“อิมโมบิเล่” นำทัพลาซิโอรับมือดอร์ทมุนด์ที่มี “ฮาแลนด์” ตะบัน ศึกชปล.

 "อินทรีฟ้า-ขาว" ลาซิโอ แม้ผลงานในลีกจะไม่ดีเท่าไหร่นักแต่เกมแรกในการคัมแบ็กเวที แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ยอมแน่แม้จะเจอกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สามแต้มประเดิมสนามจะเป็นของฝั่งไหน ติดตามได้ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอฟ นัดแรก คืนวันอังคารนี้

ปรีวิวยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม เอฟ
ลาซิโอ (อิตาลี) – ดอร์ทมุนด์ (เยอรมัน)
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม  2563  เวลา : 02.00 น.
สนาม : โอลิมปิโก 

สภาพทีมโดยทั่วไป 

    ลาซิโอ

    ซิโมเน่ อินซากี้ เทรนเนอร์ลาซิโอ พาทีมแพ้ซามพ์โดเรียยับ 0-3 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 3 เกมแล้ว 

    ความพร้อมเกมนี้ อินซากี้ จะไม่มีทั้ง เซนัด ลูลิช, อันเดรียส เปเรยร่า, ซิลวิโอ โปรโต้ และ สเตฟาน ราดู ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวนทั้งหมด 

    ส่วน บาสโตส, ลุยซ์ เฟลิเป้ และ มานูเอล ลาซซารี่ ที่ไม่สมบูรณ์ ยังต้องรอทดสอบความฟิต แต่ข่าวดีคือจะได้ ชิโร่ อิมโมบิเล่ ดาวยิงกัปตันทีมคนสำคัญ พ้นโทษแบนในลีกกลับมา 

    ขณะที่แกนหลักรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้, เวสลี่ย์ ฮูดท์, เซอร์เกจ์ มิลินโควิช-ซาวิช, ลูคัส เลวา, หลุยส์ อัลเบร์โต้ และ ฮัวกิน กอร์เรอา ต่างพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม 

    ดอร์ทมุนด์   

    ลูเซียง ฟาฟร์ เทรนเนอร์ดอร์ทมุนด์ พาทีมชนะฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-0 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด 

    สภาพทีมล่าสุด ฟาฟร์ ยังไม่มี มาร์เซล ชเมลเซอร์, นิโก้ ชูลซ์ และ ดาน-อักเซล ซากาดู ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้วทั้งหมด

    ส่วน ลูคัสซ์ พิซเซ็ค ที่เดี้ยงเพิ่มมาจากเกมล่าสุด ต้องรอทดสอบความฟิต เช่นเดียวกับ ธอร์กกาน อาซาร์ ที่มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อรบกวน 

    บรรดาแกนหลักหลายรายที่ได้พักเมื่อสุดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นโรมัน บือร์กี้, มานูเอล อคานจี, จู๊ด เบลลิงแฮม, ราฟาแอล เกร์เรยโร่ และ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ก็พร้อมคัมแบ็กทั้งหมด

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม    

    ลาซิโอ (3-5-2) : โธมัส สตราโคช่า – ปาตริก, ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้, เวสลี่ย์ ฮูดท์ – มาร์โก ปาโรโล่, เซอร์เกจ์ มิลินโควิช-ซาวิช, ลูคัส เลวา, หลุยส์ อัลเบร์โต้, อดัม มูราซิช – ชิโร่ อิมโมบิเล่, ฮัวกิน กอร์เรอา

    เทรนเนอร์ : ซิโมเน่ อิซากี้ 

    ดอร์ทมุนด์ (3-4-2-1) : โรมัน บือร์กี้ – เอ็มเร่ ชาน, มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, มานูเอล อคานจี – โธมัส เมอนิเย่ร์, จู๊ด เบลลิงแฮม, อักเซล วิตเซล, ราฟาแอล เกร์เรยโร่ – เจดอน ซานโช่, โจวานนี่ เรย์น่า – เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์

    เทรนเนอร์ : ลูเซียง ฟาฟร์     

    ผู้ตัดสิน : กเลมงต์ ตูร์กแป็ง (ฝรั่งเศส) 

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วันเดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน

12/08/18    กระชับมิตร (สนามกลาง)     ดอร์ทมุนด์ 1-0 ลาซิโอ 

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ลาซิโอ

17/10/20 แพ้ ซามพ์โดเรีย 0-3 (เยือน) เซเรีย อา 
04/10/20 เสมอ อินเตอร์ มิลาน 1-1 (เหย้า) เซเรีย อา
01/10/20 แพ้ อตาลันต้า 1-4 (เหย้า) เซเรีย อา
26/09/20 ชนะ กายารี่ 2-0 (เยือน) เซเรีย อา
19/09/20 เสมอ เบเนเวนโต้ 0-0 (เหย้า) กระชับมิตร


    ดอร์ทมุนด์
17/10/20 ชนะ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-0 (เยือน) บุนเดสลีกา
03/10/20    ชนะ ไฟร์บวร์ก 4-0 (เหย้า) บุนเดสลีกา
01/10/20    แพ้ บาเยิร์น 2-3 (เยือน) ซูเปอร์ คัพ
26/09/20    แพ้ เอาก์สบวร์ก 0-2 (เยือน) บุนเดสลีกา
19/09/20    ชนะ มึนเช่นกลัดบัค 3-0 (เหย้า) บุนเดสลีกา

บาเยิร์นยิ้ม! “ซาเน่” สลัดเดี้ยงคืนสนามซ้อม

ถือเป็นข่าวดีสำหรับสาวก "เสือใต้" เพราะล่าสุด ลีรอย ซาเน่ ปีกจรวด บาเยิร์น มิวนิค กลับมาลงซ้อมได้เรียบร้อย และน่าจะช่วยทีมได้ทันทีในเกมสุดสัปดาห์นี้

ลีรอย ซาเน่ ปีกความเร็วสูงคนใหม่ของ บาเยิร์น มิวนิค ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน หายเจ็บที่หัวเข่าและกลับมาลงซ้อมกับทีมได้เรียบร้อย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ซาเน่ ได้รับบาดเจ็บจากเกมลีกนัดที่ บาเยิร์น บุกไปพ่าย ฮอฟเฟ่นไฮม์ 1-4 เมื่อวันช่วงปลายเดือนกันยายน และคาดว่าต้องพักแข้งราว 3-4 สัปดาห์ ซึ่งล่าสุดก็เป็นไปตามคาด เพราะ ดาวเตะทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี ลงซ้อมได้แล้ว โดยเป็นการลงซ้อมกับกลุ่มนักเตะ "เสือใต้" ที่ไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่เปิดบ้านถล่ม แอตเลติโก มาดริด 4-0 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

คาดกันว่า ซาเน่ น่าจะกลับมามีชื่อช่วยทีมในเกม บุนเดสลีกา นัดที่ บาเยิร์น มีคิวเปิดรัง อัลลิอันซ์ อารีน่า ดวลกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคมนี้ แต่ก็ต้องรอดูการซ้อมครั้งสุดท้ายในวันศุกร์ว่า เจ้าตัวฟิตพอเป็นตัวจริงหรือไม่

แมนยูเสริมอย่างโหด!สรุปดีลการโยกย้ายทีมวันปิดตลาดนักเตะ

เห็นเงียบๆ แต่สอยเพียบนะครัช!!!… "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปิดดีลแข้งใหม่ถึง 5 ราย ชนิดจุใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" ในวันปิดตลาดนักเตะเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ได้ตัว โธมัส ปาร์เตย์ สมใจอยาก หลังจากที่ไล่ล่าตัวมานาน ส่วนทางฝั่งทีมแชมป์ยุโรปอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ก็เร่งเครื่องในวันสุดท้ายเช่นกัน โดยเซ็นเข้ามาเพิ่มถึง 3 คน และนี่คือบทสรุปดีลเด่นๆ ในรอบวันปิดตลาด 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา (อัพเดตล่าสุดถึงเวลา 06.00 น. เช้าวันอังคารที่ 6 ต.ค. ตามเวลาประเทศไทย)

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาจาก ปอร์โต้ ด้วยสัญญา 4 ปี (มีออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี) ส่วนค่าตัวเบื้องต้นอยู่ที่ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
  – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศปิดดีลคว้าตัว อาหมัด ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง อตาลันต้า มาร่วมทัพ โดย ดาวเตะวัย 18 ปี จะย้ายมาร่วมทัพ "ปีศาจแดง" ช่วงเดือนมกราคมปีหน้า ค่าตัว 21 ล้านยูโร (ประมาณ 777 ล้านบาท) + ออปชั่น 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย มาร่วมทัพแบบไม่มีค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี + ออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี
 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย มาจาก เปนญารอล ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)

– ลีดส์ ยูไนเต็ด คว้า ราฟินญ่า ปีกเลือดแซมบ้า มาจาก แรนส์ ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 17 ล้านยูโร (ประมาณ 629 ล้านบาท) + ออปชั่นอีก 6 ล้านยูโร (ประมาณ 222 ล้านบาท)
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว โยอาคิม อันเดอร์เซ่น เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดโคนมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล 
 – ฟูแล่ม คว้า โทซิน อดาราบิโอโย่ เซนเตอร์แบ็กร่างโย่งเลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสัญญา 3 ปี
 – ฟูแล่ม เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน ลอฟตัส-ชีค กองกลางร่างใหญ่ของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด

 – เอฟเวอร์ตัน คว้า เบน ก็อดฟรีย์ เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดี มาจาก นอริช ซิตี้ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,025 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท)
 – เอฟเวอร์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว โรบิน โอลเซ่น ผู้รักษาประตูทีมชาติสวีเดนของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เซาธ์แฮมป์ตัน เซ็นสัญญายืมตัว ธีโอ วัลค็อตต์ กองหน้าฝีเท้าจรวดของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลา ลีกา สเปน

 – เซบีย่า คว้า อุสซามา อิดริสซี่ ปีกทีมชาติโมร็อกโก มาจาก อาแซด อัล์คมาร์ ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 12 ล้านยูโร (ประมาณ 444 ล้านบาท)
 – เซบีย่า คว้า คาริม เรกิก กองหลังชาวดัตช์ มาจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัว 4 ล้านยูโร (ประมาณ 148 ล้านบาท)

 – แอตเลติโก มาดริด เซ็นสัญญายืมตัว ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัยของ อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
 – ยูเวนตุส เซ็นสัญญายืมตัว เฟเดริโก้ เคียซ่า ปีกทีมชาติอิตาลีของ ฟิออเรนติน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล โดยที่มีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดที่ราคา 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) + ออปชั่น 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท) หากนักเตะทำผลงานได้ตามเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้

 – อินเตอร์ มิลาน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ ดาร์เมียน ฟูลแบ็ก ปาร์ม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – นาโปลี เซ็นสัญญายืมตัว ตีเอมูเอ้ บากาโยโก้ กองกลางเฟร้นช์แมนของ เชลซี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฟิออเรนติน่า คว้า โฆเซ่ มาเรีย กาเยฆ่อน ปีกชาวสแปนิช มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (นักเตะหมดสัญญากับ นาโปลี)
 – ฟิออเรนติน่า เซ็นสัญญายืมตัว อันโตนิโอ บาเร็กก้า ฟูลแบ็กชาวอิตาเลียนของ อาแอส โมนาโก มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – อาแอส โรม่า คว้า คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็กร่างยักษ์เลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่น 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)
 – เฮลลาส เวโรน่า คว้า นิโกล่า คาลินิช หัวหอกชาวโครแอต มาจาก แอตเลติโก มาดริด ด้วยสัญญา 2 ปี
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว เคราร์ด เดวโลเฟว กองหน้าชาวสแปนิชของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – อูดิเนเซ่ เซ็นสัญญายืมตัว อิ๊กนาซิโอ ปุสเซ็ตโต้ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ของ วัตฟอร์ด มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 บุนเดสลีกา เยอรมัน
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลางดาวรุ่ง อาร์เซน่อล มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล แต่ไม่มีออปชั่นซื้อขาด
 – แฮร์ธ่า เบอร์ลิน คว้า โอมาร์ อัลเดเรเต้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติปารากวัย มาจาก บาเซิ่ล ด้วยสัญญาระยะยาว แต่ค่าตัวไม่มีการเปิดเผย 

 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า บูน่า ซาร์ แบ็กขวาชาวฝรั่งเศส มาจาก โอลิมปิก มาร์กเซย ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท)
 – บาเยิร์น มิวนิค เซ็นสัญญายืมตัว ดั๊กลาส คอสต้า ปีกจรวดชาวบราซิเลียนของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – บาเยิร์น มิวนิค คว้า เอริค มักซิม ชูโป-โมติง กองหน้าร่างใหญ่ทีมชาติแคเมอรูน มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว (หมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง) ด้วยสัญญา 1 ปี 

– แอร์เบ ไลป์ซิก เซ็นสัญญายืมตัว จัสติน ไคลเวิร์ต ปีกชาวดัตช์ของ อาแอส โรม่า มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว เซบาสเตียน รูดี้ กองกลาง ชาลเก้ 04 มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ฮอฟเฟ่นไฮม์ เซ็นสัญญายืมตัว ไรอัน แซสเซอญง แบ็กซ้ายดาวรุ่ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 ลีก เอิง ฝรั่งเศส
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว มอยเซ่ คีน กองหน้าดาวรุ่งของ เอฟเวอร์ตัน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เซ็นสัญญายืมตัว ดานิโล่ เปเรยร่า กองกลางทีมชาติโปรตุเกสของ ปอร์โต้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า
 – ปารีส แซงต์-แชร์กแมง คว้า ราฟินญ่า กองกลางชาวบราซิเลียน มาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญา 3 ปี ค่าตัว 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)

– โอลิมปิก มาร์กเซย เซ็นสัญญายืมตัว มิกกาแอล กุยซ็องส์ กองกลางดาวรุ่งเลือดน้ำหอมของ บาเยิร์น มิวนิค มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – โอลิมปิก ลียง เซ็นสัญญายืมตัว มัตเตีย เด ชีโย่ ฟูลแบ็กดีกรีทีมชาติอิตาลีของ ยูเวนตุส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – แซงต์-เอเตียน เซ็นสัญญายืมตัว พานาจิโอติส เรตซอส กองหลังทีมชาติกรีซของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ที่ราคา 6.5 ล้านยูโร (ประมาณ 240.5 ล้านบาท)
 – นีซ เซ็นสัญญายืมตัว เจฟฟ์ แรน-อเดลาอิด กองกลางเลือดน้ำหอมของ โอลิมปิก ลียง มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท)

 ดีลอื่นๆ ที่น่าสนใจ
 – เบนฟิก้า เซ็นสัญญายืมตัว ฌอง-แคลร์ โตดิโบ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งชาวฝรั่งเศสของ บาร์เซโลน่า มาใช้งานเป็นเวลา 2 ฤดูกาล พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดที่ราคา 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท)
 – เซลติก เซ็นสัญญายืมตัว ดีเอโก้ ลาซัลต์ แบ็กซ้ายทีมชาติอุรุกวัยของ เอซี มิลาน มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

– อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม คว้า ดาวี่ คลาสเซ่น กองกลางชาวดัตช์ มาจาก แวร์เดอร์ เบรเมน ด้วยสัญญา 4 ปี ค่าตัว 11 ล้านยูโร (ประมาณ 407 ล้านบาท) + ออปชั่น 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)
 – โอลิมเปียกอส เซ็นสัญญายืมตัว รูเบน วินาเกร แบ็กซ้ายดาวรุ่งชาวโปรตุกีสของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล

 – เบซิคตัส เซ็นสัญญายืมตัว ราชิด เกซซาล ปีกทีมชาติแอลจีเรียของ เลสเตอร์ ซิตี้ มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล
 – เฟเนร์บาห์เช่ คว้า ดีเอโก้ เปร็อตติ ปีกชาวอาร์เจนไตน์ มาจาก โรม่า ด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมออปชั่นเซ็นเพิ่มอีกปี 
 

ถูกเกิน!เผยแมนยูยื่น1ล.ยูโรหวังยืมแข้งดอร์ทมุนด์วันตลาดปิด

อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชื่อก้อง ระบุ ในวันปิดตลาด แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อไปหา ดอร์ทมุนด์ เพื่อที่จะขอยืม นิโก้ ชูลซ์ แบ็กซ้ายชาวเยอรมันไปร่วมทัพ แต่ก็โดนบอกปัดไปหลังเสนอจ่ายค่ายืมตัวแค่ 1 ล้านยูโร ทำเอา "เสือเหลือง" กังขาถึงความน่าเชื่อถือของทีมงานด้านการเสริมทัพกับทีมแมวมองของ "ปีศาจแดง" ตามไปด้วย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยื่นข้อเสนอขอยืม นิโก้ ชูลซ์ แบ็กซ้ายชาวเยอรมันของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในวันสุดท้ายของตลาดการเสริมทัพ โดยที่ตั้งใจจะจ่ายค่ายืมตัวเพียง 1 ล้านยูโร (ประมาณ 37 ล้านบาท) ซึ่งมันก็ทำให้ "เสือเหลือง" งงสุดๆ ที่ทีมระดับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอแบบนี้ ก่อนที่จะปฏิเสธไป ตามรายงานของ อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาชั้นนำ

"ปีศาจแดง" ตกเป็นข่าวตามล่าแบ็กซ้ายหนักพอตัวในตลาดรอบล่าสุด โดยพวกเขาเคยมีข่าวกับ เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้ายชาวสแปนิชด้วย ก่อนที่แข้งรายดังกล่าวจะไปซบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอรื ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องหันไปถึง อเล็กซ์ เตลลิส ฟูลแบ็กชาวบราซิเลียนมาจาก เอฟซี ปอร์โต้ แทน

อย่างไรก็ตาม อีเอสพีเอ็น แฉว่าที่จริงในวันปิดตลาด แมนฯ ยูไนเต็ด คิดที่จะเอา ชูลซ์ มาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัว โดยนอกจากจะให้ค่ายืมตัว 1 ล้านยูโรแล้วนั้น พวกเขาเสนอที่จะจ่ายค่าเหนื่อยทุกบาททุกสตางค์ของแข้งวัย 27 ปีตลอดทั้งซีซั่นด้วย อย่างไรก็ตาม ดอร์ทมุนด์ ก็ปฏิเสธข้อเสนอที่ว่าแทบจะทันที เพราะค่ายืมตัวมันน้อยสุดๆ เมื่อเทียบกับเรื่องที่ว่าทีมดังแห่งถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค เคยควักเงินราว 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) เพื่อเอาเขามาจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าข้อเสนอในครั้งนี้ทำให้ ดอร์ทมุนด์ กังขาถึงความน่าเชื่อถือของทีมงานด้านการเสริมทัพกับทีมแมวมองของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย โดยที่จริงในตลาดรอบล่าสุดทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็พยายามที่จะเอา เจดอน ซานโช่ ไปจาก ดอร์ทมุนด์ เหมือนกัน แต่ทีมดังของเกาะอังกฤษไม่กล้าสู้ค่าตัว 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) ที่ทาง ดอร์ทมุนด์ ตั้งเอาไว้

ตารางบอลวันนี้! เจลีกน่าดู บอลไทยน่าเชียร์ พรีเมียร์ลีกห้ามพลาด บิ๊กแมตช์กัลโช่ เช็กโปรแกรมบอลวันนี้+ช่องถ่ายทอดสด

นอส ทำศึก ขณะที่พรีเมียร์ลีก ห้ามพลาด แมนฯ ซิตี้ พบ เลสเตอร์ นอกจากนี้ยังมีกัลโช่ เซเรีย อา มีบิ๊กแมตช์ โรม่า พบ ยูเวนตุส ส่วนลาลีกา สเปน, บุนเดสลีกา และ ลีกเอิง ฝรั่งเศส มีให้ตามเชียร์เช่นเคย เรามีโปรแกรมฟุตบอลวันนี้ พร้อมช่องถ่ายทอดสดฟุตบอลมาฝากแฟนบอลที่ต้องการดูบอลสด
 โปรแกรมเจ ลีก ญี่ปุ่น

 11:00 น. เวกัลตะ เซนได พบ เซเรโซ่ โอซาก้า
 14:00 น. ซางัน โทสุ พบ เอฟซี โตเกียว
 15:00 น. คาชิม่า แอนท์เลอร์ส พบ โออิตะ ทรินิตะ
 16:00 น. ซานเฟรซเช่ ฮิโรชิม่า พบ กัมบะ โอซาก้า >>> YouTube Siamsport
 17:00 น. คาชิว่า เรย์โซล พบ โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส >>> ช่อง 9 MCOT
 17:00 น. โชนัน เบลล์มาเร่ พบ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่

โปรแกรมไทยลีก 1

 18:00 น. ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด >>> True4U
 18:00 น. นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบ สุโขทัย เอฟซี >>> ทรูวิชั่นส์ 357
 19:00 น. พีที ประจวบ เอฟซี พบ สมุทรปราการ ซิตี้ >>> ทรูสปอร์ต เอชดี 3
 19:00 น. ระยอง เอฟซี พบ เชียงราย ยูไนเต็ด >>> ทรูสปอร์ต 2

 โปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

 20:00 น. สเปอร์ส พบ นิวคาสเซิ่ล >>> TPF HD 1 (600)
 22:30 น. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ เลสเตอร์ ซิตี้ >>> TPF HD 1 (600)
 01:00 น. เวสต์แฮม พบ วูล์ฟแฮมป์ตัน >>> TPF HD 1 (600)

 โปรแกรมลาลีกา สเปน

 17:00 น. โอซาซูน่า พบ เลบันเต้ >>> beIN Sports1
 19:00 น. เออิบาร์ พบ แอธเลติก บิลเบา >>> beIN Sports1
 21:00 น. แอตเลติโก มาดริด พบ กรานาด้า >>> beIN Sports1
 23:30 น. กาดิซ พบ เซบีย่า >>> beIN Sports1
 23:30 น. เรอัล บายาโดลิด พบ เซลต้า บีโก้ >>> beIN Sports1
 02:00 น. บาร์เซโลน่า พบ บียาร์เรอัล >>> beIN Sports1

 โปรแกรมกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

 17:30 น. สเปเซีย พบ ซาสซูโอโล่ >>> beIN Sports2
 20:00 น. นาโปลี พบ เจนัว >>> beIN Sports2
 20:00 น. เฮลลาส เวโรน่า พบ อูดิเนเซ่ >>> beIN Sports1
 23:00 น. โครโตเน่ พบ เอซี มิลาน >>> beIN Sports2
 01:45 น. โรม่า พบ ยูเวนตุส >>> beIN Sports2

ปรแกรมลีก เอิง ฝรั่งเศส

 18:00 น. บอร์กโดซ์ พบ นีซ beIN Sports1
 20:00 น. นีมส์ พบ ล็องส์
 20:00 น. ดิฌง พบ มงต์เปลลิเย่ร์
 20:00 น. โมนาโก พบ สตราส์บูร์ก
 20:00 น. อองเช่ร์ พบ แบรสต์
 22:00 น. ลอริยองต์ พบ โอลิมปิก ลียง >>> beIN Sports Xtra
 02:00 น. แร็งส์ พบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง >>> beIN SPORTS CONNECT

 โปรแกรมบุนเดสลีกา เยอรมัน

 20:30 น. ฮอฟเฟ่นไฮม์ พบ บาเยิร์น มิวนิค
 23:00 น. ไฟร์บวร์ก พบ โวล์ฟสบวร์ก

“ฟลิค” ไม่ตำหนิลูกทีมแม้แพ้ยับฮอฟเฟนไฮม์

ฮันซี่ ฟลิค กุนซือบาเยิร์น มิวนิค ยอมรับสภาพหลังทัพ "เสือใต้" โดน ฮอฟเฟ่นไฮม์ อัดยับในเกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ระบุไม่มีอะไรต้องตำหนิลูกทีม และสิ่งสำคัญต้องลืมเกมนี้ไปซะ จากนั้นก็รวบรวมสมาธิเตรียมปะทะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในแมตช์เยอรมัน ซูเปอร์คัพ กลางสัปดาห์นี้

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์สมองเพชรของ บาเยิร์น มิวนิค ปฏิเสธที่จะตำหนิฟอร์มการเล่นของลูกทีมในแมตช์ที่ "เสือใต้" โดน ฮอฟเฟ่นไฮม์ เผาเครื่องแพ้ยับ 1-4 ที่สนามเปรซีโร่ อารีน่า  ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา

บาเยิร์น เพิ่งจะลงเล่น 120 นาทีในเกมเฉือน เซบีย่า 2-1 คว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แต่ในเกมลีกเยือน ฮอฟเฟ่นไฮม์ นั้นยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียโดนเจ้าบ้านอัดยับไม่นับญาติ ส่งผลให้พวกเขาแพ้เป็นเกมแรกในรอบ 10 เดือน

ฟลิค ยืนยันว่าตนไม่ตำหนิผลงานของลูกทีมที่ดูเหมือนมีสภาพร่างกายอ่อนล้าในแมตช์นี้ "มันชัดเจนว่าเราพ่ายแพ้ฉะนั้นเราต้องลืมเกมนี้ไปซะ และผมก็ยังคงเชื่อมั่นว่าเราเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ผมไม่สามารถตำหนิทีมจากการที่พวกเขามุ่งมั่นทุ่มเท และเสียสละเพื่อทีม สภาพจิตใจหลังจากลงเล่น 120 นาทีเมื่อวันพฤหัสบดี ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ เราจะลืมเกมนี้ไปซะ และเตรียมตัวเจอกับ ดอร์มทุนด์ (เยอรมัน ซูเปอร์ คัพ)" ฟลิค ระบุ

ด้าน มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูกัปตันทีม ปฏิเสธที่จะกล่าวโทษโปรแกรมของทีมที่แน่นเอี๊ยด พร้อมปกป้อง "เสือใต้" ที่ต้องลงสนาม 2 เกมต่อสัปดาห์ในฤดูกาลนี้ "เราไม่มองหาข้ออ้างอะไรทั้งนั้น นี่เป็นสิ่งที่รอคอยเราในปีนี้ เรามีเกมทุกๆ สองแมตช์ต่อสัปดาห์ เรารู้เรื่องนี้ และต้องยอมรับมัน"

 

โกเซนส์มาแล้ว!เลิฟแบโผ22แข้งทีมชาติเยอรมนีเตะเนชั่นส์ลีก

โยอัคคิม เลิฟ กุนซือทีมชาติเยอรมนี เปิดโผขุนพล "อินทรีเหล็ก" ที่จะใช้ลงทำศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ช่วงต้นเดือนหน้าออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยที่ โรบิน โกเซนส์ ฟูลแบ็กดาวดัง อตาลันต้า มีชื่อติดทัพเป็นครั้งแรก

     โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ประกาศรายชื่อ 22 ผู้เล่น ชุดที่จะใช้ลงเตะเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2020/21 จำนวน 2 นัด ที่มีคิวเปิดบ้านเจอ สเปน วันที่ 3 กันยายน และบุกไปเยือน สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 6 กันยายน ออกมาเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันอังคารที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา

     แข้งดาวดังอย่าง โทนี่ โครส ห้องเครื่อง เรอัล มาดริด, ลีรอย ซาเน่ ปีกตัวใหม่ บาเยิร์น มิวนิค, ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกป้ายแดง เชลซี ต่างมีชื่อติดโผกันอย่างพร้อมหน้

     อย่างไรก็ตาม บรรดาแข้งตัวหลักจากค่าย "เสือใต้" อย่าง มานูเอล นอยเออร์, โยชัว คิมมิช, แซร์จ นาบรี้ และ ลีออน โกเร็ตซ์ก้า ไม่มีชื่อติดทีม เนื่องจากได้รับอนุญาตให้พัก หลังเพิ่งช่วยต้นสังกัดพิชิต ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 1-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา
 
     สำหรับนักเตะหน้าใหม่ที่ถูกเรียกตัวติดทัพ "อินทรีเหล็ก" เป็นครั้งแรกมี 3 ราย ซึ่งประกอบไปด้วย โรบิน โกเซนส์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง อตาลันต้า, โฟลเรียน นอยเฮาส์ มิดฟิลด์ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ โอลิเวอร์ เบามันน์ นายทวารฝีมือดีจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์

สรุปรายชื่อ 22 ผู้เล่นทีมชาติเยอรมนี

     ผู้รักษาประตู : เควิน ทรัปป์ (ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต), แบร์นด์ เลโน่ (อาร์เซน่อล / อังกฤษ), โอลิเวอร์ เบามันน์ (ฮอฟเฟ่นไฮม์)

     กองหลัง : ธีโล เคห์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / ฝรั่งเศส), โรบิน โกเซนส์ (อตาลันต้า / อิตาลี), มัทธีอัส กินเทอร์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค), โจนาธาน ทาห์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), นิโค่ ชูลซ์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), นิคลาส ซือเล่ (บาเยิร์น มิวนิค), อันโตนิโอ รือดิเกอร์ (เชลซี / อังกฤษ), โรบิน ค็อค (ไฟร์บวร์ก)

     กองกลาง : โฟลเรียน นอยเฮาส์ (โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค), ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง / ฝรั่งเศส), โทนี่ โครส (เรอัล มาดริด / สเปน), ยูเลี่ยน บรันด์ท (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์), ไค ฮาแวร์ตซ์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น), ลีรอย ซาเน่ (บาเยิร์น มิวนิค), ซูอัต แซร์ดาร์ (ชาลเก้ 04), อิลคาย กุนโดกัน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้ / อังกฤษ), เอ็มเร่ ชาน (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

     กองหน้า : ติโม แวร์เนอร์ (เชลซี / อังกฤษ), ลูก้า วัลด์ชมิดท์ (เบนฟิก้า / โปรตุเกส)

เรียบร้อยแล้ว!ดาวรุ่งเยอรมันส่งสัญญาณซบลิเวอร์พูล

 

เมลคามู ฟรอนดอร์ฟ มิดฟิลด์อนาคตไกล ส่งสัญญาณว่าซบ ลิเวอร์พูล แล้ว หลังจากใส่ชื่อทีมในประวัติของตัวเอง โดยเจ้าตัวเล่นได้โดดเด่นกับทีมเยาวชนของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในช่วงที่ผ่านมา

เมลคามู ฟรอนดอร์ฟ กองกลางดาวรุ่งชาวเยอรมัน เหมือนกับว่าจะย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล แบบไร้ค่าตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากเจ้าตัวใส่ชื่อ "หงส์แดง" ในหน้าประวัติส่วนตัวบน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตด้วย

ฟรอนดอร์ฟ เคยตกเป็นข่าวกับ ลิเวอร์พูล อย่างหนักเมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากที่เขาทำผลงานได้โดดเด่นกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ โดยในฤดูกาล 2019-20 เขาทำได้ 5 ประตูกับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 20 นัด

เลวาน40ประตู! 5 ประเด็นหลังบาเยิร์นไม่พลาดบุกทุบอูนิโอนรั้งจ่าฝูง

บาเยิร์น มิวนิค คัมแบ็กกลับมาลงแข่งขันบุนเดสลีกาอย่างสวยงามหลังบุกคว้าชัยเหนือน้องใหม่อย่าง อูนิโอน เบอร์ลิน 2-0 ทว่าแม้สกอร์อาจจะดูดีแต่ถือเป็นเกมที่อึดอัดทีเดียว มีเรื่องราวน่าสนใจเกมนี้มากมาย ดังนั้นเรามาดูประเด็นแต่ละข้อกันเลย
1.รูปเกมสุดอึดอัด

    หลังจาก ดอร์ทมุนด์ โชว์ฟอร์มสุดหรูถล่ม ชาลเก้ 4-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลายคนก็คงจับจ้องมาที่จ่าฝูงอย่าง “เสือใต้” ในเกมวันอาทิตย์ แม้ชื่อชั้นอาจจะต่างกันมากแต่ไม่ใช่เกมที่ง่ายเลย หากใครยังจำได้เมื่อเดือนตุลาคม บาเยิร์น ทำได้แค่เฉือนชนะ อูนิโอน 2-1 ถือเป็นเกมที่ยากพอสมควร และการมาเยือนถิ่นนี้เจ้าบ้านมีสถิติคว้าชัยในถิ่นตัวเอง 5 จาก 8 นัดหลังสุดด้วย

    เราจะเห็นว่าบาเยิร์นเป็นฝ่ายครองบอลเป็นส่วนใหญ่ มีอยู่หลายจังหวะที่ “เสือใต้” ขึ้นเกมมาได้สวย ทว่ามักจะเสียท่าในจังหวะสุดท้ายทุกทีโดยเฉพาะ แซร์ช นาบรี้ ที่ทะลวงแนวรับคู่แข่งอยู่หลายครั้งแต่จบสกอร์ไม่ได้ ยังดีที่แนวรับอูนิโอนดันมาพลาดเสียจุดโทษก่อนครึ่งแรก ส่วนครึ่งหลังพี่เสือก็ได้ประตูจากลูกเตะมุม

    สรุปแล้วเกมนี้ บาเยิร์น เจาะตาข่ายด้วยลูก “โอเพ่น เพลย์” ไม่ได้แต่ยังพอทีเด็ดที่ลูก “เซ็ตพีซ” แม้จะเป็นเกมที่ไม่ได้เล่นดีมากแต่ยังได้สามแต้มก็ถือว่าน่าพอใจเแล้ว

2.เลวานสุดยอด

    โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กลับมาลงสนามอีกครั้งหลังบาดเจ็บหัวเข่าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และเขาบวกสกอร์เพิ่มให้กับตัวเองจากจุดโทษในนาทีที่ 40 ทำให้ฤดูกาลนี้เขายิงไปทั้งหมด 26 ประตูแล้ว ยังคงนำเป็นดาวซัลโวของลีก และนี่เป็นประตูที่ 40 ของเขาหากนับรวมทุกรายการ นั่นทำให้เลวานดอฟสกี้สอยตาข่ายแตะหลัก 40 ประตูได้ 5 ฤดูกาลติดต่อกัน

    ฤดูกาล 2015/16 ยิง 42 ประตู

    ฤดูกาล 2016/17 ยิง 43 ประตู

    ฤดูกาล 2017/18 ยิง 41 ประตู

    ฤดูกาล 2018/19 ยิง 40 ประตู

    ฤดูกาล 2019/20 ยิง 40 ประตู

3.ฉลองสัญญาถาวร

    ฮันซี่ ฟลิค กุนซือบาเยิร์นทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมานับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนได้เซ็นสัญญาถาวรเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาและเขาก็ประเดิมด้วยชัยชนะเมื่อคืนนี้ฉลองสัญญาใหม่ของเขา พร้อมกับพาทีมคว้าชัย 11 จาก 12 นัดหลังสุดในลีก นอกจากนี้เขายังถือเป็นกุนซือที่พาทีมยิงประตูถึง 50 ลูกได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของบุนเดสลีกาหลังคุมทีมมาแค่ 16 นัดเท่านั้น มีค่าเฉลี่ยยิงประตู 3.1 ลูกต่อเกม

4.เดวิสพัฒนาก้าวกระโดด

    แบ็กซ้าย บาเยิร์น มิวนิค สร้างชื่อเป็นอย่างมากในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะในเกมกับ เชลซี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่เขาโชว์ฟอร์มสุดยอดจนช่วยให้ทีมบุกถล่ม 3-0 ความกดดันคงมีมหาศาลกับแข้งวัยแค่ 19 ปีที่เล่นให้กับทีมใหญ่แถมนัดนี้เพิ่งจะเป็นประสบการณ์ในบุนเดสลีกานัดที่ 27 ของเขาเท่านั้นเองแต่เขารับมือกับมันได้เป็นอย่างดี

    มี 2-3 จังหวะที่ผู้เล่นอูนิโอนพยายามแตะบอลหนี เดวิส แต่เขาใช้ความเร็วแซงคู่แข่งแบบไม่เหลือซาก จากสถิติในเกมนี้ครึ่งแรกเขาเป็นผู้เล่นที่มีวิ่งเร็วที่สุดในสนามด้วยความเร็ว 33.83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนครึ่งหลังเขาเพิ่มสปีดเป็น 34.98 กม./ชม. และจบแมตช์นี้ด้วยการวิ่งสปริ้นถึง 36 ครั้ง เขาใช้ความเร็วนี้ในการช่วยเกมรุกและเกมรับได้อย่างสุดยอด นั่นโชว์ให้เห็นถึงความฟิตของเขาแม้จะหยุดการแข่งขันมานาน ต้องรอดูกันว่าเจ้าหนูคนนี้จะทำให้เราเซอร์ไพรส์ได้อีกไหมในฤดูกาลนี

5.ตัดทีมลุ้นแชมป์อีกหนึ่ง?

    บุนเดสลีกาฤดูกาลนี้เป็นปีที่ลุ้นแชมป์กันสนุกไม่แพ้กัลโช่ เซเรีย อา เพราะคะแนนจ่าฝูงไม่ได้ห่างจากผู้ตามมากมาย แถมไม่ได้ลุ้นแชมป์แค่สองทีมเสียด้วย การคว้าชัยเมื่อคืนที่ผ่านมาทำให้ บาเยิร์น มิวนิค ทิ้งห่างดอร์ทมุนด์ ไปเป็น 4 แต้มเช่นเดิม ส่วนทีมอันดับสามอย่างกลัดบัคก็ประมาทไม่ได้เพราะเริ่มกลับมาเข้ารูปเข้ารอยอีกครั้งหลังบุกชนะ ฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-1 ทำให้มีแต้มห่างจ่าฝูง 6 แต้ม

    ทว่าสัปดาห์กลุ่มหัวตารางมีหนึ่งทีมที่สะดุดนั่นคือ ไลป์ซิก ที่ทำได้แค่เสมอกับ ไฟร์บวกร์ก 1-1 นั่นทำให้ตอนนี้ ไลป์ซิก ตกลงมาอยู่ที่ 4 และมีแต้มห่างจ่าฝูงเป็น 7 แต้มแล้ว แม้จะเหลืออีก 8 นัดแต่ดูสถานการณ์คงตาม บาเยิร์น ที่ฟอร์มแรงค่อนข้างลำบาก ตอนนี้พวกเขาคงได้แค่ประคองตัวเพื่อให้จบท็อปโฟร์คว้าโควต้า ชปล.

เห็นด้วยไหม! เปรียบเทียบสโมสรใน บุนเดสลีกา กับทีม พรีเมียร์ลีก

ในที่สุดฟุตบอลก็กลับมาลงแข่งกันอีกครั้ง หลังจากที่ต้องหยุดพักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดย บุนเดสลีกา เยอรมนี หนึ่งในห้าลีกยักษ์ใหญ่ในยุโรป จะมีการประเดิมการแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้

    เพื่อเป็นการต้อนรับความมันของเกมลูกหนังที่ห่างหายไปนานเกือบ 3 เดือน เดอะ ซัน สื่อดังในอังกฤษ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับความตื่นเต้นครั้งนี้ด้วยการเปรียบเทียบ 18 สโมสรในลีกสูงสุดเมืองเบียร์ว่าควรเป็นทีมไหนในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    งานนี้ต้องบอกว่าเป็นแค่การเปรียบเทียบเอาแบบสนุกๆ อาจจะถูกใจบ้างไม่ถูกใจบ้าง ก็คิดซะว่าเป็นสีสันเพื่อต้อนรับการกลับมาของฟุตบอล กีฬาที่มีผู้คนชื่นชอบ และเฝ้าติดตามมากที่สุดในโลก !!

บาเยิร์น มิวนิค
อันดับในลีก : 1
เทรนเนอร์ : ฮันซี่ ฟลิค 
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

      เนื่องจาก "เสือใต้" เป็นยักษ์ใหญ่ในประเทศเยอรมนี และแน่นอนว่ามีทั้งคนรักและคนเกลียดทั่วบ้านทั่วเมือง

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : บาเยิร์น คว้าแชมป์ลีก 7 สมัยติดต่อกัน และคว้าแชมป์ลีกรวมแล้วถึง 29 สมัย พูดแบบชาวบ้านก็ประมาณยังไม่ทันลงแข่งก็แทบจะคว้าแชมป์แบบแบเบอร์
 
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
อันดับในลีก : 2
เทรนเนอร์ : ลูเซียน ฟาฟร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : ลิเวอร์พูล

 

     เพราะพวกเขามี เจอร์เก้น คล็อปป์ กุมบังเหียน ซึ่งก็เคยคุม "เสือเหลือง" แถมใช้ "ยู วิลล์ เนเวอร์ วอล์ก อะโลน" (You Will Never Walk Alone) เป็นเพลงประจำสโมสรเหมือนกันอีก อะไรมันจะเหมาะเจาะลงตัวขนาดนี้

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : "เยลโล่ วอลล์" หรือ "กำแพงเหลือง" เปรียบได้กับสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก มันสามารถทำให้คู่แข่งถึงกับขาสั่น และต้องเสียสมาธิเมื่อเผชิญหน้ากับเหล่ากองเชียร์จำนวนมหาศาล คล้ายกับสนามแอนฟิลด์ไหมละ

แอร์เบ ไลป์ซิก
อันดับในลีก : 3
เทรนเนอร์ :   ยูเลียน นาเกิลส์มันน์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : แมนเชสเตอร์ ซิตี้

 

 

     ง่ายๆ สั้นๆ เลยก็คือรวยนั่นแหละ แต่ "เรือใบสีฟ้า" ยังมีแฟนบอลทีมอื่นๆ ชื่นชอบ ส่วน ไลป์ซิก ไม่ใช่แบบนั่นนะซิ

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : พวกเขาพยายามสร้างทีมในสไตล์แบบ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เน้นกองหลัง 3 ตัว, มีนักเตะที่เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ส่วนคนอื่นๆ เติมเกมบุกแบบบ้าคลั่ง
 
โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค
อันดับในลีก : 4
เทรนเนอร์ :  มาร์โค โรส
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : อาร์เซน่อล

 

 

     ก็ต้องบอกว่านี่คือทีมใหญ่ ประสบความสำเร็จมากมายในช่วงยุค 70 แต่ปัจจุบันไม่สามารถสร้างความยิ่งใหญ่เหมือนกับในอดีตได้เลย

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : นี่คือสโมสรที่ทำให้ทุกๆ คนต้องอมยิ้ม ยกตัวอย่างผับในสกอตแลนด์เรียกชื่อพวกเขาว่า "ทีมเยอรมัน" หลังจากปฏิเสธที่จะพยายามสะกดชื่อสโมสรแห่งนี้

ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น
อันดับในลีก :  5
เทรนเนอร์ :  ปีเตอร์ บอสซ์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เชลซี

 

 

     การที่ทัพ "ห้างขายยา" ถูกเปรียบเทียบกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เพราะพวกเขามีนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์สูงมากมาย แถมยังนำทีมลุ้นทำอันดับท็อปโฟร์ และมีโอกาสได้ไปเล่นในฟุตบอลถ้วยยุโรปฤดูกาลหน้าด้วย

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : สโมสรที่เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนในศึกบุนเดสลีกา ก่อนจะเงียบหายไป แต่สำหรับฤดูกาลนี้พวกเขากำลังทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว
 
ชาลเก้ 04
อันดับในลีก : 6
เทรนเนอร์ :  เดวิด วากเนอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : สเปอร์ส

    นี่ก็คืออีก 1 สโมสรใหญ่ มีสนามที่น่าเกรงขาม แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนักในช่วงที่ผ่านมา

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : "ราชันสีน้ำเงิน" พยายามที่จะกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนังเมืองเบียร์ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังทำไม่สำเร็จ เนื่องจากฟอร์มของพวกเขายังขาดความคงเส้นคงวา แต่เรื่องความพยายามมีเต็มเปี่ยม
 
โวล์ฟสบวร์ก 
อันดับในลีก :  7
เทรนเนอร์ :  โอลิเวอร์ กลาสเนอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์

     เอาแบบง่ายๆเลยก็เพราะชื่อดันคล้ายๆ กัน แถมทั้งสองทีมยังทำผลงานได้ดี และยังไปได้สวยในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในฤดูกาลนี้

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : โฟล์คสวาเก้น ค่ายรถยนต์ชั้นนำ ซึ่งผลิตรถน่าสนใจมากมาย ให้การสนับสนุนสโมสรแห่งนี้ และพร้อมทุ่มเงินเพื่อสร้าง โวล์ฟสบวร์ก ให้เป็นสโมสรชั้นนำในลีกเมืองเบียร์

ไฟร์บวร์ก
อันดับในลีก : 8
เทรนเนอร์ :  คริสเตียน ชไตรช์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เบิร์นลี่ย์

     นี่เป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่ท้าทายหลังจากที่พวกเขาสร้างทีมด้วยสปิริต และพยายามผลักดันให้ทีมพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : สนามของพวกเขาเป็นแบบดั่งเดิม อาจจะไม่ได้ดูใหญ่โต แต่ยังคงมีมนต์ขลัง คงน่าเสียดายหากพวกเขาย้ายไปเล่นสนามอื่นในฤดูกาลหน้า
 
ฮอฟเฟ่นไฮม์ 
อันดับในลีก :  9
เทรนเนอร์ :  อัลเฟรด ชรอยเดอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เลสเตอร์ ซิตี้

 

    พยายามที่จะท้าทายอันดับท็อปโฟร์ และพร้อมลงทุนเมื่อจำเป็นต้องทำ

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : เป็นทีมที่มีอนาคต ค่อยๆ สร้างทีมจากระดับรากหญ้า ในปี 2000 จนกระทั่งได้ตั๋วไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

โคโลญจน์ 
อันดับในลีก : 10
เทรนเนอร์ :  มาร์คุส กิสโดล
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

     สนามที่โดดเด่น แฟนบอลบ้าคลั่ง เป็นทีมที่เวลาเล่นดีก็ดีใจหายซะด้วย

     เหตุผลที่ควรสนับสนุน : มาสค็อต หรือตัวนำโชคของพวกเขาเป็นแพะที่ชื่อว่า "เฮนเนส" โดย ลูคัส โพดอลสกี้ อดีตกองหน้าของพวกเขารักเมืองนี้มากๆ ถึงขนาดลงทุนเปิดร้านเคบับที่นี่
 
ยูเนียน เบอร์ลิน 
อันดับในลีก :  11
เทรนเนอร์ :  อูร์ส ฟิชเชอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

     ได้เลื่อนชั้นเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และยังทำผลงานได้เซอร์ไพรส์สุดๆ ในบุนเดสลีกา

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : พยายามที่จะพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง โดยสนามเหย้าของพวกเขาในปัจจุบันมีการสร้างใหม่เพื่อแฟนบอล

ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต
อันดับในลีก :  12
เทรนเนอร์ :  อาดี้ ฮึทเทอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เอฟเวอร์ตัน

     นี่คงจะเป็นอันดับที่สูงที่สุดในตารางลีกของพวกเขา แต่บ่อยครั้งที่สโมสรแห่งนี้มักจะคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยมากกว่าแชมป์ลีก

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน :  เป็นสโมสรที่มีตำนานมากมาย และพยายามที่จะกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง แต่ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ๆ
 
แฮร์ธ่า เบอร์ลิน
อันดับในลีก :  13
เทรนเนอร์ :  บรูโน่ ลับบาเดีย
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 

 

     สโมสรจากเมืองหลวง ลงเล่นในสนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม แต่บ่อยครั้งที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : พวกเขาสร้างสีสันให้วงการลูกหนังเสมอ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ทำเรื่องสุดช็อกกับสโมสรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยการประกาศลาออกจากตำแหน่งผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊ค

เอาก์สบวร์ก 
อันดับในลีก : 14
เทรนเนอร์ :    ไฮโค แฮร์ริช
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : ไบรท์ตัน หรือ วัตฟอร์ด

     สโมสรที่มุ่งมั่นจะอยู่รอดในลีกสูงสุด แต่ก็ยังต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : แม้ว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ร่มเงา บาเยิร์น (อยู่ในแคว้นบาวาเรีย)แต่พวกเขาก็ยังทำผลงานได้น่าสนใจในบุนเดสลีกา แถมยังโดดเด่นในการตกแต่งแสงไฟให้สนามเหย้าดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
 
ไมนซ์ 05
อันดับในลีก : 15
เทรนเนอร์ : อาชิม ไบเออร์ลอร์เซอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : คริสตัล พาเลซ

     ก็ประมาณว่าเป็นทีมรองบ่อน แต่ก็สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ได้เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องสู้กับทีมใหญ่

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : นี่คือสโมสรที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยค้าแข้ง และพัฒนาฝีมือการกุมบังเหียน โดยกุนซือจอมฉีกยิ้มเคยนำทีมขึ้นไปเล่นในลีกสูงสุด และทำผลงานได้ดีเยี่ยม

ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ
อันดับในลีก :  16
เทรนเนอร์ :  อูเว่ รอสเลอร์
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : เซาธ์แฮมป์ตัน

     เป็นสโมสรที่เคยประสบความสำเร็จในยุค 70 โดยคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศมาแล้ว

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : หนึ่งในสโมสรเก่าแก่ของประเทศเยอรมนี แถมเมืองนี้ยังเคยมีซีรี่ส์ยอดฮิตทางจอแก้ว Auf Wiedersehen Pet และเป็นบ้านเกิดของ Kraftwerk วงแนวอิเล็กทรอนิค มิวสิค ในยุค 80 ซึ่งมีเพลงสุดฮิตอย่างเพลง The Model

แวร์เดอร์ เบรเมน
อันดับในลีก :  17
เทรนเนอร์ :  โฟลเรียน โคห์เฟลด์ท
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : แอสตัน วิลล่า

    เคยเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ ได้แชมป์มากมายในอดีต ด้วยขนาดทีมและสถานะของพวกเขา นี่คือสโมสรที่ไม่ควรจะต้องมาดิ้นรนหนีการตกชั้น

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : เบรเมน กำลังต้องพยายามอย่างหนักเพื่ออยู่รอดในบุนเดสลีกา พวกเขาเคยทำผลงานเป็นทีมระดับหัวแถว แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนะ

พาเดอร์บอร์น
อันดับในลีก :  18
เทรนเนอร์ :  สเตฟเฟ่น เบาม์การ์ท
เปรียบเทียบกับสโมสรในพรีเมียร์ลีก : นอริช หรือ บอร์นมัธ

    นี่คือทีมที่มีส่วนผสมของทั้งสองสโมสร โดยพวกเขาต้องพยายามดิ้นรนหนีการตกชั้นให้ได้

    เหตุผลที่ควรสนับสนุน : สโมสรที่ต้องการให้ทุกๆ คนช่วยสนับสนุน พวกเขาเพิ่งเลื่อนชั้นเมื่อปีที่ผ่านมาแถมมาในฐานะรองแชมป์ซะด้วย แต่สุดท้ายก็ต้องเจอกับของจริง กระนั้นนี่คือทีมระดับรากหญ้าที่ไต่เต้าจากลีกล่างจนขึ้นมาลืมตาอ้าปากจนได้