แฟนเชลซีฮาแวร์ทซ์-แวร์เนอร์ตามรอย!ย้อนชมเหล่าประตูสุดสวยของบัลลัคกับเชลซี (มีคลิป)

การได้ ไค ฮาแวร์ทซ์ มาร่วมทัพทำให้นี่ถือเป็นช่วงที่ เชลซี มีนักเตะชาวเยอรมันอยู่ในทีมเยอะพอตัว โดยตอนนี้ในทีมชุดใหญ่ของพวกเขามีแข้งเลือดเบียร์ 3 คน ได้แก่ ฮาแวร์ทซ์, ติโม แวร์เนอร์ และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์

แน่นอนว่าหากพูดถึงนักเตะเยอรมันที่ดังที่สุดของ เชลซี ก็คงไม่พ้น มิชาเอล บัลลัค ที่เคยอยู่กับทีมระหว่างปี 2006-10 ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ฮาแวร์ทซ์ และ แวร์เนอร์ จะทำประตูให้กับ เชลซี ได้เยอะเหมือนรุ่นพี่คนนี้รึเปล่า

เชลซีกักตัว 4 แข้งตามมาตรการคุมโควิด-19

ทีมสิงโตน้ำเงินครามแถลงว่าพวกเขาทำตามมาตรการของรัฐ และต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 รายทันที หลังการตรวจเชื้อโควิด-19 ครั้งล่าสุดเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว
เชลซี แถลงการณ์ว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวนักเตะอย่างน้อย 4 ราย ตามมาตรการควบคุมโควิด-19 ของรัฐ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ทีมสิงโตน้ำเงินครามยังคงปฏิบัติตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในยุโรป โดยพวกเขาเพิ่งมีการตรวจเชื้อครั้งล่าสุดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่พรีเมียร์ลีกจะกลับมาเริ่มฤดูกาลใหม่ในวันที่ 12 กันยายนนี้

ล่าสุด สโมสรได้มีการแถลงว่าพวกเขาจำเป็นต้องกักตัวผู้เล่นจำนวนหนึ่งตามมาตรการดังกล่าว ถึงแม้ยังไม่มีการยืนยันว่าตรวจพบผู้ติดเชื้อหรือไม่ในทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด

เชลซี เข้าสู่การเจรจาขั้นสุดท้ายกับ “ชิลเวลล์” แล้ว

 

มิคกี้ อดัมส์ อดีตผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เชื่อว่า เบน ชิลเวลล์ แบ็คซ้ายวัยรุ่นเตรียมย้ายออกจากถิ่นคิงพาวเวอร์ไปอยู่กับ เชลซี ตามข่าวลือเต็มตัวแล้ว เหลือแค่เจรจาเรื่องเงินกันให้จบเท่านั้นเอง

"ผมเชื่อว่าดีลนี้มีความคืบหน้าเร็วมากและที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ เบน ชิลเวลล์ เองแล้วว่าจะเอายังไง เพราะยุคสมัยนี้ถ้านักเตะอยากย้าย ใครก็ห้ามไม่อยู่" อดัมส์ กล่าวกับ Daily Star

"และถ้าใจของเขาไปอยู่กับ เชลซี หมดแล้วจริง ๆ ตามที่ผมได้ยินมา ขั้นตอนสุดท้ายก็คือ เจรจาค่าตัว, ค่าเหนื่อยและผลประโยชน์ต่าง ๆ ให้จบ จากนั้นคือรอชูเสื้ออย่างเดียว"

"อย่าลืมนะว่า เลสเตอร์ ซิตี้ ถึงแม้จะเคยเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อหลายปีก่อน แต่พวกเขายังไม่ใช่ทีมใหญ่ ฉะนั้นหากมีใครยื่นซื้อผู้เล่นสำคัญด้วยค่าตัวที่สูงมากพอ ยังไงก็ต้องยอมปล่อยร้อยเปอร์เซ็นต์"

แรนส์เหล่โทโมรีแนวรับเชลซี

แรนส์ กำลังจับตามองความเป็นไปได้ในการดึง ฟิคาโย่ โทโมรี่ กองหลังจากสโมสรเชลซีไปร่วมทีม ตามรายงานของ เลกิ๊ป

 แนวรับวัย 22 ปีมีส่วนร่วมกับ สิงโตน้ำเงินคราม อย่างมากในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2019/20 แต่หลังจากนั้นเขาได้หลุดจากทีมไป โดยซีซั่นที่ผ่านมาลงสนามไปทั้งหมด 22 เกม (รวมไปถึง 4 นัดใน แชมเปี้ยนส์ ลีก)

 แม้ว่านักเตะชาวอังกฤษจะมีสัญญาในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถึงปี 2024 แต่ในรายงานจากสื่อดังแดนน้ำหอมเชื่อว่า แรนส์ ยังคงจับตาถึงความเป็นไปได้ในการเจรจาดึง โทโมรี ไปเสริมแกร่งในฤดูกาลหน้า

 โดยช่วงที่ผ่านมาสโมสรดังจากตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสกำลังมองหาแนวรับรายใหม่มาเสริมทีม ซึ่งทาง เลกิ๊ป ระบุว่าสโมสรได้ให้ ฟลอรีย็อง โมริซ ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ของทีมเสาะหากองหลังอายุน้อย

 ในรายชื่อที่สื่อเผยออกมานอกจาก โทโมรี ยังมี เบอนัวต์ บาเดียชิล (19 ปี มีสัญญาถึงปี 2024) แนวรับโมนาโก และ นาเยฟ อาเกิร์ด (อายุ 24 ปีมีสัญญาถึงปี 2021) กองหลังของสโมสรดิฌง

 เชื่อว่า แรนส์ จะยังคงพยายามดูสถานการณ์ของ โทโมรี อยางใกล้ชิด และมองความเป็นไปได้ทั้งการเจรจาดึงตัวแบบถาวรหรือยืมมาใช้งาน ซึ่งทางสื่อก็มองว่านักเตะอาจจะพิจารณาถึงโอกาสในการลงสนามอย่างต่อเนื่องมากกว่าซีซั่นที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

 

เผยค่าเหนื่อยวิลเลี่ยนรับกับอาร์เซน่อลน้อยกว่าเดิมแต่ออปชั่นเพียบ

เดลี่ เมล สื่อชื่อก้องของเมืองผู้ดี ระบุ วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนที่เพิ่งหมดสัญญากับ เชลซี จะฟันค่าเหนื่อยโดยรวม 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์กับ อาร์เซน่อล ส่วนการเซ็นสัญญาจะมีขึ้นภายในวันอาทิตย์นี้

    วิลเลี่ยน ปีกชาวบราซิเลียนจะได้ค่าเหนื่อยโดยรวมจาก อาร์เซน่อล สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.80 ล้านบาท) เมื่อเขาเซ็นสัญญากับทีมอย่างเป็นทางการ ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    หลังจากที่อยู่กับ เชลซี มาตั้งแต่ปี 2013 วิลเลี่ยน ก็เปิดเผยผ่านจดหมายเปิดผนึกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่าเขาจะไม่ต่อสัญญากับทีมแล้วบอกลาถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งมันก็เป็นที่เชื่อกันว่า อาร์เซน่อล คือทีมที่จะได้แข้งวัย 32 ปีไปร่วมทัพ

    ทั้งนี้ เดลี่ เมล ระบุว่าที่จริงแล้ว อาร์เซน่อล ให้ค่าเหนื่อยในเบื้องต้นกับ วิลเลี่ยน น้อยกว่าที่เขาเคยได้ 120,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.80 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์กับที่ เชลซี แต่ถ้ารวมเงื่อนไขอื่นๆ แล้วมันก็จะทำให้เงินพุ่งไปถึงสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ ได้เลย โดยตัวสัญญาจะมีระยะเวลา 3 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาออกไปอีก 1 ปี

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า วิลเลี่ยน จะเซ็นสัญญากับ อาร์เซน่อล อย่างเป็นทางการภายในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ต่างกับ สกายสปอร์ตส์ ที่บอกว่าจะมีขึ้นภายในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม โดยเป็นที่เชื่อกันว่าที่จริง อาร์เซน่อล อยากจะเปิดตัวเขาก่อนหน้านี้ แต่ตัดสินใจเลื่อนไปก่อน เพราะไม่กี่วันก่อน อาร์เซน่อล เพิ่งประกาศปลดพนักงาน 55 คน จนทำให้กลัวว่าถ้าเปิดตัว วิลเลี่ยน เร็วเกินไปมันจะทำให้หลายคนตำหนิสโมสรว่ายอมทิ้งพนักงานหลายชีวิตเพื่อนักเตะเพียงคนเดียว

เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดภาค2!บริดจ์ขอหนีเทอร์รี่

ตำนานเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีระหว่าง จอห์น เทอร์รี่ กับ เวย์น บริดจ์ ยังไม่จบ หลังสื่อเผยมีเรื่องราวเป็นกรณีของทั้งคู่ขึ้นมาอีกครั้ง
    เวย์น บริดจ์ อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ และ เชลซี ตัดสินใจที่จะขายบ้านทิ้ง หลัง จอห์น เทอร์รี่ อดีตกัปตัน "สิงห์บลูส์" ที่เวลานี้ไปทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า ย้ายมาอยู่ใกล้ๆ ตามรายงานจาก เดอะ ซัน สื่อเมืองผู้ดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    ย้อนไปเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว เทอร์รี่ ต้องตกเป็นจำเลยสังคม เพราะมีการเปิดเผยว่าในช่วงเวลาที่ บริดจ์ เล่นอยู่กับ เชลซี และเป็นเพื่อนร่วมทีมกันนั้น "เจที" แอบตีท้ายครัวเพื่อนด้วยการไปมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับ วาเนสซ่า เปอร์รองเซล นางแบบคนสวยอดีตภรรยาของ บริดจ์

    บริดจ์ วัย 39 ปี และ แฟร้งกี้ ภรรยาที่เป็นอดีตนักร้อง กำลังประกาศขายบ้านของพวกเขาในแถบเซอร์เรย์ มูลค่า 5.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 220 ล้านบาท) หลัง เทอร์รี่ และ โทนี่ ภรรยา เพิ่งมาซื้อบ้านมูลค่า 4.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 172 ล้านบาท) ที่อยู่ใกล้ๆ กัน

    แหล่งข่าวรายหนึ่งเผยผ่าน เดอะ ซัน ว่า "แน่นอน เวย์น และ จอห์น ไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว เวย์น และ แฟรงกี้ ต้องการเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่แบบสดชื่น พวกเขาตัดสินใจย้ายบ้านออกจากเมืองเก่าของพวกเขาเพื่อสร้างความทรงจำใหม่ๆ บางอย่าง"

    ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดนั้น อดีตนักเตะดังทั้ง 2 ราย ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กันอย่างสิ้นเชิง และไม่มีวันคืนดีกันอย่างแน่นอน โดย บริดจ์ เคยปฎิเสธจับมือกับ เทอร์รี่ ก่อนเกมที่ แมนฯ ซิตี้ พบ เชลซี เมื่อปี 2010

ท่านประธานลั่นเอง! “เซเรโซ” ยืนยันไม่ปล่อย “โอบลัค” ให้สิงห์บลูส์แน่

เอ็นริเก เซเรโซ ประธานสโมสรแอตเลติโก มาดริด ยืนยันด้วยตัวเองว่าจะไม่ยอมปล่อย แยน โอบลัค นายทวารทีมชาติสโลเวเนีย วัย 27 ปี ให้กับเชลซี หรือทีมใดก็ตามที่ตกเป็นข่าวด้วยแน่นอน

"ผมพูดออกสื่อบ่อยมากจนเกินพอแล้วว่า โอบลัคยังมีสัญญาอยู่กับแอตฯ มาดริด และเขาก็คือผู้รักษาประตูที่เก่งสุดในโลก ณ เวลานี้ ฉะนั้นผมไม่ยอมปล่อยให้ย้ายทีมแน่แม้จะได้รับข้อเสนอสุดงามจากทีมใหญ่อื่นๆมากมาย" เถ้าแก่ใหญ่กล่าวกับ Marca

"นอกจากโอบลัคแล้ว สโมสรเราก็ยังอัดแน่นไปด้วยนักเตะระดับท็อปของโลกมากมาย ฉะนั้น เขาย่อมมีความสุขที่ได้เล่นฟุตบอลและเป็นคนสำคัญของทีมแน่นอน"

"การที่เด็กของเราตกเป็นข่าวลือร่วมกับทีมอื่นเยอะขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย เพราะเขาคือผู้รักษาประตูที่ทำผลงานได้โดดเด่นต่อเนื่องหลายปีและผ่านการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีใครเหนือกว่าจริงๆ"

ใส่ดวลวัตฟอร์ด! อาร์เซนอลเปิดตัวชุดเหย้าฤดูกาล 2020/21

ทัพเดอะ กันเนอร์ส เปิดตัวชุดเหย้าประจำฤดูกาลใหม่ 2020/21 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อาร์เซนอล เปิดตัวชุดเหย้าฤดูกาลใหม่ 2020/21 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีคู่หู ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมยอง และ อเลซองดร์ ลากาแซตต์ เป็นนายแบบ

โดยลวดลายเสื้อเหย้าตัวใหม่ของพวกเขาถือเป็นมรดกตกทอดที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสไตล์ Art Deco ที่โด่งดังในช่วงปี 1930-40

สำหรับชุดเหย้าในฤดูกาลใหม่ของพวกเขาจะใช้ลงประเดิมสนามในเกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่จะพบกับวัตฟอร์ดเลย เช่นเดียวกับรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพที่จะพบกับเชลซีในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ด้วย
นอกจากนี้ อาร์เซนอล ยังคอนเฟิร์มว่าในฤดูกาหน้า บูกาโย้ ซาก้า ดาวรุ่งของสโมสรจะย้ายไปสวมหมายเลข 7 ในฤดูกาลหน้า, วิลเลียม ซาลิบา จะสวมเสื้อหมายเลข 4 ขณะที่ โมฮาเหม็ด เอลเนนี จะกลับมาสวมหมายเลข 25

 

ริโอชี้ท่าทีโอบาเมย็องเหมือนเตรียมลาอาร์เซน่อล

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตแนวรับคนดัง กล่าวในรายการลูกหนังว่าการแสดงออกของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง หลังจบเกมนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นเหมือนการจะอำลาทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

    ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กองหน้ากัปตันทีมอาร์เซน่อล เหมาสองประตูพาต้นสังกัดพลิกกลับมาเอาชนะ เชลซี 2-1 ในศึกชิงดำ เอฟเอ คัพ และคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 14 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามท่ามกลางอนาคตที่ตกเป็นข่าวย้ายออกจากทีมหลังสัญญาใกล้จะหมดลงยังคงไม่แน่นอน

    โดยหลังจบเกมดาวยิงทีมชาติกาบองเองก็เลี่ยงที่จะเอ่ยถึงอนาคต ซึ่งทาง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นกูรู ได้ให้ความเห็นผ่านรายการของ บีที สปอร์ต ว่าลักษณะแบบนี้เป็นเหมือนการที่เจ้าตัวใกล้จะบอกลาทีม

    "มันเหมือนว่าเขาไปแล้ว"

    "ที่เขาพูดว่า -ผมกำลังสนุกกับช่วงเวลานี้กับเพื่อนร่วมทีมและผมยังไม่อยากพูดอะไรเกี่ยวกับอนาคต-"

    "ถ้าพูดแบบนี้กับผม ผมคงจะรู้สึกว่ายังสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งว่ายังไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่เชื่อ หรืออีกอย่างคือเขาได้ตัดสินใจแล้วว่าเขาจะย้ายออกไป"

    "ผมพูดในมุมมองของตัวเอง หากผมยืนยันว่าจะอยู่กับทีมต่อไป นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่จะได้จัดการกับมัน -มันอาจยังไม่เสร็จซะทีเดียว แต่ผมก็จะพยายามทำให้เสร็จ-"

    "เขาไม่ต้องขอบคุณผมหรอก สิ่งที่เขาพูดออกมาเหมือนว่าใครบางคนที่ได้เลือกแล้วว่าจะย้ายออกไป"

    "อาร์เซน่อล จำเป็นต้องทำทุกทางเพื่อเก็บเขาไว้ ผลงาน 70 ประตู จาก 109 นัด มันบ่งบอกทุกอย่าง และประตูที่เขาทำได้(ลูกที่สอง) มันเป็นเรื่องที่มหัศจรรย์จริงๆ "

แลมพาร์ดหัวเสียทำไมไม่ใช้วีเออาร์?!

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือเชลซี ตั้งคำถามถึงการใช้ วีเออาร์ หลังจากที่เจ้าตัวมองว่าจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช โดนใบเหลืองที่สองจนถูกไล่ออกนั้น ไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมคนหนุ่มของ เชลซี ไม่พอใจที่ วีเออาร์ ไม่ถูกนำมาใช้ตัดสินในจังหวะที่ควรจะต้องใช้ ซึ่งทำให้เกิดจุดเปลี่ยนต่อทีมของตัวเอง

    "สิงห์บลูส์" เริ่มต้นได้ดี ด้วยการได้ประตูขี้นนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จากการยิงของ คริสเตียน พูลิซิช ทว่านาทีที่ 28 อาร์เซน่อล ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาดของ ปิแอร์-เอเมอริคโอบาเมย็อง

    จากนั้นช่วงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 67 กลายเป็น "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ได้ประตูพลิกขึ้นนำจาก โอบาเมย็อง คนเดิมที่ยิงอย่างเหนือชั้น และสถานการณ์ของ เชลซี ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เพราะในนาทีที่ 73 พวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คน หลัง มาเตโอ โควาซิช โดนไล่ออก จากการได้รับใบเหลืองที่สอง และสุดท้ายจบเกมด้วยการเป็นฝ่ายปราชัย

    แลมพาร์ด ให้สัมภาษณ์กับ บีอิน สปอร์ต และตำหนิไปยังเรื่องการใช้ วีเออาร์ โดยเฉพาะจังหวะที่ โควาซิช ถูกใบเหลืองที่สอง เนื่องจากตนมองว่า จังหวะที่เข้าปะทะกับ กรานิต ชาคา นั้น ไม่ได้รุนแรงเท่าไหร่

    "นี่มันกฎอะไรกัน? มันเกิดขึ้นแบบนี้ตลอดที่คุณไม่สามารถเรียกร้องใบเหลืองที่สองได้ บางคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นยืนยันความคิดของตัวเอง"

    "ถ้าเรามี วีเออาร์ มันคงเป็นเรื่องดีเลยล่ะ ที่จะนำมาใช้ให้มากที่สุดที่จะทำได้เพื่อสิ่งที่ถูกต้อง มันไม่ได้ใกล้เคียงเลย และมันก็เป็นจุดเปลี่ยนของเกม"

    "ช่วงท้ายเกมเรากดดันพวกเขาได้บ้าง ผมไม่สามารถมองว่าเป็นความผิดพลาดของลูกทีม แต่จังหวะนั้นไม่สมควรเป็นใบแดง พูดอีกครั้งนะ ผมพยายามกลับมามองที่เราเสมอ และเราก็ทำได้ไม่ดีพอที่จะคว้าชัยในนัดชิงฯ"