ดีหรือด้อยกว่า? เทียบผลงาน ก็องเต้ กับ 3 มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด

ทำเอาหลายคนแปลกใจพอตัวเมื่อ สกาย เบ็ท และ เบ็ท 365 ซึ่งต่างก็เป็นบริษัทรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษออกมาให้ราคาเหมือนกันว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้ตัว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ เชลซี ไปเสริมทัพภายในช่วงซัมเมอร์นี้

   จริงอยู่ว่ามันมีข่าวมาพักหนึ่งแล้วว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี อยากผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ และคิดว่า ก็องเต้ ไม่ได้เป็นฟันเฟืองหลักของทีมแล้ว หลังจากที่พักหลังเขาโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยพอตัว แต่การที่ ก็องเต้ ถูกมองว่ามีโอกาสย้ายไปอยู่กับ "ปีศาจแดง" ซึ่งเป็นทีมจากลีกเดียวกับ เชลซี มากที่สุด มันก็ถือว่าน่าตกใจพอตัว

 

   แน่อนนว่าถ้า ก็องเต้ ย้ายมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาก็จะทับตำแหน่งกับทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด ดังนั้นวันนี้เราจะมาลองดูกันว่าใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุดนั้น ก็องเต้ มีผลงานในแต่ละด้านเหนือหรือด้อยกว่าทั้ง 3 คนนั้น

 – เกมรับ

 

   แน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สำคัญอย่างมากของกองกลางตัวรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด อยากใช้ 2 ใน 3 ของแผงกลางเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ ปอล ป็อกบา แล้วล่ะก็ มิดฟิลด์อีก 1 รายก็จำเป็นต้องเล่นเกมรับให้โดดเด่นเป็นพิเศษ เพื่อที่ ป็อกบา จะได้ไม่ต้องมาพะวงช่วยเกมรับ และประสานงานกับ บรูโน่ ได้อย่างเต็มที่

   ทั้งนี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็องเต้ ยังอ่านเกมได้ดีจนตัดบอลโดยที่ไม่ต้องพุ่งเสียบในลีกได้เฉลี่ยแล้ว 2 ครั้งต่อเกม ซึ่งถือว่าเหนือกว่า 3 มิดฟิลด์ตัวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด โดยคนที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุดคือ เฟร็ด ที่ทำได้ 1.3 ครั้งต่อเกม ตามมาด้วย แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 1.1 ครั้งต่อเกม และ มาติช ที่จำนวน 1 ครั้งต่อนัด

 

   นอกจากนี้ ก็องเต้ ยังสามารถเคลียร์บอลพ้นพื้นที่อันตรายได้ดีกว่าอีก 3 คนด้วย เพราะทำได้เฉลี่ย 1.4 ครั้งต่อนัด ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ตามมาเท่ากันที่ 1.2 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ทำได้น้อยสุดที่ 0.9 ครั้งต่อนัด

   ขณะเดียวกัน มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสของ เชลซี ยังโดนคู่แข่งเลี้ยงผ่านในลีกเพียงเฉลี่ย 0.9 ครั้งต่อนัดเท่านั้นด้วย ซึ่งตรงนี้เขาเป็นรองเพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำได้ 0.6 ครั้งต่อเกม เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น หากเทียบเฉพาะ 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดย มาติช โดนเลี้ยงผ่านเฉลี่ย 1.1 ครั้งต่อเกม ส่วน เฟร็ด ถูกคู่แข่งกระชากผ่านไป 2.6 ครั้งต่อนัด

 

   ในส่วนความแม่นยำในการเข้าสกัดนั้น ก็องเต้ อาจจะทำได้น้อยกว่า มาติช กับ เฟร็ด เพราะเขาทำได้เฉลี่ย 2 ครั้งต่อนัด แต่มันก็ไม่ได้ถือว่าด้อยกว่าอีก 2 คนมากกว่า เพราะ มาติช ทำได้ 2.2 ครั้งต่อนัด ส่วนของ เฟร็ด อยู่ที่ 2.1 ครั้งต่อเกม ขณะที่ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 1.6 ครั้งต่อนัด

 – เกมรุก

 

   แน่นอนว่าเกมรุกไม่ใช่จุดเด่นของ ก็องเต้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลที่เป็นจังหวะสำคัญต่อเกมอยู่ที่ 1.2 ครั้งต่อนัด เท่ากับ เฟร็ด เป๊ะ ส่วน มาติช กับ แม็คโทมิเนย์ ทำได้ 0.7 ครั้งต่อเกม กับ 0.6 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ แถมเขายังทำได้ 3 ประตูด้วย แพ้เพียง แม็คโทมิเนย์ ที่ทำไป 4 ลูกแค่คนเดียว ขณะที่ มาติช กับ เฟร็ด ทำประตูในลีกไม่ได้เลยในซีซั่นล่าสุด

  ขณะที่ความแม่นยำในการผ่านบอลนั้น ก็องเต้ ถือเป็นอันดับ 3 ถ้าเทีบกับ 3 แผงกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้า 84.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ 1 คือ เฟร็ด ที่ทำได้ 87 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ มาติช ตามมาเป็นที่ 2 ด้วยจำนวน 87 เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความ่าที่จริงแล้ว ก็องเต้ ก็ไม่ได้เป็นรองทั้ง 2 คนมากนัก

 

  ถ้าจะมีด้านไหนที่ ก็องเต้ ทำได้แย่กว่า 3 กองกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นการผ่านบอลยาวเข้าเป้า เพราะเขามีค่าเฉลี่ยด้านนี้เพียง 1.8 ครั้งต่อนัด ห่างจาก เฟร็ด ที่ทำไป 3.8 ครั้งต่อเกมแบบคนละโลก ส่วน แม็คโทมิเนย์ กับ มาติช ทำได้ 2.3 ครั้งต่อเกม กับ 2.2 ครั้งต่อนัด ตามลำดับ

ท้าดวลเซียนยูโรปา! 5 ประเด็นร้อนก่อนแมนยูฉะเซบีย่า

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นทีมอังกฤษเพียงหนึ่งเดียวที่เหลือรอดในฟุตบอลยุโรปตอนนี้และพวกเขาต้องทำศึก ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ พบกับเจ้าของแชมป์รายการนี้ 5 สมัยอย่าง เซบีย่า แน่นอนว่าเป็นเกมที่ไม่ง่ายสำหรับ "ปีศาจแดง" เพราะนอกจากคู่แข่งจะเป็นเซียนบอลถ้วยนี้แล้วพวกเขายังมีตัวผู้เล่นทีเด็ดที่เป็นหมัดน็อคได้เลย ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง แต่ก่อนเกมจะเริ่มเรามาเช็คประเด็นที่น่าสนใจกัน

1.ไบยี่ หรือ ลินเดอเลิฟ

โซลชา เปลี่ยนผู้เล่นตัวจริงถึง 6 คนในเกมพบ โคเปนเฮเก้น และใช้ตัวสำรองครบ 5 คนใน 120 นาที แสดงให้เห็นว่าเมื่อมีโอกาสกุนซือ “ผีแดง” จะหมุนเวียนผู้เล่นไปจนจบทัวร์นาเม้นต์

ในส่วนของผู้รักษาประตูนั้นดูเหมือนจะค่อนข้างชัวร์แล้วว่า โซลชา จะให้โอกาส เซร์คิโอ โรเมโร่ แทนที่ของ ดาบิด เด เคอา หลังลงเล่นในนัดเอาชนะ โคเปนเฮเก้น แต่อีกหนึ่งตำแหน่งที่ดูจะยังไม่ชัวร์คือเซนเตอร์แบ็ก โดยฝั่ง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ น่าจะยึดตัวจริงอยู่แล้วแต่อีกตำแหน่งหนึ่งจะเป็นของใครระหว่าง วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ หรือ เอริก ไบยี่

ปกติ ลินเดอเลิฟ ถือเป็นเซนเตอร์แบ็กตัวหลักของทีมแต่เมื่อเกมที่แล้ว โซลชา เลือกใช้ เอริก ไบยี่ ลงเล่นบ้าง อาจจะเป็นเพราะก่อนหน้านี้ ไบยี่ ออกสตาร์ทตัวจริงทุกนัดในยูโรปา ลีกตั้งแต่รอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟอร์มโดยรวมของเขาก็ถือว่าใช้ได้ทีเดียวนับตั้งแต่หายเจ็บกลับมา บางคนก็มองว่าน่าเป็นตัวจริงมากกว่า ลินเดอเลิฟ เสียอีก แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ โซลชา ว่าจะให้โอกาส ไบยี่ เหมือนกับ โรเมโร่ ที่ลงเล่นเป็นส่วนใหญ่ในทัวร์นาเม้นต์นี้ หรือจะเลือก ลินเดอเลิฟ ที่เป็นตัวหลักของทีมอยู่แล้ว

2.หวังล้างแค้นเซบีย่า

เกมคืนนี้เพิ่งจะเป็นการปะทะกันครั้งที่สามในฟุตบอลยุโรปของ แมนฯ ยูไนเต็ด และ เซบีย่า โดยหากใครยังจำกันได้สองครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นได้ไม่นานนี้เองและแฟน “เร้ด อาร์มี่” ก็น่าจะยังะจำได้ไม่เคยลืมเลือน

ครั้งนั้น โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังเป็นนายใหญ่ให้กับ “ผีแดง” เป็นฤดูกาลที่ 2 (2017-18) และเขาพาทีมผ่านเข้าสู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ โดยคู่แข่งที่จับสลากมาเจอกันนั้นคือ เซบีย่า นัดแรกในการออกไปเยือนที่สเปน น้ามูและลูกทีมเก็บผลเสมอ 0-0 ซึ่งถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่ง แน่นอนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด หวังจะมาเผด็จศึกใน โอลด์ แทรฟฟอร์ด นัดที่สอง

อย่างไรก็ตามทั้งสองฝ่ายทำประตูกันไม่ได้จนกระทั่งช่วง 15 นาทีสุดท้าย แฟนบอลที่โรงละครแห่งความฝันถึงกับช็อกเนื่องจาก วิสซาม เบน เยแดร์ ซัดประตูผ่านมือ เด เคอา เสียบตาข่ายให้ทีมเยือนออกนำ ยิ่งไปกว่านั้น เบน เยแดร์ คนเดิมโหม่งประตูที่ 2 ในอีก 4 นาทีถัดมากลายเป็นประตูที่แทบจะดับฝัน แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว แม้ โรเมลู ลูกากู จะยิงประตูตีไข่แตกสำเร็จแต่สุดท้ายก็ไล่ไม่ทันทำให้ทีมของ มูรินโญ่ ต้องอกหักตกรอบไปในที่สุด

นั่นหมายความว่า แมนฯ​ ยูไนเต็ด ยังไม่สามารถเอาชนะได้เลยในการดวลกับ เซบีย่า รอดูกันว่าคืนนี้พวกเขาจะมีครั้งแรกและล้างแค้นได้หรือไม่

3.อาถรรพ์รอบรองฯ

เป้าหมายหลักของ “ผีแดง” ในฤดูกาลนี้สัมฤทธิ์ผลเป็นที่เรียบร้อยหลังสามารถจบอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีกพร้อมกับคว้าตั๋วกลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า แต่เชื่อว่าแฟนบอลคงต้องการถ้วยติดไม้ติดมือเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของยุคใหม่นี้ อย่างไรก็ตามแม้จะทำได้ผลงานได้ดีทีเดียวในฟุตบอลถ้วยทุกรายการแถมเข้ารอบลึกทั้งหมดด้วย ทว่าพวกเขามักจะมาตกม้าตายในรอบรองชนะเลิศเสมอ

ตัวอย่างเช่นในฟุตบอล คาราบาว คัพ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอันต้องพ่ายให้กับเพื่อนร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรอบตัดเชือกด้วยสกอร์รวมสองนัด 2-3 ขณะที่ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ก็ฝ่าด่านมาถึงรอบรองชนะเลิศเช่นกันแต่สุดท้ายต้องอกหักตกรอบด้วยน้ำมือของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่พา เชลซี เอาชนะ 3-1

มาถึงรายการ ยูโรปา ลีก บ้าง พวกเขาเข้ารอบรองรองชนะเลิศได้อีกเช่นกัน ไม่รู้ว่าจะปิ่วตกรอบนี้อีกหรือไม่ ครั้งสุดท้ายที่ “ปีศาจแดง” ชูถ้วยแชมป์ต้องย้อนกลับไปในฤดูกาล 2016/17 หลัง โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมซิว ยูโรปา ลีก เพราะฉะนั้นหาก โซลชา หวังจะฉลองความสำเร็จบ้างคงต้องทำลายอาถรรพ์รอบรองฯในฤดูกาลนี้ให้ได้

4.เซบีย่าเซียนยูโรปา

เซบีย่า ภายใต้การคุมทีมฤดูกาลแรกของ จูเลน โลเปเตกี ถือว่าน่าประทับใจทีเดียวหลังออกสตาร์ทซีซั่นด้วยการเกาะกลุ่มหัวตารางทว่าก็มีฟอร์มแผ่วให้เห็นในบางแมตช์ แต่ที่พีคจริงคือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมซึ่งมีโอกาสขึ้นไปลุ้นแชมป์กับ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า รวมถึงยังเกาะที่สามอย่างเหนียวแน่น อย่างไรก็ตามในเดือนมกราคมพวกเขาสะดุดบ่อยครั้งโดยชนะเกมลีกแค่นัดเดียวจาก 3 นัดแถมยังพ่าย มิรานเดส ตกรอบ โกปา เดล เรย์ ด้วย

ขณะที่เดือนกุมภาพันธ์ก็ชนะเกมลีกแค่ 2 จาก 5 นัด ส่วนช่วงรีสตาร์ทลีกเดือนมิถุนายนก็สะดุดเสมอถึง 4 นัดติดต่อกันทำให้ แอตเลติโก มาดริด แซงขึ้นมาอันดับที่ 3 กลายเป็นว่าจาก เซบีย่า ลุ้นแชมป์อยู่ดีๆต้องมาทำแต้มเพื่อยึดพื้นที่ท็อปโฟร์เป็นพอ แต่ในช่วง 6 นัดสุดท้ายพวกเขาก็เรียกฟอร์มกลับมาด้วยการชนะ 5 จาก 6 นัดสุดท้ายพร้อมคว้าตั๋ว ชปล. ได้สำเร็จ ก่อนจะมาสานต่อฟอร์มร้อนแรงที่ ยูโรปา ลีก ด้วยการเขี่ย โรม่า และ วูล์ฟแฮปม์ตัน ตกรอบ พร้อมทำสถิติไร้พ่ายในทุกรายการ 19 นัดติดต่อกันแถมยังเก็บคลีนชีท 7 จาก 8 นัดหลังสุดอีกต่างหาก

เจ้าของแชมป์ยูโรปาสูงสุด 5 สมัยยังถือเป็นเซียนของบอลถ้วยนี้เหมือนเดิมหลังยังพ่ายแค่นัดเดียวตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มแถมยังไม่มีสะดุดเสมอเลยด้วย บุคคลที่ “ผีแดง” ควรต้องระวังไว้เลยคือ ลูกัส โอกัมโปส แนวรุกฟอร์มฮอตที่ทำ 17 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ในทุกรายการ โดยมีแอสซิสต์สำคัญในเกมกับ โรม่า รวมถึงโขกประตูชัยถีบ วูล์ฟส์ ตกรอบด้วย ถือเป็นคู่แข่งไม่ธรรมดา “ผีแดง” ห้ามประมาทเด็ดขาด

5.โซลชาเคยเจอมาแล้ว

โซลชา น่าจะรู้พิษสง เซบีย่า ดีหลังเคยเจอกันมาแล้วตั้งแต่คุมทีมโมลด์ในประเทศนอร์เวย์ โดยทั้งสองทีมโคจรมาเจอกันในยูโรปา ลีก นี่แหละซึ่งเป็นรอบ 32 ทีมสุดท้ายในฤดูกาล 2015/16 โดยเกมแรกในบ้านเซบีย่านั้น โมลด์ โดนถลุงไปถึง 3 เม็ดเลยทีเดียว ถึงแม้ว่านัดที่สอง โมลด์ จะกลับมาเล่นที่นอร์เวย์พร้อมกับเก็บชัยชนะ 1-0 ได้สำเร็จข แต่ผลรวมประตูไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมเข้ารอบ แน่นอนว่า โซลชา ก็คงหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องเอาคืนให้ได้

และถ้าหาก โซลชา เก็บชัยชนะได้ในคืนนี้จริงๆจะเป็นการชนะนัดที่ 50 จาก 89 เกมที่คุม “ปีศาจแดง” พร้อมกลายเป็นกุนซือที่ชนะ 50 นัดในทุกรายการเร็วที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสรตามหลัง เออร์เนส แมงนอลล์ (78 นัด) และ โชเซ่ มูรินโญ่ (81 นัด)

เนย์มาร์เลื้อยสยองโลก! เปิดสถิติน่าสนใจหลังเกมเปแอสเชเชือดอตาลันต้า

ดราม่าสุดๆ สำหรับเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ คู่แรกเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา หลัง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาได้สองประตูจาก มาร์กินญอส และ เอริค มักซิม ชูโป-โมติง ในนาทีที่ 90 และ 90+3 พลิกเอาชนะ อตาลันต้า ได้แบบสุดระทึก 2-1 ซึ่งต้องบอกเลยว่า เกมนี้มีสถิติที่น่าสนใจเพียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ เนย์มาร์ ที่เค้นฟอร์มการลากเลื้อยอันน่าทึ่ง ถึงแม้ไร้สกอร์และยิงทิ้งยิงขว้างไปหลายครั้งก็ตาม
     149 – จำนวนวินาทีความห่างระหว่างประตูของ มาร์กินญอส และ เอริค มักซิม ชูโป-โมติง
 

     1 – นี่คือหนแรกที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เอาชนะสโมสรจากอิตาลีได้สำเร็จในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยก่อนหน้านี้ 6 ครั้งที่เจอสโมสรเลี่ยน พวกเขาเสมอ 4 แพ้ 2 และเก็บคลีนชีตไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

     25 – เปแอสเช ทะลุเข้าสู่รอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี หรือนับตั้งแต่ฤดูกาล 1994/95 ยุคกุนซือ หลุยส์ แฟร์กน็องเดซ

     113 – จำนวนครั้งที่ เนย์มาร์ ได้สัมผัสกับบอลในเกมนี้ ซึ่งมากสุดเหนือทุกคนในสนาม รองลงมาคือ เพรสเนล คิมเพมเบ้ กองหลังเพื่อนร่วมทีม 93 ครั้ง 

     16 – จำนวนครั้งที่ เนย์มาร์ เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในเกมเดียว แชมเปี้ยนส์ ลีก นับตั้งแต่ที่ Opta เริ่มมีการจดบันทึกสถิติเมื่อฤดูกาล 2009/10

     11 – แน่นอนว่า สถิติเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง 16 ครั้งของ เนย์มาร์ เป็นสถิติสูงสุดในเกมเดียวศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ด้วย โดยทุบสถิติเดิม 11 ครั้งที่ ลิโอเนล เมสซี่ ของ บาร์เซโลน่า และ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ของ นาโปลี เคยทำเอาไว้ในเกมเจอกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ตามลำดับ 

     4 – ที่โหดยิ่งไปกว่านั้น… หากนับเฉพาะตั้งแต่ฤดูกาล 2016/17 เป็นต้นมา นักเตะที่เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จในเกมเดียวศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก มากสุด 4 อันดับแรก เป็น เนย์มาร์ คนเดียวล้วนๆ!!!

      – 16 ครั้ง : เนย์มาร์ VS อตาลันต้า (2020)
       – 15 ครั้ง : เนย์มาร์ VS ยูเวนตุส (2017)
      – 13 ครั้ง : เนย์มาร์ VS นาโปลี (2018)
      – 13 ครั้ง : เนย์มาร์ VS เรอัล มาดริด (2018)

     9.74 – เป็นเรตติ้งของ เนย์มาร์ ในเกมนี้จากเว็บไซต์ whoscored.com ซึ่งนอกจากเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้ถึง 16 หนแล้ว เกมนี้เจ้าตัวยังทำ 1 แอสซิสต์, สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมลุ้นทำประตูรวม 4 ครั้ง และเรียกฟาวล์ได้ถึง 9 หนด้วย

     6 – ขณะที่ เนย์มาร์ เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งได้ถึง 16 ครั้ง… ผู้เล่น อตาลันต้า ทั้งทีมเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จรวมแค่ 6 หนเท่านั้น!!! โดยนักเตะของพวกเขาที่ทำได้มากที่สุดคือ มาร์เท่น เดอ รูน 3 ครั้ง

เนย์มาร์เลื้อยสยองโลก! เปิดสถิติน่าสนใจหลังเกมเปแอสเชเชือดอตาลันต้า
     1 – ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังสำหรับ เมาโร อีการ์ดี้ หัวหอกเลือด "ฟ้า-ขาว" ของ เปแอสเช เพราะตลอด 79 นาทีที่อยู่ในสนาม (ชูโป-โมติง ลงแทน) เจ้าตัวได้สัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่ง 1 ครั้ง, สร้างโอกาสให้เพื่อน 1 ครั้ง, ได้ลองยิง 1 ครั้ง และตรงกรอบ 0 ครั้ง

เตรียมเก็บกระเป๋า! 5แข้งส่ออำลาอาร์เซน่อลช่วงซัมเมอร์นี้

อาร์เซน่อล เพิ่งจะเถลิงคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองเป็นสมัยที่ 14 ของสโมสร หลังเอาชนะ เชลซี 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศ อย่างไรก็ตามหากดูจากผลงานในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ทีม "ปืนใหญ่" มีผลงานกระท่อนกระแท่นพอสมควรจนทำให้พวกเขาจบอันดับ 8 ของตาราง
    ด้วยเหตุนี้ทำให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า จำเป็นต้องจัดการปล่อยแข้งส่วนเกินออกไปบางตำแหน่งเพื่อเป็นการระดมทุนซื้อแข้งใหม่มาเสริมทัพในการกลับมาไล่ล่าความสำเร็จต่อไปในฤดูกาลหน้า นี่คือ 5 แข้ง ที่ส่อแววอำลาทีมไปในช่วงซัมเมอร์นี้

มัตเตโอ เกนดูซี่

 

    มิดฟิลด์เลือดน้ำหอมดูเหมือนจะเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลของ อาร์เซน่อล หลังเป็นนักเตะคนสำคัญในยุคของ อูไน เอเมรี่ โดยมักจะถูกส่งลงเล่นเป็นตัวจริงสม่ำเสมอ

    อย่างไรก็ตามหลังจาก มิเกล อาร์เตต้า เข้ามากุมบังเหยีนแทนสถานการณ์ของดาวเตะวัย 20 ปี ก็เปลี่ยนไปต้องนั่งเป็นตัวสำรองซะส่วนใหญ่ และล่าสุดก็ถูกตัดออกจากสารบบทีมเรียบร้อยเนื่องจากมีปัญหาเรื่องพฤติกรรม รวมถึงตัว เกนดูซี่ เองก็ไม่ได้โพสต์แสดงความยินดีร่วมกับทีม หลังจากเพิ่งคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ โดยเลือกโพสต์ภาพตอนที่ตัวเองไปพักร้อนลงบน อินสตาแกรม อีกด้วย และเป็นที่แน่นอนแล้วว่าเจ้าตัวจะไม่ได้อยู่กับทีมต่อไปอย่างแน่นอน ส่วนจะย้ายไปอยู่ทีมไหนนั้นต้องรอดูกันต่อไป

โซคราติส

    ปราการหลังทีมชาติกรีซถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆในยุคของกุนซือ อูไน เอเมรี่ อย่างไรก็ตามเมื่อ มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาสานงานต่อตำแหน่งของเจ้าตัวก็เริ่มสั่นคลอน หลังกุนซือชาวสแปนิชเลือกที่จะใช้ ชโคดราน มุสตาฟี่ ลงจับคู่กับ ดาวิด ลุยซ์ เป็น 11 ตัวแรกก่อน

    ด้วยความที่ โซคราติส อยู่ในวัย 31 ปี และสัญญากำลังจะหมดลงในปีหน้าทำให้คาดว่าเขาจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ อาร์เตต้า ต่อไป และตำแหน่งเขาจะถูกทดแทนด้วยดาวรุ่งอย่าง วิลเลียม ซาลิบา ที่จะย้ายมาจาก แซงต์ เอเตียน แถมยังมี ร็อบ โฮลดิ้ง เป็นตัวสอดแทรกได้อีกด้วย

เมซุส โอซิล

    อดีตมิดฟิลด์ทมชาติเยอรมันไม่ได้ลงเล่นในลีกเลยนับตั้งแต่จบเกมที่ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยตลอดทั้งฤดูกาลนี้เขาได้ลงเล่นในทุกรายการไปเพียง 23 นัดเท่านั้น ซึ่งรวมถึงเกมนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ กับ เชลซี โดยทางสโมสรได้อนุญาตให้เจ้าตัวได้ไปพักร้อนเนื่องจากไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แล้ว

    แม้ว่าตอนนี้ โอซิล จะเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยเยอะที่สุดของทีมที่ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นตัวหลักของทีมอีกต่อไปแล้ว แถมเขาก็ใกล้จะต้องบอกลาทีมเต็มทีเพราะเหลือสัญญากับทีมอีก 1 ปีเท่านั้น โดยเชื่อกันว่า อาร์เซน่อล พยายามหาทางขายเขาหลังจบฤดูกาลนี้อยู่ แต่ฝั่ง โอซิล พร้อมที่จะอยู่กับทีมต่อแล้วไปรอย้ายฟรีในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า

เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส

    ดาวเตะสารพัดประโยชน์จะก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เป็นฤดูกาลที่ 5 แล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะยึดตำแหน่งตัวจริงได้เลย โดยในฤดูกาลนี้ได้ลงเล่น 15 เกมในลีกเท่านั้น 

    แข้งวัย 22 ปี ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ อาร์เตต้า โดยกุนซือชาวสแปนิชถึงขนาดเคยต้องจับ โซคราติส ไปยืนประจำการทางแบ็กขวาแทน เอคตอร์ เบเยริน มาแล้ว และแม้ว่าเจ้าตัวจะได้รับโอกาสลงเล่นมากขึ้นในช่วงหลังในตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งซ้าย แต่ก็มีรายงานว่าเจ้าตัวพร้อมพิจารณาย้ายออกจากทีมเพื่อโอกาสลงเล่นมากขึ้น โดยมี ไบรท์ตัน แสดงความสนใจอย่างจริงจัง

เฮนริค มคิทาร์ยาน

    มิดฟิลด์ชาวอาร์เมเนียย้ายมาร่วมทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" โดยเป็นการสลับขั้วกับ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ย้ายไปอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด แทน ในปี 2018 และก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มออกมาในระยะยาวได้จนต้องเผชิญชะตาเดียวกันกับดาวเตะชาวชิลี

    ดาวเตะวัย 31 ปี ลงเล่น 38 เกมทุกรายการทำได้ 6 ประตูในฤดูกาล 2018-19 ก่อนจะถูกปล่อยให้ โรม่า ยืมไปใช้งานในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งดูเหมือนว่าโอกาสที่จะกลับมาเล่นในอังกฤษอีกครั้งคงจะเป็นเรื่องยากเนื่องจากเจ้าตัวเคยออกมายอมรับว่าเขาไม่เคยมีความสุขกับการเล่นฟุตบอลในลีกผู้ดี

แมนซิตี้จัดหนัก “สเตอร์ลิง” ลงซัด, ลียงคึกชูทีเด็ด “เดอปาย” 8 ทีมชปล.

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หวังพา "เรือใบ" เข้ารอบตัดเชือกให้ได้เพื่อโอกาสลุ้นถึงแชมป์ เกมนี้พร้อมเต็มสูบส่งแนวรุกทั้ง ราฮีม สเตอร์ลิง และกาเบรียล เชซุส ลงล่าตาข่ายคู่แข่งอย่าง ลียง ที่เพิ่งโค่น "ม้าลาย" เข้ามา โดยมี เมมฟิส เดอปาย กัปตันทีม ที่เป็นทีเด็ด ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม นี้ เริ่มแข่งขันเวลา 02.00 น.

ปรีวิวยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ) – โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส)
วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2563 เวลา 02.00 น.

สนาม : เอสตาดิโอ โชเซ่ อัลวาลาด (ลิสบอน, โปรตุเกส)

    เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯ ซิตี้ พาทีมเข้ารอบนี้ หลังฝ่าด่านเรอัล มาดริด ด้วยประตูรวม 2 นัด 4-2 โดยเป็นฝ่ายเอาชนะด้วยสกอร์ 2-1 ทั้งสองเกม  
 
    ความพร้อมเกมนี้ต้องลุ้นหนักกับระดับความฟิต เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" กองหน้าตัวเก่งซึ่งขึ้นเขียงผ่าตัดหัวเข่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน แต่คาดมีชื่อสำรองได้ก็ถือว่าเซอร์ไพรส์มากแล้ว

    2 แข้งใหม่สดๆร้อนๆ เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกสแปนิชที่ฉกจาก บาเลนเซีย กับ นาธาน อาเก้ กองหลังดัตช์แมนดูดจาก บอร์นมัธ ไม่ได้ลงทะเบียนชื่อไว้พลาดมีส่วนร่วมเช่นเดียวกับ ลีรอย ซาเน่ แนวรุกทีมชาติเยอรมัน ซึ่งถูกถอดชื่อออกจากลิสต์หลังย้ายซบ บาเยิร์น มิวนิค เรียบร้อย

    การจัดทัพ เป๊ป น่ายึดแกนหลักเกมล่าสุดเหมือนเดิม เพราะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แฟร์นันดินโญ่ น่ายืนจับคู่กับ อายเมอริค ลาป๊อร์กต์ ด้วย เอริค การ์เซีย ส่อโดนขายหลังเมินขยายสัญญาใหม่แทนฉบับปัจจุบันที่เหลือถึงปีหน้าเพราะตั้งใจย้ายกลับซบอก บาร์เซโลน่า 

    ส่วน นิโกลัส โอตาเมนดี้ กับ จอห์น สโตนส์ น่านั่งสำรองตามเดิม เบนฌาแม็ง เมนดี้ แบ็กซ้ายเลือดน้ำหอมกลับมาเป็นตัวเลือกอีกครั้งจากติดโทษแบนเกมย้ำชัยเหนือ เรอัล มาดริด แต่ยังต้องแย่งตำแหน่งกับ ชูกาน กานเซโล่ และโอเล็กซานเดอร์ ชินเซนโก้

    เกมรุกน่าสนใจว่าจะยังให้ ฟิล โฟเด้น ดาวรุ่งเด็กปั้นออกสตาร์ทหรือเรียกตัวเก๋ากว่าอย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา หรือ ริยาด มาห์เรซ ลงเล่นกับ ราฮีม สเตอร์ลิง และกาเบรียล เชซุส ซึ่งน่าการันตีตัวจริง

    โอลิมปิก ลียง ได้อันดับ 7 ลีก เอิง ฝรั่งเศส และได้รองแชมป์เฟร้นช์ ลีก คัพ ฤดูกาล 2019 – 2020 ไม่ได้โควตาไปเล่นฟุตบอลสโมสรยุโรปในซีซั่นหน้า

    รูดี้ การ์เซีย เทรนเนอร์ชาวฝรั่งเศสของลียงวัย 56 ปี นำทีมลงสนามล่าสุดแพ้นัดเยือน ยูเวนตุส แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 1-2 ที่ ยูเวนตุส สเตเดี้ยม, ตูริน ประเทศ อิตาลี ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม โดยรวมผลสองนัด เสมอ 2-2 แต่ ลียง เข้ารอบ ด้วยกฏประตูทีมเยือน ซึ่ง ลียง ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ฤดูกาล 2009 – 2010

     การ์เซียได้ เมมฟิส เดอปาย กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ กัปตันทีมหายเจ็บเอ็นหัวเข่าซ้าย, เจ๊ฟฟ์ ไรน์-อเดเลด มิดฟิลด์หายเจ็บเอ็นหัวเข่าขวา กลับมาลงเล่นได้แล้ว หลังจากทั้งคู่บาดเจ็บพักไปนานหลายเดือน

    ในรายของ เคนนี่ เตเต้ แบ็กขวาทีมชาติฮอลแลนด์หายเจ็บกล้ามเนื้อ, มาร์เซโล่ เซนเตอร์แบ็กบราซิลหายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา, ยุสซุฟ โกเน่ แบ็กซ้ายทีมชาติมาลีหายเจ็บกล้ามเนื้อ 

    นัดนี้ เจสัน เดนาเยอร์ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติเบลเยียมวัย 25 ปี จะได้ลงสนามพบทีมเก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    ส่วน อุสเซม อาอูอาร์ มิดฟิลด์ตัวหลักของลียง กำลังได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เวลานี้

    การจัดทีมนัดนี้ ลียง จะเล่นระบบ 3-5-2 เหมือนนัดฉะ ยูเวนตุส โดยมี แอนโธนี่ โลเปส นายทวารโปรตุกีสเฝ้าเสา เจสัน เดนาเยอร์, มาร์เซโล่, แฟร์นานโด มาร์ซาล ประสานงานร่วมกันในแดนหลัง

    ขณะที่ เลโอ ดูบัวส์ กับ มักซ์เวล กอร์กเน่ต์ ทำหน้าที่วิงแบ็กขวา-ซ้าย ตามลำดับ มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์, บรูโน่ กิมาเรส, อุสเซม อาอูอาร์ เป็นแกนหลักแดนกลาง

    อย่างไรก็ตามเขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะส่ง มุสซา เด็มเบเล่ กองหน้าวัย 24 ปี หรือ คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ ดาวยิงทีมชาติแคเมอรูนวัย 27 ปี ลงเล่นแดนหน้าเคียงข้าง เมมฟิส เดอปาย หัวหอกทีมชาติฮอลแลนด์ กัปตันทีมวัย 26 ปี ซึ่งในเกมล่าสุดกับยูเว่ เขาส่ง เอก็อมบี้ ลงตัวจริง
 
    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, แฟร์นันดินโญ่, อายเมริค ลาปอร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ – เควิน เดอ บรอยน์, โรดรี, อิลคาย กุนโดกัน – ราฮีม สเตอร์ลิง, กาเบรียล เชซุส, ริยาด มาห์เรซ

     ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า   

    โอลิมปิก ลียง : แอนโธนี่ โลเปส – เจสัน เดนาเยอร์, มาร์เซโล่, แฟร์นานโด มาร์ซาล – เลโอ ดูบัวส์, มักซ็องซ์ กาเกอเร่ต์, บรูโน่ กิมาเรส, อุสเซม อาอูอาร์, มักซ์เวล กอร์กเน่ต์ – มุสซา เด็มเบเล่, เมมฟิส เดอปาย (กัปตันทีม)

     ผู้จัดการทีม : รูดี้ การ์เซีย

    ผู้ตัดสิน : ดานนี่ มัคเคลี่ (ฮอลแลนด์)

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
28/11/18    ชปล.โอลิมปิก ลียง2 – 2แมนฯ ซิตี้
20/09/18    ชปล.แมนฯ ซิตี้1 – 2โอลิมปิก ลียง

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ซิตี้
08/08/20 ชนะ เรอัล มาดริด 2-1 (เหย้า) ชปล.
26/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 5-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
21/07/20 ชนะ วัตฟอร์ด 4-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
18/07/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
15/07/20 ชนะ บอร์นมัธ 2-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

โอลิมปิก ลียง
08/08/20 แพ้ ยูเวนตุส 1-2 (เยือน) ชปล.
31/07/20 เสมอ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง  0-0 (สนามกลาง) เฟร้นช์ ลีก คัพ
22/07/20 ชนะ เกนท์ 3-2 (เยือน) กระชับมิตร
18/07/20 ชนะ เซลติก 2-1 (เหย้า) กระชับมิตร
16/07/20 แพ้ เรนเจอร์ส 0-2 (เหย้า) กระชับมิตร

แมนยูเหนื่อย, อินเตอร์ไม่ง่าย! วิเคราะห์ ยูโรปา ลีก รอบ 4 ทีมสุดท้าย

ศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก ประจำฤดูกาล 2019/2020 ใกล้จะได้บทสรุปแล้ว โดยตอนนี้เหลือเพียงแค่ 4 ทีมที่จะต้องมาขับเคี่ยวในรอบรองชนะเลิศ ที่จัดขึ้นในสนามเป็นกลาง ประเทศเยอรมนี โดย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องพบงานหนักเมื่อดวลกับ เซบีย่า ขณะที่ อินเตอร์ มิลาน ค่อนข้างเบาแรงนิดหน่อยกับการดวล ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค
– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ) VS เซบีย่า (สเปน) (วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ที่สนามไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน)

    ต้องบอกเลยว่าเป็นมวยถูกคู่จริงๆ เพราะหากมองตามเนื้อผ้าทั้งสองทีมมีศักยภาพที่ค่อนข้างจะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะมีดูเหนือกว่าตรงที่มีผู้เล่นฝีเท้าจัดจ้านเป็นตัวชูโรงอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และสามประสานสุดโหด มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กับ เมสัน กรีนวู้ด

    สำหรับในเวลานี้เรื่องความมั่นใจต้องยกให้กับ "ปีศาจแดง" เพราะนับตั้งแต่เกมลูกหนังกลับมารีสตาร์ท พวกเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง โดยแพ้เพียงแค่ 1 เกมในแมตช์พบ เชลซี รอบรองชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ ขณะเดียวกันบรรดาลูกทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังฮึกเหิม หลังจากที่พวกเขาจบอันดับ 3 ในตารางลีก คว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้าได้ด้วย

    ขณะเดียวกันผลงานโดยรวมของทีมก็ค่อนข้างจะคงเส้นคงวา ทั้งเกมรับที่เหนียวแน่น เกมรุกที่ดุดัน กอปรกับการเล่นในสนามเป็นกลางที่ไร้ความกดดันจากเสียงเชียร์ของแฟนบอล ในประเทศเยอรมนี ทำให้พวกเขามีสมาธิอย่างเต็มที่ในการเล่นมากยิ่งขึ้น

    ด้าน เซบีย่า ถือเป็นทีมแกร่งเช่นเดียวกันแม้ว่าผู้เล่นอาจจะไม่ได้โดดเด่นเหมือนกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่นักเตะก็เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพอย่าง ซูโซ่ ที่เคยเล่นลิเวอร์พูล, เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ลูกัส โอกัมโปส ที่เพิ่งจะโหม่งประตูชัยในเกมเฉือน วูล์ฟส์ รอบ 8 ทีมสุดท้าย

    อย่าลืมว่า เซบีย่า เป็นตัวพ่อในเกมถ้วยใบเล็กยุโรปโดยประสบความสำเร็จในรายการนี้ถึง 5 สมัย และยังเป็นแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันในซีซั่น 2013/14, 2014/15, 2015/16 ส่วนฟอร์มการเล่นในลีกก็ถือว่าไม่ขี้เหร่เมื่อจบอันดับท็อปโฟร์ ได้ตั๋วไปลุยแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า พร้อมทั้งสะกดคำว่าแพ้ใครไม่เป็น 18 แมตช์จากการเล่นทุกรายการด้วย

    ผลงานระหว่างทั้งสองทีมต้องบอกว่า เซบีย่า ค่อนข้างจะเหนือกว่าเล็กน้อยโดยการดวลกัน 3 เกม ทีมดังจากลา ลีกา ชนะ 2 เกม และเสมอ 1 แมตช์ โดยเกมล่าสุด "ปีศาจแดง" แพ้ไปด้วยสกอร์ 1-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2018

    แน่นอนว่าการพบกันอีกครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด หมายมั่นปั้นมือที่จะล้างแค้นให้ได้ แต่สิ่งสำคัญที่เจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย ต้องจำให้ขึ้นใจก็คือ ประสบการณ์ในเกมยูโรปา ลีก ของ เซบีย่า ไม่ธรรมดาจริงๆ 

 เฮด-ทู-เฮด : เคยพบกันมาแล้ว 3 เกม โดยเป็นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 แมตช์ ซึ่ง เซบีย่า เหนือกว่าโดยชนะ 1 เสมอ 1 ส่วนอีกเกมเป็นแมตช์อุ่นเครื่องและ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ 1-3

อินเตอร์ มิลาน  (อิตาลี) VS ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน) (วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคมนี้ ที่สนามแมร์กูร์ ชปีล อารีน่า)

    อินเตอร์ มิลาน อยู่ในฟอร์มที่ฮึกเหิมมากๆ ในเกมกัลโช่ เซเรีย อา สามารถเร่งเครื่องจบในตำแหน่งรองแชมป์ได้สำเร็จ ในขณะที่ฟอร์มของนักเตะก็กำลังร้อนแรงโดยเฉพาะ โรเมลู ลูกากู ที่เพิ่งจะย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ผลงานการถล่มประตูสุดยอดเกินจะบรรยาย

    หัวหอกชาวเบลเยียม ยังสร้างสถิติสุดโหดโดยสามารถทำประตูในศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ได้ติดต่อกัน 9 นัด ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของการแข่งขันรายการนี้ ในส่วนของผลงานในลีกเมืองมะกะโรนี ก็ซัดไป 23 ประตูและกลายเป็นดาวซัลโวประจำทัพ "งูใหญ่" ในซีซั่น 2019/2020

    ในส่วนของเกมรุกยังมี  เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าเลือดอาร์เจนไตน์, อเล็กซิส ซานเชซ หัวหอกชิลี ที่พร้อมประสานงานไล่ล่าตาข่าย รวมไปถึง แอชลี่ย์ ยัง ที่กำลังฟอร์มร้อนแรงนับตั้งแต่ย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้าน ซามีร์ ฮันดาโนวิช นายทวารจอมหนึบ ฟอร์มยังคงไว้วางใจได้เมื่อยืนอยู่หน้าปากประตู ขณะที่เกมรับยังถือว่าพอใช้ได้แม้จะไม่โดดเด่นเหนียวแน่นมากนัก แต่ก็ไม่ขี้เหร่

    สำหรับ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค แน่นอนว่าชื่อชั้นขุมกำลังของทีมเป็นรองทัพ "เนรัซซูรี่" หลายขุม ในส่วนของสตาร์ดังภายในทีมก็ไม่ค่อยมีมากนัก แต่จุดที่โดดเด่นของยอดทีมแห่งลีกยูเครนก็คือความสามารถเฉพาะตัวและการเล่นเป็นทีมเวิร์ก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญนำพวกเขาทะลุเข้ารอบตัดเชือกถ้วยใบเล็กยุโรป

    ขณะที่ผลงาน 5 แมตช์หลังสุดของทั้งสองทีมก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน โดยทัพ "งูใหญ่" นอกจากจะชนะรวดแล้วยังเสียเพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้น ซึ่งเกิดขึ้นในเกมที่เฉือน "ห้างขายยา" ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
 
    ในส่วนของการพบกันเองทั้งสองทีมมีโอกาสได้ดวลกันเพียงแค่ 2 แมตช์เท่านั้น และเป็น อินเตอร์ มิลาน ที่เอาชนะไปได้ 1 เกม กับ เสมอ 1 แมตช์ ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2005

 เฮด-ทู-เฮด : เคยพบกันมาแล้ว 2 เกม ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก โดย อินเตอร์ มิลาน มีสถิติเหนือกว่าเล็กน้อยด้วยการชนะ 1 เกม สกอร์ 2-0 และ เสมอ 1 แมตช์ สกอร์ 1-1

เคยกินข้าวกับปธ.!เผยโปเช็ตติโน่เต็ง1คุมบาร์ซ่า

อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุของแคว้นกาตาลุนย่า ระบุ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เป็นเต็งจ๋าที่จะได้คุม บาร์เซโลน่า โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งไปกินข้าวเย็นกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บิ๊กบอส "อาซูลกราน่า" แถมทั้งคู่ยังติดต่อกันบ่อยๆ ด้วย

    เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือว่างงานคนดัง เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้เป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน โดยเขาเคยกินมื้อเย็นกับ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ไปหมาดๆ ด้วย ตามรายงานของ อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า

    อนาคตของ กีเก้ เซเตียน กุนซือคนปัจจุบันของ บาร์เซโลน่า เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาพาทีมทำผลงานได้น่าผิดหวังจนอดได้แชมป์ลีก และล่าสุดสถานการณ์ของ เซเตียน ก็ย่ำแย่ลงไปอีก จากการที่ทีมของเขาแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 2-8 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    แม้ว่า โปเช็ตติโน่ จะเคยให้สัมภาษณ์ในเชิงว่าขอยอมไปทำนาดีกว่าจะไปคุม บาร์เซโลน่า หรือ อาร์เซน่อล ที่เป็นคู่ปรับของ เอสปันญ่อล กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งเป็นทีมที่เขาเคยรับงานให้ แต่ไม่นานมานี้เจ้าตัวชี้แจงว่าตอนนั้นให้สัมภาษณ์แบบนั้นเพราะอยากยุติข่าวลือเท่านั้น ไม่ได้ทำไปเพื่อที่จะดูหมิ่นทีมไหนแต่อย่างใด จนทำให้ดูเหมือนเป็นการปูทางที่จะไปรับงานกับ บาร์เซโลน่า หลังจากเจ้าตัวมีข่าวกับการเป็นกุนซือของทีมดังแห่งถิ่น คัมป์ นู อย่างต่อเนื่อง

    อาร์เอซี 1 เสริมว่าที่จริง โปเช็ตติโน่ กับ บาร์โตเมว มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากๆ โดยพวกเขาติดต่อกันบ่อยๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม บาร์โตเมว ก็จะได้อยู่ในตำแหน่งตามวาระอีกเพียง 1 ปีเท่านั้น ทำให้ถ้าเกิด โปเช็ตติโน่ มารับงานกับ บาร์เซโลน่า จริงๆ มันก็อาจจะไม่สามารถรับประกันได้ว่าเขาจะได้คุมทีมในระยะยาว

งูตัดเชือกรอบ10ปี! “ลูกากู” ฮอตอินเตอร์เฉือนห้างยาลิ่วรอบรอง ยูโรปา

"งูใหญ่" ของ อันโตนิโอ คอนเต้ ทำผลงานได้ตามเป้าแม้เกมนี้โดน "วีเออาร์" ริบจุดโทษถึง 2 ครั้งแต่ต้องชมความสุดยอดของ โรเมลู ลูกากู ทำสถิติซัด 9 เกมติดต่อกันในรายการนี้ พาทีมเชือด เลเวอร์คูเซ่น 2-1 ผ่านเข้ารอบตัดเชือกฟุตบอลยุโรปรอบ 10 ปี ในศึกฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : เมอร์เคอร์ สปีล อารีน่า (สนามกลาง)

    ทีมเนรัซซูรี่ รองแชมป์เซเรีย อา ฤดูกาลล่าสุด ตีตั๋วสู่รอบนี้ด้วยการเอาชนะเคตาเฟ่ 2-0 ที่สนามกลางในเยอรมัน เนื่องจากเกมเลกแรกเดิมทีนั้นถูกเลื่อนในช่วงโควิดแพร่ระบาด

    ทางด้าน "ห้างขายยา" จบอันดับ 5 ในตารางบุนเดสลีกา ซีซั่นล่าสุด จึงต้องเอาโทรฟี่ยูโรปา ลีก ฤดูกาลนี้มาครองให้ได้ หากอยากจะคว้าตั๋วลุยศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วนในรอบที่แล้ว พวกเขาผ่านเรนเจอร์สด้วยชัยชนะแบบไป-กลับ โดยบุกรัว 3-1 ก่อนเบรกโควิดแล้วกลับมาเฝ้ารังย้ำแค้น 1-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

    5 นาทีผ่านเป็น "งูใหญ่" ทำได้ดีกว่ามีจังหวะแก้เพรสซิ่งสวยๆจากบอลหน้าประตูของ ซามีร์ ฮันดาโนวิช เปิดยาวให้ โรเมลู ลูกากู พักอกแปะให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ตวัดออกขวาถึง ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ สอดมาครอสเข้าในแต่โดนเคลียร์ทิ้งไปก่อนนิดเดียว

    นาทีที่ 15 อินเตอร์ มิลาน มาได้ประตูขึ้นนำจากการประสานงานสุดสวย แอชลี่ย์ ยัง สอดมารับบอลทางซ้ายจ่ายเร็วเข้าในให้ โรเมลู ลูกากู พักบอลก่อนได้ช่องซัดไปติดบล็อคโชคดีเด้งมาเข้าทาง นิโกโล่ บาเรลล่า ตามมากดไซค์ก้อยโค้งผ่านมือ ลูคัส ฮราเด็คกี้ ตุงตาข่าย

    5 นาทีต่อมา "งูใหญ่" เร่งเครื่องต่อเนื่องคราวนี้เป็น เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ใช้ความสามารถเฉพาะตัวลากบอลเข้าเขตโทษก่อนตวัดเข้ากลางให้ นิโกโล่ บาเรลล่า แปร์เต็มแรงไปติดบล็อค ลูคัส ฮราเด็คกี้

    แต่แล้วนาทีต่อมา อินเตอร์ มิลาน บวกสกอร์เพิ่มสำเร็จเป็น แอชลี่ย์ ยัง โชว์เหนือจ่ายแทงช่องเข้าเขตโทษให้ โรเมลู ลูกากู ใช้ตัวบัง เอ็ดมอนด์ ทัปโซบา ก่อนล้มตัวยิงผ่าน ลูคัส ฮราเด็คกี้ ไม่มีพลาด

    เกมแลกกันสุดมันส์นาทีที่ 25 "ห้างขายยา" ตามตีไข่แตกเป็นจังหวะสกัดไม่ดีของ ดีเอโก้ โกดิน บอลหลุดมาถึง ไค ฮาแวร์ทซ์ แหวกเข้าไปทำชิ่งกับ เควิน โฟลลันด์ ก่อนตะบันแฉลบหว่างขา ซามีร์ ฮันดาโนวิช เข้าไป

    นาทีต่อมา "งูใหญ่" พลาดโอกาสทิ้งห่างอีกครั้งเป็น ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ ยกบอลไปโดนหัวไหล่ ดาลี่ย์ ซิงค์กราเวน ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่าให้เป็นจุดโทษก่อนชั่งใจวิ่งไปเช็ค "วีเออาร์" และหันกลับมาริบจุดโทษคืน

    ช่วงท้าย "ห้างขายยา" เริ่มครองเกมได้มากขึ้นพาบอลเข้าพื้นที่อันตรายแต่ยังมีปัญหาในการจบสกอร์ หมดครึ่งเวลาแรก อินเตอร์ มิลาน 2 เลเวอร์คูเซ่น 1

    เปิดฉากครึ่งหลังได้ 5 นาที อินเตอร์ มิลาน โหมใส่ทันทีแต่มาพลาดกันเองเป็น แอชลี่ย์ ยัง ตักบอลเข้าเขตโทษให้ โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ ทิ้งตัวดีดระยะไม่ถึง 5 หลาไปติด โรเมลู ลูกากู เด้งออกมา

    นาทีที่ 60 เลเวอร์คูเซ่น พลาดโอกาสสำคัญเป็น เคเรม เดเมียร์บาย ฉกบอลตัดหน้า นิโกโล่ บาเรลล่า ก่อนตะบันด้วยซ้ายระยะ 18 หลาแต่น่าเสียดายไปตรงตัว ซามีร์ ฮันดาโนวิช ปัดข้ามคานออกไป

    5 นาทีต่อมาเป็นจังหวะประสานงานของตัวสำรองอย่าง คริสเตียน อีริคเซ่น จ่ายถวายพานให้ อเล็กซิส ซานเชซ ยืนซัดโล่งๆในกรอบเขตโทษไปติดเซฟ ลูคัส ฮราเด็คกี้ เหลือเชื่อ

    ก่อนหมดเวลา 15 นาที "งูใหญ่" ชวดบวกสกอร์ปิดเกมทั้งจากลูกยิงไปติดบล็อคของ มาร์เซโล่ โบรโซวิช และความเหนือชั้นของ วิคเตอร์ โมเซส สอดมารับบอลก่อนล็อคเข้าในกดด้วยซ้ายไปติดเซฟ ลูคัส ฮราเด็คกี้
   
    พอทำไม่ได้ 5 นาทีต่อมากลายเป็น "ห้างขายยา" เกือบตีเจ๊าจากบอลริมเส้นทางซ้ายของ  เลออน ไบลี่ย์ ครอสเข้าในเกือบถึง ไค ฮาแวร์ทซ์ บอลหลุดมาเสาไกล เควิน โฟลลันด์ ทิ้งตัวสไลด์ก็ยังไม่ทันหลุดออกไป

    ช่วงทดเจ็บ อินเตอร์ มิลาน โชคร้ายซ้ำ คาริม เบลลาราบี้ ไปเหนี่ยวแขน คริสเตียน อีริคเซ่น ร่วงลงไป การ์ลอส เดล เซร์โร่ เป่าให้เป็นจุดโทษแต่หลังจากดู "วีเออาร์"  บอลไปโดนมือ นิโกโล่ บาเรลล่า กลายเป็น เลเวอร์คูเซ่น ได้ฟรีคิก

    นาทีที่ 90+5  โรเมลู ลูกากู เบียดเอาชนะ เอ็ดมอนด์ ทัปโซบา ส่งบอลผ่านมือ ลูคัส ฮราเด็คกี้ ไปซุกก้นตาข่ายแต่ การ์ลอส เดล เซร์โร่ เป่าให้ฟาลว์กับ "ห้างขายยา"

    จบเกม อินเตอร์ มิลาน 2 เลเวอร์คูเซ่น 1

รายชื่อผู้เล่นลงสนามตัวจริง

    อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซามีร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ, นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง – เลาตาโร่ มาร์ติเนซ, โรเมลู ลูกากู

เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้

    เลเวอร์คูเซ่น (4-2-3-1) : ลูคัส ฮราเด็คกี้ – ลาร์ส เบนเดอร์, สเวน เบนเดอร์, เอ็ดมอนด์ ทัปโซบา, ดาลี่ย์ ซิงค์กราเวน – ยูเลี่ยน บอมการ์ทลิงเกอร์, เอเชเกล ปาลาซิออส – ไค ฮาแวร์ทซ์, เคเรม เดเมียร์บาย, มูสซ่า ดิยาบี้ – เควิน โฟลลันด์

เทรนเนอร์ : ปีเตอร์ บอสซ์

ผู้ตัดสิน : การ์ลอส เดล เซร์โร่ (สเปน)

เผยแมนยูประเคนค่าเหนื่อยให้ซานโช่เท่าไหร่

แมนฯ ยูไนเต็ด จริงจังกับภารกิจล่าตัว เจดอน ซานโช่ จนถึงขั้นยอมให้ค่าเหนื่อยเขา 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และเจ้าตัวก็จะได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ด้วย ตามรายงานของ สื่อของอังกฤษ
     แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะให้ค่าเหนื่อย เจดอน ซานโช่ ปีกดาวดังของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เป็นเงินจำนวนสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 8.80 ล้านบาท)

    กระแสข่าวระหว่าง ซานโช่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด รุนแรงขึ้นในพักหลังจนตอนนี้ดูมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่อดีตลูกหม้อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะมาซบ "ปีศาจแดง" โดยก่อนหน้านี้ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาที่มีความน่าเชื่อถือสูงเปิดเผยว่าแข้งวัย 20 ปีใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แล้ว พร้อมบอกว่าจะมีการเซ็นสัญญากัน 5 ปี แต่ไม่มีการชี้แจงเรื่องค่าเหนื่อย

    ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจำนวนเงินดังกล่าวเป็นเฉพาะค่าเหนื่อยในเบื้องต้น หรือนับรวมค่าโบนัสอื่นๆ ตามผลงานที่ ซานโช่ จะทำได้เข้าไปด้วย อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเขาได้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์จริงๆ มันก็จะทำให้เขาเป็นคนที่ได้ค่าเหนื่อยสูงที่สุดเป็นอันดับ 4 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด หากไม่นับรวม อเล็กซิส ซานเชซ ที่โดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ มิลาน โดยคนที่จะได้ค่าเหนื่อยมากกว่าเขาในกรณีที่นับรวมโบนัสต่างๆ เข้าไปด้วยแล้วนั้นมี ดาบิด เด เคอา (375,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 15 ล้านบาท), ปอล ปอกบา (290,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 11.60 ล้านบาท) และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท)

    เดอะ ซัน เสริมว่าที่จริงสัญญาของ ซานโช่ จะมีระยะเวลาเบื้องต้น 4 ปี แต่มีอ็อปชั่นที่จะขยายสัญญาไป 1 ปี นอกจากนี้ สื่อเจ้าเดิมยังบอกว่า ซานโช่ จะได้สวมเสื้อเบอร์ 7 ตามที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ด้วย

ทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ : ไทยลีก 2020 กลับมาเตะเมื่อไหร่?

ฟุตบอลลีกไทยเกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย ด้วยผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 และนี่คือเรื่องราวที่คุณควรรู้ก่อนศึกไทยลีกจะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง

จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของไทยวุ่นวายทั้งโปรแกรมการแข่ง , ตลาดนักเตะ , มาตรการป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด-19 หากแข่งขันสนามปิด รายละเอียดจะมีอะไรบ้าง และมีหลักปฏิบัติที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โกล ประเทศไทย หาคำตอบมาให้คุณได้ติดตามครบจบในที่เดียว…

1.การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพฤดูกาล 2020-21 หลังเบรคโควิด-19
การแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก (ไทยลีก 1)จะกลับมาแข่งขันต่อจากเดิมในสัปดาห์ที่ 5 โดยยึดผลการแข่งขันและอันดับจาก 4 นัดที่ผ่านมาตามเดิม และจะคัด 4 สโมสรที่มีคะแนนสูงสุดในเลกที่ 1 ได้รับสิทธิ์แข่งขันในรายการ AFC Champions League หากคะแนนเท่ากัน จะพิจารณาจากประตูได้เสีย

การแข่งขัน M-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก 2) จะกลับมาแข่งขันต่อจากเดิมในสัปดาห์ที่ 5 โดยจะยังมีการแข่งขันในรอบเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมเลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีก 1 ฤดูกาลถัดไป (รอบเพลย์ออฟ 2-23 พฤษภาคม 2564)

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้รวมการแข่งขันไทยลีก 3 และไทยลีก 4 เข้าด้วยกันเป็นศึกออมสิน เนชั่นแนล ลีก ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 6 โซน โซนละ 12-14 ทีม แชมป์และรองแชมป์ของแต่ละโซน จะผ่านเข้าไปเล่นในรอบซูเปอร์ลีก ที่จะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ทีม

แชมป์กลุ่มจะได้สิทธิ์เลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีก 2 อัตโนมัติ และเข้าไปเล่นในรอบชิงแชมป์ประเทศ ขณะที่รองแชมป์กลุ่มจะเล่นในนัดชิงอันดับ 3 เพื่อหาทีมสิทธิ์เลื่อนชั้นไปไทยลีก 2 ขณะที่ทีมอันดับสุดท้ายของแต่ละโซนจะตกชั้น

2.กำหนดวันแข่งขันไทยลีก1-3 และฟุตบอลถ้วยฤดูกาล 2020-21
ศึกโตโยต้า ไทยลีก (ไทยลีก 1) จะเริ่มกลับมาแข่งขัน 12 กันยายน 2563 ปิดฤดูกาล 15 พฤษภาคม 2564 ส่วน M-150 แชมเปี้ยนชิพ (ไทยลีก 2) จะแข่งขัน 12 กันยายน 2563 ปิดฤดูกาล 25 เมษายน 2564 โดยรอบเพลย์ออฟจะแข่งขันวันที่ 2-23 พฤษภาคม 2564

ขณะที่ศึกออมสิน เนชั่นแนล ลีก (ไทยลีก 3) จะแข่งขันวันที่ 3 ตุลาคม 2563 และปิดฤดูกาล 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยรอบแชมเปี้ยนส์ลีกจะเริ่มวันที่ 6 มีนาคม -25 พฤษภาคม 2564

ด้านฟุตบอลถ้วยเอฟเอ คัพ รอบแรกจะแข่งขันวันที่ 30 กันยายน 2563 รอบชิงชนะเลิศ 22 พฤษภาคม 2564 ส่วนถ้วยลีก คัพ จะเริ่มรอบสอง 21 ตุลาคม 2563 รอบชิงชนะเลิศ 1 พฤษภาคม 2564

3.วันเปิด-ปิดตลาดซื้อขายนักเตะ ฤดูกาล 2020-21
ฟีฟ่า อนุมัติให้กรแข่งขันฟุตบอลอาชีพของไทยสามารถเปิดตลาดนักเตะรอบใหม่ได้รวมทั้งหมด 3 รอบด้วยกัน โดยก่อนหน้านี้ได้เปิดรอบแรกไปเมื่อต้นฤดูกาล 2020 ส่วนรอบล่าสุดจะเปิดระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 7 กันยายน 2563 และรอบที่ 3 วันที่ 28 ธันวาคม 2563 – 10 มกราคม 2564 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่า ยังคงยึดระเบียบเดิม ที่ให้นักกีฬาฟุตบอลอาชีพสามารถลงสนามให้กับสโมสรต้นสังกัดได้มากที่สุด 2 สโมสร ภายใน 1 ฤดูกาลเช่นเดิม แม้จะมีการเปิดตลาด 3 รอบในไทยลีกฤดูกาลนี้ก็ตาม ยกเว้นกรณีเป็นนักกีฬาที่มาจากลีกที่มีปฏิทินการแข่งขันไม่ตรงกับประเทศไทย

4.ระยะเวลาการลงทะเบียนผู้เล่น
สำหรับการขึ้นทะเบียนนักกีฬาในกรณีเพิ่มเติมพิเศษของฤดูกาล 2020-21 จะเปิดให้ขึ้นทะเบียนระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม – 7 กันยายน 2563 โดยไทยลีก 1 สามารถขึ้นทะเบียนได้ทั้งสิ้น 37 คน ไทยลีก 2 จำนวน 35 คน สำหรับโควตาผู้เล่นต่างชาติ ยังยึดตามระเบียบการขึ้นทะเบียนของฤดูกาล 2562

ส่วนไทยลีก 3 สามารถขึ้นทะเบียนได้ 35 คน โควตานักผู้เล่นต่างชาติ 3 คน และมีการยกเลิกทีม บี ส่วนการขึ้นทะเบียนนักกีฬา ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2563 – 10 มกราคม 2564 สามารถเปลี่ยนแปลงนักกีฬาได้ไม่เกินทีมละ 10 คน

5.หลักปฏิบัตินำแข้งต่างชาติเข้าประเทศไทย
นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมต่างชาติที่เดินเข้าเข้าประเทศไทยจะต้องเข้าร่วมโครงการพื้นที่ควบคุมโรคแห่งรัฐทางเลือก 14 วัน (Alternative State Quarantine – ASQ) โดยจะต้องมีใบรับรองแพทย์ประเภท Fit to Fly และใบรับรองแพทย์ ยื่นที่สนามบิน ซึ่งเป็นหลักฐานว่า ไม่มีเชื้อโควิด-19 ในช่วงระยะเวลา 72 ชม.ก่อนเดินทาง

ปัจจุบันมีนักเตะและเจ้าหน้าที่ทีมชาวต่างชาติ แจ้งความประสงค์เดินทางเข้ามาประเทศไทยจำนวนทั้งสิ้น 76 คน

6.มาตรการจัดการแข่งขันฟุตบอลเป็นอย่างไร?
การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก จะต้องแข่งขันแบบปิด และปฏิบัติตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และ การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดังนี้

นักกีฬารวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องตรวจหาเชื้อโควิดก่อนการแข่งขัน 72 ชั่วโมง โดยวันแข่งขันจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” และแพลตฟอร์ม “สปิริต” ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะมีการจัดลงทะเบียนทั้งก่อนเข้าและออกบริเวณทางเข้าออกที่จะมีเพียงทางเดียวเท่านั้น

ผู้เล่น , ทีมงานสตาฟฟ์โค้ช รวมถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องสวมหน้ากากอนามัย ลดการพูดคุย และเดินผ่านจุดวัดอุณหภูมิที่ต้องไม่เกิน 37.5 องศา เพื่อคัดกรองผ่านก่อนเข้าสถานที่รวมถึงจัดสบู่ , เจลแอลกอฮอล์ล้างมือล้างมือให้พร้อม

หากพบนักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ทีมงานสตาฟฟ์คนใดมีอาการป่วย ไข้ ไอ จาม หรือเป็นหวัด ให้งดการไปเข้าร่วมกิจกรรมทันที

ผู้ที่อยู่ภายในและโดยรอบสนามจะต้องไม่เกินกว่า 250 คน สำหรับนักกีฬาทั้งสองทีม จะต้องมีไม่เกิน 37 คน ส่วนทีมงานสตาฟฟ์โค้ช และเจ้าหน้าที่ทีม มีทีมละ 16 คน ผู้แทนสมาคมฯ หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ทางคณะผู้ตัดสิน, ผู้ควบคุมการแข่งขันผู้ประเมินผู้ตัดสิน รวม 5 คน

ส่วนเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดจำกัดไม่เกิน 35 คน บุคลากรด้านการรักษาความปลอดภัย ทั้งหมดไม่เกิน 25 คน

บุคลากรด้านการแพทย์ ทั้งหมดไม่เกิน 20 คน เจ้าหน้าที่ด้านถ่ายทอดโทรทัศน์ และสื่ออื่น ๆ บุคลากรด้านการถ่ายทอดโทรทัศน์และถ่ายทอดผ่านสื่ออื่น ๆ ทีมงานวีดิทัศน์ช่วยการตัดสิน ทั้งหมดไม่เกิน 30 คน ส่วนสื่อมวลชนจากสํานักข่าวต่าง ๆ จะต้องไม่เกิน 15 คนและผู้บริหาร และผู้ให้การสนับสนุน สโมสร ทั้งหมดไม่เกิน 10 คน

จะต้องทำความสะอาดอุปกรณ์ทั้งหมดด้วยแอลกอฮอล์ 70% หรือ โซเดียมไฮโปคลอไรด์ 0.9% ทั้งก่อนและหลังใช้ รวมทั้งซักเสื้อผ้าที่ใช้ในการ ฝึกซ้อมทุกครั้งหลังให้บริการ รวมไปถึงห้องสุขา และพื้นที่ในบริเวณสถานที่อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง และต้องทําความสะอาดเครื่องปรับอากาศอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

7.การถ่ายทอดสดฟุตบอลลีก
จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของไทยต้องเลื่อนออกไป และจบฤดูกาลในปี 2564 อย่างไรก็ตามทาง ทรู วิชั่นส์ ยืนยันจะถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2563 ตามสัญญาเดิม

ทั้งนี้ทางสมาคมฯอาจต้องหาผู้เจรจาสัญญาใหม่สำหรับการถ่ายทอดสดสำหรับแมตช์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 แต่มูลค่าสิทธิประโยชน์จะลดลง เนื่องจากจำนวนทีมลดลงจาก 18 เป็น 16 ทีม ทำให้แมตช์ลดลง

8.แนวทางการแข่งขันอื่นๆที่ยังอยู่ระหว่างรอลงมติ?
เนื่องจาก ทรู วิชั่นส์ ไม่ต่อสัญญาถ่ายทอดสดถึงปี 2564 ทำให้สิทธิประโยชน์หลายสโมสรที่จะได้รับมีมูลค่าลดลง ซึ่งหลายทีมแสดงความต้องการกลับมาแข่งขันให้จบภายในฤดูกาล 2563 ตามเดิม ล่าสุดทางสมาคมฯ เปิดเผยความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ออกเป็นสองกรณี

กรณีแรกหากแข่งจบภายในสิ้นปีนี้ สโมสรสามารถยอมรับความถี่ในการลงแข่งขันของแต่ละแมตช์อาจจะแข่งขัน 2-3 วัน ต่อ 1 แมตช์ เพื่อให้สโมสรได้ลงเล่นครบจำนวน 26 แมตช์ที่เหลืออยู่

ส่วนเงินสนับสนุนที่สโมสรจะได้รับจะขึ้นอยู่กับการเจรจากับ ทรูวิชั่นส์ และคำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพร่างกายนักกีฬาและการบริหารจัดการด้านอื่นๆของสโมสร ซึ่งเรื่องนี้ทางสมาคมฯ จะแจ้งให้สโมสรได้ทราบรายละเอียดเพื่อร่วมกันพิจารณาอีกครั้ง

กรณีที่สองหากสโมสรสมาชิกต้องการเสนอให้กลับมาแข่งขันก่อนเดือนกันยายนที่เคยมีมติจากสโมสรในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

สมาคมฯจะเรียกสโมสรสมาชิกหารือให้ครบถ้วน ว่าสามารถยอมรับได้หรือไม่กับการเริ่มการแข่งขัน โดยขาดผู้เล่นต่างชาติที่ยังไม่สามารถมาร่วมทีมได้ และกระทบต่อช่วงเวลาการโอนย้ายผู้เล่นและลงทะเบียนในช่วงตลาดซื้อขาย

9.โปรแกรมการแข่งขันไทยลีกนัดแรกหลังพักเบรคโควิด-19
ทาง ไทยลีก ได้ประกาศกำหนดการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก ไทยลีก 1 และ M-150 แชมเปี้ยนชิพ ไทยลีก 2 ประจำฤดูกาล 2020 ที่จะแข่งขันต่อหลังพักเบรกโควิด-19 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย

โดยการแข่งขันจะเริ่มกลับมาแข่งขันต่อในนัดที่ 5 ดำเนินต่อโดยยึดตารางคะแนนเดิมจากเกม 4 นัดแรกที่แข่งขันไปตั้งแต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาก่อนพักเบรค

โปรแกรมการแข่งขัน โตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5
วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563
17.45 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ณ สนามมิตรผล สเตเดี้ยม
18.00 น. สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด พบ พีที ประจวบ เอฟซี ณ สนามสิงห์ สเตเดี้ยม
19.00 น. สุพรรณบุรี เอฟซี พบ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ณ สนามกีฬากลาง จ.สุพรรณบุรี
20.00 น. สุโขทัย เอฟซี พบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ณ สนามทะเลหลวง สเตเดี้ยม

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563
18.00 น. ชลบุรี เอฟซี พบ ตราด เอฟซี ณ สนามชลบุรี สเตเดี้ยม
18.00 น. การท่าเรือ เอฟซี พบ โปลิศ เทโร เอฟซี ณ สนามแพท สเตเดี้ยม
19.00 น. สมุทรปราการ ซิตี้ พบ ระยอง เอฟซี ณ สนามสมุทรปราการ สเตเดี้ยม
19.00 น. บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ณ สนามลีโอ สเตเดี้ยม

โปรแกรมการแข่งขัน M-150 แชมเปี้ยนชิพ 2020 นัดที่ 5
วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563
17.45 น. อยุธยา ยูไนเต็ด พบ เชียงใหม่ เอฟซี ณ สนามกีฬากลาง จ.พระนครศรีอยุธยา
18.00 น. ไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซี พบ แพร่ ยูไนเต็ด ณ สนามกีฬากลาง จ. สมุทรสาคร
19.00 น. ชัยนาท ฮอร์นบิล พบ ศรีสะเกษ เอฟซี ณ สนามเขาพลอง สเตเดี้ยม
19.00 น. ขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ สโมสรฟุตบอลราชนาวี ณ สนามกีฬา อบจ.ขอนแก่น
20.00 น. เชียงใหม่ ยูไนเต็ด พบ หนองบัว พิชญ เอฟซี ณ สนามกีฬา ม.เทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ดอยสะเก็ด)

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2563
18.00 น. อุดรธานี เอฟซี พบ ขอนแก่น เอฟซี ณ สนามกีฬา ม.การกีฬาแห่งชาติ จ.อุดรธานี
18.00 น. อุทัยธานี เอฟซี พบ แกรนด์อันดามัน ระนอง ยูไนเต็ด ณ สนามกีฬากลาง จ.อุทัยธานี
19.00 น. ลำปาง เอฟซี พบ เกษตรศาสตร์ เอฟซี ณ สนามกีฬากลาง จ.ลำปาง
19.00 น. เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด พบ นครปฐม ยูไนเต็ด ณ สนามกีฬาลาดกระบัง 54