แหกกฎดีใจเพราะมีเหตุผล ไม่งั้นทั้งทีมอาจไม่มีชีวิตรอด

ดิมิทรี นาซารอฟ กองหน้า แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา ฝ่าฝืนกฏของ บุนเดสลีกา ที่ห้ามให้ผู้เล่นแสดงอาการดีใจแบบสัมผัสตัวหลังจากทำประตูได้กับเพื่อนร่วมทีม ซึ่งเกมลีกนัดล่าสุดเจ้าตัวได้วิ่งเข้าไปสวมกอดกับบุคคลซึ่งเป็นผู้มีพระคุณต่อชีวิตทุกคนในทีม

    บรรดาผู้เล่นของ บุนเดสลีกา ถูกสั่งห้ามแสดงอาการดีใจหลังทำประตูได้ ในระหว่างช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสกำลังระบาดในตอนนี้ แต่ทาง ดิมิทรี นาซารอฟ หัวหอกของ แอร์ซเกเบียร์เก้ เอา ทีมในศึกลีกรองของเมืองเบียร์ ได้ฝ่าฝืนกฏนี้ ซึ่งเจ้าตัวได้วิ่งเข้าไปสวมกอดกับชายคนหนึ่งที่ได้เคยช่วยชีวิตเขาเอาไว้

    กองหน้าวัย 30 ปี วิ่งไปที่ข้างสนามเพื่อโอบกอดกับ โธมัส โรเมย์เก้ หลังจากโขกประตูให้ต้นสังกัดในเกมที่เจอกับ เนิร์นแบร์ก เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยชายคนดังกล่าวได้ช่วยชีวิตผู้เล่นของทีมก่อนที่จะเดินทางมาแข่งเป็นเกมเยือนในนัดล่าสุด

    โรเมย์เก้ เป็นคนขับรถบัสประจำสโมสร โดยวันก่อนเกมการแข่งขันระหว่างเดินทาง เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญขึ้นเมื่อมีอุบัติเหตุรถชนกัน แล้วมีซากรถได้ลอยมาพุ่งเข้าหากระจกหน้ารถบัสของทีม แต่ โรเมย์เก้ มีสติมากพอที่จะไม่ให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น โดยที่ไม่ทำให้คนในรถได้รับบาดเจ็บ

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นาซารอฟ กล่าวผ่าน MDR สื่อท้องถิ่นถึงเหตุผลที่ต้องแหกกฎเหล็กของทางลีก "ง่าย ๆ เลยนะ เขาช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้"

    "หากเขาไม่ไวพอที่จะทำแบบนั้น ใครจะไปรู้บ้างว่าจะเกิดอะไรขึ้น"

 

    นอกจากนี้ นาซารอฟ ยังหวังว่า ฟุตบอลลีกเยอรมนี หรือ เดเอฟแอล จะไม่ติดใจเอาเรื่องที่ตัวเองฝ่าฝืนกฎ ซึ่งทาง เดเอฟแอล ระบุว่าให้ผู้เล่นใช้ศอกแตะกับเพื่อนเพื่อเป็นการแสดงความดีใจแทนการสวมกอดที่ต้องสัมผัสตัวกัน