โจนส์ซัดเปิดซิง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลนัดเชือดวิลล่า

เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 อย่าง "หงส์แดง" เปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ได้สำเร็จ ทว่าถือเป็นเกมที่ไม่ง่ายสำหรับ ลิเวอร์พูล ตัวสำรองของพวกเขายังดูห่างชั้นกับตัวจริงอยู่มากจนกระทั่งเมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนผู้เล่นตัวหลักลงสนามรูปเกมก็ดูดีขึ้นมาชัดเจนจนทำให้ได้ประตู เกมนี้มีหลายคนที่โชว์ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐาน มาเช็กคะแนนแข้ง "เดอะ เร้ดส์" กัน
อลีสซง เบ็คเกอร์ 8

    ช่วงครึ่งแรกมีเซฟลูกวอลเลย์ของ ดั๊กลาส ลูอิซ ไว้ได้เยี่ยม ส่วนครึ่งหลังป้องกันลูกยิงเลียดของ เอล กาห์ซี่ ก่อนจะมาโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดลูกยิงของ แจ็ค กรีลิช เก็บคลีนชีทนัดที่ 13 ของเจ้าตัว

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 6

    ครึ่งแรกแทบจะสร้างอันตรายให้คู่แข่งไม่ได้เลย ลูกครอสสวยๆของเขาก็น้อยมาก ครึ่งหลังเริ่มมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น และเป็นคนเริ่มต้นเกมรุกจนได้ประตูปลดล็อก

โจ โกเมซ 6

    หลังจากโชว์ฟอร์มแย่เมื่อเกมที่แล้ว เกมนี้ก็ดูนิ่งขึ้น ไม่มีเคลียร์บอลโฉ่งฉ่าง ใช้ความเร็วให้เป็นประโยชน์ในการแย่งบอลคืนมา

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค 6

    มีจังหวะจ่ายพลาดง่ายๆทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง แต่ถือว่าแก้ตัวได้จากการยืนตำแหน่งดี มีบล็อคลูกยิงของ กรีลิช

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 5

    จังหวะจับบอลแรกไม่ค่อยดี มีแท็กเกิ้ลพลาดสองสามครั้ง โดนใบเหลืองในครึ่งแรก การเปิดบอลให้กรอบเขตโทษของเขายังต่ำกว่ามาตรฐาน

นาบี เกอิต้า 7

    เป็นคนที่สร้างสรรค์เกมรุกได้ดีที่สุดในทีมเกมนี้ หลักฐานคือการแอสซิสต์ให้ มาเน่ ยิงประตู มีจังหวะเชื่อมบอลกับเพื่อนได้ดี ทว่าอาจต้องทำได้ดีกว่าหากจะยึดตัวจริงในแผงกลาง เพราะบางจังหวะยังดูช้าและมีช่วงที่หายไปพักใหญ่ๆ

ฟาบินโญ่ 7

    ยืนตำแหน่งได้ดีในการช่วยตัดเกมสวนกลับของ วิลล่า มีตัดบอลสวยๆหลายครั้ง ช่วยให้ หงส์แดง ครองบอลอยู่ตลอด ก่อนถูกเปลี่ยนตัวครึ่งหลัง

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 5

    ค่อนข้างน่าผิดหวังเมื่อมีบอลอยู่กับตัว จ่ายพลาดไปหลายครั้ง ครอสบอลไม่ได้อันตรายเท่าไหร่นัก โดนเปลี่ยนตัวออกครึ่งหลัง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 6

    หาตำแหน่งได้ดีแต่จังหวะสุดท้ายขาดๆเกินๆอยู่หลายครั้ง พยายามเรียกเอาจุดโทษแต่ผู้ตัดสินปฏิเสธ มีโอกาสยิงครั้งเดียวทั้งเกม แอสซิสต์ให้ โจนส์ ยิงประตู

ดิว็อค โอริกี้ 4

    มาพร้อมทรงผมใหม่ แต่ฟอร์มในสนามไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เริ่มต้นเกมด้วยการเป็นกองหน้าตัวกลาง ก่อนจะโยกไปเล่นริมเส้น แต่แทบจะทำอะไรแนวรับวิลล่าไม่ได้เลย

ซาดิโอ มาเน่ 7.5

    ทำงานหนักในการพาบอลไปในพื้นที่อันตราย แต่ยังทำได้ไม่ดีพอในช่วง 70 นาที จนกระทั่งมายิงประตูปลดล็อกให้กับทีมได้สำเร็จ เป็นประตูที่ 20 ในฤดูกาลนี้และเป็นการยิงแตะหลัก 20 ประตู 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 7 (ลงมาแทน ดิว็อค โอริกี้ น.60)

    ลงมาเชื่อมเกมกับเพื่อนทำให้บอลเร็วขึ้นกว่าเดิม ยังตามหาประตูในที่ แอนฟิลด์ ในฤดูกาลนี้หลังยิงติดเซฟของ เรน่า

จอร์จินโย่ ไวนัลดุม 6 (ลงมาแทน อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.60)

    ใช้ประโยชน์จากการครองบอลได้ดีกว่า แชมเบอร์เลน แต่มีจ่ายพลาดอยู่บ้าง ไม่ได้เห็นเขาในพื้นที่สุดท้ายมากเท่าไหร่

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 7 (ลงมาแทน ฟาบินโญ่ น.60)

    ลงมาแล้วทำให้สปีดบอลแดนกลางเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เคอร์ติส โจนส์ 7 (ลงมาแทน นาบี เกอิต้า น.85)

    ซัดประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ฉลองการต่อสัญญาใหม่

เนโก้ วิลเลี่ยมส์ – (ลงมาแทน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน น.90+4) ลงมาท้ายเกมแล้ว

คนนี้คือที่1! สโคลส์เผยชื่อกองหน้าดีสุดแมนยูที่เคยร่วมงานด้วย

พอล สโคลส์ ตำนานมิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยกให้ รุด ฟาน นิสเตลรอย เป็นสุดยอดกองหน้าดีสุดที่เขาเคยร่วมงานด้วยในโรงละครแห่งความฝัน พร้อมเผยด้วยว่า อดีตดาวยิงทีมชาติฮอลแลนด์ จะรู้สึกหงุดหงิดเสมอหาก เธียรี่ อองรี ตำนานกองหน้า อาร์เซน่อล ทำประตูได้
    สโคลส์ วัย 45 ปี ลงเล่นให้ "ปีศาจแดง" มากกว่า 19 ฤดูกาล และได้ร่วมงานกับบรรดาสุดยอดกองหน้าหลายคน อาทิ เวย์น รูนีย์, มาร์ค ฮิวจ์, เอริค คันโตน่า, แอนดี้ โคล, ดไวท์ ยอร์ค, เท็ดดี้ เชอริงแฮม และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวยอมรับว่าไม่มีใครที่ยอดเยี่ยมไปกว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย อีกแล้ว

    "เขาเป็นดาวยิงที่โหดเหี้ยม ไร้ความปรานี เขามีชีวิตอยู่เพื่อทำประตูเท่านั้น, ไม่ว่าเกมนั้นเขาจะยิงได้หรือไม่ แต่สิ่งแรกที่เขาจะทำตอนขึ้นรถบัสของทีมหลังจบการแข่งขันคือเช็กว่า เธียรี่ อองรี ทำประตูได้รึเปล่าแค่นั้น ซึ่งถ้าทำได้เขาจะไม่พูดกับใครทั้งสิ้น ซึ่งนั่นเป็นเพราะเขามีความมุ่งมั่นที่จะเป็นดาวซัลโวไม่ใช่แค่เพียงกับแมนยู แต่มันรวมถึงในลีก และทุกที่ในโลก "

    "ผมชอบวิธีการจบสกอร์ของ รุด มากๆเลยหละ ผมได้เล่นร่วมกับสุดยอดกองหน้ามามากมาย คุณอาจกำลังคิดถึง ดไวท์ ยอร์ค, เชอริงแฮม, โซลชา หรือคนอื่นๆ แต่สำหรับผมแล้ว ฟาน นิสเตลรอย เป็นคนที่จบสกอร์ได้เยี่ยมที่สุด"

    ทั้งนี้ ตลอด 5 ปีในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ฟาน นิสเตลรอย ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองหน้าดีสุดในโลกเวลานั้น โดยมีสถิติยิง 150 ประตู จากการลงเล่น 219 นัด 

มีด้วยเหรอ อัพเกรดเอ็นใหม่ แข้งไทยในเจลีก 5 วัย 36 ปี

"จุ้ย" ปรีชา ซูซูกิ (วงษ์ศรีแก้ว)  นักเตะไทยวัย 36 ปี จาก จ.ยโสธร ที่ตามล่าความฝันของตัวเองด้วยการเดินทางไปเล่นฟุตบอลอาชีพระดับเจลีก 5 สโมสรฟุตบอลโพวีเนียร์ อาสุกะ โซนคันไซ ซอคเกอร์ลีก
    ล่าสุดเจ้าตัวต้องพบกับความโชคร้ายบนเส้นทางฟุตบอลอาชีพ หลังมีอาการบาดเจ็บหนักจากการฝึกซ้อมกับต้นสังกัดที่บริเวณเอ็นไขว้หน้าเข่าซ้ายเกิดอาการฉีกขาด โดยแพทย์ประจำทีมสั่งเข้ารับการผ่าตัดด่วนและจะต้องพักประมาณ 6  เดือน ซึ่งค่าใช้จ่ายสโมสรจะดูแลทั้งหมดแม้ว่าจะเป็นทีมระดับลีกล่างของประเทศญี่ปุ่นแต่ความเป็นมืออาชีพสูงมากๆ

    "จุ้ย" ปรีชา ซูซูกิ (วงษ์ศรีแก้ว) เผยถึงอาการว่า "ก่อนหน้านี้มันมีอาการเจ็บมาเล็กน้อยทีมแพทย์ก็เช็กตลอดเวลาเพื่อดูอาการสำหรับการรอฤดูกาลใหม่ที่จะเปิดขึ้น พอดีกับลีกญี่ปุ่นเลื่อนไปเปิดวันที่ 20 มิ.ย.63 เนื่องจากการระบาดของไวรัส-19 ทีมงานจึงปรึกษากันว่าควรผ่าตัดให้ผมเพื่อจะได้สมบูรณ์ในระยะยาว"

    "แม้ว่าจะอายุ 36 ปี แล้วกับการผ่าตัดครั้งนี้อาจจะกินระยะเวลาอยู่บ้างความฝันฟุตบอลอาชีพผมยังเต็มเปี่ยมเสมอสโมสรพร้อมดูแลเราทุกอย่างจะต้องตอบแทนอย่างเต็มที่ในเส้นทางฟุตบอลอาชีพ ถือว่าเป็นการอัพเกรดเอ็นใหม่ไว้สู้กับฟุตบอลอาชีพญี่ปุ่นแม้ว่าจะเป็นลีกล่างแต่การแข่งขันมันสูงมาก"

    "ผมยังมีพลังในการต่อสู้และคิดว่าจะสู้อย่างเต็มที่เมื่อหายกลับมา ที่สบายๆใจมากๆในตอนนี้คือแพทย์ประจำทีมเป็นอาจารย์หมอที่มหาวิทยาลัยคาชิฮาราที่ดูแลอย่างใกล้ชิด ที่สำคัญเขายืนยันว่าจะกลับมาเล่นได้อย่างสบายมันก็โล่งใจเพราะฝันฟุตบอลอาชีพต่างแดนของผมยังอยู่ไม่บุบสลาย"

    สำหรับ "จุ้ย" ปรีชา ซูซูกิ (วงษ์ศรีแก้ว) นักเตะไทยวัย 36 ปี สโมสรฟุตบอลโพวีเนียร์ อาสุกะ ระดับ เจลีก 5 โซนคันไซ ซอคเกอร์ลีก 2020 เตรียมเข้ารับการผ่าตัดในวันที่ 13 เม.ย.63 และพักฟื้นจากการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเมืองคาชิฮาราจนถึงวันที่ 17 เม.ย.63 และกลับไปรักษาตัวต่อที่สโมสรรวมไปถึงที่บ้าน โดยศึกฟุตบอลเจลีก 5 ของญี่ปุ่นจะเปิดฤดูกาลในวันที่ 20 มิ.ย.63