ดัลกลิชเผยเฟอร์กี้ส่งข้อความยินดีลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ฯ

เซอร์ เคนนี่ ดัลกลิช ระบุ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่งข้อความแสดงความยินดีกับการที่ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีก พร้อมบอกว่านี่เป็นการแสดงออกที่ยอดเยี่ยม

    เซอร์ เคนนี่ ดัลกลิช ตำนานนักเตะและผู้จัดการทีมของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตยอดกุนซือของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งข้อความร่วมแสดงความยินดีกับการที่ "หงส์แดง" ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019-20 ด้วย

    เฟอร์กูสัน ได้รับการยกย่องว่าเป็นคนที่มีความสำคัญมากที่สุดในการพา แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้มากที่สุดของเกาะอังกฤษ หลังจากที่เขาพา "ปีศาจแดง" ได้แชมป์ลีกไปครองถึง 13 สมัย จนทำให้ยอดรวมแชมป์ลีกของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่ 20 รายการ โดยเขาเองก็เคยบอกว่าจะเขี่ย ลิเวอร์พูล ลงจากหิ้งการเป็นทีมเบอร์ 1 ของเกาะอังกฤษให้ได้ด้วย

    ดัลกลิช เผยว่า "เขาติดต่อมาหาเราเพื่อแสดงความยินดีกับเรา คือคุณต้องเข้าใจก่อนนะว่าเราไม่ได้ทำสงครามกันอยู่สักหน่อย! โอเคล่ะว่าทีมคู่อริกันน่ะต้องมีการดวลกันอยู่แล้ว แต่ท้ายที่สุดแล้วคุณก็จะส่งจดหมายเชิงแสดงความยินดีให้กับอีกฝ่ายเพื่อชมอีกฝ่ายว่าทำได้ดี จนถึงตอนนี้มันก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่ และมัน (คำแสดงความยินดีจาก เฟอร์กูสัน) ก็เป็นเหมือนคำชมที่ยอดเยี่ยม"

    "คุณอาจจะเป็นคู่แข่งกัน แต่คุณก็ต้องมีสติที่ดีด้วยเพื่อที่จะได้ใจกว้างมากพอสำหรับการส่งจดหมายแสดงความยินดีให้กับคู่อริ จริงอยู่ว่าบรรดาคู่แข่งที่คุณดวลด้วยตลอดชีวิตในฟุตบอลน่ะย่อมอยากได้แชมป์เองเป็นธรรมดา แต่พวกเขาก็มีความภาคภูมิใจที่จะแสดงความนับถือต่อคนอื่นเช่นกัน"

    สำหรับ เฟอร์กูสัน นั้น ถึงขั้นเคยออกมาขอร้องให้แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อย่าร้องเพลงล้อ ลิเวอร์พูล เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่มาแล้ว ในตอนที่มีการตัดสินว่าแฟนบอล "หงส์แดง" ไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมดังกล่าว ขณะที่ ดัลกลิช ก็เคยเปิดเผยว่า เฟอร์กูสัน โยนความบาดหมางทิ้งไปและติดต่อมาหาตนในช่วงแรกๆ ที่เกิดโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่เหมือนกัน โดยโศกนาฏกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในตอนที่ ดัลกลิช ยังเป็นกุนซือของ ลิเวอร์พูล อยู่

สกายสปอร์ตส์เผยไลน์อัพแมนยูแต่พลาดมหันต์

สื่อผู้ดีพลาดมหันต์เมื่อเผยไลน์อัพแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ดันสลับชื่อสองแนวรุกสำคัญ จำทำให้คอบอลออกมาแซวกันอย่างเมามัน แต่ถึงกระนั้นบทสรุปสุดท้าย "ผีแดง" ไล่ถลุง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ยับเยิน ในเกมลีกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
               สกายสปอร์ตส์ สื่อดังในประเทศอังกฤษ ทำพลาดมหันต์หลังเปิดรายชื่อ 11 ตัวจริง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ดันสลับชื่อกับใบหน้าระหว่าง อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กับ มาร์คัส แรชฟอรด์ ก่อนเกมที่ "ผีแดง" ไล่ถลุง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-0 เกมพรีเมียร์ลีก เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา

               ช่วงที่มีการเผยไลน์อัพของ "ปีศาจแดง" บรรดาผู้ชมทางโทรทัศน์ต้องอึ้งปนขำกับความผิดพลาดแบบไม่น่าเกิดขึ้นของ สกายสปอร์ตส์ สื่อที่คร่ำหวอดในวงการกีฬามานาน และงานบรรดาคอบอลไม่ปล่อยโอกาสทองต้องหลุดลอยไปโดยจัดการแซวผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างเมามัน

               ข้อความของผู้ชมรายแรกระบุว่า "ไม่รู้ว่า แรชฟอร์ด เหมือนกับ มาร์กซิยาล หรือ มาร์กซิยาล เหมือนกับ แรชฟอร์ด กันแน่" ตามด้วย "มาร์กซิยาล กับ แรชฟอร์ด ดูคล้ายกันมากๆ และนับวันยิ่งเหมือนกัน !!" ขณะที่รายที่สามเผยว่า "พวกเขาทำผิดพลาดกับ แรชฟอร์ด และ มาร์กซิยาล แบบนั้นได้ยังไง"

                อย่างไรก็ตามในแมตช์นี้ทั้งสองคนประสานงานกันได้อย่างสุดยอดโดย แรชฟอร์ด ช่วยทำ 2 แอสซิสต์ให้กับ มาร์กซิยาล ในขณะที่ หัวหอกเลือดเฟร้นช์ ซัดแฮตทริกครั้งแรกในอาชีพ และยังเป็น 3 ประตูครั้งแรกของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำได้นับตั้งแต่ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เคยทำในยุคเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เมื่อปี 2013

 

คล็อปป์ถ่อมตัวลิเวอร์พูลคงเทียบแมนยูยุคป๋าไม่ได้

เจอร์เก้น คล็อปป์ เผยว่า ลิเวอร์พูล คงยากที่จะครองความยิ่งใหญ่ได้เหมือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่กวาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 13 สมัย พร้อมย้ำความสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มเจ้าของทีม

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล กำลังจะพา ‘หงส์แดง’ คว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 30 ปี และตั้งมั่นว่าจะนำพาสโมสรคืนสู่ความยิ่งใหญ่ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยืนยันว่าการจะครองความยิ่งใหญ่ให้ได้เหมือน แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้นเป็นไปได้ยากเนื่องจากมีปัจจัยหลาย ๆ อย่าง

    "พูดตามตรงเลยนะ ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้เลย(เรื่องครองความยิ่งใหญ่เหมือน แมนยู)"

    "ในตอนนั้นสโมสรอื่นๆ ไม่ได้มีส่วนผสมที่ยอดเยี่ยมระหว่างตัวผู้จัดการทีมกับขุมกำลังเหมือน ยูไนเต็ด แต่ตอนนี้มีหลายทีมที่มีอะไรเหมือน ๆ กัน"

    "แมน ซิตี้ เปลี่ยนแปลงผู้เล่น 5 คนในการเจอ อาร์เซน่อล และ เลรอย ซาเน่ ยังนั่งสำรอง ส่วน ยูไนเต็ด ก็ตั้งเป้าจะกลับมา, เชลซี ก็พร้อมเหมือนกัน ผมไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ที่จะยึดครองได้แบบนั้น"

    แม้ว่า ลิเวอร์พูล จะอยากเสริมทัพให้ทีมแข็งแกร่งขึ้น แต่ คล็อปป์ ก็เชื่อว่าตลาดในช่วงซัมเมอร์นี้จะไม่ได้เป็นตลาดที่มีการทุ่มเงินก้อนโตในทันที หลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคร้ายไปทั่วโลก

    "เชลซี กำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ แต่นอกจากพวกเขาแล้วมันไม่มีทีมไหนเลยที่ลงมือเสริมทัพแบบหนักหน่วง เพราะตอนนี้มันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน"

    "ถ้าคุณพักอาศัยอยู่ในแฟลตที่ดีอยู่แล้วเนี่ย ผมก็ไม่คิดว่านี่จะเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการไปเสียเงินซื้อบ้าน มันต้องดูความคืบหน้าของสถานการณ์ให้ดี"

    นอกจากนี้ นายใหญ่เลือดด๊อยช์ท ยังยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเจ้าของทีม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้สโมสรประสบความสำเร็จ "ตอนเริ่มต้นผมต้องการเวลา แต่ ไมค์ กอร์ดอน (ประธานสโมสร) ก็ใจเย็นเพราะเขาเห็นถึงการพัฒนา แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้อะไรกับผมเลย ความสัมพันธ์ของพวกเรานั้นเยี่ยมมาก ๆ "

    "ผมมั่นใจว่า เฟอร์กี้ ไม่ได้บอกหรอกว่าตอนเริ่มคุมทีมเขาจะคว้าแชมป์ได้ 13 สมัย เขาก็ทำในสิ่งที่เขาทำและเป็นการตัดสินใจที่ดีมาก พวกเราก็เป็นเหมือนกันและมันก็นำพามาสู่เรา"

พอล สโคลส์ เผยชื่ออดีตเพื่อนร่วมทีม แมนยู ผู้เป็นฝันร้ายในสนามซ้อม

 

      พอล สโคลส์ ตำนานกองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเปิดเผยว่า สมัยที่เขายังลงเล่นให้ แมนยู นั้น ปาร์ค จี ซอง แข้งเกาหลีใต้ ถือว่าเป็นฝันร้ายของเขาในสนามซ้อม เพราะเป็นผูเล่นที่ไล่ตามประกบคู่แข่งได้ดีสุด ๆ จากรายงานของ mirror.co.uk เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563

        สำหรับ ปาร์ค จี ซอง นั้นย้ายจาก พีเอสวี มาอยู่กับ แมนยู เมื่อปี 2005 ด้วยค่าตัว 4 ล้านปอนด์ และกลายมาเป็นกำลังสำคัญของ ปีศาจแดง ภายใต้การคุมทัพของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยลงสนามไปทั้งหมด 205 นัด และยิงได้ 27 ประตู ก่อนจะย้ายไปอยู่กับ คิวพีอาร์ ในปี 2012 และแขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2014

        พอล สโคลส์ ได้กล่าวกับ เวส บราวน์ อดีตเพื่อนร่วมทีมผ่านทาง MUTV ว่า "ฉันจำได้ว่าตอนซ้อมนาย (เวส บราวน์) พยายามจะตามประกบฉัน แต่นายไม่ใช่คนเดียวที่ทำแบบนั้น"

        "นายรู้ไหมใครคือคนที่เลวร้ายที่สุดในสนามซ้อม ? ปาร์ค จี ซอง ไง เขาคือฝันร้ายชัด ๆ เขาน่าเหลือเชื่อมาก นายจำได้ไหมตอนที่เขาดวลกับ อันเดรีย ปิร์โล่ ? เขาน่ะของจริง เขามีพลังงานทั้งวันทั้งคืน และเล่นตามแท็กติก มีระเบียบวินัยสุด ๆ"

        "และตอนที่เขาตามประกบฉันตอนซ้อม เขามองมาที่ฉันโดยไม่พูดสักคำ เขาเข้ามายืนข้าง ๆ ฉัน ‘โอ้ พระเจ้า เรามาเริ่มกันเลย’ แค่ช่วยพูดกับฉันสักคำ หัวเราะกับฉันก็ได้ แต่เขาก็น่าทึ่งจริง ๆ เขามาถึง และจ้องหน้าฉัน จ้องมองที่ตาของฉัน ประมาณว่า ‘วันนี้นายยังไม่โดนเตะสินะ"

“Ferguson soltó a Park Ji-sung para seguirme como sombra. Me atacó a la velocidad de un electrón. Lo habían programado para detenerme. A pesar de ser un jugador famoso, había accedido a ser usado como perro guardián”.

Andrea Pirlo, en su autobiografía pic.twitter.com/XyU8OSklpu

— Fede Praml (@Tuitbol) June 5, 2020
        ทั้งนี้ แมนยู มี โปรแกรมบอล กลับมาลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก อีกครั้งหลังจากหยุดพักเบรกหนี โควิด 19 ไปตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยจะพบกับ สเปอร์ส ในคืนวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน นี้

ทำตามนั้นจริงๆ!เชอริงแฮมเผยป๋าสัญญาอะไรช่วงพักครึ่งนัดชิงดำชปล.

เท็ดดี้ เชอริงแฮม ระบุ ช่วงพักครึ่งของเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงดำ ซีซั่น 1998-99 นั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน สัญญากับตนว่าจะให้โอกาสตนลงสนามถ้าสกอร์ยังตามหลังอยู่ไปสัก 15 นาที และสุดท้าย เฟอร์กูสัน ก็ทำแบบนั้น พร้อมยอมรับว่านั่นอาจจะเป็นเกมที่ "ปีศาจแดง" เล่นได้แย่ที่สุดของซีซํ่นนั้นเลย

เท็ดดี้ เชอริงแฮม อดีตยอดกองหน้าชาวอังกฤษ เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้สัญญากับตนในช่วงพักครึ่งของเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศของฤดูกาล 1998-99 ว่าจะเปลี่ยนตนลงสนามหากสกอร์ยังตามหลังอยู่ไปสัก 15 นาที และสุดท้าย เฟอร์กูสัน ก็ทำตามนั้นจริงๆ

ในนัดดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องตามหลัง บาเยิร์น มิวนิค ตั้งแต่นาทีที่ 6 ซึ่งพอถึงช่วงนาทีที่ 67 เฟอร์กูสัน ก็แก้เกมด้วยการส่ง เชอริงแฮม ลงไปแทน เยสเปอร์ บลอมควิสต์ ก่อนที่จะส่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไปแทน แอนดี้ โคล ในช่วง 9 นาทีสุดท้าย และทั้ง 2 ตัวสำรองดังกล่าวก็เป็นฮีโร่ทั้งคู่ ด้วยการทำคนละ 1 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จนทำให้ทีมแซงกลับมาชนะได้

เชอริงแฮม เผยว่า "ตอนพักครึ่งน่ะผู้จัดการทีมเดินตรงมาหาผมแล้วบอกว่า -ฟังนะ ถ้าเกิดเรายังตามหลังอยู่ 0-1 แล้วล่ะก็ แกจะโดนเปลี่ยนตัวลงไปเล่น ดังนั้นพอผ่านไปสัก 10 หรือ 15 นาทีแล้วก็ไปเตรียมตัวได้เลย- แน่นอนว่าตอนนั้นผมอยากให้สกอร์มันยังนิ่งอยู่อย่างนั้นตามไปด้วย ผมรู้ดีว่ามันฟังดูเห็นแก่ตัวนิดๆ แต่คุณอยากมีส่วนร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามมากๆ และสกอร์มันก็ไม่ขยับไปไหนจริงๆ และในอีก 15 นาทีหลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนผมลงไปเล่น"

"ตอนนั้นผมนั่งดูการเล่นของ บาเยิร์น มิวนิค แล้วก็คิดว่า -ให้ตายเถอะ! พวกนี้นี่เก่งกันสุดๆ- เราไม่ได้เล่นตามเกมของเราเลย มันอาจจะเป็นเกมที่เราเล่นได้แย่ที่สุดของซีซั่นนั่นด้วยซ้ำ พวกเขานำไปก่อน 1-0 และอาจจะหนีห่างเป็น 2-0 ถึง 3-0 ก็ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะบอลมันไปชนคาน, ชนเสา และโดน ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล เซฟเอาไว้แบบสวยๆ ตอนนั้นเราเหมือนกับตึงเครียดกันสุดๆ ผมคิดว่าผู้จัดการทีมคงอยากเปลี่ยนสถานการณ์ในแดนหน้า และดูว่าเราจะสร้างความปั่นป่วนให้พวกเขาได้บ้างรึเปล่า"

ตำนาน Kit Man แมนยู ย้อนความหลังวันที่ห้องแต่งตัวเต็มไปด้วย อุนจิ

       อัลเบิร์ต มอร์แกน ตำนาน Kit Man แมนยู หรือ เจ้าหน้าที่ดูแลชุดแข่ง ที่ทำงานให้กับสโมสร และเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาอย่างยาวนาน ก่อนจะรีไทร์ออกไปพร้อม ๆ กับ เฟอร์กี้ ได้เล่าถึงเหตุการณ์เรื่องขี้ ๆ ที่เขาต้องเจอเมื่อ 10 ปีก่อน จากรายงานของ dailymail.co.uk เมื่อ 31 พฤษภาคม 2563

        ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 ในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ แมนยู บุกออกไปเยือน ซันเดอร์แลนด์ โดยในเกมดังกล่าวนอกจากผลการแข่งขันที่ไม่เป็นใจของ ทีมปีศาจแดง แล้ว ยังต้องมาเจอเหตุการณ์ ขี้ท่วมห้องแต่งตัวอีกด้วย

        อัลเบิร์ต มอร์แกน กล่าวว่า "ในตอนแรกมันก็มีน้ำหยด ๆ อยู่นะ แต่จากนั้นไม่นานพอเราจะออกไปเตรียมวอร์มกันที่สนาม ก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาสะกิดผม บอกว่าให้ผมรีบไปดูห้องแต่งตัว โอ้โห..น้ำนองไปหมด มันเหมือนกับน้ำขยะ แต่คุณพระ จากนั้นไม่นานพื้นกระเบื้องก็แตก ทีนี้ ขี้ กระจายเต็มห้องไปหมด คือ เหมือนท่อส่งของสนามรั่ว แล้วเป็นตรงห้องแต่งตัวของเราพอดี"

 

สตีฟ บรู๊ซ ต้องมาลงมือกวาดขี้เองกับมือ ในฐานะเจ้าบ้าน

        "เบอร์บาตอฟ นี่ของขึ้นเลย เพราะว่ารองเท้าของเขามันจมลงไปในน้ำเน่า ๆ ประมาณ 3 นิ้วเห็นจะได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือเอาพวกนาฬิกา และเครื่องประดับต่าง ๆ ออกมาให้หมด ส่วนพวกเสื้อพวกสูทต้องทิ้งไปหมด เพราะมันเลอะขี้"

        "เกมนั้นเราจะต้องเตะกันประมาณบ่าย 3 เห็นจะได้ แต่ก็ต้องเลื่อนออกไป 30 นาที เพราะเหตุการณ์นี้ แต่ที่พีกไปกว่านั้นคือ สตีฟ บรู๊ซ เดินมาที่ห้องแต่งตัวพร้อมไปถูพื้น แล้วเขาก็ลงมือปาดขี้ทิ้งอย่างรวดเร็ว"

        ทั้งนี้ ในเกมดังกล่าวผลจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 โดย อัลเบิร์ต มอร์แกน นั้นเคยมีประวัติกับ แมนยู มากมาย โดยเรื่องที่โด่งดังคงหนีไม่พ้นที่ลุงแกสะกดชื่อ เดวิด เบ็คแฮม ผิดในเกมแชริตี้ ชิลด์ เมื่อปี 1997

ชิชาริโต้ เผย เดวิด มอยส์ ทำเมิน ท่านเซอร์ เลยอยู่กับ แมนยู ได้ไม่นาน

       เจ้าถั่วน้อย ชิชาริโต้ หรือ ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ อดีตกองหน้าแมนยู ออกมาเผยว่า เดวิด มอยส์ เป็นคนที่หัวรั้นมาก ๆ เลยทำให้เขาอยู่กับ แมนยู ได้ไม่นาน แถมยังทำเมินคำแนะนำของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อีกด้วย จากรายงานของ goal.com เมื่อ 31 พฤษภาคม 2563

        หลังจากที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือจาก แมนยู ก็ได้ไปเลือกเอา เดวิด มอยส์ กุนซือรุ่นน้องมาจาก เอฟเวอร์ตัน เนื่องจากเชื่อในฝีมือ และเป็นคนสกอตแลนด์เหมือนกัน ทว่า มอยส์ กลับทำ ทัพปีศาจแดง ลุยใน พรีเมียร์ลีก ได้เพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น ก่อนจะถูกอัปเปหิออกจากสโมสร หลังทำผลงานไม่เอาอ่าว

        ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ เผยว่า "ช่วงก่อนที่ผมจะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ผมได้มีโอกาสคุยกับ ท่านเซอร์ และเขาก็บอกว่าเขารู้ว่าผมไม่โอเคเลยที่ไม่ได้รับโอกาสลงสนาม และจะต้องย้ายออกไป แต่ผมโอนะกับ เรอัล มาดริด สำหรับชาวเม็กซิกันแล้วคือเจ๋งมาก"

        "นอกจากนั้น ท่านเซอร์ ยังบอกผมว่าเขาได้คุยกับ มอยส์ ว่าให้ส่งผมลงสนามให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็นั่นแหละเขาเมินคำพูดแบบไม่ใยดี และไม่เคยคิดจะส่งผมลงสนามเลย แล้วนอกจากไม่ให้ผมลง เขายังไม่ให้ผมย้ายทีมด้วย มันบ้ามาก"

        "ใช่เลย เขาหัวรั้นเขาเป็นคนแบบนั้น มันเลยทำให้เขาไปไม่รอดกับ ยูไนเต็ด คิดดูเขาอยู่กับสโมสรได้แค่ 7 เดือนเท่านั้นเอง ซึ่งมันก็สมเหตุสมผลแล้ว"

        ทั้งนี้ หลังจากที่ เดวิด มอยส์ โดนลปดออกไป ชิชาริโต้ ก็ได้ย้ายแบบยืมตัวไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในเวลาต่อมา ก่อนจะโดนขายขาดไปให้กับ เลเวอร์คูเซ่น

เกือบเป็นเด็กผี!ป๋าให้เหตุผลสำคัญที่ปฏิเสธเซ็น “อองรี”

เนด เคลลี่ อดีตหัวหน้ารปภ.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยเรื่องสุดตื่นเต้นว่า เธียร์รี่ อองรี เกือบไม่ได้เป็นตำนานอาร์เซน่อล เพราะนักเตะอยากย้ายมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" แต่น่าเสียดายที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปฏิเสธ และเจ้าตัวก็โยกไปอยู่กับ "ไอ้ปืนใหญ่" ในเวลาต่อมา
           เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลาดโอกาสครั้งสำคัญหลังตัดสินใจปฏิเสธเซ็นสัญญากับ เธียร์รี่ อองรี กองหน้าชาวฝรั่งเศส ก่อนที่นักเตะจะย้ายไปเล่นให้ อาร์เซน่อล จากการเปิดเผยของ เนด เคลลี่ อดีตหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย "ปีศาจแดง"

           อองรี เป็นที่รู้กันดีว่าเขาเป็นตำนานทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" หลังจากสร้างสถิติซัดไป 228 ประตูกับ 92 แอสซิสต์จาก 375 เกมที่รับใช้สโมสร พร้อมทั้งช่วยทีมคว้าแชมป์สำคัญในช่วงต้นยุค 2000 รวมไปถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก แบบไร้พ่ายในซีซั่น 2003-04

           อย่างไรก็ตาม เคลลี่ ซึ่งทำงานเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยให้กับ เฟอร์กูสัน, เดวิด เบ็คแฮม และ เอริก คันโตน่า เผยว่า อองรี เกือบได้ย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนไปอยู่กับ อาร์เซน่อล แต่ "เซอร์เฟอร์กี้" ปฏิเสธ เพราะมองว่านักเตะมีปัญหาบาดเจ็บบ่อยๆ

           "ตอนที่อยู่ในอุโมงค์หลังจบเกมๆ นึง โทรศัพท์ของผมดังขึ้น ฌอง-มารี พี่ชายของ เอริก โทรมาบอกว่า -เนด ไปบอก อเล็กซ์ (เฟอร์กูสัน) ว่า เธียร์รี่ อองรี อยากย้ายมาเล่นกับสโมสร- ตอนนั้นเป็นช่วงก่อนที่เขาจะย้ายไปอยู่กับอาร์เซน่อล"

           "ตัวเลือกแรกของเขาคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดังนั้นผมก็เลยไปบอกกับเจ้านายว่า -เจ้านาย ผมได้รับโทรศัพท์จาก ฌอง-มารี คันโตน่า เขาบอกว่า อองรี อยากย้ายมาอยู่กับสโมสรเรา- เขา (เฟอร์กูสัน) ตอบว่า -ไม่เอาหรอก เจ้านั้นแม่งเจ็บบ่อย- เขาก็เลยย้ายไปอยู่กับ อาร์เซน่อล ที่เหลือก็คือประวัติศาสตร์" เคลลี่ ระบุ

 

“เอร์นานเดซ” เผยมอยส์เมินคำแนะนำป๋าเหตุดับกับแมนยู

ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ กองหน้ามากประสบการณ์ชาวเม็กซิกัน เผย เดวิด มอยส์ กุนซือชาวสกอตแลนด์ เพิกเฉยต่อคำแนะนำของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จนเป็นเหตุให้ชีวิตการทำงานกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จบลงในเวลาไม่นาน

         เอร์นานเดซ ซึ่งถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ เรอัล มาดริด ในปี 2014 ก่อนจะโดนขายขาดให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เผยเหตุผลที่ มอยส์ อยู่กับ แมนฯ ยูฯ ได้ไม่นานเป็นเพราะความหัวรั้นที่ปฏิเสธคำแนะนำของ "ป๋า"

            "ผมได้คุยกับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพราะเขารู้ว่าผมรู้สึกแย่ เขารู้ว่าผมกำลังจะโดนขาย ไม่ใช่แค่ยืมตัวกับ เรอัล มาดริด และเราพูดคุยกันเรื่องนี้ เขาบอกผมหลายๆ อย่าง ส่วนผมคิดว่า…-นี่มัน เรอัล มาดริด ….- และสำหรับชาวเม็กซิกันแล้ว มันสุดยอดมากๆ"

            "อาชีพของผมในช่วงหลายๆ ปีที่่ผ่านมา กับอาชีพของผมที่เรอัล มาดริด เพียง 1 ปีมันน่าเหลือเชื่อ พวกเขาเคยมีนักเตะอย่าง (รุด) ฟาน นิสเตลรอย, (เดวิด) เบ็คแฮม, ไมเคิ่ล โอเว่น ผมเคยเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และจากนั้นก็ เรอัล มาดริด มันน่าเหลือเชื่อที่สุด มันยากที่จะเชื่อได้จริงๆ"

            "ผมยอมรับการเป็นตัวสำรองที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เซอร์อเล็กซ์บอกผมว่าหนึ่งในเรื่องที่เขาเสียใจก็คือการไม่ได้ส่งผมลงเล่นมากนัก และเขาบอกกับผมว่าเขาจะคุยกับ มอยส์ เพื่อที่จะบอกเขาว่า ผมจำเป็นต้องได้ลงเล่นบ่อยๆ"

            "เขาบอกว่าผมเป็นนักเตะสำคัญสำหรับแมน ยูไนเต็ด ผมสมควรได้โอกาสลงเล่นเยอะๆ และจากนั้น เดวิด มอยส์ กับ (รองประธานบริหาร) เอ็ด วู้ดเวิร์ด ไม่ทำตามคำแนะนำ พวกเขาไม่ให้ผมลงเล่น และพวกเขาก็ไม่ปล่อยให้ผมย้ายทีมด้วย"

            "ในช่วงฤดูหนาว มีโอกาสที่ผมจะได้ย้ายทีม แต่เขา (เดวิด มอยส์) ไม่ยอมปล่อยผมไป เพราะเขาเป็นคนหัวรั้น และนั่นคือเหตุผลที่เขาอยู่กับทีมเพียงแค่ 7 เดือนเท่านั้น เพราะเขาไม่รู้จักถ่อมตัว เขาจึงไม่มีโอกาสได้เติบโตกับ ยูไนเต็ด" เอร์นานเดซ ระบุ

ซานโช่-เคน หลบไป!ชไมเคิ่ลชี้แมนยูสมควรเซ็นใครร่วมทัพมากสุด

ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล อดีตยอดนายด่านชาวเดนมาร์ก ระบุ อยากเห็น แมนฯ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญากับ ซน ฮึง-มิน หัวหอก สเปอร์ส มากที่สุด พร้อมไม่ขอตอบว่าตนเป็นการเสริมทัพที่ดีที่สุดของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน รึเปล่า
    ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ตำนานผู้รักษาประตูชาวเดนมาร์ก แสดงความเชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในอดีตต้นสังกัดของตนในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรที่จะคว้าตัว ซน ฮึง–มิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพ

    แม้ว่าฤดูกาล 2019-20 จะยังไม่ปิดฉากลง แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวกับการเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแนวรุกที่พวกเขามีข่าวกับนักเตะอย่าง เจดอน ซานโช่ และ แฮร์รี่ เคน เป็นต้น หลังจากที่มีการมองกันว่าขุมกำลังในแนวรุกของพวกเขาควรจะมีคุณภาพที่ดีกว่านี้ หากอยากจะกลับไปครองความยิ่งใหญ่ได้

    ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ ชไมเคิ่ล เปิดช่วงถาม-ตอบกับแฟนๆ ผ่านทาง ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิต โดยมีคนหนึ่งถามว่าเขาอยากให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญากับนักเตะคนไหนที่ดูมีโอกาสเกิดขึ้นจริงๆ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบแบบสั้นๆ ว่า "ซน จาก สเปอร์ส"

Son from spurs https://t.co/M2KGyVKnAI

— Peter Schmeichel (@Pschmeichel1) May 18, 2020
    นอกจากนี้ ชไมเคิ่ล ยังโดนถามด้วยว่าเขาคิดว่าตัวเองเป็นการเสริมทัพที่ดีที่สุดในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด รึเปล่า หลังจากเขามักจะได้รับการยกย่องว่าเป็นการซื้อที่คุ้มค่าตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร เพราะย้ายมาอยู่กับทีมด้วยค่าตัว 505,000 ปอนด์ (ประมาณ 20.20 ล้านบาท) แต่เจ้าของฉายา "ยักษ์เดนส์" ไม่ขอตอบในประเด็นนี้ โดยบอกเพียงว่า "แน่นอนว่ามันเป็นค่าตัวที่ถูก แต่ผมคิดว่าคำถามนี้คุณคงต้องไปถามเขาเอง (เฟอร์กูสัน) จะดีกว่า"