ลูกคนงานก่อสร้าง เก็บผักกิน ขาย..โกอินเตอร์ เจลีก..ดาวยิงทีมใหญ่ไทยลีก

ชะตาชีวิตของแต่ละคนถูกลิขิตมาตั้งแต่เกิด แต่ก็สามารถใช้ความมานะพยายามลิขิตชีวิตตัวเองตอนโตได้ เฉกเช่น “เจ้าเบียว”ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม ซึ่งชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตั้งแต่เด็กแต่วันนี้กลายเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหน้าตัวจริงของทีมยักษ์ใหญ่ไทยลีกอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
“เจ้าเบียว”ณัฐวุฒิ ได้ย้อนอดีตให้ฟังว่า สมัยเด็ก ๆ ที่บ้านมีฐานะยากจน พ่อแม่เป็นคนงานก่อสร้าง กินค่าจ้างรายวัน ถ้าตรงกับช่วงเข้าพรรษา ที่ภาคเหนือจะไม่มีการก่อสร้างบ้าน รายได้ก็จะไม่มี พ่อแม่ต้องไปเก็บผักมากินและขาย โชคดีที่มีบ้านญาติอยู่ใกล้ บางครั้งก็ต้องไปอาศัยกินข้าวกับญาติ เป็นการประทังชีวิต
 
    “ตอนเด็กก็ถือว่าลำบาก แต่โชคดีพ่อแม่เข้าใจไม่ห้ามเรื่องฟุตบอล รองเท้าสตั๊ดไม่มี ก็ขอจากรุ่นพี่ โชคดีไปเล่นฟุตบอลรายการหนึ่งในจังหวัดตากบ้านเกิด ได้นักเตะยอดเยี่ยม มีสตั๊ดเป็นรางวัล ผมเอามาใส่จนขาด เพราะไม่มีเงินจะซื้อ”

    “เจ้าเบียว”เล่าว่า ช่วงที่เรียนม.4 ที่ร.ร.สามเงาพิทยาคม มีพี่ที่เป็นทหารแนะนำให้ไปคัดกับร.ร.สุรศักดิ์มนตรีที่เปิดคัด ผมไม่รีรอที่จะไป คือเราเห็นพ่อกับแม่จะชอบดื่มและทะเลาะกัน ก็อยากจะไปให้พ้นจากสภาพแวดล้อมนี้ ไปแสวงหาอนาคตด้านฟุตบอลเพื่อจะมาช่วยเขาตอนหลังดีกว่าจะทนอยู่แบบนี้ ก็เลยมาคัดก็ติด ได้เรียนฟรี อยู่ฟรีและกินฟรี โดยมื้อเช้า อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ จะเอาข้าวที่เหลือจากวัดมาให้กิน ตอนเย็นก็ได้กินฟรี มากทม.ผมเอาเงินมา 800 บาท เป็นค่ารถ ค่ากิน โชคดีที่คัดติดที่นี่”
 
    โชคดีของ “เจ้าเบียว”ที่ ร.ร.สุรศักดิ์ฯ เป็นพันธมิตรกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เจ้าตัวจึงมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในอะคาเดมี่ของ แบงค็อกฯ และได้โชว์ฟอร์มในยูธลีก ก่อนที่จะเล่นทีมสำรองของ แบงค็อก ในฟุตบอลไทยลีก 4 จนได้เป็นดาวซัลโวของโซนกทม.และปริมณฑล จำนวน 21 ประตู ถูกดันขึ้นชุดใหญ่แต่แทบไม่ได้เล่น จนวันหนึ่งโอกาสมาถึงเมื่อทางสโมสรตัดสินใจจะส่งเจ้าตัวไปฝึกฟุตบอลกันพันธมิตรอย่าง เอฟซี โตเกียว ที่ญี่ปุ่น

 
    “ตอนแรกผมปฏิเสธไปทางโทรศัพท์ เพราะไทยลีกยังไม่ได้เล่น เลยไม่อยากข้ามขั้นเร็วไป แต่พอวางสาย แม่ที่มาเยี่ยมก็บอกทำไมไม่ลองก่อนล่ะ มันเป็นโอกาสที่ไม่ได้มีกันทุกคน ผมเลยตัดสินใจโทรกลับไปว่า ตกลงไปญี่ปุ่น”
 
    จากเด็กบ้านนอกที่เรียนไม่เก่ง ต้องไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว ไม่มีเพื่อน ชีวิตที่ญี่ปุ่นช่วงแรกจึงลำบาก ขณะเดียวกันก็เล่นให้กับ เอฟซี โตเกียวชุดยู 23 ในเจลีก 3 ช่วงแรก ๆ ก็โดนเพื่อนร่วมทีมด่า แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ภาษากายมันบอก เจ้าตัวก็ก้มหน้าก้มตาเล่นโดยไม่สนใจอะไร ลงไป 17 นัดยิงไป 3 ประตู เพื่อนเริ่มยอมรับในช่วงปลาย ๆ ซีซั่น สุดท้ายเดินทางกลับไทยหลังใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น 11 เดือน

 
    ณัฐวุฒิ ได้กลับมาไทยและมีโอกาสซ้อมช่วงปรี-ซีซั่น กับทีมชุดใหญ่ของทรู แบงค็อก ซึ่งก็มีโอกาสได้ติดทีมไปอุ่นเครื่องที่มาเลเซีย เป็นฟุตบอล 4 เส้า เจ้าตัวได้โอกาสจากมาโน โพลกิ้ง ให้ลงเล่นแทน โบนิลญ่า ที่เจ็บ เพราะมาโน่เห็นฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องยิงทุกนัด และเมื่อได้เล่นที่มาเลย์ ก็ยิงไป 1 ลูก ทีมได้แชมป์ เจ้าตัวได้นักเตะยอดเยี่ยม นั่นจึงเป็นที่มาของการได้โอกาสลงเล่นในเกมไทยลีก แถมยึดตัวจริงของทีมได้ 4 นัดติดต่อกันก่อนหยุดไปเพราะโควิด โดยยิงไป 1 ประตู
 
    เมื่อฟอร์มดี เจ้าตัวก็มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดยู 21 และยู 23 ปีต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า ได้โทรไปบอกพี่สาวให้บอกแม่ แต่แม่อยากฟังจากปากของเจ้าตัวเอง พอบอกไป แม่ถึงกับร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ

 
    “ผมมีวันนี้ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินคาดจริง ๆ แต่ผมบอกเลยว่า ตัวเองทำงานหนักมาก หลังการฝึกซ้อมทีม ผมจะให้โค้ชช่วยเปิดบอลให้ผมยิงประตูในทุกรูปแบบอีกเกือบครึ่งช.ม.ทุกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้ผมดีขึ้นจริง ๆ ตอนนี้ได้เป็นนักบอลอาชีพเต็มตัวก็ส่งเงินกลับบ้านให้พ่อแม่ตลอด และจะหาเงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ได้อยู่สบายขึ้นในอนาคตอันใกล้ และเป้าหมายสูงสุดของผมคือ การได้ติดทีมชาติชุดใหญ่สักครั้งในชีวิต แต่ทั้งนี้ผมต้องโชว์ฟอร์มกับทรู แบงค็อก ให้ดีเสียก่อน”

เมอร์ฟี่แนะซานโช่รอ-เชื่อไม่อยากไปผี

แดนนี่ เมอร์ฟี่ อดีตกองกลางของ ลิเวอร์พูล แนะ เจดอน ซานโช่ ตัวรุกเนื้อหอมของ ดอร์ทมุนด์ รอย้ายทีมในซัมเมอร์หน้าดีกว่า พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าตัวนักเตะไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเอตร์ ยูไนเต็ด

 แข้งวัย 20 ปีตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องกับ "ปีศาจแดง" แต่ทีมดังแห่งอังกฤษยังต่อรองราคาและไม่ยอมจ่ายค่าตัวตามที่ "เสือเหลือง ต้องการ ซึ่งทาง เมอร์ฟี่ แนะให้ ซานโช่ รอย้ายทีมซัมเมอร์หน้าดีกว่าเพราะจะมีตัวเลือกให้มากกว่านี้ รวมถึงแสดงความเชื่อมั่นว่านักเตะไม่ได้อยากย้ายไปค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดจริงๆ

 "ยูไนเต็ดเป็นทีมที่น่าดึงดูดใจ, หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยขุมพลังหนุ่มและทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ ซานโช่ ไม่จำเป็นต้องรีบตัดสินใจและเขาควรจะรู้ว่าหนึ่งปีนับจากนี้เมื่อสถานการณ์ทางการเงินมั่นคงขึ้น เขาจะมีตัวเลือกอย่าง ลิเวอร์พูล รวมถึง เชลซี, บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด" เมอร์ฟี่ เขียนผ่านคอลัมน์ทาง เดลี่ เมล

 "เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะต้องรอและชั่งน้ำหนักตัวเลือกหลังจบศึกยูโรในซัมเมอร์หน้ามากกว่าที่จะเสี่ยงในตอนนี้ด้วยการบอก ดอร์ทมุนด์ ว่าต้องการไป"

 "หากเป็นอย่างนั้นและยูไนเต็ดกำลังสู้กับค่าตัวที่สูงเกินไปและนักเตะพิจารณาตัวเลือกอื่น พวกเขาต้องเจอกับปัญหาแน่, นั่นยังไม่รวมกับค่าเอเย่นต์ที่มักจะมาควบคู่กันด้วย"

 "ซานโช่ ยังหนุ่มและได้รับการยอมรับ แต่เส้นทางอาชีพของเขาจนถึงปัจจุบันแสดงให้เห็นว่านักเตะรู้ใจของตัวเองและจะเผยออกมาในอนาคต, ถ้าเขาตั้งใจที่จะย้ายไปยูไนเต็ด ก็มีวิธีที่จะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรับรู้ได้"

 "อะไรที่มันจะเป็นประโยชน์กับอาชีพของคุณ คุณจะพยายามทำให้มันเกิดขึ้น และถ้ายูไนเต็ดรู้เช่นนั้นแล้ว ผมคงจะจ่ายตามที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการแม้ว่าจะชื่นชมในหลักการที่ไม่ถูกกำหนดก็ตาม มูลค่าของ ซานโช่ ก็ไม่ได้ลดลง"

 "อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในสิ่งที่ผมได้เห็นนั้นไม่มีการต่อต้านจาก ซานโช่ ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้อยากย้ายไปอยู่กับยูไนเต็ด"

เลิกล่าซานโช่!อดีตผู้ช่วยป๋าชี้เป้าแข้งที่แมนยูควรซิวร่วมทีม

 

สตีฟ แม็คคลาเรน ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะเลิกจริงจังในภารกิจล่า เจดอน ซานโช่ ปีกตัวจี๊ดของ ดอร์ทมุนด์ แล้วไปเอา เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ หัวหอกเพื่อนร่วมทีมของ ซานโช่ มาร่วมทัพให้ได้ ชี้ ตอนนี้ "ปีศาจแดง" กำลังขาดกองหน้าตัวเป้าที่จบสกอร์เก่งๆ และ ฮาแลนด์ ก็เหมาะกับบทบาทนั้น

สตีฟ แม็คคลาเรน กุนซือว่างงานชาวอังกฤษ แสดงความเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรจะพยายามคว้าตัว เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาร่วมทัพให้ได้มากกว่า เจดอน ซานโช่ ซะอีก

 "ปีศาจแดง" มีข่าวกับ ซานโช่ อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมของพวกเขายังต้องการทำให้เกมริมเส้นมีความดุดันมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะหมดหวังในการล่าตัว ซานโช่ แล้ว หลังจากที่ผู้บริหารของ ดอร์ทมุนด์ ให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่าอดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังอยู่กับทีมต่อไปในฤดูกาล 2020-21

 แม็คคลาเรน ซึ่งเคยเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เผยว่า "4 แนวรุกของพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ต่างก็เป็นคนที่เร็วมากๆ พวกเขามีฝีเท้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ และสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้หลายอย่าง มาร์กซิยาล เป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่เวลาถึงเกมใหญ่ๆ แล้วนั้นเขากลับไม่เคยสวมบทจอมทำประตูที่แท้จริงได้เลยในจังหวะที่ถือว่าสำคัญต่อเกมมากๆ พวกเขาต้องการนักเตะชั้นยอดในตำแหน่งนั้น (กองหน้าตัวเป้า)"

"ผมไม่คิดว่า (โรเมลู) ลูกากู เหมาะกับแนวทางการเล่นในตอนนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แล้ว (ตอบโต้เรื่องที่คนบอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คิดผิดที่ขาย ลูกากู) เพราะตอนนี้พวกเขาเล่นแบบวิ่งไล่กดดันสูง และผมคิดว่าพวกเขาควรจะต้องเล่นแบบนั้นให้ได้"

 "ผู้จัดการทีมจะทำอะไรไม่ได้เลยหากสโมสรไม่หนุนหลังเขาและไม่ดึงนักเตะอย่าง ฮาแลนด์ มาร่วมทัพ เขาจะเป็นคนที่เข้ากับทีมอย่างสมบูรณ์แบบ ผมได้เห็นฟอร์มของเขาที่ ดอร์ทมุนด์ และเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งที่เพิ่งมีอายุเพียง 20 ปี ลองจินตนาการดูสิว่าถ้ามีนักเตะแบบเขาอยู่ในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด มันจะเป็นยังไง มันจะลงล็อกเลยล่ะ"

    "ตอนนี้พวกเขาไม่ได้ห่างชั้นจากทีมอื่นๆ แบบไกลคนละโลก แต่พวกเขาจำเป็นต้องใช้เงินกับการเสริมทัพและดึงนักเตะที่เหมาะสมมาร่วมทีม ผมเห็น เจดอน ซานโช่ เล่นให้ ดอร์ทมุนด์ มาแล้วหลายนัด จริงอยู่ว่าเขาเป็นนักเตะที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ แต่เขามีสไตล์คล้ายกับ มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด นิดหน่อย มันทำให้ผมสงสัยว่าพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ต้องการนักเตะแบบนั้นจริงๆ งั้นเหรอ ?"

    "เขา (ซานโช่) ไม่ใช่นักเตะประเภทกองหน้าตัวเป้าหมายเลข 9 มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ก็ไม่ใช่นักเตะแบบนั้นเหมือนกัน คุณจำเป็นต้องมีนักเตะประเภทเพชฌฆาตในกรอบเขตโทษ, พวกที่จบสกอร์เก่งแบบนักเตะหมายเลข 9 และพวกเขาก็จำเป็นต้องหานักเตะแบบนั้นให้เจอโดยเร็วด้วย"

    "ใช่ ซานโช่ จะทำให้ขุมกำลังของพวกเขาดีขึ้นได้ แต่การที่จะชนะเกมใหญ่ๆ และได้แชมป์มาครองน่ะ คุณจำเป็นต้องมีนักเตะประเภทหมายเลข 9 อยู่ในทีม และต้องมีเซนเตอร์แบ็กที่เก่งๆ 2 คนด้วย ฮาแลนด์ จะเป็นการเสริมทัพที่สมบูรณ์แบบ เขาเป็นกองหน้าฝีเท้าดีที่อายุยังน้อย, เป็นนักเตะประเภทหมายเลข 9 ที่รับมือกับแรงกดดันได้ นักเตะแบบนี้น่ะหาได้ยากมากๆ ส่วนรายของ แฮร์รี่ เคน นั้น คำถามคือพวกเขาจะดึงเขามาจาก ท็อตแน่ม ได้รึเปล่า ? ผมไม่มั่นใจว่าพวกเขาจะทำอย่างนั้นได้ แต่พวกเขาต้องการนักเตะประเภทนั้นอย่างมาก"

สื่อเผยเฮนเดอร์สันตัดสินใจอนาคตกับแมนยูแล้ว

หลังจากที่อนาคตของ ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงเยอะพอตัวในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าตัวก็เตรียมที่จะต่อสัญญากับทีมแล้ว โดยมันจะมีระยะเวลาถึง 4 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นขยายสัญญาอีก 1 ปี ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

    ดีน เฮนเดอร์สัน ผู้รักษาประตู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

    อนาคตของ เฮนเดอร์สัน เป็นหนึ่งในประเด็นเกี่ยวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงที่ผ่านมา เพราะหลายคนมองว่าเขาควรจะได้เป็นตัวจริงให้กับ "ปีศาจแดง" ได้แล้ว หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้โดดเด่นทั้งในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุดที่ไปเล่นกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในรูปแบบยืมตัว ขณะที่ ดาบิด เด เคอา มือ 1 คนปัจจุบันของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ฟอร์มตกด้วย แต่ที่ผ่านมา โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังไม่รับประกันว่า เฮนเดอร์สัน จะได้เป็นตัวจริงแทน เด เคอา ในซีซั่นหน้าหรือไม่

    ทั้งนี้ เฮนเดอร์สัน เหลือสัญญากับทีมอีกเพียงราว 2 ปีเท่านั้นด้วย ซึ่งมันก็มีข่าวลือด้วยว่าเขาจะไม่ต่อสัญญาและหาทางย้ายออกจากทีมถ้าหากไม่ได้เป็นตัวจริงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า ท่ามกลางกระแสข่าวลือที่ว่า เชลซี กำลังอยากได้เขาไปเฝ้าเสาให้

    อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เดอะ ซัน บอกว่า เฮนเดอร์สัน จ่อต่อสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว หลังจากที่ยอดทีมแห่งถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยื่นสัญญาที่มีระยะเวลา 4 ปีให้กับเขา พร้อมกับจะให้ค่าเหนื่อยเขาเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 ล้านบาท) จากเดิมรับอยู่ที่ 60,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.40 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดยมันมีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาอีก 1 ปีด้วย

    สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าตัวแทนของ เฮนเดอร์สัน หารือกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้กำลังจะได้บทสรุปด้วยดี อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่า เฮนเดอร์สัน จะได้อยู่เป็นมือ 1 ให้ทีมหรือไม่ โดยที่จริง เฮนเดอร์สัน เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมไปเมื่อปีก่อน

    ถ้าหาก เฮนเดอร์สัน ได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์จริงๆ มันก็หมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะเสียค่าเหนื่อยให้กับคนในตำแหน่งนายทวารในทีมชุดใหญ่รวมแล้ว 575,000 ปอนด์ (ประมาณ 23 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เพราะ เด เคอา รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ขณะที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ฟันเงินในตอนนี้ 70,000 ปอนด์ (ประมาณ 2.80 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลี แกรนท์ รับเงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 30,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.20 ล้านบาท)

“มาดามแป้ง​” ขึ้น! บอกเงิน​ 16​ ล้านที่เอามาหนุน​ ส.บอลฯ​ ขอเอามาจ่ายค่าVARไทยลีกทั้งหมดทุกคู่

"มาดามแป้ง" นวลพรรณ​ ล่ำซำ​ ประธาน​การท่าเรือ​ เอฟซี​ เผยถึง​ 7​ ข้อเรียกร้องไปถึง​ พล.ต.อ.สมยศ​ พุ่ม​พันธ์​ม่วง​ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ​ ระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับสโมสร เอสซีจี เมืองทองฯ และ ทรู แบงค็อกฯ เพื่อขอความชัดเจนเรื่องวีเออาร์

   โดยทาง "มาดามแป้ง"นวลพรรณ​ ล่ำซำ​ ประธาน​การท่าเรือ​ เอฟซี​ เผยถึง​ 7​ ข้อเรียกร้องไปถึง​ พล.ต.อ.สมยศ​ พุ่ม​พันธ์​ม่วง​ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ​

   1.หลายสโมสรยินยอมจ่ายเงินเพื่อตอบโจทย์​และซื้อความยุติธรรม​ หากทำไม่ได้​ จึงควรต้องมีเหตุผลมากกว่านี้

   2.วงการฟุตบอล​ คนอย่างแป้ง​ คำไหนคำนั้น​ ควรต้องจริงใจ​ ไม่กลับไปกลับมา​ เหมือนข่าวรายวัน​ ที่แต่ก่อนบอกจะใช้​ แต่มาเมื่อวานบอกไม่ใช้วีเออาร์​ มาเช้านี้บอกใช้บางนัด

   3.เรื่องเงินสนับสนุน​ เดิมไทยลีกได้​ 20+5​ ล้านบาท​ แล้วปัจจุบัน​จะได้เท่าไหร่​ ต้องชัดเจน

   4.ความชัดเจนเรื่องลิขสิทธิ์​ที่หายไปหลังวันที่​ 25​ ต.ค.63​ เรื่องนี้ต้องชัดเจน​ เพราะมีผลกระทบกับสปอนเซอร์​ผู้สนับสนุนทีม

   5.การประชุมเมื่อวันที่​ 14​ เม.ย.63​ ได้ให้สโมสรลงมติแข่งแบบข้ามปี แต่ไม่ได้ชี้แจงว่าผลกระทบจะเป็นอย่างไร

   6.รายรับรายจ่ายที่​ ส.บอลฯ​ อยากให้​ ส.บอลฯ​ อยากออกมาเปิดเผยเรื่องเงินรายจ่าย​ อยากให้มีหน่วยงานมาตรวจสอบเพื่อความสง่างาม

   7.​เปิดใจรับฟังทุกเสียง​ ฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่องของผู้บริหารอย่างเดียว​ มันเป็นเรื่องของทุกคนในวงการ

   แป้งพูดตรงไปตรงมา​ ไม่ชกใต้เข็มขัด​ อย่าโกรธ​แป้งเลย​ เป็น​ 1​ เสียงที่พูดตรงไปตรงมา

   ทั้งนี้มาดามแป้งยังบอกอีกว่า​ แป้งสนับสนุน​ ส.บอลฯ​ ปีนี้​ 16​ ล้านบาท​ เอาเงิน​ 16​ ล้านบาท​ตรงนี้ไปจ่ายค่าวีเออาร์​ทั้งหมดได้เลย​ ไม่รู้พอไม่พอ​ แต่แป้งว่ามันน่าจะพอ

 

 

 

เจาะผลงานและเกร็ดของ จามาล ลูอิส : แบ็กซ้ายที่ ลิเวอร์พูล คิดดึงเป็นอะไหล่ โรเบิร์ตสัน

หลายคนมองว่า ลิเวอร์พูล ยังไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินก้อนโตสำหรับการเสริมทัพสู้ศึกฤดูกาล 2020-21 เพราะขุมกำลังโดยรวมของพวกเขาแข็งแกร่งอยู่แล้ว โดยสิ่งที่ "หงส์แดง" ต้องทำอาจจะมีเพียงการซื้อนักเตะเข้ามาเป็นอะไหล่ของบรรดาขุมกำลังตัวหลักเท่านั้น
    ทั้งนี้ หนึ่งในนักเตะที่ตกเป็นข่าวกับการจะเป็นอะไหล่ให้กับขุมกำลังของ ลิเวอร์พูล ได้แก่ จามาล ลูอิส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติไอร์แลนด์เหนือของ นอริช ซิตี้ หลังจากที่ว่ากันว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ชื่นชอบฝีเท้าของเขามากๆ และน่าจะเป็นตัวสำรองของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ได้เป็นอย่างดี โดยค่าตัวของเขาไม่น่าจะแพงมากนักด้วย เพราะ นอริช เพิ่งตกชั้นไปหมาดๆ

    ถ้าเกิด ลูอิส ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล จริงๆ เรื่องราวของเขาก็จะคล้ายกับ โรเบิร์ตสัน เลย เพราะก่อนที่ คล็อปป์ จะดึงดาวเตะชาวสกอตต์มาร่วมทีมนั้น โรเบิร์ตสัน ก็ตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก ไปพร้อมกับ ฮัลล์ ซิตี้ เหมือนกัน ซึ่งวันนี้เราจะมาลองดูกันว่าผลงานในฤดูกาลล่าสุดของ ลูอิส มันเป็นยังไงบ้าง รวมถึงมีเกร็ดที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวเขามานำเสนอด้วย

    – เกมรับ
    ในด้านการตัดบอลแบบไม่ต้องเข้าสกัดนั้น ลูอิส ทำได้ในระดับที่ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่ เพราะเขามีค่าเฉลี่ยด้านนี้เพียง 0.9 ครั้งต่อนัด ส่วนการช่วยดักล้ำหน้านั้นเขาก็ทำได้เพียง 0.1 ครั้งต่อเกม ก่อนที่สุดท้าย นอริช จะต้องตกชั้น แต่นั่นเป็นเพียงด้านแย่ๆ เพียงไม่กี่ด้านของเขาในเกมรับ


 

    ในส่วนของการพุ่งสกัดนั้น เขาสไลด์โดนบอลเฉลี่ยแล้วถึง 1.8 ครั้งต่อนัด หรือคิดเป็น 69 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังโดนคู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านได้เพียง 0.5 ครั้งต่อเกมด้วย ขณะเดียวกันเขายังเสียฟาวล์เพียงแค่ 0.5 ครั้งต่อเกมเท่านั้น และนั่นก็ทำให้ใน พรีเมียร์ลีก ตลอดทั้งฤดูกาล 2019-20 เขาโดนใบเหลืองไปเพียง 4 หน

    – เกมรุก
    ลูอิส ได้รับคำชมเรื่องการเล่นเกมรุกมากกว่าเกมรับ ซึ่งถ้าดูที่การเลี้ยงบอลแล้วมันก็ไม่น่าแปลกใจที่เขาจะได้รับคำชม เพราะเจ้าตัวสามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้ถึงเฉลี่ย 1.2 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับนักเตะที่อายุเพียง 22 ปี แถมยังอยู่กับทีมที่สุดท้ายแล้วต้องตกชั้นแบบ นอริช อีก นอกจากนี้ เขายังมีค่าเฉลี่ยผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้า 1.1 ครั้งต่อเกมด้วย


 

    อย่างไรก็ตาม ในเกมรุกจุดอื่นๆ นั้นถ้าจะบอกว่าเขายังทำผลงานได้ไม่ดีพอกับการเป็นอะไหล่ของ โรเบิร์ตสัน มันก็คงจะไม่ผิดอะไรนัก เพราะเจ้าตัวครอสบอลเข้าเป้าเพียง 0.4 ครั้งเกม หรือถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็อยู่ที่ 23 เปอร์เซ็นต์ จากการครอสบอลทั้งหมด 44 ครั้ง ทั้งที่การเปิดบอลจากด้านข้างถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญของฟูลแบ็ก


 

    นอกจากนี้ เขาก็มีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญแค่ 0.5 ครั้งต่อเกมด้วย ขณะที่เปอร์เซ็นต์การผ่านบอลเข้าเป้าโดยรวมของเขาอยู่ที่ 78.9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ในด้านการจับบอลนั้น ลูอิส ยังมีปัญหาอยู่ในระดับหนึ่ง โดยเขาทำบอลหลุดจากเท้าเองเฉลี่ยแล้ว 1.3 ครั้งต่อเกม อย่างไรก็ตาม เขาก็โดนคู่แข่งแย่งบอลไปจากเท้าได้ยากพอตัว เพราะว่าค่าเฉลี่ยในด้านนี้อยู่ที่ 0.8 ครั้งต่อนัดเท่านั้น

    – เกร็ดน่าสนใจ
    * แม้ว่าจะเกิดที่ประเทศอังกฤษ แต่ ลูอิส เลือกเล่นให้ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ จากการที่คุณแม่ของเขาเกิดที่กรุงเบลฟาสต์ ประเทศไอร์แลนด์เหนือ โดยเขาเล่นให้ ไอร์แลนด์เหนือ ทั้งในรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี กับรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ก่อนที่จะได้ติดทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2018


 

    * ลูอิส ทำผลงานได้โดดเด่นกับ นอริช มาตั้งแต่ฤดูกาล 2018-19 แล้ว โดยเขาถึงขั้นได้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ อีเอฟแอล ประจำเดือนกันยายน ปี 2018 รวมถึงติดทีมยอดเยี่ยมของ อีเอฟแอล ประจำซีซั่น 2018-19 และยังช่วยให้ นอริช ได้แชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ จนได้ขึ้นมาเล่น พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2019-20 ก่อนที่ "นกขมิ้นเหลืองอ่อน" จะตกชั้นกลับไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อย่างรวดเร็ว

    * หนึ่งในคุณสมบัติของฟูลแบ็กคือต้องมีความเร็วที่ดี และ ลูอิส ก็ไม่มีปัญหาในเรื่องนั้น ที่จริงแล้วสมัยยังเป็นเพียงดาวรุ่งเขาเคยลงแข่งวิ่งระยะ 800 เมตร กับ 1,500 เมตรของสหราชอาณาจักรมาแล้ว แถมยังทำผลงานได้ดีด้วย ขณะที่ในปี 2014 เขาก็เคยลงแข่งวิ่งวิบากรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีในระดับโรงเรียนของอังกฤษ และได้ที่ 2 ในการแข่งขันเลย

ของหวง!บิ๊กบาร์เซโลน่าลั่นไม่มีวันขาย “ฟาติ”

 โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บอสใหญ่ บาร์เซโลน่า ประกาศชัด อันซู ฟาติ แข้งวันเดอร์คิดของทีม ไม่ได้มีไว้ขาย พร้อมแจงตอนนี้ยังไม่มีสโมสรใดยื่นข้อเสนอเข้ามาทาบซื้อด้วย
     โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ยืนยันว่า สโมสรตนไม่มีแผนการที่จะขาย อันซู ฟาติ ปีกดาวรุ่งคนเก่งของทีม และคาดหวังที่จะเห็นนักเตะอยู่ค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู จนถึงวันเลิกเล่น

     ฟาติ ก้าวขึ้นมาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาลนี้ โดยลงเล่นให้ บาร์ซ่า รวมทุกรายการ 32 นัด ทำได้ 8 ประตู จนมีข่าวได้รับความสนใจจากหลายสโมสร ซึ่งก็รวมถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ ทว่าล่าสุด บาร์โตเมว ประกาศชัดว่า ดาวเตะวัย 17 ปีคนนี้ ไม่ได้มีไว้ขาย

     "ตอนนี้ยังไม่มีข้อเสนออย่างเป็นทางการเข้ามา ซึ่งแน่นอนว่า มีหลายสโมสรกำลังให้ความสนใจเขา แต่คำตอบสำหรับ บาร์เซโลน่า คือ -ไม่- เขาคืออนาคตของสโมสร อันซู ไม่ใช่นักเตะที่มีไว้ขาย เขาเป็นนักเตะที่ไม่เหมือนใคร เพราะเขากระโดดจากทีมเยาวชนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เลย"

     "มีนักเตะเพียงไม่กี่คนหรอก ที่เป็นได้แบบเขา ดังนั้น บาร์เซโลน่า จึงไม่สามารถขายเขาได้ ถึงแม้มันอาจจะเป็นการช่วยสโมสรในเรื่องปัญหาด้านการเงินก็ตาม ไม่มีเลยจริงๆ เกี่ยวกับความคิดที่จะขายเขาออกจากทีม ในทางกลับกัน เราต้องการที่จะช่วยเขาเติบโต และทำให้เขาเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมในอนาคต เพื่อที่จะให้เขาอยู่ที่นี่ตลอดชีวิต" บอสใหญ่ บาร์เซโลน่า กล่าว

     ปัจจุบัน ฟาติ เหลือสัญญากับ บาร์ซ่า ถึงจบฤดูกาล 2021/22

ใครสนยื่นมา! ‘สเตอร์ริดจ์’รับอยากกลับมาเล่นในพรีเมียร์ลีก

อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษยอมรับว่าอยากกลับมาเล่นในลีกประเทศบ้านเกิดอีกครั้ง

ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ยอมรับว่าอยากกลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังเป็นนักเตะไร้สังกัดอยู่ในเวลานี้

ดาวยิงวัย 31 ปี กลายเป็นแข้งไร้สังกัดหลังถูก เอฟเอ แบนจากวงการฟุตบอลเป็นระยะเวลา 4 เดือน พร้อมทั้งปรับเงินอีก 150,000 ปอนด์ จากการทำผิดกฎเกี่ยวกับการพนันฟุตบอล จนต้องยกเลิกสัญญากับ แทร็บซอนสปอร์ ทีมในตุรกี ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าอยากกลับไปเล่นในลีกสูงสุดประเทศบ้านเกิดอีกครั้งถ้ามีโอกาส

"มีตัวเลือกจากทั่วโลก แต่ผมเป็นนักเตะอังกฤษและผมรักที่จะเล่นในอังกฤษอยู่เสมอ" สเตอร์ริดจ์ กล่าว

"ผมเชื่อว่าตัวเองยังมีหลายสิ่งที่มอให้พรีเมียร์ลีกได้ และผมขอบอกว่านี่เป็นตัวเลือกแรกของผม ผมรู้สึกว่ายังทำงานของตัวเองไม่เสร็จ ดังนั้นผมอยากกลับไปเล่นที่นั่น"

แรนส์เหล่โทโมรีแนวรับเชลซี

แรนส์ กำลังจับตามองความเป็นไปได้ในการดึง ฟิคาโย่ โทโมรี่ กองหลังจากสโมสรเชลซีไปร่วมทีม ตามรายงานของ เลกิ๊ป

 แนวรับวัย 22 ปีมีส่วนร่วมกับ สิงโตน้ำเงินคราม อย่างมากในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2019/20 แต่หลังจากนั้นเขาได้หลุดจากทีมไป โดยซีซั่นที่ผ่านมาลงสนามไปทั้งหมด 22 เกม (รวมไปถึง 4 นัดใน แชมเปี้ยนส์ ลีก)

 แม้ว่านักเตะชาวอังกฤษจะมีสัญญาในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ถึงปี 2024 แต่ในรายงานจากสื่อดังแดนน้ำหอมเชื่อว่า แรนส์ ยังคงจับตาถึงความเป็นไปได้ในการเจรจาดึง โทโมรี ไปเสริมแกร่งในฤดูกาลหน้า

 โดยช่วงที่ผ่านมาสโมสรดังจากตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศสกำลังมองหาแนวรับรายใหม่มาเสริมทีม ซึ่งทาง เลกิ๊ป ระบุว่าสโมสรได้ให้ ฟลอรีย็อง โมริซ ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ของทีมเสาะหากองหลังอายุน้อย

 ในรายชื่อที่สื่อเผยออกมานอกจาก โทโมรี ยังมี เบอนัวต์ บาเดียชิล (19 ปี มีสัญญาถึงปี 2024) แนวรับโมนาโก และ นาเยฟ อาเกิร์ด (อายุ 24 ปีมีสัญญาถึงปี 2021) กองหลังของสโมสรดิฌง

 เชื่อว่า แรนส์ จะยังคงพยายามดูสถานการณ์ของ โทโมรี อยางใกล้ชิด และมองความเป็นไปได้ทั้งการเจรจาดึงตัวแบบถาวรหรือยืมมาใช้งาน ซึ่งทางสื่อก็มองว่านักเตะอาจจะพิจารณาถึงโอกาสในการลงสนามอย่างต่อเนื่องมากกว่าซีซั่นที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

 

ลิเวอร์พูลเอาไง!นอริชขอ20ล.ปอนด์แลกขายลูอิส

ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชื่อก้อง ตีข่าว นอริช ตั้งค่าหัวของ จามาล ลูอิส แบ็กซ้ายที่ ลิเวอร์พูล แอบเหล่อยู่เอาไว้ที่ 20 ล้านปอนด์ โดยตอนแรก "หงส์แดง" กะให้ค่าตัวเพียง 10 ล้านปอนด์เท่านั้น
    นอริช ซิตี้ สโมสรที่เพิ่งตกชั้นไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ต้องการเงิน 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของ จามาล ลูอิส แบ็กซ้ายดาวรุ่งของทีม ตามรายงานของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำ

    ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ลูอิส กำลังเป็นที่สนใจของ ลิเวอร์พูล หลังจากที่ "หงส์แดง" ต้องการแบ็กอัพของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งของทีม ซึ่งว่ากันว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ถูกใจฝีเท้าของแข้งวัย 22 ปีเป็นการส่วนตัวด้วย

    เป็นที่เชื่อกันว่า ลูอิส สนใจที่จะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล เช่นกัน แม้ว่าจะต้องเป็นเพียงตัวสำรองก็ตาม ซึ่ง ลิเวอร์พูล ก็คิดที่จะยื่นขอซื้อเขาด้วยเงิน 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 400 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ดิ แอธเลติก เผยว่า นอริช ต้องการเงินมากกว่านั้นอีก 1 เท่า เพราะพวกเขาเอาเงินที่ได้จากการขาย เจมส์ แมดดิสัน ให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2018 มาเป็นบรรทัดฐานในการขายดาวรุ่งทุกคนของทีม โดยตอนนั้น นอริช ปล่อย แมดดิสัน ให้กับ "สุนัขจิ้งจอก" หลังได้ค่าตัวมากกว่า 20 ล้านปอนด์