ฟาบินโญ่กินขาดแดนกลาง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมยำพาเลซ

ใกล้ตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก เข้าไปทุกทีแล้วสำหรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ล่าสุดเก็บสามแต้มเพิ่มได้ตามคาด หลังเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเกมนี้ลูกทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นมาได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับเกมก่อนที่บุกไปเจ๊า เอฟเวอร์ตัน 0-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ ลิเวอร์พูล แต่ละคนในแมตช์นี้
11 ผู้เล่นตัวจริง
       
– อลีสซง เบ็คเกอร์ : 6

        ไม่ต้องออกแรงเซฟแม้แต่ครั้งเดียว

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 8

        เป็นคนช่วยคลายความกดดันให้กับทีม ด้วยลูกยิงฟรีคิกสุดสวยในประตูขึ้นนำ 1-0 แถมเกมนี้ยังขึ้นเติมเกมรุกได้อย่างอิสระด้วย

    – โจ โกเมซ : 6.5

        จริงๆ แล้วเกมนี้จัดการกับลูกโด่งได้ดี แต่มีพลาดหนึ่งครั้งช่วงครึ่งแรก ซึ่งทำให้ทีมเกือบเสียประตูเหมือนกัน

    – เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ : 7.5

        คุมแนวรับได้ดีตามมาตรฐาน ตัดบอลสวยๆ ให้เห็นหลายครั้ง แถมช่วงครึ่งแรกมีลุ้นทำประตูด้วย

    – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7.5

        ฟิตกลับมาลงสนามได้ และไม่ทำให้ใครผิดหวัง เกมรับอาจจะเจอบททดสอบไม่มาก แต่ช่วยได้มากในเกมรุก โดยเฉพาะการประสานงานกับ มาเน่ และสุดท้ายก็มีหนึ่งแอสซิสต์ จากจังหวะที่ผ่านบอลให้ ฟาบินโญ่ ส่องไกลเป็นประตู 3-0

    – ฟาบินโญ่ : 9

        ถือเป็นวันของ ฟาบินโญ่ อย่างแท้จริง เพราะนอกจากแอสซิสต์สุดแม่นให้ ซาลาห์ ยิงประตู 2-0 แถมยังซัดไกลเองอย่างสุดสวยเป็นประตู 3-0 แล้ว เกมนี้เจ้าตัวยังคุมแดนกลางได้อย่างสุดยอด ด้วยสถิติแท็กเกิ้ลชนะถึง 6 ครั้ง ซึ่งมากสุดในสนาม

    – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : 7

        ช่วยแดนกลางได้ดี แถมช่วงครึ่งแรกเกือบทำประตูได้ด้วย (ยิงชนเสา) แต่ด้วยการที่กล้ามเนื้อเริ่มล้า ทำให้ถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงกลางครึ่งหลัง

    – จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

        หากตัดเรื่องยิงทิ้งยิงขว้างทิ้งไป ถือเป็นเกมที่เล่นได้โอเคเลย

    – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 8.5

        เป็นเกมที่น่าประทับใจสำหรับ ซาลาห์ เพราะนอกจากยิงประตูขึ้นนำ 2-0 ได้อย่างเฉียบขาดแล้ว ยังเป็นคนผ่านบอลสุดคมให้ มาเน่ หลุดเข้าไปยิงประตูปิดท้ายด้วย และเกมนี้ดูเหมือนเจ้าตัวเล่นได้อย่างมั่นใจทีเดียว

    – ซาดิโอ มาเน่ : 8

        ฟอร์มยังคงน่าประทับใจ สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับทีมเยือนได้ตลอด และสุดท้ายมีชื่อเป็นคนทำประตู 4-0

    – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6.5

        จังหวะการเล่นยังไม่ค่อยได้ แต่อย่างน้อยมีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตู 4-0   

สำรองที่ได้ลงเล่น

    – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน (แทน เฮนเดอร์สัน น. 64) : 6

        ไม่มีอะไรโดดเด่น

    – เนโก วิลเลี่ยมส์ (แทน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น. 74) : 7.5

        แม้มีเวลาอยู่ในสนามไม่มาก แต่ผลงานโดดเด่นเหลือเกิน ขยัน ทุ่มเท แถมมีโอกาสลุ้นทำประตูถึงสองครั้ง

    – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 74) : 6

        ทำอะไรไม่ได้มาก แต่เกือบมีลุ้นทำประตูช่วงทดเจ็บ หากลูกเปิดของ ซาลาห์ มาถึง

    – ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (แทน โรเบิร์ตสัน น. 84) : –

        ไม่สามารถให้คะแนนได้

    – นาบี เกอิต้า (แทน มาเน่ น. 84) : –

        ไม่สามารถให้คะแนนได้

ลอฟเรนทำเหนื่อย! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกเสมอเอฟเวอร์ตัน

ลิเวอร์พูล ประเดิมนัดรีสตาร์ทด้วยการบุกเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ถือเป็นเกมที่นักเตะ "หงส์แดง" ยังเครื่องไม่ร้อน ส่วนหนึ่งมาจากความฟิตยังไม่เต็มร้อยและขาดนักเตะตัวหลักบางส่วน แต่ต้องชื่นชมแท็คติกเกมรับของ เอฟเวอร์ตัน ที่เล่นกันมีระเบียบจนลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เจาะไม่เข้า เราไปดูคะแนนของนักเตะลิเวอร์พูลในเกมนี้กัน
อลีสซง เบ็คเกอร์ 7

    ไม่มีงานตลอด 78 นาทีจนกระทั่งมาซุปเปอร์เซฟลูกไขว้ยิงของ คัลเวิร์ท-เลวิน และต่อมาก็เซฟลูกยิงระยะใกล้ของ ริชาร์ลิซอน ถือว่ายังมีสมาธิกับเกมค่อนข้างดี

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 6

    มีส่วนร่วมกับเกมรุกเยอะแต่การขาด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำให้การประสานงานทางฝั่งขวามีน้อย ลูกเปิดของเขาทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน มีโอกาสยิงฟรีคิกแต่แค่เฉียด

โฌแอล มาติป 6

    ออกสตาร์ทตัวจริงในลีกเป็นเกมแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม มีความนิ่งในการป้องกันเกมรับ เกือบโหม่งประตูจากลูกเปิดของ เทรนท์ ในครึ่งแรก โชคร้ายที่บาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนออกช่วงเกือบท้ายเกม

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ 6.5

    ยังคงคุมแนวรับได้แข็งแกร่ง จัดการ คัลเวิร์ท-เลวิน และริชาร์ลิซอน ได้อยู่หมัด ทำให้เกมรุกของเอฟเวอร์ตันแทบไร้พิษสง

เจมส์ มิลเนอร์ 5

    โดนใบเหลืองหลังทำฟาวล์ใส่ ริชาร์ลิซอน แต่ช่วยประกบ อิโวบี้ ไม่ให้แผลงฤทธิ์ โดเปลี่ยนออกในครึ่งแรกเพราะบาดเจ็บ

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 6

    หัวใจในแดนกลางของหงส์แดง ช่วยให้ทีมครองบอลบุกอยู่เกือบข้างเดียว มีส่วนร่วมกับเกมเยอะ ยังเป็นคนเล่นบอลง่ายๆ แต่โดยรวมถือว่าไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก

ฟาบินโญ่ 6   

   โหม่งพลาดตอนต้นเกมจนเกือบทำให้ทีมเสียประตู เริ่มต้นเกมได้ค่อนข้างช้าแต่พอเล่นไปเรื่อยๆเริ่มมั่นใจ จ่ายบอลแม่นยำที่สุดในทีม 92.3% เกือบยิงฟรีคิกเข้าในช่วงท้ายเกม

นาบี เกอิต้า 6.5

    ออกสตาร์ทตัวจริงอย่างเซอร์ไพรส์ มีพาบอลขึ้นหน้าสวยๆ มีจังหวะทำชิ่งหนึ่งสองกับฟีร์มีโน่อย่างไหลลื่น แต่ยังมีอิทธิพลกับเกมน้อย จนกระทั่งถูกเปลี่ยนออก

ทาคุมิ มินามิโนะ 5

    สตาร์ทตัวจริงแทนที่ของ ซาลาห์ ช่วงครึ่งแรกมีจังหวะส่องไกลแบบได้ลุ้น แต่เล่นไปเล่นมายังเค้นฟอร์มไม่ได้และสร้างอันตรายแนวรับคู่แข่งได้น้อยจนถูกเปลี่ยนออกช่งงพักครึ่ง

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 6

    บอลมาถึงตัวค่อนข้างน้อย โอกาสที่ดีที่สุดในเกมคือการง้างยิงบริเวณหน้าเขตโทษในช่วงครึ่งแรกแต่ยิงน่าผิดหวัง

ซาดิโอ มาเน่ 6

    โดน เชมัส โคลแมน ตามประกบติด แต่ก็มีจังหวะที่เรียกใบเหลืองจาก คีน แม้จะดูมีส่วนร่วมกับเกมและความกระตือรือร้นแต่ถือเป็นเกมที่ค่อนข้างเงียบสำหรับเขา

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

โจ โกเมซ 7 (ลงมาแทน เจมส์ มิลเนอร์ น.43)

    ลงมาเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายซึ่งไม่ค่อยถนัดนัก แต่ค่อนข้างทำได้ดี มีบล็อกลูกยิงของเดวิสทำให้ทีมไม่เสียประตูแบบเหลือเชื่อ

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 5 (ลงมาแทน ทาคุมิ มินามิโนะ  น.46)

    ไม่ได้ต่างกับตอน มินามิโนะ ในสนามเท่าไหร่ มีบทบาทน้อยเพราะทีมเน้นขึ้นฝั่งซ้ายมากกว่า

ดิว็อก โอริกี้ 5 (ลงมาแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น.65)

    เล่นทางฝั่งซ้ายแต่ยังลงมาเปลี่ยนเกมไม่ได้

จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม 6 (ลงมาแทน นาบี เกอิต้า น.65)

    บทบาทน้อยแต่ลูกจ่าย 10 ครั้งของเขาเข้าเป้าหมด

เดยัน ลอฟเรน 4 (ลงมาแทน โฌแอล มาติป น.73)

    ลงมาแล้วสร้างความปั่นป่วนในกองหลัง เจอ ริชาร์ลิซอน เบียดจนล้มแถมต่อมายังโดนล็อกหลอกจนลื่นล้มไปอีกหนึ่งที

ลิเวอร์พูลมีแววเสียมาเน่ แม้สัญญาเหลืออีกยาว

เรอัล มาดริด และ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง สองทีมยักษ์ใหญ่ทวีปยุโรป ต่างพร้อมทุ่มเงินจำนวน 150 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท เพื่อยื่นซื้อ ซาดิโอ มาเน่ จาก ลิเวอร์พูล

    เดอะ ซัน สื่อจากประเทศอังกฤษ รายงานว่า สองบิ๊กทีมอย่าง เรอัล มาดริด และ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ให้ความสนใจที่จะคว้าตัว ซาดิโอ มาเน่ ปีกความเร็วสูงของ ลิเวอร์พูล เข้ามาร่วมทัพ โดยพร้อมจ่ายเงินมหาศาลถึง 150 ล้านปอนด์  หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท 

    แม้สัญญาของ มาเน่ กับ ลิเวอร์พูล จะหมดลงในปี 2023 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า ทว่าในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาการเจรจาต่อสัญญาฉบับใหม่ยังไม่บรรลุผล ซึ่งทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่แห่งถิ่น แอนฟิลด์ เป็นกังวลกับเรื่องนี้มาก เพราะดาวเตะทีมชาติเซเนกัลคือกำลังหลักบนแผงแนวรุกร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซึ่งเขาต้องการให้สโมสรแสดงความชัดเจนว่าจะรั้งตัว มาเน่ ไว้ต่อไปหรือไม่

    หากการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นไปได้ด้วยดี จะทำให้ มาเน่ อาจได้รับค่าเหนื่อยถึง 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 8.4 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เพื่อนร่วมทีมที่ใกล้จะต่อสัญญากับทีมออกไป

    อย่างไรก็ตาม ตามรายงานระบุว่า คล็อปป์ ยังต้องการผู้เล่นระดับชั้นนำเข้ามาสู่ทีม แต่การที่ เปแอสเช ให้ความสนใจในตัว มาเน่ การที่จะดึง คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ หัวหอกดาวโรจน์ของทีมดังแห่งเมืองน้ำหอม เป็นข้อแลกเปลี่ยนก็อาจเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น

ลิเวอร์พูลได้2เสีย2นักเตะเกมพบพาเลซ

ลิเวอร์พูล จะอดใช้งาน 2 นักเตะในเกมพบ คริสตัล พาเลซ แต่จะได้ 2 สตาร์คืนทัพ หลังลงซ้อมได้ตามปกติแล้ว
     เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยืนยันว่า โฌแอล มาติป และ เจมส์ มิลเนอร์ หมดสิทธิ์ลงเจอ คริสตัล พาเลซ ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่สนาม แอนฟิลด์ วันพุธที่ 24 มิถุนายนนี้ ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน พร้อมกลับมาช่วยทีมแล้ว

    มาติป และ มิลเนอร์ บาดเจ็บนิ้วหัวแม่แท้า และเอ็นหลังหัวเข่าตามลำดับ จากเกมบุกไปเสมอ เอฟเวอร์ตัน 0-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้จะไม่ได้ลงเจอ พาเลซ แต่เชื่อว่า น่าจะหายทันเกมออกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคมนี้

    คล็อปป์ เผยในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า "ทั้ง มิลเนอร์ และ โฌแอล ไม่พร้อมลงสนามในวันพรุ่งนี้ เราต้องประเมินว่าจะพักนานแค่ไหน มิลเนอร์ เจ็บเอ็นหลังหัวเข่า แต่มันไม่ได้รุนแรง ขณะที่ โฌแอล ผมคิดว่า เขาปะทะกับ ริชาร์ลิซอน หรือ โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ทำให้บาดเจ็บเท้า แต่ไม่ได้รุนแรงเช่นกัน"

    "ส่วน โม ลงซ้อมเมื่อวานนี้ได้อย่างปกติ เขาจะซ้อมต่อในวันนี้ ผมคิดว่า เขาจะพร้อมลงเล่น คุณต้องรอวันพรุ่งนี้ถึงจะรู้ว่า 11 ตัวจริงที่ผมเลือกเป็นใครบ้าง ขณะที่ โรเบิร์ตสัน ก็ลงซ้อมได้อย่างปกติเมื่อวานนี้เช่นกัน" นายใหญ่ "หงส์แดง" ทิ้งท้าย

อุ่นเบาๆ! “คล็อปป์” หน้าบานฟอร์มลิเวอร์พูลเด็ดดอกกุหลาบ

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ยิ้มหน้าบานหลังเห็นลูกทีมโชว์ของเต็มสูบด้วยการไล่ทุบ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ครึ่งโหล ในเกมอุ่นเกือนที่แอนฟิลด์ เมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมขอบคุณ "กุหลาบไฟ" ที่ยินดีเดินทางมาที่นี่เพื่อจะได้ช่วยให้ทัพ "หงส์แดง" ได้มีโอกาสลับแข้งก่อนที่เกมลีกจะรีสตาร์ท ในสัปดาห์หน้า

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยอมรับสุดประทับใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมในแมตช์ไล่ทุบ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 6-0 ที่สนามแอนฟิลด์ ในเกมอุ่นเครื่อง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา

สำหรับแมตช์นี้เป็นการแข่งแบบปิดสนาม โดยในครึ่งแรก "เดอะ เร้ดส์" ได้ 3 ประตูจาก ซาดิโอ มาเน่, นาบี เกอิต้า และ ทาคูมิ มินามิโนะ ก่อนที่ โฌแอล มาติป, คี-ยาน่า ฮูแฟร์ และ เลห์ตัน คล้าร์กสัน  จะช่วยกันซัดคนละประตูให้ทีมคว้าชัยชนะได้อย่างสวยงาม

คล็อปป์ เปิดใจหลังจบเกมว่า "มันดูดีจริงๆ ฟอร์มการเล่นและหลายๆ อย่างเป็นสิ่งสำคัญ แต่เรื่องทัศนคติ ความทุ่มเท เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด นี่เป็นเกมแรก เราไม่จำเป็นต้องเล่นด้วยฟอร์มในระดับสูง แต่เราต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะลงแข่ง เราต้องพร้อมในการเล่นเกมรับ พร้อมที่จะพบแนวทางการแก้ปัญหาหรือการพบวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบาก นี่เป็นสิ่งที่เราต้องทำ และผมได้เห็นทั้งหมดแล้วในวันนี้ ลูกทีมของผมทำผลงานได้ดีเยี่ยมจริงๆ"

นอกจากนี้ กุนซือเลือดด๊อยท์ช ยังเผยเกี่ยวกับแนวคิดในการเตรียมทีมสำหรับการเกมลีกที่จะกลับมาแข่งกันต่อในสัปดาห์หน้าว่า "มันไม่ใช่แค่เรื่องการฝึกซ้อมเท่านั้น มันยังเป็นเหมือนบททดสอบที่สำคัญมากๆ ด้วย แน่นอนว่าทุกอย่างดูดีเยี่ยม มันสุดยอดมากๆ ตั้งแต่เริ่มต้น ใช่ คุณต้องพบกับทีมที่เน้นการตั้งรับลึก และอะไรหลายๆ อย่างแบบนี้"

"ในบางครั้ง แบล็คเบิร์น พยายามเคาะบอลสั้นยาวไปมาเพื่อหาพื้นที่ในการทำเกมรุก ดังนั้นเราพยายามที่จะวิ่งไล่กดดันสูง เราทำได้ดีเยี่ยมในการไล่กดดันคู่แข่งเพื่อเอาบอลคืนมาให้เร็วที่สุด เราเล่นได้สุดยอด ยิงประตูได้ดี และนี่เป็นช่วงยามบ่ายที่ยอดเยี่ยม ผมขอขอบคุณ แบล็คเบิร์น ที่เดินทางมาที่นี่ ทำให้เราได้เล่นเกมอุ่นเครื่องกัน ฉะนั้นผมขออวบพรให้พวกเขาพบกับสิ่งดีๆ ในทุกๆ ประการ" คล็อปป์ ระบุ

ใครว่าบ้าก็ไม่แคร์!คล็อปป์พร้อมแห่ฉลองแชมป์ซีซั่นหน้า

เจอร์เก้น คล็อปป์ เผยว่า ลิเวอร์พูล อาจต้องรอฉลองพาเหรดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปจนถึงซีซั่นหน้า หลังโดนข้อจำกัดจากวิกฤติโคโรน่าไวรัสระบาดในช่วงนี้

    ลิเวอร์พูล ใกล้ยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 30 ปี โดยทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ขอชัยชนะอีกเพียง 2 เกมจาก 9 นัดที่เหลือในฤดูกาลนี้ ก็จะการันตีโทรฟี่ทันที

    โดยเกมพรีเมียร์ลีกที่จะกลับมาแข่งใหม่นั้น จะเล่นแบบปิดสนามเริ่มวันที่ 17 มิถุนายน นั่นหมายความว่าบรรดาแฟนบอล’หงส์แดง’ จะไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาร่วมฉลองใน แอนฟิลด์ อีกทั้งอาจยังโดนห้ามไม่ให้ร่วมฉลองความสำเร็จในตัวเมือง

    นายใหญ่เลือดด๊อยช์ท เผยถึงเรื่องนี้ยอมรับว่าถ้าจะให้รอฉลองกับแฟน ๆ ซีซั่นหน้าตนก็ยอมรับได้ไม่มีปัญหา "คุณไม่สามารถฉลองได้ในแบบที่คุณฝันมาตลอด มันดูไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก ซึ่งผมก็เข้าใจเรื่องนั้นได้ดีนะ" คล็อปป์ เผยกับ สกาย เยอรมนี

    "ผมก็รู้สึกเหมือนกันแหละ การฉลองแชมป์แบบเหงา ๆ ในสนามแล้วก็กลับบ้านมันไม่ใช่เรื่องในอุดมคติเลย"

    "เมื่อคุณคิดแบบนั้นมันไม่ใช่เลยจริง ๆ แต่ถึงอย่างไรตอนนี้มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ แล้วทำไมเราจะต้องนำเรื่องที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้มาให้เป็นเรื่องทำไมกันล่ะ?"

    "เมื่อถึงวันหนึ่งที่เรากลับมาใช้ชีวิตแบบปกติได้ เมื่อใครสักคนคิดค้นวัคซีนได้ขึ้นมา ตอนที่ใครสักคนเจอทางแก้ปัญหาได้ หรือเมื่อไหร่ที่อัตราการระบาดมันเป็นศูนย์หรือต่ำลง วันนั้นแหละมันก็จะมาถึง แล้วเราก็จะได้ฉลองในแบบที่เราต้องการ"

    "หากมันจะเกิดขึ้นในช่วง 12 หรือ 13 นัดแรกของฤดูกาลหน้า แล้วเรายังอยากจะฉลอง ถามหน่อยใครกันจะมาหยุดพวกเราได้ล่ะ? ตอนนั้นเราก็มีถ้วยแชมป์แล้ว ซึ่งเราก็จะยืนอยู่บนรถบัสแห่ชูโทรฟี่ไปทั่วเมือง ใครจะหาว่าบ้าก็ตามเถอะ เอาจริง ๆ ผมไม่แคร์เลย"

    "ไม่ต้องถามหรอกว่า พอถึงตอนนั้นจะยังเป็นการฉลองที่พิเศษไหม? มันแปลกก็จริงอยู่ แต่มันเป็นความแปลกที่ยอดเยี่ยมที่สุด"

บาร์นส์ชี้ลิเวอร์พูลยุคเก่าเอาชนะทีมปัจจุบันอย่างน้อยครึ่งโหล!

จอห์น บาร์นส์ อดีตปีกดาวดังของ ลิเวอร์พูล เผยว่า ทีม"หงส์แดง" ในสมัยที่เขาค้าแข้งนั้น จะเอาจะทีมชุดปัจจุบันของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้แน่ หากลงเล่นภายใต้กติกาเดิม แต่หากต้องมาเล่นในกติกาปัจจุบันแล้ว ทีมยุคของเขาก็จะโดนถล่มด้วยเช่นกัน

    จอห์น บาร์นส์ เป็นหนึ่งในดาวดังของ ลิเวอร์พูล และมีส่วนร่วมพา "หงส์แดง" คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้ 2 สมัย ให้สัมภาษณ์ในคอลัมน์ประจำวันอาทิตย์ของ แดนนี่ เมอร์ฟี่ ในเดลี่ เมล์ โดยหนึ่งในเนื้อหาพูดถึงเกี่ยวกับการเปรียบเทียบระหว่าง ลิเวอร์พูล ยุคก่อน กับ ยุคปัจจุบันที่มี เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นผู้จัดการทีม

        "เมื่อมีคนมาให้ผมเปรียบเทียบทีมของผม กับทีมชุดนี้ มันก็ต้องขึ้นอยู่กับกติกาที่เราจะเล่นนะ"

        "หากเราเล่นภายใต้กติกายุค 80s กับผู้ตัดสินในตอนนั้นแล้วล่ะก็ เราคงชนะพวกเขาได้อย่างน้อย 6 ลูกเลยล่ะ"

        "และหากเราเล่นในกติกาสมัยใหม่บ้าง พวกเขาก็คงเอาชนะเรา 6 ลูกเช่นกัน เพราะเวลาพวกเขาล้มลง พวกเขาจะไม่ได้เล่นลูกฟรีคิกเลย และหากเรามาเล่นในตอนนี้ พวกเราก็คงจะเหลือผู้เล่นแค่ 6 คนแล้วล่ะ"

        "เราไม่ได้ร้องรำทำเพลงกันแบบเต็มที่ตอนที่ได้แชมป์ในปี​ 1990  แต่ถ้าเรารู้ว่าหลังจากนั้นเราจะไม่ได้แชมป์อีกเลยแล้วล่ะก็​ เราคงฉลองกันให้มากกว่านั้นไปแล้ว​"

ลิเวอร์พูลหรือเปล่า?ลีลส์ได้รับเสนอขอซื้อ “โอซิมเฮน” แบบสุดงาม

สื่อดังฝรั่งเศสปูด ลีลล์ ได้รับข้อเสนอเงินกว่า 3 พันล้านบาท ในการขอซื้อตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน หัวหอกฟอร์มแรง ที่กำลังมีข่าวกับ ลิเวอร์พูล

    ลีลล์ สโมสรดังแห่งเวที ลีก เอิง ฝรั่งเศส ได้รับข้อเสนอเงิน 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,037.5 ล้านบาท) จากสโมสรที่ไม่เปิดเผยชื่อ ในการขอซื้อตัว วิคเตอร์ โอซิมเฮน กองหน้าตัวเก่งของทีม ตามรายงานจาก เตเลฟุต สื่อลูกหนังชื่อดังเมืองน้ำหอม เมื่อวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    ฤดูกาลนี้ โอซิมเฮน โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น หลังกระทุ้งไป 18 ประตู จากการลงเล่นให้ต้นสังกัดรวมทุกรายการ 38 นัด จนมีข่าวว่า ลิเวอร์พูล กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัวไปเสริมแนวรุก เช่นเดียวกับ อินเตอร์ มิลาน, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

    ล่าสุด เตเลฟุต ระบุว่า มีสโมสรนิรนามแห่งหนึ่งได้ยื่นข้อเสนอเงิน 75 ล้านปอนด์ ไปให้ ลีลล์ พิจารณาเรียบร้อย ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็น "หงส์แดง" หรือไม่ เพราะเมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสข่าวว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล หวังรวบทั้ง โอซิมเฮน และ บูบาการี่ ซูมาเร่ จาก ลีลล์

I’m not rapper – ซาดิโอ มาเน่ รับ ใจลอยไป แมนยู แต่ คล็อปป์ ทำฝันสลาย



ซาดิโอ มาเน่ ดาวยิงลิเวอร์พูล ยอมรับว่า ตอนที่กำลังจะย้ายออกจาก เซาธ์แฮมป์ตัน จิตใจของเขามีแต่ แมนยู และไม่เคยนึกถึง ลิเวอร์พูล เลยสักนิดเดียว จนกระทั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ โดดเข้ามาขวางทางเอาไว้ จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อ 9 เมษายน 2563

        ก่อนที่จะมาเป็นผู้เล่นที่เหล่า เดอะ ค็อป หลงรักกันทั้งโลก ทางด้าน ซาดิโอ มาเน่ ก็ยอมรับว่า ทีแรกก่อนจะย้ายทีมเข้ามา เขาไม่เคยนึกถึง ลิเวอร์พูล เลยสักนิด เพราะตอนนั้นมีเพียง แมนยู ทีมเดียวที่เขาเจรจาอยู่แล้ว และก็กำลังเฝ้ารอการได้ย้ายไปสวมยูนิฟอร์มผีแดง

        "ผมบอกตามตรงว่าตอนที่จะย้ายออกจากเซาธ์แฮมป์ตัน ผมไม่ได้นึกถึง ลิเวอร์พูล เลย เพราะผมใจจดจ่ออยู่กับ แมนยู เท่านั้น" สตาร์เซเนกัล เผย

       "ผมจำได้ว่าตอนนั้นผมกำลังนั่งอยู่ที่ม้านั่งนั่นแหละ แล้วก็กำลังทบทวนอะไรบางอย่าง มันค่อนข้างอธิบายยาก ซึ่งผมเองก็ไม่คิดว่าจะมีใครโทรมาหาผมหรอกนะ"

        "แต่สุดท้าย เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็โทรมาหาผม ซึ่งผมดีใจมากนะ แล้วอีกอย่างคือ เขาไม่ได้มองว่าผมเป็นแร็ปเปอร์อีกแล้วด้วย"

        ทั้งนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยเกือบได้ร่วมงานกับ ซาดิโอ มาเน่ ที่ ดอร์ทมุนด์ ทว่าสุดท้ายแล้วดีลไม่เกิดขึ้น เนื่องจาก คล็อปป์ ไม่โอเคเลยกับลุคแร็ปเปอร์หน้าใหม่ของซุปตาร์เซเนกัล แต่สุดท้ายแล้ว JK ก็ยอมรับว่าเป็นเขาเองที่ประเมินผิดไป