ลดระดับ?ทีมชปช.สนดึงลินการ์ดเสริมแกร่ง

ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อของอังกฤษ ระบุ เจสซี่ ลินการ์ด ตกเป็นที่สนใจของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เพิ่มอีก 1 ทีม หลังจาก "เดอะ แบ็กกี้ส์" กำลังมองถึงการทำทีมในกรณีที่เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ได้

    เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ กำลังคิดที่จะดึง เจสซี่ ลินการ์ด ปีก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทัพ ถ้าหากพวกเขาได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจบฤดูกาลนี้ ตามรายงานของ ดิ อินเดเพนเดนท์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    ลินการ์ด ส่อแววหมดอนาคตกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มทีแล้ว หลังจากไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองใน 3 นัดหลังสุด โดยเกมสุดท้ายที่เขาได้เล่นให้ทีมคือเกม เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ต้นสังกัดเฉือน นอริช ซิตี้ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา

    สำหรับ เวสต์บรอมฯ นั้น ปัจจุบันเป็นรองจ่าฝูงของ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นโควตาที่จะได้เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ หลังจากเก็บไป 80 คะแนน จากการลงเล่น 42 นัด มากกว่า ฟูแล่ม ทีมในอันดับ 3 อยู่ 4 แต้ม แต่ทัพ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ลงเล่นน้อยกว่าอยู่ 1 เกม โดยนอกจาก เวสต์บรอมฯ แล้วนั้น เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, เลสเตอร์ ซิตี้, เอฟเวอร์ตัน และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก็ตกเป็นข่าวว่าให้ความสนใจในตัวแข้งวัย 27 ปีเช่นกัน

“แรชฟอร์ด” ทั้งยิงทั้งจ่าย!แมนยูแต้มทาบเลสเตอร์หลังบุกบดพาเลซคาถิ่น

มาร์คัส แรชฟอร์ด ฟอร์มสุดร้อนแรงหลังยิงหนึ่งจ่ายหนึ่งช่วย "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกคว้าชัยถึงถิ่น "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พลาเลซ 2-0 ส่งผลให้แมนยูมีแต้มขยับขึ้นไปเท่า เลสเตอร์ ซิตี้ แต่ยังคงรั้งอันดับ 5 ตามเดิมเพราะประตูได้เสียเป็นรอง ในศึก ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา

ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
 วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563
คริสตัล พาเลซ 0   –    2 แมนฯ ยูไนเต็ด

สนาม : เซลเฮิร์สท์ พาร์ค

    เริ่มเกมครึ่งแรก เพียงแค่นาทีที่ 2 เท่านั้นเป็น พาเลซ ได้โอกาสก่อน จอร์แดน อายิว ส่งบอลให้ วิลฟรีด ซาฮา ไปทางมุมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายก่อน ซาฮา จะโยกหลอกแผงหลังผีแดงแล้วกดเน้นๆ บอลพุ่งตรงไปที่เสาแรกทำท่าจะเสียบมุมแต่ไม่ผ่านมือ ดาบิด เด เคอา ที่พุ่งปัดไว้ได้อย่างหวุดหวิด เรียกได้ว่ายิงสวยแล้วแต่ป้องกันได้สวยกว่า

    นาทีที่ 7 ยังคงเป็นเจ้าบ้านที่โหมบุกอย่างหนัก โจเอล วอร์ด เติมขึ้นมาเปิดบอลโด่งทางฝั่งขวาบอลเลยมาอยู่ที่ วิลฟรีด ซาฮา ในเขตโทษผีแดงเจ้าตัวทำท่าจะง้างเท้ายิงแต่ถูก บรูโน่ แฟร์นันด์ส จิ้มบอลไว้ได้ก่อนแต่ดันไหลไปเข้าทาง พาทริค ฟาน อานโฮลท์ วิ่งเข้ามาหวดเต็มข้อแต่ก็ยังไม่ผ่านบล็อกแข้งผีแดง

    นาทีที่ 11 แมนยู ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งขวา บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดยัดเข้ามากลางกรอบเขตโทษเลยมาตกใส่หัว แฮร์รี่ แม็กไกว์ แต่เจ้าตัวไม่ทันตั้งตัวเลยทำให้ทิศทางบอลย้อนกลับออกหลังไป

    นาทีที่ 12 ทีมเยือนได้ลูกเตะมุมอีกครั้งคราวนี้เป็น แฮร์รี่ แม็กไกว์ ที่เบียดเอาชนะแข้งพาเลซได้โขกเต็มๆ หัว แต่กดไม่ลงทำให้บอลเหินข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

    ผ่านมาถึงนาทีที่ 21 แมนยูเปิดเกมรุกขึ้นมาอยู่หน้ากรอบเขตโทษพาเลซที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด เจ้าตัวตัดสินใจโยกหลอกก่อนจะซัดด้วยเท้าซ้ายแต่ไปติดตัว แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ ในจังหวะนี้ผู้ตัดสินเปาให้เจ้าบ้านได้ฟาวล์เพราะ แรชฟอร์ด ไปเตะเข้าที่หน้าขา ทาวน์เซ่นด์ หลังจากปล่อยบอลไปแล้ว

    นาทีที่ 27 พาเลซ สร้างความหวาดเสียวได้อีกครั้ง เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ได้เปิดบอลสุดริมเส้นฝั่งซ้าย

    นาทีที่ 29 ทัพอสรูแดงตอบโต้กลับมาบ้าน มาร์คัส แรชฟอร์ด เปิดบอลโด่งทางฝั่งซ้ายเลยข้ามฝั่งไปถึง อารอน วาน-บิสซาก้า ที่เติมเกมรุกขึ้นมาได้หวดเน้นๆ แต่ดันไปติดบล็อกแข้งพาเลซกระดอนออกไป

    นาทีถัดมา แมนยู ได้โอกาสงามๆ อีกครั้ง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งแหวกกระชากพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนหักข้อผ่านบอลไปให้ เมสัน กรีนวู้ด ที่ยืนอยู่โล่งๆ ได้กดด้วยเท้าซ้ายแต่ดันโดนไม่ดีทำให้บอลหลุดออกข้างเสาประตูไปอย่างน่าเสียดายอีกครั้ง

    นาทีที่ 39 แมนยู ได้ลูกเตะมุมทางฝั่งซ้าย บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดลอยโค้งมาเข้าหัว แฮร์รี่ แม็กไกว์ ที่ได้ขึ้นโขกเต็มๆ แต่เจ้าตัว

    นาทีที่ 41 พาเลซ ทำเสียวไส้ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ลิเดนเลิฟ จ่ายบอลยัดเข้าไปในกรอบเขตโทษผีแดงเป็น วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่พยายามแหย่เท้าสกัดแต่บอลดันไหลไปเข้าทาง จอร์แดน อายิว ได้กดเต็มข้อบอลพุ่งตรงกรอบแต่ยังดีมี ดาบิด เด เคอา ยืนตำแหน่งดีชกบอลออกไปได้

    นาทีที่ต่อมา แมนยู เปิดเกมรุกกลับมาบ้าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้ตะบันไกลบอลหลุดออกข้างเสาไปไม่ถึงหลา

    นาทีที่ 44 วิลฟรีด ซาฮา ถูก แฮร์รี่ แม็กไกว์ หวดล้มลงในเขตโทษแมนยูแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ว่าอะไรปล่อยให้เล่นต่อไป แต่เมื่อกลับมาดูภาพช้าก็ดูเหมือนว่า ซาฮา จะถูกเตะที่ขาแบบไม่มีบอลเข้ามาเกี่ยวข้อง

    นาทีที่ 45+1 ปีศาจแดงออกนำ 1-0 จากจังหวะทำเกมสุดเหนือชั้น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ส่งให้  บรูโน่ แฟร์นันด์ส หน้ากรอบเขตโทษพาเลซแล้วผ่านบอลต่อไปให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด จับบอลแล้วใช้ความสามารถเฉพาะตัวพาลากจี้เข้าไปในเขตโทษทางฝั่งซ้ายก่อนจะหลอกทำท่าว่าจะยิงด้วยเท้าซ้ายและแต่งเข้าเท้าขวาแปเล่นมุมเข้าไปอย่างสวยงาม เล่นเอา พาทริค ฟาน อานโฮลท์ ที่พยายามตามมาสกัดถึงกับล้มหัวทิ่มหัวตำ

    นาทีที่ 45+3 พาเลซ เกือบได้ประตูตีเสมอเมื่อได้ลูกฟรีคิกบริเวณมุนกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้าย ลูก้า มิลิโวเยวิช วิ่งเข้ามาปั่นบอลพุ่งโค้งทำท่าจะมุมเสียบสามเหลี่ยมมุมบนแต่ยังคงไม่ผ่านมือ เด เคอา ที่บินสุดตัวยืดสุดแขนปัดไว้ด้วยปลายมืออีกครั้ง

    จบครึ่งแรกทั้งสองทีมต่างเปิดเกมแลกกันอย่างสนุกแต่ แมนยู จบได้คมกว่าบุกมานำไปก่อน 1-0

    มาลุ้นต่อกันครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น นาทีที่ 51 เป็นแมนยู ที่ทำเกมรุกขึ้นไปทางฝั่งขวา บรูโน่ เปิดบอลโด่งยัดไปในเขตโทษโดยมี แรชฟอร์ด ยืนรออยู่แต่ถูก มามาดู ซาโก้ ที่อ่านเกมดีหวดเคลียร์บอลออกไปได้ก่อน

    นาทีที่ 53 พาเลซตอบโต้กลับ วิลฟรีด ซาฮา ได้กลับตัวในเขตโทษแล้วพลิกยิงแต่ไปติดตัว แม็กไกว์ ในจังหวะแรกก่อน แม็กไกว์ จะตามเก็บบอลแล้วหวดเคลียร์ออกไป

    นาทีที่ 55 คริสตัน พาเลซ พลาดได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะกึ่งยิงกึ่งผ่านของ วิลฟรีด ซาฮา รอดขา อารอน วาน-บิสซาก้า บอลเลยไปเสาไกลเข้าทาง จอร์แดน อายิว ที่เติมขึ้นมาล้มตัวยิงเข้าไปแต่จังหวะนี้มีการเช็กวีเออาร์และ เกรแฮม สกอตต์ ผู้ตัดสินกลับคำตัดสินลงโทษพาเลซเป็นลูกล้ำหน้าในจังหวะที่ อายิว เล่นบอลทำให้ แมนยู ยังคงมีสกอร์นำอยู่ 1-0 ตามเดิม

    นาทีที่ 57 ป็อกบา ได้ส่องไกลแต่ทิศทางไม่ดีบอลหลุดออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย

    นาทีที่ 60 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกครั้ง เจมส์ แม็คคาร์ธี่ ตั้งป้อมหวดเหน่งๆ กลางกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลาแต่บอลไปตรงตัว เด เคอา ล้มลงรับไว้ได้ไร้ปัญหา
   
     นาทีที่ 62 แมนยูเกือบได้ประตูที่สอง แรชฟอร์ด ฉกบอลได้แล้วส่งบอลให้ มาร์กซิยาล ก่อนจะฉีกไปรับบอลแล้วหลุดเข้าไปแปเล่นทางหวังเข้าเสาไกลแต่ไม่ผ่านมือ บิเซนเต้ กวาอิต้า ที่พุ่งคว้าบอลไว้ได้อย่างหวุดหวิด

    นาทีที่ 71 ผีแดงได้ลุ้นอีกครั้ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดบอลยัดเข้าไปในเขตโทษแต่ถูกแข้งเจ้าถิ่นเตะสกัดออกมาในจังหวะแรกไม่ดีไหลมาเข้าทาง บรูโน่ วิ่งเข้าไปซ้ำจังหวะสองด้วยเท้าซ้ายแต่โดนไม่ดีทำให้บอลค่อยๆ ไหลหลุดออกหลังไป

    นาทีที่ 73 พาเลซ เปิดเกมรุก เจฟฟรี่ย์ ชลุปป์ ตัวสำรองที่พึ่งเปลี่ยนลงมากระชากเดียวจี้ไปหน้ากรอบเขตโทษแมนยูแล้วตัดสินใจยิงด้วยเท้าซ้ายและคุมทิศทางไม่ดีบอลไหลออกข้างเสาไป

    นาทีที่ 75 แมนยู พลาดได้ประตูนำห่างไปแบบสุดเหลือเชื่อเมื่อ แรชฟอร์ด หลุดขึ้นไปเปิดบอลสุดริมเส้นทางฝั่งซ้ายบอลเลยมาถึง บรูโน่ ที่ยืนรออยู่บริเวณจุดโทษโล่งๆ แบบไร้ซึ่งตัวประกบก่อนเจ้าตัวจะยิงเต็มข้อแต่บอลเจ้ากรรมพุ่งไปชนเสาอย่างจังเล่นเอาเจ้าตัวถึงกับออกอาการเสียดายสุดๆ

    นาทีที่ 78 แมยู ได้ประตูนำห่างจนได้เป็น 2-0 จากจังหวะกระชากบอลแหวกสามของ แรชฟอร์ด ก่อนส่งต่อให้ บรูโน่ แล้วเบิ้ลบอลกลับมาให้ แรชฟอร์ด แปยัดไปให้ มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษทางฝั่งซ้ายแล้วล้มตัวแปบอลเล่นทางไปเสาไกลเข้าไปไม่พลาด นับเป็นการประสานงานแบบไรที่ติของแนวรุกอสูรแดงเลยดีเดียว

    และต่อเนื่องในจังหวะดังกล่าวเกมหยุดไปถึง 6 นาทีเหตุเพราะ พาทริค ฟาน อานโฮลท์ บาดเจ็บหนักจากการถูก มาร์กซิยาล ล้มทับแบบไม่ตั้งใจหลังยิงประตูจนทีมแพทย์ต้องเข้ามาดูอาการและพาขึ้นเปลสนามหามออกไปปฐมพยาบาลด้านนอก

    นาทีที่ 87 ยังคงเป็นทัพปีศาจแดงได้บุกอย่างต่อเนื่องบอลมาอยู่ที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ดึงหลอกตรงมุมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วซัดทันทีแต่น้ำหนักเบาเกินไป บิเซนเต้ กวาอิต้า รับไว้ไม่ยากเย็น

    นาทีที่ 90 ดาบิด เด เคอา ต้องออกแรงเหนื่อยอีกครั้งเมื่อ วิลฟรีด ซาฮา หลุดเข้าไปซัดเน้นๆ ทางฝั่งขวาหวังยัดเข้าเสาแรกแต่ก็ยังถูก เด เคอา ล้มตัวใช้ปลายเท้าป้องกันไว้ได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง

    นาทีที่ 90+3 แรชฟอร์ด บรรจงปั่นบอลโค้งทำท่าจะมุดเสียบใต้คานแต่ กวาอิต้า นายด่านปราสาทเรือนแก้วยังทะบานปัดด้วยมือเดียวไว้ได้ เจ้าถิ่นรอดพ้นการเสียประตูที่สามช่วงท้ายเกม

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มจบเกม แมนยู บุกมาอัด พาเลซ ถึงถิ่น 2-0 คว้าชัยสำคัญทำให้มีแต้มขึ้นไปเท่า เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ 62 คะแนน แต่ แมนยู ยังอยู่อันดับที่ 5 ตามเดิมเพราะประตูได้เสียเป็นรองทัพจิ้งจอกสีน้ำเงิน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

    คริสตัล พาเลซ (4-5-1) : บิเซนเต้ กวาอิต้า – โจเอล วอร์ด, สกอตต์ แดนน์, มามาดู ซาโก้, พาทริค ฟาน อานโฮลท์ – วิลฟรีด ซาฮา, เจมส์ แม็คอาร์เธอร์, ลูก้า มิลิโวเยวิช, เจมส์ แม็คคาร์ธี่, แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ – จอร์แดน อายิว

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกว์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ – สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา  – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

แมนยูไนเต็ด ไล่ล่าแชมป์ลีกซีซั่น 2020/2021

 

ตอนนี้สาวก "เร้ด อาร์มี่" คงอยู่ในช่วงหน้าชื่นตาบานหลังผลงานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังดีวันดีคืน โดย โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สามารถนำทีมกลับมาเล่นได้อย่างดุดัน และแข็งแกร่ง พร้อมกับทำสถิติสุดยอดสะกดคำว่าแพ้ใครไม่เป็นมานานถึง 17 แมตช์แล้ว

     แน่นอนว่าเป้าหมายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้คือการทำอันดับให้สูงที่สุด เพื่อคว้าโควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และการลุ้นคว้าแชมป์ในซีซั่น 2019/2020 หลังจากที่พวกเขายังอยู่ในเส้นทางความสำเร็จในทั้งศึกเอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก

     สำหรับในเวลานี้สิ่งที่ โซลชา จำเป็นต้องคิดอย่างหนักก็คือการเสริมทัพ เพื่อหวังที่จะเพิ่มศักยภาพให้กับทีมในการก้าวขึ้นมาทัดเทียม ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลหน้า โดยเป้าหมายหลักในตอนนี้ของ "น้าลูกอม" ก็คือ เจดอน ซานโช่ ปีกฟอร์มกระฉูดจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

     นอกจากนี้ส่วนของเกมรับพวกเขาอยากได้ คาลิดู คูลิบาลี่ มายืนคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ พร้อมกันนี้ยังต้องการหน้าเป้าที่มีประสบการณ์ และฝีเกือกคมอย่าง  ราอูล ฮิเมเนซ มาเสริมทัพ  ในส่วนของเกมรุก  "ผีแดง"  อาจจะมีการปรับบ้างนิดหน่อย  โดยทั้ง อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล กับ เมสัน กรีนวู้ด คงต้องหลีกทางให้ ฮิมิเนซ ลงไปไล่ล่าตาข่ายก่อน

เกมรับแข็งแกร่งขึ้น
     ดาบิด เด เคอา อาจจะมีบางช่วงที่ฟอร์มหลุดไปบ้าง แต่เขายังคงเป็นผู้รักษาประตูมือ 1 สำหรับ โซลชา เสมอ แม้ ดีน เฮนเดอร์สัน โกลอนาคตไกลจะทำผลงานได้ดีในการยืมตัวกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด แต่คงยากที่จะเบียดยึดตัวจริงหากกลับมาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

     ขณะที่ในตำแหน่งฟลูแบ็กมีความเป็นไปได้สูงที่ "น้าลูกอม" จะใช้งาน อารอน วาน-บิสซาก้า ทางฝั่งขวา และ ลุค ชอว์ ทางฝั่งซ้าย เพราะทั้งสองคนกำลังทำผลงานได้อย่างสะเด็ดสะเด่าในช่วงที่ผ่านมา ช่วยทำให้เกมบุกของ "ปีศาจแดง" มีมิติที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

     ส่วน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ซึ่งเพิ่งอายุเพียง 19 ปี แม้ว่าจะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่ได้รับโอกาสขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ก็ตาม แต่คาดว่านักเตะจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกสักพัก เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพในการก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริง เช่นเดียวกับ ดีโอโก้ ดาโลต์ ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกหน่อยหลังหายจากอาการบาดเจ็บ สำหรับ ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ ยังต้องรอโอกาสของตัวเองต่อไป

     ด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กนั้น แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ยืนเป็นเสาหลักในเกมรับโดยคู่หูของเขามีการผลัดเปลี่ยนกันระหว่าง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ เอริก ไบยี่ แต่หากเกิดกรณีที่ โซลชา ตัดสินใจทุ่มเงินกระชากตัว คาลิดู คูลิบาลี่  กองหลังจอมแกร่งจาก นาโปลี มาร่วมทีมได้ แน่นอนว่า เขาจะเป็นคู่เกมรับที่สุดเพอร์เฟกต์สำหรับ แม็กไกวร์ อย่างแท้จริง

     ในส่วนของ ฟิล โจนส์ กับ คริส สมอลลิ่ง คงจะต้องออกไปหาโอกาสในการลงสนามกับสโมสรใหม่ โดยในรายของ สมอลลิ่ง มีแววสูงมากที่จะย้ายไปเล่นแบบถาวรกับ โรม่า ขณะที่ โจนส์ อาจจะต้องไปเล่นกับทีมระดับกลางตาราง สำหรับ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ต้องรอคอยโอกาสของเขา แต่นักเตะยังมีอนาคตในยุค "น้าลูกอม" แน่นอน

แผงมิดฟิลด์สุดยอดเกินจะบรรยาย
     สำหรับตอนนี้ ปอล ป็อกบา กลับมาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่ที่เกมพรีเมียร์ลีก รีสตาร์ท โดยนักเตะมีสภาพร่างกายที่ฟิตสมบูรณ์ ที่สำคัญยังเล่นบอลแบบไม่เห็นแก่ตัว โดยเจ้าตัวจับคู่เล่นได้เข้าขากับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซึ่งสถิติของทั้งสองคนยอดเยี่ยมมากๆ

     นอกจากนี้พวกเขายังมีอิสระในการเล่นมากยิ่งขึ้น เมื่อได้ เนมานย่า มาติช คอยจัดการเก็บกวาดในแดนกลาง ในเวลานี้ต้องยอมรับว่า มาติช ทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา และโดดเด่นมากๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจมอบสัญญา 3 ปีให้กับเจ้าตัว

     ด้วยผลงานชิ้นโบว์แดงส่งผลให้ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ จำเป็นต้องนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง อย่างไรก็ตาม ดาวเตะเลือดวิสกี้ ก็ยังมีโอกาสหากเขาสามารถพัฒนาศักยภาพของตัวเอง และสู้อย่างเต็มที่เพื่อแย่งตำแหน่งกับ แข้งเลือดเซิร์บ ด้าน เฟร็ด ยังคงมีอนาคตกับทีมเพราะผลงานของเขากำลังดีวันดีคืนและมีส่วนช่วยทีมเยอะมากในช่วงที่ผ่านมา แต่กระนั้นก็ยังคงเป็นรอง มาติช

     ในขณะที่ เจสซี่ ลินการ์ด, อันเดรส เปเรยร่า และ ฆวน มาต้า อาจจะไม่มีตำแหน่งให้ยืนในโรงละครแห่งความฝัน สำหรับ เจมส์ การ์เนอร์ ดาวรุ่งพุ่งแรงอีกคน น่าจะเป็นผู้เล่นที่ โซลชา พร้อมที่จะให้โอกาสลงสนามมากขึ้น และคงได้รับการเจียระไนฝีเท้าจาก "น้าลูกอม" ต่อไป

แนวรุกเร็วแรงทะลุนรก
     สำหรับตอนนี้เป้าหมายแรกในการเสริมทัพของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็คือ เจดอน ซานโช่ และพวกเขามีโอกาสอย่างยิ่งที่จะได้นักเตะมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ สำหรับ เมสัน กรีนวู้ด ก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นตัวเลือกหลักสำหรับ โซลชา หลังจากที่นักเตะระเบิดฟอร์มสุดยอดด้วยการตะบันไป 4 ประตูจาก 3 เกมหลังสุด และซัดไปแล้ว 18 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่นนี้

     แน่นอนว่าผลงานของ กรีดวู้ด ร้อนแรงเหลือเกิน โดยนักเตะมีพรสวรรค์เต็มเปี่ยม เต็มไปด้วยความรวดเร็ว และยังยิงได้คมทั้งสองเท้า จนตอนนี้กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของสาวก "เร้ด อาร์มี่" แต่เมื่อเทียบกับประสบการณ์แล้ว ซานโช่ มีความโชกโชนมากกว่า ฉะนั้นหาก แมนฯ ยูฯ ได้ ดาวเตะเลือดผู้ดี มาร่วมทีม เขาคงเป็นตัวเลือกแรกในเกมรุกของทีม

     ส่วนแข้งสำคัญของทีมในเวลานี้อย่าง แฟร์นันด์ส ต้องบอกเลยว่าเป็นนักเตะคีย์แมนที่ช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไร้พ่ายมานานถึง 17 แมตช์ ฉะนั้นในฤดูกาลหน้า สตาร์ลูกหนังชาวโปรตุกีส ยังคงเป็นผู้เล่นหลักในเกมรุกของทีม ในขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล ทำผลงานได้ดีเยี่ยมในซีซั่นนี้ โดยความเร็ว, ทักษะ และการจบสกอร์ของพวกเขาเป็นสิ่งที่ "ผีแดง" ขาดไม่ได้จริงๆ

     อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ โซลชา ต้องการก็คือหน้าเป้าที่มีการจบสกอร์แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และชื่อนักเตะที่เขาอยากได้มาร่วมทีมก็คือ ราอูล ฮิเมเนซ กองหน้าตัวเก่งจาก "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ ที่โชวฟอร์มได้อย่างร้อนแรงโดยซัดประตูให้กับต้นสังกัดไปแล้ว 24 ลูกจากทุกรายการในฤดูกาลนี้

     ฉะนั้นหาก ฮิมิเนซ ย้ายมาสวมเครื่องแบบ "ปีศาจแดง" จริงๆ มาร์กซิยาล คงต้องยอมหลบทาง โดยเขายังเป็นนักเตะสำคัญของ โซลชา แต่คงต้องเป็นยางอะไหล่ไปก่อน ที่สำคัญหากทีมมีเกมรุกที่ดุดันแบบนี้อนาคตของ แดเนี่ยล เจมส์ น่าจะต้องโดนส่งไปพัฒนาฝีเท้ากับทีมอื่นด้วยสัญญายืมตัว

      ด้าน โอเดียน อิกาโล่ ซึ่งทำผลงานได้ดีในช่วงที่ย้ายมาเล่นแบบยืมตัวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด สโมสรอันเป็นที่รักของเขา คงจะต้องกลับไปที่ เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว ต้นสังกัดแม่ในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก ในฤดูกาลหน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากช่วงที่เหลืออยู่ของฤดูกาลนี้ ดาวเตะไนจีเรีย โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ เขาก็มีโอกาสได้เซ็นสัญญาถาวรเช่นกัน

 

มาไง? เปแอสเชกาหัวสตาร์แมนยูเป็นเป้าหมายอันดับ1ช่วงซัมเมอร์

ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อจากอังกฤษ ระบุ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง วางตัว มาคัส แรชฟอร์ด กองหน้าตัวเก่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเป้าหมายอันดับ 1 ในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้
    ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งลีก เอิง ฝรั่งเศส วางตัว มาคัส แรชฟอร์ด กองหน้าตัวเก่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเป้าหมายอันดับ 1 ในการเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจาก โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือใหญ่ชาวเยอรมันชื่นชอบในฝีเท้า ตามรายงานจาก ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อจากอังกฤษ เมื่อวันที่ 14 กรกฏาคมที่ผ่านมา

    แรชฟอร์ด วัย 21 ปี ค่อยๆพัฒนาฝีเท้าจนกลายมาเป็นกำลังสำคัญของ "ปีศาจแดง" ในปัจจุบัน โดยฤดูกาลนี้เจ้าตัวก็ทำผลงานได้โดดเด่นจากผลงาน 16 ประตูจาก 28 เกมในลีก

    กระทั่งล่าสุดมีรายงานว่า โธมัส ทูเคิ่ล ชื่นชอบฝีเท้าของ แรชฟอร์ด อย่างมาก จนถึงขั้นวางเป็นเป้าหมายการเสริมทัพอันดับหนึ่งในช่วงซัมเมอร์นี้เลยทีเดียว โดยเชื่อว่านักเตะมีศักยภาพมากพอที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของ คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ หรือ เนย์มาร์ สองดาวยิงตัวเก่งหากมีคนใดคนหนึ่งต้องย้ายออกจากทีม

    นอกจากนี้รายงานยังระบุอีกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะพิจารณาปล่อยตัวก็ต่อเมื่อได้ค่าตัวมากกว่า 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,900 ล้านบาท)

สิงห์กู้ศรัทธา! “ชิรูด์” โขกชัยพาเชลซีเบียดนอริชยึดที่3แน่น

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ "สิงห์บลูส์" พาทีมกลับสู่เส้นทางอีกครั้งหลังเปิดรังเฉือน นอริช ที่ตกชั้นไปแล้ว 1-0 จากประตูชัยช่วงทดเจ็บครึ่งแรกของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ มีเพิ่มเป็น 63 คะแนนยึดอันดับ 3 ของตารางนำ แมนยู, เลสเตอร์ 4 แต้มแต่แข่งมากกว่า 1 นัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอังคารที่ผ่านมา
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด พาสิงโตน้ำเงินครามแพ้ยับ 0-3 ต่อเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่บรามอลล์ เลน นัดล่าสุด ทำให้สถานการณ์การลุ้นท็อปโฟร์ระหว่างพวกเขากับเลสเตอร์ และแมนฯ ยูไนเต็ด เปิดกว้างทันที

    ส่วนทาง ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ พาทีม ”นกขมิ้น” นอริช ซิตี้ ตกชั้นเป็นที่เรียบร้อย หลังจากแพ้เวสต์แฮม ยับเยิน 0-4 เกมก่อน และจากคะแนนที่มีโอกาสที่พวกเขาจะเป็นบ๊วยในฤดูกาลนี้มีถึง 99 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

    3 นาทีผ่าน "สิงห์บลูส์" ทักทายก่อนเป็นจังหวะเติมของ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า สอดขึ้นมาโยนเข้าเขตโทษให้ รูเบน ลอฟตัส-ชีค โขกบอลเปลี่ยนทางแต่โดนหนาไปเข้าข้างตาข่าย

    นาทีที่ 20 เจ้าถิ่น โหมบุกหนักได้ลุ้นอีกครั้งจากลูกตักเข้าเขตโทษของ จอร์จินโญ่ บอลไปโดนหัว เบน ก็อดฟรี่ย์ เลยมาเข้าทาง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ตวัดเร็วด้วยซ้ายแต่เบาเข้ามือ ทิม ครูล

    7 นาทีต่อมาคราวนี้เป็นบอลริมเส้นฝั่งซ้ายของ มาร์กอส อลอนโซ่ เติมขึ้นมาสุดเส้นก่อนตวัดหักข้อให้ คริสเตียน พูลิซิช ตั้งป้อมยิงในเขตโทษหลุดกรอบออกไปอีก

    "สิงห์บลูส์" ดูมีปัญหาในการจบสกอร์นาทีที่ 29 เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จ่ายเข้าในให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ สอดมารอรับบอลแบบไร้ตัวประกบแต่จังหวะยิงไม่ดีเหินข้ามคานเหลือเชื่อ

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที เชลซี ได้เสียวจากลูกเตะมุมของ วิลเลี่ยน ปั่นมาเสาแรกให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า โขกเปลี่ยนทางไปเสาไกลแต่บอลลึกออกหลัง รูเบน ลอฟตัส-ชีค ตามชาร์จไม่ทัน

    2 นาทีต่อมา เจ้าถิ่น พลาดโอกาสทองจากลูกวางยาวของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ บอลมาตกใส่ คริสเตียน พูลิซิช หมุนตัวอัดด้วยซ้ายไปติดปลายมือ ทิม ครูล ชนคานหลุดออกหลังไป

    แต่แล้วช่วงทดเจ็บ เชลซี ทะยานออกนำจนได้เป็น คริสเตียน พูลิซิช แต่งหาจังหวะก่อนปั่นเข้าเขตโทษให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เบียดเอาชนะ ทิมม์ โคลเซ่ ทิ้งตัวโขกผ่านมือ ทิม ครูล ตุงตาข่าย

    หมดครึ่งเวลาแรก เชลซี 1 นอริช 0

    ครึ่งหลังผ่านมา 10 นาทียังคงเป็น เจ้าถิ่น เร่งเครื่องไม่หยุดเกือบบวกสกอร์เพิ่มจากลูกขยันของ วิลเลี่ยน ตามไปฉกบอลก่อนลองซัดด้วยขวาไปแฉลบแนวรับ นอริช ข้ามคานออกหลังไป

    นาทีที่ 65 เป็นจังหวะเติมอีกครั้งของ มาร์กอส อลอนโซ่ ครอสเรียดเข้าในเลยมาถึง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า วิ่งเข้าอัดด้วยซ้ายแบบไม่จับบอลหลุดข้ามคานออกไปนิดเดียว

    ก่อนหมดเวลา 15 นาที "สิงห์บลูส์" หวิดปิดกล่องคราวนี้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ถอยลงมาตักคืนให้ คริสเตียน พูลิซิช หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายติดปลายมือ ทิม ครูล ควักทิ้งออกมาได้

    2 นาทีถัดมา มาร์กอส อลอนโซ่ ขอบ้างเติมขึ้นมาโขกบอลเน้นๆที่เสาไกลแต่ต้องชม ทิม ครูล ที่เหนียวหนึบเหลือเกินในเกมนี้โชว์ ซุปเปอร์เซฟ อีกครั้ง
   
    ก็ยังปิดเกมไม่สำเร็จ 5 นาทีสุดท้าย วิลเลี่ยน ถอยมาเก็บบอลทางขวาก่อนป้ายเร็วให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ โฉบมาทิ่มเปลี่ยนทางบอลหลุดกรอบออกหลังเหมือนเดิม

    จังหวะลุ้นส่งท้ายของ เชลซี ได้จากฟรีคิกหน้าหัวกะโหลกของ วิลเลี่ยน ปั่นโค้งด้วยขวาเล็งเสาแรกไปติดเซฟ ทิม ครูล เช่นเคย

    จบเกม เชลซี 1 นอริช 0 ลูกทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีเพิ่มเป็น 63 คะแนนยึดอันดับ 3 ของตารางนำ แมนยู, เลสเตอร์ 4 แต้มแต่แข่งมากกว่า 1 นัด

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

    เชลซี (4-3-3) : เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, คูร์ท ซูม่า, มาร์กอส อลอนโซ่ (รีซ เจมส์ น.80) – รูเบน ลอฟตัส-ชีค (รอสส์ บาร์คลี่ย์ น.67), จอร์จินโญ่, มาเตโอ โควาซิช – วิลเลี่ยน, โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (แทมมี่ อับราฮัม น.86), คริสเตียน พูลิซิช (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย น.81)

ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

    นอริช (4-2-3-1) : ทิม ครูล – แม็กซ์ อารอนส์, เบน ก็อดฟรี่ย์, ทิมม์ โคลเซ่, จามาล ลูอิส – อเล็กซานเดอร์ เท็ตเตย์ (มาร์โค ชตีเปอร์มันน์ น.79) – โอเนล เอร์นานเดซ (ตีมู ปุ๊กกี้ น.79) – เคนนี่ แม็คลีน, ลูคัส รุปป์, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ (เอมิเลียโน่ บวนเดีย น.71) – โจซิป เดอร์มิค (อดัม ไอดาห์ น.79)

ผู้จัดการทีม : ดาเนี่ยล ฟาร์เค่

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

แมนยูหวังขึ้นท็อปทรี! “บรูโน่-กรีนวู้ด” ผนึกทัพใหญ่หลอนรับเซาธ์แฮมป์ตัน

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หากคว้าชัยจะขยับอันดับขึ้นไปรั้งที่ 3 ทันที โดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ เมสัน กรีนวู้ด สองแข้งฟอร์มร้อนพร้อมผนึกทัพใหญ่ล่าตาข่ายเกมเปิดบ้านรับ "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 13 ก.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 02.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
แมนฯ ยูไนเต็ด (5)  –   เซาธ์แฮมป์ตัน (12)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 (เวลา : 02.00 น.)

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาปีศาจแดงโชว์ฟอร์มสุดฮอตชนะคู่ต่อสู้ด้วยระยะห่าง 3 ประตู มา 4 เกมติดต่อกัน นับเป็นสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก โดยเกมล่าสุดบุกถล่มแอสตัน วิลล่า ไป 3-0 และถ้าเข้าวินเกมนี้จะแซงหน้าเชลซีขึ้นไปอยู่อันดับท็อปโฟร์ได้ด้วย

    โซลชาไม่เปลี่ยนแปลง 11 คนแรกมา 4 เกมติดต่อกันแล้ว และนัดนี้เขาก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องไปเปลี่ยน โดยจะมี เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบาคุมตรงกลาง ส่วน บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เมสัน กรีนวู้ด ยืนอยู่หลัง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

    เวลานี้มีแค่ 2 ปราการหลังอย่าง ฟิล โจนส์ และ อักเซล ตวนเซเบ้ ที่อยู่ในลิสต์รายชื่อนักเตะบาดเจ็บเท่านั้น

    ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล พาทีมนักบุญโชว์ฟอร์มสวยหรูเก็บ 7 แต้ม ใน 3 นัดล่าสุดด้วยการบุกชนะวัตฟอร์ด 3-1, ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (เหย้า) และเสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 (เยือน) ลอยลำกลางตารางสบายๆ

    ยาน วาเลรี่ เจ็บกล้ามเนื้อขา จะพลาดการลงสนามต่อไปอีก ดังนั้น ตำแหน่งแบ็กขวาจะเป็นของ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ต่อไป

    มุสซ่า เฌเนโป (น่อง) และ โซฟียาล บูฟาล (ต้นขา) ยังคงบาดเจ็บอยู่ต้องนั่งดูเพื่อนเล่นต่อไปเช่นเคย

    แดนหน้าของเซาธ์แฮมป์ตันนำมาโดย แดนนี่ อิงส์ ที่ซัดไปแล้ว 19 ประตูในพรีเมียร์ลีก ลุ้นดาวซัลโวรองเท้าทองคำอยู่

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, ลุค ชอว์ – ปอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช – เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด – อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล
    ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

    เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : อเล็กซ์ แม็คคาร์ธี่ – ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, แจ็ค สตีเฟ่นส์, ยาน เบดนาเร็ค, ไรอัน เบอร์ทรานด์ – สจ๊วร์ต อาร์มสตรอง, เจมส์ วอร์ด-เพราส์, โอริโอล โรเมว, เนธาน เร้ดมอนด์ – เช อดัมส์, แดนนี่ อิงส์
    ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล

    ผู้ตัดสิน : เควิน คาวานาฟ

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
31/08/19    พรีเมียร์ลีก    เซาธ์แฮมป์ตัน 1 – 1 แมนฯ ยูไนเต็ด    
 02/03/19    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด  3 – 2 เซาธ์แฮมป์ตัน   
 02/12/18    พรีเมียร์ลีก    เซาธ์แฮมป์ตัน 2 – 2 แมนฯ ยูไนเต็ด    
 31/12/17    พรีเมียร์ลีก    แมนฯ ยูไนเต็ด  0 – 0 เซาธ์แฮมป์ตัน       
 23/09/17    พรีเมียร์ลีก    เซาธ์แฮมป์ตัน 0 – 1 แมนฯ ยูไนเต็ด

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
แมนฯ ยูไนเต็ด
09/06/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/07/20 ชนะ บอร์นมัธ 5-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
01/07/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
27/06/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
25/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 3-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

เซาธ์แฮมป์ตัน
09/06/20 เสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
05/07/20 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ วัตฟอร์ด 3-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
26/06/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-2 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 3-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ฟานไดค์-อลีสซงพลาด! ปืนลงโทษแซงลิเวอร์พูลเข้าวิน ดับฝันทุบสถิติเรือ

ครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับแต่ยุคเวนเกอร์! อาร์เซน่อล ทำได้สำเร็จหลังเปิดบ้านพลิกแซงเอาชนะ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ไปอย่างสนุก 2-1 ส่งผลให้ "ปืนใหญ่" ยังได้ลุ้นคว้าตั๋วไปเล่นบอลยุโรปอีก 2 เกมที่เหลือ ขณะที่ "หงส์แดง" หมดลุ้นทำทุบสถิติทำแต้มเกิน 100 ของ แมนฯซิตี้ แล้ว ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา   
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

    "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เกมล่าสุดบุกไปพ่าย สเปอร์ส 1-2 ทำให้ไม่ชนะมา 2 เกมแล้ว เกมนี้กลับมาเฝ้ารังรับการมาเยือนของแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ที่เกมล่าสุดสะดุดแค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1

    มิเกล อาร์เตต้า เกมนี้ดร็อปทั้ง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และดานี่ เซบายอส ไว้ข้างสนาม 3 แนวรุกส่ง นิโกล่าส์ เปเป้, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และ รีสส์ เนลสัน ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้จัดชุดใหญ่สามประสานแนวรุกยังเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่ เหมือนเดิม

    เปิดฉากครึ่งแรกมา นาที 12 "ปืนใหญ่" เกือบเสียประตูแบบไม่น่าเสีย หลัง เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เตะบอลไปติดบล็อค ฟีร์มีโน่ บอลเปลี่ยนทางเกือบเข้าประตูทว่าพุ่งไปชนเสาออกหลังหวุดหวิด

    นาที 20 "หงส์แดง" มาเจาะตาข่ายชิงขึ้นนำเจ้าถิ่นก่อน 1-0 จากจังหวะตัดบอลได้กลางสนามบอลเลยมาถึง ฟีร์มีโน่ ไหลไปที่ว่างให้  แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เติมขึ้นมาปาดเลียดเข้าไปให้ ซาดิโอ มาเน่ ที่วิ่งมาไร้ตัวประสบแปด้วยขวาไม่ถึง 10 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย เป็นประตูที่ 17 ในลีกเท่ากับ ราอูล ฮิเมเนซ และราฮีม สเตอร์ลิง

     นาที 32 แนวรับของ ลิเวอร์พูล มาเล่นกันพลาดเอง หลัง ฟานไดค์ พยายามบังบอลก่อนโดน รีสส์ เนลสัน พยายามแซะก่อนกัปตันหงส์แดงจะจ่ายบอลคืนหลังพลาดไปเข้าเท้า อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ หลุดเข้าไปแตะหลบ อลีสซง ก่อนยิงด้วยขวาโล่งๆเข้าไปให้ทีมตีเสมอ 1-1 และเป็นโอกาสยิงหนแรกของ อาร์เซน่อล ในเกมนี้อีกด้วย

    นาที 39 ทีมเยือนมาได้ลุ้นจากลูกเตะมุม แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดมาให้ ซาดิโอ มาเน่ โขกหลุดกรอบออกไป

    นาที 42 กลายเป็น อาร์เซน่อล ที่มาแซงขึ้นนำ 2-1 บ้าง จากความผิดพลาดของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ออกบอลพลาดโดน อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ฉกบอลได้ก่อนปาดเลียดมาหน้าประตูให้ รีสส์ เนลสัน จับหนึ่งจังหวะก่อนเลือกยิงด้วยขวาหนีมือ อลีสซง เสียบเสาไกลเข้าไป

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล พลิกขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 2-1
   
    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 54 "หงส์แดง" พลาดโอกาสไล่ตีเสมอหลัง เฟอร์กิล ฟานไดค์ เปิดบอลยาวให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลุดถึงเส้นหลังก่อนตบมากลางประตูให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงด้วยซ้ายกว่า 10 หลาแต่บอลไปโดน เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เหินปัดปลายมือออกหลังอย่างน่าเสียดาย

    นาที 58 มิเกล อาร์เตต้า เปลี่ยนผู้เล่นสามคนรวดส่งทั้ง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ,ดานี่ เซบายอส และโจ วิลล็อค ลงแทน รีสส์ เนลสัน, ลูคัส ตอร์เรยร่า และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ส่วน นาที 62 เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนตัวบ้างส่ง ทาคุมิ มินามิโนะ และนาบี เกอิต้า ลงเล่นแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และอเล็กซ์ อ็อซ์เลด-แชมเบอร์เลน

    นาที 63 โอกาสแรกของ มินามิโนะ เกือบได้ลุ้นตีเสมอให้ทีมเลยหลังรับบอลจาก มาเน่ แต่จังหวะยิงด้วยซ้ายบอลหลุดกรอบถากเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    ลิเวอร์พูล ยังเป็นฝ่ายครองเกมได้มากกว่า และนาที 75 ได้ลุ้นอีกหลัง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสมาเสาไกลให้ เฟอร์กิล ฟานไดค์ ขึ้นเบียดโขกบอลหลุดกรอบออกไป

    คล็อปป์ แก้เกมอีกด้วยการส่งสองตัวรุกอย่าง ดิว็อค โอริกี้ และเซอร์ดาน ชากิรี่ ลงไปเล่นแทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และจอร์จินโย่ ไวนัลดุม ในนาที 83

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม อาร์เซน่อล พลิกแซงเอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ขึ้นมาอยู่อันดับ 9 ยังได้ลุ้นคว้าตั๋วยูโรปาลีกอีก 2 เกมที่เหลือต่อไป ขณะที่ "หงส์แดง" ทีมแชมป์ปีนี้แพ้เป็นเกมที่ 3 ของฤดูกาล แถมยังชวดทำแต้มเกิน 100 คะแนนของ แมนฯซิตี้ ที่เคยทำไว้อีกด้วย

       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อาร์เซน่อล (3-4-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์  – เซดริก ซูอาเรซ (เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส น.76), กรานิต ชาคา, ลูคัส ตอร์เรยร่า (ดานี่ เซบายอส น.57), บูกาโย่ ซาก้า (เซอัด โคลาซินัช น.85) – นิโกล่าส์ เปเป้, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (โจ วิลล็อค น.58), รีสส์ เนลสัน (ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง น.58)

        ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่, อเล็กซ์ อ็อซ์เลด-แชมเบอร์เลน (นาบี เกอิต้า น.62) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (ทาคุมิ มินามิโนะ น.61), ซาดิโอ มาเน่

        ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

        ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

โทบี้โขกชัย-ซนแสบ! สเปอร์สแซงดับอาร์เซน่อล ดาร์บี้ลอนดอนสุดมัน

ซน ฮึง-มิน ตะบันตาข่ายไอ้ปืนใหญ่ในลีกได้เป็นครั้งแรก แถมยังจ่ายให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ โขกประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้ สเปอร์ส เปิดบ้านแซงเอาชนะ อาร์เซน่อล แบบสนุก 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญแซงปืนโตขึ้นมารั้งอันดับ 8 แทน ส่วนอาร์เซน่อลที่หล่นมาอยู่อันดับ 9 ในศึกนอร์ธลอนดอนดาร์บี้ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    การแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันที่ 12 กรกฏาคม 2563 ที่สนาม ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ทีมอันดับ 10 พบ อาร์เซน่อล อันดับ 8 ของตาราง

    เกมนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส หมดสิทธิ์ใช้งาน เดเล่ อัลลี ที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ส่วนแกนหลักรายอื่นพร้อมลงเล่นทั้งหมดโดยเกมรุกส่ง ลูคัส มูร่า, ซน ฮึง-มิน และ แฮร์รี่ เคน ลงล่าตาข่าย

    ส่วน อาร์เซน่อล ของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ยังชวดใช้งานแข้งเจ็บอย่าง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, คัลลั่ม แชมเบอร์ส และ แบร์นด์ เลโน่ โดยดร็อป บูกาโย่ ซาก้า ดาวรุ่งฟอร์มแจ่มเป็นเพียงสำรอง โดยเกมรุกส่ง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ นิโกล่าส์  เปเป้  เป็น 3 ประสาน

    ครึ่งแรกเริ่มเกมมาไม่ถึงนาที สเปอร์ส ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ ดาวิด ลุยซ์ พลาดโดน ลูคัส มูร่า ฉกมาซัดนอกกรอบบอลยังไปตรงตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ รับเข้าซอง

    จากนั้นเกมเปิดหน้าแลกกันสนุก และยังเป็นโอกาสลุ้นของ "ไก่เดืยอทอง" นาทีที่ 10 ลูคัส มูร่า ตักบอลให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเดี่ยวพยายามยกหลบ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แต่โดนนายด่านชาวอาร์เจนไตน์พุ่งปัดเอาไว้ได้หวุดหวิด

    อย่างไรก็ตาม นาที 16 กลายเป็น อาร์เซน่อล ที่ไปประตูขึ้นนำก่อน อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ แต่งเข้าขวาแล้วซัดนอกกรอบบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไปอย่างสุดสวย

    กระนั้นก็ดีถัดมาเพียง 3 นาที สเปอร์ส ตามตีเสมอแบบทันควัน 1-1 จากจังหวะความผิดพลาดกันเองของแนวรับ อาร์ซนอล เมื่อ เซอัด โคลาซินัช จ่ายบอลคืนหลังให้ ดาวิด ลุยซ์ แต่ไม่เข้าใจกันก่อนจะโดน ซน เฮือง มิน ฉกบอลหลุดไปชิพด้วยซ้ายข้ามตัว มาร์ติเนซ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    ถัดมา นาที 32 เจ้าถิ่นเกือบประตูขึ้นนำอีกครั้ง นิโกล่าส์ เปเป้ โซโล่มาปั่นด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลหลุดเสาแรกไปนิดเดียว

    "ปืนใหญ่" ลุ้นต่อเนื่อง ใน นาที 40 จากจังหวะที่  ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ซัดฟรีคิกหนีกำแพงบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียว นาทีถัดมา เปเป้ ได้ซัดด้วยซ้ายในเขตโทษบอลยังไปตรงตัว อูโก้ โยริส พุ่งรับไว้ได้

    จบครึ่งแรก สเปอร์ส เสมอ อาร์เซน่อล 1-1

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 54 ทัพปืนใหญ่ได้ลุ้นพลิกขึ้นนำอีก หลัง ดานี่ เซบายอส ตอกส้นให้ เปเป้ หลุดเข้าไปครอสเข้ามาเสาไกล บอลไปติดหัวแนวรับเจ้าถิ่น ก่อนที่ ชโคดราน มุสตาฟี่ จะตีลังกายิงบอลย้อยไปเข้ามือ อูโก้ โยริส

    นาที 59 อาร์เซน่อล พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกหน คราวนี้ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ไหลบอลออกซ้ายนิ่มๆให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กดด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    นาที 69 มิเกล อาร์เตต้า บอสใหญ่ของไอ้ปืนโต ส่ง บูกาโย่ ซาก้า ลงมาเล่นแทน นิโกล่าส์ เปเป้

    นาที 71 "ไก่เดือยทอง" พลาดโอกาสขึ้นนำบ้าง คราวนี้ แฮร์รี่ เคน กระชากหนีมุสตาฟี่ ก่อนจ่ายบอลเข้ากลางให้ ซน ฮึง-มิน พยายามจะจิ้มหนี เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แต่นายทวารอาร์เซน่อลไม่หลงพุ่งมากวาดบอลรับไว้ได้

    ยังเป็น อาร์เซน่อล ที่ครองบอลและโหมบุกใส่เจ้าถิ่นเสียมากกว่า นาที 79 เกือบได้ขึ้นนำอีกครั้งหลัง เอคตอร์ เบเยริน ลากตัดเข้ากลางแล้วตะบันด้วยซ้ายไปติดบล็อค แต่บอลยังมาเข้าทาง โอบาเมย็อง อัดด้วยขวาไปเสาไกล ทว่ายังโดน อูโก้ โยริส พุ่งปัดปลายมือออกหลังหวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา สเปอร์ส เกือบได้บ้าง ลูคัส มูร่า จ่ายตัดแนวรับไอ้ปืนใหญ่ให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่ยังดีที่  เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ออกมาบล็อคบอลออกหลังเป็นเตะมุมของเจ้าถิ่น

    และจากจังหวะคอนเนอร์ต่อเนื่องในนาที 81 สเปอร์ส มาแซงขึ้นนำ 2-1 ได้สำเร็จ ซน ฮึง-มิน เปิดเตะมุมมากลางประตูให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ขึ้นโขกเช็ดไปเสาไกลเสียบตาข่ายอย่างงดงาม

    นาที 83 ลูกทีมของ มูรินโญ่ เกือบพังประตูที่สามนำห่าง และคราวนี้บอลขึ้นทางซ้ายเจาะผ่าน ชโคดราน มุสตาฟี่ ให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปแปเล่นทางด้วยเท้าขวา แต่ยังไม่ผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

    ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านรักษาสกอร์ที่นำไว้ได่ ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าจบการแข่งขัน สเปอร์ส เอาชนะในเกมดาร์บี้แมตช์เหนือคู่ปรับร่วมลอนดอนอย่าง อาร์เซน่อล 2-1 คว้าสามแต้มพร้อมแซงขึ้นไปรั้งอันดับ 8 มี 52 คะแนน ขณะที่ไอ้ปืนใหญ่รั้งอยู่อันดับ 9 มี 50 คะแนน 
   
    รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    สเปอร์ส : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, เบน เดวิส – มูสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส, โจวานนี่ โล เซลโซ่ (โอลิเวอร์ สคิปป์ น.84) – ลูคัส มูร่า (สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น น.82), ซน ฮึง-มิน (เอริก ลาเมล่า น.90+4), แฮร์รี่ เคน

    อาร์เซน่อล :  เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช (รีสส์ เนลสัน น.84) – เอคตอร์ เบเยริน (เซดริค ซูอาเรซ น.84), ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ (โจ วิลล็อค น.84) – นิโกล่าส์ เปเป้ (บูกาโย่ ซาก้า น.70), อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

แอต.มาดริดว่าไง?เชลซียื่นเงินพร้อมแถมเกปาแลกซื้อโอบลัค

เดอะ มิร์เรอร์ สื่อของอังกฤษ ตีข่าว เชลซี คิดที่จะยื่นข้อเสนอเป็นเงินจำนวนหนึ่งพร้อมกับแถม เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ให้กับ แอต. มาดริด เพื่อขอซื้อ ยาน โอบลัค มาเฝ้าเสา หลังจากที่ผ่านมา เกปา ทำผลงานได้น่าผิดหวัง
    เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังพิจารณาที่จะยื่นข้อเสนอขอซื้อ ยาน โอบลัค ผู้รักษาประตู แอตเลติโก มาดริด มาร่วมทัพหลังจบฤดูกาลนี้ ด้วยการให้เงินจำนวนหนึ่งพร้อมกับแถม เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายด่านของทีมให้ด้วย ตามรายงานของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    "สิงโตน้ำเงินคราม" ยอมทุ่มเงิน 80 ล้านยูโร (ประมาณ 2,800 ล้านบาท) เพื่อดึง เกปา มาจาก แอธเลติก บิลเบา เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2018 จนทำให้เจ้าตัวเป็นนายทวารที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก แต่ช่วงที่ผ่านมาเขากลับทำผลงานได้น่าผิดหวังจนทำให้ตอนนี้ทีมต้องลุ้นเหนื่อยกับการที่จะจบฤดูกาลนี้ด้วยการติดอยู่ใน 4 อันดับแรกของตารางคะแนน เพื่อคว้าสิทธิ์ลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

    สำหรับ โอบลัค นั้น ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมือกาวที่เก่งที่สุดของโลกในยุคนี้ โดยที่ แอต. มาดริด ตั้งค่าฉีกสัญญาเอาไว้สูงถึง 120 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,800 ล้านบาท) และเขาก็ยังมีสัญญากับทีมจนถึงปี 2023 ด้วย อย่างไรก็ตาม "ตราหมี" ก็อาจจะจำเป็นต้องหาเงินมาเข้าสโมสรเพื่อชดเชยกับการที่ทีมได้รับผลกระทบด้านการเงินจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เหมือนกัน

    เป็นที่เชื่อว่า เชลซี ไม่ต้องการเสียเงินถึงหลัก 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของ โอบลัค และพวกเขาก็หวังว่า เกปา จะช่วยลดจำนวนเงินที่พวกเขาต้องจ่ายได้เป็นจำนวนมาก โดยจนถึงตอนนี้ เชลซี ใช้เงินสำหรับการเสริมทัพเพื่อสู้ศึกในฤดูกาลหน้าไปแล้ว 83.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,348 ล้านบาท) ซึ่งแข้งที่พวกเขาได้มาร่วมทัพแน่นอนแล้วคือ ฮาคิม ซิเย็ค ปีกดีกรีทีมชาติโมร็อกโกกับ ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิงชาวเยอรมัน

เชลซีล่าโอบลัค,แรชฟอร์ดไปลีกเอิง?อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกยุโรป

 งานนี้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะต้องหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อสองดาวยิงตัวเก่งของทีมอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ต่างมีข่าวกำลังเป็นที่หมายปองของสโมสรยักษ์ใหญ่ลีกต่างแดน ส่วน เชลซี ก็ดูจริงจังมากๆ กับการล่าตัว ยาน โอบลัค นายประตูจอมหนึบแห่ง แอตเลติโก มาดริด ขณะที่ บาร์เซโลน่า เที่ยวนี้มีข่าวมาอัพเดตเพียบเลย แต่จะมีประเด็นอะไรบ้างนั้น เชิญอ่านกันโลด 
 – เชลซี มีแผนที่จะยื่นข้อเสนอเงิน 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,050 ล้านบาท) + เกปา อาร์ริซาบาลาก้า นายประตูชาวสแปนิช ไปให้ แอตเลติโก มาดริด เพื่อแลกกับการคว้าตัว ยาน โอบลัค ยอดผู้รักษาประตูทีมชาติสโลวีเนีย มาเฝ้าเสาในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ (Daily Mirror)

 – ขณะเดียวกัน "สิงห์บลูส์" ก็มีลุ้นมากขึ้นที่จะได้ตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่งของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาร่วมก๊วน เนื่องจากการได้เล่นในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ได้มีผลใดๆ ต่อการตัดสินใจของเจ้าตัว (BBC Sport)


 

 – ลิเวอร์พูล มีแผนที่จะเซ็นสัญญายืมตัว เลอันโดร กาเบรร่า กองหลังชาวอุรุกวัยของ เอสปันญ่อล มาใช้งาน 1 ซีซั่น โดยกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ ชื่นชอบในฝีเท้าของ ปราการหลังวัย 29 ปี ที่เล่นได้ทั้งเซนเตอร์แบ็กและแบ็กซ้าย (Mundo Deportivo)

 – นอกจากนี้ "หงส์แดง" ยังคงมองหาช่องทางที่จะขาย เดยัน ลอฟเรน เซนเตอร์แบ็กชาวโครแอต หลังจบซีซั่นนี้ ถึงแม้มีแผนที่จะจับเจ้าตัวขยายสัญญาก็ตาม (Goal)

 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมเปิดศึกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการชิงตัว เฟร์ราน ตอร์เรส ปีกดาวรุ่ง บาเลนเซีย ทว่า เรอัล มาดริด, ยูเวนตุส, เอซี มิลาน, นาโปลี และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต่างก็มีความสนใจในตัว ดาวเตะวัย 20 ปี เช่นกัน (Marca)


 

 – นอกจากนี้ "เรือใบสีฟ้า" กำลังพิจารณาที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว ยาน แฟร์ต็องเก้น กองหลังทีมชาติเบลเยียม ที่กำลังจะหมดสัญญากับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาร่วมทีมแบบฟรีๆ หลังจบฤดูกาลนี้ เนื่องจากกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มอง แฟร์ต็องเก้น เป็นทางออกระยะสั้นในการแก้ปัญหาแนวรับ (Daily Telegraph)

 – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความสนใจที่จะคว้าตัว มิเกล โอยาร์ซาบัล ปีกตัวเก่ง เรอัล โซเซียดาด โดย ดาวเตะทีมชาติสเปนวัย 23 ปี มีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,450 ล้านบาท) ทว่า "ปีศาจแดง" หวังซื้อได้ในราคา 50 ล้านยูโร (ประมาณ 1,750 ล้านบาท) (Todofichajes)

 – มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าสายสปีดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นเป้าหมายเสริมทัพอันดับหนึ่งในช่วงซัมเมอร์นี้ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เนื่องจากกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล มอง ดาวยิงทีมชาติอังกฤษวัย 22 ปี เป็นผู้เล่นกองหน้ายุคใหม่ที่มีความสมบูรณ์แบบ (Independent)

 – อินเตอร์ มิลาน มีความสนใจที่จะคว้าตัว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ดาวยิงเฟร้นช์แมนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม โดยยินดีเจรจาปิดดีลแบบจ่ายเงินพร้อมส่งนักเตะให้เป็นของแถม 1 ราย ซึ่งนั่นอาจจะเป็น มิลาน สคริเนียร์ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติสโลวาเกีย ที่มีข่าว "ปีศาจแดง" อยากได้ตัว เนื่องจาก "งูใหญ่" มอง มาร์กซิยาล มีค่าตัวราว 63 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,457 ล้านบาท) ส่วน สคริเนียร์ มีมูลค่าอยู่ที่ 58 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,262 ล้านบาท) (Calciomercato)

 – บาร์เซโลน่า ได้บรรลุข้อตกลงกับ อินเตอร์ มิลาน เรียบร้อย สำหรับการคว้าตัว เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าดาวดังชาวอาร์เจนไตน์ โดยเป็นดีลแบบจ่ายเงิน 70 ล้านยูโร (ประมาณ 2,450 ล้านบาท) + จูเนียร์ ฟีร์โป้ แบ็กซ้ายชาวสแปนิช ที่มีมูลค่า 41 ล้านยูโร (ประมาณ 1,435 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ บาร์ซ่า จำเป็นต้องขายนักเตะบางคนในทีมออกไปก่อน เพื่อทำเงินให้ได้ 70 ล้านยูโร (Cadena SER)

 – พร้อมกันนั้น บาร์เซโลน่า ก็ได้มีการเสนอขาย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางตัวรุกชาวบราซิเลียน ให้กับ อาร์เซน่อล และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เพื่อระดมทุนมาล่าตัว เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (Goal)

 – นอกจากนี้ บาร์เซโลน่า ยังต้องการที่จะทำเงินจากการขาย ซามูแอล อุมติตี้ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฝรั่งเศส อีกด้วย โดยเชื่อกันว่า นาโปลี, ลาซิโอ, อาแอส โรม่า และ โตริโน่ ต่างมีความสนใจที่จะเซ็นสัญญากับ ดาวเตะดีกรีแชมป์โลกวัย 26 ปี (Sport)

 – อุสมาน เดมเบเล่ ปีกจอมพลิ้ว บาร์เซโลน่า ต้องการที่จะอยู่ค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ต่อไป และเตรียมที่จะปฏิเสธข้อเสนอจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Mundo Deportivo)

 – ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง หัวหอกกัปตันทีม อาร์เซน่อล ยังคงมีความสนใจที่จะย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลน่า ทว่า บาร์ซ่า มอง โอบาเมยอง เป็นแค่ทางเลือกสำรองต่อจาก เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (Mirror)

 – วิคเตอร์ โอซิมเฮน หัวหอกเนื้อหอม ลีลล์ จ่อย้ายซบ นาโปลี เต็มที โดยคาดว่าค่าตัวน่าจะสูงถึง 81 ล้านยูโร (ประมาณ 2,835 ล้านบาท) (Sky Italia)

 – เรอัล มาดริด มีความมั่นใจว่า จะสามารถคว้าตัว คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มาร่วมทีมได้ในช่วงซัมเมอร์ปี 2021 ถึงแม้ เปแอสเช ต้องการที่จะจับ เอ็มบัปเป้ ขยายสัญญาที่มีอยู่ปัจจุบันถึงปี 2022 ก็ตาม (Marca)

 – เซบีย่า เตรียมซื้อขาด ซูโซ่ ปีกเลือดกระทิงดุ จาก เอซี มิลาน หลังจบฤดูกาลนี้ ที่ราคาราว 21 ล้านยูโร (ประมาณ 735 ล้านบาท) หลังจากที่ดึง ดาวเตะวัย 26 ปี มาร่วมทีมภายใต้สัญญายืมตัว 18 เดือน พ่วงออปชั่นซื้อขาด เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา (Sky Italia)