“ทิพย์” แก้วกัลยา นักวอลเล่ย์สาวไทยคนแรกได้แชมป์ลีกสูงสุดญี่ปุ่น

    เห็นสวยๆ อย่างนี้ "น้องทิพย์" แก้วกัลยา กมุลทะลา นักวอลเลย์บอลทีมชาติ ตำแหน่งบอลเร็ว จากอำเภอกมลาไสย เมืองน้ำดำจังหวัดกาฬสินธุ์ ตบระเบิดและเปิดประวัติศาสตร์ เป็นสาวไทยคนแรก ร่วมทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดญี่ปุ่นกับสโมสร เจที มาร์เวลลัส  เมื่อปีที่ผ่านมา ตอนนี้กลับเมืองไทยและแฟนลูกยางคงมีโอกาส ได้เห็นเชิงตบของสาววัยเบญจเพศคนนี้ในเร็ววัน
    ประวัติส่วนตัว
    ชื่อ : แก้วกัลยา กมุลทะลา
    ชื่อเล่น : ทิพย์
    พื้นเพบ้านเกิด : จ.กาฬสินธุ์
    อายุ : 25 ปี
    ส่วนสูง : 178 ซ.ม.
    น้ำหนัก : 67 ก.ก.
    สัดส่วน : 34-29-40
    จบปริญญาตรี : คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    ปัจจุบัน : เป็นนักวอลเลย์บอลอาชีพ
    กีฬาที่ชอบเล่น : วอลเลย์บอล
    ดีกรีล่าสุด : นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย สโมสร เจที มาร์เวลลัส ของญี่ปุ่น แชมป์วอลเลย์บอล วีลีก 2019
    นักกีฬาที่ชื่นชอบ : ลิโอเนล เมสซี
    คติประจำใจ : อย่าเพิ่งท้อแท้ในสิ่งที่ยังไม่พยายาม และอย่าเพิ่งหมดหวังในสิ่งที่ยังไม่เริ่มต้น
    ชายในสเปก : ชอบคนอบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลเราได้
    สถานภาพ : มีแฟนแล้ว

ดับฝันเหรียญอลป.!สหพันธ์ฯแบนยกเหล็กไทย3ปีแถมปรับอื้อ

โทษหนักสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ประกาศแบนทัพยกเหล็กไทยจากการเป็นสมาชิก3ปีพร้อมปรับเงินกว่า6ล้านบาท นั่นหมายถึงทีมชาติไทยไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกในปี2021ได้ โดยสมาคมยกน้ำหนักฯสามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์โทษได้ภายใน21วัน ด้านเพื่อนบ้านมาเลเซียโดนโทษแบนด้วย 1ปี 

     จากกรณีที่นักกีฬาถึง 13 ของไทย จากทั้งหมด 20 คนรวมชาติอื่นๆ ถูกสุ่มตรวจสารกระตุ้นทางปัสสาวะเเละฮอร์โมน ด้วยวิธีตรวจที่เข้มข้นเเบบ "ไออาร์เอ็มเอส" โดย 10 คนของไทย ถูกตรวจพบมีสารต้องห้ามในร่างกาย

     หลังเกิดเรื่องสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นเเห่งประเทศไทย พยายามต่อสู้เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ให้จอมพลังไทย  เดือนมี.ค. 62 สมาคมประกาศปิดเเคมป์ฝึกซ้อมที่จ.เชียงใหม่ไม่มีกำหนด พร้อมยืนยันจะไม่ส่งจอมพลังไทยลุยเก็บคะเเนนควอลิฟายไปโอลิมปิก 2020 จนกว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะกระจ่างชัดเเละคลี่คลาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้มีการตรวจสอบหลายขั้นตอนจนล่าสุด เมื่อวันที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา สหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ หรือ (ไอดับเบิ้ลยูเอฟ) ได้มีบทสรุปออมาดังนี้

     โดยสหพันธ์ยกน้ำหนักนานาชาติ ได้ประกาศบทลงโทษออกมาอย่างเป็นทางการ โดนพักสมาชิกภาพของสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ของสหพันธ์ยกน้ำหนักโลกเป็นเวลา 3 ปี จนถึงถึงวันที่ 1 เม.ย. 2023พร้อมทั้งห้ามนักกีฬาอายุต่ำกว่า 18 ปี ลงแข่งขันรายการนานาชาติ 6 เดือน นับตั้งแต่รายการแรกที่จะจัดในอนาคต ห้ามนักกีฬารุ่นทั่วไปลงแข่งขันรายการนานาชาติ 11 เดือน นับตั้งแต่รายการแรกที่จะจัดในอนาคต

     นอกจากนี้นักกีฬาทีมชาติไทยจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่เลื่อนจัดไปแข่งขันในปี 2021 แทน และโทษปรับ 200,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 ล้านบาท และจะมีการประเมินอีกครั้งในวันที่ 7 มีนาคม 2022 ว่าเหมาะสมจะคืนสภาพหรือไม่ ขณะที่ ทีมชาติมาเลเซียโดนโทษแบนเป็นระยะเวลา1ปีด้วย

     ทั้งนี้สมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย สามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์โทษได้ภายใน 21 วัน กับศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬาต่อไป

อย่างห้าว! นักชกเวียดนาม ท้าทาย “รถถัง” ขอชิงแชมป์โลก ONE มวยไทย



แม้สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะทำให้อาชีพนักกีฬามวยต้องว่างงานกันเป็นแถวในช่วงนี้ แต่สำหรับ “No.1” เหงียน ตรัน ดุย งัด นักชกดาวรุ่งพรสวรรค์สูงจากเวียดนาม ยังคงฟิตอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าเมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ เขาก็พร้อมที่จะเดินเครื่องล่าแชมป์ทันที

นักชกจากโฮจิมินห์ ซิตี้ วัย 31 ปี ซึ่งเคยฝากผลงานสุดทึ่งจากการน็อกสองคู่ต่อสู้จนถูกนำมาเป็นไฮไลต์ของ วัน แชมเปียนชิพ หมายมั่นปั้นมือที่จะดวลเดือดกับนักชกหนุ่มขวัญใจชาวไทยเจ้าของฉายา "ดิ ไอรอนแมน" รถถัง จิตรเมืองนนท์" ซึ่งเป็นเจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต คนปัจจุบัน

"ผมชนะด้วยน็อกเอาท์มาแล้วสองครั้งใน วัน แชมเปียนชิพ ผมเชื่อว่าผมน่าจะเข้าใกล้โอกาสในการชิงแชมป์โลกเข้าไปทุกที ซึ่งหากจะให้ผมนึกชื่อคู่แข่งรายต่อไปในใจ แน่นอนผมก็มองไปที่ รถถัง จิตรเมืองนนท์ ซึ่งเป็นแชมป์โลกคนปัจจุบันของรุ่นที่ผมชกอยู่ ซึ่งผมเดาว่านักมวยคนอื่นๆ ในรุ่นก็คงหมายตาที่จะเจอ รถถัง เหมือนอย่างผม"

"ถ้าจะให้ผมอธิบายความเป็น รถถัง ผมจะใช้คำว่า ร่างเหล็ก , หมัดซ้ายทรงพลัง และ คางเพชร แบบนั้นครับ การต่อสู้ระหว่างผมกับเขาจะเป็นไฟต์ที่มันมากๆ แน่นอน"

สำหรับ รถถัง นั้นยังหนุ่มแน่น วัยเพียง 22 ปี ขณะที่ เหงียน อายุมากกว่าร่วม 10 ปี เรื่องประสบการณ์ผ่านมวยถ้านับกันตามสถิติถือว่าพอสูสี โดย เหงียน ผ่านการชกมวยไทยสมัครเล่นมาหลายร้อยไฟต์ก่อนที่จะมาชกอาชีพ ส่วน รถถัง เองคงต้องอธิบายให้มากความ เขากรำศึกมาตั้งแต่สมัยเรียน ป.5 ถ้าไม่เก่งจริงคงไม่เดินทางมาถึงบัลลังก์แชมป์โลก ONE ได้

อย่างไรก็ตาม เราคงได้แต่หวังว่าสถานการณ์โควิดจะดีขึ้นในเร็ววัน ทุกคนจะได้กลับมาทำมาหากินกันได้ตามปกติ รวมถึงนักกีฬาไม่ว่าจะเป็น นักมวย หรือนักกีฬาประเภทใดก็ตาม จะได้กลับมาสร้างแรงบันดาลใจและความบันเทิงให้กับผู้ชมทั่วโลกต่อไป

กอล์ฟ เปิดซิงจูบ พิกเล็ต สวีตหวานในออนเซ็น

นอกจอกำลังโดนจับตาข่าวว่ากำลังอินเลิฟ!! ขณะที่ในจอกำลังมีซีรีส์ “Devil Lover เผลอใจ…ให้นายปีศาจ” ที่ กอล์ฟ–พิชญะ กับสาวน้อย พิกเล็ต–ชาราฎา อิมราพร มีฉากหวานๆชวนให้คิดฟุ้งซ่าน อย่างฉากที่จะพาไปดูเป็นตอนที่ โซระ (กอล์ฟ) ชวน พาย (พิกเล็ต) ไปแช่ออนเซ็น เพื่อผ่อนคลายหลังเจอเหตุการณ์ร้ายๆ ทั้งคู่ก็ปล่อยใจเผลอ ไผลจูบกัน ยกกองไปถ่ายทำที่ออนเซ็น เมืองคิตะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ฉากนี้ กอล์ฟ รู้ว่าต้องถอดเสื้อโชว์แผงอกขาวๆให้สาวดูเลยวิดพื้นเรียกซิกแพ็ก พิกเล็ต เซฟใส่เกาะอกและซับในกันโป๊ไว้พร้อม

เริ่มถ่าย กอล์ฟ พิกเล็ต ลงบ่อซ้อมหวาน ผกก.บอกว่าจะจูบจริง พิกเล็ต เขินหน้าแดงเชียว! เริ่มถ่ายจริง พิกเล็ต แช่น้ำร้อนอยู่ดีๆ ได้ยินเสียงคนเข้ามาเลยไปหลบหลังก้อนหิน ปรากฏว่าเป็น กอล์ฟ เลยรีบตะโกนโวยว่าเข้ามาห้องอาบน้ำผู้หญิงทำไม กอล์ฟ ก็งงบอกไปว่าที่นี่ห้องอาบน้ำชายตะหาก ทำเอา พิกเล็ต อายรีบขึ้นจากบ่อ แต่กลับสะดุดหิน กอล์ฟ มาคว้าตัวไว้ ทั้งคู่เลยกอดกันแบบไม่ตั้งใจ สุดท้ายได้แช่น้ำเป็นเพื่อนกัน สบตากันเริ่มเคลิ้ม กอล์ฟ อดใจไม่ไหว โน้มหน้าเข้ามาจุมพิต บรรยากาศสุดสวีตเขินกันไปก็เขินไป คัตปุ๊บผละออกจากกันปั๊บ หน้าแดงเพราะน้ำร้อนหรือเลิฟซีนร้อนอันนี้ไม่รู้นะ!! ติดตามชมคืนนี้ ทางช่อง GMM 25.

เปิดเคล็ดลับความสวย สาวหมวยสายสปอร์ต “กอล์ฟ สุรัมภา”

  เคล็ดลับความสวยแบบสาวหมวย ”กอล์ฟ” สุรัมภา หยกโชติสกุล ไม่ได้พิเศษหรือมีอะไรยากเลย
     เธอบอกว่าเพียงแค่เล่นกีฬา และตอบตัวเองให้ได้ว่าชอบและสนุกกับการทำกิจกรรมไหนให้ได้ ก็เพียงพอจะทำให้การออกกำลังกลายเป็นเรื่องสนุก

     สำหรับ ”กอล์ฟ-สุรัมภา” เธอคือนางแบบสาวที่ยังเป็นทั้งพรีเซนเตอร์และนักแสดง ซึ่งหลงใหลการวิ่งและกีฬา 2 ล้อเป็นที่สุด ซึ่งเมื่อมีเวลาว่างจากงานเมื่อไหร่เธอก็ใช้เวลาขลุกอยู่กับการทำกิจกรรมทั้ง 2 อย่างนี้

 

 

    อายุของสาวกอล์ฟในปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 32 แล้ว ซึ่งหลายคนที่ไม่รู้ก็คงไม่เชื่อและเดาไม่ถูกแน่นอนว่าเธอเองเป็นสาววัย 30

    ”กอล์ฟ-สุรัมภา” เป็นสาวที่ชื่นชอบการออกกำลังกายอยู่แล้ว โดยเฉพาะการวิ่ง ซึ่งนี่กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เธอเป็นสาวสุขภาพดี มีร่างกายที่แข็งแรง และไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย

    ทว่า 2 ปีที่ผ่านมากอล์ฟได้โอกาสลองมาปั่นจักรยาน ซึ่งตัวเธอเองก็ยอมรับว่ารู้สึกสนุกและชื่นชอบมัน

    ”สำหรับการปั่นจักรยาน ก็รู้สึกสนุกเหมือนกันค่ะ เวลาปั่นไปไกลๆ ได้คิดอะไรไปเรื่อย ได้อยู่กับตัวเอง ที่สำคัญกอล์ฟชอบปั่นไปท่องเที่ยวด้วย มันก็เลยทำให้ได้ออกกำลัง และก็ได้เที่ยวไปในตัวด้วย”

     ทั้งการวิ่งและการปั่นจักรยานมันทำให้เธอรู้สนุกทุกครั้งที่ได้ออกกำลัง แถมที่ผ่านมาเธอยังเคยลงสนามท้าความอึดด้วยการแข่งขันไตรกีฬามาแล้ว

     รูปร่างผอมเพรียวได้สัดส่วน บวกออร่าความน่ารักแบบฉบับสาวหมวย แน่นอนว่านอกจากจะทำให้สาวๆ หลายคนต่างชื่นชอบและยกเธอเป็นแรงบันดาลใจแล้ว เธอยังทำให้หนุ่มๆ ไทยอีกจำนวนไม่น้อยที่ต้องหลงเสน่ห์และละลายไปกับความน่ารัก

    ประวัติส่วนตัว

ชื่อ : สุรัมภา หยกโชติสกุล
ชื่อเล่น : กอล์ฟ
เกิด : 23 มี.ค. 2531
อายุ : 31 ปี
อาชีพ : นักแสดง, นางแบบ, พรีเซนเตอร์
กีฬาที่ชื่นชอบ : วิ่ง, ปั่นจักรยาน
ผลงานด้านกีฬา : คว้าอันดับ 4 ไตรกีฬา ไอรอนแมน 70.3 บางแสน 2019 ทีมหญิงผสม

“ลูกหมี รัศมี”โชว์สปิริตเปลือยร่างสยิวใน”พรหมจรรย์ สวยพันธุ์สยอง”

นางแบบหุ่นเซี้ยะเรื่องความเซ็กซี่ไม่เป็นรองใครสำหรับ "ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี" ที่เจ้าตัวตกปากรับคำผู้กำกับฯมากความสามารถอย่าง "บอม-อัศจรรย์ สัตโกวิท" เล่นหนังอีโรติกชวนสยิวเรื่องแรกใน พรหมจรรย์ สวยพันธุ์สยอง ผลงานการสร้างโดยค่ายหนังคุณภาพอย่าง TEN

    แนะนำตัวกันหน่อย
    "สวัสดีค่ะ ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี ในเรื่องนี้รับบทเป็น เสือสมิง ค่ะ"

    ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรีคาแรคเตอร์ในเรื่องเป็นอย่างไร
    "บทของเสือสมิง ในเรื่องดูเหมือนเป็นผู้หญิงอายุ 30 กว่าๆ แต่จริงๆแล้วเสือสมิงตัวนี้อายุเกือบ 100 แล้ว อาศัยอยู่ในป่าลึกจะเป็นคนที่ดูน่ากลัว ดูนิ่งๆ ดุดัน ลึกลับ และเสือสมิงจะชอบไสยศาสตร์ ชอบเรียนรู้ทางด้านนี้ ชอบวิชาอาคม มีรอยสักเต็มตัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เรือนร่างของเธอ เวลามีคนเข้ามาเพ่นพ่านในป่า ก็จะฆ่า ประมาณว่าถ้ามีผู้ชายหลงมาอยู่ในป่าลึกก็สามารถมีอะไรกับผู้ชายได้ด้วยและ เสือสมิง(ในเรื่อง)จะไม่ใส่เสื้อผ้าเลยก็คิดเอาละกันคะ"

    พรหมจรรย์ สวยพันธุ์สยองเสือสมิงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อย่างไร
    "เข้ามาเพราะบังเอิญมีเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งได้มาเที่ยวกันที่ที่เราอยู่ พวกเด็กๆที่มาก็มีทั้งผู้ชาย ผู้หญิงประเด็นคือ เขาเอาเรื่องของกามารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยและเขาก็ได้พลัดหลงเข้าไปในป่า และก็ไม่ได้เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในป่า เหมือนทำให้เสือสมิงได้ออกมาเจอเขามันก็เป็นเรื่องราวของความน่ากลัวสยดสยอง และเรื่องของเซ็กส์  มีเรื่องของอารมณ์อะไรต่างๆที่มาพัวพันกับเสือสมิงด้วย  มันก็เลยเกี่ยวพันกันจนเป็นเรื่องของความเป็นความตาย  เหมือนกับว่าใครได้เจอเสือสมิงแล้วจะติดใจ  จะผูกพัน  จะทำให้อยากเจออีก"

    พรหมจรรย์ สวยพันธุ์สยองมารับบทสุดเซ็กซี่นี้ได้อย่างไร
    "คุณบอม(ผู้กำกับฯ) โทรมาคุยคะ ก็คุยกันพักใหญ่นะเขาก็ทาบทามเรา อันที่จริงก็รู้จักกันในระดับหนึ่ง พี่บอมก็โทรมาเล่าบทหนังให้ฟังว่า เสือสมิงเป็นแบบนี้ๆ เรื่องราวเป็นแบบนี้ ไปถ่ายทำกันที่ต่างจังหวัดนะแบบว่าฉากหลังสวยๆ บทซีนนั้นซีนนี้เป็นอย่างไร พอเราได้รู้คร่าวๆเราก็รู้สึกสนใจมากอยากจะรับเล่น จึงรับปากพี่เขาไปว่าโอเคเราสนใจก็เลยได้มาร่วมงานกันค่ะ"

    ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรีมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
    "เสือสมิงในเวอร์ชั่นนี้เราจะเป็นผู้หญิงนิ่งๆ มีการเคลื่อนไหวน้อยๆ ใช้สายตา ใช้ตัวเราสื่อสารเป็นการเดินเรื่อง เราก็โชคดีที่เราเอาความเป็นนางแบบมาใช้ได้ ในเรื่องไม่ได้มีการแต่งเอฟเฟ็กต์อะไรมากมาย  จะมีก็แค่เรื่องของรอยสัก ด้านหลัง แขนและเกือบทั้งตัวจะเต็มไปด้วยรอยสัก และที่หนักใจที่สุดคือเราต้องแก้ผ้า ทั้งเรื่องเกือบจะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย จะมาใส่ทีเดียวตอนจบเรื่อง"

    พรหมจรรย์ สวยพันธุ์สยองให้คำจำกัดความของการ"แก้ผ้า"ในเรื่องหน่อย
    "ถอดเลยค่ะ บอกเลยว่าในเรื่องลูกหมีแทบจะไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลย แต่เราก็จะมีการเซฟนะ เพราะมันต้องมีฉากเลิฟซีนบ้าง ฉากที่ต้องปีนขึ้นไปยืนอยู่บนโขดหินบ้าง ซึ่งยากๆทั้งนั้นแล้วที่สำคัญทุกฉากที่บอกคือเราไม่ได้สวมใส่อะไรเลย แต่โชคดีที่ได้ร่วมงานกับ คุณบอม(ผกก.) ซึ่งเขามีความเป็นมืออาชีพและให้เกียรตินักแสดงมากๆ จะคอยระมัดระวังทุกขั้นตอนในการถ่ายทำ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกสบายใจ"

    พรหมจรรย์ สวยพันธุ์สยองอยากให้ฝากหนังเรื่องนี้หน่อย
    "ลูกหมีก็ขอฝากผลงานเรื่องพรหมจรรย์ไว้ด้วยนะคะเป็นหนังเรื่องหนึ่งที่ตั้งใจเล่นมากๆเชื่อว่าคุณผู้ชมดูแล้วต้องชอบแน่นอนค่ะ"

 

กิ๊บซี่ สลัดผ้าเปลือยอก! ยั่วยวนเผด็จสวาท กัปตัน

แค้นฝังหุ่น บี–น้ำทิพย์ ผ่านไป 20 ปี ปิ่น–เก็จมณี ถ่ายทอดความแค้นสู่ลูกสาวคนสวย กิ๊บซี่–วนิดา ล้างแค้นแทน ด้วยการวางแผนเผด็จศึก กัปตัน–ภูธเนศ ให้เมียหลวงอย่าง บี อกแตกตาย! ฉากนี้ คุณพระเดช (กัปตัน) ถูก กำไล (กิ๊บซี่) วางยาปลุกกำหนัด “กิ่งเหมยในกองไฟ” เลยรู้สึกร้อนรุ่ม พอเห็น กำไล มาเปลื้องผ้าต่อหน้า คุณพระ เลยตบะแตก!! ถ่ายทำที่เรือนไทยแอ็คส์ สตูดิโอ ปทุมธานี

สำหรับสาว กิ๊บซี่ ละครเรื่องนี้เป็นงานชิ้นแรกกับเอ็กแซ็กท์ดังนั้นจึงทุ่มเทเต็มร้อย แต่พอเจอฉากนี้ที่ต้องปลดผ้าจนเปลือยถึงกับคิดหนัก เพราะถึงหนูเซ็กซี่แต่ก็อายเป็นนะ ตอนซ้อมเลยพูดอ้อน “ขอเปลี่ยนเป็นเต้นเซ็กซี่แทนได้มั้ยคะคุณพระ หนูถนัดกว่า” เลยกลายเป็นขำจนหายเขิน เริ่มถ่าย กิ๊บซี่ เอากิ่งเหมยในกองไฟมาป้อน กัปตัน หลอกว่าเป็นยาบำรุงพอยาออกฤทธิ์ กัปตัน กระสับกระส่าย เงยหน้าเห็น กิ๊บซี่ ส่งสายตาเย้ายวนเชิญชวนเลยจ้องเขม็งตาไม่กะพริบ แถมเจอ กิ๊บซี่ ค่อยๆปลด สไบ ท่อนบนต่อหน้าแล้วพา กัปตัน เข้าห้อง กัปตัน ก็เดินตามแล้วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงเปิดฉากนัวเนีย เห็นอีกทีฝ่ายหญิงก็เปลือยแผ่นหลังขาวเนียนชวนกลืนน้ำลายเอื้อก กัปตัน อดใจไม่ไหวเข้าไปคลุกวงในปฏิบัติการเลิฟซีนร้อนฉ่า! ดูภาพนิ่งประกอบยังกลืนน้ำลายเอื้อกๆเพราะ กิ๊บซี่ ทั้งขาวทั้งเนียน โอยๆ อิจฉา พี่กัปตัน หนักมาก เอ้า ตามไปดูของจริงหน้าจอในคืนนี้ ทางช่องวัน 31.

เปิดใจสาวลูกทุ่งสายแซ่บ “ส้ม สิฮิน้องบ่” บนเวทีมิสแกรนด์ฯ 2017

 

นอกจากลีลาการร้องการเต้นเพลง "สิฮิน้องบ่" ของนักร้องหมอลำซิ่งสายแซ่บ "กุ้ง สุภาพร" ดึงดูดยอดวิวยูทูบท่วมท้น อีกคนหนึ่งที่มีส่วนสำคัญ ทำให้เพลงลูกทุ่งหมอลำอินดี้เพลงนี้ มีเรตติ้งพุ่งกระฉูด คือ "ส้ม" สุภัสสร สายรักษ์ น้องสาวแท้ๆ ของ กุ้ง สุภาพร ที่โดดมาเป็นนางเอกเอ็มวี ช่วยคุณพี่ทำมาหากิน

หลังจากสร้างความฮือฮา ด้วยการอวดเนื้อสาวผุดผ่อง ภายใต้อาภรณ์แบบบ้านๆ นุ่งผ้าถุงใส่เสื้อคอกระเช้า ชวนให้หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ลุ้นเลือดกำเดาไหล กับการถ่ายทอดวิถีชีวิตสาวบ้านนอก ประกอบเพลงสิฮิน้องบ่

น้องส้มที่มีหน้าตาสะสวย และสัดส่วนชวนให้หลงใหล เปิดประสบการณ์ใหม่ท้าทาย โดดขึ้นเวทีประชันความงาม มิสแกรนด์ อุบลราชธานี คว้ามงมาครอง ได้เข้ามาประชันขาอ่อน "มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2017"

แม้จะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของตัวเต็ง แต่สาวลูกทุ่งเลือดอีสานรายนี้ ไม่หลงระเริงไปกับเสียงยกยอปอปั้น ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เต็มที่กับทุกวัน เพื่อไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง ไม่ทำขณะที่มีโอกาสอยู่ในมือ

"ตอนถ่ายทำเอ็มวีเพลงสิฮิน้องบ่ให้พี่กุ้ง สนุกมากเลยค่ะ เป็นครั้งแรกที่ได้เล่นเอ็มวี ที่ตัดสินใจมาประกวดนางงาม เพราะมีความฝัน และชอบการประกวดความสวยความงามมาตั้งแต่เด็ก อยากเป็นดารา และมีโอกาสในวงการบันเทิง ไม่ว่านักร้องหรือดารา จึงอยากใช้เวทีแกรนด์ เป็นก้าวแรก ทำให้ส้มไปถึงฝั่งฝันได้ค่ะ"

ในฐานะที่เป็นคนลูกทุ่ง ก้าวขึ้นมาบนเวทีนางงามได้ขนาดนี้ น้องส้มยอมรับว่า รู้สึกภูมิใจมาก อย่างน้อยก็พื้นที่ให้ตนนำวัฒนธรรมความเป็นคนลูกทุ่งมาเผยแพร่ ให้วงกว้างรับรู้เพิ่มขึ้น

 "รู้สึกภูมิใจมากค่ะ อย่างน้อยเราก็มีพื้นที่นำเอาศิลปวัฒนธรรมลูกทุ่งมาเผยแพร่ได้รู้ว่า เฮ้ยลูกทุ่งมีดีนะ ลูกทุ่งไม่ได้กระจอก ไม่ได้เชย และเชื่อว่าความเป็นลูกทุ่ง จะพาส้มไปยืนในจุดที่อยากจะเป็นได้ ทุกคนที่มาประกวดมีความหวังเป็นมิสแกรนด์ฯ หมด ส้มก็เช่นเดียวกัน ก็จะทำให้เต็มที่ ที่สุด"

อย่างไรก็ตาม น้องส้มเชื่อว่า การเป็นตัวของตัวเอง คือทีเด็ด ที่จะนำพาเธอไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

"การเป็นตัวของตัวเองของส้ม การพูดภาษาอีสาน การที่ไม่อายว่ามาจากชาวลูกทุ่ง รวมถึงความสามารถหลายด้าน จะพาให้ไปพบกับความสำเร็จค่ะ"

 

งัดถุงเท้าพันกระปู๋!!”กำปั้น”เผยเบื้องลึกเลิฟซีนเปลือยสยิว!!

ถูกตีข่าวเล่าเรื่องว่ากับฉากเลิฟซีนดุเดือด18+++กับของสาว"ชาม" ไอยวริญท์ โอสถานนท์กับหนุ่ม "กำปั้น" พีระ พาณิชย์พงส์ ในหนังสุดอีโรติกเรื่อง "พรหมจรรย์ สวยพันธุ์สยอง" (Tiger Women) เสียวซ่านน้ำกระเซ็นแซงหน้า"แม่เบี้ย"ชวนตาลุกซู่ๆ นัวกันน้ำกระจาย ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ไปต่างๆนาๆ บ้างก็รับได้ บ้างก็ติติงจนเละเป็นโจ๊ก ซึ่งงานนี้หนุ่มกำปั้นก็ยืดอกน้อมรับในคำติชม ที่ส่วนมากจะติมากกว่าชม ออกมาด่าว่าโป๊จัง เหมือนหนังแผ่น ทำไมถึงลดตัวมาเล่น จะเป็นแนวลบ แต่ก็อยากให้คนชมก่อนที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนในมุมมองของตนมองว่าอยู่ในวงการมานาน เป็นดาราแล้วไม่จำเป็นต้องเลือกงาน เยอะอย่างอีกทั้งยอมรับการเล่นหนังเรื่องนี้ก็เปลือยหมด ยกเว้นจุด……. ส่วนฉากเลิฟซีนก็มองเป็นธรรมชาติ แต่ก็ยืนยันว่าเป็นหนังที่มีสาระนะ มีที่มาที่ไป

    ส่วนกระแสคาดเดาที่ว่า"ชาม"อาจมีปัญหากับแฟน เพราะแอคติ้งเลิฟซีนจัดเต็มกับตนนั้น เจ้าตัวเผยว่าตนแคร์ชามแต่ไม่หวั่นฝ่ายหญิงมีปัญหากับแฟน เชื่อว่า"ชาม"เคลียร์ได้ ส่วนเรื่องที่ถูกเพ่งเล็งว่าเหลาจมูกใหม่ "กำปั้น"เซย์เยสหล่อๆ รับว่ายัดดั้งจริงเพราะอยากหล่อขึ้น

    "จะว่าแรงก็แรงนะ อย่างที่เห็นแหละครับ แต่ในหนังแรงกว่านี้อีกนะ(หัวเราะ) ก็เป็นส่วนหนึ่งของฉากเลิฟซีนครับ(มันดูแรง ดูเปลืองตัวไปมั้ย) เราทำหนังแนวอีโรติคมันก็ต้องทำใจว่ามันต้องมีฉากประมาณนี้อยู่แล้ว ผมว่าคนไทยก็น่าจะเคยชินกับหนังแนวอีโรติคแล้วบ้างที่ผ่านมาก็มีให้เห็นบ้าง (ภาพมันดูล่อแหลม)ก็อย่างที่บอกว่าเราเป็นหนังแนวอีโรคติคก็ต้องทีฉากเสียว(ยิ้ม) แต่อาจจะดูแรงไปไหม ก็อยากให้เข้าไปดูก่อน ดูตัวเต็มเรื่องก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน มันก็มีที่มาที่ไปนะ ไม่ใช่เปิดเรื่องมาแล้วจะโจ๊ะกันอย่างเดียวเลย มันก็มีเนื้อเรื่องมีเรื่องราวที่จะทำให้มีเลิฟซีนที่อยากเล่นหนังอีโรติค(หัวเราะ) ไม่ใช่ 2-3 ปีนี้ อยากจะทำงานในวงการให้เต็มที่มีโอกาสให้เล่นละคร มีโอกาสได้เล่นหนัง เราก็ดูจากเรื่องของบทเรื่องของทีมงาน ผู้กำกับ แล้วก็ทีมภาพ แล้วก็ตัวน้องชามเองเราก็เลยตัดสินใจเล่น(ถอดหมด)เหลือ 1 ชิ้น ถุงเท้าพันไว้ ตอนแรกก็เขินเหมือนกันนะ ก่อนที่จะถ่ายเราก็คิดว่ามันจะเป็นยังไงกลัวมันจะแตกตื่น กลัวมันจะอะไรรึป่าว ทำให้น้องเขาถ่ายไม่ได้มันก็เลยต้องคุยกันเยอะ คุยกับน้องชามเยอะหลายชั่วโมงก่อนที่จะเข้าฉากเลิฟซีน ก็เข้าฉากประมาณ 3 ซีน 3 วันครับ เปลือย 2 ซีน เราก็มีเซฟตี้ของแต่ละคน ผู้หญิงผู้ชายก็มี ฉากเลิฟซีน ถ้ารวมของคู่อื่นด้วยก็น่าจะ 30-40% คนจับจ้องเยอะ ก็เขินเหมือนกันนะ แต่ว่าตอนนั้นค่อนข้างที่จะสมบุกสมบันเหมือนกัน เพราะว่าเราถ่ายกันตอนช่วงหน้าหนาว อุณหภูมิ 8 องศา เราก็ถ่ายกันแต่เช้าในน้ำตก ตอนนั้นมันเหนื่อย แล้วก็รู้สึกว่าแต่ละซีนที่ถ่ายพี่บอมเขาไม่ให้ผ่านง่ายๆ เลย แต่ละซีน 4 ชั่วโมง อย่างบางซีนที่เห็นกันในทีเซอร์อันนั้น 8 ชั่วโมง แช่อยู่ในน้ำ 8 ชั่วโมง"

    จากนั้นก็ออกตัวว่าตนไม่ได้คิดการณ์ไกลจะมาเอาดีด้านนี้ ส่วนข้อที่ว่าต้องขอนุญาติแฟนชามหรือไม่นั้นเจ้าตัวเผยว่าชามเองก็คงคุยกับครอบครัวเยอะเหมือนกันก่อนที่จะรับเล่น ทุกคนก็มีสปิริตพอรับแล้วก็ต้องเต็มที่กับงาน ส่วนตนไม่ได้ขออนุญาติใครเลย "ผมผู้ชายสบายมาก ที่แคร์ที่สุดก็คือน้องชามแค่นั้นเอง ก็มีการพูดคุยกันก่อนถ่ายเยอะมาก  น้องชามก็ต้องเข้าใจนะ เพราะเขาก็เนาะ ระดับ(นางงาม) (กลัวหนังโดนแบนมั้ย) ตอนแรกไม่กลัวตอนนี้เริ่มหวั่นเหมือนกันเพราะว่ามันมีข้อเปรียบเทียบ คือมีหนังเรื่องหนึ่งเข้ามาเปรียบเทียบพอดี ด้วยสังคมเขาอาจจะมอว่าทำไมหนังอย่างนั้นไม่ผ่าน แต่ทำไมหนังอย่างนี้ถึงผ่าน ซึ่งก่อนหน้านี้มันก็มีหนังแนวๆ อีโรติคออกมาก็ผ่าน ลงโรงไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเรามีจังหวะที่มีหนังมาเปรียบเทียบพอดี จริงๆ จะบอกว่าอยากให้ไปดูกันก่อน อย่าเพิ่งตัดสินหนังของเราว่ามันจะเป็นหนังอนาจารโป๊เปลือย ก็คือเรื่องนี้แน่นอนมีฉากอีโรติค เพราะเป็นหนังอีโรติคแต่ว่าด้วยเนื้อหาของความสยองขวัญ เนื้อเรื่อง โปรดักชั่น โดยเฉพาะเรื่องของภาพ  ตอนนี้ผ่านการเซ็นเซ่อร์ได้ระดับ 18+++ครับ"

    ส่วนประเด็นที่ถูกจับตามองว่าหน้าตาเปลี่ยนไปนั้น เจ้าตัวยืดอกตอบแบบแมนๆว่าก็เสริมหล่อนิดหนึ่ง เพิ่งไปทำจมูกมาใหม่ นี่ 9 วันเอง ยังบวมๆ อยู่เลย แต่ก็ต้องมารับงานโปรโมตหนัง ปีนี้มีงานหลายอย่างที่กำลังจะทำอยู่ โฟโต้บุ๊ค เพลง ละคร กะจะลุยให้เต็มที "ก็อยากหล่อ  อยากดูดีขึ้น ทำจมูกมา เลเซอร์ก็ปกติอยู่แล้ว อายุ 30 กว่าแล้วเนาะ หลังทำก็โอเคครับ 9 วันเอง ยังบวมๆ เจ็บๆ อยู่เลย ตัดปีกจมูกครับ เสริมแล้วก็ตัด"

    "กำปั้น"มันใหญ่ม๊วก  อิอิ ..อันนี้หมายถึงจัดใหญ่และการเปิดใจชุดใหญ่ไม่กั๊กผ่านรายการ"จุดเดือด"นะฮ้าฟ