ลิเวอร์พูลเฮ “ติอาโก้” คืนทัพ! “ซาลาห์-มาเน่” นำตะบันเชฟยูส่งบรูว์สเตอร์ลุ้นยิงทีมเก่า

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จะได้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่หายเจ็บกลับมาเคลื่อนทัพแดนกลาง ขณะที่แผงแนวรุก โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ พร้อมประสานคมพักตาข่ายเกมรับ "ดาบคู่" เชฟฯ ยูไนเต็ด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 24 ต.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 02.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563
ลิเวอร์พูล   –   เชฟฯ ยูไนเต็ด
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 02.00 น.)

สนาม : แอนฟิลด์

ลิเวอร์พูล :

    ลิเวอร์พูลบุกไปเสมอกับเอฟเวอร์ตัน 2-2 ในเกมลีกนัดล่าสุดก่อนที่จะเฉือนชนะ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี นัดแรก

    ความพร้อมของหงส์แดงในเกมนี้จะไม่มี เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่ารบกวนจนต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งจะทำให้กองหลังทีมชาติฮอลแลนด์ ต้องหยุดสถิติออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมลีกเอาไว้ 94 นัดติดต่อกัน นอกจากนี้ อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังคงต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ โดยเป็นที่คาดกันว่า จอมหนึบทีมชาติบราซิล จะกลับมาเฝ้าเสาได้ก่อนสิ้นเดือนนี้

    แต่มีข่าวดีคือ ติอาโก้ อัลกันตาร่า พร้อมที่จะกลับมาช่วยทีมในเกมนี้หลังจากที่สลัดอาการบาดเจ็บจากการปะทะกับ ริชาร์ลิซอน จน ดาวยิงบราซิเลียน โดนใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมลีกนัดก่อน

    ในแผงหลัง ฟาบินโญ่ คงจะได้รับโอกาสลงสนามในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กต่อไป โดยจะจับคู่กับ โจ โกเมซ เช่นเดิมหลัง อดีตแข้ง อาแอส โมนาโก โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในเกมกับอาแจ็กซ์ถึงแม้ว่า โฌแอล มาติป พร้อมที่จะกลับมาช่วยทีมแล้วก็ตาม

    ส่วนในแดนหน้า เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน คงจะยึดผู้เล่นชุดเดิมต่อไป ซึ่งก็คือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ทั้งที่ ฟีร์มีโน่ ถูกตั้งคำถามมากมายเกี่ยวกับสภาพความฟิตของเขา รวมทั้ง ดีโอโก้ โชต้า ที่ได้ลงมาเป็นตัวสำรองจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมกลางสัปดาห์ก็ตาม

    ด้าน นาบี เกอิต้า และ คอสตาส ซิมิกาส ก็สลัดอาการบาดเจ็บเตรียมกลับเข้ามาสู่ทีมอีกครั้ง ขณะที่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ยังคงต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานาน

เชฟฯ ยูไนเต็ด :

    เชฟฯ ยูไนต็ด ยังคงหวานหาชัยชนะนัดแรกในฤดูกาลนี้ไม่เจอหลังไม่ชนะใครมา 6 เกมแล้วรวมทุกรายการ เกมลีกนัดล่าสุดเปิดบ้านเสมอกับฟูแล่ม 1-1

    ทีมเยือนกำลังประสบปัญหาผู้เล่นโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แจ็ค โอคอนเนลล์ ที่โดนโรคเดี้ยงบริเวณหัวเข่าเล่นงานจนต้องเข้ารับการผ่าตัดและคงจะต้องพักรักษาตัวในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ รวมทั้ง จอห์น เฟล็ค, ลีส์ มูสเซ และ แม็กซ์ ลอว์ ที่ถูกส่งประเดิมสนามในเกมลีกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่อยู่ในสนามได้เพียง 19 นาทีเท่านั้นหลังจากที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บและอาจจะไม่สามารถลงสนามได้ในเกมนี้

    ทำให้ คริส ไวล์เดอร์ ผู้จัดการทีม คงจะส่ง อีธาน อัมปาดู ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงอีกครั้ง โดยที่ เอ็นดา สตีเว่นส์ จะขยับจากตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กฝั่งซ้ายกลับไปยืนตำแหน่งวิงแบ็กซ้าย

    ขณะที่ในแนวรุก รีอาน บรูว์สเตอร์ จะได้ลงสนามเป็นตัวจริงเผชิญหน้ากับต้นสังกัดเก่า ซึ่งไวล์เดอร์ก็หวังว่าบรูว์สเตอร์จะงัดฟอร์มเก่งออกมาเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เจ้านายเก่า รู้สึกว่า เขาคิดผิดที่ปล่อยตัวแข้งรายนี้ออกจากทีม

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, ฟาบินโญ่, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ติอาโก้ อัลกันตาร่า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, นาบี เกอิต้า – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

    เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : อารอน แรมส์เดล – คริส บาแชม, อีธาน อัมปาดู, จอห์น เอแกน – จอร์จ บัลด็อค, จอห์น ลุนด์สแตรม, โอลิเวอร์ นอร์วู้ด, ซานเดอร์ เบิร์ก, เอ็นดา สตีเว่นส์ – โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, รีอาน บรูว์สเตอร์
    ผู้จัดการทีม : คริส ไวล์เดอร์

    ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน

เอวร่าขอแจงหลังบอกแมนยูไม่ต้องมีฟานเดอเบ็ค

ปาทริซ เอวร่า อดีตแบ็กซ้ายคนดังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชี้แจง ที่บอกว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ไม่ใช่คนที่ "ปีศาจแดง" จำเป็นต้องมีอยู่ในทีมนั้น ตนหมายถึงเฉพาะในช่วงนี้เท่านั้น แต่ก็บอกว่าแข้งชาวดัตช์ยังสู้ ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไม่ได้เหมือนกัน
    ปาทริซ เอวร่า อดีตยอดแบ็กซ้ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้แจงว่าที่ก่อนหน้านี้บอกว่า "ปีศาจแดง" ไม่จำเป็นต้องมีนักเตะแบบ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ตนหมายความเพียงว่า ฟาน เดอ เบ็ค ไม่จำเป็นกับทีมในตอนนี้เท่านั้น

    ชีวิตของ ฟาน เดอ เบ็ค ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่คนพูดถึงกันในช่วงที่ผ่านมา เพราะทั้งที่เขาย้ายมาอยู่กับทีมด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกแม้แต่นัดเดียว และถ้านับเป็นนาทีเขาก็ลงเล่นในลีกไปเพียง 60 นาทีเท่านั้น จนหลายคนมองว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจพลาดที่ไม่ใช้งานเขามากเท่าที่ควร

    ทั้งนี้ ในเกมล่าสุดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอกับ เชลซี 0-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมานั้น ฟาน เดอ เบ็ค ถึงขั้นไม่ถูกเปลี่ยนลงสนามด้วยซ้ำ ซึ่ง เอวร่า กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างทำหน้าที่กูรูของ สกายสปอร์ตส์ ว่าไม่เข้าใจเลยว่าอดีตทีมของตัวเองจะซื้อ ฟาน เดอ เบ็ค ทำไม พร้อมบอกว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่จำเป็นต้องพึ่งพานักเตะแบบเขาเลย และมันก็ทำให้ "เร้ด อาร์มี่" บางส่วนไม่พอใจกับคำพูดของเขา

    เอวร่า เผยผ่านคลิปที่โพสต์ใน อินสตาแกรม เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่า "ถึงแฟนบอล ยูไนเต็ด ที่รักของผม ไม่นานมานี้ผมได้แสดงความเห็นผ่านทาง สกาย ว่าที่จริงเราไม่จำเป็นต้องมีนักเตะแบบ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เลย เอาล่ะ ผมจะยกตัวอย่างสักหน่อยแล้วกันว่าทำไมผมบอกว่าเรายังไม่จำเป็นต้องมีคนแบบเขา ฟังนะ เรามี เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เนมานย่า มาติช อยู่ในทีม ซึ่งไม่ว่าพวกคุณจะรักพวกเขาหรือเกลียดพวกเขาน่ะ คุณก็ต้องยอมรับว่าเมื่อถึงเวลาที่เราต้องเล่นเกมใหญ่แล้วนั้นพวกเขามักจะทำผลงานได้ดีอยู่เสมอ นั่นคือมุมมองของผม"

    "ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เก่งกว่า ปอล ป็อกบา รึเปล่า ? ไม่เลย เขาเก่งกว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ หรือเปล่า ? ก็ไม่อีกนั่นแหละ แน่นอนว่าผมอยากเห็นเขาเล่นให้กับ ยูไนเต็ด ด้วยฟอร์มเหมือนตอนที่เขาเล่นกับ อาแจ็กซ์ แต่เรามีปัญหาอยู่ 1 อย่าง นั่นคือฤดูกาลนี้เขาได้เป็นตัวจริงไปแล้วกี่นัดกัน ? นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมบอกว่าเราไม่จำเป็นต้องพึ่งคนอย่างเขา ผมพูดแบบนั้นเพราะเขาไม่ใช่คนที่จำเป็นกับทีมแบบปัจจุบันทันด่วนอย่างเช่นในตอนนี้"

    "ผมไม่พอใจกับเรื่องนั้น และผมก็เห็นใจเด็กคนนั้นด้วย เพราะเมื่อคุณย้ายทีมด้วยค่าตัวระดับ 40 ล้านปอนด์ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คุณย่อมคาดหวังว่าจะได้เล่นมากกว่านี้ แต่ผมเชื่อมั่นในตัว โอเล่ คนเป็นนักเตะก็ต้องเชื่อมั่นในตัว โอเล่ เขาต้องใจเย็นเข้าไว้ แล้วเดี๋ยวเขาก็จะได้รับโอกาสของเขาเองนั่นแหละ ดังนั้นอย่าดัดแปลงคำพูดของผมไปในทางที่ผิดๆ เพราะผมบอกไปเพียงว่า ดอนนี่ ไม่ใช่คนที่ทีมจำเป็นต้องมีแบบปัจจุบันทันด่วน"

ลิเวอร์พูล ไร้ติอาโก้จัด “โชต้า” ตัวจริงรับมือ มิดทิลลันด์ ศึกชปล.

"หงส์แดง" หวังโกยอีก 3 แต้มหลังเกมนี้ได้กลับมาเฝ้ารังรับมือ มิดทิลลันด์ ทีมดังจากเดนมาร์ก ซึ่งเกมนี้ยังไร้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ห้องเครื่องตัวเก่งที่ยังมีอาการบาดเจ็บ ส่วนแนวรุกจะให้ ดีโอโก้ โชต้า ออกสตาร์ทตัวจริงประสานงานร่วมกับ 3 ประสานทั้ง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม คืนวันอังคารที่ 27 ตุลาคม นี้
ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม ดี
ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) – มิดทิลลันด์ (เดนมาร์ก)       
วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา : 03.00 น.
สนาม : แอนฟิลด์

สภาพทีมโดยทั่วไป

ลิเวอร์พูล

    เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ลิเวอร์พูล พาทีมเบียดชนะอาแจ็กซ์ 1-0 ในนัดแรก ก่อนเชือดเชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 ในเกมลีกล่าสุด เป็นชัยชนะ 2 นัดติด 

    ความพร้อมเกมนี้ คล็อปป์ ออกมายืนยันแล้วว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ โฌแอล มาติป จะพลาดเกมเปิดรังรับทีมจากแดนโคนมเช่นเดียว ขณะที่ นาบี เกอิต้า แม้ผลตรวจโควิด-19ล่าสุดออกมาเป็นลบ แต่ยังต้องเช็กสภาพร่างกาย

    ส่วนพวกที่เดี้ยงอยู่ก่อนทั้ง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ คอนสแตนตินอส ซิมิคาส ต้องพักยาวเหมือนเดิม

    สำหรับแกนหลักขาประจำรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ รวมทั้ง ดีโอโก้ โชต้า ที่ซัดประตูชัยในเกมเปิดบ้านเฉือน เชฟฯยุไนเต็ด 2-1 น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเช่นกัน

มิดทิลลันด์

    ไบรอัน ปริสเก้ เทรนเนอร์มมิดทิลลันด์ พาทีมเปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มได้อย่างน่าหดหู่ หลังแพ้อตาลันต้าเละ 0-4 แต่ก็แก้ตัวได้ด้วยการเบียดชนะบรอนด์บี้ 3-2 ในเกมลีกล่าสุด เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในรอบ 5 เกม 

    สภาพทีมเกมนี้ ปริสเก้ จะชวดใช้งาน โอลิเวอร์ โอลเซ่น และ คริสเตียน ริส ที่บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วเหมือนเดิม

    นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่ม แกนหลักประจำทีมรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เอริค สเวียตเชนโก้, อเล็กซานเดอร์ โชลซ์, แฟร้งค์ ออนเยก้า, โซรี่ กาบ้า และ ปิยอน ซิสโต้ แนวรุกทีมชาติเดนมาร์ก ต่างพร้อมช่วยทีมทั้งหมด

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่, โจ โกเมซ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – ดีโอโก้ โชต้า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์

    เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

    มิดทิลลันด์ (4-2-3-1) : เยสเปอร์ ฮันเซ่น – โยเอล อันเดอร์สสัน, เอริค สเวียตเชนโก้, อเล็กซานเดอร์ โชลซ์, เปาลินโญ่ – เยนส์ คายุสเต้, แฟร้งค์ ออนเยก้า – อันเดอร์ส เดรเยอร์, ปิยอน ซิสโต้, อาเวอร์ มาบิล – โซรี่ กาบ้า  

    เทรนเนอร์ : ไบรอัน ปริสเก้

    ผู้ตัดสิน : พาเวล ราซคอฟสกี้ (โปแลนด์)

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
ไม่เคยพบกัน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ลิเวอร์พูล
25/10/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
21/10/20 ชนะ อาแจ็กซ์ 1-0 (เยือน) ชปล.
17/10/20 เสมอ เอฟเวอร์ตัน 2-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/10/20 แพ้ แอสตัน วิลล่า 2-7 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
01/10/20 เสมอ อาร์เซน่อล 0-0 (เหย้า) ลีก คัพ

มิดทิลลันด์
24/10/20 ชนะ บรอนด์บี้ 3-2 (เยือน) ซูเปอร์ลีกา
22/10/20 แพ้ อตาลันต้า 0-4 (เหย้า) ชปล.
17/10/20 ชนะ โอเดนเซ่ 3-1 (เหย้า) ซูเปอร์ลีกา
04/10/20 เสมอ ฮอร์เซ่นส์ 2-2 (เยือน) ซูเปอร์ลีกา
01/10/20 ชนะ สลาเวีย ปราก 4-1 (เหย้า) ชปล.

แวน บาสเทนชี้ฟาน เดอ เบ็คไม่ควรซบแมนยู

มาร์โก แวน บาสเท่น แสดงความเห็นกับสื่อประเทศบ้านเกิด โดยเชื่อว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ควรที่จะอดทนรอทางเลือกอื่นแทนที่จะย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
   
มาร์โก แวน บาสเท่น ตำนานทีมชาติฮอลแลนด์ ให้ความเห็นว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์รุ่นน้อง ไม่ควรรีบย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพราะการเป็นผู้เล่นที่มีฝีเท้าดีควรที่จะได้ลงสนามทุกสัปดาห์

ฟาน เดอ เบ็ค ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์พรสวรรค์สูงของวงการลูกหนัง และสุดท้ายเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่คว้าตัว ฟาน เดอ เบ็ค ไปครอบครองด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,520 ล้านบาท
 
อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ย้ายทีม ฟาน เดอ เบ็ค ในวัย 23 ปี กลับไม่ได้ลงสนามเต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าที่ควร โดยเพิ่งได้ลงเล่นเกมพรีเมียร์ลีก ไปเพียง 61 นาทีเท่านั้น อีกทั้งเกมล่าสุดที่ต้นสังกัดเสมอกับ เชลซี 0-0 ก็ไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเลย

ในเรื่องนี้เอง แวน บาสเท่น ให้สัมภาษณ์กับ Ziggo Sport สื่อโทรทัศน์ในประเทศฮอลแลนด์ ระบุถึงเรื่องที่ว่า ฟาน เดอ เบ็ค ควรจะรอข้อเสนออื่นๆ แทนที่ย้ายไปร่วมทีม ‘ปีศาจแดง’

"ดอนนี่ ไม่ควรย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

"ในเมื่อคุณเป็นผู้เล่นที่ดี คุณก็ต้องการที่จะลงสนามทุกสัปดาห์" อดีตยอดกองหน้าเผย

"มันเป็นเรื่องแย่มากๆ สำหรับผู้เล่นอย่าง ดอนนี่ ที่จะได้ลงเล่นแค่ 6 หรือ 7 เกมในปีนี้ นั่นคือเรื่องช็อคในการที่คุณต้องมีเกมเพื่อจับจังหวะในการเล่น"

"ผมรู้ว่าเขาได้รับค่าแรงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว แต่ในการเป็นนักเตะฝีเท้าดีคุณก็ต้องมีวิจารณญาณ และมองถึงโอกาสในการลงเล่นตอนที่คุณจะเซ็นสัญญากับทีมใหม่"

"ดอนนี่ ควรที่จะรอโอกาสที่ดีกว่า และเซ็นสัญญากับสโมสรอื่น" แวน บาสเท่น กล่าวปิดท้าย

ทั้งนี้ ความเห็นของ แวน บาสเท่น สอดคล้องกับสิ่งที่ ปาทริซ เอวร่า อดีตแบ็กซ้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ตั้งข้อสงสัยว่าทำไม ‘ปีศาจแดง’ ถึงต้องทุ่มเงินซื้อ ฟาน เดอ เบ็ค มาร่วมทีม ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่คิดที่จะใช้งาน

 

เกิดอะไรขึ้น-ทำไมแมนยูยังไม่ใช้งาน “ฟาน เดอ เบ็ค”

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ ย้ายมาร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่นักเตะเจ้าของค่าตัว 40 ล้านปอนด์ยังต้องรอคอยโอกาสในซุ้มม้านั่งสำรองเป็นส่วนใหญ่ ที่น่าแปลกใจคือเจ้าตัวยังไม่มีโอกาสได้ลงตัวจริงในลีกเลยแม้แต่ครั้งเดียว ขณะเดียวกันเริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงตัวกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มากขึ้นเรื่อยๆกับการเมินใช้นักเตะรายนี้
เกิดอะไรขึ้น?

    นับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพ “ผีแดง” มิดฟิลด์วัย 23 ปีได้ออกสตาร์ทตัวจริงเพียงแค่สองเกมเท่านั้นซึ่งเป็นเกมในฟุตบอลถ้วยคาราบาว คัพ ดูเหมือน​โซลชาไม่ได้เต็มใจใช้งานเขาลงเล่นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกหรือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

    เขายังลงเล่นน้อยกว่า 90 นาทีในทั้งสองรายการดังกล่าวหรือทั้งหมด 5 นัดซึ่งรวมถึงเกมที่ไม่ได้ถูกใช้งานในฐานะตัวสำรองเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย เกมดังกล่าว สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด ออกสตาร์ทตัวจริงในมิดฟิลด์พร้อม บรูโน่, แดเนี่ยล เจมส์ และ ฆวน มาต้า ขณะที่ครึ่งหลัง โซลชา เปลี่ยนตัว ปอล ป็อกบา ลงสนามมา และปล่อยให้ ฟาน เดอ เบ็ค นั่งสำรองบนอัฒจันทร์ต่อไป

    ช่วงปลายเดือนกันยายน ซยาค ซวาร์ต ที่ปรึกษาของนักเตะหรือตำนานอาแจ็กซ์ ได้ออกมาสัมภาษณ์กับ โฟตบอลพริเมอร์ สื่อของฮอลแลนด์ว่า

    "ผมไม่เข้าใจถึงการเปลี่ยนตัวอย่างนั้นเลย ถ้าเป็นผมน่ะผมคงไม่ทำหรอก ส่งเขาลงไปเล่นในตอนที่เหลืออีกแค่ 4 นาทีเนี่ยนะ ถ้าทำอย่างนั้นสู้ให้ผมนั่งไปจนจบเกมยังดีซะกว่า ผมต้องบอกเลยว่าวันนั้นเขาทำได้ดี 3 อย่าง ที่จริงลูกจุดโทษซึ่งเป็นประตูชัยเองมันก็มาจากเขาเช่นกัน แต่ถ้าดูตามรูปเกมปกติแล้วน่ะวันนั้นพวกเขาควรจะแพ้สัก 1-7 ด้วยซ้ำ วันนั้น ไบรท์ตันฯ ยิงชนเสาชนคานไปตั้ง 5 ครั้ง พวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) มีทีมที่ดี แต่สถานการณ์แบบนั้นมันไม่ควรจะเกิดกับทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"

    กุยโด อัลเบอร์ส เอเยนต์ส่วนตัวของนักเตะก็รีบโร่ออกตอบโต้ข่าวโดยบอกว่า ฟาน เดอ เบ็ค ไม่มีปัญหาอะไรและยังมีความสุขดีกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทว่าผ่านมาเดือนกว่าแล้ว ฟาน เดอ เบ็ค ยังได้รับโอกาสลงสนามค่อนข้างน้อยอยู่เหมือนเดิม

    โดย แกรี่ เนวิลล์ หนึ่งในคอมเม้นเตเตอร์นัดที่เสมอกับ เชลซี ก็ได้กล่าวไว้ในรายการว่า “สิ่งที่เป็นคำถามมากเลยคือการใช้งาน ฟาน เดอ เบ็ค ตั้งแต่เขาเซ็นสัญญามาด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ เขาไม่ได้เป็นตัวหลักในแผนการเล่นของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทุกๆนัด ยิ่งเขาไม่ได้ออกสตาร์ทตัวจริง ยิ่งเขาไม่ได้ลงเล่น มันยิ่งทำให้คุณคิดว่า…นักเตะค่าตัว 40 ล้านปอนด์ ปกติต้องอยู่ในตัวหลักแล้ว เขาคงกำลังคิดว่า…ผมมาทำอะไรที่นี่เนี่ย” เนวิลล์ กล่าว

เอวร่าออกมาพูดอะไรบ้าง?

    ปาทริซ เอวร่า ตำนาน “ปีศาจแดง” ที่เมื่อเดือนที่แล้วออกมาแฉเบื้องหลังการทำงานซื้อขายที่ผิดพลาดของสโมสรแบบร้อนระอุ มาคราวนี้เขาเป็นกูรูให้กับ สกาย สปอร์ต เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาและเขาก็เอ่ยถึงมุมมองของเขาต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

    “พวกเรากำลังพูดถึง ฟาน เดอ เบ็ค กันอยู่ ผมไม่ได้อคติกับเจ้าหนูคนนี้นะ แต่ทำไมเราถึงซื้อเขามา? เขานั่งดูเกมจากอัฒจันทร์ทุกๆนัดเพราะว่าเราไม่ได้ต้องการเขา นั่นคือความจริง แต่ผู้คนไม่พูดมันออกมา” เอวร่า กล่าว

    ส่วน จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ ตำนานยอดกองหน้าของ เชลซี ที่นั่งอยู่ข้างๆ เอวร่า ก็เห็นด้วยกับอดีตแบ็กซ้ายชาวฝรั่งเศส “เมื่อคุณมองดูแล้ว ฟาน เดอ เบ็ค ถือเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก จุดแข็งของเขาคือการเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษและปิดบัญชีด้วยการยิงหรือสร้างโอกาสแบบ บรูโน่ ถ้าเขาต้อิงแย่งตำแหน่งกับ บรูโน่ มันเป็นคำถามว่าเขาจะไม่ได้ลงเล่นเลยหรือ?” ฮัสเซลเบงค์ กล่าว

มุมมองของน้าโอเล่

    สกาย สปอร์ต ยิงคำถามใส่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ว่า ฟาน เดอ เบ็ค จะต้องทำอย่างไรถึงจะได้มีส่วนร่วมกับทีม ซึ่งกุนซือ “ปีศาจแดง” ยืนกรานว่าอีกไม่นานมิดฟิลด์ฮอลแลนด์รายนี้จะได้พิสูจน์ตัวเองและยังยืนยันว่านักเตะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการทำทีมในระยะยาว

    “ผมไม่ห่วงเรื่องนี้เลย เขาจะมีเกมให้ลงเล่นแน่นอน ไม่ต้องห่วงหรอก มันง่ายที่จะบอกว่าใครควรได้ลงเล่นและมันยากมากที่จะบอกว่าใครไม่สมควรได้ลง” โซลชา กล่าว

    อย่างไรก็ตามสิ่งเป็นคำถามอยู่คือ นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้กล่าว่า ฟาน เดอ เบ็ค จะลงตรงไหนในทีมตัวจริง ซึ่งในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่มีที่พอสำหรับเขาเลย

ตำแหน่งไหนที่ ฟาน เดอ เบ็ค ควรลงเล่น?

    หากย้อนไปดูสมัย อาแจ็กซ์ ฟาน เดอ เบ็ค เหมาะสมกับการลงเล่นในแผนที่มีมิดฟิลด์ตัวกลาง 3 คน เขาถือเป็นจ้าวแห่งการหาตำแหน่งโดยเฉพาะการสอดขึ้นไปในกรอบเขตโทษ

    อย่างไรก็ตาม บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของ โซลชา ในตำแหน่งหมายเลข 10 ซึ่งเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสโชว์ฟอร์มน่าประทับใจมาโดยตลอดนับตั้งแต่ย้ายเข้ามาในทีม

    คำถามคือเราจะจับ ฟาน เดอ เบ็ค ลงเล่นตรงไหน? แต่ข้อดีของเขาคือมีความยืดหยุ่นในตำแหน่งพอสมควร สมัยอยู่กับ อาแจกซ์ เขาเล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหมายเลข 6, บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ หรือแม้กระทั่งริมเส้น

    ที่แน่นอนคือ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่จับเขาลงเล่นริมเส้น แต่การที่ทีมไม่ได้เซ็น เจดอน ซานโช่ เข้ามา เราอาจจะได้เห็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส ขยับไปเล่นตัวรุกด้านข้างเหมือนกับเกมที่เจอกับ เชลซี ในช่วงครึ่งหลังซึ่งนี่อาจจะเป็นโอกาสของ ฟาน เดอ เบ็ค ที่ลงเล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 หรือเขาอาจจะได้ลงเล่นมิดฟิลด์คู่กับ ป็อกบา ก็เป็นได้

ต้องทำยังไงต่อ?

    แฟนผีที่อยากเห็น ฟาน เดอ เบ็ค ลงเล่นก็คงต้องอดทนรอต่อไปและดูว่า โซลชา จะปรับแผนการเล่นเพื่อให้เหมาะสมกับเขาอย่างไร

    “ผีแดง” อยู่ในช่วงที่มีโปรแกรมค่อนข้างชุกหลังจากมีฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เข้ามา กลางสัปดาห์นี้พวกเขาก็มีคิวเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของจ่าฝูงบุนเดสลีกาอย่าง ไลป์ซิก มันจะเป็นเกมที่น่าดูหาก ฟาน เดอ เบ็ค ออกสตาร์ทตัวจริงในเกมที่เจอกับทีมที่เข้ารอบรองชนะเลิศ ชปล.

    โซลชา น่าจะมีการเปลี่ยนแผงมิดฟิลด์หลังจากใช้ เฟร็ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ มา 3 นัดติดต่อกันแล้ว เชื่อว่าอาจจะมีคนใดคนหนึ่งได้พักหรืออาจจะพักทั้งสองคนก็เป็นได้ ซึ่ง ป็อกบา น่าจะได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง แต่มิดฟิลด์ชาวดัตช์จะได้จับคุ่แผงกองกลางกับ ป็อกบา หรือไม่?

    นัดที่เจอกับ อาร์เซน่อล ในสุดสัปดาห์นี้ก็เช่นกันก่อนจะต้องบุกเยือน อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ แล้วต่อด้วย เอฟเวอร์ตัน การโรเตชั่นจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้ ฟาน เดอ เบ็ค ได้ลงสนาม

    ถ้าเขายังพลาดลงเล่นในเกมดังกล่าวอีก เราก็คงต้องตั้งคำถามไปถึงตัวกุนซือและบอร์ดบริหารของ “ผีแดง”

ถึงเวลาโชต้า?คาดการณ์11ตัวจริงลิเวอร์พูลเกมดวลเชฟฯยูไนเต็ด

 "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์เก่า มีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะกลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะในศึก พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง หลังแพ้ 1 เสมอ 1 ในสองเกมล่าสุด และคืนวันเสาร์นี้ พวกเขาจะได้กลับมาเล่นที่ แอนฟิลด์ โดยมีคิวดวลกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมรองบ๊วย ที่ยังไม่ชนะใครจากการลงเตะ 5 นัด (เสมอ 1 แพ้ 4) ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ การจัดทัพของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในเกมนี้ เพราะด้วยการที่เจอกับทีมที่ไม่หนักมากอย่าง "ดาบคู่" มันก็มีความเป็นไปได้ที่ ยอดกุนซือชาวเยอรมันวัย 53 ปี อาจจะมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นในแนวรุก และนี่คือโฉมหน้า 11 ผู้เล่นตัวจริง ลิเวอร์พูล 2 รูปแบบ ที่ คล็อปป์ อาจเลือกมาใช้ดวลกับ เชฟฯ ยูไนเต็ด
– จัดเต็มเหมือนเดิม (4-3-3)
    ด้วยการที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง ยังคงไม่ฟิต ทำให้นายทวารมือสองอย่าง อาเดรียน จะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงต่อไป ส่วนแนวรับสี่คนยังไงก็ยังต้องยึดชุดที่ดีที่สุด ณ เวลานี้ โดย เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยืนแบ็กขวา ส่วนทางซ้ายเป็น แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ขณะที่คู่เซนเตอร์แบ็กนั้น ฟาบินโญ่ จะยืนคู่กับ โจ โกเมซ แน่นอน หลังทั้งสองเล่นได้อย่างแข็งแกร่งในเกมบุกเชือด อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 เมื่อคืนวันพุธ


 

    แดนกลางสามคน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม น่าจะได้สตาร์ทเป็นตัวจริงในบทบาทกลางรับ หลังจากที่ลงสำรองในเกมเจอกับ อาแจ็กซ์ ส่วนสองมิดฟิลด์ที่จะยืนอยู่ข้างๆ น่าจะเป็น จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ นาบี เกอิต้า ขณะที่แนวรุกจะเป็นสามประสาน โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เหมือนเดิม

 

– โชต้า ได้เวลาโชว์
    สำหรับทีมชุดนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับ คล็อปป์ โดยตำแหน่งผู้รักษาประตูและแผงกองหลังยังเป็นชุดเดิม แต่แดนกลางจะให้ดาวรุ่งคนเก่งของทีมอย่าง เคอร์ติส โจนส์ ลงเล่นเป็นตัวจริงร่วมกับ เฮนเดอร์สัน และ ไวจ์นัลดุม

 

    ไฮไลต์ของทีม 11 ตัวจริงชุดนี้อยู่ที่แนวรุกสามตัว เพราะระยะหลังๆ มานี้เหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" เริ่มมีการเรียกร้องให้ คล็อปป์ ลองดร็อป ฟีร์มีโน่ เป็นตัวสำรองบ้าง หลังจากที่ กองหน้าจอมลีลาชาวบราซิเลียนวัย 29 ปี ยังทำประตูไม่ได้เลยในฤดูกาลนี้ ประกอบกับการที่ ดิโอโก้ โชต้า ปีกตัวใหม่ชาวโปรตุกีส ทำผลงานได้เข้าตาทุกครั้งที่ได้ลงเล่น ซึ่งนั่นทำให้เกมนี้ คล็อปป์ อาจจะให้โอกาส โชต้า สตาร์ทเป็นตัวจริงในแนวรุกทางฝั่งซ้ายตามถนัด โดยจะโยก มาเน่ ไปเล่นทางขวา ส่วน ซาลาห์ ยืนหน้าเป้า

ลิเวอร์พูลไร้ “ฟานไดค์-ติอาโก้”!มี “ซาลาห์” นำ3หน้าซัดถิ่นอาแจ็กซ์ศึก ชปล.

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จะไม่มี เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า สองตัวจักรสำคัญที่มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังคงเป็นแกนหลักนำ 3 แผงหน้าล่าสกอร์เช่นเคย เกมบุกถิ่น อาแจ็กซ์ ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี) วันพุธที่ 21 ต.ค. ศกนี้ เวลา : 02.00 น.
ปรีวิวฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
(รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี)
วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 (เวลา : 02.00 น.)
อาแจ็กซ์   –   ลิเวอร์พูล

สนาม :  โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า

 อาแจ็กซ์ :
     อาแจ็กซ์ เปิดบ้านถล่มเอาชนะ ฮีเรนวีน 5-1 ในเกมลีกเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมทำให้เจ้าบ้านคว้าชัยได้ถึง 4 จาก 5 นัดล่าสุด

     เอริค เทน ฮาก กุนซือของทีม ไม่มีปัญหานักเตะได้รับบาดเจ็บและจะได้ตัว ควินซี่ โปรเมส และ แอนโธนี่ สองนักเตะในแดนหน้ากลับมาสู่ทีมตัวจริงอีกครั้งหลังทั้งคู่ได้พักในเกมที่แล้ว

     โดยมี ดูซาน ทาดิช ดาวเตะทีมชาติเซอร์เบีย ยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า หลังจากที่ อดีตแข้ง เซาธ์แฮมป์ตัน ลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว 18 เกม ยิงได้ 13 ประตูซึ่งเป็นสถิติที่มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นของเจ้าถิ่น ส่วนในตำแหน่งผู้รักษาประตูเป็นหน้าที่ของ อ็องเดร โอนาน่า นายทวารฝีมือดีชาวแคเมอรูน

     ขณะที่แกนหลักรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ดาเล่ย์ บลินด์, นิโกลัส ตายาฟิโก้, ดาวี่ คลาสเซ่น และ ดาวิด เนเรส พร้อมลงสนาม

 ลิเวอร์พูล :
     ลิเวอร์พูล บุกไปเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 2-2 ในศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์" ทำให้ หงส์แดง ไม่ชนะใครมา 3 นัดแล้วรวมทุกรายการ

     สภาพทีมในเกมนี้ แน่นอนว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะไม่สามารถใช้งาน เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ที่ต้องขึ้นเขียงผ่าเอ็นหัวเข่า หลังเซนเตอร์แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์  มีปัญหาอาการบาดเจ็บอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดจากเกมที่แล้ว จนเล่นต่อไม่ไหวและต้องเปลี่ยนให้ โจ โกเมซ ลงสนามมาแทน

     เช่นเดียวกันกับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ก็คงจะพลาดการลงสนามช่วยทีมด้วยเช่นกันหลังโดนโรคเดี้ยงบริเวณหัวเข่าเล่นงานจากจังหวะที่ปะทะกับ ริชาร์ลิซอน จนผู้ตัดสินต้องควักใบแดงไล่ดาวยิงเลือดแซมบ้า ออกจากสนาม

     นอกจากนี้ โฌแอล มาติป ต้องเข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อ ถึงแม้ว่า กองหลังทีมชาติแคเมอรูน จะไม่ได้รับบาดเจ็บหนักอะไรมากมาย แต่ก็ต้องลุ้นว่า อดีตแข้ง ชาลเก้ 04 จะฟิตทันลงสนามในเกมนี้หรือไม่ หากไม่ทัน นายใหญ่เลือดเบียร์ อาจจะถอย ฟาบินโญ่ ลงมายืนในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแทน

     ทั้งนี้ อลีสซง เบ็คเกอร์ และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ยังคงต้องพักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ ถึงแม้ว่าในรายแรกจะกลับมาเฝ้าเสาได้ก่อนสิ้นเดือนนี้ แต่ในรายหลังยังคงต้องพักอีกนาน แต่มีข่าวดี คือ นาบี เกอิต้า กลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมแล้วหลังผลการเชื้อโควิด-19 รอบสองนั้นเป็นลบ

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

     อาแจ็กซ์ (4-3-3) : อ็องเดร โอนาน่า – นูส์แซร์ มาซราอูย, แปร์ ชูร์ส์,  ดาเล่ย์ บลินด์, นิโกลัส ตายาฟิโก้ –  ดาวี่ คลาสเซ่น, โมฮัมเหม็ด คูดาส, ควินซี่ โปรเมส – ดาวิด เนเรส, ดูซาน ทาดิช, แอนโธนี่
     ผู้จัดการทีม : เอริค เทน ฮาก

     ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่, โจ โกเมซ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – นาบี เกอิต้า, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
     ผู้จัดการทีม :  เจอร์เก้น คล็อปป์

     ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมัน)

 

ก็ได้อยู่! “คล็อปป์” โอเคลิเวอร์พูลเล่นดีพอคว้าชัย

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ชี้ลูกทีมเล่นได้ดีพอกับการเป็นฝ่ายชนะ หลังบุกเชือด อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 พร้อมตำหนิสภาพสนามที่ทำทั้งสองทีมเล่นกันยาก
               เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เชื่อว่า ทีมตนสามารถทำผลงานได้ดีกว่านี้ แต่อย่างน้อยก็ยังดีพอกับการเป็นฝ่ายชนะ หลัง "หงส์แดง" บุกเชือด อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา

               เป็นเกมที่ทั้งสองทีมต่างเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน และสุดท้ายเป็น ลิเวอร์พูล ที่เก็บ 3 แต้มกลับบ้าน จากประตูชัยในนาทีที่ 35 ซึ่งมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของผู้เล่นแนวรับเจ้าถิ่นอย่าง นิโกลัส ตายาฟิโก้

             "ถือเป็นฟอร์มที่ดีพอในการคว้าชัยชนะ นั่นแหละคือสิ่งที่คุณต้องการ แน่นอน ผมคิดว่า ทั้งสองทีมสามารถเล่นได้ดีกว่านี้ แต่สภาพพื้นสนามมันก็ดูแปลกๆ นะ ทั้งลึกและเต็มไปด้วยโคลน มันทำให้นักเตะเหนื่อยกันเร็ว" คล็อปป์ เปิดใจหลังเกม

ลิเวอร์พูลเก่งกับดัตช์-มาดริดยับ3นัด! เปิดสถิติน่ารู้ศึก ชปล. คืนวันพุธ

ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คืนวันพุธที่ผ่านมา มีการลงแข่งขันหลายสนามทีเดียว ไฮไลท์สำคัญคงอยู่ที่เกมระหว่าง อาแจ็กซ์ พบ ลิเวอร์พุล ที่สุดท้าย "หงส์แดง" บุกคว้าสามแต้มได้สำเร็จ ในขณะเดียวกันอีกหนึ่งทีมจากอังกฤษอย่าง "เรือใบสีฟ้า" ก็เก็บชัยชนะได้เช่นกัน แต่ผลการแข่งขันที่ช็อกที่สุดคงเป็นเกมปราชัยคาบ้านของ เรอัล มาดริด เรามาเก็บตกสถิติน่าสนใจแต่ละคู่ที่ลงสนามในคืนวันพุธนี้กัน
เรอัล มาดริด 2-3 ชัคตาร์ โดเนตส์ค

1 – ชัคตาร์ เป็นทีมจากยูเครนทีมแรกที่เอาชนะ เรอัล มาดริด ใน ชปล. นับตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 1999 ที่ ไดนาโม เคียฟ เอาชนะไปได้ 2-0

3 – ราฟาเอล วาราน เป็นนักเตะเรอัล มาดริด คนที่สามที่ยิงเข้าประตูตัวเอง 2 ลูกใน ชปล. ต่อจาก อิบัน เอลเกร่า และ เซร์คิโอ รามอส

3 – เรอัล มาดริด พ่ายแพ้ในฟุตบอลยุโรป 3 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1986

3 – เรอัล มาดริด เสียประตูถึง 3 ลูกในครึ่งแรกในศึก ชปล. เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2005 ในเกมพบ โอลิมปิก ลียง และยังเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในบ้านในรายการนี้นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2000 ในเกมพบ บาเยิร์น มิวนิค

15 – วินิซิอุส จูเนียร์ ใช้เวลาเพียง 15 วินาทีลงสนามมาก็ยิงประตูได้เลย โดยนับตั้งแต่เว็บไซต์ optajoe เก็บสถิติมาตั้งแต่ฤดูกาล 2006-07 นี่เป็นประตูที่ยิงไวที่สุดในฐานะตัวสำรอง

35 – ลูก้า โมดริช เป็นนักเตะวัยตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไปเพียงคนที่ 4 ที่ยิงประตูให้กับ เรอัล มาดริด ในฟุตบอลยุโรป ต่อจาก อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่, เฟเรนซ์ ปุสกัส และปาโก้ เกนโต้

แมนฯ ซิตี้ 3-1 ปอร์โต้

5 – เปเป้ กองหลังตัวเก๋าของ ปอร์โต้ ทำเสียจุดโทษถึง 5 ครั้งใน ชปล. มากกว่านักเตะทุกคนตั้งแต่ฤดูกาล 2003-04

6 – ฟิล โฟเด้น มีส่วนร่วมกับประตูถึง 6 ลูกจาก 7 เกมหลังสุดของเขาใน ชปล. (3 ประตูกับ 3 แอสซิสต์) ทั้งที่ลงสนามในฐานะตัวสำรองถึง 4 เกมด้วยกัน

6 – นับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2019-20 แมนฯ ซิตี้ ยิงประตูจากลูกฟรีคิกถึง 6 ลูก (ดาบิด ซิลบา 2, มาห์เรซ 2, เดอ บรอยน์ 2 และ กุนโดกัน 1)

20 – ราฮีม สเตอร์ลิง เรียกจุดโทษถึง 20 ครั้งให้กับ แมนฯ ซิตี้ นับตั้งแต่ เป๊ป เข้ามาคุมทีมเดือนสิงหาคมปี 2016

76 – นี่เป็นชัยชนะนัดที่ 76 ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใน ชปล. นับตั้งแต่คุมทีมในฐานะกุนซือเต็มตัวเกมแรกเมื่อเดือนกันยายนปี 2008

231 – เซร์คิโอ อเกวโร่ ยิงประตูแรกนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่เขายิงในเกมพบ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด หรือเมื่อ 231 วันที่แล้ว ซึ่งช่วงระยะห่างนี้เองเป็นระยะที่ยาวที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของเขากับสโมสรและทีมชาติ

บาเยิร์น มิวนิค 4-0 แอตเลติโก มาดริด

20 – นี่เป็นครั้งที่ 20 ที่ บาเยิร์น มิวนิค ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ยิงประตูตั้งแต่ 4 ลูกขึ้นไป ถือว่ามากกว่าทุกทีมในยุโรปนับตั้งแต่เขาเข้ามาคุมทีมเดือนพฤศจิกายนปี 2019

อาแจ็กซ์ 0-1 ลิเวอร์พูล

1 – อาแจ็กซ์ ชนะเพียงแค่ครั้งเดียวจาก 7 ครั้งที่เจอกับทีมจากอังกฤษในฟุตบอลยุโรป (เสมอ 2 แพ้ 4)

2 – ลิเวอร์พูล เพิ่งจะเก็บคลีนชีทได้เป็นครั้งที่ 2 ใน ชปล. นับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลที่แล้ว โดยอีกหนึ่งเกมเกิดขึ้นในแมตช์พบ ซัลซ์บวร์ก

5 – เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนตัว โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พร้อมกันสามคนในเกมเดียวเป็นครั้งที่ 5

7 – ลิเวอร์พูล ไร้พ่ายในการเยือนทีมจากดัตช์ 7 ครั้งหลังสุด ยังเก็บคลีนชีทถึง 5 นัด (ชนะ 4 เสมอ 3)

34 – เจมส์ มิลเนอร์ ในวัย 34 ปี 291 วัน กลายเป็นนักเตะลิเวอร์พูลที่อายุมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ที่ลงเล่นในฟุตบอลยุโรป ต่อจาก แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์ (37 ปี 84 วัน), เอียน คัลลาแกน (35 ปี 353 วัน)

5 – ในทางกลับกัน เคอร์ติส โจนส์ กลายเป็นนักเตะเอ๊าฟิลด์ของลิเวอร์พูลที่อายุน้อยที่สุดเป็นอันดับ 5 ที่ออกสตาร์ทตัวจริงใน ชปล. (19 วัน 265 วัน)

2010 – นิโกลัส ตายาฟิโก้ เป็นผู้เล่นอาแจ็กซ์คนแรกที่ยิงประตูตัวเองใน ชปล. นับตั้งแต่ เวอร์นอน อนิต้า เคยยิงประตูตัวเองในเกมพบ เรอัล มาดริด เมื่อเดือนกันยายนปี 2010

คล็อปป์เป่าปาก! อาแจ็กซ์ยิงตัวเอง-ลิเวอร์พูลบุกเฉือนหวิว เปิดหัวชปล.

"หงส์แดง" ฟอร์มเหนียวแน่นทั้งที่มีปัญหาแนวรับ แต่ยังบุกไปคว้าชัยเหนือ อาแจ็กซ์ หวุดหวิด 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ นิโกลัส ตายาฟิโก้ ส่งผลให้ ลิเวอร์พูล ประเดิมสามแต้มแรก ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

สนาม :  โยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า

    เอริค เทน ฮาก เกมนี้ไม่มีปัญหาเท่าไหร่จัดตัวเก่งทั้ง ดาวิด เนเรส, โมฮัมเหม็ด คูดาส และดูซาน ทาดิช ส่วนทางฝั่ง "หงส์แดง" มาในสภาพทีมไม่สมบูรณ์หลังแนวรับมีปัญหาลงไม่ได้ทั้ง เฟอร์กิล ฟานไดค์ และโฌแอล มาติป ทำให้ ฟาบินโญ่ ต้องยืนเซ็นเตอร์แบ็กคู่กับ โจ โกเมซ แทนส่วนแนวรุกยังเป็น 3 ประสานทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

    ครึ่งแรกเริ่มมาได้แค่ 9 นาที เจ้าบ้าน อาแจ็กซ์ ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกอย่างรวดเร็วหลัง โมฮัมเหม็ด คูดาส เล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง ควินซี่ โพรเมส ลงมาเล่นแทน

    นาที 15 อาเดรียน นายด่านของ "หงส์แดง" เกือบทำพลาดหลังออกบอลด้วยเท้าหน้าประตูตัวเองไปติดบล็อคแข้งเจ้าถิ่น แต่ดีที่บอลกระเด้งไปตรงกรอบ

    ก่อนเจ้าถิ่นจะได้เตะมุมในนาทีถัดมา บอลต่อเนื่องจาก ดูซาน ทาดิช เปิดยาวไปเสาไกลให้ ลิซานโดร มาร์ติเนซ เซ็นเตอร์แบ็กเทกตัวขึ้นโขกแต่บอลยังไปตรงตัว อาเดรียน

    "หงส์แดง" ได้ลุ้นบ้าง นาที 19 เจมส์ มิลเนอร์ ซัดนอกกรอบแต่บอลก็ไม่ได้ลุ้น อีกนาทีถัดมา เคอร์ติส โจนส์ ยิงด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลก็เบาไปเข้ามือ โอนาน่า อีก

    นาที 32 อาแจ็กซ์ พลาดโอกาสลุ้นขึ้นนำ หลัง ดาวิด เนเรส  เปิดบอลให้  ควินซี่ โพรเมส หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยิงติดเซฟของ อาเดรียน

    นาที 35 ประตูแรกของเกมเป็นทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ที่บุกมานำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ มิลเนอร์ ทุ่มบอลเข้ามาให้ ซาดิโอ มาเน่ พลิกบอลหลบเข้าปในกรอบก่อนหวดด้วยขวา บอลพุ่งไปโดนขา นิโกลัส ตายาฟิโก้ กลายเป็นเปลี่ยนทางเสียบเสาสองเข้าประตูตัวเองไป

    นาที 40 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน สปีดพาบอลจากแดนตัวเองขึ้นมาถึงหน้ากรอบก่อนไหลออกขวาให้ ซาลาห์ เลี้ยงตัดเข้าซ้ายข้างถนัดแต่จังหวะสุดท้ายดันยิงไปติดบล็อคอย่างน่าเสียดาย

    นาที 44 "หงส์แดง" เกือบพลาดเสียประตู หลัง ดูซาน ทาดิช หลุดเข้าไปกระดกบอลข้ามหัว อาเดรียน กำลังจะเข้าประตูไปแล้ว แต่ ฟาบินโญ่ ยังวิ่งตามไปสกัดบอลบนเส้นอย่างหวุดหวิด

    อีกนาทีถัดมา โรเบิร์ตสัน กระชากบอลก่อนเปิดไปให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ โขกแต่บอลยังไปติดเซฟของ อ็องเดร โอนาน่า

    จบครึ่งแรก อาแจ็กซ์ ตามหลัง ลิเวอร์พูล 0-1

    ครึ่งหลังกลับมาบู๊กันแค่ นาที 46 เจ้าบ้านเกือบได้ลูกตีเสมอหลัง ดาวี่ คลาสเซ่น ซัดบอลนอกกรอบผ่านมือ อาเดรียน ไปแล้วแต่ยังไปแม่นเสาอย่างน่าเสียดาย

     เกมแลกกันสนุก นาที 57 ทัพหงส์ได้ลุ้นจากลูกเตะมุม แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดมาเข้าหัว ฟาบินโญ่ โหม่งเน้นๆแต่บอลไปติดผู้เล่นเจ้าถิ่นออกหลังหวุดหวิด

    อีกนาทีถัดมา แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ที่วันนี้โดดเด่นสุดๆ ครอสบอลไปหน้ากรอบให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ขึ้นโขกหลุดกรอบออกไป

    ทว่าหงส์บุกเพลินๆ เกือบโดน อาแจ็กซ์ ตีเสมอ นาที 58 บอลสวนกลับของ นูส์แซร์ มาซราอูย แบ็กขวาครอสมาให้ ควินซี่ โพรเมส ยิงเน้นๆแต่ยังไปติดเซฟของ อาเดรียน ปัดออกหลัง

    นาที 60 เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนรวดเดียว 3 คน ถอดสามแนวรุกทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ออกแล้วส่ง เซอร์ดาน ชากิรี่, ทาคูมิ มินามิโนะ และดีโอโก้ โชต้า ลงไปเล่นแทน

    อีก 10 นาทีถัดมา ทาคูมิ มินามิโนะ เกือบใส่สกอร์ที่สองให้ลิเวอร์พูล หลังรับลูกจาก ชากิรี่ ก่อนตั้งป้อมตะบันไกลเต็มแรงบอลพุ่งจน อ็องเดร โอนาน่า ต้องปัดออกไป

    ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าถิ่นไม่สามารถทวงประตูคืนได้ จบเกม อาแจ็กซ์ พ่ายคาบ้านให้ ลิเวอร์พูล 0-1

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

         อาแจ็กซ์ (4-3-3) : อ็องเดร โอนาน่า – นูส์แซร์ มาซราอูย, แปร์ ชูร์ส์,  ลิซานโดร มาร์ติเนซ, นิโกลัส ตายาฟิโก้ –  ไรอัน กราเวนเบิร์ค, ดาเล่ย์ บลินด์, ดาวี่ คลาสเซ่น – ดาวิด เนเรส, โมฮัมเหม็ด คูดาส (ควินซี่ โพรเมส น.9), ดูซาน ทาดิช

         ผู้จัดการทีม : เอริค เทน ฮาก

         ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่, โจ โกเมซ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – เคอร์ติส โจนส์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
       ผู้จัดการทีม :  เจอร์เก้น คล็อปป์

         ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมัน)