รายใหม่!ลิเวอร์พูลเล็งกองหลังดาวรุ่งไบรท์ตันฯ

ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อท้องถิ่นของอังกฤษ ระบุ ลิเวอร์พูล สนใจดึง เบน ไวท์ กองหลังอนาคตไกลของ ไบรท์ตันฯ ไปร่วมทัพ หลังจากจำเป็นต้องเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก

    ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัว เบน ไวท์ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน มาร่วมทัพ ตามรายงานของ ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อชื่อดังประจำย่านเมอร์ซี่ย์ไซด์

    แม้ว่าขุมกำลังตัวจริงในตอนนี้ของ ลิเวอร์พูล จะแข็งแกร่งอย่างมาก แต่หลายคนมองว่าพวกเขายังจำเป็นต้องเพิ่มตัวเลือกเข้าไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง หลังจากที่ขาย เดยัน ลอฟเรน ให้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ไปเมื่อก่อนหน้านี้

    สำหรับ ไวท์ นั้น แม้ว่าจะไม่ได้เป็นกำลังหลักของ ไบรท์ตันฯ แต่ฤดูกาล 2019-20 เขาไปเล่นให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว และเป็นกำลังสำคัญของที่นั่นจนช่วยให้ "ยูงทอง" ได้แชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ พร้อมกับได้เลื่อนชั้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นหน้า ซึ่ง ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ บอกว่า ลิเวอร์พูล ส่งแมวมองไปดูฟอร์มของ ไวท์ ตลอดช่วงซีซั่นล่าสุด และประทับใจกับผลงานของเขามากๆ โดยนอกจากจะเป็นเซนเตอร์แบ็กแล้วนั้น ในฤดูกาล 2019-20 ไวท์ ยังเคยเล่นเป็นกองกลางตัวรับด้วย

ชวนมาอยู่ด้วยดีไหม! “ลอฟเรน” เฟซไทม์ถวิลหาซาลาห์

เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เผยคลิประหว่าง เดยัน ลอฟเรน ที่พูดคุยกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ผ่านเฟซ ไทม์ หลังจากที่ ดาวเตะชาวโครแอต เดินทางมายังดินแดนหมีขาว โดยงานนี้ทั้งคู่ยังคงผูกพัน และแสดงให้เห็นถึงความเป็นคู่ซี้ไม่เสื่อมคลาย
               เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังมากประสบการณ์ ยังคงคิดถึงเพื่อนรัก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกจอมถล่มประตู "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ด้วยการเฟซ ไทม์ ไปหา "บังโม" ในขณะที่กำลังเดินทางไปที่ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ต้นสังกัดใหม่ในประเทศรัสเซีย

              "เดอะ เร้ดส์" ตัดสินใจขาย เซนเตอร์แบ็กชาวโครเอเชีย ให้กับ เซนิต ด้วยสนนราคา 11 ล้านปอนด์ (ราว 418 ล้านบาท) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่นักเตะอยู่รับใช้ยอดทีมแห่งถิ่นแอนฟิลด์ เป็นเวลา 6 ปี และประสบความสำเร็จมากมายโดยเฉพาะการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

              แม้ว่าตอนนี้ ดาวเตะวัย 31 ปี ได้เดินทางไปอยู่ในดินแดนหมีขาวแล้ว แต่ความผูกพันระหว่างเขากับ ซาลาห์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคู่ซี้ "หงส์แดง" ยังคงไม่เสื่อมคลาย ล่าสุดทวิตเตอร์ของ เซนิต ได้โพสต์วีดิโอคลิประหว่างทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในขณะที่ ลอฟเรน กำลังนั่งอยู่ในรถ

             บทสนทนาบางส่วนของทั้งคู่ผ่านเฟซ ไทม์ โดย ลอฟเรน กล่าวกับ "บังโม" ว่า "ว้าวว…ทรงผมใหม่เท่ไม่หยอก" ขณะที่ ซาลาห์ ตอบกลับมาว่า "ขอบคุณ ทรงนี้เท่กว่าของนายอีก"

             จากนั้น ดาวเตะรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 กล่าวต่อไปว่า "ฉันมาถึงแล้ว และเพิ่งออกจากสนามบิน มีแฟนบอลมาต้อนรับฉันด้วย และฉันยังได้เห็นหมีอยู่ด้านหลังด้วย มันบ้าบอที่สุด ! ฉันก็เลยถามไปว่า -ที่นี่เป็นสวนสัตว์ หรืออะไรกันเนี่ยะ ?- พวกเขาก็ตอบว่า -ไม่มีอะไรต้องกังวล หมีพวกนี้มันเป็นมิตรกับมนุษย์-"

 

ลือหึ่งลิเวอร์พูลใกล้บรรลุข้อตกลงคว้ามานดี้

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี และ ฮาฟิด แดร์ร๊าดฌี่ อดีตแข้งทีมชาติแอลจีเรีย รายงานตรงกันว่า ลิเวอร์พูล จ่อได้ตัว ไอส์ซา มานดี้ ปราการหลัง เรอัล เบติส แล้ว โดยรายของ แดร์ร๊าดฌี่ บอกว่าตอนนี้ติดแค่รายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น
    ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงคว้าตัว ไอส์ซา มานดี้ กองหลังชาวแอลจีเรียมาจาก เรอัล เบติส ได้แล้ว ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดี และ ฮาฟิด แดร์ร๊าดฌี่ อดีตดาวเตะทีมชาติแอลจีเรียที่ตอนนี้ทำงานให้ บีอิน สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อก้อง

    "หงส์แดง" ตกเป็นข่าวกับกองหลังหลายรายในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ เดยัน ลอฟเรน ย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่อนาคตของ โฌแอล มาติป ก็ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หลังจากมีข่าวลือว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อยากได้เขาไปร่วมทัพ

    ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวกับ มานดี้ ครั้งแรกเมื่อไม่กี่วันก่อน แต่ความคืบหน้ามันเป็นไปด้วยดีมากๆ จนตอนนี้ใกล้ที่จะปิดดีลกันได้แล้ว โดยถึงแม้ เดอะ มิร์เรอร์ จะไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดมากนัก แต่รายของ แดร์ร๊าดฌี่ ถึงขั้นแจ้งข่าวลง ทวิตเตอร์ เป็นภาษาอาหรับเลยว่าตอนนี้ติดแค่เรื่องรายละเอียดนิดหน่อย "ดาวเตะชาวแอลจีเรีย ไอส์ซา มานดี้ ซึ่งตอนนี้อยู่กับ เบติส ใกล้ที่จะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล แล้ว ตอนนี้ติดปัญหาเพียงรายละเอียดเล็กน้อยเท่านั้น"

    ในเรื่องของค่าตัวนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า ลิเวอร์พูล ยื่นเงินไป 9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 360 ล้านบาท) แต่ เบติส ขอเพิ่ม 1.8 ล้านปอนด์ (ประมาณ 72 ล้านบาท) โดยที่จริง เบติส ตั้งค่าฉีกสัญญาของแข้งวัย 28 ปีเอาไว้ที่ 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) แต่ก็ยอมลดค่าตัวลงมาให้เพราะ มานดี้ เหลือสัญญากับทีมไม่ถึง 1 ปีเต็มแล้ว

เดอะค็อปว่าไง?เปแอสเชเล็งซิว1แข้งลิเวอร์พูล

คิก442 สื่อของประเทศแคเมอรูน และ ฟุต แมร์คาโต้ สื่อของฝรั่งเศส ระบุ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สนใจดึง โฌแอล มาติป ปราการหลัง ลิเวอร์พูล ไปเป็นตัวแทนของ ติอาโก้ ซิลวา โดยทั้ง โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือ "เปแอสเช" และ เลโอนาร์โด้ ผอ.กีฬา ปารีสฯ ต่างก็ชอบฝีเท้าของเขามากๆ

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส กำลังคิดที่จะคว้าตัว โฌแอล มาติป กองหลัง ลิเวอร์พูล ไปร่วมทัพ ตามรายงานของ คิก442 สื่อของประเทศแคเมอรูน และ ฟุต แมร์คาโต้ สื่อของแดนน้ำหอม

    "เปแอสเช" ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเสริมทัพในตำแหน่งกองหลังตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ ติอาโก้ ซิลวา กองหลังชาวบราซิเลียนเตรียมที่จะแยกทางกับทีมแบบไร้ค่าตัวทันทีที่สัญญาของเขากับทีมสิ้นสุดลงหลังหมดเดือนสิงหาคมนี้ โดยที่จริง ซิลวา ต้องหมดสัญญากับทีมไปแล้ว แต่มันก็มีการขยายสัญญาเป็นกรณีพิเศษหลังจากเกิดปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้ ปารีสฯ ยังเหลือโปรแกรมให้ลงเล่นอยู่

    ทั้งนี้ สื่อระบุว่าทั้ง โธมัส ทูเคิ่ล เทรนเนอร์ ปารีสฯ และ เลโอนาร์โด้ ผู้อำนวยการกีฬาของทีมต่างก็ชอบฝีเท้าของ มาติป มากๆ แต่ทีมดังของฝรั่งเศสก็น่าจะเจองานยากพอตัวในการล่าอดีตดาวเตะทีมชาติแคเมอรูนไปร่วมทัพ เพราะเขายังเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2024 และตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก็ไม่อยากขายเซ็นเตอร์แบ็กมากเท่าไหร่ หัลงจากเพิ่งปล่อย เดยัน ลอฟเรน ให้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อไม่นานมานี้

ลิเวอร์พูลใช้ไม้เด็ดทำนาโปลียอมปล่อย “คูลิบาลี่”

สื่ออิตาลี เผย ลิเวอร์พูล มีไม้เด็ดล้ม "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการกระชากตัว คาลิดู คูลิบาลี่ มาร่วมทัพ ด้วยการยื่นข้อเสนอด้วยจำนวนเงินก้อนโตบวกกับใส่ชื่อ เดยัน ลอฟเรน เข้าไปด้วย ซึ่งงานนี้ มีสิทธิ์ที่ นาโปลี อาจจะใจอ่อนยอมปล่อยตัวไปอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์

    ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/2020 มีโอกาสที่จะตัดหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการคว้าตัว คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งจากสโมสรนาโปลี โดยหวังใช้ข้อเสนอเด็ดใส่ชื่อ เดยัน ลอฟเรน กองหลังจอมเก๋า เป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอการซื้อตัว

    ตุ๊ตโต้สปอร์ต สื่อดังในประเทศอิตาลี รายงานว่า "เดอะ เร้ดส์" มีโอกาสที่จะไม่ต้องควักกระเป๋าสูงถึง 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท) ในการซื้อตัว กองหลังจอมแกร่งชาวเซเนกัล มาร่วมทีม เนื่องจากพวกเขาจะใช้ ลอฟเรน วัย 30 ปี ที่ได้ลงเล่นเกมลีกเมืองผู้ดีเพียง 10 แมตช์ในซีซั่นนี้และเหลือสัญญาเพียง 1 ปี บวกกับเงินก้อนหนึ่งเพื่อให้ นาโปลี พิจารณา

    ก่อนหน้านี้ ออเรลิโอ ลอเรนติส ประธานสโมสร "อัซซูร่า" ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าพวกเขาพร้อมปฏิเสธข้อเสนอที่น้อยกว่า 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,280 ล้านบาท) ในการสู่ขอ คูลิบาลี่ อย่างไรก็ตามในส่วนของนักเตะสนใจอยากทำงานร่วมกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำให้เขาต้องการโบกมือลา นาโปลี

    สำหรับ ลิเวอร์พูล มีความต้องการอยากได้ตัว คูลิบาลี่ มายืนเป็นเซนเตอร์แบ็กคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ อย่างมาก และเชื่อมั่นว่า นาโปลี คงจะขายนักเตะให้กับ "เดอะ เร้ดส์" หากยื่นเงินพร้อมกับ ปราการหลังทีมชาติโครเอเชีย ชุดรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ให้กับพวกเขา

5 แข้งเป้าหมาย เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องได้ตัวมาเล่นให้ ลิเวอร์พูล

เจอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะวาง ติโม่ แวร์เนอร์ เอาไว้เป็นเป้าหมายอันดับ 1 ในตลาดนักเตะช่วงปิดฤดูกาลนี้ ทว่าจากข่าวล่าสุด ศูนย์หน้าทีมชาติเยอรมนี น่าจะเลือก เชลซี ไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีแข้งอีกหลายรายที่เตรียมตบท้ายย้ายมายัง ลิเวอร์พูล

        โดยรายงานล่าสุดได้ระบุว่า ทางด้าน นายใหญ่ชาวเยอรมัน ได้เตรียมที่จะปล่อยผู้เล่นอย่างน้อย ๆ 6 รายออกไปหลังจาก โปรแกรมบอล พรีเมียร์ลีก ปิดลง เพื่อหาทุนมาเพิ่มในการออกล่าผู้เล่นอย่าง อดาม่า ตราโอเร่ และ รูเบน เนเวส 2 แข้งวูล์ฟ อย่างจริงจัง นอกจากนั้นยังมีเป้าหมายเดิมพ่วงมาอยู่ด้วย

5 นักเตะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการได้ตัวมาร่วมทีม

1) อดาม่า ตราโอเร่ – วูล์ฟ

       ปีกนักกล้ามสแปนิช จัดว่ามีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับ วูล์ฟ หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ โดยเจ้าตัวพัฒนาร่างกายจนแข็งแกร่งแถมสปีดก็ยังไม่ลดลงอีกด้วย ซึ่ง JK มองว่า ตราโอเร่ จะสามารถเข้ามาเติมเต็มเกมรุกของเขาได้อย่างแน่นอน

ผลงานในฤดูกาลนี้ – 43 นัด 6 ประตู

2) รูเบน เนเวส – วูล์ฟ

       เครือข่ายเดียวกับรายด้านบน ทว่า รูเบน เนเวส นั้นเคยตกเป็นข่าวว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ชื่นชอบเขามานานแล้ว ตั้งแต่สมัยยังอยู่กับ ปอร์โต้ เพียงแต่ว่ากำลังรอดูพัฒนาการเท่านั้นเลยยังไม่เกิดดีลขึ้น และในตอนนี้ กองกลางโปรตุกีส ก็ถือว่าพัฒนาตัวเองมาได้ในทุก ๆ ปี จนก้าวขึ้นไปติดทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่ แถมฟอร์มกับวูล์ฟก็ถือว่าจัดจ้านทีเดียว

ผลงานในฤดูกาลนี้ – 43 นัด 4 ประตู

3) วิคเตอร์ โอซิมเฮน – ลีลล์

       หลังจากทำผลงานในการยืมตัวกับ ชาเลอรัว ในเบลเยียมได้เป็นอย่างดี ลีลล์ ก็เลยขอปิดดีลกับทาง โวล์ฟบวร์ก แล้วดึงตัวมาร่วมทีมทันที และเพียงแค่ปีแรก ดาวรุ่งทีมชาติไนจีเรีย ก็กลายเป็นที่สนใจของบรรดาพี่บิ๊กทั่วยุโรปได้ในบัดดล หลังกระทุ้งประตูในลีกเป็นว่าเล่น ซึ่งจากการที่ JK พลาดการได้ตัว ติโม่ แวร์เนอร์ ไปค่อนข้างแน่แล้วนั้น โอซิมเฮน น่าจะตอบโจทย์ก็ได้

ผลงานในฤดูกาลนี้ – 38 นัด 18 ประตู

4) ดีเอโก้ คาร์ลอส – เซบีย่า

       กองหลังเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่ ลิเวอร์พูล ต้องการ เนื่องจากว่า เดยัน ลอฟเรน น่าจะย้ายทีมแน่ ๆ หลังจบฤดูกาลนี้ หลังมีข่าวว่า ลาซิโอ พร้อมเอาไปชุบเลี้ยง โดย แนวรับชาวบราซิเลียน นับว่าทำผลงานให้กับ เซบีย่า ได้อย่างยอดเยี่ยมทีเดียว

        แม้ว่าเพิ่งจะย้ายเข้ามาเป็นฤดูกาลแรก โดยเจ้าตัวอาจจะยังมีข้อเสียบ้างเล็กน้อยเรื่องการเข้าบอล แต่หากได้จับคู่กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค อาจจะช่วยให้เลเวลอัปได้ไม่ยาก

ผลงานในฤดูกาลนี้ – 24 นัด 2 ประตู

5) ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

       อดีตนักเตะผู้ที่ร้องห่มร้องไห้อย่างหนัก หลังจาก ลิเวอร์พูล ปฏิเสธที่จะขายเขาให้กับ บาร์เซโลนา ในรอบแรก แต่สุดท้ายก็ได้ย้ายสมใจ แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ และถูกปล่อยยืมให้ บาเยิร์นฯ ใช้งานในที่สุด แต่พี่เสือเองก็ไม่ต้องการซื้อขาดเพราะฟอร์มไม่คงเส้นคงวา จนสุดท้ายตกเป็นข่าวอยากย้ายกลับมา พรีเมียร์ลีก โดยมีทั้ง เชลซี, แมนยู, สเปอร์ส และอาร์เซนอล ให้ความสนใจ

        แต่ล่าสุดเอเย่นต์ส่วนตัวออกมาบอกว่า ตัวนักเตะอยากกลับแอนฟิลด์มากกว่า และดูเหมือน คล็อปป์ เองก็พร้อมให้โอกาสอดีตลูกทีมอีกรอบเช่นกัน

ผลงานในฤดูกาลนี้ – 32 นัด 9 ประตู

        ทั้งนี้ หลังจบฤดูกาล อดัม ลัลลาน่า จะย้ายออกแน่ ๆ หลังหมดสัญญา ส่วน เซอร์ดาน ชากิรี่ ก็น่าจะย้ายออกเช่นกัน หลังหมดเวลาไปกับการเป็นตัวสำรอง และบาดเจ็บ เช่นเดียวกับอีก 2 แข้งตัวยืมอย่าง แฮร์รี่ วิลสัน กับ มาร์โก กรูยิช ขณะที่ ดิว็อค โอริกี้ ก็น่าจะถูกจำหน่ายออกไปเช่นกัน

ลอฟเรนทำเหนื่อย! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกเสมอเอฟเวอร์ตัน

ลิเวอร์พูล ประเดิมนัดรีสตาร์ทด้วยการบุกเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ถือเป็นเกมที่นักเตะ "หงส์แดง" ยังเครื่องไม่ร้อน ส่วนหนึ่งมาจากความฟิตยังไม่เต็มร้อยและขาดนักเตะตัวหลักบางส่วน แต่ต้องชื่นชมแท็คติกเกมรับของ เอฟเวอร์ตัน ที่เล่นกันมีระเบียบจนลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เจาะไม่เข้า เราไปดูคะแนนของนักเตะลิเวอร์พูลในเกมนี้กัน
อลีสซง เบ็คเกอร์ 7

    ไม่มีงานตลอด 78 นาทีจนกระทั่งมาซุปเปอร์เซฟลูกไขว้ยิงของ คัลเวิร์ท-เลวิน และต่อมาก็เซฟลูกยิงระยะใกล้ของ ริชาร์ลิซอน ถือว่ายังมีสมาธิกับเกมค่อนข้างดี

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 6

    มีส่วนร่วมกับเกมรุกเยอะแต่การขาด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำให้การประสานงานทางฝั่งขวามีน้อย ลูกเปิดของเขาทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน มีโอกาสยิงฟรีคิกแต่แค่เฉียด

โฌแอล มาติป 6

    ออกสตาร์ทตัวจริงในลีกเป็นเกมแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม มีความนิ่งในการป้องกันเกมรับ เกือบโหม่งประตูจากลูกเปิดของ เทรนท์ ในครึ่งแรก โชคร้ายที่บาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนออกช่วงเกือบท้ายเกม

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ 6.5

    ยังคงคุมแนวรับได้แข็งแกร่ง จัดการ คัลเวิร์ท-เลวิน และริชาร์ลิซอน ได้อยู่หมัด ทำให้เกมรุกของเอฟเวอร์ตันแทบไร้พิษสง

เจมส์ มิลเนอร์ 5

    โดนใบเหลืองหลังทำฟาวล์ใส่ ริชาร์ลิซอน แต่ช่วยประกบ อิโวบี้ ไม่ให้แผลงฤทธิ์ โดเปลี่ยนออกในครึ่งแรกเพราะบาดเจ็บ

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 6

    หัวใจในแดนกลางของหงส์แดง ช่วยให้ทีมครองบอลบุกอยู่เกือบข้างเดียว มีส่วนร่วมกับเกมเยอะ ยังเป็นคนเล่นบอลง่ายๆ แต่โดยรวมถือว่าไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก

ฟาบินโญ่ 6   

   โหม่งพลาดตอนต้นเกมจนเกือบทำให้ทีมเสียประตู เริ่มต้นเกมได้ค่อนข้างช้าแต่พอเล่นไปเรื่อยๆเริ่มมั่นใจ จ่ายบอลแม่นยำที่สุดในทีม 92.3% เกือบยิงฟรีคิกเข้าในช่วงท้ายเกม

นาบี เกอิต้า 6.5

    ออกสตาร์ทตัวจริงอย่างเซอร์ไพรส์ มีพาบอลขึ้นหน้าสวยๆ มีจังหวะทำชิ่งหนึ่งสองกับฟีร์มีโน่อย่างไหลลื่น แต่ยังมีอิทธิพลกับเกมน้อย จนกระทั่งถูกเปลี่ยนออก

ทาคุมิ มินามิโนะ 5

    สตาร์ทตัวจริงแทนที่ของ ซาลาห์ ช่วงครึ่งแรกมีจังหวะส่องไกลแบบได้ลุ้น แต่เล่นไปเล่นมายังเค้นฟอร์มไม่ได้และสร้างอันตรายแนวรับคู่แข่งได้น้อยจนถูกเปลี่ยนออกช่งงพักครึ่ง

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 6

    บอลมาถึงตัวค่อนข้างน้อย โอกาสที่ดีที่สุดในเกมคือการง้างยิงบริเวณหน้าเขตโทษในช่วงครึ่งแรกแต่ยิงน่าผิดหวัง

ซาดิโอ มาเน่ 6

    โดน เชมัส โคลแมน ตามประกบติด แต่ก็มีจังหวะที่เรียกใบเหลืองจาก คีน แม้จะดูมีส่วนร่วมกับเกมและความกระตือรือร้นแต่ถือเป็นเกมที่ค่อนข้างเงียบสำหรับเขา

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

โจ โกเมซ 7 (ลงมาแทน เจมส์ มิลเนอร์ น.43)

    ลงมาเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายซึ่งไม่ค่อยถนัดนัก แต่ค่อนข้างทำได้ดี มีบล็อกลูกยิงของเดวิสทำให้ทีมไม่เสียประตูแบบเหลือเชื่อ

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 5 (ลงมาแทน ทาคุมิ มินามิโนะ  น.46)

    ไม่ได้ต่างกับตอน มินามิโนะ ในสนามเท่าไหร่ มีบทบาทน้อยเพราะทีมเน้นขึ้นฝั่งซ้ายมากกว่า

ดิว็อก โอริกี้ 5 (ลงมาแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น.65)

    เล่นทางฝั่งซ้ายแต่ยังลงมาเปลี่ยนเกมไม่ได้

จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม 6 (ลงมาแทน นาบี เกอิต้า น.65)

    บทบาทน้อยแต่ลูกจ่าย 10 ครั้งของเขาเข้าเป้าหมด

เดยัน ลอฟเรน 4 (ลงมาแทน โฌแอล มาติป น.73)

    ลงมาแล้วสร้างความปั่นป่วนในกองหลัง เจอ ริชาร์ลิซอน เบียดจนล้มแถมต่อมายังโดนล็อกหลอกจนลื่นล้มไปอีกหนึ่งที

ทำไมลิเวอร์พูลถึงอยากได้?วิเคราะห์จุดเด่น-จุดด้อยแข้งเป้าหมายหงส์ “ดีเอโก้ คาร์ลอส”

แดนหลังถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ต้องการกำลังเสริมหลังจบฤดูกาลนี้ เพราะ เดยัน ลอฟเรน ไม่น่าจะได้อยู่กับทีมต่อ ดังนั้นการที่มีแค่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, โฌแอล มาติป และ โจ โกเมซ ย่อมไม่เพียงพออย่างแน่นอน สำหรับการกรำศึกหนักในฤดูกาลหน้า ซึ่งช่วงหลังๆ มานี้ ดีเอโก้ คาร์ลอส เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ เซบีย่า คือชื่อที่ถูกนำมาโยงกับ "หงส์แดง" มากที่สุด ว่าแล้วเรามาดูกันดีกว่าว่า ปราการหลังชาวบราซิเลียนวัย 27 ปีรายนี้ มีจุดเด่น-จุดด้อยอะไรบ้าง และคู่ควรต่อการเสี่ยงกับค่าตัวระดับ 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2,700 ล้านบาท) หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องแปลกๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับเจ้าตัวเป็นของแถม

     (จุดเด่น)

      – แท็กเกิ้ลอย่างโหด
  คาร์ลอส ดุดันในบอลภาคพื้นดิน เพราะในศึก ลา ลีกา ฤดูกาลนี้ เจ้าตัวมีสถิติชนะในการแท็กเกิ้ลสูงถึง 63% (19 จาก 30 ครั้ง) ซึ่งเป็นเรตที่สูงกว่า ฟาน ไดค์ (55%) กับ เซร์คิโอ รามอส (62%) ด้วยซ้ำ

      – เคลียร์บอลเก่ง
       เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้เล่นกองหลัง โดยเกมลีกฤดูกาลนี้ คาร์ลอส เคลียร์บอลทิ้งจากพื้่นที่อันตรายมากถึง 128 ครั้ง ซึ่งเทียบกับบรรดาเซนเตอร์แบ็กแถวหน้าใน 5 ลีกใหญ่ยุโรปแล้ว เขาเป็นรองเพียงแค่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (135) กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (132) เท่านั้น

       – วางบอลยาวก็เป็น
       ถือเป็นสไตล์ที่เข้ากับ ลิเวอร์พูล ไม่น้อย เพราะ คาร์ลอส เป็นปราการหลังตัวกลางที่สามารถสร้างเกมจากแดนหลังได้เหมือนกับ ฟาน ไดค์ โดยในศึก ลา ลีกา ฤดูกาลนี้ เขามีสถิติผ่านบอลยาว 229 ครั้ง ซึ่งในบรรดากองหลังแถวหน้าใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป เขาเป็นรองแค่ ฟาน ไดค์ (281), เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ (249) และ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ (235) เท่านั้น

 

 

 (จุดอ่อน)

       –  ไม่เด่นลูกกลางอากาศ
       แม้มีส่วนสูง 186 เซนติเมตร แถมมีร่างกายกำยำ แต่ในศึก ลา ลีกา ฤดูกาลนี้ คาร์ลอส มีสถิติดวลลูกกลางอากาศชนะแค่ 58% เท่านั้น ซึ่งห่างชั้นจาก ฟาน ไดค์ (75%) เยอะมาก ถือเป็นสิ่งที่เจ้าตัวต้องเร่งพัฒนา หากมาเล่นในศึก พรีเมียร์ลีก

 
       – ผ่านบอลไม่แม่นเท่าที่ควร
       คาร์ลอส มีสถิติผ่านบอลเข้าเป้าในศึก ลา ลีกา ฤดูกาลนี้แค่ 82.6% เท่านั้น ถือว่าค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับ ฟาน ไดค์ ที่ทำได้ระดับ 89% ซึ่งจุดนี้ถือว่าอันตรายทีเดียวกับการเล่นของ ลิเวอร์พูล ที่เน้นการผ่านบอล

      – ฟาวล์พร่ำเพรื่อ
       ถือเป็นผู้เล่นที่ฟาวล์ฟุ่มเฟือยและฟาวล์โง่ๆ เยอะด้วย โดยฤดูกาลนี้ เขาฟาวล์ไปแล้วถึง 35 ครั้ง ซึ่งมากสุดอันดับสองในบรรดาผู้เล่นกองหลังศึก ลา ลีกา และเมื่อเทียบกับ ฟาน ไดค์ (10) และ โกเมซ (9) ถือว่าคนละเรื่องเลย นอกจากนี้ คาร์ลอส ยังรับไปแล้วถึง 7 ใบเหลืองในศึก ลา ลีกา

 
 *** เคยโดนกรรมการเตะตัดขา แต่ตัวเองถูกไล่ออก!!! ***

      ใช่เลยครับ คุณอ่านไม่ผิดหรอก เหตุการณ์สุดน่าทึ่งนี้เกิดขึ้นสมัยที่ คาร์ลอส ยังเล่นให้กับ น็องต์ โดยเป็นเกม ลีก เอิง ฝรั่งเศส นัดที่ น็องต์ แพ้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คาบ้าน 0-1 เมื่อวันที่ 14 มกราคม ปี 2018 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในช่วงนาทีที่ 90 พอดี กับการที่ คาร์ลอส ถูกไล่ออกจากสนาม หลังได้รับใบเหลืองที่สอง จากเปา โทนี่ ชาปรง แต่… ทำไม คาร์ลอส ถึงถูกไล่ออกล่ะ?

 

       ขนาดผู้บรรยายเกมยังบอกเลยว่า "ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน" และก็เชื่อเหลือเกินว่า เหตุการณ์นี้หลายๆ คนคงมองว่าเป็น "อุบัติเหตุ" มากกว่า กับการที่ คาร์ลอส วิ่งไปชน ชาปรง จนล้ม เพราะจากภาพรีเพลย์ชี้ให้เห็นว่า คาร์ลอส โฟกัสไปที่เกม ซึ่ง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กำลังหลุดเข้าไปยิงประตู และเขาคงไม่ได้มองกรรมการ แต่แล้ว… เรื่องสุดช็อกก็เกิดขึ้น เพราะเปา ชาปรง ดูเหมือนจะ "อารมณ์ขึ้น" เลยเตะ คาร์ลอส เป็นการเอาคืน เท่านั้นยังไม่พอ ยังตามน้ำ แจกใบเหลืองที่สองจนเป็นใบแดงอีกให้กับ คาร์ลอส อีกด้วย เรียกได้ว่า งงกันทั้งสนาม

      อย่างไรก็ตาม ความยุติธรรมยังคงมีอยู่บนโลกใบนี้ เพราะหลังจากนั้นทาง ฟุตบอลลีกฝรั่งเศส (แอลแอฟเป) ตัดสินยกเลิกใบแดงดังกล่าวให้กับ คาร์ลอส ซึ่งทำให้เจ้าตัวสามารถลงเล่นเกม ลีก เอิง นัดต่อไปได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่คืออีกหนึ่งเหตุการณ์แปลกๆ ที่วงการลูกหนังต้องจารึกเอาไว้    

บ่อนขานรับลิเวอร์พูลเต็งคว้ากองหลังจอมแกร่งเหนือแมนยู

มายังไง! ร้านพูลเมืองผู้ดี ดันให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นมาเป็นเต็ง 1 คว้ากองหลังที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เล็งมานานแล้ว หลังสื่อแดนมะกะโรนีกระพือข่าว "หงส์แดง" จะปาดหน้าทุกทีม
    ลิเวอร์พูล เตรียมปาดหน้าทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด คว้าตัว คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ นาโปลี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของอิตาลี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    กองหลังทีมชาติเซเนกัลวัย 28 ปี ตกเป็นข่าวกับ "ปีศาจแดง" มาอย่างยาวนาน ขณะที่ "ราชันชุดขาว" และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็อยากได้ไปเสริมแนวรับเช่นกัน แต่ล่าสุด "หงส์แดง" โผล่ขึ้นมาเป็นทีมเต็ง หลังพร้อมส่ง เดยัน ลอฟเรน แนบไปเป็นส่วนหนึ่งในข้อเสนอ

    อย่างไรก็ตาม กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต รายงานว่า นาโปลี จะยอมปล่อย คูลิบาลี่ ก็ต่อเมื่อได้ค่าตัว 89 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,560 ล้านบาท) หลังนักเตะยังเหลือสัญญากับสโมสรถึงปี 2023 โดยก่อนหน้านี้เคยมีข่าวต้องการได้อย่างต่ำ 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) แต่เพราะพิษโควิด-19 ทำให้ค่าตัวต้องลดไปโดยปริยาย

    ขณะเดียวกัน เบตแฟร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ก็ยกให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นมาเป็นเต็ง 1 ได้ คูลิบาลี่ แล้วเช่นกัน ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด หล่นมาเป็นเต็งสอง ตามมาด้วย เปแอสเช และ แมนฯ ซิตี้

อัตราต่อรองต้นสังกัดใหม่ของ คูลิบาลี่

1. ลิเวอร์พูล  2.88/1 (แทง 1 จ่าย 2.88 ไม่รวมทุน)
2. แมนฯ ยูไนเต็ด  3.6/1
3. เปแอสเช   5/1
4. แมนฯ ซิตี้  8.5/1
5. บาร์เซโลน่า  11/1
5. บาเยิร์น   11/1
7. เอฟเวอร์ตัน  26/1
7. นิวคาสเซิ่ล  26/1