“สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล”ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย

แฟนกีฬาชาวไทยอาจจะเคยเห็นปรากฏการณ์สนามแตกมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยื่งกับการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยในหลายๆแมตช์, วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยในหลายๆครั้ง และการชกของ เขาทราย แกแล็คซี่ อดีตแชมป์โลกผู้ยิ่งใหญ่ในหลายๆไฟต์ ซึ่งปรากฏการณ์สนามแตก ที่มีแฟนกีฬาแห่เข้าไปชมจนล้นสนามนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ นอกจากจะเกิดกระแสฟีเวอร์หรือความนิยมต่อกีฬาชนิดนั้นจริงๆ
   อย่างไรก็ตาม ครั้งหนึ่งเคยเกิดปรากฏการณ์สนามแตกมาแล้ว กับการแข่งขันบาสเกตบอลหญิง ในกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อช่วงปลายปี 2538 ซึ่งน่าจะเป็นครั้งเดียวในประวัติศาสตร์วงการยัดห่วงไทย ที่มีแฟนกีฬาแห่เข้าไปชมบาสเกตบอลหญิงจนล้นสนาม

    และปฏิเสธไม่ได้ว่า นักกีฬาผู้มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่ทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์ จนทำให้แฟนกีฬาต้องแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อเข้ามาเชียร์ทีมบาสเกตบอลสาวไทยในซีเกมส์ครั้งดังกล่าว จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก "แว่น" สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย

    แม้จะเกิดเป็นหญิง แต่จากการมีรูปร่างหน้าตาหล่อสมาร์ทโดนใจ ละม้ายคล้ายกับ ศรราม เทพพิทักษ์ พระเอกเบอร์ 1 แห่งวงการบันเทิงในยุคนั้น จึงทำให้เธอคนนี้ ได้รับการขนานนามจากสื่อมวลชนว่า "สาวหล่อ" ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา อีกทั้งสื่อบางสำนัก ยังตั้งฉายาให้เธอว่า "ศรราม 2" อีกด้วย

    นอกจากรูปร่างหน้าตาจะหล่อโดนใจสาวๆทั้งประเทศแล้ว ด้วยความสามารถอันโดดเด่นในตำแหน่งพอยท์การ์ด ที่ไม่ได้เป็น 2 รองใคร จึงทำให้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เป็นตัวหลักให้กับทีมบาสเกตบอลหญิงทีมชาติไทยมาตลอด 9 ปีที่รับใช้ชาติ ก่อนที่ชื่อของเธอ จะกลายตำนานที่ยังอยู่ในใจของแฟนกีฬาชาวไทยทั้งประเทศตลอดมา

    ย้อนกลับไปในอดีต ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทยรายนี้ ไม่ได้ตั้งใจที่จะเล่นบาสเกตบอลตั้งแต่แรกแต่อย่างใด โดยคุณพ่อและคุณแม่ สนับสนุนให้ลูกสาวคนนี้เล่นกีฬาชนิดใดก็ได้ เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง

    จนกระทั่งอายุ 12 ขวบ เส้นทางชีวิตได้มาบรรจบกับเกมกีฬายัดห่วงจนได้ เมื่อโรงเรียนวัดน้อยนพคุณ สถานศึกษาของเธอในเวลานั้น มีแผนการที่จะสร้างทีมบาสเกตบอลหญิงขึ้นมา โดยมี อาจารย์พงษ์ศักดิ์ แก้วใจดี เป็นเฮดโค้ช ก่อนที่อาจารย์ท่านนี้ จะทาบทามให้ ด.ญ.สิริรัตน์ เข้ามาเป็นนักบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียน

    นับจากนั้น สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ได้เป็นนักบาสเกตบอลหญิงตัวหลักให้กับโรงเรียนวัดน้อยนพคุณมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับลงแข่งขันหลายรายการ อาทิ รายการของกรมพลศึกษา, รายการของกรุงเทพมหานคร, กีฬากองทัพอากาศ, กีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ และอีกหลายๆทัวร์นาเมนต์ โดยยึดแบบอย่างจาก ไมเคิ่ล จอร์แดน ซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการยัดห่วงเอ็นบีเอในขณะนั้นเป็นไอดอล

     สำหรับจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้ชีวิตของเธอ ได้ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติไทย ได้เกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ 10 ที่จังหวัดพิษณุโลก เมื่อปี 2537 ในครั้งนั้น สิริรัตน์ เป็นตัวแทนของทีมยัดห่วงเขต 10 กรุงเทพมหานคร

 

    แม้จะได้เพียงรองแชมป์ ทว่าจากการโชว์ฟอร์มที่โดดเด่นเหนือกว่าผู้เล่นคนอื่น จึงทำให้เธอคว้ารางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์มาครอง ก่อนจะได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 8 นักกีฬาเยาวชนไทย ให้ได้รับโอกาสอันล้ำค่า กับการไปทัศนศึกษาดูงาน ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 12 ที่นครฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น ภายในปีเดียวกัน

    ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติครั้งดังกล่าว ได้ทำให้ชื่อของ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ในปีต่อมา หรือปี 2538 ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น

    สำหรับทัวร์นาเมนต์แรกที่ลงแข่งขันในนามทีมชาติก็คือ ศึกชิงแชมป์เอเชีย 1995 ซึ่งเป็นระดับดิวิชั่น 2 ที่เมืองชิซูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2538 โดยเธอและเพื่อนร่วมทีม ผนึกกำลังพาทีมยัดห่วงสาวไทยคว้าแชมป์มาครอง และได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ

    จากนั้นในช่วงปลายปีเดียวกัน อีก 1 จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตได้มาถึง ซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพ เมื่อ สิริรัตน์ ได้ฉายแววความเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 แห่งวงการยัดห่วงหญิงไทยในเวลานั้น กับการเป็นนักกีฬาที่มีแฟนคลับคลั่งไคล้มากที่สุดคนหนึ่งในซีเกมส์ครั้งดังกล่าว จนเกิดปรากฏการณ์สนามแตกทุกแมตช์ที่ทีมยัดห่วงสาวไทยลงแข่งขัน เนื่องจากแฟนกีฬาต่างแย่งกันซื้อตั๋วเพื่อเข้ามาชม “สาวหล่อ” ในสนาม เมื่อยามที่เธอได้บอลแต่ละครั้ง เสียงกรี๊ดจากแฟนๆ ดังกึกก้องไปทั่วโรงยิมทุกครั้งเลยทีเดียว

    ด้วยแรงเชียร์ที่ล้นหลาม กลายเป็นกำลังใจที่สำคัญ ในการทำให้ทีมบาสเกตบอลหญิงไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 18 ได้สำเร็จ พร้อมกับพลิกชีวิตให้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล เปลี่ยนจากนักกีฬาธรรมดา กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในระดับประเทศไปในทันที
 
    อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนรู้จักมากขึ้นแต่ซูเปอร์สตาร์ยัดห่วงสาวรายนี้ ยังใช้ชีวิตแบบสมถะเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ยังคงนั่งรถเมล์ไปเรียนมหาวิทยาลัยเป็นประจำ พอเจอแฟนคลับทักทายก็ยิ้มและพูดคุยแบบเป็นกันเองทุกครั้ง โดยไม่ถือตัวเลยแม้แต่น้อย

    หลังจากนั้น สิริรัตน์ ได้เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมชาติไทยอีก 9 ปี ก่อนจะประกาศเลิกเล่นหลังจบศึกชิงแชมป์เอเชีย 2004 ที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2547 ด้วยวัยเพียง 27 ปีเท่านั้น

    เธอได้กล่าวถึงการตัดสินใจหันหลังให้กับกีฬาที่เธอรักว่า ในช่วงนั้นนอกจากจะต้องซ้อมบาสเป็นประจำแล้ว ยังต้องเรียนปริญญาโท อีกทั้งยังต้องทำงานประจำ กับการเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ผลิตรายการและละครทางโทรทัศน์ควบคู่กันไปด้วย หลังจากนั้น ตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทย ได้ทำงานที่เธอรักกับการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการผลิตรายการและละครทางทีวีมาโดยตลอด

    เธอได้กล่าวว่า จากการที่เป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียงและหน้าตาดี จึงทำให้ช่วงที่ทำงานตอนแรก ครีเอทีฟเคยให้เธอทดลองเป็นนักแสดงหน้ากล้องเช่นกัน แต่ด้วยความเขินกล้อง และไม่ถนัดกับการแสดง จึงเลือกที่จะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังมากกว่า

    สำหรับปัจจุบันแม้ สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล จะลาออกจากงานประจำแล้ว เพื่อหันมาทำธุรกิจเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ที่มีชื่อร้านว่า "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" แต่ก็ยังไม่ทิ้งงานเบื้องหลังผลิตรายการโทรทัศน์ ซึ่งเธอยังเป็นฟรีแลนซ์ช่วยงาน "หม่ำ จ๊กมก" ศิลปินตลกชื่อดัง และยังเป็นผู้จัดการของ "อาร์ม" กรกันต์ สุทธิโกเศศ นักร้องและนักแสดงชื่อดังอีกด้วย

    ด้านร้าน "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" เพิ่งเปิดเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาซึ่ง สิริรัตน์ ได้กล่าวว่า ที่จริงแล้วคุณพ่อกับคุณแม่ขายมาก่อน พอตนเองมาทำก็ได้ปรับปรุงให้รสชาติกลมกล่อมและอร่อยขึ้น โดยร้านตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 99/9 หมู่บ้านไทยสมบูรณ์ 3 ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และได้เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00-20.30 น.

    แฟนกีฬาท่านใด ที่ยังคิดถึงตำนานสาวหล่อแห่งวงการยัดห่วงไทยรายนี้ สามารถไปพบปะและอุดหนุนเธอได้ ตามสถานที่ดังกล่าว หรือติดต่อทางหมายเลขโทรศัพท์ 0648269399 และยังสามารถติดตามรายละเอียดของร้านได้ที่เพจเฟสบุ๊ก "ก๋วยเตี๋ยว เย็นตาโฟ ต้มยำ ไข่ออนเซน By แว่น สาวหล่อ" ได้อีก 1 ช่องทาง

 

2020 dota2 KVP vs hehe united การวิเคราะห์ วันที่ 30 พ.ค.

KVP ชนะ 4 เสมอ 4 แพ้ 2 ใน 10 นัดหลัง อัตราชนะหลุดลงหากเทียบกับเดือนเมษา
hehe ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 3 ใน 8 นัดหลัง อัตราชนะเป็น 38% สภาพทีมไม่น่าพอใจเหมือนกัน
ดูผลงานรวมๆ KVPยังเหนือกว่าอยู่
ฟันธง KVP
เว็บผลอีสปอร์ตสดที่เร็วกว่าเว็บทางการ 5 วินาที คลิกเข้าไป https://esports.7mth.com/live/index.html

หวีดสยอง! เชียร์ลีดเดอร์สาววัยขบเผาะซ้อมในสวนโดนงูพิษฉก

เชียร์ลีดเดอร์สาววัย 18 ปีชาวเท็กซัส ดวงแตกสุดๆ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วนหลังเธอโดนงูพิษคอปเปอร์เฮท หรือ งูทางมะพร้าว ฉกเข้าที่เท้าขณะกำลังเตรียมตัวจะฝึกซ้อมที่สวนหลังบ้าน จากการเปิดเผยของ เดลี่ เมล สื่อดังในประเทศอังกฤษ
           จากคลิปวีดิโอที่ เทรซี่ มอนต์โกเมอรี่ แม่ของ ปารีส มอนต์โกเมอรี่ นำมาเผยแพร่ในเว็บไซต์เฟซบุ๊ค จะเห็นได้ว่าสาวน้อยคนนี้ได้ถอดรองเท้าฝึกซ้อมขณะที่อยู่บนแผ่นรอง แต่แล้วเธอก็รู้สึกเจ็บจี๊ดบริเวณเท้า และในเวลานั้นเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโดนงูกฉก แถมยังถอดถุงเท้าเพื่อเช็คดูว่าเกิดอะไรขึ้นที่เท้าของตัวเอง

           นอกจากนี้ "สาวปารีส" ยังไม่รีบไปหาหมอ และมัวแต่ลุกเดินไปมา และนอนร้องโอดครวญจนสุดท้ายทนเจ็บไม่ไหวต้องรีบไปหาคนมาช่วยพาส่งโรงหมอ โดยเรื่องนี้เชียร์ลีดเดอร์สาว เปิดใจว่า "มันมีบางอย่างทำให้ฉันรู้สึกเจ็บแปล๊บ ฉันไม่รู้ว่าโดนงูฉกด้วยซ้ำ"

           ขณะที่คุณแม่เทรซี่ ซึ่งเป็นคนพาลูกสาวไปโรงพยาบาล และต้องรีบเข้าห้องฉุกเฉินซึ่งแพทย์ได้ทำการฉีเซรุ่มแก้พิษงูให้กับเธอ "ฉันไม่คิดว่าเป็นงูด้วยซ้ำ ตอนนั้นฉันคิดแค่ว่า -บางทีเธออาจจะโดนผึ้งต่อย- ฉันใช้เบกกิ้งโซดาล้างบาดแผล จากนั้นมันก็ค่อยๆ บวมขึ้น และเปลี่ยนเป็นสีม่วง เราก็เลยต้องรีบพาเธอไปโรงพยาบาล"

 

2020 dota Evil Geniuses VS Thunder Predator ทีเด็ดอีสปอร์ต วันที่ 31 พ.ค.

Evil Geniuses อยู่อันดับสูงกว่า Thunder Predator ขุมกำลังแกร่งกว่าแน่

ฟันธง Evil Geniuses

เว็บผลอีสปอร์ตสดที่เร็วกว่าเว็บทางการ 5 วินาที คลิกเข้าไป https://esports.7mth.com/live/index.html

 

2020 dota Photon Gaming VS Typhoon E-Sports Club การวิเคราะห์อีสปอร์ต วันที่ 31 พ.ค.

Photon Gaming แพ้รวดจาก 3 เกมหลัง แต่อยู่อันดับสูงกว่าในโลก

Typhoon E-Sports Club ชนะ 2 แพ้ 1 จาก 3 เกมหลัง สถานการณ์ดีเด่น

ฟันธง Typhoon E-Sports Club ที่สถานการณณ์ดีเด่นชนะ

เว็บผลอีสปอร์ตสดที่เร็วกว่าเว็บทางการ 5 วินาที คลิกเข้าไป https://esports.7mth.com/live/index.html

2020 dota2 KVP vs hehe united ทีเด็ดอีสปอร์ต วันที่ 30 พ.ค.

KVP ชนะ 4 เสมอ 4 แพ้ 2 ใน 10 นัดหลัง อัตราชนะหลุดลงหากเทียบกับเดือนเมษา
hehe ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 3 ใน 8 นัดหลัง อัตราชนะเป็น 38% สภาพทีมไม่น่าพอใจเหมือนกัน
ดูผลงานรวมๆ KVPยังเหนือกว่าอยู่
ฟันธง KVP
เว็บผลอีสปอร์ตสดที่เร็วกว่าเว็บทางการ 5 วินาที คลิกเข้าไป https://esports.7mth.com/live/index.html

สุดเซ็กซี่!มิสก้นงามนอกใจเมสซี่หันไปอ่อยพี่เบ็คส์

เคยไปทำให้บ้านของ ลิโอเนล เมสซี่ เกือบแตกไม่พอ ล่าสุดมิสก้นงามเมืองกาแฟ โพสต์รูปยั่วยวนไปถึง เดวิด เบ็คแฮม เจ้าของทีม อินเตอร์ ไมอามี่ ซะแล้ว
    ซูซี่ คอร์เตซ อดีตนางงามก้นสวยชาวบราซิล ที่เป็นแฟนบอลตัวยงของ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้า บาร์เซโลน่า โพสต์รูปสุดเซ็กซี่ในเสื้อทีม อินเตอร์ ไมอามี่ ที่ข้างหลังแปะเบอร์ 23 และชื่อของ เดวิด เบ็คแฮม เจ้าของทีม ตามรายงานจาก เดอะ ซัน สื่ออังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    อดีตมิสบัมบัมแดนแซมบ้าปี 2015 โพสต์ข้อความว่า "ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่า ฉันรักฟุตบอล  และเวลานี้ในเมืองไมอามี่ พวกเขามีทีมที่ดีที่สุดใน เมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ สหรัฐฯ ทันทีที่ฉันไปถึงสหรัฐฯ ฉันจะไปเยี่ยมสนาม และฉันตั้งตาที่จะไปชม ไมอามี่ ฟรีดอม พาร์ค ที่สวยงามด้วยเช่นกัน"

    "ขอแสดงความยินดีกับ เดวิด เบ็คแฮม นักเตะอังกฤษที่ดีที่สุด สำหรับทุกอย่างที่เขาทำให้กับวงการฟุตบอลสหรัฐฯ ฉันมั่นใจว่า อินเตอร์ ไมอามี่ จะเป็นแชมป์ เมเจอร์ลีก ในฤดูกาล 2020/2021" อดีตนางงามก้นสวยบราซิเลียน เผย

    ก่อนหน้านี้ คอร์เตซ มักจะโพสต์ถึงแต่ เมสซี่ โดยถึงขั้นเคยลงทุนให้ช่างสักที่บั้นท้าย โดยเขียนว่า เมสซี่ 10 พร้อมกับตราสโมสร บาร์เซโลน่า และเคยโพสต์รูปเปลือยของตัวเอง พร้อมมีรองเท้าสตั๊ดของดาวเตะ บาร์ซ่า อยู่ข้างๆ จนทำให้ อันโตเนลล่า ร็อคคุซโซ่ ภรรยาของดาวเตะอาร์เจนไตน์ บล็อกไอจีของเธอไปแล้ว

 

“น้องอิงฟ้า” เผยมุมเซ็กซี่อีกครั้ง คราวนี้มาในชุดลายเสือสุดแซ่บ

แว็งซ็องต์ ก็องปานี ระบุ สาเหตุที่ตนบอกว่า เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังที่เก่งที่สุดของ พรีเมียร์ลีก เป็นเพราะอีกฝ่ายทำให้ ลิเวอร์พูล พัฒนาแบบก้าวกระโดด ทั้งที่มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะมีใครทำให้ทีมใหญ่พัฒนาขึ้นเยอะแบบนี้ได้ พร้อมบอกว่าตนนับถือศิลปะการเล่นของ ฟาน ไดค์ ด้วย

    แว็งซ็องต์ ก็องปานี กองหลังประสบการณ์สูงของ อันเดอร์เลชท์ สโมสรในลีกสูงสุดประเทศเบลเยียม เปิดเผยว่าสาเหตุที่ยกให้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เป็นเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นั้น เป็นเพราะเขาทำให้ "หงส์แดง" พัฒนาขึ้นอย่างมากหลังจากที่ย้ายมาอยู่กับทีม

    ลิเวอร์พูล คว้าตัว ฟาน ไดค์ มาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018 ซึ่งดาวเตะชาวดัตช์ก็พัฒนาฝีเท้าได้ดีจนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังชั้นยอดคนหนึ่งของยุคนี้ รวมถึงช่วยให้ทีมได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน และกำลังจะได้แชมป์ลีกในซีซั่นนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็องปานี ก็ถึงขั้นยกให้ ฟาน ไดค์ เป็นกองหลังที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก เลย

    อดีตกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เผยกับ บีบีซี สื่อชื่อดังของเมืองผู้ดีว่า "สาเหตุที่ผมพูดแบบนั้นมันเป้นเพราะว่าที่จริง ลิเวอร์พูล ก็เป็นทีมที่ดีตั้งแต่ก่อนหน้าที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ จะเข้ามาอยู่กับทีมอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นพวกเขาเสียประตูง่ายอยู่เสมอ ตอนนั้นผมไม่เคยรู้สึกเลยว่าพวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุด ต่างกับที่พวกเขาแสดงให้เห็นในฤดูกาลนี้"

    "มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะมีนักเตะสักคนที่มีผลกระทบกับสโมสรใหญ่มากถึงขนาดนี้ เขาเอาการเล่นเกมรับแบบฉบับดั้งเดิมมาสู่ทีมโดยที่มีการดัดแปลงให้เข้ากับยุคปัจจุบันนิดหน่อย และผมก็เคารพเรื่องนั้นมากๆ สิ่งที่เขาทำน่ะมันเป็นเรื่องง่ายๆ ก็จริง แต่มันก็มีประสิทธิภาพอย่างมาก มันเป็นศิลปะที่ผมให้ความเคารพอย่างสูง"

เปิดวาร์ป “น้องเฟี๊ยต-ปณิชา”แฟนคลับสายฟ้า-สาวกปีศาจแดง



หากย้อนไทม์แมชชีนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน แมตช์นัดชิงชนะเลิศ ของศึกฟุตบอล "คิงส์ คัพ 2017" ครั้งที่ 45 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน มีสิ่งหนึ่งที่แฟนบอลให้ความสนใจนั่นคือ สาวสวยที่สวมเสื้อของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เข้ามาชมและเชียร์ทีมชาติไทย จนมีภาพของเธอว่อนในโลกออนไลน์

ก่อนสุดท้ายจะรู้ว่า หญิงงามคนดังกล่าวก็คือ "น้องเฟี๊ยต" ปณิชา วิชัยดิษฐ พริตตี้เงินแสน ที่รับเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ ผลิตภัณฑ์ เครื่องดื่ม "ช้าง" มานานแรมปี รวมถึง เอ็มซี นักโฆษณา อันดับต้นๆของเมืองไทยที่เรามักเห็นเธอบ่อยๆ ตามงานอีเวนท์ต่างๆนั่นเอง

"น้องเฟี๊ยต" เริ่มต้นเข้าไปชมฟุตบอลที่สนาม เมื่อคุณพ่อและน้องชายได้ชวนพาไปดูที่ ทีโอที ณ สนามน้ำแก้จน ย่านปากเกร็ด และเป็นจุดพลิกผันให้เธอหันไปเชียร์ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นับตั้งกำเนิดสโมสร ขึ้นมาในฤดูกาลแรกเมื่อปี 2010 จนเรื่อยมา

และความรักเริ่มทวีคูณมากขึ้นเมื่อน้องชายคนสุดท้อง "กฤตภาส วิชัยดิษฐ" คัดตัวติดทีมเยาวชนบุรีรัมย์ ชุด ยู-14 ปี ก่อนที่ปัจจุบันจะถูกดันมาอยู่ในชุด ยู-18 ปี ทำให้เธอหากมีเวลาว่างเมื่อใด จะไม่พลาดในการตามไปเชียร์น้องชายสุดที่รักอยู่สม่ำเสมอ และปฎิญาณตนเป็นแฟนคลับของปราสาทสายฟ้าจนมาถึงทุกวันนี้

นอกจากจะมีทีมรักในวงการลูกหนังบ้านเกิดแล้ว เธอยังผูกพันและตามเชียร์ทัพ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกด้วย หลังจากเธอได้ซึมซับมนต์เสน่ห์ตั้งแต่ 6 ขวบ เพราะคุณพ่อเป็นแฟนแมนยูฯ ตัวยงเลยทีเดียว

กระทั่งปี 2001 เธอเคยขอให้คุณพ่อซื้อตั๋วพร้อมผ้าพันคอที่แพงกว่าราคาปกติเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะจองตั๋วไม่ทัน ก่อนที่เธอจะได้เข้าสนามไปดู "เดวิด เบคแฮม" เป็นครั้งแรกในชีวิต ก่อนที่หน้าที่การงาน ทำให้ฟุตบอลนอกทำได้เพียงแค่ได้ติดตามแต่ผลการแข่งขัน และย้อนดู ไฮไลท์เท่านั้น

ปัจจุบันสาวสวยมากความสามารถในวัย 28 ปี ที่จบการศึกษามาจาก คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สาขาสื่อสารการตลาด ยังคงรับงานเป็นพิธีกร พริตตี้ เอ็มซี เช่นเดิม แต่ด้วยสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดในเมืองไทย ทำให้เธอได้หันมาไลฟ์สดขายแบรนด์เสื้อผ้าทางออนไลน์ให้กับหลายๆเพจมากขึ้น ซึ่งหากใครอยากติดตามผลงาน และอุดหนุนสินค้า สามารถเข้าไปกดติดตามได้ที่ ig: fiat_panicha และเฟซบุ๊ก Panicha Vichaidit กันได้เลยนะครับ

“ปุ๊กกี้” นิภาภรณ์…คัมแบ็กเขย่าสังเวียนซีเกมส์-เอเชียนเกมส์

ภาพนักตะกร้อสาว "ปุ๊กกี้" นิภาภรณ์ สลุบพล อยู่บนหลังของ วิภาดา จิตพรวน เพื่อนร่วมทีมประคองออกจากสังเวียนชิงชัยยังฝังอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน
    รวมถึง "ปุ๊กกี้" นักหวดลูกพลาสติกดาวรุ่งพุ่งแรงด้วยเช่นกัน

    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 ณ เมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย เจ้าภาพกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ทีมตะกร้อสาวไทยลงแข่งขันเกมที่สองพบกับ เกาหลีใต้ หลังจากนัดแรกเอาชนะ ลาว มาได้ไม่ยาก 3 ทีมรวด "สวยสังหาร" นิภาภรณ์ สลุบพล ถูกส่งลงสนามเป็นทีมแรกร่วมกับสองจอมเก๋า มัสยา ดวงศรี กับ ศศิวิมล จันทสิทธิ์

    ดั่งฟ้ากลั่นแกล้งจอมเสิร์ฟดาวรุ่งปิดฉากเอเชียนเกมส์ลงในวันนี้ เมื่อได้รับบาดเจ็บที่ "เข่าซ้าย" จนเล่นต่อไปไม่ไหวและถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม

    นับเป็นเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในชีวิตที่แสนสั้นและเจ็บปวด แม้ท้ายที่สุดแล้วเธอจะยังได้ฉลองแชมป์กับทีมก็ตาม

    หลังการตรวจอย่างละเอียดปรากฏว่า "เอ็นไขว้เข่าขวาขาด" หนักกว่าที่คาดคิด และเป็นอาการบาดเจ็บที่ในหมู่นักกีฬาหวาดกลัวที่สุด

    "เสียดายโอกาสแข่งขันจบลงเร็วไป ตอนที่เจ็บก็รู้สึกกังวลกลัวเช่นกัน คือคิดว่ารักษาหายแน่ แต่ที่กังวลคือเราจะกลับมาเล่นได้ดีเหมือนเดิมหรือเปล่า" จอมเสิร์ฟสาวเมืองบุรีรัมย์ กล่าว

    จากนั้นในเดือนถัดมาตุลาคมเธอขึ้นเขียงผ่าเข่ารักษาอาการบาดเจ็บ..

    แม้จะเปิดตัวไม่สวยแต่จอมเสิร์ฟสาวดาวรุ่งวัย 21 ปีขณะนั้นก็ไม่ท้อ ตั้งเป้าจะต้องกลับมาระเบิดฟอร์มที่ยอดเยี่ยมให้ได้อีกครั้ง ขณะที่ทีมตะกร้อสาวไทยนับว่าเสียหายไม่น้อยทีเดียว เมื่อขุนพลที่เตรียมไว้เป็นตัวหลักอาวุธเด็ดไว้ต่อกรกับคู่ต่อสู้ต้องเข้าศูนย์ซ่อมบำรุง

    เกือบหนึ่งปี…เป็นเวลาแสนนานยิ่งนักที่เยียวยารักษาอาการบาดเจ็บเข่า ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจไม่ท้อในที่สุด "สวยสังหาร" ได้โอกาสหวนคืนสังเวียนอีกคำรบในการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก หรือ คิงส์ คัพ ครั้งที่ 34 ในเดือนกันยายน ปี 2562

    วาดลวดลายให้แฟนๆ ตะกร้อไทยประจักษ์ความแข็งแกร่งกลับคืนมาอีกครั้งแม้จะยังไม่เต็มร้อย แต่ก็เป็นการส่งสัญญาณว่าอีกไม่นานฟอร์มเดิมๆ จะคืนมา

    "กลับมาเล่นได้อีกครั้ง ใจก็ไม่คาดหวังว่าจะต้องทำให้ได้ดีเท่าเดิม เพราะรู้ตัวว่าสภาพร่างกายของตัวเองนั้นไม่เหมือนเดิม คิดแค่ว่าจะกลับมาเล่นให้ได้เท่านั้น"

    "แรกๆ ก็รู้สึกแหยงๆ แต่คงเป็นเพราะไม่ตั้งความหวังไว้มาก ทำให้ไม่รู้สึกกดดัน และกลายเป็นผลดีกับตัวเอง คือ เราเล่นได้ดีเกินความคาดหมาย ผลที่ออกมาโอเคเลยค่ะ รู้สึกดีกว่าตอนที่เล่นทีมชาติครั้งแรกด้วยซ้ำ เพราะตอนนั้นบอกเลยว่ากดดันมากจนเล่นไม่ได้ดั่งที่คิด"

    อย่างไรก็ตามเนื่องจากพึ่งหายจากการบาดเจ็บไม่นาน ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในปลายปีนั้นยังไม่มีชื่อติดทีมไปทำศึก

    แต่นั่นไม่ได้บั่นให้รู้สึกท้อแท้ท้อถอยแต่อย่างใด

    "แม้จะบาดเจ็บต้องผ่าเข่าพลาดโอกาสแข่งขันรายการสำคัญๆ ทั้งซีเกมส์ และ เอเชียนเกมส์  ไม่เคยรู้สึกท้อค่ะ ให้พยายามทำตามเป้าหมายตามฝันของเราเหมือนเดิม ไม่ต้องไปคิดมาก ไม่ตั้งความหวังไว้สูง ก็ทำให้เต็มที่เท่านั้น เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งเครียดซึ่งจะส่งผลต่อสภาพจิตใจจะกังวนสับสนไปหมด ดังนั้นต้องไม่คิดมาก"

    หวนคืนสู่สังเวียนครานี้ "ปุ๊กกี้" พร้อมเดินสู่เส้นสายนี้ เป้าหมายคือ ทำให้ดีที่สุดและเต็มที่ ซึ่งเธอเชื่อว่าความมุ่งมั่น ฝึกฝน ตนเองอยู่เสมอ คือกุญแจทำให้เราเก่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งเธอยึดถือปฎิบัติมาตั้งแต่เมื่อครั้งวัยเยาว์

    "ชอบเล่นกีฬาเล่นมาตั้งแต่ 10 ขวบ ตอนเด็กๆ ก็เล่นทั้งวอลเลย์บอล และ ตะกร้อ แต่เหมือนฟ้าลิขิตไว้แล้วมั้งคะ กลายเป็นตะกร้อที่ถูกเลือก และเพราะเป็นคนตัวสูงครูที่โรงเรียนก็ให้เล่นตำแหน่งเสิร์ฟตั้งแต่นั้นเลย ซึ่งตอนเด็กๆก็ไม่ได้เล่นเก่งอะไรแต่อาศัยขยันซ้อมทำให้พอเล่นได้"

    "พอจบป.6 พ่อกับแม่กำลังมองหาที่เรียนต่อ และมีอาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนอาจารย์กมล ตันกิมหงษ์ ได้แนะนำให้ไปสอบเข้าที่รร.กีฬาจังหวัดชลบุรี ซึ่งก็ไปสอบและอาจารย์อ๊อด-วีระชัย แสงสว่าง โค้ชตะกร้อรร.กีฬาชลบุรีก็มาดึงตัวไป และที่นี่เองที่เริ่มฝึกหัดตะกร้ออย่างจริงจัง"

    แม้จะห่างบ้านแต่โชคดีมีลูกพี่ลูกน้องอยู่ชลบุรี ทำให้ไม่รู้สึกว้าเหว่เท่าใดนัก ณ บ้านหลังใหม่ฝึกวิทยายุทธอยู่ร่วมๆ สองปีเลยทีเดียว กว่าฝีไม้ลายมือจะค่อยๆ กล้าแกร่งและเริ่มมีโอกาสท่องยุทธภพ

    กระทั่งกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 29 "มหาสารคามเกมส์" ที่จ.มหาสารคาม ในปี 2556 มีโอกาสได้ร่วมทีมไปแข่งขันแสดงความสามารถ และกลับบ้านพร้อมกับความสำเร็จ "เหรียญทองทีมชุด" ความสำเร็จชิ้นแรกของเธอในเกมแข่งขันระดับชาติ

    และที่เมืองมหาสารคามนี่เองฟอร์มการเล่นของ "ปุ๊กกี้" ได้ไปโดนตาต้องใจกุนซือตะกร้อหญิงทีมชาติไทย "ซันชิโร่" วีรัส ณ หนองคาย

    "ตอนนั้นโค้ชโร่ได้เข้ามาถามชื่ออะไร สวนสูง น้ำหนักเท่าไหร่ แค่นั้นเอง รู้ว่าเป็นโค้ชทีมชาติแต่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าคงมาถามข้อมูลไปเฉยๆเท่านั้นเพราะเห็นไปถามหลายคน และเรื่องทีมชาติตอนนั้นไม่เคยคิดไม่เคยอยู่ในหัวเลย นั่นเพราะรู้ตัวว่าไม่ได้เก่งเลย แค่ตัวสูงเฉยๆ"

    แม้จะไม่ได้คิดไปไกลถึงทีมชาติ อย่างไรก็ตามอีกไม่กี่เดือนต่อมาในปีเดียวกันนั้นชื่อของ "นิภาภรณ์ สลุบพล" อยู่ในโผเรียกเข้าแค้มป์เก็บตัวทีมชาติไทย นับเป็นก้าวแรก

    "วันนั้นอาจารย์อ๊อดมาบอกก็ดีใจที่มีโอกาสพร้อมกับความรู้สึกสับสนคิดกังวลมองภาพไม่ออกว่าเราจะทำได้หรือเปล่า เข้าไปแล้วจะทำตัวอย่างไร กลัวทำให้อาจารย์และต้นสังกัดเราเสียชื่อ แต่ก็พยายามไม่คิดมาก พยายามทำให้ดีที่สุด และอยากทำให้พ่อกับแม่สมหวัง"

    "จากนั้นก็มีชื่อเก็บตัวฝึกซ้อมเรื่อยมา น่าจะสองปีก็ติดทีมคิงส์ คัพ ครั้งที่ 30 ในปี 2558 ตอนนั้นตื่นเต้นมากถึงกับนอนไม่หลับเลยทีเดียว คิดมากกลัวจะทำไม่ได้ พอลงแข่งขันกลายเป็นความกดดันที่ซ้อมๆ มาหายหมด แต่โชคดีมีพี่ๆ คอยแนะนำและให้กำลังใจ คลายความกดดันทำให้เล่นได้ดีขึ้น"

    นับเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า กับการแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ครั้งแรกในชีวิต "ปุ๊กกี้" ได้เห็นจุดบกพร่องของตัวเอง นั่นคือ คิดมาก ความกลัว กดดัน จิตใจยังไม่แข็งแกร่งพอ ซึ่งทำให้เธอได้เรียนรู้พร้อมกับก้าวข้ามผ่านมันไป

    แม้พร้อมที่จะกางปีกโบยบิน..ฟ้าอาจผู้ลิขิตให้เธอเดินสู่เส้นทางสายนี้ ทว่ากลับยังลิขิตโยนอุปสรรคให้ต้องฟันฝ่านั่นก็คือ "การบาดเจ็บ" ซึ่งหนักสาหัสทีเดียวต้องเยียวยาอยู่ร่วมปี

    อุปสรรคคือแบบทดสอบของชีวิต ความเจ็บปวดทำให้จิตใจแข็งแกร่ง สังเวียนการแข่งขันทั้งซีเกมส์ และเอเชียนเกมส์ถึงเวลาพิสูจน์ความสามารถประกาศศักดาให้วงการตะกร้อโลกได้ประจักษ์

    จอมเสิร์ฟ "นิภาภรณ์ สลุบพล" สวยสังหารแห่งเมืองสยาม..

 
ประวัติ

ชื่อ : นางสาว นิภาภรณ์ สลุบพล ชื่อเล่น ปุ๊กกี้

เกิด : 24 พ.ค.2540 อายุ 22 ปี

ภูมิลำเนา : บ้านแท่นพระ ต.หนองคู อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์

ส่วนสูง 171 น้ำหนัก 56

 การศึกษา

– กำลังศึกษาปริญญาตรี : มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติวิทยาเขตชลบุรี

คณะ : ศึกษาศาสตร์

สาขา: สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นปีที่ 4

 การทำงาน

– ทำงานอยู่สังกัดกองทัพอากาศ

– เข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2562-ปัจจุบัน

– หน่วยงาน : กกฬ.สก.ทอ.

– ตำแหน่ง : จนท.ส่งเสริมกีฬา

  ผลงานด้านกีฬาระดับนานาชาติ

1.เหรียญทองทีมเดี่ยว Istaf super series

2014 (พม่า)

2.เหรียญทองทีมเดี่ยว Istaf super series 2014 (เกาหลี)

3.เหรียญทองทีมเดี่ยว Istaf super series

2015 (ไทย)

4.เหรียญทองทีมชุด ตะกร้อชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่30 – 32 ปี 2015 – 2017 (ไทย)

5.เหรียญทองทีมเดี่ยว ชิงแชมป์เอเชีย

ครั้งที่1 -2 ปี2016-2017(เกาหลี)

6.เหรียญทองทีมชุดหญิง เอเชี่ยนเกมส์

จากาต้า-ปาเลมบัง ณ อินโดนีเชีย ปี 2018

7.เหรียญทองทีมชุดหญิง ตะกร้อชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 34 ปี 2019