มูรินโญ่หงุดหงิดเดินออกจากการแถลงข่าว

โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ของ สเปอร์ส แสดงอาการหงุดหงิดพร้อมกับเดินออกจากการแถลงข่าวหลังจบเกมที่ทีมทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสหัวเสียกับการที่ทีมควรจะได้จุดโทษในจังหวะที่ แฮร์รี่ เคน ไปโดน โยชัว คิง ชนจากด้านหลังในกรอบแต่ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ย์ ให้สัญญาณเล่นต่อ ในขณะที่สัญญาณจากห้องวีเออาร์ก็ไม่มีการแจ้งเตือนว่าเป็นจุดโทษ

 หลังจบเกมต้องมีการแถลง แต่ มูรินโญ่ ที่อยู่ในอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนักหลังจากที่นักข่าวถามว่า "สวัสดี โชเซ่, คุณได้ยินรึเปล่า?" เจ้าตัวกลับตอบออกมาว่า "ไม่" แล้วกับถอดหูฟังแล้วเดินออกไปเลย 

 สำหรับ สเปอร์ส กลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ปี 2015 ที่ไม่สามารถยิงเข้ากรอบในการเจอกับ บอร์นมัธ นับตั้งแต่ มิดเดิ้ลสโบรช์ ในเกมแชมเปี้ยนชิพ

ฟานไดค์-อลีสซงพลาด! ปืนลงโทษแซงลิเวอร์พูลเข้าวิน ดับฝันทุบสถิติเรือ

ครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับแต่ยุคเวนเกอร์! อาร์เซน่อล ทำได้สำเร็จหลังเปิดบ้านพลิกแซงเอาชนะ ลิเวอร์พูล ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ไปอย่างสนุก 2-1 ส่งผลให้ "ปืนใหญ่" ยังได้ลุ้นคว้าตั๋วไปเล่นบอลยุโรปอีก 2 เกมที่เหลือ ขณะที่ "หงส์แดง" หมดลุ้นทำทุบสถิติทำแต้มเกิน 100 ของ แมนฯซิตี้ แล้ว ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา   
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

    "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เกมล่าสุดบุกไปพ่าย สเปอร์ส 1-2 ทำให้ไม่ชนะมา 2 เกมแล้ว เกมนี้กลับมาเฝ้ารังรับการมาเยือนของแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ที่เกมล่าสุดสะดุดแค่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1

    มิเกล อาร์เตต้า เกมนี้ดร็อปทั้ง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และดานี่ เซบายอส ไว้ข้างสนาม 3 แนวรุกส่ง นิโกล่าส์ เปเป้, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และ รีสส์ เนลสัน ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้จัดชุดใหญ่สามประสานแนวรุกยังเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่ เหมือนเดิม

    เปิดฉากครึ่งแรกมา นาที 12 "ปืนใหญ่" เกือบเสียประตูแบบไม่น่าเสีย หลัง เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เตะบอลไปติดบล็อค ฟีร์มีโน่ บอลเปลี่ยนทางเกือบเข้าประตูทว่าพุ่งไปชนเสาออกหลังหวุดหวิด

    นาที 20 "หงส์แดง" มาเจาะตาข่ายชิงขึ้นนำเจ้าถิ่นก่อน 1-0 จากจังหวะตัดบอลได้กลางสนามบอลเลยมาถึง ฟีร์มีโน่ ไหลไปที่ว่างให้  แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เติมขึ้นมาปาดเลียดเข้าไปให้ ซาดิโอ มาเน่ ที่วิ่งมาไร้ตัวประสบแปด้วยขวาไม่ถึง 10 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย เป็นประตูที่ 17 ในลีกเท่ากับ ราอูล ฮิเมเนซ และราฮีม สเตอร์ลิง

     นาที 32 แนวรับของ ลิเวอร์พูล มาเล่นกันพลาดเอง หลัง ฟานไดค์ พยายามบังบอลก่อนโดน รีสส์ เนลสัน พยายามแซะก่อนกัปตันหงส์แดงจะจ่ายบอลคืนหลังพลาดไปเข้าเท้า อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ หลุดเข้าไปแตะหลบ อลีสซง ก่อนยิงด้วยขวาโล่งๆเข้าไปให้ทีมตีเสมอ 1-1 และเป็นโอกาสยิงหนแรกของ อาร์เซน่อล ในเกมนี้อีกด้วย

    นาที 39 ทีมเยือนมาได้ลุ้นจากลูกเตะมุม แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดมาให้ ซาดิโอ มาเน่ โขกหลุดกรอบออกไป

    นาที 42 กลายเป็น อาร์เซน่อล ที่มาแซงขึ้นนำ 2-1 บ้าง จากความผิดพลาดของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ออกบอลพลาดโดน อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ฉกบอลได้ก่อนปาดเลียดมาหน้าประตูให้ รีสส์ เนลสัน จับหนึ่งจังหวะก่อนเลือกยิงด้วยขวาหนีมือ อลีสซง เสียบเสาไกลเข้าไป

    จบครึ่งแรก อาร์เซน่อล พลิกขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 2-1
   
    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 54 "หงส์แดง" พลาดโอกาสไล่ตีเสมอหลัง เฟอร์กิล ฟานไดค์ เปิดบอลยาวให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ หลุดถึงเส้นหลังก่อนตบมากลางประตูให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงด้วยซ้ายกว่า 10 หลาแต่บอลไปโดน เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เหินปัดปลายมือออกหลังอย่างน่าเสียดาย

    นาที 58 มิเกล อาร์เตต้า เปลี่ยนผู้เล่นสามคนรวดส่งทั้ง ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ,ดานี่ เซบายอส และโจ วิลล็อค ลงแทน รีสส์ เนลสัน, ลูคัส ตอร์เรยร่า และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ส่วน นาที 62 เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนตัวบ้างส่ง ทาคุมิ มินามิโนะ และนาบี เกอิต้า ลงเล่นแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และอเล็กซ์ อ็อซ์เลด-แชมเบอร์เลน

    นาที 63 โอกาสแรกของ มินามิโนะ เกือบได้ลุ้นตีเสมอให้ทีมเลยหลังรับบอลจาก มาเน่ แต่จังหวะยิงด้วยซ้ายบอลหลุดกรอบถากเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

    ลิเวอร์พูล ยังเป็นฝ่ายครองเกมได้มากกว่า และนาที 75 ได้ลุ้นอีกหลัง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ครอสมาเสาไกลให้ เฟอร์กิล ฟานไดค์ ขึ้นเบียดโขกบอลหลุดกรอบออกไป

    คล็อปป์ แก้เกมอีกด้วยการส่งสองตัวรุกอย่าง ดิว็อค โอริกี้ และเซอร์ดาน ชากิรี่ ลงไปเล่นแทน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และจอร์จินโย่ ไวนัลดุม ในนาที 83

    ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม อาร์เซน่อล พลิกแซงเอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 ขึ้นมาอยู่อันดับ 9 ยังได้ลุ้นคว้าตั๋วยูโรปาลีกอีก 2 เกมที่เหลือต่อไป ขณะที่ "หงส์แดง" ทีมแชมป์ปีนี้แพ้เป็นเกมที่ 3 ของฤดูกาล แถมยังชวดทำแต้มเกิน 100 คะแนนของ แมนฯซิตี้ ที่เคยทำไว้อีกด้วย

       รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        อาร์เซน่อล (3-4-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ร็อบ โฮลดิ้ง, ดาวิด ลุยซ์, คีแรน เทียร์นี่ย์  – เซดริก ซูอาเรซ (เอนส์ลี่ย์ เมทแลนด์-ไนล์ส น.76), กรานิต ชาคา, ลูคัส ตอร์เรยร่า (ดานี่ เซบายอส น.57), บูกาโย่ ซาก้า (เซอัด โคลาซินัช น.85) – นิโกล่าส์ เปเป้, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ (โจ วิลล็อค น.58), รีสส์ เนลสัน (ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง น.58)

        ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

        ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่, อเล็กซ์ อ็อซ์เลด-แชมเบอร์เลน (นาบี เกอิต้า น.62) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (ทาคุมิ มินามิโนะ น.61), ซาดิโอ มาเน่

        ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

        ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

โทบี้โขกชัย-ซนแสบ! สเปอร์สแซงดับอาร์เซน่อล ดาร์บี้ลอนดอนสุดมัน

ซน ฮึง-มิน ตะบันตาข่ายไอ้ปืนใหญ่ในลีกได้เป็นครั้งแรก แถมยังจ่ายให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ โขกประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้ สเปอร์ส เปิดบ้านแซงเอาชนะ อาร์เซน่อล แบบสนุก 2-1 คว้าสามแต้มสำคัญแซงปืนโตขึ้นมารั้งอันดับ 8 แทน ส่วนอาร์เซน่อลที่หล่นมาอยู่อันดับ 9 ในศึกนอร์ธลอนดอนดาร์บี้ เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

    การแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันที่ 12 กรกฏาคม 2563 ที่สนาม ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ระหว่าง ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ ทีมอันดับ 10 พบ อาร์เซน่อล อันดับ 8 ของตาราง

    เกมนี้ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส หมดสิทธิ์ใช้งาน เดเล่ อัลลี ที่มีอาการเจ็บเอ็นหลังหัวเข่า ส่วนแกนหลักรายอื่นพร้อมลงเล่นทั้งหมดโดยเกมรุกส่ง ลูคัส มูร่า, ซน ฮึง-มิน และ แฮร์รี่ เคน ลงล่าตาข่าย

    ส่วน อาร์เซน่อล ของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ยังชวดใช้งานแข้งเจ็บอย่าง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, คัลลั่ม แชมเบอร์ส และ แบร์นด์ เลโน่ โดยดร็อป บูกาโย่ ซาก้า ดาวรุ่งฟอร์มแจ่มเป็นเพียงสำรอง โดยเกมรุกส่ง อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ นิโกล่าส์  เปเป้  เป็น 3 ประสาน

    ครึ่งแรกเริ่มเกมมาไม่ถึงนาที สเปอร์ส ได้ลุ้นก่อนจากจังหวะที่ ดาวิด ลุยซ์ พลาดโดน ลูคัส มูร่า ฉกมาซัดนอกกรอบบอลยังไปตรงตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ รับเข้าซอง

    จากนั้นเกมเปิดหน้าแลกกันสนุก และยังเป็นโอกาสลุ้นของ "ไก่เดืยอทอง" นาทีที่ 10 ลูคัส มูร่า ตักบอลให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเดี่ยวพยายามยกหลบ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แต่โดนนายด่านชาวอาร์เจนไตน์พุ่งปัดเอาไว้ได้หวุดหวิด

    อย่างไรก็ตาม นาที 16 กลายเป็น อาร์เซน่อล ที่ไปประตูขึ้นนำก่อน อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ แต่งเข้าขวาแล้วซัดนอกกรอบบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเข้าประตูไปอย่างสุดสวย

    กระนั้นก็ดีถัดมาเพียง 3 นาที สเปอร์ส ตามตีเสมอแบบทันควัน 1-1 จากจังหวะความผิดพลาดกันเองของแนวรับ อาร์ซนอล เมื่อ เซอัด โคลาซินัช จ่ายบอลคืนหลังให้ ดาวิด ลุยซ์ แต่ไม่เข้าใจกันก่อนจะโดน ซน เฮือง มิน ฉกบอลหลุดไปชิพด้วยซ้ายข้ามตัว มาร์ติเนซ เข้าไปอย่างเหนือชั้น

    ถัดมา นาที 32 เจ้าถิ่นเกือบประตูขึ้นนำอีกครั้ง นิโกล่าส์ เปเป้ โซโล่มาปั่นด้วยซ้ายหน้าเขตโทษบอลหลุดเสาแรกไปนิดเดียว

    "ปืนใหญ่" ลุ้นต่อเนื่อง ใน นาที 40 จากจังหวะที่  ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ซัดฟรีคิกหนีกำแพงบอลพุ่งหลุดเสาไกลออกไปนิดเดียว นาทีถัดมา เปเป้ ได้ซัดด้วยซ้ายในเขตโทษบอลยังไปตรงตัว อูโก้ โยริส พุ่งรับไว้ได้

    จบครึ่งแรก สเปอร์ส เสมอ อาร์เซน่อล 1-1

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง นาที 54 ทัพปืนใหญ่ได้ลุ้นพลิกขึ้นนำอีก หลัง ดานี่ เซบายอส ตอกส้นให้ เปเป้ หลุดเข้าไปครอสเข้ามาเสาไกล บอลไปติดหัวแนวรับเจ้าถิ่น ก่อนที่ ชโคดราน มุสตาฟี่ จะตีลังกายิงบอลย้อยไปเข้ามือ อูโก้ โยริส

    นาที 59 อาร์เซน่อล พลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำอีกหน คราวนี้ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ไหลบอลออกซ้ายนิ่มๆให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กดด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    นาที 69 มิเกล อาร์เตต้า บอสใหญ่ของไอ้ปืนโต ส่ง บูกาโย่ ซาก้า ลงมาเล่นแทน นิโกล่าส์ เปเป้

    นาที 71 "ไก่เดือยทอง" พลาดโอกาสขึ้นนำบ้าง คราวนี้ แฮร์รี่ เคน กระชากหนีมุสตาฟี่ ก่อนจ่ายบอลเข้ากลางให้ ซน ฮึง-มิน พยายามจะจิ้มหนี เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ แต่นายทวารอาร์เซน่อลไม่หลงพุ่งมากวาดบอลรับไว้ได้

    ยังเป็น อาร์เซน่อล ที่ครองบอลและโหมบุกใส่เจ้าถิ่นเสียมากกว่า นาที 79 เกือบได้ขึ้นนำอีกครั้งหลัง เอคตอร์ เบเยริน ลากตัดเข้ากลางแล้วตะบันด้วยซ้ายไปติดบล็อค แต่บอลยังมาเข้าทาง โอบาเมย็อง อัดด้วยขวาไปเสาไกล ทว่ายังโดน อูโก้ โยริส พุ่งปัดปลายมือออกหลังหวุดหวิด

    อีก 2 นาทีถัดมา สเปอร์ส เกือบได้บ้าง ลูคัส มูร่า จ่ายตัดแนวรับไอ้ปืนใหญ่ให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปซัดมุมแคบแต่ยังดีที่  เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ออกมาบล็อคบอลออกหลังเป็นเตะมุมของเจ้าถิ่น

    และจากจังหวะคอนเนอร์ต่อเนื่องในนาที 81 สเปอร์ส มาแซงขึ้นนำ 2-1 ได้สำเร็จ ซน ฮึง-มิน เปิดเตะมุมมากลางประตูให้ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ขึ้นโขกเช็ดไปเสาไกลเสียบตาข่ายอย่างงดงาม

    นาที 83 ลูกทีมของ มูรินโญ่ เกือบพังประตูที่สามนำห่าง และคราวนี้บอลขึ้นทางซ้ายเจาะผ่าน ชโคดราน มุสตาฟี่ ให้ แฮร์รี่ เคน หลุดเข้าไปแปเล่นทางด้วยเท้าขวา แต่ยังไม่ผ่านมือ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

    ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านรักษาสกอร์ที่นำไว้ได่ ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าจบการแข่งขัน สเปอร์ส เอาชนะในเกมดาร์บี้แมตช์เหนือคู่ปรับร่วมลอนดอนอย่าง อาร์เซน่อล 2-1 คว้าสามแต้มพร้อมแซงขึ้นไปรั้งอันดับ 8 มี 52 คะแนน ขณะที่ไอ้ปืนใหญ่รั้งอยู่อันดับ 9 มี 50 คะแนน 
   
    รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

    สเปอร์ส : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, ดาวินซอน ซานเชซ, เบน เดวิส – มูสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส, โจวานนี่ โล เซลโซ่ (โอลิเวอร์ สคิปป์ น.84) – ลูคัส มูร่า (สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น น.82), ซน ฮึง-มิน (เอริก ลาเมล่า น.90+4), แฮร์รี่ เคน

    อาร์เซน่อล :  เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช (รีสส์ เนลสัน น.84) – เอคตอร์ เบเยริน (เซดริค ซูอาเรซ น.84), ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ (โจ วิลล็อค น.84) – นิโกล่าส์ เปเป้ (บูกาโย่ ซาก้า น.70), อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง

สุดอัปยศ! มูรินโญ่จวกยับหลังแมนซิตี้รอดแบนเกมยุโรป

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ดูจะไม่พอใจอย่างหนักกับผลคำตัดสินของ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส ที่มีคำตัดสินยกเลิกโทษแบนเกมยุโรปของ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยถึงขั้นออกมาตำหนิว่าเป็นคำตัดสินที่น่าอัปยศสุดๆ
    ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สุ่มเสี่ยงที่จะชวดลงเล่นในเกมยุโรปถึง 2 ฤดูกาล หลังโดนสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ตัดสิทธิ์ดังกล่าวโทษฐานทำความผิดอย่างรุนแรงต่อกฎควบคุมการเงิน หรือ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” จากการปลอมแปลงรายได้ในบัญชีระหว่างปี 2012-2016 รวมถึงสั่งปรับเงินอีก 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1050 ล้านบาท) ซึ่ง "เรือใบสีฟ้า" ก็ไม่ยอมแพ้จนยื่นอุทธรณ์กับเรื่องนี้ต่อ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส

    ก่อนที่การยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวนั้นจะเป็นผลทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะได้ไปลุยเกมยุโรปฤดูกาลหน้าตามปกติ โดยสโมสรได้รับโทษเพียงการโดนปรับเงินเหลือ10 ล้านยูโร (ประมาณ 350 ล้านบาท) เท่านั้น

    อย่างไรก็ตามหลังจากมีผลการตัดสินจากซีเอสออกนั้นก็สร้างมีหลายฝ่ายที่เห็นด้วย และหลาฝ่ายที่รู้สึกว่าคำตัดสินดังกล่าวนั้นดูไม่ยุติธรรม เช่นเดียวกับ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ที่ล่าสุดออกมาตำหนิการตัดสินในครั้งนี้ โดยเชื่อว่า แมนซิตี้ ควรจะถูกลงโทษแบนจากเกมยุโรปตามเดิมถ้าทำผิดจริงๆ และกังวลว่ากฏ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” จะใช้ไมได้อีกต่อไปเนื่องจากหลายๆสโมสรจะใช้ช่องโหว่ในการหาผลประโยชน์

    "ไม่ว่ากรณีใดมันเป็นคำตัดสินที่น่าอัปยศสุดๆ เพราะถ้า แมนซิตี้ ไม่ได้ทำผิดจริงแล้วทำไมพวกเขาถึงต้องถูกปรับเงินถึง 10 ล้านยูโร, แน่นอนถ้าคุณไม่มีความผิดคุณก็ไม่ควรที่จะถูกลงโทษ และไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ในขณะเดียวกันถ้าคุณทำผิดก็ควรที่จะถูกแบนจากการแข่งขันสถานเดียว เพราะฉะนั้นคำตัดสินในครั้งนี้ถือเป็นความอัปยศอย่างแท้จริง "

    นอกจากนี้เมื่อถูกถามเมื่อถามเรื่องกฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ กับผลกระทบที่มีต่อ สเปอร์ส มูรินโญ่ กล่าวว่า "ผมรู้สึกโอเคกับการบริหารของสโมสร แต่เชื่อว่าคำตัดสินนี้กลายเป็นจุดจบของกฏแฟร์เพลย์การเงิน" มูรินโญ่ กล่าว

ลิเวอร์พูลเน้นเพื่อ100แต้ม! “ซาลาห์” พร้อมยิง,อาร์เซน่อลมี “โอบาเมย็อง” โป้งสู้

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล หวังคว้าชัยเพื่อเส้นทางจบซีซั่น 100 คะแนนขึ้นไปให้จงได้โดย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พร้อมลงนำล่าตาข่ายเกมบุกทัพ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ที่มี ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง กระสันปิดสกอร์ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันพุธที่ 15 ก.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ True 4K (เวลา : 02.15 น.)
ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
อาร์เซน่อล (9)  –   ลิเวอร์พูล (1)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ True 4K (เวลา : 02.15 น.)

สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

    มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล พาทีมแพ้สเปอร์ส 1-2 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 2 เกมแล้ว

    ความพร้อมเกมนี้ อาร์เตต้า ยังไม่มี แบร์นด์ เลโน่, คาลั่ม แชมเบอร์ส, ปาโบล มาริ และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่เดี้ยงอยู่ก่อน รวมไปถึง เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ ที่เหลือโทษแบนอีก 2 นัด

    แต่แกนหลักรายอื่นๆ อย่าง ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, กรานิต ชาคา, ดานี่ เซบายอส, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง และ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ยังพร้อมบู๊เหมือนเดิม

    เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล พาทีมเสมอเบิร์นลี่ย์ 1-1 ในเกมล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 3 เกมแล้ว

    สภาพทีมเกมนี้ คล็อปป์ ยังไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ โฌแอล มาติป ที่เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว ส่วน เจมส์ มิลเนอร์ ที่ไม่สมบูรณ์ ต้องรอทดสอบความฟิต

    แข้งหลักที่เป็นแค่สำรองในเกมก่อนอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็น่าจะคัมแบ็กตามปกติ

    ขณะที่แกนหลักขาประจำทั้ง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ยังพร้อมบู๊เหมือนเดิม 

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

    อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช – เอคตอร์ เบเยริน, กรานิต ชาคา, ดานี่ เซบายอส, คีแรน เทียร์นี่ย์ – นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง – อเล็กซองด์ ลากาแซตต์
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

    ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่, เคอร์ติส โจนส์ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

    ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
31/10/19    ลีก คัพ    ลิเวอร์พูล     5 – 5 อาร์เซน่อล   
24/08/19    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล     3 – 1 อาร์เซน่อล   
30/12/18    พรีเมียร์ลีก    ลิเวอร์พูล     5 – 1 อาร์เซน่อล   
04/11/18    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    1 – 1 ลิเวอร์พูล    
23/12/17    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล    3 – 3 ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
อาร์เซน่อล
12/06/20 แพ้ สเปอร์ส 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
07/06/20 เสมอ เลสเตอร์ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/06/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ

ลิเวอร์พูล
11/06/20 เสมอ เบิร์นลี่ย์ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
08/06/20 ชนะ ไบรท์ตัน 3-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
05/07/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
03/07/20 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
25/06/20 ชนะ คริสตัล พาเลซ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

สูสี!สเปอร์สเปิดรังฟัดอาร์เซน่อลจัด “เคน-โอบาเมย็อง” วัดคมเกือก

คู่เดือดที่ผลงานการพบกันสุดสูสี…"ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล โดยสองดาวยิงของทั้งสองทีมอย่าง แฮร์รี่ เคน กับ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง จะถูกจับตามองและมีสิทธิ์ปิดสกอร์พาทีมคว้าชัย ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ True 4k (เวลา : 22.30 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2563
สเปอร์ส (10)   –   อาร์เซน่อล (8)
ถ่ายทอดสด : True Premier HD 1 และ True 4k (เวลา : 22.30 น.)

สนาม : ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม

    โชเซ่ มูรินโญ่ พาทีมไก่เดือยทองมีสถิติ 2-2-1 ในช่วงรีสตาร์ตโดยรวมยังไม่น่าประทับใจนัก ล่าสุดทำได้แค่ไปเสมอกับบอร์นมัธ 0-0

    เอริก ดายเออร์ จะติดโทษแบนเป็นนัดที่ 2 จาก 4 เกม โดย ทรอย แพร์รอตต์ และ จาเฟต แทนกันก้า 2 ดาวรุ่งยังคงบาดเจ็บเช่นเคย

    เดเล่ อัลลี่ เดี้ยงเอ็นหลังหัวเข่าไม่พร้อมสำหรับนัดนี้ และ โจวานี่ โล เซลโซ่ ก็ต้องลุ้นความฟิตก่อนลงสนามด้วย

    มิเกล อาร์เตต้า กุนซือไอ้ปืนใหญ่ พาทีมเก็บ 10 แต้มจาก 4 เกมล่าสุด โดยเมื่อกลางสัปดาห์พวกเขาเสมอกับเลสเตอร์ ซิตี้ ไป 1-1

    อาร์เซน่อลมีปัญหานักเตะบาดเจ็บอยู่พอสมควรไม่ว่าจะเป็น กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ (เข่า), คัลลั่ม แชมเบอร์ส (เข่า) และ แบร์นด์ เลโน่ (เข่า) ลงสนามไม่ได้ทั้งหมด

    ขณะที่ เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ กองหน้าดาวรุ่งยังคงติดโทษแบน ส่วน เมซุต โอซิล มีปัญหาที่หลัง ไม่น่าจะลงเล่นได้

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    สเปอร์ส (4-2-3-1) : อูโก้ โยริส – แซร์ช โอริเย่ร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ต็องเก้น, เบน เดวิส – มูสซ่า ซิสโซโก้, แฮร์รี่ วิงค์ส – ลูกัส มูร่า, สตีเฟ่น เบิร์กไวน์, ซน ฮึง-มิน – แฮร์รี่ เคน
    ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่

    อาร์เซน่อล (3-4-3) : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ – ชโคดราน มุสตาฟี่, ดาวิด ลุยซ์, เซอัด โคลาซินัช -เอคตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, คีแรน เทียร์นี่ย์ – บูกาโย่ ซาก้า, อเล็กซองด์ ลากาแซตต์, ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง
    ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

    ผู้ตัดสิน : ไมเคิ่ล โอลิเวอร์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
01/09/19    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล 2 – 2 สเปอร์ส     
02/03/19    พรีเมียร์ลีก    สเปอร์ส  1 – 1 อาร์เซน่อล    
20/12/18    ลีก คัพ    อาร์เซน่อล 0 – 2 สเปอร์ส     
02/12/18    พรีเมียร์ลีก    อาร์เซน่อล 4 – 2 สเปอร์ส     
10/02/18    พรีเมียร์ลีก    สเปอร์ส  1 – 0 อาร์เซน่อล    

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
สเปอร์ส
09/06/20 เสมอ บอร์นมัธ 0-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
06/07/20 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
03/07/20 แพ้ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
24/06/20 ชนะ เวสต์แฮม 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

อาร์เซน่อล
07/06/20 เสมอ เลสเตอร์ 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
04/06/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
02/07/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
28/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
26/06/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์รับVARพลาดจังหวะจุดโทษใน3คู่พฤหัสฯ

พรีเมียร์ลีก สารภาพบาปการทำงานของ วีเออาร์ ที่ตัดสินจังหวะสำคัญว่าเป็นจุดโทษหรือไม่ในการแข่งขันทั้ง 3 คู่เมื่อวันพฤหัสบดีมีความผิดพลาดเกิดขึ้นทั้งหมด

 ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด บุกชนะ แอสตัน วิลล่า 3-0 ผีแดงได้ประตูแรกจากจุดโทษแบบกังขาหลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำท่าซีดานเทิร์นก่อนเท้าย่ำใส่ขาของ เอซรี่ คอนซ่า แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แล้วเป่าให้ผีแดงได้จุดโทษและกลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกมทันทีเพราะช่วงแรกวิลล่าเริ่มต้นได้ค่อนข้างดี

 ตัวแทนของพรีเมียร์ลีกยอมรับกับทาง แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ รายการฉายไฮไลท์ชื่อดังของ บีบีซี ว่า "มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด มันควรต้องถูกยกเลิกโดย วีเออาร์ แต่ก็ไม่เกิดขึ้น และควรเป็นการได้ฟาวล์ของ คอนซ่า"

 นอกจากนี้ พรีเมียร์ลีก ก็ยอมรับว่าในเกมที่ เอฟเวอร์ตัน เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 ก็มีความผิดพลาดในจังหวะจุดโทษเช่นกันหลังผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์เหตุการณ์ที่ อันเดร โกเมส ปะทะ เจมส์ วอร์ด-เพราส์ ก่อนชี้ให้ "นักบุญ" ได้จุดโทษ โดยจากภาพช้า วอร์ด-เพราส์ เสียจังหวะเองและล้มใส่ โกเมส อย่างไรก็ดี วอร์ด-เพราส์ ที่รับหน้าที่ยิงจุดโทษกลับยิงชนคาน

 เช่นเดียวกับเกมที่ สเปอร์ส ได้เพียงเสมอ บอร์นมัธ 0-0 ก็มีจังหวะที่น่าจะได้จุดโทษหลังจาก โจชัว คิง วิ่งชนด้านหลังของ แฮร์รี่ เคน ล้มลงในเขตโทษ กรรมการฟังสัญญานวีเออาร์ ทว่าไม่มีการแจ้งเตือนว่าเป็นลูกจุดโทษ

เคน โดนชนข้างหลังแต่ไม่ได้จุดโทษ

วอร์ด-เพราส์ ล้มใส่ โกเมส แต่ได้จุดโทษ

วาร์ดี้ซัดเบิ้ล!เลสเตอร์คืนฟอร์มเก่งอัดพาเลซนิ่มยึดที่3เหนียวแน่น

"จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ คืนฟอร์มเก่ง เก็บชัยได้หลังลีกกลับรีสตาร์ท เปิดคิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม อัด "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ ไปแบบไม่ยาก 3-0 เจมี่ วาร์ดี้ เหมาสองประตูปิดท้าย คว้าสามคะแนนสำคัญ รั้งอันดับ3ในตารางต่อไป ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.63

เลสเตอร์ 3-0 คริสตัล พาเลซ

สนาม : คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม

    "จิ้งจอกสยาม" เลสเตอร์ กำลังฟอร์มไม่ค่อยดี โดยยังไม่ชนะใครนับตั้งแต่ลีกกลับมารีสตาร์ท และชนะหนเดียวจาก 7 นัดหลังสุด ทำให้คู่แข่งแย่งพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก ไล่กวดมาจี้ติด

    ส่วน คริสตัล พาเลซ แม้รอดตายแล้ว แต่ผลงานก็ไม่ค่อยดีแพ้มา 2 นัดติดเช่นกัน

    ทั้งสองทีมปรับทัพเล็กน้อย โดย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือเลสเตอร์ ส่ง อโยเซ่ เปเรซ และ เคเลชี่ อีเฮนาโช่ ลงช่วยเกมรุกกับ เจมี่ วาร์ดี้ ส่วน รอย ฮ็อดจ์สัน กุนซือพาเลซ เรียก คริสติยอง เบนเตเก้ ที่หายบาดเจ็บกลับมาเล่นเกมรุกกับ วิ
ลฟรีด ซาฮา

    เริ่มเกมมาในนาทีที่ 8 เลสเตอร์ สร้างโอกาสครั้งแรกได้ก่อน จากลูกเปิดทางขวาของ มาร์ก อัลไบรท์ตัน บอลเข้าหัว อีเฮนาโช่ กระโดดขึ้นโขก แต่ยังลูกบอลยังไม่เข้ากรอบ

    จากนั้นในนาทีที่14 เจ้าถิ่นยังบุกต่อเนื่องและน่าได้ประตูนำที่สุด เมื่อ ยูริ ตีเลอมันส์ ขวางบอลมาให้ เจมส์ จัสติน ที่เติมขึ้นมามาจากแบ็กขวากดเต็มข้อ บอลลอยไปชนสามเหลี่ยมเด้งออกมาอย่างน่าเสียดาย

    คริสตัล พาเลซ เน้นเป็นฝ่ายรับตามสไตล์ และอาศัย เบนเตเก้ พักบอลในแดนหน้า โดยเลสเตอร์ มีลุ้นจากจังหวะของ อีเฮนาโช่ ซัดไปโดน มามาดู ซาโก้ เตะทิ้ง ก่อนโดน เปเรซ ซ้ำติดบล็อกอีกรอบ ขณะที่ วาร์ดี้ ยังไม่มีโอกาสชัดเจนนัก

    หมดครึ่งแรกเสมอกันอยู่แบบไม่มีสกอร์ 0-0

    เริ่มครึ่งหลังมาในนาทีที่49 กลายเป็นเจ้าถิ่น เลสเตอร์ ได้เฮสักที เมื่อ ยูริ ตีเลอมันส์ เติมไปเปิดบอลทางฝั่งซ้ายของสนาม บีเซนเต้ กวาอีต้า ผู้รักษาประตูของ พาเลซ เหมือนออกไม่สุด ทำให้โดน เคเลชี่ อีเฮนาโช่ วิ่งมาชาร์จจ่อๆไม่เหลือ ขยับ
สกอร์ให้ เลสเตอร์ ขึ้นนำ 1-0

    เกมผ่านครึ่งชั่วโมง คริสตัล พาเลซ ได้เสียวบ้าง จากลูกโขกของ แกรี่ เคฮิลล์ แต่  แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ยังยอดเยี่ยมเซฟประตูช่วยเจ้าถิ่นได้อย่างหวุดหวิด

    นาทีที่74 เกมต้องหยุดไปพักนิดหลัง อโยเซ่ เปเรซ โดนกระแทกเจ็บ เล่นต่อไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนเอา ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลงมาแทน

    แต่แล้วนาทีที่77 ฮาร์วี่ย์ บาร์น ที่เพิ่งลงมาใหม่ กลับได้ของขวัญจาก มามาดู ซาโก้ แบบไม่น่าเชื่อ หลังกองหลังจอมเก๋าไปเลี้ยงบอลตรงกรอบเขตโทษ ก่อนลื่นเสียหลักเองเฉย จนโดน ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ฉกบอลไปไหลให้ เจมี่ วาร์ดี้ แปจ่อๆไม่เหลือ
เลสเตอร์ นำห่าง 2-0

    ช่วงเวลาทดเจ็บนาทีที่90+4 เลสเตอร์ ก็มาบวกสกอร์เพิ่มได้สำเร็จ โดยบอลเริ่มบุกมาจากแดนตัวเอง ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ตวัดกลางสนามจังหวะเดียวให้  เจมี่ วาร์ดี้ โซโล่เดี่ยวกว่า40หลา ไปยกบอลข้ามตัว บีเซนเต้ กวาอีต้า ไปอย่างสุดยอด เป็นประตูที่21 ของเจ้าตัว นำเดี่ยวดาวซัลโว อีกต่างหาก

    ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดเวลาจึงเป็น เลสเตอร์ เปิดบ้านทุบ คริสตัล พาเลซ ไป 3-0 เก็บชัยชนะได้นัดแรก นับตั้งแต่กลับมารีสตาร์ท คว้าสามคะแนนสำคัญ รั้งอันดับ3ในตารางต่อไป ด้วยการทิ้งห่างทีมอันดับ4อย่าง
แมนยู 3 คะแนน
   
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เลสเตอร์ : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, ชักลาร์ โซยุนชู, เบน ชิลเวลล์ (ไรอัน เบนเน็ตต์ น.46), อโยเซ่ เปเรซ (ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ น.75), ยูริ ตีเลอมันส์ (ฮัมซ่า เชาว์ดรี้ น.89), วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้, มาร์ก อัลไบรท์ตัน (คริสเตียน ฟุกส์ น.75),
เคเลชี่ อีเฮนาโช่ (เดนนิส ปราต น.64), เจมี่ วาร์ดี้

สำรอง : เวส มอร์แกน, ดีมาราย เกรย์, แดนนี่ วอร์ด, น็อมปาลิส เมนดี้

คริสตัล พาเลซ : บีเซนเต้ กวาอีต้า, โจเอล วอร์ด, แกรี่ เคฮิลล์, มามาดู ซาโก้, ปาทริค ฟาน อานโฮลท์ (ไทริค มิตเชลล์ น.83), จอร์แดน อายิว (แอนดรอส ทาวน์เซ่นด์ น.83), เจมส์ แม็คอาเธอร์ (เจมส์ แม็คคาร์ธี่ น.69), ลูก้า มิลิโวเยวิช, ไยโร่ รีเดวัลด์ (ชีคู คู
ยาเต้ น.60), วิลฟรีด ซาฮา, คริสติยอง เบนเตเก้

สำรอง : สกอตต์ แดนน์, มักซ์ ไมเยอร์,  เวย์น เฮนเนสซี่ย์, แซม วู้ดส์, แบรนดอน เพียร์ริค

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์

 

ดราม่า?โยริส-ซน หวิดฟาดปากหลังทะเลาะกันดุเดือด

เกิดดราม่าตอนจบครึ่งแรกของเกมระหว่าง สเปอร์ส กับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อ อูโก้ โยริส กับ ซน ฮึง-มิน มีปากเสียงกันอย่างดุเดือด โดย โยริส ออกมาชี้แจงว่าตนฉุนที่ ซน ไม่ไล่กดดันอีกฝ่ายเท่าไหร่ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ถึงขั้นแตกหักกับ ซน ส่วน โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ "ไก่เดือยทอง" บอกว่ามันเป็นเรื่องดีที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
    อูโก้ โยริส กับ ซน ฮึง-มิน 2 ดาวเตะคนสำคัญของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทะเลาะกันอย่างรุนแรงหลังจบครึ่งแรกของเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ต้นสังกัดของพวกเขาเปิดรัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    ตอนที่กรรมการเป่านกหวีดจบครึ่งแรกนั้นบรรดานักเตะ สเปอร์ส ก็เดินออกไปที่ข้างสนามตามปรกติ แต่แล้ว โยริส กลับวิ่งเข้าไปหา ซน ด้วยสีหน้าเดือดดาลแล้วพูดพร้อมกับผลักใส่อีกฝ่าย ทำเอาดาวเตะชาวเกาหลีใต้หงุดหงิดจนทำท่าว่าจะตอบโต้กลับไปเหมือนกัน ยังดีที่ โจวานี่ โล เซลโซ่ ขวางเอาไว้ได้ ก่อนที่คนอื่นๆ จะช่วยเข้ามาสงบศึก

Here’s the video of Son and Lloris clashing. pic.twitter.com/uN3gz5nUbW

— The Spurs Web (@thespursweb) July 6, 2020
    ทั้งนี้ โยริส ให้สัมภาษณ์หลังจากจบเกมไปแล้วว่าตอนนั้นตนโมโหที่ ซน ไม่พยายามไล่กดดันทีมเยือนมากเท่าไหร่จนทำให้ เอฟเวอร์ตัน มีโอกาสทำประตู แต่เสริมว่าตนไม่มีปัญหาอะไรกับดาวเตะเลือดโสมขาวเลย "มันเป็นเรื่องภายในทีม คนภายนอกจะสามารถพูดอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลอยู่แล้ว มันไม่ได้มีปัญหาอะไรร้ายแรงเลย ตอนจบเกมคุณก็เห็นกันแล้วว่าเราไม่มีความบาดหมางระหว่างกัน ผมหงุดหงิดนิดหน่อยที่เราไม่กดดันมากพอจนปล่อยให้อีกฝ่ายมีโอกาสทำประตูในช่วงไม่กี่วินาทีสุดท้ายก่อนที่จะหมดครึ่งแรก แต่ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้แหละ"

    ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม สเปอร์ส บอกว่าตนไม่รู้สึกแย่เลยที่ลูกทีมทั้ง 2 คนทะเลาะกัน แถมยังมองว่ามันเป็นเรื่องดีต่อพัฒนาการของทีมซะด้วยซ้ำ "นี่เป็นเหตุการณ์ที่งดงามมากๆ มันอาจจะเป็นผลลัพธ์จากการประชุมกันของเรา ถ้าคุณอยากจะโทษใครน่ะให้โทษผมก็แล้วกัน ผมมักจะตำหนิลูกทีมอยู่บ่อยๆ พวกเขาไม่มีความเฉียบคมมากพอ และผมก็เคยขอให้พวกเขาตั้งความคาดหวังจากกันและกันมากขึ้น"

    "ซน เป็นเด็กที่ยอดเยี่ยม ทุกคนชอบ ซน แต่กัปตันทีมของเราบอกว่าเขาต้องทำให้ดีกว่านี้ และทำเพื่อทีมมากกว่านี้ มันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำให้ทีมพัฒนาขึ้น การที่ทีมจะดีขึ้นได้น่ะมันจำเป็นต้องมีบุคลิกที่ดีด้วย ผมไม่กังเวลเลยเวลาที่มีปฏิกิริยาแบบนี้ออกมา"

เบอร์14-15มาด้วย!6นักเตะแมนยูต้องพิสูจน์ตัวเอง

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่ออังกฤษ เปิดชื่อ 6 นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง หลังทำผลงานได้ไม่ดี มิเช่นนั้นอาจไม่มีอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกต่อไป
    สำหรับนักเตะทั้ง 6 คนเป็นใครบ้างไปดูกันได้เลย

    1. ฟิล โจนส์

    กองหลังวัย 28 ปี ดวงแตกในฤดูกาลนี้ หลังโดนทั้งอาการบาดเจ็บเล่นงาน และเมื่อได้โอกาสจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ส่งลงสนามก็ทำผลงานไม่ได้เรื่อง ส่งผลให้อาจโดนขายทิ้ง

     โจนส์ ได้ลงเล่นในเกมลีกซีซั่นนี้เพียง 2 นัดเท่านั้น รวมทั้งเกมเสมอ เชฟฯ ยูไนเต็ด 3-3 เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวเล่นโฉ่งฉ่าง และเคลียร์บอลไม่ดีจนเสียประตู

    กองหลังวัย 28 ปี ไม่มีชื่อนัดบุกไปเสมอ สเปอร์ส 1-1 เพราะมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ถ้าฟิตก็เป็นตัวเลือกรองจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ เอริก ไบยี่ ส่งผลให้เจ้าตัวต้องพยายามเค้นฟอร์มอย่างหนัก

    2. ดีโอโก้ ดาโลต์

    ฟูลแบ็กโปรตุกีส วัย 21 ปี ไม่ได้มีพัฒนาการอย่างที่แฟนบอลคาดหวัง หลังย้ายจาก ปอร์โต้ มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2018 ในสมัยที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุมบังเหียน

    เวลานี้ ดาโลต์ เป็นเพียงตัวเลือกรองในตำแหน่งแบ็กขวา หลัง อารอน วาน-บิสซาก้า ยึดตำแหน่งได้อย่างเหนียวแน่น ส่งผลให้แข้งฝอยทองเพิ่งได้ลงเล่นในลีกซีซั่นนี้ไปแค่ 67 นาทีเท่านั้น

    จริงๆ แล้ว ดาโลต์ มีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็ว แต่ยังต้องพัฒนาเรื่องเกมรับอีกมากถ้ายังต้องการอยู่ค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป

    3. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์

    แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว โฟซู-เมนซาห์ มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่ยังเป็นนักเตะเยาวชน ก่อนได้โอกาสลงประเดิมสนามนัดแรกในเกมพบ อาร์เซน่อล เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 ในสมัยที่ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ กุมบังเหียนในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง โฟซู-เมนซาห์ วัย 22 ปี ต้องโดนส่งไปให้ทีมอื่นยืมตัวทั้งกับ คริสตัล พาเลซ เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน และ ฟูแล่ม เมื่อซีซั่นที่แล้ว ก่อนกลับมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลนี้ แต่ยังไม่ได้ลงเล่นเลย เพราะบาดเจ็บหนักที่หัวเข่า

    แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจใช้เงื่อนไขที่สามารถต่อสัญญากองหลังดัตช์ออกไปอีก 1 ปี เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา และเจ้าตัวก็ต้องพยายามเร่งฟอร์มเมื่อหายเจ็บกลับมาเพื่อซื้อใจ โซลชา ให้ได้

    4. อักเซล ตวนเซเบ้

    ตวนเซเบ้ ดูมีพัฒนาการขึ้นมากหลังย้ายไปเล่นให้ แอสตัน วิลล่า แบบยืมตัวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว  โดยลงเล่นให้ "สิงห์ผงาด" ไป 25 เกมและช่วยทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จ

    อย่างไรก็ตาม หลังกลับมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" ดาวเตะวัย 22 ปีก็มีอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้ฤดูกาลนี้เพิ่งได้ลงเล่นในลีกไปแค่ 189 นาทีเท่านั้น

    ตวนเซเบ้ น่าจะได้โอกาสในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมเจอ นอริช ซิตี้ วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.นี้

    5. เจสซี่ ลินการ์ด

    จากอนาคตที่เคยคาดว่าจะรุ่งแต่ตอนนี้คงร่วงเสียแล้วสำหรับ ลินการ์ด หลังฟอร์มย่ำแย่จนหลุดเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น จนมีข่าวว่าอาจจะโดนขายทิ้งหลังจบซีซั่น

    ลินการ์ด วัย 27 ปี กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสำคัญในอาชีพค้าแข้ง โดยเจ้าตัวหวังที่จะเค้นฟอร์มออกมาให้ได้ และฟิตหนักจนหุ่นสุดเฟิร์ม

    6. อันเดรียส เปเรยร่า

    เปเรยร่า วัย 24 ปี เป็นนักเตะอีกรายที่โดนแฟนบอล "ปีศาจแดง" วิจารณ์หนัก หลังทำผลงานย่ำแย่เวลาที่ได้รับโอกาสให้ลงสนาม ทั้งๆ ที่ โซลชา พยายามให้ความเชื่อมั่นมาตลอด

     นอกจากนั้น การย้ายเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เมื่อเดือนมกราคม ก็ยิ่งทำให้ เปเรยร่า มีโอกาสได้โชว์ฝีเท้าน้อยลงด้วย แต่ก็น่าสนใจว่า เจ้าตัวจะพิสูจน์ตัวเองได้แค่ไหน หลังตั้งเป้าขออยู่ค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป