เร่เข้ามา!แมนยูปักป้ายราคาขาย9นักเตะส่วนเกิน

เปิดค่าตัว 9 นักเตะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมปล่อยออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในซัมเมอร์นี้ เพื่อระดมทุนไปซื้อแข้งใหม่ต่อจาก ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ เข้ามาเสริมทัพเป็นรายแรกในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจ่ายค่าตัวให้กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จำนวน 39 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,599 ล้านบาท)

นอกจากนั้น "ปีศาจแดง" ยังเล็งคว้าเซนเตอร์แบ็กเข้ามาอีกคน โดยที่มองๆ อยู่ในเวลานี้คือ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ของ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ คาลิดู คูลิบาลี่ ของ นาโปลี รวมถึงยังอยากได้ปีกขวาและกองหน้าตัวเป้าอีกด้วย

แน่นอนว่า เมื่อมีนักเตะเข้ามาก็ต้องมีคนย้ายออกไป โดยที่อยู่ในข่ายโดนโละมี 9 คน และตั้งราคาเอาไว้ดังนี้

1. เจสซี่ ลินการ์ด – 15 ล้านปอนด์

กองกลางวัย 28 ปี เป็นผลผลิตจากอคาเดมี่ของสโมสร โดยเคยได้รับการจับตามองว่าน่าจะมีอนาคตสดใส แต่สุดท้ายก็เข็นไม่ขึ้น หลังทำผลงานไม่ดี แม้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พยายามให้โอกาสก็ตาม

 ลินการ์ด ได้รับความสนใจจาก นิวคาสเซิ่ล ยูโนเต็ด และ โรม่า โดยที่ "ปีศาจแดง" พร้อมปล่อยถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์

2. อันเดรส เปเรยร่า – 15 ล้านปอนด์

คู่หูเบอร์ 14-15 คงต้องไปพร้อมกัน หลัง เปเรยร่า ก็เข็นไม่ขึ้นเหมือนกัน แถมการมาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ ฟาน เดอ เบ็ค ยิ่งทำให้อนาคตของเจ้าตัวมืดมนไปอีก 

ในเวลานี้ เบนฟิก้า และ บาเลนเซีย กำลังให้ความสนใจ เปเรยร่า และค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ก็น่าจะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมปล่อยแล้ว

3. คริส สมอลลิ่ง – 20 ล้านปอนด์

แม้ สมอลลิ่ง จะไปทำผลงานได้ดีในการเล่นให้ โรม่า แบบยืมตัว แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด คงไม่ดึงกลับมา และพร้อมขายขาดด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์

4. ฟิล โจนส์ – 8 ล้านปอนด์

กองหลังวัย 28 ปี ต้องเจอกับซีซั่นที่ยากลำบาก เพราะทำผลงานไม่ดีเวลาที่ได้โอกาสลงสนาม ทำให้คงหมดอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แถมบาดเจ็บออดๆ แอดๆ อีกด้วย

โจนส์ ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปแค่ 43 เกมตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สนดึงไปร่วมทีม และ "ปีศาจแดง" พร้อมปล่อยให้แค่ 8 ล้านปอนด์เท่านั้น

5. ดีโอโก้ ดาโลต์ – 10 ล้านปอนด์

ดาโลต์ มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอยู่ต่อเนื่องทำให้ไม่ค่อยได้ลงสนาม หลังย้ายมาจาก ปอร์โต้ เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 19.8 ล้านปอนด์  

เวลานี้ เอฟเวอร์ตัน สนใจ ดาโลต์ และ "ปีศาจแดง" อาจตัดใจยอมขาดทุนขายให้ในราคาแค่ 10 ล้านปอนด์เท่านั้น

6. เอริก ไบยี่ – 15 ล้านปอนด์

หากไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนล่ะก็ ไบยี่ นับเป็นกองหลังที่สุดยอดและมีความแข็งแกร่งมากสุดคนหนึ่ง หลังย้ายมาจาก บียาร์เรอัล ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

"ปีศาจแดง" พร้อมขายกองหลังวัย 26 ปี ถ้าได้ค่าตัว 15 ล้านปอนด์ และเคยมีข่าวเสนอไปให้ เอซี มิลาน แต่ "ปีศาจแดง-ดำ" ไม่สนใจ

7. ฆวน มาต้า – 9 ล้านปอนด์

กองกลางสแปนิช วัย 32 ปี ลงเล่นไป 37 นัดในทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ฟอร์มการเล่นผ่านจุดพีคไปแล้ว และความเร็วถดถอยไปเยอะ

มาต้า อาจได้ไปเล่นช่วงปลายชีวิตค้าแข้งที่ตุรกี หลังมีข่าวกับ เฟเนร์บาห์เช่ และ "ปีศาจแดง" ก็พร้อมเปิดทางถ้าได้ค่าตัว 9 ล้านปอนด์

8. มาร์กอส โรโฮ – 7 ล้านปอนด์

โรโฮ วัย 30 ปี โดนส่งไปให้ เอสตูเดียนเตส สโมสรในอาร์เจนตินาบ้านเกิดยืมใช้งานในซีซั่นที่ผ่านมา หลังไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โซลชา และถ้ามีทีมไหนให้ค่าตัว 7 ล้านปอนด์ก็พร้อมปล่อยแล้ว

9. เซร์คิโอ โรเมโร่ – 7 ล้านปอนด์

นายทวารชาวอาร์เจนไตน์ วัย 33 ปี คงต้องอำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตาม โรโฮ เพื่อนร่วมชาติ หลัง ดีน เฮนเดอร์สัน กลับมาแย่งมือ 1 กับ ดาบิด เด เคอา

"ปีศาจแดง" พร้อมเสนอ โรเมโร่ เป็นส่วนหนึ่งในการยื่นซื้อ แจ็ค กรีลิช กองกลาง แอสตัน วิลล่า ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน ก็มีข่าวสนใจอยู่เหมือนกัน โดยที่ค่าตัวน่าจะอยู่ที่ราว 7 ล้านปอนด์

ไม่เอาแล้ว!แมนยูล้มแผนล่า2แข้งดัง

สื่อดังปูด "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ล้มแผนล่าตัว แจ็ค กรีลิช กับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เรียบร้อย แต่ยังเน้นหนักไปที่นักเตะเป้าหมายเบอร์หนึ่งที่เล็งมานาน
     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะไม่มีการออกล่าตัว แจ็ค กรีลิช กองกลางกัปตันทีม แอสตัน วิลล่า และ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งคนเก่ง แอร์เบ ไลป์ซิก ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา

     กรีลิช มีข่าวเกี่ยวโยงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ อูปาเมกาโน่ ถูกมองว่าเป็นนักเตะกองหลังเป้าหมายอันดับต้นๆ ที่กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อยากได้ตัวมาเสริมแนวรับ

     อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สกาย สปอร์ตส์ ระบุว่า "ปีศาจแดง" เลิกให้ความสนใจทั้งสองเรียบร้อย โดยเฉพาะในรายของ กรีลิช นั้น พวกเขามองว่ามีค่าตัวสูงเกินไป จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หันไปคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม แทน กระนั้นเชื่อกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงมุ่งมั่นที่จะคว้าตัว เจดอน ซานโช ปีกดาวดัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ภายในซัมเมอร์นี้ พร้อมกับมอง ซานโช เป็นนักเตะเป้าหมายอันดับหนึ่ง

     ทั้งนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเปิดฉากศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 ด้วยการเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ดวลกับ คริสตัล พาเลซ วันเสาร์ที่ 19 กันยายนนี้

อดีตโค้ชเชื่อแมนยูมีลุ้นแชมป์หากได้แข้งสเปอร์สมาร่วมทีม

เรเน่ มิวเลนสตีน อดีตโค้ชของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชี้ "ปีศาจแดง" จะมีลุ้นแชมป์ลีกในซีซั่น 2020-21 ถ้าหากได้ แฮร์รี่ เคน มาเสริมแกร่ง แต่ก็ยอมรับเช่นกันว่ามันคงเป็นดีลที่เกิดขึ้นได้ยาก
    เรเน่ มิวเลนสตีน อดีตโค้ชคนดังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความเชื่อว่าถ้าเกิด "ปีศาจแดง" ได้ตัว แฮร์รี่ เคน กองหน้า ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทัพแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะมีลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาล 2020-21 อย่างแน่นอน

    แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งได้นักเตะมาร่วมทัพแค่คนเดียว นั่นคือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ที่ดึงมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ขณะเดียวกันพวกเขาก็ยังมีข่าวกับนักเตะอีกหลายราย อย่างเช่น เจดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นต้น ซึ่งหลายคนก็เชื่อกันว่าทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังต้องเสริมทัพอีกหลายตำแหน่งหากหวังที่จะขึ้นไปมีลุ้นแชมป์ลีกได้

    มิวเลนสตีน ซึ่งเคยทำงานให้ทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างปี 2007-2013 เผยว่า "สิ่งที่สำคัญอย่างเห็นได้ชัดก็คือ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องออกสตาร์ตให้ดี เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่เสียเปรียบ, มีลุ้นแชมป์ และสามารถเดินหน้าต่อกรกับทีมอื่นๆ ต่อไปได้ ถ้าทำอย่างนั้นได้มันก็จะทำให้พวกเขามีความเชื่อมั่นเพิ่มมากขึ้น"

    "ผมคิดว่าพวกเขาอาจจะต้องดึงนักเตะดีๆ มาร่วมทัพอีกสัก 1 คน ผมพูดอยู่เสมอว่มาพวกเขาควรจะเอากองหน้าชั้นยอดจริงๆ มาร่วมทีม ยกตัวอย่างเช่นถ้าเกิดพวกเขาได้ เคน มาร่วมทัพแล้วล่ะก็ ผมก็คงบอกเลยว่า -ใช่ พวกเขาจะมีลุ้นแชมป์ลีกในฤดูกาลที่จะถึงนี้- ที่จริงผมก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะทำอย่างนั้น (ซื้อ เคน มาร่วมทีม) ได้หรอกนะ แต่ถ้าพวกเขาทำได้แล้วน่ะพวกเขาก็คงมีลุ้นแชมป์เลย"

ตรงสเปค! โซลชามั่นใจฟานเดอเบ็คใช่สำหรับแมนยู

คนนี้ใช่เลย… โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค แข้งป้ายแดง จะเข้ามาช่วยเติมเต็มในตำแหน่งมิดฟิลด์ของทีม ระบุทุกคนที่สโมสรต่างตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับเจ้าตัว
     โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มั่นใจว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางคนใหม่ชาวดัตช์ เป็นนักเตะที่ตรงความต้องการของสโมสร และสามารถประสบความสำเร็จกับการค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อย่างแน่นอน

     แมนฯ ยูไนเต็ด เพิ่งประกาศคว้าตัว ฟาน เดอ เบ็ค มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม อย่างเป็นทางการ ด้วยสัญญาระยะยาว 5 ปี พร้อมออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่วนค่าตัวอยู่ที่ 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) + โบนัสต่างๆ อีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)

      "ดอนนี่ มีคุณสมบัติทางเทคนิคครบทุกอย่างตามที่เราต้องการ และดูมีแคแรคเตอร์ที่จะประสบความสำเร็จที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ความสามารถของเขาในการมองหาที่ว่าง, เวลาในการเคลื่อนที่ และการอ่านเกม จะช่วยเติมเต็มคุณภาพของทีมเราในแผงมิดฟิลด์ และทำให้เรามีคุณภาพเชิงลึกในตำแหน่งนี้ด้วย"

      "ฟอร์มการเล่นของ ดอนนี่ ทั้งในศึก เอเรดิวิซี่ และในเกมยุโรป ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดดเด่นมากๆ เราทุกคนในทีมต่างตั้งตารอด้วยความตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับเขา" กุนซือชาวนอร์เวย์วัย 47 ปี กล่าว

 

เพื่อนกันตลอดไป ! เหตุผลสำคัญ ฟาน เดอ เบ็ค เลือกใส่เบอร์ 34

"เพื่อนกันไม่ได้เป็นกันแค่วันสองวัน แต่มันคบกันจนวันตาย" นี่คือเหตุผลที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางชาวดัตช์ เรียกร้องขอสวมเสื้อหมายเลข 34 กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเป็นเกียรติให้กับ อับเดลฮัค นูริ เพื่อนสนิทของเขา ที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการป่วยจนเป็นเหตุให้สมองได้รับความเสียหาย
    ฟาน เดอ เบ็ค กับ นูริ เป็นเพื่อนซี้ปึ้กกันตั้งแต่สมัยที่ทั้งสองคนอยู่ในศูนย์ฝึกเยาวชนอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม โดยฝ่ายหลังต้องเจอกับช่วงเวลาที่สุดเลวร้ายเมื่อต้องอยู่ในอาการโคม่าหลับไป 2 ปี 8 เดือน กับอีก 19 วัน หลังมีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติจนวูบลงคาสนามในเกมที่ตนสังกัด อุ่นเครื่องกับ แวร์เดอร์ เบรเมน ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม ปี 2017

    จากอาการป่วยดังกล่าวทำให้ นูริ ต้องตกอยู่ในภาวะเจ้าชายนิทรา ก่อนที่จะฟื้นตัวเริ่มกลับมาสื่อสาร และใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านแล้ว แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีก ทำให้เส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพของเขาต้องจบลงอย่างรวดเร็ว

    แม้เส้นทางของลูกหนังของ นูริ จะสิ้นสุดไปแล้วแต่ความผูกพันระหว่างเขากับ ฟาน เดอ เบ็ค ไม่เคยจางหายไป โดยตอนนี้เพื่อนรักของเจ้าตัวกำลังไปได้สวยกับอาชีพพ่อค้าแข้ง เพราะล่าสุดนักเตะจะได้ย้ายไปเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังโลก

    ช่วงที่ผ่านมาหลังจากมีข่าวกำลังจะย้ายมาสวมเสื้อ "ปีศาจแดง" ฟาน เดอ เบ็ค ถูกคาดการณ์เกี่ยวกับหมายเลขเสื้อที่เขาจะใส่ให้กับต้นสังกัดใหม่ โดยเสื้อเบอร์ 6 ที่เขาใส่ตอนที่เล่นให้ อาแจ็กซ์ คงหมดสิทธิ์แน่นอน เพราะเป็นเบอร์เสื้อที่ ปอล ป็อกบา ใช้อยู่

    ขณะที่เสื้อเบอร์ 7 ซึ่งเป็นหมายเลขตำนานของสโมสร ก็คงเก็บเอาไว้ให้กับนักเตะที่พวกเขาเฝ้ารอมาตลอดโดยว่ากันว่าน่าจะเป็น เจดอน ซานโซ่ ส่วนเบอร์ 11 ก็ยังว่าง แต่คาดว่าแมนฯ ยูไนเต็ด จะเก็บเอาไว้ให้กับ เมสัน กรีนวู้ด ที่ปัจจุบันสวมหมายเลข 26

    อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นการคาดเดากันเองจากสื่อ เพราะจริงๆ แล้ว ฟาน เดอ เบ็ค มีหมายเลขที่อยู่ในใจของเขามาตลอด นั่นก็คือเสื้อหมายเลข "34" ซึ่งหลายคนไม่เข้าใจว่าทำไม ดาวเตะพรสวรรค์สูงวัย 23 ปี ถึงเลือกหมายเลขนี้ แต่ทุกอย่างเฉลยออกมาแล้วว่าเหตุผลสำคัญก็คือเขาต้องการให้เกียรติ นูริ เพื่อนรัก และเป็นการยืนยันว่าความสัมพันธ์ฉันท์มิตรแท้ของพวกเขาไม่เคยจางหายไป

    ฟาน เดอ เบ็ค เปิดใจถึงเหตุผลที่ว่าทำไหมเบอร์ 34 ถึงมีความสำคัญกับเขามากขนาดนี้ "เขา (อับเดลฮัค นูริ) ถูกดันขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ และเราได้นั่งใกล้กันในห้องแต่งตัวตอนที่อยู่ในเดอ ทูคอมสท์ (อะคาเดมี่อาแจ็กซ์) ผมขอใส่เสื้อเบอร์ 34 เพราะเป็นแชมป์สมัยที่ 34 ซึ่งเราทำได้สำเร็จ"

    "หลังจากที่เขาภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ ผมยังคงคิดเกี่ยวกับคำพูดของเขา และแน่นอนว่าผมไม่เคยคิดที่จะทิ้งอาแจ็กซ์ จนกระทั่งเราคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ผมต้องการคว้าแชมป์สมัยที่ 34 เราทุกคนเล่นเพื่อ แอพพี (ชื่อเล่นของ นูริ) ผมอยากได้แชมป์ (ลีก ดัตช์) มากๆ"

    "ผมมักจะแวะไปเยี่ยมครอบครัวของเขา และในช่วงปิดฤดูกาลผมอาจจะไปพบกับ แอพพี ด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องความรู้สึกของตัวเองผมไม่อยากไปเยี่ยมเขา เพราะเมื่อผมเห็นเขา มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากๆ ผมเสียใจหนักมากถึง 2 สัปดาห์ ผมนอนไม่หลับเลย มันช่างเจ็บปวดและผมรับเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ"

    "ผมอยากอยู่กับเขาทุกวัน เพราะผมคิดถึงเขามาก แต่ผมรู้ว่าผมไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าผมอยู่กับเขา ผมก็จะได้คุยกับเขา และได้เห็นรอยยิ้มของเขา ผมรู้ว่านี่เป็นเรื่องยากมากๆ เวลาที่ผมเสียใจผมจะหยุดทุกอย่าง ผมไม่เคยต้องพบกับจิตแพทย์ เพราะผมมีเพื่อนๆ และครอบครัวที่ดูแลผมเป็นอย่างดี พวกเขาจะอยู่เคียงข้าง และฟังผมเมื่อผมต้องการ" ฟาน เดอ เบ็ค กล่าว

     นอกจากนี้ สตาร์แห่งอนาคตชาวดัตช์ ยังยกย่อง นูริ ว่าเป็นนักเตะพรสวรรค์สูง และมีจิตใจงดงาม แต่น่าเสียดายที่ต้องมาพบกับเรื่องไม่คาดฝันทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไป "แอพพี เป็นเด็กที่มีความสุขมาก เขาดีกับทุกๆ คน เป็นนักเตะชั้นยอด และเป็นคนดีมากๆ เมื่อเขาอายุมากขึ้นเขามักจะไปเยี่ยมคุกเพื่อแนะนำให้เด็กวัยรุ่นกลับมาเดินในเส้นทางที่ถูกต้อง และจุดประกายโอกาสของพวกเขา"

    "เขามักใช้เวลาอยู่กับผู้คนที่มีอาการป่วย และเด็กพิการ ผมยังจดจำเรื่องเหล่านั้นได้เสมอ ผมคิดว่ามันช่วงเป็นสิ่งที่สวยงามจริงๆ กับเรื่องที่เขาทำ โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีกล้องทีวี และช่างภาพอยู่ที่นั่น ตอนที่พี่ชายของผม โรดี้ ป่วย แอพพี มักจะแสดงความเป็นห่วงเป็นใย"

    "เขาดีใจมากๆ ตอนที่ได้พบน้องสาวคนเล็กไปโรงเรียน และไปรับพวกเธอ รวมทั้งซื้อของขวัญให้กับพวกเขา เขาทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ผมแปลกใจมากๆ ทำไมเรื่องนี้ (อาการป่วย) ถึงต้องเกิดขึ้นกับเขา แน่นอนว่าผมไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่ามันมักจะเกิดขึ้นกับคนดีๆ แอพพี อยากทำเรื่องที่ดีที่สุดเพื่อทุกๆ คน และเขาก้ไม่สมควรต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ มันทำให้ผมรู้สึกสิ้นเรี่ยวแรง และโกรธมากๆ" ดาวเตะชาวดัตช์ ระบุ

    ความสัมพันธ์และความจริงใจที่ ฟาน เดอ เบ็ค มีให้กับ นูริ มันแสดงให้เห็นว่า "เพื่อนแท้" มีอยู่จริงบนโลกใบนี้

ใกล้จบ!ฟานเดอเบ็คเตรียมตรวจร่างกายปูทางซบแมนยู

 

สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาของเกาะอังกฤษ ตีข่าว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ อาแจ็กซ์ มีคิวตรวจร่างกายเพื่อเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำหรับการย้ายไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเร็วๆ นี้ ส่วนค่าตัวนั้น "ปีศาจแดง" จะจ่ายก่อนราว 39 ล้านยูโร และมีเงื่อนไขโบนัสอีกราว 5 ล้านยูโร
   

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลาง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จะรับการตรวจร่างกายในอีกไม่กี่วันต่อจากนี้เพื่อเป็นการดำเนินขั้นตอนสำหรับการย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดี

กระแสข่าวระหว่าง ฟาน เดอ เบ็ค กับ แมนฯ ยูไนเต็ด รุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าดาวเตะชาวดัตช์บรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับ "ปีศาจแดง" ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่แข้งวัย 23 ปีก็ไม่มีชื่ออยู่ในทีมของ อาแจ็กซ์ ชุดที่เล่นเกมอุ่นเครื่องกับ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต เมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ที่ผ่านมาดื้อๆ ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนเขายังได้ลงเล่นในเกมอุ่นเกือกกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน อยู่เลย

ทั้งนี้ สกายสปอร์ตส์ เผยว่าการตรวจร่างกายจะมีขึ้นในฮอลแลนด์ หลังจาก ฟาน เดอ เบ็ค มีคิวต้องช่วย "อัศวินสีส้ม" ลงเล่นศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม 1 กับ โปแลนด์ และ อิตาลี ในวันที่ 4 กับ 7 กันยายนนี้ ตามลำดับ โดยหลังจากเสร็จภารกิจกับทีมชาติแล้วเขาก็จะเดินทางไปที่สหราชอาณาจักรทันที

สำหรับเรื่องค่าตัวนั้น สกายสปอร์ตส์ บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะจ่ายเงินในเบื้องต้นราว 39 ล้านยูโร (ประมาณ 1,443 ล้านบาท) โดยมีเงื่อนไขที่จะจ่ายเพิ่ม 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) ถ้าหาก ฟาน เดอ เบ็ค ทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการเปิดเผยว่าทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะเซ็นสัญญากับ ฟาน เดอ เบ็ค เป็นเวลากี่ปี รวมถึงเรื่องที่ว่าจะให้ค่าเหนื่อยเขาเท่าไหร่

แฟนผีมาชม!รวมประตูสุดสวยของฟานเดอเบ็ค ประจำซีซั่น 2019/20 (มีคลิป)

 

ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว สำหรับการคว้าตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยสื่อดังอย่างสกาย สปอร์ตส์ ออกมายืนยันเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
   
ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลาง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมต่อเนื่อง และเป็นที่หมายปองของทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป อย่าง เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ‘ปีศาจแดง’ เตรียมปิดจ๊อบแข้งดัตช์วัย 23 ปี ด้วยค่าตัว 39 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,443 ล้านบาท

ในคลิปด้านล่างนี้ เรารวบรวมผลงานการทำประตูสวยๆ ของ ฟาน เดอ เบ็ค มาให้แฟนๆ เร้ด เดวิลส์ เรียกน้ำย่อยกัน

 

 

 

เสริมโหด!บ่อนปรับราคาแชมป์เชลซีถีบแมนยูร่วง

ร้านพูลเมืองผู้ดีเริ่มหวั่นกับการเสริมทีมของ เชลซี ล่าสุดดันให้เป็นเต็ง 3 แชมป์ พรีเมียร์ลีก แทน แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ยังเป็นเต็ง 1 ตามมาด้วย ลิเวอร์พูล
     สกาย เบต บริษัทรับพนันที่ถูกกฏหมายของประเทศอังกฤษ ปรับราคาให้ เชลซี ขึ้นมาเป็นเต็ง 3 ที่จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 แล้ว หลังจาก "สิงห์บลูส์" เสริมทัพได้อย่างน่ากลัวในช่วงซัมเมอร์นี้

    ทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้ ฮาคิม ซิเย็ค, ติโม แวร์เนอร์, ติอาโก้ ซิลวา และ เบน ชิลเวลล์ มาร่วมทีมแล้ว แถมกำลังจะได้  ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เป็นรายต่อไปอีกด้วย ทำให้ร้านพูลเมืองผู้ดีขยับขึ้นมาเป็นเต็ง 3 ที่อัตรารอง 11/1 (แทง 1 จ่าย 11 ไม่รวมทุน)

    ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด หล่นจากเต็ง 3 ไปเป็นเต็ง 4 หลังยังไม่ได้นักเตะมาเสริมทัพ โดยมีแค่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลาง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่น่าจะมาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเร็วๆ นี้ โดยมีอัตรารองล่าสุดอยู่ที่ 12/1 (แทง 1 จ่าย 12 ไม่รวมทุน)

    ส่วนเต็ง 1 ยังเป็น แมนฯ ซิตี้ เหมือนเดิมที่ราคา 8/11 (แทง 11 จ่าย 8 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย ลิเวอร์พูล แชมป์เก่าที่อัตรารอง 2/1 (แทง 1 จ่าย 2ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21

1. แมนฯ ซิตี้        8/11
2. ลิเวอร์พูล       2/1
3. เชลซี            11/1
4. แมนฯ ยูไนเต็ด         12/1
5. อาร์เซน่อล        40/1
6. สเปอร์ส            66/1
7. เลสเตอร์        100/1
7. วูล์ฟส์            100/1
9. เอฟเวอร์ตัน        150/1
10. ลีดส์             200/1
11. เชฟฯ ยูไนเต็ด        500/1
11. เซาธ์แฮมป์ตัน        500/1
11. นิวคาสเซิ่ล        500/1
11. เวสต์แฮม        500/1
11. คริสตัล พาเลซ        500/1
11. ไบรท์ตัน        500/1
11. เบิร์นลี่ย์        500/1
18. แอสตัน วิลล่า        1,000/1
18. ฟูแล่ม            1,000/1
18. เวสต์บรอมวิช        1,000/1
 

แมนยูจ่อปิดดีล! “ฟานเดอเบ็ค” ผ่านตรวจร่างกายแล้ว

 

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ดาวดัง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จ่อเต็มทีกับการเป็นสมาชิกใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะล่าสุดเจ้าตัวผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว
    

ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางตัวเก่งของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้ผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อย ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวกีฬาชื่อดังแห่ง สกาย สปอร์ตส์ เมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ฟาน เดอ เบ็ค มีข่าวเกี่ยวโยงกับ "ปีศาจแดง" อย่างหนักตลอดช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา และล่าสุดเจ้าตัวเขยิบเข้าใกล้กับการเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เต็มที หลังผ่านการตรวจร่างกายเรียบร้อย ที่ประเทศฮอลแลนด์ โดยคาดกันว่า ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์วัย 23 ปี จะย้ายร่วมก๊วน แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายาวถึงปี 2025

สำหรับค่าตัวของ ฟาน เดอ เบ็ค ตามรายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นน่าจะอยู่ที่ 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) บวกโบนัสอีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)

ถ้าได้ครบสยองแน่ ! เปิด 11 ตัวจริง เชลซี สุดแกร่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

   เชลซี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง ด้วยการทุ่มเงินสร้างทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยพวกเขาได้นักเตะชั้นยอดมาเสริมแกร่งหลายคน ทำให้ตอนนี้ "สิงโตน้ำเงินคราม" มีขุมกำลังที่น่าเกรงขามอย่างมากในการสู้ศึกฤดูกาล 2020/2021
   
จริงๆ แล้ว "สิงห์บลูส์" ไม่ได้ใช้เงินเลยเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้ลงโทษห้ามพวกเขาซื้อผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพช่วงตลาดเปิดซัมเมอร์ที่ผ่านมาและช่วงเดือนมกราคม 2020  อย่างไรก็ตาม ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ตัดสินลดโทษแบนเสริมทัพ ทำให้ทีมเดินหน้าเสริมแกร่งทันที

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่มไฟแรง ไม่ได้ใช้เงินในการเสริมทัพเลย และต้องใช้งานนักเตะที่มีอยู่ในทีมผสมกับแข้งดาวรุ่ง แต่ก็ทำผลงานได้น่าประทับใจ เมื่อสามารถนำ เชลซี จบฤดูกาลในอันดับ 4 คว้าสิทธิ์ไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

    สำหรับตอนนี้ เชลซี ปลดแอกโทษแบนการซื้อนักเตะแล้ว ทำให้พวกเขาเดินเครื่องใช้เงินเต็มที่ โดยผู้เล่นที่ดึงตัวเข้ามารายแรกก็คือ ฮาคิม ซิเย็ค ที่ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 38 ล้านปอนด์ (ราว 1,444 ล้านบาท) จากนั้นก็สวมบทสิงห์ปืนไวคว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกฟอร์มแรงจาก ไลป์ซิก ด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ (ราว 2,090 ล้านบาท) ตัดหน้า ลิเวอร์พูล

    ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ เชลซี ยังคงเดินเครื่องใช้เงินไม่หยุดโดยพวกเขาพร้อมที่จะควักกระเป๋าเป็นสถิติสโมสรด้วยการซื้อตัวหนึ่งในนักเตะพรสวรรค์สูงแห่งวงการลูกหนังยุโรป นั่นก็คือ ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่ง "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสนนราคา 90 ล้านปอนด์ (ราว 3,420 ล้านบาท)

    ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายฟอร์มแรง ก็เพิ่งจะมาเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังย้ายจาก เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,900 ล้านบาท) ตามด้วย ติอาโก้ ซิลวา ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัวจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยการเสริมเกมรับในครั้งนี้ "แลมพ์ส" ต้องการที่จะอุดช่องโหว่แนวรับที่เสียไปถึง 79 ประตูจากการเล่นทุกรายการเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

     นอกจากนี้ทีมยังคว้าตัว มาล็อง ซาร์ กองหลังดาวรุ่งอีกราย ซึ่งย้ายมาแบบไม่มีค่าตัว แต่ เชลซีปล่อยให้ทีมอื่นยืมตัวไปใช้งานก่อนในซีซั่นหน้า สำหรับผู้รักษาประตูพวกเขาเล็งกระชากตัว  อ็องเดร โอนาน่า โกลจอมหนึบจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,140 ล้านบาท) โดยหวังที่จะเอามาแทนที่ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า ที่มักจะเล่นผิดพลาดบ่อยๆ

     รวมๆ กันแล้วตอนนี้หาก เชลซี ได้นักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมอย่างที่ตั้งใจ นั่นหมายความว่า แลมพาร์ด ใช้เงินเพื่อสร้างทีมของเขาขึ้นมาไปแล้วประมาณ 250 ล้านปอนด์ (ราว 9,500 ล้านบาท) และด้วยขุมกำลังที่มีอยู่ผสมกับแข้งใหม่ที่เข้ามา ทำให้ "สิงห์บลูส์" กลายเป็นหนึ่งในทีมที่สามารถลุ้นแชมป์ลีกได้ทันที

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังเชิงลึกของ เชลซี ต้องบอกว่าน่าเกรงขามมากๆ เพราะพวกเขายังมีนักเตะฟอร์มแรงอย่าง เมสัน เมาท์, แทมมี่ อบราฮัม, คริสเตียน พูลิซิช และ ฟิคาโย่ โทโมรี่ รวมทั้ง รอสส์ บาร์คลี่ย์, มิชี่ บัตชูอายี่, จอร์จินโญ่ และ เอแมร์ซอน ปัลมิเอรี่ เป็นต้น

     สำหรับการจัด 11 ตัวจริงของ แลมพาร์ด ที่จะนำมาใช้ในฤดูกาลใหม่ โดยหากเขาได้นักเตะที่ต้องการมาครบจริงๆ ต้องบอกว่าเลยว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" ชุดนี้ น่ากลัวมากๆ เพราะเป็นการผสมผสานผู้เล่นที่มีอยู่เดิม กับนักเตะใหม่ที่เต็มไปด้วยความสามารถเฉพาะตัว และการเล่นที่โดดเด่น

    งานนี้ "แลมพ์ส" พร้อมจับ เมาท์ กับ พูลิซิช ลงเล่นร่วมกันโดยทำหน้าที่เป็นแนวรุกทางริมเส้นทั้งสองฝั่ง ขณะที่ตำแหน่งจอมทัพจะใช้  ฮาแวร์ทซ์  คอยทำหน้าที่ปั้นเกม โดยมี แวร์เนอร์ ซึ่งซัดไป 34 ประตูจากการเล่นให้ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อซีซั่นล่าสุด ยืนเป็นหน้าเป้า

      อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีที่ เมาท์ กับ พูลิซิช คนใดคนหนึ่งไม่สามารถลงเล่นตัวจริงในช่วงต้นซีซั่นใหม่ โดยอาจจะเป็นไปได้ที่พวกเขาต้องถูกกักตัวอย่างน้อย 14 วันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แลมพาร์ด ก็อาจจะส่ง ซิเย็ค ลงมาเติมเต็มในด้านหน้าแทน

     สำหรับ สตาร์ทีมชาติโมร็อคโก ต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ แต่เหตุผลที่ แลมพาร์ด ไม่เลือกเขาลงเล่นตัวจริง เนื่องจากมองว่านักเตะน่าจะเล่นไม่เข้าขากับ ฮาแวร์ทซ์  ฉะนั้นเขาจึงเลือกใช้งาน เมาท์ ซึ่งได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา มากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่า เชลซี เจอกับทีมไหน เพราะแผนของ แลมพ์ส สามารถยืดหยุ่นได้เสมอเนื่องจากมีตัวเลือกให้ใช้งานได้หลากหลาย

    ในส่วนของแดนกลาง แน่นอนว่า กุนซือคนหนุ่มเลือดผู้ดี จะใช้งาน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กับ  มาเตโอ โควาซิช ซึ่งได้รับเลือกเป็นนักเตะแห่งซีซั่นของทีมเมื่อฤดูกาลล่าสุด ขณะที่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายปกติแล้วจะเป็น เอแมร์ซอน กับ มาร์กอส อลอนโซ่ ที่สลับกันลงเล่น แต่การที่ทีมได้ตัว ชิลเวลล์ มาเสริมแกร่ง ทำให้ตอนนี้โอกาสที่ ฟูลแบ็กทีมชาติอังกฤษ จะกลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งนี้มากที่สุด

     ชิลเวลล์ มีจุดเด่นที่ แลมพาร์ด ชื่นชอบมากๆ นั่นก็คือการเล่นที่โดดเด่นทั้งเกมรับ และเกมรุก รวมทั้งยังเป็นผู้เล่นที่มีเท้าซ้ายสุดฉมัง และสิ่งนี้จะเป็นการสร้างมิติการเล่นเกมบุกให้กับ เชลซี มากยิ่งขึ้น ด้าน  รีซ เจมส์ แข้งดาวรุ่งจะได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในตำแหน่งแบ็กขวา เพราะนักเตะเต็มไปด้วยความสด และเล่นได้โดดเด่นถูกใจ "แลมพ์ส" มากๆ ในซีซั่นที่ผ่านมา

    ด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กแน่นอนว่า ซิลวา จะเข้ามายืนเป็นตัวหลักของทีมแม้ว่านักเตะจะอายุ 36 ปีในเดือนกันยายนนี้ก็ตาม แต่ด้วยประสบการณ์ในการเล่นในลีกชั้นยอดทั้ง กัลโช่ เซเรีย อา และ ลีก เอิง น่าจะช่วยขันเกมรับให้กับ เชลซี เหนียวแน่นยิ่งขึ้น ที่สำคัญความสามารถของเขาจะช่วยพัฒนาบรรดานักเตะดาวรุ่งของทีมด้วย

    ส่วนคู่หูของ ซิลวา ก็คงเป็น เคิร์ก ซูม่า ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่ แลมพาร์ด เชื่อว่านักเตะรายนี้ยังไม่ได้พัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นการได้เล่นร่วมกับ สตาร์ดังชาวบราซิเลียน จะช่วยดึงความสามารถของเขาออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

    ตบท้ายด้วยตำแหน่งโกล ต้องบอกเลยว่า แลมพาร์ด ไม่ไว้วางใจ เกปา อีกต่อไปแล้ว ฉะนั้นจึงต้องมองหาตัวเลือกที่ดีที่สุด ก่อนหน้านี้เขาอยากได้ ยาน โอบลัค นายด่าน "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด แต่ด้วยค่าตัวที่มหาศาล ทำให้ทีมเบนเข็มไปที่ โอนาน่า ที่มีค่าตัวถูกกว่าเยอะ และฟอร์มการเล่นก็เหนียวหนึบไม่ต่างกันมากนัก

    นอกจากการได้ 11 ตัวจริงที่คาดว่า แลมพาร์ด จะนำมาใช้งานในฤดูกาล 2020/2021 แล้ว ขุมกำลังสำรองของ เชลซี ต้องบอกเลยว่าอัดแน่นด้วยคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ซึ่งมีพรสวรรค์อันโดดเด่นแต่นักเตะอาจจะต้องพิสูจน์ตัวเองอีกซักระยะ เช่นเดียยวกับ โทโมรี่ ที่ต้องพัฒนาตัวเองเพื่อโอกาสในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลัก

     ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะทีมยังมีนักเตะประสบการณ์สูงทั้ง อันโตนิโอ รือดิเกอร์, เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เป็นต้น รวมทั้งนักเตะดาวรุ่งที่พร้อมสอดแทรกแย่งตำแหน่งอย่าง บิลลี่ กิลมอร์ กับ รูเบน ลอฟตัส-ชีค และอีกหลายๆ คน

    ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าขุมกำลังของ เชลซี ในฤดูกาลใหม่ต้องบอกว่าอัดแน่นไปด้วยคุณภาพมากๆ และการมีขนาดทีมที่ใหญ่แบบนี้ ทำให้ แลมพาร์ด สามารถปรับกลยุทธ์ได้หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ที่ทีมต้องเจอในแต่ละเกม

    11 ตัวจริง เชลซี ในฤดูกาล 2020/2021 หากพวกเขาคว้านักเตะที่เล็งเอาไว้มาร่วมทีมได้ครบ

ผู้รักษาประตู : อ็องเดร โอนาน่า

กองหลัง : เบน ชิลเวลล์,  เคิร์ก ซูม่า, ติอาโก้ ซิลวา, รีซ เจมส์

กองกลาง :   เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิชล, เมสัน เมาท์, ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช

กองหน้า :  ติโม แวร์เนอร์