ไม่ได้อวย..บิ๊กเจลีกออกมาชมแข้งไทยของจริง

Soccer Digest ออกมาตีบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับกลยุทธ์เอเชียของศึกฟุตบอลเจลีก โดยการสัมภาษณ์ เมกุมิ คายามะ ผู้บริหารบริษัท J.League Global Company ได้ออกมาพูดถึงตลาดหลักของทวีปเอเชียนอกจากประเทศของตัวเองแล้วชาติจากย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน มีกลุ่มแฟนบอลที่ชื่นชอบการแข่งขันฟุตบอลเป็นอย่างมากจึงเดินหน้าพัฒนาด้านการตลาดและช่วยยกระดับทีมในภูมิภาคนี้ ซึ่งกลยุทธ์เอเชียเดินหน้าอย่างจริงจังตั้งแต่ปี 2012
   ผู้บริหารเจลีกมองว่าการสร้างเจลีกให้เป็นที่รู้จักในเอเชียไม่ใช่เพียงแค่การโปรโมต แต่สิ่งสำคัญคือการช่วยกันพัฒนาวงการฟุตบอลให้ชาติต่างๆที่เป็นพันธมิตรได้รับประโยชน์จากการพัฒนา  เช่นโควตาอาเซียนที่สามารถลงสนามได้เลยซึ่งในอาเซียนมี 7 ประเทศ ประกอบไปด้วย ไทย,เวียดนาม,เมียนมา,กัมพูชา,อินโดนีเซีย,สิงคโปร์และมาเลเซีย  โดยโปรเจคนี้เริ่มต้นจริงจังในปี 2016  เพื่อเป็นการเปิดทางให้สโมสรต่างๆในเจลีกรับกลุ่มนักเตะกลุ่มนี้มากขึ้นซึ่งบรรดานักเตะเหล่านี้ก็จะพัฒนาขึ้นตามมา

   จากจุดเริ่มต้นการพัฒนาเจลีกในกลยุทธ์นี้ประสบปัญหาต่างๆพอสมควรซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ง่ายสำหรับโอกาสลงสนามแข่งขันหากว่าลีกยังใช้โควาตา 3+1 เช่นเดิม เพราะในลีกญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีผู้เล่นบราซิลและเกาหลีใต้ที่เป็นแกนหลักของสโมสร จากปี 2012 เป็นต้นมามีทั้งผู้เล่นเวียดนาม,อินโดนีเซีย ที่เดินทางเข้ามาแต่ไม่สามารถสร้างปรากฎการณ์ความสำเร็จระยะยาว  แต่พอถึงปี 2017 ที่  ชนาธิป สรงกระสินธ์ จากไทยเข้ามา เล่นให้กับซัปโปโร ก่อนที่จะกายเป็นผู้เล่นอาเซียนที่ติดทีมยอดเยี่ยมของลีกในปี 2018  กลายเป็นความเปลี่ยนแปลงของโควตาอาเซียนที่ชัดเจนที่สุด

   ไม่ใช่เพียงความสำเร็จของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในเจลีก ที่พิสูจน์ตัวเองจนได้รับการยอมรับขึ้นไปติดทีมยอดเยี่ยมของลีก แต่หลังจากนั้นนักเตะไทยอย่าง  ธีรศิลป์  แดงดา,ธีรทร บุญมาทัน ก็ตามมา   ทุกอย่างแสดงออกให้เห็นว่าผู้เล่นจากไทยเป็นอันดับต้นๆของเจลีกสามารถมีส่วนร่วมสำคัญกับฟุตบอลเจลีกได้อย่างน่าชื่นชม  ในส่วนของเจลีกก็ยังคงเดินหน้าทำงานต่อไปด้วยการส่งแมวมองไปดูฟอร์มผู้เล่นในภูมิภาคอาเซียน  เหมือนตอนที่มาติดตามฟอร์มของ ชนาธิป ในช่วงไทยพบญี่ปุ่น ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย  ซึ่งเป้าหมายนอกจากดึงนักเตะในภูมิภาคอาเซียนมาเล่นในเจลีกแล้วยังอยากเห็นชาติต่างๆในภูมิภาคนี้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย ที่มีการเพิ่มทีมจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม ถ้าผู้เล่นแกนหลักของทีมชาติเหล่านี้มาจากเจลีกมันคือการสร้างประโยชน์ซึ่งกันและกันในการช่วยกันพัฒนา

เพราะอะไรชนาธิปมั่นใจพาคอนซะบุกชนะคาชิม่าได้

ชนาธิป สรงกระสินธ์ แนวรุกของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร เผยตอนนี้ทีมกำลังเล่นกันด้วยความมั่นใจมากขึ้น หลังได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการซ้อมในการเดินทางเก็บตัวที่จังหวัดชิบะและเอาชนะได้ในเกมล่าสุด
    หลังจากคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ประเดิมการรีสตาร์ตเจลีก 2020 ด้วยการบุกชนะ โยโกฮาม่า เอฟซี 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นชัยชนะเกมแรกของทีมในฤดูกาลนี้ โดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะทีมชาติไทยโชว์ผลงานยอดเยี่ยมทำสองแอสซิสต์

    ล่าสุด "เมสซี่เจ" เผย่วา "เกมล่าสุดผมสามารถผ่านบอลตามที่ผมคิดได้ แต่การที่มันเป็นเกมแรกในการกลับมาเล่นหลังหยุดไปนานทำให้ยังมีติดๆขัดๆเล่นผิดพลาดอยู่บ้าง"

    ดาวเตะทีมชาติไทยเผยต่อว่า "การบุกไปเยือน คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ยังเป็นการแข่งขันโดยไม่มีผู้ชม ซึ่งที่ผ่านในเกมที่แล้ว 9 คู่เจ้าบ้านเอาชนะได้แค่ 2 เกม จึงสามารถบอกได้ว่าการเล่นในบ้านหรือไปเยือนแทบไม่มีการได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน"

    "เกมที่สนามคาชิม่า ซอคเกอร์ นั้นพวกเขาลงสนามไป 2 นัดแพ้ทั้ง 2นัด และเสียไปถึง 5 ลูก แม้ผมเชื่อว่าคาชิม่ายังเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแต่ผมมั่นใจว่าเราสามารถเอาชนะได้ ผมจะทำให้ดีที่สุด"

    โดยโปรแกรมนักต่อไปของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร จะบุกไปเยือน คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม เวลา 17.00น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง Facebook Siamsport และ Youtube Siamsport

ทีวีฮอกไกโดบุกทำข่าวซัปโปโรถึงชิบะ “ชนาธิป” โชว์ฮา-“กวินทร์” ไหว้แบบไทย

สถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งจังหวัดฮอกไกโดอย่าง HBC หรือชื่อเต็ม Hokkaido Cultural Broadcasting Co., Ltd. ได้ออกมารายงานข่าวความเคลื่อนไหวของพลพรรค "นกเค้าแมวเมืองเหนือ" คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่เวลานี้ได้ยกพลเดินทางมาเก็บตัวอยู่ที่แคมป์ JFA Yume field (เจเอฟเอ ยูเมะ ฟิลด์) ในจังหวัดชิบะ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนบุกเยือน โยโกฮาม่า เอฟซี ในศึกเจลีก 1 ซีซั่น 2020 ที่จะคัมแบ็กฟาดแข้งวันที่ 4 ก.ค.63 นี้
        โดยคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ต้นสังกัดของ 2 แข้งทีมชาติไทย ”ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ ”เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ถูกสถานีโทรทัศน์ดังกล่าวมาตามทำข่าวอย่างใกล้ชิด ก่อนจะมีการแพลนกล้องไปหาทั้งสองคน โดยชนาธิปได้โชว์ความฮาเล็กน้อย ซึ่งทำเอาห้องส่งอดยิ้มไม่ได้ ส่วนกวินทร์ก็ยิ้มให้กล้อง ก่อนจะทักทายด้วยการสวัสดีตามแบบฉบับประเพณีของเมืองไทย

        ทั้งนี้ในส่วนของการฝึกซ้อมทาง "มิช่า" มิไฮโล เปโตรวิช ที่วางแผนเดินทางเก็บตัวฝึกซ้อมล่วงหน้าในเมืองชิบะ ซึ่งห่างจากกรุงโตเกียว แค่ประมาณ 70 กว่า กม. ได้ลงฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาแทบทุกวัน โดยรูปแบบการฝึก
ซ้อมไม่ได้เน้นหนักอะไรมาก แต่ก็ได้วางกลยุทธ์แท็กติกต่างๆเพื่อเตรียมใช้ในเกมที่กำลังใกล้จะรีสตาร์ตในสัปดาห์หน้า ซึ่งใช้เวลาฝึกซ้อมประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งจึงเสร็จสิ้น

        สำหรับแฟนบอลชาวไทย สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 ในฐานะฟรีทีวี ที่จะประเดิมยิงสดคู่ของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ที่มีคิวออกไปเยือน โยโกฮาม่า เอฟซี ที่นำทัพโดย 2 แข้งตำนานทีมชาติญี่ปุ่น ”คิงคาซู” คาซูโยชิ มิอูระ วัย 53 ปี กับ ชุนซุเกะ นากามูระ อายุ 41 ปี โดยจะบรรเลงเพลงแข้งกันในวันเสาร์ที่ 4 ก.ค.63 ณ สนามเอ็นเอชเค สปริง มิตสึซาวะ เวลา 16.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

 

หลุยส์ การ์เซียเผยเก่งแบบชนาธิปทำไมจะเล่นลาลีกาไม่ได้

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้รับคำชมจาก หลุยส์ การ์เซีย ว่าเป็นผู้เล่นที่แตกต่างจากคนอื่นจึงทำให้สามารถออกไปเล่นยังลีกต่างประเทศได้ โดย ‘ชนาคุง’ ยืนยันว่ามีเป้าหมายจะไปให้ไกลกว่า ลีกญี่ปุ่น ซึ่งอดีตแข้งลิเวอร์พูล เองก็ออกโรงเชียร์พร้อมย้ำให้พัฒนาตัวเองต่อไป

      ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติไทยจากสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร มีโอกาสได้พูดคุยกับ หลุยส์ การ์เซีย อดีตมิดฟิลด์คนดังของ ลิเวอร์พูล ผ่านวีดิโอ คอลล์ โดยที่ทาง ลา ลีกา ได้เชิญสื่อมวลชนในประเทศไทยร่วมสนทนา ซึ่ง การ์เซีย ได้ให้คำแนะนำพร้อมพูดถึงข้อดีที่ แข้งช้างศึกรายนี้ มีดีอยู่ในตัว

     การ์เซีย กล่าวกับ สตาร์เด่นของทัพคอนซะว่า เป็นผู้เล่นที่แตกต่างจากคนอื่น ซึ่งการที่ ชนาธิป มีความสร้างสรรค์ในการเล่น, รู้ว่าตัวเองต้องทำอะไร รวมถึงสร้างความแตกต่างขึ้นมาได้ และที่สำคัญที่สุดคือ การเล่นได้ดีโดยไม่ต้องให้โค้ชมาคอยสั่งว่าต้องทำอะไร ซึ่งทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทำให้ ชนาธิป ยกระดับตัวเองมาเล่นใน เจ ลีก ซึ่งก้าวต่อไปคือการไปเล่นลีกระดับที่สูงมากขึ้นไปอีก

     "การที่คุณเป็นนักเตะที่ต่างออกไปจากคนอื่นๆ ทำให้คุณได้ก้าวมาถึงจุดนี้ และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้นักเตะในชาติอย่างไทย, อินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ต้องทำตามคุณ" การ์เซีย กล่าวยืนยัน

     สำหรับ ชนาธิป ที่ยังอายุแค่ 26 ปีถือว่ายังมีเส้นทางอาชีพอีกยาวไกล เรื่องนี้เอง การ์เซีย ก็ย้ำว่าดาวเตะทีมชาติไทยยังพัฒนาตัวเองได้อีกเยอะ โดยทาง ‘ชนาคุง’ ก็พูดกลับไปทันทีว่าตัวเองอยากเป็นนักเตะที่เก่งกว่านี้ พร้อมเผยตอนนี้ต้องการมากกว่าแค่การเล่นใน ลีกอาทิตย์อุทัย

"ผมอยากเก่งให้ได้มากกว่านี้อีกครับ"

      "ก่อนหน้านี้ความฝันของผมคือการมาเล่นที่ญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ผมต้องการเรื่องที่มากกว่านั้นแล้ว ผมอยากทดสอบตัวเองด้วยการไปเล่นในทวีปยุโรป"

     ซึ่งทาง โฆเซ่ มาเรีย โกตอร์ เจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจระหว่างประเทศของ ลา ลีกา ประจำภูมิภาคอาเซียน ที่ร่วมวงสนทนาด้วย ก็เชียร์ให้ ดาวเตะร่างจิ๋ว ได้มาเล่นในลีกสูงสุดแดนกระทิงดุ และแน่นอน ชนาธิป ก็บอกไปว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากไปเล่นที่นั่นเหมือนกัน พร้อมกับเสียงของ การ์เซีย ที่บอกมาว่า เป็นเรื่องดีที่สุด

     "ก่อนหน้านี้ผมพูดเกี่ยวกับความสำคัญ และคุณก็จำเป็นต้องมีความทะเยอทะยานถ้าหากอยากจะเก่งขึ้น"

     "ถ้าคุณอยากเก่งขึ้น หากคุณอยากจะพัฒนาตัวเองต่อไป คุณก็ต้องมีความทะเยอทะยาน อย่างเช่นความรู้สึกที่ว่า -ใช่ ฉันมีความสุข ฉันกำลังสนุกกับการเล่นในลีกญี่ปุ่น แต่ฉันต้องการมากกว่านั้น"

     "นั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้คุณเก่งขึ้นได้ และทำให้คุณไปสู่ระดับที่สูงกว่าเดิมได้  มารอดูกันดีกว่าว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป ก็หวังว่าเราจะได้เห็นคุณไปเล่นที่ ลา ลีกา และสนุกกับการเล่นที่นั่นในเร็วๆ นี้นะ" การ์เซีย กล่าวกับ ชนาธิป

เจลีกยันเตะให้จบปีนี้ ปรับกฎเปลี่ยนตัว

ฝ่ายจัดลูกหนังเจลีก ประกาศรูปแบบแข่งขันชัดเจนต้องเตะจบภายในสิ้นปีนี้ โดยเจลีก 1 จะจบวันที่ 19 ธ.ค. 63 ส่วนเจลีก 2-3 จะจบวันที่ 20 ธ.ค.63 ขณะที่การเปลี่ยนผู้เล่นสามารถเปลี่ยนได้สูงสุด 5 คน จากเดิม 3 คน แต่จำกัดเปลี่ยนได้ 3 ครั้งตลอดเกม

    หลังจากการประชุมของฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตบอลเจลีก ได้มีมติจากการประชุมให้ศึกฟุตบอลเจลีกกลับมาแข่งอีกครั้งในวันที่ 4 ก.ค.63 นี้ หลังเกมการแข่งขันต้องถูกระงับและเลื่อนออกไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

    ล่าสุด ฝ่ายจัดลูกหนังแดนอาทิตย์อุทัย ได้ออกมาประกาศเปลี่ยนแปลงรูปแบบการฟาดแข้งเพิ่มเติม หลังการประชุมคณะกรรมการชุดที่ 3 เสร็จสิ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 5 มิ.ย.63 ที่ผ่านมา โดยมีบทสรุปสาระสำคัญออกมาดังต่อไปนี้

    เจลีก 1 จะเริ่มแข่งขันต่อในวันที่ 4 ก.ค.63 และจะจบฤดูกาล 2020 ในวันที่ 19 ธ.ค.63 ส่วนในเจลีก 2 และเจลีก 3 จะเริ่มคัมแบ็กก่อนลีกสูงสุดในวันที่ 27 มิ.ย.63 และจะไปจบนัดสุดท้ายของซีซั่นในวันที่ 20 ธ.ค.63 ตามลำดับ

    นอกจากนี้ในเรื่องของการเปลี่ยนตัว แต่ละทีมจะสามารถเปลี่ยนตัวได้สูงสุดถึง 5 คน จากเดิมคือ 3 คน แต่จะต้องเปลี่ยนตัวภายใน 3 ครั้งเท่านั้น (ไม่รวมในช่วงครึ่งแรก) อย่างเช่น ครั้งที่ 1 เปลี่ยน 1 คน ครั้งที่ 2 เปลี่ยน 1 คน ครั้งที่ 3 เปลี่ยน 3 คน เป็นต้น เพราะหากให้โอกาสเปลี่ยน 5 ครั้ง ครั้งละคน จะเป็นการถ่วงเวลาคู่ต่อสู้นั่นเอง

    สำหรับ ศึกเจลีก ฤดูกาล 2020 จะไม่มีทีมตกชั้น โดยจะนำ 2 อันดับแรกจาก "เจทู" เลื่อนขึ้นลีกสูงสุดทันที เช่นเดียวกับการเลื่อนชั้นจาก "เจที" ขึ้น "เจทู" ซึ่งเท่ากับว่า เจลีกจะมี 20 ทีมชั่วคราวในซีซั่น 2021 ส่วน "เจทู" ยังคงมี 22 ทีมเช่นเดียว ขณะเดียวกันการตกชั้นในฤดูกาล 2021 จะมี 4 ทีมที่ต้องร่วงจากเจลีก โดยมี 2 ทีมที่เลื่อนขึ้นจาก "เจทู" เพื่อรักษาจำนวนทีมในลีกสูงสุดเป็น 18 ทีม และในลีกเจทู เป็น 22 ทีมเหมือนฤดูกาลปกติ

    ทั้งนี้เจลีก ฤดูกาล 2020 แฟนๆของ 4 แข้งไทยไม่ว่าจะเป็น ชนาธิป สรงกระสินธ์, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน สามารถติดตามชมแบบสดๆ ฟรีได้ทาง Siamsport ซึ่งเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ทั้งช่องทาง Facebook และ YouTube

ซุปตาร์บอลลาว ทิ้งเงินเดือน 2 แสนข้ามโขงมารับเงินหมื่นในไทย

สุขพร วงศ์เชียงคำ ไอคอนลูกหนังฟุตบอลลาวที่เป็นแบบฉบับความใจสู้ใช้ความสามารถเชิงฟุตบอลเลี้ยงดูตัวเองจนประสบความสำเร็จบนเส้นทางฟุตบอลอาชีพเขาคือแบบอย่างเยาวชนลูกหนัง สปป.ลาว ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับเด็กๆในประเทศในการต่อสู้ก้าวเดิน ปัจจุบันแข้งเกมรุกวัย 28 ปี จากลาวโลดแล่นในฟุตบอลลีกสูงสุดของไทยกับสโมสรฟุตบอล "ต่อพิฆาต" ประจวบ เอฟซี 
    ตลอดระยะเวลาการค้าแข้งในไทย สุขพร วงศ์เชียงคำ สร้างการยอมรับมากมายในการลงเล่นจนมีสัญญาอาชีพกับหลายๆสโมสร กระบี่ เอฟซี,พิษณุโลก เอฟซี,สระบุรี เอฟซี,ศรีสะเกษ เอฟซี,ชัยนาท ฮอร์นบิล และ  ประจวบ เอฟซี ก้าวแรกของฟุตบอลอาชีพในไทยแม้ว่าจะเริ่มต้นกับกระบี่ เอฟซี  แต่ช่วงก่อนหน้านั้นปี 2009 ถูกดึงมาร่วมทีมบีอีซี เทโรฯ ในระดับเยาวชนจากคำแนะนำของ "กอล์ฟ" ภูเบศ ศุภพิพัฒน์ ที่เข้าไปทำงานด้านฟุตบอลในประเทศลาว ตอนนั้นได้ร่วมเล่นกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์  รับเงินเดือน 25,000 บาท เพราะช่วงนั้นขยับไปติดทีมชาติลาวชุดใหญ่ ขณะที่ ชนาธิป รับเงินเดือนเพียง 5,000 บาท

    ด้วยการก้าวขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ในทีมชาติลาว สุขพร ต้องการพิสูจน์ตัวเองกับสโมสรบนลีกสูงสุดของไทยจึงตระเวนทดสอบฝีเท้ากับสโมสรต่างๆในเมืองไทยทุกอย่างไม่เป็นใจรวมไปถึงช่วงนั้นต้องกลับไปจัดการเรื่องการเรียนที่ยอมดรอปเทอมสุดท้าย ม.ปลาย เพื่อเล่นฟุตบอลจึงเลือกกลับประเทศลาวไปเล่นให้กับต้นสังกัดอย่าง เอซรา เอฟซี  ก่อนที่จะกลับมาไทยอีกครั้งช่วงปี 2013 พร้อมเริ่มต้นชีวิตฟุตบอลอาชีพที่เมืองไทยกับสโมสรฟุตบอลกระบี่ เอฟซี ในยุคที่ไม่มีโควตาอาเซียนต้องต่อสู้อย่างสุดขีดจนได้ลงสนามพร้อมกับสวมบทบาทกัปตันทีม ที่นี่เองทำให้เกิดลิขิตรักข้ามพรมแดนของหนุ่มลาวสาวไทยโยงใยความสัมพันธ์หัวใจสร้างครอบครัวเป็นหนึ่งจนถึงทุกวันนี้

ซุปตาร์

    ย้อนกลับไปวัยเด็กก่อนที่ สุขพร วงศ์เชียงคำ จะมาสร้างปรากฏการณ์ฟุตบอลอาชีพในประเทศไทยด้วยการร่วมทีมรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ลาว (สโมสรเอซร่า) บุกมาคว้าแชมป์ชัยพงษ์ คัพ ที่ จ.พิจิตร ครั้งนั้นเขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพร้อมกับลงปะทะแข้งกับ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สารัช อยู่เย็น, อาทิตย์ ดาวสว่าง ที่ต่างก็ลงเล่นให้กับสถานศึกษาของตัวเอง หากจะย้อนกลับไปให้ลึกกว่านั้นชีวิตของ สุขพร  วงศ์เชียงคำ  วัยเด็กลำบากสุดๆเขาเกิดในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นในแขวงจำปาศักดิ์ ประเทศลาว ก่อนที่จะระเห็จไปอยู่ที่ปากเซ

    ครอบครัวของสุขพร คือครอบครัวลูกหนังแม้ว่าจะไม่ถึงกับติดทีมชาติแต่ทุกคนในบ้านคือนักฟุตบอลตัวยงคุณพ่อเป็นนักฟุตบอลระดับท้องถิ่น พี่ชายของเขาอีก 3 คนก็เป็นนักฟุตบอล รวมไปถึงน้องสาว ทั้งครอบครัวมี สุขพร วงศ์เชียงคำ และ เพชรภูธร วงศ์เชียงคำ  ที่กล้าท้าฝันไปจนติดทีมชาติ สร้างความภูมิใจให้กับวงศ์ตระกูลเป็นอย่างมากยอดแข้งแห่งจำปาศักดิ์เล่าว่าสมัยเด็กๆลำบากมากแม้ว่าอาหารประจำวันทุกคนจะต้องกินปลาร้า,ข้าวเหนียว,ผัก แต่คนที่ส่วนใหญ่ก็จะมีอาหารมาหมุนเวียนมากินให้อิ่มมีความสุข

    ครอบครัวเราต้องสู้กับความยากจนมีอะไรก็กินแบบนั้นทุกคนต้องมีชีวิตเพื่อวันพรุ่งนี้  ความสุขอย่างเดียวที่ชัดเจนที่สุดตั้งแต่จำความได้คือเรื่องของฟุตบอลช่วงเย็นๆเราจะไปเตะบอลตามลานกว้างในจำปาศักดิ์หรือไม่ก็บริเวณวัดสนามมันก็ไม่ได้ดีอะไรเท้าเปล่าๆก็จะสาดไปกับพื้นดินบางทีก็เจ็บตัวบ้างเจอเศษแก้วบ้าง แต่มันก็มีความสุขดี ยิ่งช่วงที่คนในครอบครัวลงสนามแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆแถวบ้านก็ต้องตามไปเชียร์ ฟุตบอลคือความสนุกแต่ถ้าคิดว่ามันจะเลี้ยงชีพมันคงเป็นเรื่องตลกสำหรับคนในประเทศลาวเพราะคำว่าฟุตบอลอาชีพยังไม่ชัดเจน ยิ่งเสียงบ่นของแม่ล่องลอยอยู่ในหัวยามที่นั่งใช้ชีวิตอยู่บนล้อเกวียนไปช่วยงานที่บ้านคำตอบที่คลอดออกมาเสมอคือมันคงเป็นเรื่องยาก

    วิถีลูกหนังของ สุขพร วงศ์เชียงคำ ชัดเจนขึ้นเมื่อผ่านการคัดเลือกตัวจากโครงการของสโมสรเอซร่า พร้อมกับขยับสู่การเป็นผู้เล่นระดับเยาวชนทีมชาติลาวในเวลาต่อมา จากปากเซ มุ่งหน้าสู่เวียงจันทร์ระยะทางไกลกว่า 700 กม.พาอนาคตของแข้งร่ายนี้ไปฝากฝังไว้ที่โรงเรียนสาธิตลาวเพื่อเรียนและเล่นฟุตบอลในระดับมัธยม เมื่อเล่นทีมชาติครั้งแรกเรื่องของการเดินทางไปต่างประเทศด้วยการนั่งเครื่องจึงเกิดขึ้นเป้าหมายคือ มาเลเซีย คืนนั้นทั้งคืนเขานอนไม่หลับตื่นเต้นนึกถึงผิวสัมผัสทางอารมณ์บนท้องฟ้าและไม่คิดว่าจากที่เคยโดยสารเกวียนจะมีโอกาสได้นั่งเครื่องบินกับเขาในชีวิต

    สุขพร ใช้เวลาไม่นานในการก้าวขึ้นไปติดทีมชาติลาวชุดใหญ่และยังคงปักหลักเล่นจนถึงการเป็นกัปตันทีม เขากลายเป็นไอคอนลูกหนังชั้นดีของเด็กๆในลาวจนบรรดาสื่อจากลาวให้ฉายาเขาว่า “เมสซี่ลาว” ซึ่งเจ้าตัวเองก็บอกว่าเขาไม่ได้เก่งขนาดนั้นเพียงแต่ว่าอยากให้มองอีกด้านว่าเวลาที่เขาเล่นจะทุ่มเทมากๆ เพื่อทีมชาติลาว ส่วนนักเตะที่ชอบสไตล์การเล่นคือ โรนัญดิญโญ่ สมัยที่คว้าแชมป์ฟุตบอลชัยพงษ์คัพ มีคนเคยชวนให้โอนสัญชาติมาเมืองไทยแต่คิดว่าอยากจะทำให้เห็นว่านักฟุตบอลลาวเองก็มีความสามารถที่จะต่อสู้พัฒนาได้อีกทั้งยังอยากเป็นแบบอย่างให้เด็กๆรุ่นต่อไปสู้ในแบบฉบับของตัวเอง ปัจจุบันเพื่อนๆชุดแชมป์ชัยพงษ์ คัพ เลิกเล่นทีมชาติกันหมดแล้วยังเหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นก็เล่นระดับสโมสรบ้างหรือไม่ก็หันไปทำธุรกิจบ้างเนื่องจากฟุตบอลอาชีพในประเทศลาวยังไม่แข็งแรงเท่าไรนัก

    หลังปี 2014 กับสระบุรี เอฟซี ตอนนั้น สุขพร อายุ 21ปี ตัดสินใจยกเลิกสัญญากับสโมสรเพื่อไปตามฝันของตัวเองด้วยการไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรคามาตามาเร่ ซานูกิ ระดับเจลีก 2 ในญี่ปุ่นเป็นเวลา 1 เดือน หลังจากมีการประสานงานระหว่างเอเยนต์กับสโมสรรวมไปถึงสปอร์นเซอร์ที่มาลงทุนในลาว ตลอดระยะเวลา 1 เดือน เขายอมรับว่าร่างกายของแกร่งไม่พอทุกอย่างแตกต่างจากลีกไทยยันฟ้ากับเหวในเรื่องของความเข้มข้นในการฝึกซ้อมทำให้พลาดโอกาสเป็นนักเตะลาวคนแรกในลีกญี่ปุ่นและเป็นสิ่งที่เสียดายเรื่องของการตัดสินใจมาจนถึงทุกวันนี้

    ความผิดหวังครั้งนั้นทำให้ต้องกลับมาตั้งหลักใหม่กับสโมสรฟุตบอลล้านช้างตอนนั้นสโมสรพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยให้กับ สุขพร เดือนละเกือบ 2 แสนบาทเพื่อลงเล่นในลาวพรีเมียร์ลีก ช่วงปี 2017 ดาวเตะทีมชาติลาวหายไปครึ่งปีเพื่อเรียนโค้ชระดับ ซีไลนเซนส์ และเริ่มวางแนวทางว่าจะสอนฟุตบอลสร้างโอกาสให้กับเด็กๆในประเทศลาวเหมือนดั่งที่เขาเคยได้รับอาจจะไปไกลถึงขั้นรีไทร์ แต่การได้เห็นเกมฟุตบอลที่ถ่ายทอดสดทั้งการเล่นของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในเจลีก,สารัช อยู่เย็น,ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อความคิดลูกหนังกระตุกอยากกลับมาเตะฟุตบอลอีกครั้งจึงมุ่งหน้ามาไทยเพื่อทดสอบฝีเท้ากับสโมสรต่างๆ

    ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิดที่สุดท้ายปี 2018 ฝากความหวังไว้คือศรีสะเกษ เอฟซี ทีมระดับลีกรอง ตอนนั้นหากว่าไม่ได้สัญญาก็จะเดินทางกลับประเทศลาวทางฝั่งอุบลราชธานีข้ามแม่น้ำโขงไปทบทวนอนาคตฟุตบอลอีกรอบ  แม้ว่าก่อนเซ็นสัญญาจะตะกุกตะกักนิดหน่อยพร้อมรับค่าเหนื่อย 3.5 หมื่นบาท แต่เรื่องของเงินไม่ใช่คำตอบสุดท้ายฟุตบอลคือเรื่องสำคัญต่อการเดินต่อในเรื่องของความสุขดาวเตะจากลาวพิสูจน์ตัวเองจนยึดเป็นแกนหลักพร้อมกับถูกรั้งให้เซ็นสัญญาต่อแต่ สุขพร เลือกที่จะเดินหน้าไปประจวบ เอฟซี เพื่อโลดแล่นบนลีกสูงสุด

    ปัจจุบันแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จะระอุชุกชุมไปทั่วโลกรวมไปถึงประเทศไทย สุขพร วงศ์เชียงคำ ยังปักหลักฝึกซ้อมลูกหนังใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทุกวันเขาจะออกมาฝึกซ้อมด้วยตัวเองทั้งการเข้าฟิตเนสและการซ้อมกลางแจ้งแบบเดี่ยวๆ เวลา 15.00 น.เศษๆ  ฟุตบอลทำให้เขาหลุดพ้นจากความยากจนครอบครัวของเขาดีขึ้นทำธุรกิจส่งออก-นำเข้าสินค้า 

    แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดหัวใจของแข้งเบอร์หนึ่งทีมชาติลาวยุคนี้คือเรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจโอกาสให้กับนักฟุตบอลลาวในรุ่นต่อๆไป

 

ค่าตัวชนาธิป พุ่งติดท็อปเท็นเจลีก

transfermarkt เว็บไซต์ลูกหนังชื่อดัง อัพเดตค่าตัวผู้เล่นเจลีกกลางปี 2563 ปรากฎว่า เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แนวรุกทีมชาติไทยของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ ติดอันดับที่ 9 ที่มีค่าตัวแพงที่สุดในลีก ประมาณ 67 ล้านบาท ซึ่งตกลงมาเล็กน้อยหลังจากฟุตบอลเจลีกนั้นหยุดแข่งขันไป ส่วนอันดับ 1 ของลีกยังคงเป็น อันเดรส อิเนียสต้า กองกลางคนเก่งของวิสเซล โกเบ
    ค่าตัวผู้เล่นเจลีกที่มีมูลค่าสูงสุด 10 อันดับแรก

    1.อันเดรส อิเนียสต้า สโมสรวิสเซล โกเบ ค่าตัว 120 ล้านบาท
    2.โช อัลเวส สโมสรนาโงย่า แกรมปัส ค่าตัว ค่าตัว  88 ล้านบาท
    3.ฟาบริซิโอ ดอส ซานโต๊ส สโมสรอูราวะ เรด ไดมอนส์ ค่าตัว  88 ล้านบาท
    4.เกน โชจิ สโมสรกัมบะ โอซาก้า ค่าตัว  84 ล้านบาท
    5.คารินยอส จูเนียร์  สโมสรชิสิมึ เอส พัลล์ ค่าตัว 84 ล้านบาท
    6.เทรุฮิโตะ นากางาวะ สโมสรโยโกฮ่ามา เอฟ มารินอส ค่าตัว 77 ล้านบาท
    7.มาร์กอส จูเนียร์  สโมสรโยโกฮ่ามา เอฟ มารินอส ค่าตัว 70 ล้านบาท
    8.คริสเตียโน สโมสร คาชิว่า เรย์โซล ค่าตัว 70 ล้านบาท
    9.ชนาธิป สรงกระสินธ์ สโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร่ ค่าตัว  67 ล้านบาท
    10.โชโกะ ทานิกูชิ สโมสร คาวาซากิ ฟร่อนตาเล่ ค่าตัว   63 ล้านบาท

    สำหรับฟุตบอลเจลีก 1 2020 จะกลับมาฟาดแข้งอีกครั้งในวันที่ 4 ก.ค.นี้ แฟนๆสามารถติดตามชมสดๆได้ฟรีได้ทาง Siamsport ซึ่งเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์ในเมืองไทยอย่างเป็นทางการ ทั้งช่องทาง Facebook และ Youtube

 

แคปชั่นมีนัยยะ? “ตอง” กวินทร์ โพสต์ทำเอาแฟนคลับแอบลุ้น

"ตอง" กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวเป็น ภาพที่ถ่ายโดยเพื่อนร่วมทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร อย่าง "เจ้าเจ" ชนาธิป สรงกระสินธ์ พร้อมแคปชั่น "หานางแบบแป๊ป"
    แบบนี้มีนัยนะอะไรน้อหรืออยากจะบอกอะไรเป็นนัยๆ หรือเปล่า สำหรับอดีตคนเคยคบหากับดาราสาว"มะนาว" ศรศิลป์ มณีวรรณ หรือจะมีรีเทิร์นแบบที่แฟนคลับ 2 รายแอบลุ้นกันอยู่ ยิ่งช่วงนี้เหมือนว่า"หนุ่มตอง"ดวงกำลังดีมีลุ้นที่จะะเป็นมือ 1 ของ คอนซะฯ อยู่ด้วย

 


 

ฟุตบอลทำให้เจอกัน! หลุยส์ การ์เซีย พูดคุย ชนาธิป

อดีตตำนานหงส์แดง ไลฟ์สนทนาลูกหนังกับ ชนาธิป ก่อนจอมทัพชาวไทยเอ่ยปากยังอยากท้าทายตัวเองด้วยการลุยลาลีกาในอนาคต
หลุยส์ การ์เซีย อดีตแข้งระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล ร่วมพูดคุยกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลาง คอนซาโดเล ซัปโปโร ถึงการปรับตัวในเจลีก ญี่ปุ่น พร้อมให้คำแนะนำถึงการเป็นนักเตะที่ดี ก่อนจอมทัพชาวไทยปิดท้ายหวังลัดฟ้าลุยศึก ลาลีกา สเปน ในอนาคต

โดยการไลฟ์ดังกล่าวทาง ลาลีกา ลีกฟุตบอลสูงสุดของสเปน เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนของไทยได้สัมภาษณ์อดีตตำนานหงส์แดง ซึ่งปัจจุบันเป็นทูตของ ลาลีกา ผ่านทางไลฟ์แชท โดยมีจอมทัพวัย 26 ปี ร่วมพูดคุยด้วย

ระหว่างการไลฟ์ หลุยส์ การ์เซีย ได้ตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับการปรับตัวกับภาวะปกติใหม่ ที่วงการฟุตบอลต้องแข่งแบบไม่มีผู้ชม จากผลของไวรัสโควิด-19 รวมถึงตอบคำถามของ ชนาธิป ที่ถามเกี่ยวกับ อันเดรส อิเนียสต้า อดีตเพื่อนร่วมทีมของการ์เซียสมัยเล่นให้ บาร์เซโลน่า ร่วมกัน

ก่อนที่ประเด็นสำคัญในตอนท้ายอดีตตำนานหงส์แดง ได้ถาม ชนาธิป เกี่ยวกับการปรับตัวในเจลีก ซึ่งจอมทัพชาวไทยเผยว่า ตนต้องปรับตัวในหลายสิ่ง ทั้งในและนอกสนาม ในสนาม จังหวะบอลที่เจลีกเร็วกว่าไทยลีก นอกสนาม และต้องปรับตัวเรื่องวัฒนธรรม การใช้ชีวิต นอกจากนี้ยังยอมรับว่าช่วงแรกไม่ค่อยมีความมั่นใจ เพราะเพื่อนร่วมทีมไม่เชื่อใจ แต่ก็ผ่านมาได้ และทำให้เขาโตขึ้นเยอะ

หลังจากนั้นต่อมาทาง หลุยส์ การ์เซีย ได้ให้คำแนะนำกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ รวมถึงนักเตะรุ่นใหม่ว่า การเชื่อฟังโค้ชนั้นคือสิ่งสำคัญ แต่ก็ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยเช่นกัน เพราะนี่คือสิ่งที่จะทำให้นักเตะมีความแตกต่างที่โดดเด่น และสิ่งสำคัญคือ ต้องทุ่มเทกับเรื่องในสนามให้เต็มที่

ทั้งนี้จอมทัพ นกเค้าแมวเมืองเหนือ ยังได้กล่าวว่า แม้ตอนนี้ตนจะประสบความสำเร็จแล้วระดับหนึ่งกับการได้ไปเล่นเจลีก แต่ก็ยังต้องการท้าทายตัวเอง ด้วยการไปเล่นในยุโรป อย่าง ลาลีกา ในอนาคตอีกด้วย

 

สถิติไม่ธรรมดา”ชนาธิป”ผ่านบอลทะลุช่องมากสุดในคอนซาโดเล่

เพจเจลีก เผยสถิติอันสุดยอดของ "เจ"ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในฤดูกาล 2019 กับสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร แถมครองสถิติการผ่านบอลทะลุช่องได้ดีที่สุดในทีม

    แฟนเพจ J.League (เจลีก-ลีกฟุตบอลอาชีพแห่งประเทศญี่ปุ่น) หรือลีกอาชีพญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในเวอร์ชั่นฉบับภาษาไทยได้มีการนำข้อมูลผลงานสถิติ 4 ประเด็นที่น่าสนใจของ "เจ"ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพลเมคเกอร์ทีมชาติไทยของสโมสร คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในศึกเจลีกญี่ปุ่น ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างเข้าตาในฤดูกาล 2019 ที่ผ่านมา

    โดยสถิติทั้ง 4 หัวข้อที่มีการจดบันทึกจาก เจลีกญี่ปุ่น ในครั้งนี้ "เจ-ชนาธิป" สามารถทำได้อย่างเข้าตา โดยเฉพาะ การผ่านบอลทะลุช่อง ที่ "ชนาธิป" ทำได้เยอะที่สุดในทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในเจลีก 2019 ด้วยผลงานทั้งหมด ถึง 98 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับที่1ในทีมด้วย

    ส่วนสถิติอีก 3 ประเด็น ถือว่า "ชนาธิป" เข้าป้ายเป็นลำดับที่ 2 ในทีมตลอลการแข่งขันเจลีก2019 คือ แอสซิสต์ = 6 ครั้ง , ส่งบอลในพื้นที่สุดท้าย = 515 ครั้ง และ ผ่านบอลเพื่อลุ้นทำประตูได้ถึง = 37 ครั้ง