เมสซี่ต้องคิดให้ดี!4แข้งเทพอาร์เจนฯดับสนิทที่พรีเมียร์ลีก

 เป็นที่แน่ชัดว่า ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะแยกทางกับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเชื่อกันว่าเป้าหมายของเจ้าตัวคือการย้ายไปโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มีกุนซือคนสนิทอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทัพอยู่
      อย่างไรก็ตาม… ถึงแม้มีนักเตะเลือด "ฟ้า-ขาว" ดาวดังหลายรายมาประสบความสำเร็จในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่, คาร์ลอส เตเวซ และ ปาโบล ซาบาเลต้า แต่ก็มีไม่น้อยเช่นกันที่เทพมาจากที่อื่น แต่ไปไม่รอดในศึก พรีเมียร์ลีก

      และนี่คือ 4 ตัวอย่างที่อาจจะช่วยเตือนสติ เมสซี่ ว่า ที่นี่มันไม่ง่ายเลย

  ฮวน เซบาสเตียน เวรอน

            ตอนพีกๆ สมัยค้าแข้งที่อิตาลีกับ ซามพ์โดเรีย, ปาร์ม่า และ ลาซิโอ เมื่อราว 20 ปีก่อน เวรอน ถือเป็นสุดยอดมิดฟิลด์คนหนึ่งของโลกลูกหนัง ซึ่งอาจจะอยู่ในระดับเดียวกับ ซีเนดีน ซีดาน เลยก็ว่าได้ ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวกลับไปไม่รอดในการย้ายมาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก แม้ได้แชมป์ลีก 1 สมัย ตลอดระยะเวลา 2 ฤดูกาลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2001-2003) แต่ด้วยความหนักของบอลอังกฤษ ทำให้ เวรอน สู้ไม่ไหว และมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนเป็นระยะ จนไม่สามารถเค้นศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ และยิ่งเลวร้ายหนักลงไปอีกกับ 1 ซีซั่นที่อยู่กับ เชลซี (ซีซั่น 2003/04) เพราะฤดูกาลดังกล่าว เวรอน เจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้า จนได้ลงเล่นรวมทุกรายการแค่ 14 นัดเท่านั้น ก่อนคัมแบ็กสู่เวที เซเรีย อา (ย้ายซบ อินเตอร์ มิลาน) ในฤดูกาลต่อมา

กอนซาโล่ อิกวาอิน

           ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน เพราะถึงแม้ที่ผ่านมา อิกวาอิน มีสถิติการทำประตูที่สุดยอดในสองลีกใหญ่อย่าง ลา ลีกา สเปน (เรอัล มาดริด) และ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี (นาโปลี, ยูเวนตุส รวมถึง เอซี มิลาน) แต่ "เอล ปิปิต้า" กลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงเมื่อย้ายมาโชว์เพลงแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก กับ เชลซี ภายใต้สัญญายืมตัว ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2018/19 เพราะทำได้แค่ 5 ประตูเท่านั้น จากการลงเล่นให้ "สิงห์บลูส์" รวมทุกรายการ 19 นัด แต่ยังดีที่ได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ติดไม่ติดมือก่อนคัมแบ็กสู่ดินแดนรองเท้าบูท

 อังเคล ดิ มาเรีย

           แน่นอนว่า แฟนบอล "ปีศาจแดง" คาดหวังไว้สูงมาก ตอนที่ได้เห็นยอดปีกทีมชาติอาร์เจนตินาอย่าง ดิ มาเรีย ย้ายจาก เรอัล มาดริด มาสวมยูนิฟอร์ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อฤดูกาล 2014/15 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 59.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,447.7 ล้านบาท) แต่ผลงานกลับห่างไกลจากมาตรฐานที่เจ้าตัวสร้างเอาไว้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เพราะฤดูกาลดังกล่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น เจ้าตัวทำได้แค่ 3 ประตู จาก 27 เกมในลีก แถมไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาสาวก "เร้ด อาร์มี่" ด้วย ซึ่งสุดท้าย ดิ มาเรีย ก็อยู่กับ "ปีศาจแดง" แค่ปีเดียว ก่อนย้ายซบสโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ซึ่งทำให้เขากลับมาเล่นได้ท็อปฟอร์มอีกครั้ง และเป็นกำลังสำคัญของ เปแอสเช มาตลอดจนถึงทุกวันนี้

ริคกี้ อัลวาเรซ

           อัลวาเรซ เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่างมากของวงการฟุตบอลอาร์เจนตินา และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ อินเตอร์ มิลาน ตัดสินใจคว้าเจ้าตัวมาจาก เวเลซ ซาร์สฟิลด์ เมื่อปี 2011 ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้โอเคกับ "งูใหญ่" ช่วงแรกๆ ก่อนดร็อปลงไป จนถูกปล่อยตัวให้ ซันเดอร์แลนด์ ยืมใช้งานในฤดูกาล 2014/15 แม้เป็นแค่ดีลยืมตัวกับสโมสรที่ไม่ได้ใหญ่อย่าง "แมวดำ" แต่ อัลวาเรซ ก็ถูกจับตามองไม่น้อยกับการย้ายมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก แต่บทสรุปคือ "ดับสนิท" เพราะฤดูกาลดังกล่าว เจ้าตัวได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าในเกม พรีเมียร์ลีก แค่ 8 นัดเท่านั้น และทำ 0 ประตู!!! ซึ่งหลังจากนั้นก็ถูก อินเตอร์ ขายไปให้ ซามพ์โดเรีย และปัจจุบันในวัย 32 ปี เจ้าตัวเพิ่งได้ย้ายจาก อัตลาส (ลีกเม็กซิโก) กลับไปเล่นให้ต้นสังกัดแรกในชีวิตอย่าง เวเลซ ซาร์สฟิลด์ อีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้

            …แน่นอน มันอาจจะการันตีไม่ได้ว่า เมสซี่ จะ "รุ่ง" หรือ "ร่วง" หากย้ายมาเล่นในเวที พรีเมียร์ลีก แต่จากข้างบนนี้มันก็เป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ลีกแห่งนี้ไม่ง่ายเสมอไปสำหรับนักเตะที่เคยเป็นตัวท็อปๆ จากลีกใหญ่ที่อื่น

โด้เซ็ง! ยิงสองแต่ยูเวนตุสรวมผลแพ้อเวย์โกลร่วง16ทีมชปล.

"ม้าลาย" ยูเวนตุส แม้ได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เหมาสองลูกพาทีมพลิกแซงชนะ โอลิมปิก ลียง ไปได้ 2-1 ทว่าสกอร์รวมสองนัดเสมอกัน 2-2 แต่เป็นทีมเยือนจากฝรั่งเศสเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน โดยจะดวลกับ แมน ซิตี้ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง คืนวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา

สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง "ม้าลาย" ยูเวนตุส เจ้าของแชมป์กัลโช่ 9 สมัย มีภารกิจสำคัญในการไล่ล่าบอลยุโรปถ้วยใหญ่ หลังสกอร์นัดแรกปราชัยไปก่อน เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์เจ้าบ้าน พัก "เปาโล ดีบาล่า" เป็นสำรอง คู่หน้าจัด "อิกวาอิน-โรนัลโด้" ยืนซัดทีมเยือน โอลิมปิก ลียง ที่ผลงานในลีกไม่ดีเท่าไหร่พลาดตั๋วลุยบอลยุโรป รูดี้ การ์เซีย กุนซือผู้มาเยือน สั่งลูกทีมมุ่งมั่นแมตช์นี้ ใส่ชื่อ "เมมฟิส เดอปาย" กัปตันทีมรักษาสกอร์ผ่านเข้ารอบให้ได้

     ทีมเยือนใกล้เคียงนาทีที่ 9 คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ ตวัดบอลคืนย้อนให้ เมมฟิส เดอปาย หยอดบอลจากริมเขตโทษด้านซ้ายเข้าเขตโทษ อเล็กซ์ ซานโดร โหม่งสกัดออกมาเข้าทาง อุสเซม อาอูอาร์ วางเท้ายิงแต่ว่า วอยเชียค เชสนี่ นายทวารม้าลายยื่นมือปัดออกหลังได้ทัน

     ลียงออกนำนาทีที่ 12 โรดริโก้ เบนตันกูร์ วิ่งไล่ตามประกบ อุสเซม อาอูอาร์ ไปถึงในเขตโทษก่อนมิดฟิลด์ยูเว่สไลด์ถูกบอลแต่กองกลางลียงกลิ้งล้มไปด้วย กรรมการดูวีเออาร์ แล้วเป่าให้จุดโทษ เมมฟิส เดอปาย รับหน้าที่ชิพบอลเข้าตาข่ายอย่างง่ายดาย

     ผ่านมานาทีที่ 17 อเล็กซ์ ซานโดร วางบอลยาวจากแดนหลังขึ้นนห้ามาที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรี่มาเกี่ยวบอลลงพื้นแล้วหลุดเข้าไปซัดบอลผ่านหน้าปากประตูออกหลังไป ทว่าเชิ้ตดำให้เป็นลูกล้ำหน้าจังหวะวิ่งมารับบอลของสตาร์ม้าลาย

     เจ้าบ้านบุกนาทีที่ 20 อเล็กซ์ ซานโดร เติมทิ้งบอลกลางสนามระยะ 25 หลาทางซ้าย บอลมาตกในเขตโทษเกือบ 8 หลา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โถมตัวตัดหน้าแนวรับลียงแต่กดไม่ลงเหินข้ามคานออกไป

     ม้าลายเร่งเครื่องนาทีที่ 37 ฮวน กวาดราโด้ เปิดบอลริมสนามฝั่งขวา บอลโด่งมาที่ กอนซาโล่ อิกวาอิน ถอยมาสะบัดหัวโหม่งบอลกระดอนพื้น แอนโธนี่ โลเปส นายทวารลียงตะปบบอลหลุดมือจังหวะแรกแต่ยังตามมาเก็บได้อยู่มือ

     ยูเว่ชวดสกอร์นาทีที่ 39 โรดริโก้ เบนตันกูร์ ลากบอลก่อนถูก เลโอ ดูบัวส์ หวดล้มตรงเส้นวงกลมเขตโทษเยื่องมาด้สนซ้าย กรรมการให้ฟรีคิก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาสาปั่นแต่ว่ามือกาวทีมเยือนพุ่งเซฟได้อย่างสวยงาม

     เจ้าถิ่นตีเสมอนาทีที่ 43 มิราเล็ม ปานิช ซัดฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษบอลไปโดนแขน เมมฟิส เดอปาย แม้เจ้าตัวจะแนบแขนกับตัวแล้วก็ตาม เชิ้ตดำใช้วีเออาร์แล้วชี้ไปที่จุดโทษ และเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดเรียดหนีตัวนายทวารทีมเยือนเข้าไป จบครึ่งแรก เสมอกัน 1-1

     ทีมเยือนทักทายนาทีที่ 57 คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ ลงต่ำมารับบอลหน้ากรอบเขตโทษจ่ายคินกลับให้ บรูโน่ กิมาเรส กองกลางทีมเยือนจับบอลส่องไกลแต่บอลสูงเกินไปข้ามคานพอสมควร

     ม้าลายแซงนำนาทีที่ 60 เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ได้บอลไหลสั้นให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เลี้ยงตัดเข้ากลางแล้วซัดทันทีจากกลางสนามระยะ 25 หลาเยื้องมาทางขวา บอลพุ่งเลี้ยวเข้าหา แอนโธนี่ โลเปส นายด่านลียงเหินตัวปัดแต่ไม่พ้นบอลชิ่งเสาแรกเข้าไปสุดงดงาม

     เจ้าถิ่นโหมหนักนาทีที่ 76 เปาโล ดีบาล่า โยนลุกเตะมุมฝั่งซ้าย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เทคตัวคนเดียวแบบโล่งโขกบอลตรงเขตโทษระยะ 8 หลา แต่บอลสูงเกินไปไม่เข้ากรอบออกหลังแทน ก่อนจบเกม ยูเวนตุส ชนะ โอลิมปิก ลียง 2-1 แต่ว่าสกอร์รวมสองนัดเสมอกัน 2-2 แต่เป็นทีมเยือนจากฝรั่งเศสเข้ารอบด้วยกฎประตูทีมเยือน โดยจะดวลกับ แมน ซิตี้ รอบ 8 ทีมสุดท้าย

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

ยูเวนตุส (4-3-3): วอยเชียค เชสนี่,ฮวน กวาดราโด้ (ดานิโล่ น.70),มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์,เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่,อเล็กซ์ ซานโดร,โรดริโก้ เบนตันกูร์,มิราเล็ม ปานิช (อารอน แรมซี่ย์ น.60),อาเดรียง ราบิโอต์,เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ (เปาโล ดีบาล่า น.70 (มาร์โก โอลีวีเอรี น.84),กอนซาโล่ อิกวาอิน,คริสเตียโน่ โรนัลโด้

โอลิมปิก ลียง (3-5-2): แอนโธนี่ โลเปส,เจสัน เดนาเยอร์ (โยอาคิม แอนเดอร์เซน น.61),มาร์เซโล่,แฟร์นานโด มาร์ซาล,เลโอ ดูบัวส์ (เคนนี่ เตเต้ น.90+1),มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์,บรูโน่ กิมาเรส,อุสเซม อาอูอาร์ (ติอาโก้ เมนเดส น.90+1),มักซ์เวล กอร์กเน่ต์,คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ (เจฟฟ์ เรเน่-อเดเลด น.67),เมมฟิส เดอปาย (มูซ่า เดมเบเล่ น.67)

ยูเวนตุสต้องชนะ ‘โรนัลโด้’อาสายิงดวลลียงแค่เจ๊าลิ่ว8ทีมชปล.

"ม้าลาย" ยูเวนตุส แชมป์ลีกกัลโช่ ฟอร์มก่อนปิดซีซั่นแย่ไปหน่อย งานนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ประจำทีมขอทำหน้าที่ฮีโร่นำทัพลงอัด โอลิมปิก ลียง เพื่อหวังพลิกสถานการณ์กลับมาเข้ารอบให้จงได้ ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง คืนวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563

ปรีวิว ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2563
ยูเวนตุส – โอลิมปิก ลียง
(สกอร์นัดแรก โอลิมปิก ลียง ชนะ 1-0)
เวลา : 02.00 น.
สนาม : ยูเวนตุส สเตเดี้ยม

    โอลิมปิก ลียงได้อันดับ 7 ลีก เอิง ฝรั่งเศส ฤดูกาล 2019-2020 ไม่ได้โควตาไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปในซีซั่นหน้า

    รูดี้ การ์เซีย เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสของลียงวัย 56 ปี นำทีมลงสนามล่าสุดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา เสมอปารีส แซงต์-แชร์กแมง 0-0 หลังจบ 90 นาที และต่อเวลาพิเศษเสมอ 0-0 โดยเปแอสเชชนะจุดโทษ 6-5 ในศึกฟุตบอลถ้วยของฝรั่งเศสรายการเฟร้นช์ ลีก คัพ นัดชิงชนะเลิศ ซีซั่น 2019-2020 ในสนามแห่งชาติที่สต๊าด เดอ ฟร้องซ์, แซงต์-เดอนีส์ ชานกรุงปารีส ซึ่งเปิดให้แฟนบอลเข้ามาดูเกมในสนาม 5,000 คน

    ลียงได้เพียงตำแหน่งรองแชมป์เฟร้นช์ ลีก คัพ ไม่ได้ไปเล่นบนเวทียุโรป โดยเป็นสต๊าด เดอ แร็งส์ ทีมอันดับ 6 ลีก เอิง คว้าตั๋วไปเตะยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบสอง ฤดูกาลหน้า เพราะปารีส ไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ในฐานะแชมป์ลีก เอิง

    ผลงานในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ลียง เปิดบ้านชนะ ยูเวนตุส 1-0 ที่โอแอล สตาเดี้ยม, เดซีนส์-ชาร์กปิเยอ เมื่อวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ อุสเซม อาอูอาร์ ได้รับโทรฟี่เกียรติยศ ในฐานะแมน ออฟ เดอะ แมตช์ เกมนี้ ซึ่งเขาเปิดบอลจากกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายให้ ลูก้าส์ ตูซาร์ มิดฟิลด์ ยิงเผาขนนาที 31 (ตูซาร์ ย้ายไปร่วมทีมแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังหมดสัญญายืมตัวกับลียง)

    นัดนี้การ์เซียได้ เมมฟิส เดอปาย กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ กัปตันทีมหายเจ็บเอ็นหัวเข่าซ้าย, เจฟฟ์ ไรน์-อเดเลด มิดฟิลด์ หายเจ็บเอ็นหัวเข่าขวากลับมาลงเล่นได้แล้ว หลังจากทั้งคู่บาดเจ็บพักไปนานหลายเดือน

    แต่เขาต้องรอเช็กความฟิตของ เคนนี่ เตเต้ แบ็กขวาทีมชาติฮอลแลนด์ บาดเจ็บกล้ามเนื้อ, มาร์เซโล่ เซนเตอร์แบ็กบราซิล บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา

    ในรายของ ยุสซุฟ โกเน่ แบ็กซ้ายทีมชาติมาลี บาดเจ็บกล้ามเนื้อ หมดสิทธิ์ลงสนาม

    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ยูเวนตุส  : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, อเล็กซ์ ซานโดร – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, อาเดรียง ราบิโอต์ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่,กอนซาโล่ อิกวาอิน, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

    โอลิมปิก ลียง : แอนโธนี่ โลเปส – เจสัน เดนาเยอร์, มาร์เซโล่, แฟร์นานโด มาร์ซาล – เลโอ ดูบัวส์, มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์, บรูโน่ กิมาเรส, อุสเซม อาอูอาร์, มักซ์เวล กอร์กเน่ต์ – มูซ่า เดมเบเล่, เมมฟิส เดอปาย (กัปตันทีม)  

    ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ซวาเยอร์ (เยอรมัน)

ดีบาล่าแจ่ม-โด้ซัดเต็มข้อ! ยูเวนตุสบุกสอยเจนัว นำฝูงทิ้งลาซิโอ4แต้ม

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ฟอร์มยังยอดเยี่ยมหลังบุกไปคว้าชัยเหนือ เจนัว ทีมท้ายตารางแบบไม่ยาก 3-1 เกมนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดประตูสุดสวย ก่อนที่เปาโล ดีบาล่า จะยิงหนึ่งจ่ายหนึ่ง พาทีมซิวสามแต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้ง ลาซิโอ 4 คะแนนเหมือนเดิม ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันอังคารที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

สนาม : สตาดิโอ ลุยจิ แฟร์ราริส (เจนัว)

    เริ่มครึ่งแรก เป็นทัพ "ม้าลาย" ที่ทำได้ดีกว่า นาที 11 เปาโล ดีบาล่า ลากจากขวาเข้าไปซัดด้วยซ้ายไปติดบล็อคแนวรับเจ้าถิ่น ถัดมาอีกนาที เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ยิงด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ มัตเตีย เปริน

    นาที 13 ทีมเยือนเกือบได้ลุ้นขึ้นนำหลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หวดด้วยขวาเน้นๆนอกกรอบ บอลพุ่งไปติดมือ มัตเตีย เปริน ปัดออกหลังเป็นเตะมุม

    ทีมเยือนบี้กดดันอย่างหนักชนิดพับสนามบุก นาที 16 โรนัลโด้ ได้โอกาสโชว์อีกทีคราวนี้กดด้วยขวาเต็มแรงแต่บอลยังไปเข้ามือ เปริน 

    นาที 35 ม้าลายลุยขึ้นมาอีก คราวนี้ ฮวน กวาดราโด้ ครอสบอลเข้ามาให้ อาเดรียง ราบิโอต์ ขึ้นโขกในกรอบไม่กี่หลาบอลยังไปติดมือนายด่านเจนัว

    นาที 43 ทีมเยือนชวดได้ประตูขึ้นนำอีกหน ดีบาล่า ไหลต่อให้ โรนัลโด้ หลุดเข้าไปซัดมุมแคบด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งไปติดมือ มัตเตีย เปริน ปัดออกหลังชนิดหวุดหวิด

    จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้ เจนัว เสมอกับ ยูเวนตุส 0-0

    ครึ่งหลัง คอนเต้ แก้เกมมาดี แค่นาทีที่ 50 ยูเวนตุส มาขึ้นนำจนได้ 1-0 ดั๊กลาส คอสต้า จ่ายเข้ากลางให้ เปาโล ดีบาล่า ได้บอลก่อนเลี้ยงแหวกแนวรับเข้าไปอัดด้วยข้าย

    นาที 57 "CR7" แผลงฤทธิ์จนได้หลัง มิราเล็ม ปานิช จ่ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้บอลหลุดเข้าไปหวดนอกรอบบอลพุ่งแรงเบียดเสาเข้าไปอย่างเด็ดขาด ช่วยให้สกอร์ของ "ม้าลาย" หนีห่าง 2-0

    นาที 73 ยูเวนตุส มาได้ประตูที่ 3 หนีห่างไปไกล หลัง ดีบาล่า จ่ายเข้ากลางให้ ดั๊กลาส คอสต้า ปั่นโคงไปเสาไกลบอลเลี้ยวเสียบมุมตาข่ายเข้าไป

    กระนั้นอีก 3 นาทีถัดมา เจนัว มาตีไข่แตกได้สำเร็จหลังบอลเลยมาเสาสองถึง อันเดรีย ปินามอนติ ดึงหลบ ฮวน กวาดราโด้ ก่อนตะบันด้วยซ้ายเต็มแรงพุ่งแสกหน้า วอยเชียค เชสนี่ เบียดเสาเข้าไปให้ เจนัว ไล่มาเป็น 1-3

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ยูเวนตุส บุกมาคว้าชัยเหนือเจนัว 3-1 คว้าสามแต้มนำเป็นจ่าฝูงต่อไป โดยทิ้ง ลาซิโอ รองจ่าฝูง 4 แต้มเหมือนเดิม ส่วน เจนัว ร่วงไปอยู่อันดับ 17 มี 26 คะแนนมากกว่าโซนตกชั้นแค่แต้มเดียว

    รายชื่อ11ผู้เล่นทั้งสองทีม

    เจนัว (3-5-2) : มัตเตีย เปริน – คริสเตียน โรเมโร่, อดาม่า ซูมาโอโร่, อันเดรีย มาซิเอลโล่ – เปาโล กีโญเน่, วาลอน เบห์รามี่, ลาสเซ่ โชน, สเตฟาโน่ สตูราโร่, ฟรานเชสโก้ คาสซาต้า – อันเดรีย ฟาวิลลี่, อันเดรีย ปินามอนติ

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิโล่ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, อาเดรียง ราบิโอต์ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

จ่าฝูงแล้วไง! มิลานโกงตายรัว4เม็ดพลิกนรกแซงยูเวนตุสสุดมันส์

ใจสู้เหลือเชื่อสำหรับขุนพล "รอสโซเนรี่" ที่แม้โดน จ่าฝูง นำไปก่อนถึง 2 ประตูแต่ไม่ยอมแพ้รัว 4 ตุงพลิกนรกแซง ยูเวนตุส 4-2 เก็บ 3 แต้มสำคัญขยับขึ้นที่ 5 ส่วนทาง "ม้าลาย" พลาดโอกาสทำแต้มทิ้งห่าง ลาซิโอ ยังนำอยู่ 7 คะแนนเท่าเดิม ในศึกฟุตบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : ซาน ซิโร่

    ทีม "รอสโซเนรี่" ตั้งแต่รีสตาร์ทกลับมา 5 นัดทุกรายการพวกเขายังไม่แพ้ใครล่าสุดบุกถล่ม ลาซิโอ 3-0 ยังรั้งอันดับ 7 ในตารางคะแนนพร้อมลุ้นโควตาไปเล่นบอลยุโรป

    ส่วนทาง "ม้าลาย" ขยับเข้าใกล้แชมป์สคูเด็ตโต้เป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเกมล่าสุดเปิดบ้านถล่ม โตริโน่ 4-1 นำเป็นจ่าฝูงห่างจากอันดับสอง ลาซิโอ เพิ่มเป็น 7 คะแนน

    8 นาทีผ่านเป็น "รอสโซเนรี่" ทักทายก่อนจากจังหวะ อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนลองซัดด้วยขวาบอลตรงกรอบแต่เบาเข้ามือ วอยเชียค เชสนี่

    นาทีต่อมา ยูเวนตุส ตอบโต้ทันทีจากฟรีคิกทางขวาของ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ ตักโค้งไปเสาไกลให้ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ สอดมาโขกแต่ไม่โดนบอลเลยเฉี่ยวเสาออกหลังไป

    นาทีที่ 13 "ม้าลาย" เกือบได้เฮเป็น เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ พาแหวกเข้าในก่อนป้ายให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับบอลในเขตโทษแต่งหาช่องปั่นโค้งด้วยขวาแฉลบ อันเดรีย คอนติ ออกไปนิดเดียว

    ครึ่งทางผ่าน เจ้าถิ่น ดูดีกว่าในการจบสกอร์  ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ได้จังหวะยิงด้วยซ้าย 2 ครั้งภายใน 2 นาทีแต่บอลยังเบาเข้ามือ วอยเชียค เชสนี่ รับไว้ได้ไม่ยาก

    ช่วงทดเจ็บ ทีมเยือน ทิ้งทวนจากจังหวะพลิกตัวของ กอนซาโล่ อิกวาอิน หมุนตัวหลบ อเลสซิโอ โรมันโยลี่ ก่อนทิ้งตัวยิงแต่บอลเบาไปเข้ามือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า

    นาทีต่อมา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หลุดเข้าไปซัดผ่าน วอยเชียค เชสนี่ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายสำเร็จแต่น่าเสียดายเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
 
    หมดครึ่งเวลาแรก เอซี มิลาน 0 ยูเวนตุส 0

    เปิดฉากครึ่งหลังเพียง 2 นาที "ม้าลาย" ทะยานออกนำเป็นความสุดยอดของ อาเดรียง ราบิโอต์ ตัดบอลได้โชว์โซโล่คนเดียวจากครึ่งสนามก่อนได้ช่องตะบันด้วยซ้ายตุงตาข่ายงามหยด

    ยังไม่หนำใจนาที 53 ยูเวนตุส ทิ้งห่างออกไปจากบอลยาวของ ฮวน กวาดราโด้ ครอสข้ามแนวรับ เอซี มิลาน ที่ผิดพลาดปล่อยบอลตกมาถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เก็บส้มหล่นซัดด้วยซ้ายไม่มีเหลือ

    นาทีที่ 60 มิลาน ตามตีไข่แตกจนได้เป็น อันเต้ เรบิช ใช้อกพักบอลไปโดนแขน เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ผู้ตัดสินขอดู วีเออาร์ ก่อนเป่าย้อนให้เป็นจุดโทษ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รับหน้าที่สังหารไม่พลาด

    ยังไม่จบ 6 นาทีต่อมา มิลาน เร่งเครื่องตามตีเสมอเป็นความสามารถเฉพาะตัวของ ฟร้องค์ เกสซีเย่ รับบอลชิ่งจาก อิบราฮิโมวิช ก่อนแหวกแนวรับ ยูเวนตุส เข้าไปซัดผ่าน วอยเชียค เชสนี่ สุดสวย

    นาทีต่อมากลายเป็น "รอสโซเนรี่" แซงขึ้นนำเหลือเชื่อจากตัวสำรองอย่าง ราฟาเอล เลเอา เล่นต่อจังหวะได้เปรียบพาบอลเข้าเขตโทษก่อนเอียงตัวซัด บอลแฉลบขา รูกานี่ มุดเข้าเสาแรกตุงตาข่าย

    นาทีที่ 75 เอซี มิลาน เกือบปิดกล่องเป็น จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า จ่ายบอลให้ อันเต้ เรบิช ใช้ความเร็วเอาชนะแนวรับ ยูเวนตุส หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายติดปลายเท้า วอยเชียค เชสนี่ ช่วยเอาไว้ได้

    3 นาทีต่อมา "ม้าลาย" ลุยหนักคราวนี้เป็นลูกเตะมุมทางขวาของ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ โยนโค้งมาเข้าหัว ดานิเอเล่ รูกานี่ โขกเต็มหัวไปติดมือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ควักออกมาจากบนเส้น

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที เจ้าถิ่น ปิดกล่องสำเร็จจากจังหวะตวามผิดพลาดของ อเล็กซ์ ซานโดร จ่ายขวางสนามไม่ดีไปเข้าทาง โบนาเวนตูร่า ถวายพานทองต่อให้ อันเต้ เรบิช ตวัดเต็มข้อด้วยซ้ายเข้าไป

    ท้ายเกมแลกกันคนละหมัด เจ้าถิ่น ได้ลุ้นก่อนจากลูกฟรีคิกของ ฮาคาน คัลฮาโนกลู ปั่นไปติดเซฟ เชสนี่ ช่วงทดเจ็บ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายแต่ก็ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    จบเกม เอซี มิลาน 4 ยูเวนตุส 2 ขุนพล "รอสโซเนรี่" คว้า 3 คะแนนแซงขึ้นอันดับ 5 ส่วนทาง "ม้าลาย" ยังนำจ่าฝูงทื้งห่าง ลาซิโอ 7 แต้ม

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    เอซี มิลาน (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – อันเดรีย คอนติ, ซิม่อน เคียร์, อเลสซิโอ โรมันโยลี่, เตโอ แอร์กน็องเดซ – ฟร้องค์ เกสซีเย่, อิสมาแอล เบนนาแซร์ – ลูคัส ปาเกต้า, อันเต้ เรบิช, อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, ดานิเอเล่ รูกานี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิโล่ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, อาเดรียง ราบิโอต์ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, กอนซาโล่ อิกวาอิน, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

 

มิลานลุ้นขึ้นที่5จัด “อิบรา” ลั่นไก-ยูเวนตุสสถิติข่ม “โด้” พร้อมลงตะบัน

ฟอร์มล่าสุดยอดเยี่ยมมาด้วยกันทั้งคู่ เอซี มิลาน คืนนี้พร้อมจับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยืนล่าตาข่ายในแดนหน้า พร้อมวัดคมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงของ "ม้าลาย" สามแต้มจะเป็นของทีมใดในศึก เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 31 เมื่อคืนวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม นี้
ปรีวิว กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
เอซี มิลาน (7) – ยูเวนตุส (1)
วันอังคารที่ 7 กรกฏาคม 2563 เวลา : 02.45 น.

สนาม : ซาน ซิโร่

    ทีม "รอสโซเนรี่" ตั้งแต่รีสตาร์ทกลับมา 5 นัดทุกรายการพวกเขายังไม่แพ้ใครล่าสุดบุกถล่ม ลาซิโอ 3-0 ยังรั้งอันดับ 7 ในตารางคะแนนพร้อมลุ้นโควตาไปเล่นบอลยุโรป

    สภาพทีมในเกมนี้ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ เทรนเนอร์ เอซี มิลาน จะไม่มี มาเตโอ มูซัคคิโอ, ฮาคาน ชาลาโนกลู และ ซามู กาสตีเยโฆ ที่บาดเจ็บทั้งหมด นอกนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

    แนวรับยังใช้ ซิม่อน เคียร์ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ อเลสซิโอ โรมันโยลี่ ขนาบข้างด้วย อันเดรีย คอนติ และ เตโอ แอร์กน็องเดซ

    ฟร้องค์ เกสซีเย่ เป็นมิดฟิลด์คู่กลางกับ อิสมาแอล เบนนาแซร์ โดยวาง ลูคัส ปาเกต้า, จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า และ อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส ดาวรุ่งวัย 21ปีชาวเบลเยียม ทำเกมรุกอยู่ข้างหลัง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวเก๋าที่กลับมายึดตัวจริงตั้งแต่เกมที่แล้ว
   
    ทีม "ม้าลาย" ขยับเข้าใกล้แชมป์สคูเด็ตโต้เป็นสมัยที่ 9 ติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเกมล่าสุดเปิดบ้านถล่ม โตริโน่ 4-1 นำเป็นจ่าฝูงห่างจากอันดับสอง ลาซิโอ เพิ่มเป็น 7 คะแนน

    สภาพทีมในเกมนี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์ ยูเวนตุส ยังมีตัวเจ็บเดิมๆโดยเฉพาะแนวรับ เมื่อ อเล็กซ์ ซานโดร และ มัตเตีย เด ชีโย่ เจ็บ ส่วนรายของ ซามี เคดิร่า, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เมรีห์ เดมิราล ก็ยังไม่สมบูรณ์ ขณะเดียวกันเกมนี้ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ และ เปาโล ดิบาล่า 2 ตัวหลักติดโทษแบนด้วย

    ทั้งนี้คาดว่าเกมนี้ ดานิโล่ จะลงมายืนแบ็กซ้าย ฝั่งขวาเป็น ฮวน กวาดราโด้ ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟปรับมาใช้ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กับ ดานิเอเล่ รูกานี่

    ขยับมาแดนกลาง มิราเล็ม ปานิช ประสานงานกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ และ แบลส มาตุยดี้ โดยสามแนวรุกอาจปรับให้ กอนซาโล่ อิกวาอิน ลงมายืนเป็นหน้าเป้า ขนาบข้างด้วย เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ล่าสุดเพิ่งยิงฟรีคิกให้ ยูเวนตุส เป็นลูกแรกได้สำเร็จนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม

    รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    มิลาน (4-2-3-1) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า – อันเดรีย คอนติ, ซิม่อน เคียร์, อเลสซิโอ โรมันโยลี่, เตโอ แอร์กน็องเดซ – ฟร้องค์ เกสซีเย่, อิสมาแอล เบนนาแซร์-ลูคัส ปาเกต้า, จาโคโม่ โบนาเวนตูร่า, อเล็กซิส ซาเลมาเกอร์ส – ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, ดานิเอเล่ รูกานี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิโล่ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, แบลส มาตุยดี้ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, กอนซาโล่ อิกวาอิน, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี  รายการ  ผลการแข่งขัน
13/06/20  โคปปา อิตาเลีย ยูเวนตุส  0 – 0 เอซี มิลาน  
14/02/20  โคปปา อิตาเลีย เอซี มิลาน  1 – 1 ยูเวนตุส 
11/11/19  เซเรีย อา ยูเวนตุส  1 – 0 เอซี มิลาน 
06/04/19  เซเรีย อา ยูเวนตุส  2 – 1 เอซี มิลาน 
17/01/19  ซูเปอร์คัพ  ยูเวนตุส  1 – 0 เอซี มิลาน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เอซี มิลาน
05/07/20 ชนะ ลาซิโอ 3-0 (เยือน) เซเรีย อา
02/07/20 เสมอ สปาล 2-2 (เยือน) เซเรีย อา
28/06/20 ชนะ โรม่า 2-0 (เหย้า) เซเรีย อา
23/06/20 ชนะ เลชเช่ 4-1 (เยือน) เซเรีย อา
13/06/20 เสมอ ยูเวนตุส 0-0 (เยือน) โคปปา อิตาเลีย

ยูเวนตุส
04/07/20 ชนะ โตริโน่ 4-1 (เหย้า) เซเรีย อา
01/07/20 ชนะ เจนัว 3-1 (เยือน) เซเรีย อา
27/06/20 ชนะ เลชเช่ 4-0 (เหย้า) เซเรีย อา
23/06/20 ชนะ โบโลญญ่า 2-0 (เยือน) เซเรีย อา
18/06/20 เสมอ นาโปลี  0-0 (สนามกลาง) โคปปา อิตาเลีย
(นาโปลี ชนะจุดโทษ 4-2)

“โด้-ดีบาล่า” หวังช่วยยูเวนตุสบุกทุบเจนัวซิวแต้มหนีลาซิโอ

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ยังคงต้องตั้งใจเล่นเพื่อทำคะแนนฉีกหนีรองจ่าฝูง ลาซิโอ ที่มีคิวเตะก่อนพวกเขาในวันเดียวกัน "ดีบาล่า-โรนัลโด้" ผนึกกำลังกระทุ้งเจ้าบ้าน เจนัว ที่ขอเร่งเครื่องแย่งคะแนนเพื่อดีดพ้นโซนตกชั้นให้ไกลที่สุด หลังห่างพื้นที่อันตรายแค่ 1 แต้ม ในการแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2563
ปรีวิวกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2563
เจนัว (16) – ยูเวนตุส (1)
เวลา : 02.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2
สนาม : ลุยจิ แฟร์ราริส

    ทีม ”กริโฟเน่” ผลงานหลังจากกลับมารีสตาร์ตฟอร์มยังไม่ดี ล่าสุดเสมอเบรสชา 2-2 รั้งอันดับ 16 ในตารางคะแนนยังต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นต่อไป

    สภาพทีมในเกมนี้ ดาวิเด้ นิโกล่า เทรนเนอร์เจนัว จะยังไม่มี โดเมนิโก้ คริสชิโต้ ที่มีอาการบาดเจ็บ รวมถึง อิวาน ราโดวาโนวิช ก็ยังไม่สมบูรณ์

    แนวรับ 3 คนยังส่ง อันโตนิโอ บาร์เรก้า เป็นวิงแบ็กซ้าย และถอย ดาวิเด้ บิราสคี่ ลงต่ำคุมเกมรับร่วมกับ อดาม่า ซูมาโอโร่ และ อันเดรีย มาซิเอลโล่ พร้อมเลือก ปีเตอร์ อันเคอร์เซ่น เป็นวิงแบ็กขวา

    ลาสเซ่ โชน ปักหลักกลางสนามกับ วาลอน เบห์รามี่ และ สเตฟาโน่ สตูราโร่ คู่หน้าเปลี่ยนมาใช้ ยาโก้ ฟัลเก้ กับ อันโตนิโอ ซานาเบรีย

    ทีม ”ม้าลาย” ผลงานในลีกยังคงยอดเยี่ยมเกมล่าสุดเปิดบ้านไล่ถล่มเลชเช่ 4-0 นำเป็นจ่าฝูงห่างจากอันดับ 2 ลาซิโอ อยู่ 4 คะแนน

    สภาพทีมในเกมนี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์ยูเวนตุส มีปัญหาตรงแบ็กซ้าย เมื่อ อเล็กซ์ ซานโดร และ มัตเตีย เด ชีโย่ เจ็บ ส่วนรายของ ซามี่ เคดิร่า, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เมรีห์ เดมิราล ก็ยังไม่สมบูรณ์

    อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะได้ ดานิโล่ พ้นโทษแบนกลับมาประจำการพอดี ฝั่งขวาเป็น ฮวน กวาดราโด้ ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟยังวางใจ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กับ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์

    ขยับมาแดนกลาง มิราเล็ม ปานิช ที่มีข่าวใกล้จะได้ย้ายไปร่วมทัพบาร์เซโลน่า ประสานงานกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ และ แบลส มาตุยดี้ โดยสามแนวรุกใช้ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เปาโล ดีบาล่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดย 2 รายหลังฟอร์มกำลังฮอตในลีก 2 เกมหลังสุดยิงได้ทั้งคู่

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

เจนัว (3-5-2) : มัตเตีย เปริน – ดาวิเด้ บิราสคี่, อดาม่า ซูมาโอโร่, อันเดรีย มาซิเอลโล่ – ปีเตอร์ อันเคอร์เซ่น, วาลอน เบห์รามี่, ลาสเซ่ โชน, สเตฟาโน่ สตูราโร่, อันโตนิโอ บาร์เรก้า – ยาโก้ ฟัลเก้, อันโตนิโอ ซานาเบรีย

ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, ดานิโล่ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, แบลส มาตุยดี้ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ยูเวนตุสแก้ตัว! โด้ขอเป็นฮีโร่บุกซัดโบโลญญ่าพาทีมหนีลาซิโอ

"ม้าลาย" ยูเวนตุส เพิ่งชวดแชมป์โคปปาอิตาเลีย ต้องลืมความผิดหวัง เดินหน้าต่อไปในลีกเพื่อทำคะแนนหนี ลาซิโอ ออกไป เกมนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาสานำทีมบุกถลุง โบโลญญ่า ที่ฟอร์มหลังสามเกมที่ผ่านมาไม่มีชนะ ในการแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2563
ปรีวิวฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2563
โบโลญญ่า (10) – ยูเวนตุส (1)
เวลา : 02.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2
สนาม : เรนาโต้ ดัลลาร่า

    ซินิซ่า มิไฮโลวิช นายใหญ่โบโลญญ่าประสบปัญหาพอสมควรเมื่อ มัตเตีย บานี่, เจอร์ดี้ โชเต็น และ เฟเดริโก้ ซานตานเดร์ พร้อมใจกันถูกพักแข้ง อีกทั้ง อันเดรียส สคอฟ โอลเซ่น ก็เจ็บ

    แผงหลัง สเตฟาโน่ เดนส์วิล จึงหุบเข้าในยืนกับ ดานิโล่ และส่ง มิตเชลล์ ไดจ์ส เป็นแบ็กซ้าย ฝั่งขวาใช้ ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ อยู่แล้ว

    แกรี่ เมเดล เก็บบอลตรงกลางกับ นิโกลัส โดมิงเกซ ปล่อยให้ ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่ และ นิโกล่า ซานโซเน่ ทำเกมรุกหลัง มูซ่า บาร์โรว์ หรือยังมี โรดริโก้ ปาลาซิโอ เป็นตัวสอดแทรก

    ด้าน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือยูเวนตุสเพิ่งชวดแชมป์โคปปา อิตาเลีย หลังพ่าย นาโปลี ในนัดชิงชนะเลิศ แถมต้องเสีย อเล็กซ์ ซานโดร กับ ซามี่ เคดิร่า ที่เดี้ยงด้วย ส่วน จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เมรีห์ เดมิราล ก็ยังไม่สมบูรณ์

    คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟยังวางใจ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ กับ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ แบ็กขวาเลือก ฮวน กวาดราโด้ และให้ มัตเตีย เด ชีโย่ เล่นฝั่งซ้าย

    แดนกลาง มิราเล็ม ปานิช น่าจะถูกดร็อปหลังฟอร์มตกทำให้จะเป็น อารอน แรมซี่ย์ ที่ได้ประสานงานกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ และ แบลส มาตุยดี้ สามแนวรุกคงเดิมที่ ดั๊กลาส คอสต้า, เปาโล ดีบาล่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

โบโลญญ่า (4-2-3-1) : ลูคัสซ์ สโครุปสกี้-ทาเกฮิโร่ โทมิยาสุ, ดานิโล่, สเตฟาโน่ เดนส์วิล, มิตเชลล์ ไดจ์ส-แกรี่ เมเดล, นิโกลัส โดมิงเกซ-ริคคาร์โด้ ออร์โซลินี่, โรแบร์โต้ โซเรียโน่, นิโกล่า ซานโซเน่-มูซ่า บาร์โรว์

ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่-ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, มัตเตีย เด ชีโย่-อารอน แรมซี่ย์, โรดริโก้ เบนตันกูร์, แบลส มาตุยดี้-ดั๊กลาส คอสต้า, เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

โด้เดินหน้าซัด! ยูเวนตุสไร้กดดันเฝ้ารังกระทุ้งเลชเช่

"ม้าลาย" ยูเวนตุส ลงเล่นแบบไม่ค่อยกดดันเท่าไหร่นัก หลัง ลาซิโอ พลาดแพ้ไปวันก่อน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังเดินหน้าสร้างความมั่นใจขอยิงต่อเนื่อง เปิดถิ่นปะทะ เลชเช่ ที่ดิ้นหนักดีดหนีโซนอันตรายท้ายตาราง ในการแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2563

ปรีวิวกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2563
ยูเวนตุส (1) – เลชเช่ (18)
เวลา : 02.45 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 2
สนาม : อัลลิอันซ์ สเตเดี้ยม

    เมาริซิโอ ซาร์รี่ เทรนเนอร์ยูเวนตุส มีปัญหาตรงแบ็กซ้าย เมื่อ อเล็กซ์ ซานโดร และ มัตเตีย เด ชีโย่ เจ็บ แถม ดานิโล่ ยังมาติดโทษแบน ส่วนรายของ ซามี่ เคดิร่า, จอร์โจ้ คิเอลลินี่ และ เมรีห์ เดมิราล ก็ยังไม่สมบูรณ์

    คาดว่าจะปรับด้วยการถอย แบลส มาตุยดี้ ลงต่ำมาเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายแทน ที่เหลือเหมือนเดิม คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟวางใจ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ กับ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ แบ็กขวาเป็น ฮวน กวาดราโด้

    มิราเล็ม ปานิช ประสานงานแดนกลางกับ โรดริโก้ เบนตันกูร์ และ อาเดรียง ราบิโอต์ โดยมี อารอน แรมซี่ย์ เป็นตัวสอดแทรก 3 แนวรุกใช้ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เปาโล ดีบาล่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

    ด้าน ฟาบิโอ ลิเวรานี่ กุนซือเลชเช่ เจอข่าวร้ายที่ จานลูก้า ลาปาดูล่า เดี้ยงจากนัดก่อน อีกทั้ง จูลิโอ โดนาติ เหลือโทษพักแข้งอีกนัด ไม่นับรวมพวกที่เจ็บอยู่ก่อนแล้วทั้ง ดีเอโก้ ฟาริอัส, อเลสซานโดร เดโยล่า, คริสเตียน เดลลอร์โก้ และ ซาน มาเยอร์

    แนวรับจะเป็น ฟาบิโอ ลูโชนี่ ยืนปราการหลังตัวกลางกับ ลูก้า รอสเซ็ตตินี่ แบ็กขวาใช้ อันเดรีย ริสโปลี ต่อไป เช่นเดียวกับ มาร์โก คัลเดโรนี่ ทางฝั่งซ้าย

    มาร์โก มันโคซู ยังคงถอยลงมาต่ำช่วยเกมตรงกลางกับ พานาจอติส ทัชต์ซิดิส และ จาโคโป เปตริชโชเน่ พร้อมให้ ฟิลิปโป้ ฟัลโก้ กับ ริคคาร์โด้ ซาโปนาร่า ปั้นเกมรุกหลัง คูมา บาบาการ์ ที่ได้ลงล่าตาข่ายแทน

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    ยูเวนตุส (4-3-3) : วอยเชียค เชสนี่ – ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, แบลส มาตุยดี้ – โรดริโก้ เบนตันกูร์, มิราเล็ม ปานิช, อาเดรียง ราบิโอต์ – เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

    เลชเช่ (4-3-2-1) : กาเบรียล – อันเดรีย ริสโปลี, ฟาบิโอ ลูโชนี่, ลูก้า รอสเซ็ตตินี่, มาร์โก คัลเดโรนี่ – จาโคโป เปตริชโชเน่, พานาจอติส ทัชต์ซิดิส, มาร์โก มันโคซู – ฟิลิปโป้ ฟัลโก้, ริคคาร์โด้ ซาโปนาร่า – คูมา บาบาการ์

โด้ซึม-กัตจังผงาด! นาโปลีแม่นโทษดับยูเวนตุสซิวแชมป์โคปปา อิตาเลีย

เจนนาโร่ กัตตูโซ่ นายใหญ่ นาโปลี คว้าแชมป์แรกร่วมกับ นาโปลี อย่างยิ่งใหญ่หลังเสมอ ยูเวนตุส ในเวลา 0-0 ก่อนแม่นกว่าดวลจุดโทษชนะไป 4-2 ในศึกฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย นัดชิงชนะเลิศ คืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม : โอลิมปิโก, โรม

    เกมฟุตบอลถ้วยเมืองมะกะโรนีนัดชิงชนะเลิศฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนแปลงกฎเล็กน้อย โดยหากเสมอกันในเวลาปกติ 90 นาที จะไม่มีการเล่นต่อเวลาพิเศษ แต่จะยิงจุดโทษตัดสินทันที

    เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เทรนเนอร์ นาโปลี พาทีมฝ่าด่าน อินเตอร์ มิลาน มาได้ในรอบที่แล้วด้วยสกอร์รวม 2-1 ความพร้อมเกมนี้ขาด ดาวิด ออสปิน่า นายทวารคนสำคัญติดโทษแบน

    ทางด้าน เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือ ยูเวนตุส ผ่านรอบตัดเชือกมาได้ด้วยการล้ม เอซี มิลาน หลังสกอร์รวมเสมอกัน 1-1 แต่ยังได้เข้ารอบเพราะกฎยิงประตูทีมเยือน สภาพทีมไม่มีปัญหาเพิ่มนำโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้

    เปิดฉากครึ่งแรกได้เพียง 5 นาทีเป็น "ม้าลาย" ทักทายก่อนจากความผิดพลาดของแนวรับ นาโปลี โดน เปาโล ดีบาล่า ฉกบอลได้ในกรอบเขตโทษก่อนจ่ายย้อนให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วิ่งมาเอียงตัวซัดไปติดเซฟ อเล็กซ์ เมเร็ต

    นาทีที่ 15 นาโปลี เกือบได้ลูกจุดโทษเป็นจังหวะ มาริโอ รุย หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษก่อนโดน อเล็กซ์ ซานโดร ตามมาเบียดร่วงลงไปจากด้านหลังแต่ยังไม่เข้าตา ดานิเอเล่ โดเวรี่

    ต่อมานาที 24 นาโปลี พลาดโอกาสทองจากจังหวะลูกฟรีคิกระยะอันตรายของ ลอเรนโซ่ อินซินเย ปั่นบอลด้วยขวาโค้งข้ามกำแพงผ่านมือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ไปชนเสาเด้งออกมา

    ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที นาโปลี เกือบทะยานออกนำเป็น ดีเอโก้ เดมเม่ ลากบอลแหวกแนวรับ ยูเวนตุส เข้าไปซัดด้วยขวาแต่ไปติดขา จานลุยจิ บุฟฟ่อน ล้มตัวเซฟไว้ได้เหลือเชื่อ

    หมดครึ่งเวลาแรก นาโปลี 0 ยูเวนตุส 0

    ครึ่งหลังผ่านมา 15 นาทีทั้งสองทีมเล่นรัดกุมมากขึ้นโดยเป็น นาโปลี ที่ครองบอลมากกว่าแถมมีจังหวะลุ้นทำประตูหลายครั้ง ส่วนทาง ยูเวนตุส มี เปาโล ดีบาล่า ที่ดูโดดเด่นกว่าคนอื่น

    นาทีที่ 67 นาโปลีพยายามเร่งเครื่องมาได้ลุ้นประตูอีกครั้งจาก มัตเตโอ โปลิตาโน่ ที่ลงสนามเป็นตัวสำรองรับบอลก่อนตะบันด้วยซ้ายหน้าเขตโทษแต่ยังเบาไปเข้ามือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน

    ก่อนหมดเวลา 10 นาทีเป็นโอกาสของ มัตเตโอ โปลิตาโน่ อีกครั้งลอยตัวเอาชนะแนวรับ ยูเวนตุส โขกบอลเปลี่ยนทางแต่ก็ไปเข้ามือ จานลุยจิ บุฟฟ่อน รับไว้ไม่พลาด

    ช่วงทดเจ็บ นาโปลี เกือบได้ประตูสำคัญจากลูกเตะมุมของ มัตเตโอ โปลิตาโน่ ปั่นบอลมาเข้าหัว นิโกล่า มัคซิโมวิช โขกไปติดเซฟ จานลุยจิ บุฟฟ่อน บอลเด้งมาเข้าทาง เอลิฟ เอลมาส ซ้ำจ่อๆไปแฉลบ บุฟฟ่อน เปลี่ยนทางชนเสาออกหลังไป

    จบ 90 นาทีเสมอกัน 0-0 ต้องยิงจุดโทษตัดสินหาผู้ชนะและเป็น นาโปลี ที่แน่นอนกว่าเอาชนะไปด้วยสกอร์ 4-2 คว้าแชมป์ ฟุตบอลโคปปา อิตาเลีย ไปครอง

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

    นาโปลี (4-3-3) : อเล็กซ์ เมเร็ต – โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, นิโกล่า มัคซิโมวิช, คาลิดู คูลิบาลี่, มาริโอ รุย – ฟาเบียน รูอิซ, ดีเอโก้ เดมเม่, ปิโอเตร เซียลินสกี้ – โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ดรีส เมอร์เท่นส์, ลอเรนโซ่ อินซินเย่

    ยูเวนตุส (4-3-3) : จานลุยจิ บุฟฟ่อน – ฮวน กวาดราโด้, มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, อเล็กซ์ ซานโดร – มิราเล็ม ปานิช, โรดริโก้ เบนตันกูร์, แบลส มาตุยดี้ – เปาโล ดีบาล่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ดั๊กลาส คอสต้า