้ แล้วจ่ายขวางมาให้ โอบาเมย็อง ล็อคขวาหนี คูร์ท ซูม่า ก่อนจะชิพด้วยซ้ายผ่านตัว วิลลี่ กาบาเยโร่ เข้าไปอย่างเหนือชั้นเป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

    นาที 73 สถานการณ์ของ เชลซี ต้องแย่ลงไปอีกหลังต้องมาเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เมื่อ มาเตโอ โควาซิช โดนใบเหลืองที่สองจากจังหวะไปย่ำเท้าใส่ กรานิต ชาคา จนเป็นใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม

    ท้ายเกม นาที 88 อาร์เซน่อล ต้องเปลี่ยนเอา ดาวิด ลุยซ์ ออกหลังมีอาการเจ็บก่อนจะส่ง โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส ลงไปคุมหลังแทน

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม อาร์เซน่อล แซงเอาชนะ เชลซี ที่เหลือ10คน 2-1 คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สมัยที่ 14 อีกทั้งยังคว้าสิทธิ์ไปเล่นถ้วยยูโรปาลีกในฤดูกาลหน้าสำเร็จ

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์ (โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส น.88), คีแรน เทียร์นี่ย์ (เซอัด โคลาซินัช น.90+13) – เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ น.82)

        ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า    

        เชลซี (3-4-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (อันเดรียส คริสเตนเซ่น น.35), อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย น.78), คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เมาน์ท (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.79), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อบราฮัม น.78), คริสเตียน พูลิซิช (เปโดร น.49) 

        ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

        ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์

เมาท์นำร่อง-ชิรูด์ปิดกล่อง! เชลซีเปิดรังทุบวูล์ฟส์2-0 คว้าอันดับ4ตีตั๋วไป ชปล.

เมสัน เมาท์ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทำคนละประตู ช่วยให้ เชลซี เปิดรังเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 เก็บสามแต้มส่งท้าย พร้อมคว้าอันดับ 4 ของตาราง พร้อมคว้าสิทธิ์ ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า ชปล. ฝั่ง "หมาป่า" หล่นไปรั้งอันดับ 7 ของตาราง

ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ (นัดสุดท้าย)
วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563
เชลซี 2-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน

    เริ่มเกมมาเพียง 5 นาที ราอูล ฮิเมเนซ จ่ายบอลทะลุช่องให้ แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ได้หลุดขึ้นไปทางด้านขวา ก่อนเปิดเข้ามาในหน้าปากประตู แต่ไปติด
 คูร์ท ซูม่า ออกหลังไป

    หลังจากนั้นทั้งสองทีมพยายามต่อบอลเพื่อหวังทำประตู แต่ยังไม่มีทีมใดมีโอกาสจบสกอร์แบบจะๆได้ เกมผ่านไปแล้ว 25 นาที เชลซี ยังเสมอกับ
 วูล์ฟแฮมป์ตัน อยู่ 0-0

    นาทีที่ 38 คริสเตียน พูลิซิช ได้บอลก่อนไหลให้ มาร์กอส อลอนโซ่ ได้หลุดทางด้านซ้าย ก่อนตัดสินใจยิงจากหน้าเขตโทษ บอลไปติดบล็อคของ
 วิลลี่ โบลี่ หลุดออกข้างไป

    หลังจากนั้นอีกหนึ่งนาที เมสัน เมาท์ ได้จังหวะเปิดบอลจากด้านขวา บอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนเป็น โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้จังหวะโหม่งบอลหลุดข้าม
 คานไป

    นาทีที่ 43 จอนนี่ กาสโตร ได้บอลหลุดขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนเปิดบอลเข้ามาหน้าปากประตู บอลโค้งเกือบจะเข้าเสาสอง แต่เป็น วิลลี่ กาบาเยโร่
 ปัดบอลออกมาชนกองหลังเชลซี ก่อนบอลจะหลุดออกหลังไปได้

    นาทีที่ 45+2 เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า โดนทำฟาวล์หน้าเขตโทษ ก่อนเป็น เมสัน เมาท์ รับหน้าที่ยิงบอลพุ่งเสียบเสาทางด้านขวาของ รุย ปาตริซิโอ
 เข้าไปอย่างสวยงามช่วยให้ เชลซี ออกนำ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0

    นาทีที่ 45+4 เมสัน เมาท์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แตะบอลหนึ่งจังหวะหลบ รุย ปาตริซิโอ ก่อนตามไปยิงส่งบอลเข้าประตูไป ช่วยให้
 เชลซี นำห่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0

    หมดเวลาการแข่งขันครึ่งแรก เชลซี นำห่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0

    เริ่มครึ่งหลังมาเป็นทางฝั่งทีมเยือน ได้จังหวะบุกมากกว่า แต่ยังไม่สามารถ ทำประตูตีไข่แตกได้ เกมผ่านไปแล้ว 55 นาที สกอร์ยังคงเดิมที่ เชลซี
 นำ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0

    หลังจากนั้นอีก 2 นาที รูเบน เนเวส วางบอลให้  ดีเอโก้ โชต้า บังบอลก่อนเลี้ยงหลบกองหลังเจ้าถิ่น พอถึงแถวๆหน้าเขตโทษ แล้วตัดสินใจยิง
 บอลพุ่งไปตรงตัวของ วิลลี่ กาบาเยโร่ รับเข้าซองเอาไว้ได้

    หลังจากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน เชลซี เอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0  เก็บสามแต้มส่งท้าย พร้อมคว้าอันดับ 4 ของตาราง พร้อมคว้าสิทธิ์ ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า ชปล. ฝั่ง "หมาป่า" หล่นไปรั้งอันดับ 7 ของตาราง ต้องลุ้นไปเล่นฟุตบอลยูโรปาลีก แทน
   
     รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

    เชลซี (3-4-2-1) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์,คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช, มาร์กอส
 อลอนโซ่ – เมสัน เมาท์, คริสเตียน พูลิซิช – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

    วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-2-1) : รุย ปาตริซิโอ – วิลลี่ โบลี่, คอเนอร์ เคาดี้, โรแม็ง แซสส์ – แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้, รูเบน เนเวส, เลอันเดร์ เดนดองเกอร์ ,
จอนนี่ กาสโตร -เปโดร เนโต้, ดีเอโก้ โชต้า – ราอูล ฮิเมเนซ