มันจบแล้ว!โซลชาเปิดใจกรณี “เดเคอา” ผิดพลาด

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปกป้อง ดาบิด เด เคอา นายด่านทีมชาติสเปน ที่ทำพลาดจังหวะเสียประตูที่สองในเกมแพ้ เชลซี ตกรอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุ โกล์สแปนิช รู้ตัวเองว่าควรเซฟให้ดีกว่านี้ แต่ทุกอย่างจบไปแล้ว และตอนนี้ "ปีศาจแดง" ต้องก้าวเดินต่อไป
    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผย ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูเลือดสแปนิช รู้ตัวว่าตัวเองทำผิดพลาดมหันต์ที่ไม่ป้องกันไม่ได้จนเป็นเหตุให้ทีมเสียประตูที่สอง ในแมตช์แพ้ เชลซี 1-3 ศึกเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา

    จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง เมื่อ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็กซ้ายดาวรุ่งส่งบอลพลาดทำให้ เมสัน เมาท์ ตัดได้และกระชากบอลเข้าไปยิงบริเวณกรอบเขตโทษ โดยบอลไม่ได้แรงมาก และตรงตัว เด เคอา แต่ นายทวารทีมชาติสเปน ดันปัดบอลเข้าประตูไปหน้าตาเฉย

     สำหรับในกรณีนี้ โซลชา ได้แสดงความเห็นหลังโดนสื่อยิงคำถามเกี่ยวกับตำแหน่งผู้รักษาประตูในอนาคตว่า "แน่นอนว่าทุกๆ คนต้องโชว์ฟอร์มให้ดี และทุกๆ คนมีโอกาสมีโอกาสในทุกๆ ครั้งที่จะยึดตำแหน่งของพวกเขา ดาบิด รู้ว่าเขาควรจะเซฟจังหวะที่เสียประตูที่สองได้ดีกว่านี้ แต่ตอนนี้มันจบไปแล้ว เราต้องก้าวเดินต่อไป มันเป็นเรื่องยากสำหรับผู้รักษาประตูที่จะชดเชย แม้ว่า ดาบิด จะโชว์จังหวะเซฟที่น่าเหลือเชื่อ 2 หรือ 3 ครั้งหลังจากนั้นก็ตาม"
 
     " มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับนักเตะเอาท์ฟิลด์ (หมายถึงตำแหน่งอื่นๆ นอกจากผู้รักษาประตู) แต่ ดาบิด ก็แสดงให้เห็นมาตลอดว่าเขามักจะเซฟสวยๆ ได้หลายต่อหลายครั้ง แต่แน่นอนว่าเขารู้ตัวว่าเขาควรจะเซฟจังหวะนั้นให้ดีกว่านี้" อดีตหัวหอกทีมชาตินอร์เวย์ กล่าว

จัดเต็มแนวรุก!คาดการณ์ 11 ตัวจริงแมนยูฟัดเชลซีเกมเอฟเอคัพรอบตัดเชือก

ถือเป็นอีกหนึ่งเกมสำคัญของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้ เพราะคืนนี้พวกเขามีคิวดวลกับ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ที่สังเวียนแข้ง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม และล่าสุด เดอะ ซัน สื่อชั้นนำของอังกฤษ ได้คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงของ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งต้องบอกเลยว่า เกมนี้กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา น่าจะจัดเต็ม ต่อให้ยังต้องเน้นหนักในเกม พรีเมียร์ลีก ก็ตาม (ระบบ 4-2-3-1)

 – ผู้รักษาประตู : เซร์คิโอ โรเมโร่
  ด้วยการที่โปรแกรมเกมลีกเหลืออีกแค่ 2 นัด ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ โซลชา จะเลือกใช้งานนายทวารมือหนึ่งอย่าง ดาบิด เด เคอา แต่ โรเมโร่ ได้ลงเฝ้าเสาในถ้วยนี้มาตลอดตั้งแต่รอบ 3 (รวม 5 เกม) ดังนั้น โซลชา ก็น่าจะให้โอกาสกับ นายประตูชาวอาร์เจนไตน์วัย 33 ปี ต่อไป 

 – กองหลัง : อารอน วาน-บิสซาก้า, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์
  เกมนี้ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายตัวหลัก จะไม่ได้ลงเล่น เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บ ดังนั้นเจ้าหนู วิลเลี่ยมส์ จะได้รับโอกาสแทน ส่วนคู่เซนเตอร์แบ็กคงหนีไม่พ้น แม็กไกวร์ กับ ลินเดอเลิฟ เช่นเดียวกับ วาน-บิสซาก้า ในตำแหน่งแบ็กขวา

 

 – คู่มิดฟิลด์ตรงกลาง : ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช
  ป็อกบา ได้สตาร์ตเป็นตัวจริงแน่นอน ส่วนคนที่จะเล่นอยู่ข้างๆ ดาวเตะเฟร้นช์แมนนั้น ตัวที่มีประสบการณ์สูงอย่าง มาติช น่าจะได้รับโอกาสก่อนแข้งพลังหนุ่มอย่าง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ หรือ เฟร็ด

 

 – สามตัวรุก : เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด
  บรูโน่ ลงสนามรับบทเป็นตัวสร้างสรรค์เกมเช่นเคย ขนาบข้างด้วยสองจอมพลิ้วอย่าง แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ถึงแม้ในรายของ "เจ้าไม้เขียว" ทำประตูไม่ได้มาสองเกมติดแล้วก็ตาม

 – หัวหอกตัวเป้า : อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
  โทษฐานที่ฟอร์มกำลังยอดเยี่ยม ดังนั้นในตำแหน่งหอกเป้าไม่น่าจะหนีพ้น มาร์กซิยาล ส่วน โอเดียน อิกาโล่ คงเป็นได้แค่ตัวทีเด็ดจากม้านั่งสำรอง

ผีเซ็งชวดขึ้นที่ 3 ! แมนยูแต้มหล่นโดนเซาธ์แฮมป์ตันไล่เจ๊าทดเจ็บ

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พลาดโอกาสขึ้น "ท็อปโฟร์" อย่างน่าเสียดายหลังฮึดรัวแซง เซาธ์แฮมป์ตัน แต่มาพลาดโดนตีเสมอช่วงทดเจ็บ 2-2 เก็บเพิ่ม 1 แต้มมี 59 คะแนนเท่า เลสเตอร์ แต่ประตูได้เสียเป็นรองรั้งอันดับ 5 เหมือนเดิม ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาทีม "ปีศาจแดง" โชว์ฟอร์มสุดฮอตชนะคู่ต่อสู้ด้วยระยะห่าง 3 ประตู มา 4 เกมติดต่อกัน นับเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก โดยเกมล่าสุดบุกถล่มแอสตัน วิลล่า ไป 3-0 และถ้าเข้าวินเกมนี้จะแซงหน้าเชลซีขึ้นไปอยู่อันดับท็อปโฟร์ได้ด้วย

    ทางด้าน  ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล พาทีม "นักบุญ" โชว์ฟอร์มสวยหรูเก็บ 7 แต้ม ใน 3 นัดล่าสุดด้วยการบุกชนะวัตฟอร์ด 3-1, ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (เหย้า) และเสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 (เยือน) ลอยลำกลางตารางสบายๆ

    5 นาทีผ่านเป็น "นักบุญ" ทักทายก่อนจากจังหวะของ แดนนี่ อิงส์ ถอยมาเก็บบอลทางฝั่งซ้ายก่อนยกต่อให้ ไรอัน เบอร์ทรานด์ สอดมาสุดเส้นก่อนตวัดเข้าในไปเข้ามือ ดาบิด เด เคอา

    นาทีที่ 10  "ปีศาจแดง" พลาดโกาสทองเป็น เจมส์ วอร์ด-เพราส์ จับบอลยาวโดน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ฉกบอลหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษแต่จังหวะยิงไปติดมือ อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ออกมาปิดมุมเซฟเอาไว้ได้

    2 นาทีต่อมากลายเป็น ทีมเยือน ทะยานออกนำจากความผิดพลาดของ ปอล ป็อกบา ติดประมาทโดน แดนนี่ อิงส์ ฉกบอลหน้าเขตโทษก่อนเป็น เนธาน เร้ดมอนด์ เก็บตกปาดไปเสาไกลให้ สจ๊วร์ตอาร์มสตรอง แต่งหนึ่งจังหวะซัดสวนตัว ดาบิด เด เคอา ไม่มีเหลือ

    นาทีที่ 15 เจ้าถิ่น หวิดตามตีเสมอจากบอลชิ่งของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แปะต่อให้ ลุค ชอว์ สอดมารับบอลแทงช่องให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ตามเช้าชาร์จส่งบอลลอดขา อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ซุกก้นตาข่ายแต่น่าเสียดายธงล้ำหน้าถูกยกไปก่อนแล้ว

    แฟนผีไม่ต้องรอนาน 5 นาทีต่อมาตามตีเสมอจนได้จากลูกครอสเข้าเขตโทษของ ปอล ป็อกบา โยนมาเข้าเท้า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เก็บบอลก่อนล้มตัวเขี่ยต่อให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สอดมาอัดด้วยซ้ายเสียบหน้าต่างเสาไกลงดงาม

    3 นาทีต่อมา "ปีศาจแดง" พลิกแซงขึ้นนำทันทีจากจังหวะสวนกลับบอลถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงเร็วให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดขึ้นมาทางซ้ายพาบอลตัดเข้าในก่อนตะบันด้วยขวาแสกหน้า อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ตุงตาข่ายเหนือชั้น

    นาทีที่ 28 เจ้าถิ่น บดอยู่ข้างเดียวเกือบหนีห่างออกไปจากจังหวะประสานงานของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไขว้จ่ายให้ ปอล ป็อกบา ตั้งป้อมหวดด้วยขวาบอลตกพื้นพุ่งตรงกรอบแต่ ล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ ปัดทิ้งออกมาได้

    อีก 5 นาทีต่อมา  "ปีศาจแดง" เครื่องติดทำชิ่งกันเนียนตาสุดท้ายเป็น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล รับบอลจาก บรูโน่ ก่อนตะบันด้วยซ้ายหน้าเขตโทษแต่กดไม่ลงเหินข้ามคานไม่ได้ลุ้น

    หมดครึ่งเวลาแรก แมนฯ ยูไนเต็ด 2 เซาธ์แฮมป์ตัน 1

    เปิดฉากครึ่งหลังได้ 5 นาที "นักบุญ" เร่งเครื่องทันทีพลาดโอกาสสำคัญจากลูกยิงของ เนธาน เร้ดมอนด์ รับบอลหน้าหัวกะโหลกก่อนแต่งหน้าช่องปั่นด้วยขวาหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 55 เจ้าถิ่น ตอบโต้ทันควันเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด ถอยลงมาเก็บบอลก่อนลองซัดไกลระยะร่วม 30 หลาบอลพุ่งแรงเกือบเบียดเสาแรกหลุดออกไปชนข้างหน้าต่างนิดเดียว

    ต่อมานาทีที่ 68 "ปีศาจแดง" พลาดโอกาสบวกสกอร์เพิ่มเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด รับบอลชิ่งจาก อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล หลุดเดี่ยวเข้าไปซัดจ่อๆติดบล็อค อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ เหินข้ามคานหลุดออกหลัง

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล โชว์ความสามารถเฉพาะตัวโซโล่คนเดียวจากครึ่งสนามหลอกผู้เล่น เซาธ์แฮมป์ตัน ทั้งแผงก่อนปั่นด้วยขวาบนเส้น 18 หลาข้ามคานออกไปไกล

    นาทีที่ 86 ทีมเยือน เกือบตามตีเสมอเป็น เนธาน เร้ดมอนด์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้ากรอบเขตโทษก่อนสับขาดึงจังหวะปั่นโค้งด้วยขวาติดปลายมือ ดาบิด เด เคอา ลอยตัวปัดทิ้งเหลือเชื่อ

     แต่แล้วช่วงทดเจ็บนาทีที่ 96 "นักบุญ" ตามตีเสมอจนได้จากลูกเตะมุมทางซ้ายบอลตกใส่หัว ยาน เบดนาเร็ค โขกเช็ดมาเสาไกลให้ ไมเคิล โอบาเฟมี่  ทิ้งตัวดีดเข้าไปไม่พลาด

    จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด 2 เซาธ์แฮมป์ตัน 2 ลูกทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เก็บเพิ่มได้เพียง 1 แต้มมี 59 คะแนนเท่า เลสเตอร์ แต่ประตูได้เสียเป็นรองรั้งอันดับ 5 เหมือนเดิม

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ (เบรนดอน วิลเลียมส์ น.75)- ปอล ป็อกบา (เฟร็ด น.63), เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ – ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, แจ็ค สตีเฟ่นส์, ยาน เบดนาเร็ค, ไรอัน เบอร์ทรานด์ – สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง (วิลเลียม สมอลโบน น.70), เจมส์ วอร์ด-เพราส์, โอริโอล โรเมอู, เนธาน เร้ดมอนด์ – เช อดัมส์ (เชน ลอง น.64), แดนนี่ อิงส์

ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล

ผู้ตัดสิน : เควิน คาวานาฟ

เปิดผลโหวตแฟนแมนยูอยากได้ใครมือ1ซีซั่นหน้า

เปิดผลโหวต แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อยากให้ใครเป็นมือ 1 ในซีซั่นหน้าระหว่าง ดาบิด เด เคอา, ดีน เฮนเดอร์สัน, เซร์คิโอ โรเมโร่ หรือซื้อคนใหม่ไปเลย

     แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำนวน 50.3 เปอร์เซ็นต์ โหวตเลือกให้ ดีน เฮนเดอร์สัน สมควรได้เป็นผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมในฤดูกาลหน้า ขณะที่ ดาบิด เด เคอา นายทวารสแปนิช เจ้าของตำแหน่งคนปัจจุบัน ได้ไปแค่ 38.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

    เด เคอา โดนตำหนิอย่างหนักว่าเล่นผิดพลาดบ่อยครั้งในช่วงหลัง รวมทั้งนัดล่าสุดที่แพ้ เชลซี 1-3 ตกรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ เฮนเดอร์สัน ไปทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการเฝ้าเสาให้กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แบบยืมตัว

ผลโหวตใครควรเป็นมือ 1 แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้าจากเว็บไซต์ เร้ดคาเฟ่ดอตเนต

1. ดีน เฮนเดอร์สัน         50.3 เปอร์เซ็นต์
2. ดาบิด เด เคอา          38.8 เปอร์เซ็นต์
3. ซื้อคนใหม่เข้ามา        7.2 เปอร์เซ็นต์
4. เซร์คิโอ โรเมโร่        3.7 เปอร์เซ็นต์

อดีตโค้ชมือกาวผีสวนคีนวิจารณ์เดเคอา

เอริก สตีล อดีตโค้ชผู้รักษาประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาสวนเสียงวิจารณ์ของ รอย คีน ที่มีต่อ ดาบิด เด เคอา

 อดีตกัปตันทีมปีศาจแดงจวกนายทาวารชาวสเปนว่าเป็นผู้รักษาประตูที่ได้รับการยกย่องเกินจริงหลังจากความผิดพลาดในเกมกับ สเปอร์ส ในเกมเปิดสนามหลังฟุตบอลกลับมาแข่งกันอีกครั้ง ซึ่งทาง  สตีล ที่เคยเป็นโค้ชให้ เด เคอา  ออกมาแสดงความคิดเห็นของตัวเองสวนกับ คีน

 "รอย คีน มีแนวของตัวเอง ซึ่งนั่นก็คือแนวของเขา, ในฐานะนักเตะ, ในฐานะโค้ช และสิ่งที่เขาทำในฐานะกูรู" สตีล กล่าว

 "รอย คีน เจ๋งมากสำหรับสกาย ทีวี,สิ่งที่ผมจะพูดก็คือผมจัดการกับสิ่งเหล่านี้แตกต่างโดยสิ้นเชิง, ดาบิด เด เคอา ไม่จำเป็นต้องให้ รอย คีน พ่นน้ำลายออกมาเพื่อให้เขารู้ว่าเขาทำพลาด"

 "ผมมองดูมันและผมจะพูดแบบเดียวกันแม้ว่าคนๆนั้นจะเป็น โจ ฮาร์ท, ทอม ฮีตัน, มาร์ท พูม ที่ ดาร์บี้ หรือ ลี แกรนท์ ที่ ดาร์บี้ ซึ่งตอนนี้อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด"

"ตอนนี้เขาลงเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 400 เกม เขาจะลงเล่นต่อไปในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า คุณไม่สามารถลงเล่นมากมายขนาดนี้ให้กับสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลกหากไม่มีของดี"

 "ใช่, เขาพลาดไปบ้าง แต่ถ้าคุณอยู้กับสโมสรมานาน 9 ปี, ปีเตอร์ ชไมเค่ล มาร่วมทีมตอนอายุ 28 ซึ่งเขาเจอช่วงเวลายากลำบากในสองเดือนแรก, 3 เดือน เช่นเดียวกับ ดาบิด"

 "ดาบิด อายุ 20 เท่านั้น (ตอนย้ายมา) ตอนนี้เจ้าอายุเกือบ 30 และเล่นมากกว่า 400 เกมสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คำตอบของผมคือการดูว่าเขาชนะอะไรมา เขามีส่วนร่วมกับอะไรมา, ใช่, เขารู้ว่าเขาผิดพลาดแต่สิ่งที่ผมรู้คือเขาไม่ตระหนก, ด้วยแคแร็กเตอร์, ความเยือกเย็น ไม่มีอะไรรบกวนเขา"

 "พนันได้เลยว่าเขาไม่แม้แต่จะดูทวิตเตอร์, คงมีคนส่งข้อความหาเขาทางทวิตเตอร์หรืออะไรก็ตาม, มันจะเข้าไปในหัวของเขา"

 "มันคือความกดดันที่ต้องทำงานภายใต้การทำงานกับผู้จัดการทีมที่แตกต่าง, โค้ชผู้รักษาประตู 5 คน, ดาบิด จะลุกขึ้นมาอีกครั้งและนั่นเป็นส่วนหนึ่งของแคแร็กเตอร์เขา"

 

สโคลส์แนะแมนยูควรซื้อตำแหน่งนี้ด่วน หากต้องการกลับมายิ่งใหญ่

พอล สโคลส์ ตำนานมิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแนะนำให้อดีตต้นสังกัดคว้านักเตะในตำแหน่งนี้ หากต้องการกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในอนาคต
    พอล สโคลส์ ตำนานมิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแนะนำให้อดีตต้นสังกัดคว้านักเตะในตำแหน่งเซ็นเตอร์เข้ามาอีกรายเพื่อมายืนเคียงข้าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เนื่องจากมองว่ากองหลังทีมชาติอังกฤษเป็นนักเตะที่ช้าเกินไป

    แม็กไกวร์ วัย 27 ปี ย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัวสถิติกองหลัง 80 ล้านปอนด์ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจช่วยให้แนวรับ "ปีศาจแดง" แข็งแกร่งมากขึ้น พร้อมกับได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่

    อย่างไรก็ตามเกมล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดรังถล่ม บอร์นมัธ 5-2 แม็กไกวร์ เพิ่งจะก่อความผิดพลาดด้วยการโดน จูเนียร์ สตานิสลาส แตะบอลลอดขาก่อนจะโซโล่เข้าไปยิงผ่าน ดาบิด เด เคอา เข้าประตูไป ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าตัวโดนวิจารณ์ในฤดูกาลนี้ และ สโคลส์ มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องรีบแก้ไขเพื่อกลับมาลุ้นประสบความสำเร็จอีกครั้ง

    "ช่องว่างบนอันดับตารางคะแนนตอนนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด กับทีมหัวตารางมันใหญ่มากๆ และชัดเจนว่าทุกคนได้เห็นคุณภาพกับขุนกำลังของ แมนฯ ซิตี้ กันหมดแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะอยู่ห่างไปเป็นล้านไมล์อะไรหรอกนะ, ผมรู้ว่าเรากำลังพูดถึงนักเตะใหม่ 4-5 คน แต่ผมคิดว่าแค่ 2-3 คนก็เพียงพอในตอนนี้" สโคลส์ กล่าวผ่านบีบีซี สื่ออังกฤษ

    "ผมคิดว่า วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ เล่นได้โอเคเลย แต่ผมมองว่า แม็กไกวร์ ยังขาดความเร็วไปในบางจังหวะ และถ้าพวกเขามีเซ็นเตอร์ที่มีอิทธิพลสูงยืนเคียงข้างอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ หรือ ยาป สตัม มันจะช่วยทีมได้เยอะมากๆ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมควรจะมองมาที่ตำแหน่งนี้ก่อนการซื้อกองหน้าฝีเท้าดีสักคน"

บรูโน่จ่าย2ยิง1-กรีนวู้ดเบิ้ล! แมนยูดุกระซวกบอร์นมัธไส้แตก แซงสิงห์ขึ้นท็อปโฟร์

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มโหดแม้จะโดนขึ้นนำไปก่อนแต่รัวคืนเป็นชุดเปิดรังถล่ม บอร์นมัธ 5-2 โดยเกมนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิง 1 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ ส่วนเจ้าหนู เมสัน กรีนวู้ด ไม่น้อยหน้ากด 2 ประตู ทำให้ "ปีศาจแดง" คว้าชัย 4 นัดรวดพร้อมแซง เชลซี ขึ้นไปรั้งที่ 4 ชั่วคราว ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่่ผ่านมา

    การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันที่ 4 กรกฏาคม 2563 ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ บอร์นัธ

    เกมนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ของกุนซือ โอเล่กุนนาร์ โซลชา กำลังรั้งอันดับ 5 ของตารางต้องการคว้า 3 แต้มเพื่อแซง เชลซี ขึ้นไปรั้งที่ 4  ส่งตัวหลักลงสนามครบครันแนวรับมี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ลงคุมเกมรับเช่นเดิม ส่วนแนวรุกมี ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาคัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู๊ด คอยทำเกมสนับสนุน อ็องโตนี่ มารกซิยาล กองหน้าตัวเป้า

    ส่วน บอร์นมัธ ของกุนซือ เอ็ดดี้ ฮาวล์ พาทีมเดอะ เชอร์รี่ส์แพ้ 3 เกมรวดในการรีสตาร์ต และกำลังต้องดิ้นรนหนีตกชั้นอย่างหนักหลังรั้งรองบ๊วยของตาราง เกมนี้ส่ง โจชัว คิง ลงล่าตาข่ายคู่กับ โดมินิค โซลันกี้

    เปิดฉากครึ่งแรกมาเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ครองเกมได้เหนือกว่าตามคาด และได้ขึงบุกใส่อยู่ฝ่ายเดียว และมาได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ มาคัส แรชฟอร์ด วางบอลยาวให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส หลุดเข้าเขตโทษพยายามกระดกบอลหนี อารอน แรมส์เดล ที่ออกมาตัดบอลแต่บอลเหินข้ามคานออกไป ใน นาทีที่ 10

    หลังโดนบุกใส่อยู่นาน แต่ บอร์นมัธ กลับมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากโอกาสครั้งแรกของเกม เมื่อ จูเนียร์ สตานิสลาส แตะบอลลอดขา แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ก่อนจะหลุดไปซัดจ่อๆบอลเสียบเสาสองเข้าไปอย่างสวยงาม ใน นาที 16

    สามนาทีให้หลัง แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบตามตีเสมอแบบทันควันจากการซัดฟรีคิกของ มาคัส แรชฟอร์ด แต่ อารอน แรมส์เดล บินปัดออกหลังไปแบบหวุดหวิด

    จนกระทั่ง นาที 29 "ปีศาจแดง" ตามตีเสมอ 1-1 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายไปกราบซ้ายให้ เมสัน กรีนวู๊ด หลุดไปตะบันเต็มข้อด้วยซ้าย อารอน แรมส์เดล พยายามพุ่งปัดแต่ไม่อยู่บอลเข้าประตูไป

    อย่างไรก็ดี นาที 34 อดัม สมิธ แนวรับ บอร์นมัธ ไปทำแฮนด์บอลในเขตโทษผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที ก่อนจะเป็น มาคัส แรชฟอร์ด ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาดให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกกลับมานำ 2-1

    เท่านั้นไม่พอช่วงทดเจ็บ นาที 45+3 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลากจากซ้ายตัดเข้าในแล้วปั่นโค้งๆบอลเสียบเสาสองอย่างสุดสวยทำให้ จบครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำห่าง 3-1

    ครึ่งหลังเล่นมาได้ 2 นาที บอร์นมัธ เกือบจะได้ประตูไล่มาเมื่อ จูเนียร์ สตานิสลาส ตามซ้ำดาบสองบอลไปชนเสากระดอนออกมา ก่อนที่จังหวะต่อมาทีมเยือนจะมาได้จุดโทษจากจังหวะที่ เอริค ไบยี่ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาครึ่งหลังไปทำแฮนด์บอลในเขตโทษผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์ยืนยันคำตัดสิน แล้วเป็น โจชัว คิง ที่รับหน้าที่สังหารเข้าไปให้ บอร์นมัธ ไล่มาเป็น 2-3

    จากนั้น นาที 51 บอร์นมัธ หวิดได้ประตูตามตีเสมอ ดานจูม่า บอร์นมัธ หลุดเดี่ยวไปซัดตุงตาข่ายแต่ถูกจับล้ำหน้าไปก่อน

    จน นาที 54 เมสัน กรีนวู้ด ใช้ความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงหลบแนวรับ บอร์นมัธ แล้วซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาสองเข้าประตูไปแบบงามหยด ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำเป็น 4-2

    นาที 60 "ปีศาจแดง" ได้ประตูที่ 5 จากการลูกยิงฟรีคิกของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิงหนีกำแพงบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไป 

    ช่วงเวลาที่เหลือ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเป็นฝ่ายบุกใส่อยู่ฝ่ายเดียว และมาลุ้นปิดท้ายจากลูกยิงหน้าเขตโทษของ เฟร็ด ตัวสำรอง อารอน แรมส์เดล พุ่งปัดออกไปได้อีก 

    หลังจากนั้นไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด ถล่ม บอร์นมัธ 5-2 แซง เชลซี ขึ้นไปรั้งอันดับ 4 ชั่วคราว 
     
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์, ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

    บอร์นมัธ : อารอน แรมส์เดล, อดัม สมิธ, นาธาน อาเก้, ลอยด์ เคลลี่, ดีเอโก้ ริโก้, เดวิด บรู๊คส์, ลูอิส คุ้ก, เจฟเฟร์ซอน เลร์ม่า, จูเนียร์ สตานิสลาส, โจชัว คิง, โดมินิก โซลันกี้

 

คีนเซฟได้หรือเปล่า?โซลชาออกโรงป้องเดเคอาหลังโดนเฉ่งหนัก

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด กางปีกป้อง ดาบิด เด เคอา อย่างเต็มที่ หลังจากที่ เด เคอา โดน รอย คีน เฉ่งอย่างหนัก โดยบอกว่า คีน เองก็คงเซฟชอตดังกล่าวไม่ได้เหมือนกัน พร้อมบอกว่าที่จริง เด เคอา ก็ผิดหวังกับจังหวะนั้นเช่นกัน

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวปกป้อง ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช หลังจากที่ รอย คีน ตำนานกองกลาง "ปีศาจแดง" ตำหนิ เด เคอา อย่างรุนแรงจากการที่มีส่วนทำให้ทีมเสียประตู ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ทีมของ โซลชา บุกไปเสมอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 ที่สนาม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    นัดดังกล่าวเป็นเจ้าถิ่นที่ขึ้นนำก่อนจากลูกยิงของ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น ซึ่งที่จริงตอนนั้นดาวเตะชาวดัตช์ยิงมาตรงตัว เด เคอา แต่นายทวารของทีมเยือนรับไม่อยู่จนทำให้บอลเข้าประตูไป แต่หลังจากนั้น เด เคอา ก็เซฟชอตของ ซน ฮึง-มิน เพื่อเป็นการแก้ตัวได้ ก่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะตีเสมอได้จากลูกจุดโทษของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในนาทีที่ 81 อย่างไรก็ตาม ความผิดพลาดของ เด เคอา ทำให้ คีน โมโหมากๆ จนถึงขั้นบอกว่า เด เคอา โดนยกยอเกินความเป็นจริง

    โซลชา เผยว่า "ผมเองก็ผิดหวังที่พวกเขาทำประตูได้จากโอกาสครั้งแรกในเกมนี้ของพวกเขาน่ะนะ และเด็กคนนั้น (เบิร์กไวจ์น) ก็ยิงได้ดีมากๆ ด้วย รอย เองเป็นมิดฟิลด์ที่ยอดเยี่ยม เขาเป็นเพื่อนที่ดีของผม และผมก็ไม่มั่นใจว่าถ้าเป็นเขาแล้วเขาจะเซฟลูกยิงลูกนั้นได้รึเปล่า"

    "ดาบิด ผิดหวังกับจังหวะนั้นมากๆ แต่บอลมันส่ายไปมาในอากาศ ที่จริงเราเองก็ตอบสนองได้ดีหลังจากที่เสียลูกนั้นไปแล้ว และเขาก็เซฟได้ดีในอีก 5 นาทีหลังจากนั้น มันมีช่วง 10 นาทีที่เราเล่นได้แย่ และพวกเขาก็ดูเหมือนว่ามีโอกาสที่จะทำลูกที่สองได้ด้วย"

ถึงเวลา “ลินการ์ด” โชว์ของ!คาดการณ์ 11 ตัวจริงแมนยูเกมฟัดนอริชศึกเอฟเอคัพ

  

 สุดสัปดาห์นี้เปลี่ยนโหมดจากศึก พรีเมียร์ลีก มาเป็นถ้วย เอฟเอ คัพ กันบ้าง ซึ่งคืนวันเสาร์นี้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมลงเตะรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยจะบุกไปเยือน นอริช ซิตี้ ที่สังเวียนแข้ง แคร์โรว์ โร้ด ซึ่งแน่นอนว่า กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะมีการปรับทัพหลายตำแหน่งเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับชุดที่ใช้ลงเตะเกมลีกนัดที่เปิดบ้านอัด เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-0 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และนี่คือโฉมหน้า 11 ผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่คาดว่าจะถูก โซลชา ส่งลงสนามตั้งแต่วินาทีแรกคืนนี้ (ระบบ 4-2-3-1) โดยอ้างอิงจาก Express สื่อดังอังกฤษ

 – ผู้รักษาประตู : เซร์คิโอ โรเมโร่

    เกมนี้น่าจะเป็นอีกครั้งที่นายทวารมือสองอย่าง โรเมโร่ ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงแทน ดาบิด เด เคอา ในบอลถ้วย ซึ่งก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไรมาก เพราะ โรเมโร่ มักจะทำผลงานได้ดีเสมอเมื่อได้รับโอกาส แถมระยะหลัง เด เคอา ฟอร์มไม่ค่อยดีด้วย ดังนั้นเกมนี้ได้พักบ้างก็ดี

 

 

 – แนวรับ : อารอน วาน-บิสซาก้า, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, เอริค ไบยี่, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์

    เกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงนี้กำลังเข้าที่เข้าทาง และเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง โดยเพิ่งเสียแค่ 3 ประตูเท่านั้น จาก 13 เกมหลังสุด แต่ถึงกระนั้นเกมนี้ โซลชา ก็น่าจะมีการปรับทัพบ้าง โดยให้ ไบยี่ กับเจ้าหนู วิลเลี่ยมส์ สตาร์ทเป็นตัวจริงแทน วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ ลุค ชอว์ แต่จะคงไว้ซึ่งตัวหลักอย่าง แม็กไกวร์ และ วาน-บิสซาก้า

 

 

 – กองกลางตัวรับ : สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด


    แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด คงจะได้สตาร์ทเป็นตัวจริง หลังจากที่ทั้งคู่เป็นแค่ตัวสำรองในเกมเมื่อคืนวันพุธ เพื่อเป็นการเปิดทางให้ เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้พักบ้าง

 

 

– สามตัวรุก : แดเนี่ยล เจมส์, เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด

    แรชฟอร์ด น่าจะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงทางฝั่งซ้ายเหมือนเดิม โดยที่ฝั่งขวาจะเป็น เจมส์ ที่ได้คืนตัวจริงอีกครั้ง ส่วนกลางรุกเกมนี้น่าจะเป็น ลินการ์ด ที่ได้ลงโชว์ฝีเท้าตั้งแต่วินาทีแรก ตามที่ โซลชา ได้แย้มเอาไว้

 

 

 – หัวหอกตัวเป้า : โอเดียน อิกาโล่

    แม้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เพิ่งกดแฮตทริกได้ในเกมยำ "ดาบคู่" แต่เกมนี้ อิกาโล่ น่าจะได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงแทน หลังจากที่ หัวหอกชาวไนจีเรียวัย 31 ปี เพิ่งได้โชว์ฝีเท้าในสนามรวมแค่ 22 นาทีเท่านั้น (12 นาทีในเกมกับ สเปอร์ส และ 10 นาทีในเกมกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด) นับตั้งแต่รีสตาร์ทซีซั่น 

มาร์กซิยาลคมกริบ! ตัดเกรดแข้งแมนยูฟอร์มหรูนัดถล่มเชฟฯยู

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาโชว์ฟอร์มสุดหรูด้วยการถล่มคู่แข่งลุ้นพื้นที่ฟุตบอลยุโรปอย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ถึงสามประตู ถือเป็นเกมที่ "ปีศาจแดง" เหนือกว่าทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการครองบอลหรือโอกาสทำประตู เกมนี้มีนักเตะหลายคนทำผลงานได้ดีแต่มีหนึ่งแข้งที่คว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปด้วยคะแนนถึง 9 แต้ม เราไปดูผลสอบของนักเตะ "ผีแดง" กันเลย
ดาบิด เด เคอา 6

    เกมนี้โดนจับตามองเป็นพิเศษ​ แต่แทบไม่ได้ทำอะไรตลอดเกม ลูกยิงตรงกรอบหนึ่งครั้งของ เชฟฯยู ก็รับสบายๆ

อารอน วาน-บิสซาก้า 7

    เรื่องเกมรับไม่ได้เจองานยากเท่าไหร่ แต่เป็นนัดที่เขาโชว์ฟอร์มโดดเด่นมากในเกมรุก ทำแอสซิสต์ให้ มาร์กซิยาล ยิงประตู เปิดบอลเข้าในได้ลุ้นหลายจังหวะ มีพัฒนาการในการเติมเกมบุกมากขึ้น

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ 7

    เป็นเกมที่สบายๆเพราะแนวรุกเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด สร้างอันตรายไม่ได้เลย เคลียร์บอลไปมากถึง 7 ครั้ง เก็บคลีนชีทได้สำเร็จ

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 7

    เป็นอีกคนที่โดนวิจารณ์หนักเมื่อเกมที่แล้ว แต่นัดนี้อ่านเกมยอดเยี่ยม เก็บคลีนชีทได้ มีโอกาสได้โขกตุงตาข่ายแต่น่าเสียดายที่ทำฟาวล์ก่อน

ลุค ชอว์ 7

    เติมเกมรุกอย่างเมามันส์ถึงหน้าประตูคู่แข่งเลยก็ว่าได้ จนต้องมีตัดฟาวล์และโดนใบเหลือง จังหวะจับบอลและจ่ายบอลดูมีความมั่นใจ เปอร์เซ็นต์จ่ายบอลแม่นยำถึง 94.5%

เนมานย่า มาติช 8

    เป็นหัวใจหลักในแดนกลาง มีความนิ่ง จ่ายบอลง่ายๆ ดักบอลและเก็บบอลแบบอยู่หมัด  เล่นเนียนตาสุดๆ คอยเชื่อมบอลขึ้นแดนหน้าตลอด

ปอล ป็อกบา 7.5

    ออกสตาร์ทตัวจริงครั้งแรกในปีนี้ พร้อมกับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม บอลแดนกลางไหลลื่นมาก สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมไปถึง 4 ครั้ง และเลี้ยงผ่านคู่แข่งอีก 5 ครั้ง

เมสัน กรีนวู้ด 6.5

    อาจจะไม่ได้มีอิมแพ็คกับเกมมากแต่ยังมีส่วนร่วมกับเกมรุกอยู่ตลอด เป็นคนที่มีโอกาสยิงมากที่สุดในเกมนี้ 5 ครั้ง

บรูโน่ แฟร์นันด์ส 8

    ยังโชว์ฟอร์มได้ดีต่อเนื่อง ประสานงานกับแดนหน้าได้เพลินตา ส่วนการเล่นกับคู่หูอย่าง ปอล ป็อกบา ก็เริ่มลงตัวมากขึ้น มีส่วนสำคัญกับการได้ประตูที่ 2 และ 3

มาร์คัส แรชฟอร์ด 7

    มีโอกาสทองทำประตูอยู่ 2-3 ครั้งแต่ทำพลาดหมด เหมือนจะยังไม่ฟิตนับตั้งแต่หายเจ็บกลับมา แต่ยังประสานงานกับ มาร์กซิยาล แบบรู้ใจและยังทำสองแอสซิสต์ในเกมนี้

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 9

    หลังจากนัดที่แล้วฟอร์มเงียบหายไป นัดนี้ก็กลับมาโชว์ฟอร์มสุดติ่งด้วยกันทำแฮตทริก จังหวะจบสกอร์ถือว่าคมมากๆ โดยเฉพาะลูกชิพบอลเข้าอย่างเหนือในประตูที่ 3 เรียกความมั่นใจให้เจ้าตัวเป็นอย่างดี

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

โอเดียน อิกาโล่ 6 (ลงมาแทน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น.80)

    ลงมาแล้วมีโอกาสทองอยู่ 2 ครั้ง น่าเสียดายทำประตูไม่ได้

อันเดรียส เปเรยร่า 6 (ลงมาแทน ปอล ป็อกบา น.80) – ไม่มีบทบาทมากนัก

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ 6 (ลงมาแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส น.80) – ไม่มีบทบาทมากนัก

แดเนี่ยล เจมส์ 6 (ลงมาแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด น.80) – ไม่มีบทบาทมากนัก

ฆวน มาต้า 6 (ลงมาแทน เมสัน กรีนวู้ด น.80) – ไม่มีบทบาทมากนัก