เจ๋งๆทั้งนั้น!เสี่ยหมีทุบคลังเชลซีเล็ง4นักเตะ

เปิดชื่อ 4 นักเตะที่ เชลซี หวังดึงมาร่วมทีม หลัง "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช พร้อมทุบคลังให้ไปลุยเต็มตัว
     โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี พร้อมสนับสนุนการเงินให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่ม นำไปซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทัพในฤดูกาลหน้า ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก สื่ออังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นนักเตะที่ แลมพาร์ด อยากได้มาสักพักแล้ว โดย เชลซี หวังว่า "สุนัขจิ้งจอก" จะยอมลดค่าตัวจากที่ตั้งไว้ 85 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,315 ล้านบาท) หลังวงการลูกหนังต้องเจอปัญหาทางการเงินเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    ขณะที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นนักเตะอีกรายที่ เชลซี อยากได้ แต่ต้องแข่งกับอีกหลายทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล แถมค่าตัวในเวลาพุ่งขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,120 ล้านบาท) แล้ว หลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมตั้งแต่ บุนเดสลีกา รีสตาร์ท

    ด้าน จาดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็เป็นผู้เล่นที่ "สิงห์บลูส์" สนดึงมาเสริมทัพในซีซั่นหน้าเช่นกัน โดยคาดว่าค่าตัวไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,900 ล้านบาท) แถมทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล อยากได้เหมือนกันด้วย

    นักเตะรายสุดท้ายที่ เชลซี ต้องการดึงมาร่วมทีมคือ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้า แอร์เบ ไลป์ซิก ซึ่งต้องแย่งกับ ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยรายงานระบุว่านักเตะมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ราว 51 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,989 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ เชลซี ได้นักเตะมาเสริมทัพล่วงหน้าแล้ว 1 รายคือ ฮาคิม ซิเย็ค กองกลางตัวรุกทีมชาติโมร็อกโก ที่ดึงมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัวราว 33 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,287 ล้านบาท)

 

ส่องไลน์อัพเชลซีถ้าได้แวร์เนอร์-ฮาร์แวร์ทซ์

คาด 11 ตัวจริง เชลซี ในซีซั่นหน้า ถ้าได้ทั้ง ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์ และ เบน ชิลเวลล์ แต่อาจต้องเสีย 2 สตาร์ไปจากทีม

     เชลซี กำลังพยายามเดินหน้าเสริมทัพเพื่อสู้ศึก พรีเมียร์ลีก และไปเล่นถ้วยยุโรปในฤดูกาล 2020/21 อย่างหนัก โดยคาดว่า จะได้ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้า แอร์เบ ไลป์ซิก มาเข้าถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัว 53 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,120 ล้านบาท)

    นอกจากนั้น "สิงห์บลูส์" ยังยื่นข้อเสนอ 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) ให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เพื่อขอซื้อ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งอีกด้วย โดยหากได้มาร่วมทีมจะส่งผลให้ เชลซี มีลุ้นถึงแชมป์ได้เลยทีเดียว

   ก่อนหน้านี้ เชลซี เซ็นสัญญาล่วงหน้าดึง ฮาคิม ซิเย็ค กองกลางตัวรุกทีมชาติโมร็อกโก มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้น ยังเล็งดึง เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้ อีกรายด้วย

    อย่างไรก็ตาม เมื่อมีนักเตะย้ายเข้ามาก็คงต้องมีคนย้ายออกไป โดยสตาร์ที่ เชลซี อาจปล่อยคือ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ที่ช่วงหลังเจ็บบ่อย และมีข่าว ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อยากได้ และ จอร์จินโญ่ ที่อาจกลับไปร่วมงานกับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือ ยูเวนตุส

   ขณะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี มักใช้ระบบการเล่นแบบ 4-3-3 โดยหน้าตาของ 11 ตัวจริง "สิงห์บลูส์" ในฤดูกาลหน้าตามที่ เดอะ ซัน สื่ออังกฤษ คาดการณ์น่าจะออกมาเป็นแบบนี้ถ้าได้ทั้ง แวร์เนอร์, ฮาร์แวร์ทซ์ และ ชิลเวลล์ แต่ต้องเสีย ก็องเต้ กับ จอร์จินโญ่

ผู้รักษาประตู: เกปา อาร์ริซาบาลาก้า
กองหลัง: รีซ เจมส์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ฟิคาโย่ โทโมริ, เบน ชิลเวลล์
กองกลาง: เมสัน เมาท์, บิลลี่ กิลมอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์
กองหน้า: ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, คริสเตียน พูลิซิช

เผยแมนยูพร้อมโละใครเปิดทางคว้าฟานเดอเบ็คร่วมทัพ

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมโละ อันเดรียส เปเรยร่า เพื่อแลกกับการได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาเสริมแกร่ง โดยเชื่อกันว่าจะมี 3 ทีมจาก พรีเมียร์ลีก ที่อยากได้ เปเรยร่า ไปร่วมทัพ

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะปล่อย อันเดรียส เปเรยร่า เพื่อเป็นการปูทางเฟา ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมัทพ ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเสริมทัพอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยนอกจาก ฟาน เดอ เบ็ค แล้วนั้น พวกเขายังตกเป็นข่าวกับนักเตะอายุน้อยที่ฝีเท้าดีอีกหลายคน อย่างเช่น เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นต้น

    ทั้งนี้ เดอะ มิร์เรอร์ บอกว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด โดนสั่งให้ต้องปล่อยนักเตะออกจากทีม 1 คน เพื่อให้ ฟาน เดอ เบ็ค เข้ามาอยู่กับทีมได้ และสุดท้ายคนที่โดนหวยก็คือ เปเรยร่า โดยถึงแม้ซีซั่นนี้เขาจะได้ลงเล่นเยอะพอตัว แต่หลายคนก็มองว่าผลงานของเขาไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นัก

    นอกจากนี้ กูรูหลายคนก็เชื่อว่าที่ เปเรยร่า ได้ลงเล่นเยอะเป็นแค่เพราะ ปอล ป็อกบา กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เคยต้องพักยาวเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ก็ฟิตอีกครั้งแล้ว แถมแผงกลางของ "ปีศาจแดง" ก็ยังมีนักเตะอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ เฟร็ด อีก

    สื่อเจ้าเดิมบอกว่า นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด น่าจะสนใจที่จะเอา เปเรยร่า ไปร่วมทัพ แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเงินขั้นต่ำเท่าไหร่เพื่อเป็นค่าหัวของเขา

เดอร์ซาร์ยืนยันผี-ราชันสนใจ’เดอเบ็ค’จริง

เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ซีอีโอของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ออกมายืนยันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด ให้ความสนใจ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค อย่างแท้จริง

 ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ปิศาจแดง พร้อมเจรจาเพื่อปาดหน้า ราขันชุดขาว ในการดึงกองกลางวัย 23 ปีมาร่วมทีม ซึ่งมิดฟิลด์รายนี้น่าจะมีค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 43 ล้านปอนด์ด้วยกัน

 แม้ทาง โลส บลังโกส จะมีภาษาดีกว่า แต่ปัจจัยที่สโมสรดังของสเปนกำลังเจอปัญหาการเงินจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ยอดทีมของแดนกระทิงดุอาจจะไม่พร้อมทุ่มเงินในหน้าร้อนนี้

 ล่าสุดทาง ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่ทำหน้าที่ดูแลการซื้อขายของสโมสรเผยว่าเป็นเรื่องจริงที่ เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจในตัว ฟาน เดอ เบ็ค

 "มันเป็นเรื่องชัดเจนว่าสโมสรอย่าง เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังแสดงความสนใจ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค" ฟาน เดอร์ ซาร์ กล่าวผ่าน NOS

 ถือเป็นข่าวคืบหน้าล่าสุดที่มาจากฝั่ง อาแจ็กซ์ ซึ่งเชื่อว่ามีโอกาสที่กองกลางชาวฮอลแลนด์จะได้โอกาสย้ายทีมในฤดูกาลถัดไป

ลุ้นแชมป์? โฉมหน้า อาร์เซน่อล ซีซั่นใหม่หากได้ คูตินโญ่ เสริมทัพ

อาร์เซน่อล พยายามที่จะเสริมทัพเพื่อเรียกความยิ่งใหญ่กลับคืนมากอีกครั้ง โดยงานนี้ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมคนหนุ่มไฟแรง พยายามที่จะลิสต์รายชื่อขุมกำลังชุดใหม่เพื่อที่จะดึงมาร่วมทีม โดยเจ้าตัวมีเป้าหมายหลายคน และหากได้มาทั้งหมด โอกาสที่จะเห็น "เดอะ กันเนอร์ส" ขึ้นไปยืนหนึ่งบนตารางลีกในซีซั่น 2020/2021 ก็มีเปอร์เซนต์สูงมากยิ่งขึ้น
           กุนซือชาวสแปนิช ล็อกเป้าหมายหลักเอาไว้แล้วหนึ่งรายนั่นก็คือ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ชาวบราซิเลียน ซึ่งเจ้าตัวกำลังต้องการหาโอกาสที่จะพบกับจุดเปลี่ยนของชีวิตอีกครั้ง หลังจากเส้นทางระหว่างเขากับ บาร์เซโลน่า ใกล้จะถึงทางตันแล้ว

           ในปัจจุบัน "คูตี้" ส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค และดูเหมือนว่ายักษ์ใหญ่แห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ไม่สนใจที่จะใช้ออปชั่นในการดึงนักเตะมาร่วมทีมแบบถาวร เพราะค่าตัวของเขาสูงถึง 105 ล้านปอนด์ (ราว 3,990 ล้านบาท) และเมื่อบวกลบคูณหารกับผลงานในช่วงยืมตัวแล้ว คงได้ไม่คุ้มเสียแหงๆ

 

           นั่นหมายความว่า อดีตจอมทัพ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล จะต้องก้มหน้ากลับไป บาร์เซโลน่า ต้นสังกัดแม่ และหากไม่มีสโมสรไหนยื่นข้อเสนอเข้ามา งานนี้ คูตินโญ่ เตรียมติดสนับก้นนั่งแช่อยู่ในซุ้มม้านั่งสำรองจนรากงอกแหงๆ

           อย่างไรก็ตามตอนนี้ดูเหมือนสวรรค์ยังใจดีเมื่อ อาร์เซน่อล แสดงความสนใจอยากใช้บริการ คูคินโญ่ โดย อาร์เตต้า มองว่างานนี้หากพวกเขาได้   ดาวเตะเลือดแซมบ้า มาร่วมทัพจะเป็นการก่อร่างสร้างทีมในฝัน และจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

           อาร์เตต้า ร่างภาพเอาไว้ทันทีว่าในแนวรุกชุดใหม่จะมี เมาโร่ อิการ์ดี้ ซึ่งมีแววจะย้ายหนี อินเตอร์ มิลาน ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังนักเตะโดนส่งไปเล่นแบบยืมตัว 1 ซีซั่นกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยืนเป็นหน้าเป้าโดยมี คูตินโญ่ กับ นิโกล่าส์ เปเป้ ทำหน้าที่เป็นผู้เล่นแนวรุกฝั่งซ้ายกับขวา ตามลำดับ

           หาก อาร์เตต้า ได้ อิการ์ดี้ มาร่วมทัพ นั่นหมายความว่า ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ซึ่งเหลือสัญญากับทีมอีก 12 เดือนเท่านั้น คงเตรียมที่จะอำลาถิ่นเอมิเรตส์ สตเดี้ยม โดยงานนี้มีความเป็นไปได้ที่ นายใหญ่เลือดกระทิงดุ อาจยืนข้อเสนอแลกตัวระหว่าง ดาวยิงชาวกาบอง กับหัวหอกอาร์เจนไตน์ ให้ทัพ "งูใหญ่" พิจารณา

           ในส่วนของแผงมิดฟิลด์ มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลางหัวฟู ยังคงเป็นตัวหลักสำหรับ อาร์เตต้า ต่อไป โดยนักเตะที่จะมาเล่นเคียงข้างกับเขานั่นก็คือ อาเดรียง ราบิโอต์ มิดฟิลด์ "ม้าลาย" ยูเวนตุส อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล คงต้องใช้กำลังภายในอย่างหนักเพราะต้องแย่งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เล็งนักเตะรายนี้เอาไว้เช่นกัน โดยค่าตัวน่าจะอยู่แค่ 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) เท่านั้น

          กระนั้นในส่วนของแนวรับ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ อาร์เตต้า ในการเสริมทัพเพื่อไม่ให้เกิดรอยรั่วจนโดนเจาะประตูเป็นว่าเล่นเหมือนในฤดูกาลนี้ โดยพวกเขาจะใช้งาน วิลเลี่ยม ซาลิบา ปราการหลังชาวฝรั่งเศส ที่จะกลับมาจากการไปเล่นให้ แซงต์-เอเตียน แบบยืมตัว

          ขณะเดียวกัน อาร์เตต้า เล็งที่จะดึงตัว เวสลี่ย์ โฟฟาน่า เซนเตอร์แบ็กจากแซงต์-เอเตียน มาเสริมทัพ หลังจากเห็นฟอร์มโดดเด่นตอนผนึกกำลังร่วมกับ ซาลีบา ในเกมลีกเอิง ฝรั่งเศส ซีซั่นนี้ จึงหวังดึงตัวมาใช้งานพร้อมกันในฤดูกาลหน้า

          งานนี้มีความเป็นไปได้ว่า อาร์เตต้า ยังต้องการเซนเตอร์แบ็กแกร่งๆ อีกซักคนและเขาเล็งสอย มานูเอล อคานยี่ แนวรับ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งมีรายงานว่า อาร์เซน่อล ได้ยื่นซื้อนักเตะไปแล้วด้วยค่าตัวแค่ 25 ล้านปอนด์ (ราว 950 ล้านบาท) เท่านั้น 

         นอกจากนี้จิ๊กซอว์สำคัญอีก 1 ชิ้้นอยู่ทางฝั่งซ้าย โดย อาร์เตต้า ระบุชื่อเอาไว้แล้วว่าอยากได้ นิโกลัส ตายาฟิโก้ ฟูลแบ็กชาวอาร์เจนไตน์ของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งจะมาช่วยแก้ปัญหาตำแหน่งแบ็กซ้ายของทีมได้อย่างลงตัว โดย เอคตอร์ เบเยริน ยืนปักหลักแบ็กขวา

         ทั้งนี้นี่เป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น เพราะยังไม่รู้ว่า อาร์เตต้า จะได้นักเตะที่เขาต้องการร่วมทัพได้ครบทั้งหมดไหม แต่หากได้ครบ บอกเลยว่าสาวก "เดอะ กันเนอร์ส" มีลุ้นกันยาวๆ แน่นอน

ไม่ทนแล้ว!มัลโม่เตรียมย้ายรูปปั้น “อิบรา” หลังโดนทำลายจนอ่วม

 ไม่ไหวจะทน… สภาเทศบาลเมืองมัลโม่ มีแผนการที่จะย้ายรูปปั้นของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไปตั้งที่อื่น หลังโดนทำลายอยู่หลายครั้ง เผยมีเสียงเชียร์ให้ย้ายไปตั้งที่กรุงสต็อคโฮล์ม

    สภาเทศบาลเมืองมัลโม่ ประเทศสวีเดน เตรียมย้ายรูปปั้นของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าซูเปอร์สตาร์ประจำชาติ ไปตั้งที่อื่น หลังจากที่โดนแฟนบอลป่าเถื่อนสร้างความเสียหายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตามรายงานจาก เดอะ การ์เดี้ยน สื่อชั้นนำของอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    รูปปั้นเสมือนจริงของ "อิบรา" ที่สูงเฉียด 2.7 เมตร และหนัก 500 กิโลกรัม ตรงบริเวณข้างนอกสนาม สเวดแบงค์ สเตเดี้ยม รังเหย้าของ มัลโม่ ได้รับการเปิดตัวเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม ปีที่แล้ว แต่กลับกลายเป็นเป้าโจมตีมาตลอด นับตั้งแต่ อิบราฮิโมวิช ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มเจ้าของทีม ฮัมมาร์บี้ สโมสรคู่แข่งร่วมลีก

 

    ตัวรูปปั้นของ อิบราฮิโมวิช ถูกกลุ่มคนที่ไม่หวังดี ทำลายอยู่เรื่อยๆ ทั้งโดนพ่นสี, ตัดจมูก, เลื่อยข้อเท้าจนตัวรูปปั้นพังลง จนต้องถูกนำออกไปซ่อมแซมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และถูกเก็บไว้ในที่ลับมาตลอดนับจากวันนั้น

    ล่าสุด สภาเทศบาลเมืองมัลโม่ มีแนวคิดที่จะย้ายรูปปั้นของ อิบราฮิโมวิช ไปตั้งที่อื่น และกำลังพิจารณาว่าจะไปตั้งที่ไหน แต่ก็คาดกันว่า น่าจะยังอยู่ในตัวเมืองมัลโม่ เพียงแค่อยู่ห่างจากสนาม สเวดแบงค์ สเตเดี้ยม แม้บางคนเรียกร้องให้ย้ายไปอยู่กรุงสต็อคโฮล์มก็ตาม

    ทั้งนี้ อิบราฮิโมวิช เกิดที่เมืองมัลโม่ และเป็นเด็กปั้นของสโมสร มัลโม่ ก่อนย้ายออกไปโด่งดังกับบรรดาสโมสรยักษ์ใหญในยุโรปอย่าง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ยูเวนตุส, อินเตอร์ มิลาน, บาร์เซโลน่า, เอซี มิลาน, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รวมถึงการย้ายไปค้าแข้งที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กับ ลอส แองเจลีส แกแล็กซี่ และปัจจุบันเจ้าตัวได้กลับมาเล่นให้ทัพ "ปีศาจแดง-ดำ" อีกครั้ง 

 

รื้อไฟล์เก่า! ต่างดาวจ้องดูด “เดอ ลิกต์” ขึ้นยานซัมเมอร์นี้



รายงานข่าวจากสื่อในประเทศสเปนเปิดเผยว่า "ทัพต่างดาว" บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ลาลีกา สเปน กำลังให้ความสนใจ มัตไธจ์ส เดอ ลิกต์ ปราการหลังของยูเวนตุส แห่งศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี

เดอ ลิกต์ วัย 20 ปี เป็นกองหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดแห่งยุคสมัยที่อยู่กับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยได้รับความสนใจจากหลายทีมทั่วยุโรป รวมถึง บาร์เซโลน่า

แต่สุดท้ายเจ้าตัวเลือกย้ายไปอยู่กับยูเวนตุส ด้วยค่าตัวกว่า 80 ล้านยูโร เมื่อช่วงซัมเมอร์ 2019 แต่ดูเหมือนว่าจะยังปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ของ เซเรีย อา ไม่ได้

ล่าสุด มุนโด เดปอร์ติโบ สื่อแดนกระทิงดุเผยว่า บาร์เซโลน่า กลับมาให้ความสนใจแข้งทีมชาติเนเธอร์แลนด์อีกครั้ง หลังจากที่พวกเขาเตรียมปล่อย ซามูเอล อุมติตี แนวรับทีมชาติฝรั่งเศสออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

ตำนานโกลแมนยูติด2! “ฟร้องซ์ ฟุตบอล” จัดท็อป 10 ผู้รักษาประตูเจ๋งสุดตลอดกาล



เมื่อเร็วๆ นี้ "ฟร้องซ์ ฟุตบอล" (France Football) นิตยสารลูกหนังชื่อดังเมืองน้ำหอม ได้มีการจัด 10 อันดับผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล ซึ่งบอกเลยว่า แต่ละคนเทพๆ ทั้งนั้น โดยมีอดีตนายทวาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ในลิสต์ 2 รายด้วยกัน แต่จะมีใครบ้างนั้น ไปดูกันเลย
 

 10. ปีเตอร์ ชิลตัน

ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดนายทวารที่วงการลูกหนังอังกฤษเคยมีมา โดย ชิลตัน ลงเล่นเกมฟุตบอลระดับอาชีพมากถึง 1,390 นัด (ปี 1966-1997) ซึ่งครองสถิติโลกอยู่ในขณะนี้ และนอกจากลงเฝ้าเสาให้ทีมชาติอังกฤษไปทั้งสิ้น 125 นัด เจ้าตัวยังเป็นขุนพลคนสำคัญของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ชุดคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 2 สมัยติด (ซีซั่น 1978/79, 1979/80) อีกด้วย

 9. เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์

สุดยอดนายประตูชาวดัตช์คนนี้ ได้รับรางวัลผู้รักษาประตุยอดเยี่ยมของยุโรป 2 สมัย (1995 และ 2009) และประสบความสำเร็จอย่างมากในระดับสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนอยู่กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ปี 1990-1999) และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2005-2011) ที่ซึ่งเจ้าตัวมีโอกาสได้สัมผัสกับโทรฟี่แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
 
 8. อีเกร์ กาซียาส

ว่ากันว่านี่คือผู้รักษาประตูที่เจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนังสเปน โดย กาซียาส ครองตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติสเปนมาอย่างยาวนาน (ปี 2000-2016) และเป็นกัปตันทีม "กระทิงดุ" ชุดคว้าแชมป์ยูโร 2008 และ 2012 รวมถึงแชมป์โลกเมื่อปี 2010 นอกจากนี้เจ้าตัวยังได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 สมัย (ซีซั่น 1999/2000, 2001/02, 2013/14) กับ เรอัล มาดริด ด้วย ถือเป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งของวงการเลยทีเดียว

 7. เซปป์ ไมเออร์

 นี่คืออีกหนึ่งสุดยอดผู้รักษาประตูในยุค 60-70  โดย ไมเออร์ อยู่รับใช้ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรเดียวตลอดอาชีพการเล่น (ปี 1962-1980) และคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ ได้ถึง 3 สมัย (ซีซั่น 1973/74, 1974/75, 1975/76) นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1974 กับทีมชาติเยอรมันตะวันตกด้วย

 6. ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล

นอกจากมีฝีมือการป้องกันประตูที่สุดยอดแล้ว ชไมเคิ่ล ยังถือเป็นอีกหนึ่งผู้รักษาประตูที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติเดนมาร์ก ชุด "เทพนิยายเดนส์" ที่ผงาดคว้าแชมป์ ยูโร 1992 มาครองได้แบบสุดเซอร์ไพรส์ และยังกอบโกยถ้วยแชมป์ได้อีกมากมายตอนเฝ้าเสาให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งนั่นก็รวมถึงการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, เอฟเอ คัพ 3 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย

 5. มานูเอล นอยเออร์

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่หลายๆ คนยกให้ นอยเออร์ เป็นผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดในโลก ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร เพราะเขาได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของโลก จากการจัดของสหพันธ์ประวัติศาสตร์และสถิติฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอฟเอชเอส) ถึง 4 สมัย (ปี 2013, 2014, 2015 และ 2016) นอกจากนี้ยังช่วยทีมชาติเยอรมนีผงาดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 2014 อีกด้วย ส่วนกับ บาเยิร์น มิวนิค นั้น เขาก็ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ด้วยตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา 7 สมัย, เดเอฟเบ-โพคาล 4 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย เป็นต้น

 4. จานลุยจิ บุฟฟ่อน

แม้ล้มเหลวตลอดกับการเข้าชิงชนะเลิศในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ไม่มีใครปฏิเสธเลยว่า บุฟฟ่อน คือผู้รักษาประตูที่เจ๋งสุดตลอดกาลคนหนึ่ง หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดมาอย่างยาวนาน ทั้งการเล่นให้ทีมชาติอิตาลี และ ยูเวนตุส ซึ่งแน่นอนว่า จุดสูงสุดของเขาคือการคว้าแชมป์โลกกับทัพ "อัซซูร์รี่" เมื่อปี 2006 นอกจากนี้เขายังครองสถิติไม่เสียประตูยาวนานสุดในประวัติศาสตร์เกม เซเรีย อา ที่จำนวน 974 นาที อีกด้วย

 3. ดิโน่ ซอฟฟ์

จัดเป็นอีกหนึ่งผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล และประสบความสำเร็จอย่างมากมายทั้งกับทีมชาติอิตาลี และ ยูเวนตุส คล้ายๆ กับ บุฟฟ่อน แต่ ซอฟฟ์ ครองสถิติเป็นผู้เล่นอายุมากสุดที่คว้าแชมป์โลก หลังจากที่เจ้าตัวเป็นกัปตันทีมพา อิตาลี คว้าแชมป์ เวิลด์ คัพ เมื่อปี 1982 ด้วยวัย 40 ปี, 4 เดือน และ 13 วัน นอกจากนี้เจ้าตัวยังคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา 6 สมัย ร่วมกับทัพ "ม้าลาย" ด้วย

 2 . กอร์ดอน แบงส์

 ฟีฟ่า ยกให้ แบงส์ เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีถึง 6 สมัยติด ช่วงระหว่างปี 1966-1971 แค่นี้คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรมากถึงความยอดเยี่ยมของ ตำนานนายประตูทีมชาติอังกฤษ ชุดคว้าแชมป์โลกเมื่อปี 1966 โดยชอตเซฟลูกโขกของ เปเล่ ในเกม เวิลด์ คัพ 1970 นัดที่เจอกับ บราซิล นั้น ถือเป็นชอตที่หลายๆ คนยกให้เป็นหนึ่งในการเซฟที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล
 
 1. เลฟ ยาชิน

ยาชิน ได้รับฉายาว่า "ไอ้แมงมุมดำ" (Black Spider) จากการที่ชอบสวมใส่ยูนิฟอร์มสีดำทั้งชุด โดยเขาเป็นผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ลูกหนัง ที่ได้รางวัล บัลลงดอร์ (เมื่อปี 1963) ซึ่งตลอดอาชีพการเล่นฟุตบอล (ปี 1950-1970) เขารับใช้แค่สองทีมเท่านั้น คือ ดินาโม มอสโก และทีมชาติสหภาพโซเวียต โดย ยาชิน ถือเป็นผู้พลิกโฉมหน้าให้กับผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูอย่างแท้จริง เพราะนอกจากเหนียวหนึบสุดยอดในการป้องกันประตูแล้ว เขายังเป็นนายทวารที่สามารถสั่งการผู้เล่นกองหลังทีมตัวเอง และมีความกล้าหาญที่จะออกมาช่วยตัดบอลในจังหวะอันตรายด้วย

พังมากกว่าปัง!ตัดเกรด 10 แข้งแพงระยับตลาดซัมเมอร์ 2019

ย้อนไปเมื่อตลาดช่วงซัมเมอร์ เมื่อปีที่แล้ว มีนักเตะหลายต่อหลายคนย้ายทีมด้วยมูลค่ามหาศาล บางคนก็ทำผลงานได้ดีจนน่าประทับใจ แต่บางรายก็ยังไม่สามารถแสดงผลงานออกมาให้คุ้มค่าตัวได้เท่าไหร่นัก

    ในสกู๊ปนี้เรามาดู 10 แข้งราคาแพงที่สุดประจำตลาดซัมเมอร์ 2019 แต่ละคนทำผลงานเป็นอย่างไร และสอบผ่านกันมากน้อยแค่ไหน

    1. ชูเอา เฟลิกซ์ : จาก เบนฟิก้า ไป แอต.มาดริด (126 ล้านยูโร)
    หลังย้ายเข้าสู่อ้อมออก แอตเลติโก มาดริด ช่วงเกมปรี-ซีซั่น เจ้าของรางวัลโกลเดนบอย ก็ซัดประตูใส่ได้ทั้ง ยูเวนตุส และ เรอัล มาดริด จนทำให้แฟนๆ "ตราหมี" เชื่อว่าเด็กคนนี้จะทดแทน อ็องตวน กรีซมันน์ ได้และมีอนาคตที่สดใสรออยู่

    อย่างไรก็ตาม พอเอาเข้าจริง เฟลิกซ์ ทำประตูได้เพียง 6 ลูกจากการลงสนาม 28 เกมเท่านั้น จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า กองหน้าโปรตุกีสวัย 20 ปี จะเหมาะสมกับระบบการเล่นของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ หรือไม่

    ตัดเกรด : ไม่ผ่าน

    2. อ็องตวน กรีซมันน์ : จาก แอต.มาดริด ไป บาร์เซโลน่า (120 ล้านยูโร)
    กรีซมันน์ เคยออกมายืนยันว่าจะขออยู่กับ แอต.มาดริด ต่อไปในปี 2018 แต่ปีต่อมาเขาก็เปลี่ยนใจย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในปีต่อมา

 

    สำหรับฟอร์มกับ บาร์ซ่า ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมที่นี่นัก แม้ว่าผลงานที่ออกมา มันฟ้องว่ามีแค่ ลิโอเนล เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ ที่มีส่วนร่วมกับประตูให้กับทีมมากกว่าเขา (8 ประตู 4 แอสซิสต์) รวมถึง มีแค่ซูเปอร์สตาร์อาร์เจนไตน์ ที่สร้างโอกาสได้มากกว่า(26 ครั้ง) แต่แฟนๆ "เจ้าบุญทุ่ม" ก็ยังหวังอะไรในตัว กรีซมันน์ มากกว่านี้ เพื่อให้สมกับเงินมหาศาลที่ บาร์เซโลน่า ทุ่มเงินคว้าตัวเข้ามา

    ตัดเกรด : ไม่ผ่าน

    3. เอแด็น อาซาร์ : จาก เชลซี ไป เรอัล มาดริด (100 ล้านยูโร)
    แฟนบอลเชลซี รู้สึกแย่มากๆ ตอนที่สตาร์คนสำคัญของทีม ย้ายออกไปตอนที่สโมสรกำลังโดนแบนเรื่องซื้อนักเตะ แต่สิ่งร้ายๆ กลับไปเกิดขึ้นที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เสียมากกว่า


 
    ปัญหาอาการบาดเจ็บ จำกัดให้ อาซาร์ ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแค่ 9 นัดเท่านั้น ทำประตูได้เพียง 1 ลูก กับแอสซิสต์อีกนิดหน่อยใน ลาลีกา แถมสร้างโอกาสเพียง 14 ครั้ง เท่ากับ ฮาเมส โรดริเกซ ที่ลงตัวจริง 4 นัด และ ลูกัส บาซเกซ ที่ลงตัวจริง 6 นัด เสียอีก

    ตัดเกรด : ไม่ผ่าน

    4. แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : จาก เลสเตอร์ ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (87 ล้านยูโร)
    มีการตั้งคำถามถึง การเป็นกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกแต่ไม่ใช่กองหลังที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งเรื่องนี้เองก็ไม่ได้ทำให้ แม็กไกวร์ ดูด้อยค่าลงเลยกับผลงานที่เขาทำให้กับทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

 

    แม็กไกวร์ เป็นผู้นำในแนวรับ "ปีศาจแดง" ทั้งเรื่องการดวลลูกกลางอากาศ, การเข้าปะทะ, การบล็อค และการตัดบอล รวมถึงช่วยพาทีมเก็บคลีนชีต 8 นัด และตอนนี้เขาก็ก้าวขึ้นเป็นกัปตันทีมแมนยู เต็มตัวแล้ว

    ตัดเกรด : ผ่าน

    5. มัตไตจ์ส เดอ ลิกต์ : จาก อาแจ็กซ์ ไป ยูเวนตุส (85 ล้านยูโร)
    แนวรับที่เนื้อหอมมากที่สุดประจำซัมเมอร์ 2019 หลังจากพา อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิส แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยหลังจากย้ายมาอยู่ ยูเวนตุส เกมที่ เดอ ลิกต์ เปล่งประกายมากสุดคือนัดที่เอาชนะ นาโปลี 4-3

 

    เดอ ลิกต์ ดวลลูกลางอากาศและผ่านบอลสำเร็จมากสุดเหนือกว่าใครบนแผงแนวรับ "เจ้าม้าลาย" แต่ก็ยังมีข้อสงสัยในตัวของ ดัตช์แมนรายนี้ ว่าในระยะยาวจะเหมาะสมกับระบบของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ หรือไม่

    ตัดเกรด : ยังไม่ผ่าน

    6. ลูก้าส์ เอร์นานเดซ : จาก แอต.มาดริด ไป บาเยิร์น มิวนิค (80 ล้านยูโร)
    บาเยิร์น มิวนิค ทุบกระปุกซื้อนักเตะแพงสุดของสโมสร ด้วยการคว้า เอร์นานเดซ แต่ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บทำให้ยังไม่สามารถประเมินผลงานได้เลยว่าคุ้มค่ากับเม็ดงานที่ "พี่เสือ" จ่ายไปหรือไม่

 

    ปัญหาตรงหัวเข่า ตั้งแต่เดือนกันยายน ตามด้วยบาดเจ็บที่ข้อเท้าขั้นรุนแรง ทำให้ เอร์นานเดซ หายไปกว่า 4 เดือน นั่นหมายความว่าในซีซั่นนี้เขาลงเป็นตัวจริงแค่ 9 นัดจากทุกรายการเท่านั้น

    ตัดเกรด : ไม่ผ่าน

    7. นิโกล่าส์ เปเป้ : จาก ลีลล์ ไป อาร์เซน่อล (80 ล้านยูโร)
    เปเป้ กลายเป็นตัวปัญหาในระบบการเล่นในช่วงท้ายๆ ของ อูไน เอเมรี่  แม่ทัพ อาร์เซน่อล คนก่อน ซึ่งปีกทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ เจอปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นอย่างหนักกับต้นสังกัดใหม่

 

 

    อย่าไรก็ตาม เปเป้ เพิ่งจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาตอนเข้าสู่ปฏิทินปี 2020 ซึ่งมีแค่ เมซุต โอซิล (38) ที่สร้างโอกาสได้มากกว่าเขา (34) ถึงกระนั้น แฟนๆ เดอะ กันเนอร์ส ก็ยังหวังเห็นอะไรๆ มากกว่านี้กับดาวเตะค่าตัวแพงสุดของสโมสร

    ตัดเกรด : ไม่ผ่าน

    8. แฟรงกี้ เดอ ยอง : จาก อาแจ็กซ์ ไป บาร์เซโลน่า (75 ล้านยูโร)
    อีกหนึ่งสตาร์ อาแจ็กซ์ ที่เมื่อปีก่อนเนื้อหอมสุดๆ ไปทั่วทั้งยุโรป ซึ่งสุดท้าย เดอ ยอง ตกลงปลงใจย้ายไปกลายร่างเป็นผู้เล่น บาร์เซโลน่า และเป็นมิดฟิลด์ตัวหลักของทัพอาซูลกราน่า ได้ทันที

 

    เดอ ยอง แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเลยกับชีวิตใน ลาลีกา แม้ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เทรนเนอร์คนเก่าจากไป แล้วพอ กีเก้ เซเตียน กุนซือคนใหม่เข้ามา ก็ไม่ได้ทำให้เขาเกิดผลกระทบแต่อย่างใด เดอ ยอง เป็นหัวใจของ บาร์ซ่า มาตลอดตั้งแต่ย้ายเข้ามา

    มิดฟิลด์ดัตช์แมน สร้างสรรค์โอกาส 24 ครั้งเหนือกว่าผู้เล่นกองกลางคืนอื่นๆ ในทีม และมีแค่ เซร์คิโอ บุสเก็ต มิดฟิลด์ตัวรับที่ตัดบอลและแย่งบอลคืนกลับมาได้มากกว่าเขาเท่านั้น

    ตัดเกรด : ผ่าน

    9. โรดรี้ : จาก แอต.มาดริด ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (70 ล้านยูโร)
    เจ้าของนักเตะค่าตัวแพงที่สุดของ แมนฯ ซิตี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดในการหาผู้เล่นเข้ามาทดแทนกองกลางตัวรับอย่าง แฟร์นันดินโญ่ ที่ในซีซั่นนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ถอยลงไปเล่นตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง

 

    โรดรี้ ผ่านบอลไปทั้งสิ้น 1,996 ครั้ง โดยมีเปอร์เซ็นต์สำเร็จถึง 92% แถมยังแย่งบอลกลับคืนมาได้อีก 181 หน เหนือกว่าผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันในทีม"เรือใบสีฟ้า" ฟอร์มแบบนี้ แน่นอนล่ะว่าเขาจะเป็นกำลังหลักกับระบบการเล่นของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไปอีกนาน

    ตัดเกรด : ผ่าน

    10. โรเมลู ลูกากู : จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป อินเตอร์ มิลาน (65 ล้านยูโร)
    การย้ายของทีม ลูกากู ไปสู่ อินเตอร์ มิลาน ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องหาได้ยากในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ นั่นคือเป็นการย้ายทีมที่ส่งผลดีต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

 

    ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องการความลื่นไหลบนแนวรุก แมนฯ ยูไนเต็ด และ อันโตนิโอ คอนเต้ เองก็อยากได้คนที่เขาเคยต้องการสมัยคุม ยูเวนตุส  และ เชลซี อย่าง ลูกากู มาเป็นลูกทีม ซึ่ง ดาวยิงเบลเจี้ยน ก็กลับมาเป็นยอดดาวยิงอีกครั้ง เมื่อทำไป 17 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ ในเซเรีย อา และเป็นดูโอระดับต้นๆ ของยุโรป เคียงข้าง เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

เชลซีจะจัดทัพอย่างไรหากได้คูตินโญ่บวก4นักเตะใหม่



ส่อง 11 ตัวจริง เชลซี ในซีซั่นหน้า หลังมีแววได้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มาเสริมทัพร่วมกับอีก 4 นักเตะใหม่

    เชลซี กลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะได้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางทีมชาติบราซิล มาเสริมทัพสู้ศึกฤดูกาลหน้า หลังจากมีข่าวว่า บาร์เซโลน่า ต้นสังกัดใน ลา ลีกา สเปน เสนอขายนักเตะมาให้

    บาร์ซ่า ต้องการโละ คูตินโญ่ หลังทำผลงานไม่ดีตั้งแต่ซื้อมาจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวถึง 145 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,800 ล้านบาท) เมื่อเดือนมกราคม ปี 2018 และในซีซั่นนี้โดนส่งไปให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมใช้งาน แต่เชื่อว่า "เสือใต้" ไม่ต้องการใช้เงื่อนไขซื้อขาด

นอกจาก คูตินโญ่ แล้ว เชลซี ยังสนใจดึง จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตู เอซี มิลาน มาเฝ้าเสาแทน เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่ผลงานแย่ในฤดูกาลนี้ รวมทั้ง มุสซ่า เดมเบเล่ กองหน้า โอลิมปิก ลียง และ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้

    ก่อนหน้านี้ "สิงห์บลูส์" ได้ ฮาคิม ซิเย็ค กองกลางชาวโมร็อกโก มาเป็นนักเตะใหม่ในซีซั่นหน้าแน่นอนแล้ว หลังตกลงล่วงหน้าคว้ามาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยจะมาเริ่มร่วมงานกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่ม ที่ แสตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงซัมเมอร์นี้

    ส่วนนักเตะที่เตรียมอำลา เชลซี หลังจบฤดูกาลนี้ก็น่าจะเป็นพวกที่กำลังจะหมดสัญญาอย่าง วิลเลี่ยน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และ เปโดร โรดริเกซ

คาดการณ์ 11 นักเตะตัวจริง เชลซี ในฤดูกาลหน้า (ระบบ 4-2-3-1)

ผู้รักษาประตู: จานลุยจิ ดอนนารุมม่า
กองหลัง: รีซ เจมส์, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า, เบน ชิลเวลล์
กองกลาง: เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, ฮาคิม ซิเย็ค, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย
กองหน้า: มุสซ่า เดมเบเล่