เพิ่งย้ายมาแท้ๆ!อินเตอร์เล็งโละ “อีริคเซ่น” หลังจบซีซั่น

สื่อเลี่ยนตีข่าว "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน พร้อมโละ คริสเตียน อีริคเซ่น จอมทัพเลือดโคนม หลังจบซีซั่นนี้ ถึงแม้นักเตะเพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมได้แค่ครึ่งปี

     อินเตอร์ มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี พร้อมพิจารณาขาย คริสเตียน อีริคเซ่น เพลย์เมกเกอร์ชาวเดนิช หลังจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นแกนหลักของทีมได้ ตามรายงานจาก มีเดีย เซ็ต สื่อแดนมะกะโรนี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
 
     สตาร์ทีมชาติเดนมาร์กวัย 28 ปี เพิ่งย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพ "งูใหญ่" ด้วยค่าตัว 20 ล้านยูโร (ประมาณ 700 ล้านบาท) เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงแบบถาวรได้ โดยสตาร์ทเป็นตัวจริง 8 นัด และลงสำรองอีก 7 นัด ทำได้ 3 ประตู กับ 3 แอสซิสต์

     ถึงแม้ผลงานในสนามถือว่าไม่เลว แต่ล่าสุด มีเดีย เซ็ต ระบุว่า อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ อินเตอร์ ยินดีรับพิจารณาข้อเสนอขอซื้อตัว อีริคเซ่น โดยเชื่อกันว่า ทีม "เนรัซซูร์รี่" ตั้งค่าหัว อดีตแข้ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ไว้ที่ 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) ซึ่งหากขายได้เท่ากับว่า อินเตอร์ จะได้กำไรอย่างมหาศาลเลยทีเดียว

เบอร์14-15มาด้วย!6นักเตะแมนยูต้องพิสูจน์ตัวเอง

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่ออังกฤษ เปิดชื่อ 6 นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง หลังทำผลงานได้ไม่ดี มิเช่นนั้นอาจไม่มีอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกต่อไป
    สำหรับนักเตะทั้ง 6 คนเป็นใครบ้างไปดูกันได้เลย

    1. ฟิล โจนส์

    กองหลังวัย 28 ปี ดวงแตกในฤดูกาลนี้ หลังโดนทั้งอาการบาดเจ็บเล่นงาน และเมื่อได้โอกาสจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ส่งลงสนามก็ทำผลงานไม่ได้เรื่อง ส่งผลให้อาจโดนขายทิ้ง

     โจนส์ ได้ลงเล่นในเกมลีกซีซั่นนี้เพียง 2 นัดเท่านั้น รวมทั้งเกมเสมอ เชฟฯ ยูไนเต็ด 3-3 เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวเล่นโฉ่งฉ่าง และเคลียร์บอลไม่ดีจนเสียประตู

    กองหลังวัย 28 ปี ไม่มีชื่อนัดบุกไปเสมอ สเปอร์ส 1-1 เพราะมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ถ้าฟิตก็เป็นตัวเลือกรองจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ เอริก ไบยี่ ส่งผลให้เจ้าตัวต้องพยายามเค้นฟอร์มอย่างหนัก

    2. ดีโอโก้ ดาโลต์

    ฟูลแบ็กโปรตุกีส วัย 21 ปี ไม่ได้มีพัฒนาการอย่างที่แฟนบอลคาดหวัง หลังย้ายจาก ปอร์โต้ มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2018 ในสมัยที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุมบังเหียน

    เวลานี้ ดาโลต์ เป็นเพียงตัวเลือกรองในตำแหน่งแบ็กขวา หลัง อารอน วาน-บิสซาก้า ยึดตำแหน่งได้อย่างเหนียวแน่น ส่งผลให้แข้งฝอยทองเพิ่งได้ลงเล่นในลีกซีซั่นนี้ไปแค่ 67 นาทีเท่านั้น

    จริงๆ แล้ว ดาโลต์ มีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็ว แต่ยังต้องพัฒนาเรื่องเกมรับอีกมากถ้ายังต้องการอยู่ค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป

    3. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์

    แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว โฟซู-เมนซาห์ มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่ยังเป็นนักเตะเยาวชน ก่อนได้โอกาสลงประเดิมสนามนัดแรกในเกมพบ อาร์เซน่อล เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 ในสมัยที่ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ กุมบังเหียนในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง โฟซู-เมนซาห์ วัย 22 ปี ต้องโดนส่งไปให้ทีมอื่นยืมตัวทั้งกับ คริสตัล พาเลซ เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน และ ฟูแล่ม เมื่อซีซั่นที่แล้ว ก่อนกลับมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลนี้ แต่ยังไม่ได้ลงเล่นเลย เพราะบาดเจ็บหนักที่หัวเข่า

    แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจใช้เงื่อนไขที่สามารถต่อสัญญากองหลังดัตช์ออกไปอีก 1 ปี เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา และเจ้าตัวก็ต้องพยายามเร่งฟอร์มเมื่อหายเจ็บกลับมาเพื่อซื้อใจ โซลชา ให้ได้

    4. อักเซล ตวนเซเบ้

    ตวนเซเบ้ ดูมีพัฒนาการขึ้นมากหลังย้ายไปเล่นให้ แอสตัน วิลล่า แบบยืมตัวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว  โดยลงเล่นให้ "สิงห์ผงาด" ไป 25 เกมและช่วยทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จ

    อย่างไรก็ตาม หลังกลับมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" ดาวเตะวัย 22 ปีก็มีอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้ฤดูกาลนี้เพิ่งได้ลงเล่นในลีกไปแค่ 189 นาทีเท่านั้น

    ตวนเซเบ้ น่าจะได้โอกาสในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมเจอ นอริช ซิตี้ วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.นี้

    5. เจสซี่ ลินการ์ด

    จากอนาคตที่เคยคาดว่าจะรุ่งแต่ตอนนี้คงร่วงเสียแล้วสำหรับ ลินการ์ด หลังฟอร์มย่ำแย่จนหลุดเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น จนมีข่าวว่าอาจจะโดนขายทิ้งหลังจบซีซั่น

    ลินการ์ด วัย 27 ปี กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสำคัญในอาชีพค้าแข้ง โดยเจ้าตัวหวังที่จะเค้นฟอร์มออกมาให้ได้ และฟิตหนักจนหุ่นสุดเฟิร์ม

    6. อันเดรียส เปเรยร่า

    เปเรยร่า วัย 24 ปี เป็นนักเตะอีกรายที่โดนแฟนบอล "ปีศาจแดง" วิจารณ์หนัก หลังทำผลงานย่ำแย่เวลาที่ได้รับโอกาสให้ลงสนาม ทั้งๆ ที่ โซลชา พยายามให้ความเชื่อมั่นมาตลอด

     นอกจากนั้น การย้ายเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เมื่อเดือนมกราคม ก็ยิ่งทำให้ เปเรยร่า มีโอกาสได้โชว์ฝีเท้าน้อยลงด้วย แต่ก็น่าสนใจว่า เจ้าตัวจะพิสูจน์ตัวเองได้แค่ไหน หลังตั้งเป้าขออยู่ค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป

“หงส์แดง”ที่ 2 แมนยู ยังห่าง ! คาดการณ์ 11 ตัวจริง “บิ๊กไฟว์” ฤดูกาล 2020/2021

แม้ว่าฤดูกาล 2019/2020 จะยังไม่จบอย่างสมบูรณ์แบบก็ตาม แต่ตอนนี้บรรดา "บิ๊กไฟว์" เริ่มขยับตัวเพื่อทำการเสริมทัพกันแล้ว โดย เชลซี ดูเหมือนจะเป็นทีมที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในการคว้าแข้งดัง เพื่อหวังจะสั่นคลอนบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีกของ ลิเวอร์พูล
    "หงส์แดง" คงต้องเจอกับงานหนักในการป้องกันแชมป์ในฤดูกาลหน้า เพราะ อาร์เซน่อล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะขับเคี่ยวกับทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ อย่างเต็มที่ โดยพวกเขามีการเตรียมแผนเสริมทัพเมื่อตลาดพ่อค้าแข้งเปิดทันที

    แน่นอนว่าในช่วงซัมเมอร์นี้ ตลาดนักเตะคงครึกคักน่าดูเหมือนบรรดาเหล่า "บิ๊กไฟว์" มีการกาหัวนักเตะที่ต้องการเอาไว้แล้ว และพร้อมทุ่มอย่างเต็มที่เพื่อดึงตัวมาร่วมทีม ในขณะที่ "เดอะ เร้ดส์" ดูเหมือนว่าอาจจะไม่ได้ร่วมล่าพ่อค้าแข้งมากนัก เพราะหวังจะพึ่งดาวรุ่งพุ่งแรงของทีมมากกว่า

    ส่วนแผนการเล่น และ 11 ผู้เล่นที่ "บิ๊กไฟว์" จะนำมาใช้ในฤดูกาล 2020/2021 เป็นยังไง "เดลี่ สตาร์" สื่อดังในอังกฤษ ได้ทำการคาดการณ์กันเอาไว้แล้ว แต่จะเป็นไปได้หรือไม่ ต้องมารอดูกันต่อไป

อาร์เซน่อล

    ในช่วงซัมเมอร์นี้ อาร์เซน่อล คงมีการยกเครื่องกันน่าดู เพราะมีรายงานออกมาอย่างต่อเนื่องว่าพวกเขาอาจจะต้องเสีย ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าตัวเก่งออกไป หากสโมสรไม่สามารถคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

    บาทีมีความเป็นได้ที่ หัวหอกชาวกาบอง วัย 31 ปีจะเลือกย้ายไปเล่นให้กับสโมสรที่มีลุ้นความสำเร็จในฟุตบอลถ้วยใบโตยุโรป อย่าง อินเตอร์ มิลาน ก็เป็นไปได้ ฉะนั้น มิเกล อาร์เตต้า กุนซือชาวสแปนิช จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เงินเพื่อสร้างทีมขึ้นใหม่ตามแบบฉบับที่เขาต้องการ

    หนึ่งในนักเตะที่ อาร์เตต้า ชี้เป้าให้บอร์ดบริหารต้องเตรียมเขียนเช็คนั่นก็คือโธมัส พาร์เทย์ มิดฟิลด์ทีมชาติกานา "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ในส่วนของแนวรับเป็นจุดที่น่ากังวลมากที่สุด แต่อย่างน้อยๆ "เดอะ กันเนอร์ส" ยังมี วิลเลียม ซาลิบา ที่กลับมาประจำสโมสรหลังทำผลงานดีเยี่ยมช่วงที่ถูกส่งไปเล่นแบบยืมตัวกับ แซงต์-เอเตียน

    ขณะที่ บูกาโย่ ซาก้า ที่สามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมชุดใหญ่แน่นอนในฤดูกาลหน้า หลังนักเตะเซ็นขยายสัญญาฉบับใหม่ไปแล้ว ในส่วนของผู้เล่นที่จะเป็นกำลังสำคัญของทีมนั่นก็คือ นิโกล่าส์ เปเป้ น่าจะเป็นตัวความหวังของ อาร์เตต้า ในการไล่ล่าความสำเร็จ

     สำหรับความเป็นไปได้ในการเสริมทัพตอนนี้ อาร์เซน่อล ตกเป็นข่าวว่าอยากได้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ส่วนเกินของ บาร์เซโลน่า ส่วนอีกตำแหน่งที่พวกเขาต้องการอย่างยิ่งนั่นก็คือหน้าเป้าเพื่อหวังมาแทน โอบาเมยอง โดยอาจจะเลือกดันดาวรุ่งอย่าง เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ขึ้นมาเล่น หรือทุ่มเงินล่าตัว อองตวน กรีซมันน์ ซึ่งฟอร์มไม่แรงเลยในการเล่นกับ บาร์เซโลน่า ในซีซั่นแรก

    คาดการณ์ : อันดับ 5

    11 ตัวผู้เล่น 

    ผู้รักษาประตู :  แบร์นด์ เลโน่

    กองหลัง : คีแรน เทียร์นี่, วิลเลียม ซาลิบา , ดาวิด ลุยซ์, เอคตอร์ เบเยริน

    กองกลาง :  กรานิต ชาคา, โธมัส พาร์เทย์, บูกาโย่ ซาก้า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, นิโกล่าส์ เปเป้

    กองหน้า : อองตวน กรีซมันน์
 
เชลซี

    หลังจากโดนแบนตลาดซื้อขายนักเตะเมื่อปีที่ผ่านมา และไม่ได้ใช้เงินในเดือนมกราคมที่ผ่านมา นี้พวกเขาเริ่มขยับตัวมากขึ้น และทุ่มเงินพอสมควรเพื่อทำการเสริมทัพ  และตอนนี้ก็มีนักเตะชั้นนำเข้ามาสู่ทีมแน่นอนแล้ว 2-3 รายเพื่อหวังที่จะทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนมา

    วิลเลี่ยน กับ เปโดร คาดว่าคงจะโบกมือลาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังหมดสัญญาปัจจุบัน ขณะที่ ฮาคิม ซิเย็ค ปีก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เป็นหนึ่งในสองนักเตะชั้นยอดที่ยืนยันแล้วว่าจะเข้ามาเติมเต็มเกมรุกของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด ในฤดูกาลหน้า

    นอกจากนี้ยังมี ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าทีมชาติเยอรมนี ที่สามารถเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวรุก ฉะนั้นมีความเป็นได้สูงมากๆ ที่ "แลมพ์ส" จะจับนักเตะไปยืนทำหน้าที่เป็นหน้าเป้า โดยมี แทมมี่ อับราฮัม กับ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ค่อยเป็นกำลังเสริม ส่วน ไค ฮาแวร์ตซ์ ดาวรุ่งพุ่งแรงเลือดด๊อยท์ช จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่จะเดินตามรอยเท้าเพื่อนร่วมชาติอย่าง แวร์เนอร์ มาสวมชุด "สิงโตน้ำเงินคราม"

    อย่างไรก็ตามในส่วนที่น่าเป็นห่วงคงหนีไม่พ้นเกมรับเพราะจากสถิติถึงตอนนี้พวกเขาเก็บคลีนชีตเพียงแค่ 7 เกมในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ แลมพาร์ด พยายามที่จะหานักเตะตำแหน่งแบ็กซ้ายแทน มาร์กอส อลอนโซ่ และผู้รักษาประตู เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่เล่นผิดพลาดบ่อยมากในฤดูกาลนี้ รวมไปถึงตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก

    ตอนนี้พวกเขาเล็ง อ็องเดร โอนาน่า นายทวารอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ และ กาเบรียล มากัลเญส เซนเตอร์แบ็กจาก ลีลล์โดยทั้ง 3 รายนี้มีข่าวกับ เชลซี เยอะมาก ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะย้ายมาเป็นลูกทีมของ แลมพาร์ด
 
    คาดการณ์ : อันดับ 4

    11 ตัวผู้เล่น 

    ผู้รักษาประตู : อ็องเดร โอนาน่า

    กองหลัง : เบน ชิลเวลล์,  กาเบรียล มากัลเญส, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัสปิลิกวยต้า

    กองกลาง :  เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, ไค ฮาแวร์ตซ์

    กองหน้า : คริสเตียน พูลิซิช, ติโม แวร์เนอร์,  ฮาคิม ซิเย็ค

ลิเวอร์พูล

    เจอร์เก้น คล็อปป์ เคยออกมาเปรยว่าด้วยความไม่แน่นอนในตลาดซื้อขายนักเตะเป็นเหตุผลที่ทำให้ แชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ คงยากจะกระโดดเข้าร่วมไล่ล่าแข้งใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ ในขณะเดียวกันก็พร้อมให้โอกาสดาวรุ่งได้เจิดจรัสในทีมชุดใหญ่

    ริอาน บรูว์สเตอร์, ฮาร์วี่ย์ เอลเล็ตต์ และ เคอร์ติช โจนส์ รวมถึง เนโก วิลเลี่ยมส์ มีโอกาสที่จะได้เข้ามาเป็นตัวหลักในทีมชุดใหญ่ของ "หงส์แดง" แม้ว่าพวกเขาจะพลาดได้ตัว แวร์เนอร์ แต่มีความเป็นไปได้ที่ทีมจะคว้า คาลิดู คูลิบาลี่ แนวรับ นาโปลี โดย คล็อปป์ หวังที่จะนำมายืนคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์

    ในขณะที่ ฟาบินโญ่ ยังคงได้รับความไว้วางใจจาก "บอส" ยืนเป็นตัวหลักในแผงกองกลาง 3 ตัว และอาจเป็นไปได้ที่พวกเขาจะมีชื่อของ  ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางเชิงสูงชาวสแปนิช จาก บาเยิร์น มิวนิค ทำหน้าที่เป็นจอมทัพในการปั้นเกมให้กับทีม
   
    คาดการณ์ : อันดับ 2
 
    11 ตัวผู้เล่น 

    ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

    กองหลัง :  แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์,  คาลิดู คูลิบาลี่, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

    กองกลาง :  ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

    กองหน้า : ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คาดหวังว่าจะมีการลงทุนอย่างหนักเพื่อสร้าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังในฤดูกาลนี้พวกเขาเสียแชมป์ให้กับ ลิเวอร์พูล ที่สำคัญยังโดน "เดอะ เร้ดส์" ทำแต้มทิ้งห่างอย่างน้อยในเวลานี้ถึง 23 คะแนนเลยทีเดียว

    เป้าหมายแรกของ "เรือใบสีฟ้า" ก็คือ ดาวิด อลาบา ซึ่งทำผลงานได้อย่างสุดยอดในยุคที่ "เป๊ป" อยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค โดยนักเตะเล่นได้หลายตำแหน่งในเกมรับทั้งแบ็กซ้าย หรือเซนเตอร์แบ็กก็ได้ ขณะเดียวกัน เอริค การ์เซีย จะทำหน้าที่คู่กับ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์

    ในส่วนของ ดาบิด ซิลบา เตรียมจะอำลาสโมสร และ แฟร์นันดินโญ่ ก็เริ่มโรยราแก่ชราตามวัย ฉะนั้นถึงเวลาแล้วที่ ฟิล โฟเด้น กับ โรดริโก้ จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในแผงกองกลาง ขณะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ทำหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์ ส่วนในแดนหน้า เซร์คิโอ อเกวโร่ ยังคงเป็นตัวความหวังในการล่าตาข่าย โดยมี ริยาด มาห์เรซ กับ ราฮีม สเตอร์ลิง เป็นตัวสนับสนุนทางริมเส้น
 
    คาดการณ์ : อันดับ 1
 
    11 ตัวผู้เล่น

    ผู้รักษาประตู : เอแดร์ซอน

    กองหลัง : ดาวิด อลาบา, เอริค การ์เซีย, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, ไคล์ วอล์คเกอร์

    กองกลาง : เควิด เดอ บรอยน์, โรดริโก้, ฟิล โฟเด้น

    กองหน้า : ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่, ราฮีม สเตอร์ลิง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

    เดือนมกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อพวกเขาได้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เข้ามาเสริมทัพ และ ดาวเตะชาวโปรตุกีส เปลี่ยนเกมของ "ปีศาจแดง" ไปอย่างสิ้นเชิง ที่สำคัญการประสานงานกับ ปอล ป็อกบา ยิ่งทำให้ทีมมีมิติในเกมรุกน่ากลัวมากยิ่งขึ้น

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำ แมนฯ ยูไนเต็ด สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นถึง 16 แมตช์ (ชนะ 12, เสมอ 4) จากทุกรายการที่ลงเล่น โดย "น้าลูกอม" ยังให้โอกาสแข้งในศูนย์ฝึกเยาวชนได้ก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดอย่าง แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ น่าจะยึดตำแหน่งตัวจริงแบ็กซ้ายแทน ลุค ชอว์

    ส่วน ป็อกบา ตอนนี้ฟิตสมบูรณ์แล้ว และทำผลงานได้เข้าขากับ แฟร์นันด์ส ราวกับว่าเล่นร่วมกันมานานหลายปี ขณะที่แนวรุกพวกเขาอาจจะได้ เจดอน ซานโช่ ปีกตัวจี๊ด "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเสริมทัพ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น แดเนี่ยล เจมส์ คงจะต้องไปนั่งในซุ้มม้านั่งสำรอง

    ในส่วนของเกมรุก โซลชา พร้อมให้โอกาส เมสัน กรีนวู้ด ได้ยืนเป็นหน้าเป้า และเลือก อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล เป็นยางอะไหล่ ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด คงทำหน้าที่เป็นแนวรุกริมเส้นฝั่งซ้าย

    คาดการณ์ : อันดับ 3
 
    11 ตัวผู้เล่น

    ผู้รักษาประตู : ดาวิด เด เคอา

    กองหลัง :  แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า

    กองกลาง : ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช, บรูโน่ แฟร์นันด์ส

    กองหน้า : มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด, เจดอน ซานโช่

เชลซีฉกเด็กผี,ซิตี้โละอเกวโร่! อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

กลับมาอีกครั้งสำหรับการอัพเดตข่าวคราวตลาดซื้อ-ขายนักเตะที่น่าสนใจในลีกยุโรป ซึ่งก็แน่นอนว่า ล่าสุดมีดีลใหญ่เกิดขึ้นแล้ว ระหว่าง ยูเวนตุส กับ บาร์เซโลน่า ขณะที่ เชลซี มีแผนที่จะกระชากตัวแข้งดาวรุ่งฝีเท้าดีของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมก๊วนแบบฟรีๆ นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับ คาลิดู คูลิบาลี่ ยอดปราการหลัง นาโปลี ที่กำลังมีข่าวเกี่ยวโยงกับ ลิเวอร์พูล อีกด้วย แต่จะเป็นไปในทิศทางไหนนั้น มาติดตามกันเลย
           – บาร์เซโลน่า คอนเฟิร์ม ปล่อยตัว อาร์ตูร์ เมโล่ กองกลางเลือดแซมบ้า ให้กับ ยูเวนตุส เรียบร้อย ที่ราคา 72 ล้านยูโร (ประมาณ 2,520 ล้านบาท) + โบนัส 10 ล้านยูโร (ประมาณ 350 ล้านบาท) ขณะเดียวกันก็จะได้ตัว มิราเล็ม ปาริช ห้องเครื่องชาวบอสเนียฯ จากค่าย "ม้าลาย" ในราคา 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) + โบนัส 5 ล้านยูโร (ประมาณ 175 ล้านบาท) แต่ทั้งสองจะยังอยู่ช่วยต้นสังกัดปัจจุบันจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้

           – นอกจากนี้ บาร์เซโลน่า ได้มีการเสนอขาย อีวาน ราคิติช กองกลางชาวโครแอต ให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เนื่องจากตัวนักเตะเหลือสัญญาในถิ่น คัมป์ นู อีกแค่ปีเดียว และต้องการทำเงินเข้าสโมสร (Foot Mercato)

           – อินเตอร์ มิลาน จ่อเต็มทีที่จะปิดดีลคว้าตัว อาชราฟ ฮาคิมี่ แบ็กขวาจอมบุกของ เรอัล มาดริด ในราคา 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,400 ล้านบาท) + โบนัส 5 ล้านยูโร (ประมาณ 175 ล้านบาท) โดยคาดว่านักเตะจะเข้ารับการตรวจร่างกายและเซ็นสัญญา 5 ปีกับ "งูใหญ่" ภายในวันนี้ (Fabrizio Romano)

           – ซาโลมง กาลู อดีตแข้ง เชลซี เตรียมย้ายจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ไปค้าแข้งที่บราซิลกับ โบตาโฟโก้ แบบไร้ค่าตัว ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจาก คาร์ลอส ออกุสโต้ มอนเตเนโกร หนึ่งในผู้บริหารของทีมดังแดนแซมบ้า 

           – ลิเวอร์พูล ไม่มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ นาโปลี มาร่วมทัพหลังจบซีซั่นนี้ ถึงแม้ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีข่าวพร้อมแย่งชิงตัวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ตาม (Sky Sports)

           – อินเตอร์ มิลาน กำลังพิจารณาขาย มิลาน สคริเนียร์ เซนเตอร์แบ็กตัวเก่ง หลังจบฤดูกาลนี้ โดยที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือหนึ่งในสโมสรที่กำลังให้ความสนใจ และอาจจะใช้ เซร์คิโอ อเกวโน่ ยอดดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ เป็นส่วนหนึ่งในดีลคว้าตัว สคริเนียร์ (Calciomercato)

           – อาร์เซน่อล และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เป็นสองในหลายๆ สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก ที่กำลังให้ความสนใจจะเซ็นสัญญากับ วูท เว็กฮอร์สท์ หัวหอกตัวเก่ง เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก โดยคาดว่า ดาวยิงชาวดัตช์วัย 27 ปี มีค่าหัวอยู่ที่ราว 35 ล้านยูโร (ประมาณ 1,225 ล้านบาท) (Bild)

           – เชลซี เล็งที่จะคว้าตัว อังเคล โกเมส มิดฟิลด์ดาวรุ่ง ที่กำลังจะหมดสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สิ้นเดือนนี้ มาร่วมก๊วนแบบฟรีๆ หลัง ดาวเตะวัย 19 ปี เมินขยายสัญญาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด (Independent)

           – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเปิดศึกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการล่าตัว แจ็ค กรีลิช ปีกกัปตันทีม แอสตัน วิลล่า เนื่องจากกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังมองหาตัวแทนของ ลีรอย ซาเน่ ปีกจรวดชาวเยอรมัน ที่เตรียมอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ (Telegraph)

           – อาแอส โรม่า หวังที่จะกระชากตัว เอดินสัน คาวานี่ ยอดดาวยิงชาวอุรุกวัย ซึ่งกำลังจะหมดสัญญากับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สิ้นเดือนนี้ มาเสริมแนวรุก โดยเตรียมยื่นข้อเสนอสัญญา 3 ปี ให้ตัวนักเตะพิจารณา (Sport 890)

           – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังเจรจาอยู่กับ บอร์นมัธ เกี่ยวกับเรื่องขอซื้อตัว นาธาน อาเก้ ปราการหลังชาวดัตช์ มาเสริมแนวรับ โดยคาดว่า อดีตแข้ง เชลซี มีค่าหัวอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,560 ล้านบาท) (Athletic)

           – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีความสนใจที่จะคว้าตัว ลูกัส บาซเกซ ตัวรุก เรอัล มาดริด โดยเชื่อว่า "ราชันชุดขาว" พร้อมขายที่ราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 875 ล้านบาท) แต่ "ไก่เดือยทอง" หวังปิดดีลให้ได้ที่วงเงิน 17 ล้านยูโร (ประมาณ 595 ล้านบาท) (Mundo Deportivo)

           – บอร์ฆา มาโยราล หัวหอก เรอัล มาดริด ที่ตอนนี้เล่นให้กับ เลบานเต้ แบบสัญญายืมตัว กำลังตกเป็นเป้าเสริมทัพของทั้ง บาเลนเซีย และ บียาร์เรอัล (AS)

           – อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม พร้อมพิจารณาขายสามแข้งดาวดังประจำทีมอย่าง อ็องเดร โอนาน่า, นิโกสัส โอตาเมนดี้ และ ดอนนี่ ฟาน เดอร์ เบค ช่วงซัมเมอร์นี้ โดยสองรายแรกมีข่าวได้รับความสนใจจาก เชลซี ส่วนรายหลังสุดเป็นแข้งเป้าหมายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Sun)

รู้จักกับ อิกอร์ โกเมส เจ้าของฉายา นิว กาก้า ที่ ลิเวอร์พูล สนใจ

ในขณะที่ ลิเวอร์พูล กำลังเตรียมที่จะฉลองแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีนั้น มันก็มีข่าวลือว่าพวกเขากำลังสนใจที่จะคว้าตัว อิกอร์ โกเมส กองกลางดาวรุ่งของ เซา เปาโล มาร่วมทัพ โดยที่แข้งวัย 21 ปี ถึงขั้นได้รับฉายาจากหลายคนว่าเป็น "นิว ริคาร์โด้ กาก้า" เลยด้วย
    แน่นอนว่ามันไม่ได้หมายความว่า โกเมส จะมีแววเก่งเหมือนกับ กาก้า ได้จริงๆ แต่ถ้าเกิด ลิเวอร์พูล ได้ตัวเขาไปร่วมทัพมันก็คงไม่เสียหายอะไรนัก โดยเฉพาะถ้าพิจารณาถึงเรื่องที่ซีซั่นหน้าตัวเลือกในแผงกลางของพวกเขาจะน้อยลง จากการที่ อดัม ลัลลาน่า เตรียมที่จะบอกลาทีม และวันนี้เราจะมาทำความรู้จักคร่าวๆ ถึง โกมส กัน

    – ชีวิตตอนเป็นเยาวชน
    แมวมองของ เซา เปาโล มองเห็นแววเด่นของ โกเมส ในตอนที่เขายังเล่นฟุตบอลในย่าน ริโอ เปรโต โดยที่ตอนนั้น โกเมส มีอายุเพียงแค่ 8 ขวบเท่านั้น ก่อนที่จะจับเขาเซ็นสัญญากับทีมในอีก 2 ปีต่อมา แล้วจากนั้นเขาก็ได้เข้าอะคาเดมที่ของ เซา เปาโล

 


 

    โกเมส ถือเป็นกำลังสำคัญในทีมเยาวชนของ เปา เปาโล เพราะเขาสามารถพาทีมรุ่นเยาวชนได้แชมป์ถึง 6 รายการด้วยกัน ซึ่งดูแล้วมันก็น่าจะทำให้อนาคตของเขาสดใส น่าเศร้าที่มันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะตอนแรกเขาเจอปัญหาในการขึ้นไปเล่นกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี

    "ผมโทษตัวเองสำหรับเรื่องนั้น ผมโทษตัวเองมากเกินไปในตอนที่ตัวเองทำพลาด ผมหมกมุ่นกับมันอย่างรุนแรงจนไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งมีนส่งผลกับเกมการเล่นของผมอย่างมาก เนื่องจากมันทำให้ผมไม่สามารถพัฒนาการเล่นของตัวเองได้ จนสุดท้ายผมก็ต้องทำงานเพื่อแก้ปัญหานั้น" โกเมส เคยเปิดใจกับเรื่องดังกล่าว


 

    ยังดีที่สุดท้าย โกเมส เอาชนะปัญหานั้นได้ จนสุดท้ายเขาก็ได้แชมป์รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีในการแข่งขันของรัฐ ก่อนที่จะได้ขึ้นไปเล่นให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี พร้อมกับนำทีมได้แชมป์อีก 1 รายการ นั่นคือ โกปา โด บราซิล จนสุดท้ายเขาก็ได้ขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่

    – เส้นทางในทีมชุดใหญ่
    ที่จริงถ้าจะบอกว่า โกเมส มีโชคช่วยจนได้ขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ของ ซานโตส มันก็ไม่ผิดนัก เพราะคนที่ให้โอกาสเขาได้ประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่คือ อันเดร ชาร์ดีน กุนซือทีมรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีที่โดนดันขึ้นไปคุมทีมชุดใหญ่แบบขัดตาทัพแทน ดีเอโก้ อากีร์เร่ ที่ถูกเด้งออกจากตำแหน่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2018 และ ชาร์ดีน ก็เชื่อใจในฝีเท้าของเจ้าหนูที่เขาเคยร่วมงานด้วยจนเรียกเขามาใช้งานในทีมชุดใหญ่ โดยเกมแรกที่เขาได้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่คือนัดที่ เซา เปาโล เจอกับ สปอร์ต เรซิเฟ่ และผลการแข่งขันก็จบลงที่การเสมอกัน 0-0

    อย่างไรก็ตาม โกเมส ก็สมควรได้รับเครดิตจากการตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจนั้นเช่นกัน เพราะแม้ว่า ว๊ากเนอร์ มันชินี่ จะเข้ามาคุมทีมแทน ชาร์ดีน ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2019 แต่ โกเมส ก็ยังได้อยู่กับทีมชุดใหญ่ต่อไป ก่อนที่จะได้ลงเล่นให้กับทีมในระดับหนึ่งในยุคของ มันชินี่

    ที่จริง โกเมส เคยเจอช่วงเวลาที่สุ่มเสี่ยงจะต้องบอกลา เซา เปาโล เช่นกัน เพราะในยุคของ กูก้า ที่เข้ามาคุมทีมเมื่อช่วงเดือนเมษายน ปี 2019 นั้น เขาได้รับโอกาสลงเล่นน้อยพอตัว จนถึงขนาดที่ได้เป็นตัวจริงเพียง 2 เกม และได้ลงเป็นตัวสำรอง 12 นัด โดยมันเคยมีการคุยเรื่องที่จะให้เขาไปเล่นแบบยืมตัวด้วย

 


 

    ถึงกระนั้น หลังจากที่ เฟร์นันโด ดินิซ เข้ามาคุมทีม เซา เปาโล แทนที่ กูก้า เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปีก่อน กราฟชีวิตของ โกเมส ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขาได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน ปีก่อน เป็นต้นมานั้น เขาได้ลงเล่นในลีกไปทั้งหมด 18 เกม จากทั้งหมด 21 นัด และหนึ่งในนัดที่เขาอดลงเล่นมันก็เป็นเพราะเจ้าตัวติดโทษแบนจากการสะสมใบเหลืองครบ ไม่ใช่เพราะเล่นได้แย่แต่อย่างใด

    – ผลงานซีซั่นก่อน
    โกเมส โดนเปรียบเทียบกับ กาก้า จากคุณสมบัติหลายด้าน อย่างเช่นการวิ่งขึ้นหน้าที่ทรงพลัง, การครองบอลได้ดีในตอนที่โดนประกบติด, ความมุ่งมั่นในการเล่น แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เขาได้รับคำชมอย่างมากคือการผ่านบอล ในฤดูกาลที่แล้ว โกเมส สามารถผ่านบอลเข้าเป้าได้ถึง 83.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงเป็นอันดับ 5 ของลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หากนับเฉพาะนักเตะที่อายุไม่ถึง 22 ปี


 

    ขณะเดียวกัน ซีซั่นก่อนเขายังผ่านบอลในแดนของคู่แข่งได้มากถึง 400 ครั้ง สูงเป็นอันดับ 3 ของลีก แพ้เพียง อ็องโตนี่ (749 ครั้ง) กับ ลวน ซานโตส (404 ครั้ง) เท่านั้น แต่ โกเมส สามารถทำตัวเลขให้สูงระดับนั้นได้ทั้งที่ลงเล่นน้อยกว่าทั้ง 2 คนไป 1,037 นาที กับ 257 นาที ตามลำดับ

    ฟอร์มดังกล่าวทำให้ เรอัล มาดริด เคยมีข่าวว่าอยากได้เขาไปร่วมทัพมากแล้ว ก่อนที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จะเหล่เขาเหมือนกัน จนกระทั่งล่าสุด ลิเวอร์พูล ก็ลงมาร่วมวงด้วย ซึ่งก็ต้องรอดูกันว่าสุดท้ายแล้วเพชรเม็ดนี้จะตัดสินใจกับอนาคตของตัวเองยังไงต่อไป

 

รวยซะอย่าง!เชลซีเล็งทุ่มกว่า4พันล้านล่า “โรนัลโด้”

"สิงห์บลูส์" เชลซี คึกเหลือเกินช่วงนี้ โดยล่าสุดมีข่าวเตรียมเงินกว่า 4 พันล้านบาท ไว้ใช้ล่าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวยิง ยูเวนตุส หลังจบซีซั่นนี้ เผยมีไม้เด็ดในการปิดดีลนี้ด้วย
    เชลซี สโมสรมหาเศรษฐีแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังพิจารณาทุ่มเงินก้อนโต 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) เพื่อล่าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสของ ยูเวนตุส ยอดสโมสรลูกหนังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มาเสริมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานจาก ดอน บาลอน สื่อกีฬาชั้นนำของสเปน เมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    ถึงแม้ โรนัลโด้ กระทุ้งไปแล้วถึง 53 ประตู จากการลงเล่นให้ ยูเว่ รวมทุกรายการ 76 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสข่าวจากอิตาลีว่า "ม้าลาย" อาจจะตัดสินใจขายเจ้าตัวทิ้งหลังจบฤดูกาลนี้ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายภายในสโมสร

    ล่าสุด ดอน บาลอน ระบุว่า "สิงห์บลูส์" เตรียมงบไว้แล้ว 120 ล้านยูโร สำหรับการล่าตัว อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด วัย 35 ปี มายังถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยเชื่อกันว่า โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรชาวรัสเซีย หวังที่จะใช้ความสัมพันธ์อันดีกับ จอร์จ เมนเดส เอเจนต์ของ โรนัลโด้ เป็นตัวขับเคลื่อนดีลนี้

    ทั้งนี้ เชลซี กำลังปรับทัพในแนวรุก เนื่องจาก วิลเลี่ยน และ เปโดร กำลังจะหมดสัญญา ขณะที่ มิชี่ บาตชูอายี่ ก็มีแววที่จะถูกขายทิ้ง โดยตอนนี้พวกเขาปิดดีลคว้าตัว ฮาคิม ซิเยค ปีกทีมชาติโมร็อกโก มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้เรียบร้อย แถมกำลังจะได้ตัว ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกดาวดัง แอร์เบ ไลป์ซิก อีกราย

แฟนผีเลือกใคร? วิเคราะห์ 3 มิดฟิลด์เป้าหมายแมนยู

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีข่าวเชื่อมโยงกับนักเตะหลายคนในปีนี้ และดูเหมือนโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังต้องการมิดฟิลด์อีกหนึ่งคนเพื่อมาเสริมแกร่งและขยายทีมให้ใหญ่มากขึ้นหลังจากฤดูกาลนี้มีนักเตะเจ็บหลายคน ขณะที่อนาคตของ ปอล ป็อกบา ก็ยังคงไม่แน่นอน ดังนั้นเรามาดู 3 นักเตะกองกลางที่ "ปีศาจแดง" ควรพิจารณาซื้อตัวมาเข้าทีม
3.โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ (บาเยิร์น มิวนิค)

    เมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังให้ความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ โตลิสโซ่ และเริ่มเปิดฉากเจรจากับเอเจนต์แล้วด้วยแต่ล่าสุดเอเจ้นท์ของเขาก็ปฏิเสธว่ายังไม่มีการพูดคุยกับทางฝั่ง "ปีศาจแดง"

    มิดฟิลด์วัย 25 ปีเคยเป็นที่ต้องการตัวสมัยอยู่ โอลิมปิก ลียง จนสุดท้ายได้ย้ายมา บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 41.5 ล้านยูโร ในปี 2017 อย่างไรก็ตามเจ้าตัวอาจจะมองหาทีมใหม่ในเร็วๆนี้เพื่อโอกาสลงเล่นที่มากขึ้นเนื่องจากตกเป็นตัวสำรองบ่อยครั้ง

    เจ้าตัวเคยออกมาพูดว่าเขาชอบลงเล่นในตำแหน่งที่อยู่หน้าแนวรับ ซึ่งสำหรับ แมนฯยูไนเต็ด แน่นอนว่าเขาคงจะได้มาสานต่อ เนมานย่า มาติช ที่อายุมากขึ้น

    “ผมชอบลงเล่นเป็นมิดฟิลด์หน้าแผงแนวรับ ผมชอบเห็นเกมข้างหน้าผม ผมจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นในตำแหน่งนี้ ผมยังชอบขยับขึ้นไปเล่นเป็นตำแหน่งหมายเลข 8 ซึ่งมันทำให้ผมได้เล่นเกมรุกและยิงประตูมากขึ้น ผมก็ชอบประตูเหมือนกัน”

    อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่ากังวลสำหรับกองกลางรายนี้คืออาการบาดเจ็บซึ่งทำให้เขาพลาดการลงเล่นถึง 55 นัดใน 3 ปีและใช้เวลามากกว่า 300 วันในการรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องความสามารถแล้วมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสถือว่าไม่เป็นสองรองใคร

    ฤดูกาลนี้เขาลงเล่นในลีกไปเพียง 13 นัดทำ 1 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ แต่ใน ชปล. ถือว่าฟอร์มใช้ได้ทีเดียวหลังมีสถิติยิง 2 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์ในการลงเล่น 6 นัด

    ความมีระเบียบวินัยของเขาในเกมรับเป็นสิ่งที่โดดเด่นมาก โดยเขาเพิ่งจะโดนใบเหลืองเพียงแค่ 17 ใบใน 7 ปีหลังสุดและโดนใบแดงแค่ครั้งเดียว เปรียบเทียบกับ เฟร็ด ซึ่งตอนนี้โดนใบเหลืองไปแล้ว 7 ใบในฤดูกาล 2019/20

    ไม่รู้ว่าความสนใจของ “ปีศาจแดง” จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ต้องมารอดูกันหลังจบฤดูกาล แต่เจ้าตัวก็ต้องเรียกความฟิตจากอาการบาดเจ็บในตอนนี้ให้ได้เร็วที่สุดหากต้องการจะเป็นตัวจริงหรือย้ายทีม

2.ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค (อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม)

    กลายเป็นข่าวฮือฮาสำหรับแฟน “ผีแดง” ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเมื่อ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ซีอีโอของอาแจ็กซ์ ออกมาเปิดเผยว่า เรอัล มาดริด และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความสนใจอย่างชัดเจนในตัวของ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางคนเก่งของทีม   

    มิดฟิลด์วัย 23 ปีเป็นหนึ่งในนักเตะชุดที่อาแจ็กซ์ทะลุรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2018/19 แถมเขายังเป็นยิงในรอบ 8 ทีมและรอบรองชนะเลิศอีกด้วย นอกจากนี้เขายังช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกฮอลแลนด์ในฤดูกาลนั้น

    ฟาน เดอ เบ็ค ถือเป็นมิดฟิลด์จอมเทคนิคที่มีประโยชน์ต่อการเคลื่อนเกมในแดนกลาง พูดง่ายๆคือเป็นนักเตะที่มักเป็นผู้ปิดทองหลังพระให้ทีม ส่วนใหญ่เจ้าตัวจะออกสตาร์ทตัวจริงเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางและบางครั้งยังถอยเป็นมิดฟลิด์ตัวรับได้ด้วย

    เขามีค่าเฉลี่ยแท็กเกิ้ล 2 ครั้งต่อเกม ยังมีทักษะการสร้างสรรค์เกมและยิงประตูซึ่งฤดูกาลนี้ก็ยิงไปแล้ว 10 ลูกและทำ 11 แอสซิสต์ในทุกรายการ

    เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตกุนซือสเปอร์ส เคยกล่าวชื่นชมนักเตะคนนี้หลังเกมรอบรองชนะเลิศ ชปล.นัดแรกว่า “ไม่มีใครพูดถึงเขาเลย (ฟาน เดอ เบ็ค) เขาเป็นนักเตะที่ทรงพลังมากในเกมนี้ เขาอยู่ด้านหลังของ (ดูซาน) มาดิช, เขาทำงานหนัก, เขาสอดขึ้นมา และยิงประตู”

    อุปสรรคเดียวในตอนนี้ที่ขวาง “ผีแดง” จาก ฟาน เดอ เบ็ค คือ เรอัล มาดริด ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่า “ราชันชุดขาว” ตกลงค่าตัวของเขากับ อาแจ็กซ์ ไปได้แล้วที่ 50 ล้านยูโร แต่ตัดสินใจที่จะยังไม่เดินหน้าเจรจาให้เสร็จสิ้น เพราะผลกระทบทางการเงินจากไวรัสโควิด-19

1.แจ็ค กรีลิช (แอสตัน วิลล่า)

    นอกเหนือจาก เจดอน ซานโช่ แล้ว แจ็ค กรีลิช ถือเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักของ “ปีศาจแดง” หลังจบฤดูกาลนี้ แผนการเสริมทัพของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คือการนำเข้านักเตะในพรีเมียร์ลีกหรือในฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งเราได้เห็นจากการซื้อตัวเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์, อารอน วาน-บิสซาก้า และแดเนียล เจมส์

    ฤดูกาลนี้ แจ็ค กรีลิช มีส่วนร่วมกับประตูในลีกถึง 13 ลูก (7 ประตู/ 6 แอสซิสต์) เขาถือเป็นหนึ่งในสองผู้เล่นของท็อป 5 ลีกยุโรปที่สร้างโอกาสทำประตูถึง 50 ครั้งในฤดูกาลนี้ (อีกหนึ่งคนคือ เควิน เดอ บรอยน์) และยังมากกว่ามิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษคนอื่นๆในพรีเมียร์ลีกถึง 21 ครั้ง

    นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาจะเข้ามาสร้างความหลากหลายในแนวรุกให้กับ แมนฯยูไนเต็ด ต่างออกไปจาก ฟาน เดอ เบ็ค และโตลิสโซ่ ซึ่งเป็นกองกลางที่มีหน้าที่ดูแลมิดฟิลด์แดนกลาง ขณะที่ กรีลิช จะเน้นไปทางสร้างสรรค์เกมรุกเสียมากกว่า

    กรีลิช ออกสตาร์ทตัวจริงในฤดูกาลนี้ทั้งหมด 26 นัด โดยเขาลงเล่นเป็นปีกซ้าย 11 นัด แนวรุกวัย 24 ปีมีสถิติเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งเฉลี่ย 2.2 ครั้งต่อเกมและยังเรียกฟาวล์เฉลี่ยถึง 4.9 ครั้งต่อเกม เจ้าตัวเป็นนักเตะที่เก่งในเรื่องการเลี้ยงบอลในพื้นที่แคบและการเลี้ยงฝ่ากองหลังด้วยสกิลที่ยอดเยี่ยม นอกจากนี้การสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้แอสตัน วิลล่ายังแสดงถึงภาวะผู้นำด้วย

    อย่างไรก็ตาม หลายสื่อรายงานตรงกันว่าปัญหาอยู่ที่ค่าตัวเนื่องจาก แอสตัน วิลล่า ต้องการจำนวนเงินราว 75-80 ล้านปอนด์หากพวกเขารอดตกชั้น และในกรณีที่ทีมตกชั้นมีโอกาสเหมือนกันที่ราคาจะถูกดร็อปลงมา

    หากไม่พูดถึงราคา กัปตันทีมวิลล่าก็ถือว่าเป็นนักเตะที่ตรงสเป็คทุกอย่าง โซลชา ต้องมารอดูกันว่าหลังจบฤดูกาลนี้ “ผีแดง” จะซิวตัวได้สำเร็จหรือไม่?

เจ๋งๆทั้งนั้น!เสี่ยหมีทุบคลังเชลซีเล็ง4นักเตะ

เปิดชื่อ 4 นักเตะที่ เชลซี หวังดึงมาร่วมทีม หลัง "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช พร้อมทุบคลังให้ไปลุยเต็มตัว
     โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี พร้อมสนับสนุนการเงินให้ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่ม นำไปซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทัพในฤดูกาลหน้า ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก สื่ออังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นนักเตะที่ แลมพาร์ด อยากได้มาสักพักแล้ว โดย เชลซี หวังว่า "สุนัขจิ้งจอก" จะยอมลดค่าตัวจากที่ตั้งไว้ 85 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,315 ล้านบาท) หลังวงการลูกหนังต้องเจอปัญหาทางการเงินเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    ขณะที่ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นนักเตะอีกรายที่ เชลซี อยากได้ แต่ต้องแข่งกับอีกหลายทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค และ ลิเวอร์พูล แถมค่าตัวในเวลาพุ่งขึ้นไปไม่ต่ำกว่า 80 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,120 ล้านบาท) แล้ว หลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมตั้งแต่ บุนเดสลีกา รีสตาร์ท

    ด้าน จาดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็เป็นผู้เล่นที่ "สิงห์บลูส์" สนดึงมาเสริมทัพในซีซั่นหน้าเช่นกัน โดยคาดว่าค่าตัวไม่ต่ำกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,900 ล้านบาท) แถมทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล อยากได้เหมือนกันด้วย

    นักเตะรายสุดท้ายที่ เชลซี ต้องการดึงมาร่วมทีมคือ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้า แอร์เบ ไลป์ซิก ซึ่งต้องแย่งกับ ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยรายงานระบุว่านักเตะมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ราว 51 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,989 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ เชลซี ได้นักเตะมาเสริมทัพล่วงหน้าแล้ว 1 รายคือ ฮาคิม ซิเย็ค กองกลางตัวรุกทีมชาติโมร็อกโก ที่ดึงมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัวราว 33 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,287 ล้านบาท)

 

ส่องไลน์อัพเชลซีถ้าได้แวร์เนอร์-ฮาร์แวร์ทซ์

คาด 11 ตัวจริง เชลซี ในซีซั่นหน้า ถ้าได้ทั้ง ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์ และ เบน ชิลเวลล์ แต่อาจต้องเสีย 2 สตาร์ไปจากทีม

     เชลซี กำลังพยายามเดินหน้าเสริมทัพเพื่อสู้ศึก พรีเมียร์ลีก และไปเล่นถ้วยยุโรปในฤดูกาล 2020/21 อย่างหนัก โดยคาดว่า จะได้ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้า แอร์เบ ไลป์ซิก มาเข้าถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยค่าตัว 53 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,120 ล้านบาท)

    นอกจากนั้น "สิงห์บลูส์" ยังยื่นข้อเสนอ 75 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,000 ล้านบาท) ให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เพื่อขอซื้อ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งอีกด้วย โดยหากได้มาร่วมทีมจะส่งผลให้ เชลซี มีลุ้นถึงแชมป์ได้เลยทีเดียว

   ก่อนหน้านี้ เชลซี เซ็นสัญญาล่วงหน้าดึง ฮาคิม ซิเย็ค กองกลางตัวรุกทีมชาติโมร็อกโก มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้น ยังเล็งดึง เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้าย เลสเตอร์ ซิตี้ อีกรายด้วย

    อย่างไรก็ตาม เมื่อมีนักเตะย้ายเข้ามาก็คงต้องมีคนย้ายออกไป โดยสตาร์ที่ เชลซี อาจปล่อยคือ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ที่ช่วงหลังเจ็บบ่อย และมีข่าว ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อยากได้ และ จอร์จินโญ่ ที่อาจกลับไปร่วมงานกับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือ ยูเวนตุส

   ขณะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี มักใช้ระบบการเล่นแบบ 4-3-3 โดยหน้าตาของ 11 ตัวจริง "สิงห์บลูส์" ในฤดูกาลหน้าตามที่ เดอะ ซัน สื่ออังกฤษ คาดการณ์น่าจะออกมาเป็นแบบนี้ถ้าได้ทั้ง แวร์เนอร์, ฮาร์แวร์ทซ์ และ ชิลเวลล์ แต่ต้องเสีย ก็องเต้ กับ จอร์จินโญ่

ผู้รักษาประตู: เกปา อาร์ริซาบาลาก้า
กองหลัง: รีซ เจมส์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ฟิคาโย่ โทโมริ, เบน ชิลเวลล์
กองกลาง: เมสัน เมาท์, บิลลี่ กิลมอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์
กองหน้า: ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, คริสเตียน พูลิซิช

เผยแมนยูพร้อมโละใครเปิดทางคว้าฟานเดอเบ็คร่วมทัพ

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมโละ อันเดรียส เปเรยร่า เพื่อแลกกับการได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาเสริมแกร่ง โดยเชื่อกันว่าจะมี 3 ทีมจาก พรีเมียร์ลีก ที่อยากได้ เปเรยร่า ไปร่วมทัพ

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมที่จะปล่อย อันเดรียส เปเรยร่า เพื่อเป็นการปูทางเฟา ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมัทพ ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเสริมทัพอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยนอกจาก ฟาน เดอ เบ็ค แล้วนั้น พวกเขายังตกเป็นข่าวกับนักเตะอายุน้อยที่ฝีเท้าดีอีกหลายคน อย่างเช่น เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นต้น

    ทั้งนี้ เดอะ มิร์เรอร์ บอกว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด โดนสั่งให้ต้องปล่อยนักเตะออกจากทีม 1 คน เพื่อให้ ฟาน เดอ เบ็ค เข้ามาอยู่กับทีมได้ และสุดท้ายคนที่โดนหวยก็คือ เปเรยร่า โดยถึงแม้ซีซั่นนี้เขาจะได้ลงเล่นเยอะพอตัว แต่หลายคนก็มองว่าผลงานของเขาไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นัก

    นอกจากนี้ กูรูหลายคนก็เชื่อว่าที่ เปเรยร่า ได้ลงเล่นเยอะเป็นแค่เพราะ ปอล ป็อกบา กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เคยต้องพักยาวเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่ก็ฟิตอีกครั้งแล้ว แถมแผงกลางของ "ปีศาจแดง" ก็ยังมีนักเตะอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ เฟร็ด อีก

    สื่อเจ้าเดิมบอกว่า นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด น่าจะสนใจที่จะเอา เปเรยร่า ไปร่วมทัพ แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเงินขั้นต่ำเท่าไหร่เพื่อเป็นค่าหัวของเขา