ถ้าไม่มี เรย์ ก็ไม่มี ศุภชัย

ศุภชัย ขอบคุณ เรย์ แมคโดนัลด์ ที่ให้โอกาสและจุดประกายความฝันเป็นนักฟุตบอล
   ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าชื่อดังดีกรีทีมชาติไทยของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกมาโพสต์ขอบคุณ เรย์  แมคโดนัลด์ ดารา และ พิธีกร ชื่อดัง พร้อมกับเดินทางไปเยี่ยมและมอบเสื้อ บุรีรัมย์ ให้ หลังเคยผ่านการฝึกสอนฟุตบอลกับ เรย์ สมัยเป็นเยาวชน

   ศุภชัย ใจเด็ด เคยผ่านการฝึกสอนฟุตบอลจาก เรย์ แมคโดนัลด์ สมัยที่พิธีกรชื่อดังของเมืองไทยเป็นประธานสโมสรสันติภาพ เอฟซี ซึ่งจะนำเด็กของภาคใต้ไปแข่งที่ต่างแดนจนได้แชมป์มาแล้ว ซึ่ง ศุภชัย ใจเด็ด คือหนึ่งในนั้น

   โดย กองหน้าวัยรุ่นดีกรีทีมชาติไทย ได้โพสต์ภาพผ่านไอจีส่วนตัวพร้อมแคปชั่นขอบคุณ เรย์ ว่า  "ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ ที่เอ็นดูผมเป็นเหมือนลูก เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมได้ทำตามความฝัน เป็นผู้ที่ให้โอกาสผม ไว้จะแวะไปหาบ่อยๆน่ะครับ"

   ขณะที่ทางด้าน เรย์ แมคโดนัลด์ นั้นชื่นชมและปลื้มใจ "เจ้าอาร์ม"เป็นอย่างมากที่สามารถทำตามฝันแล้วก้าวไปติดทีมชาติไทยได้

 

ชีวิตโคตรดราม่า คบแก๊งค์ขาใหญ่ หลงผิด ชีวิต(เกือบ)พัง

“เอ็ม”อนาวิน จูจีน อดีตแข้งทีมชาติไทยวัย 33 ปี ที่ปัจจุบันเดินทางไปค้าแข้งในประเทศมาเลเซีย กับสโมสรฟุตบอลเปตาลิง จายา ในศึกฟุตบอลมาเลเซีย ซูเปอร์ลีก ฤดูกาล 2020 ยังต้องเผชิญกับโชคชะตาลูกหนังต่างแดนด้วยการฝึกซ้อมด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่องเพราะรัฐบาลของมาเลเซีย ยังไม่ประกาศคลายล็อค ซึ่งจะมีการประกาศเรื่องของมาตรการอีกครั้งในวันที่ 9 มิ.ย.63 หากทุกอย่างเป็นไปในทิศทางที่ดีก็จะเริ่มทำการฝึกซ้อมแบบกลุ่มกับสโมสรต้นสังกัด

    แข้งไทยที่ไปใช้ชีวิตต่างแดนเล่าย้อนความหลังก่อนเข้าสู่วงการฟุตบอลว่ากว่าจะมีวันนี้ ชีวิตเขาเจียนอยู่เจียนไปบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยอุปสรรคสิ่งยั่วยุมากมาย บางครั้งก็มีหลงทางหลุดไปอยู่ในโลกที่มันไม่ควรเข้าไปอยู่โชคดีที่ฟุตบอลดึงเขากลับมาสู่ชีวิตที่ดีแบบพลิกมาอีกด้าน หากไม่มีฟุตบอลชื่อ อนาวิน จูจีน  อาจจะไปโผล่ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยอบายมุขและสิ่งผิดกฎหมายมากมายไม่น่าจะมีชีวิตที่ดีเหมือนทุกวันนี้

    อนาวิน พูดถึงความหลังว่า ผมเกิดนครสวรรค์ย้ายตามครอบครัวไปโตที่เมืองกาญจน์ จริงๆกีฬาที่ชอบคือตะกร้อเล่นมาตั้งแต่เด็กๆในโรงเรียนเทศบาลฯ 3 บ้านบ่อ ด้วยความที่เราตัวเล็กไม่ค่อยกล้าจึงเลือกกีฬาที่เน้นไม่ปะทะ แต่ความบังเอิญคือวันนั้นเขาซ้อมฟุตบอลกันแล้วตัวผู้เล่นไม่ครบครูจึงเรียกไปเล่นในตำแหน่งตัวรุกริมเส้น แล้วทำได้ดีในสายตาครู ครูจึงจับมาเป็นตัวของโรงเรียนก่อนที่จะพัฒนาเป็นตัวแทนของจังหวัดลงแข่งขันรายการกีฬาเทศบาลระดับประเทศช่วงรอบสุดท้ายจะลงแข่งขันทั้ง วิ่ง,ตะกร้อ และ ฟุตบอล  แข่งวันเดียวกันก็วิ่งรอกเล่นจนครบ

    ตอนจบ ป.6 หมายมั่นปั้นมือมากที่จะเข้าโรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรี ตอนนั้นอยากเรียนที่นั่นมากๆสถานศึกษาดังมากๆนักเตะติดเยาวชนทีมชาติเพียบ เขารับเด็กเข้า ม.1 โครงการฟุตบอลจำนวน  15  คน แต่มีเด็กไปสมัคร 1,500 คน สุดท้ายไม่ติดก็กลับไปเรียนมีเมืองกาญจน์ที่โรงเรียนเทพมงคลฯ ฟุตบอลก็ยังเล่นต่อแต่อีกด้านชีวิตกำลังเจอกับเรื่องราวต่างๆมากมายเพราะเราเริ่มโตขึ้นได้เห็นได้รู้ เริ่มแอบเห็นครอบครัวไปเกี่ยวพันกับยาเสพติดแต่ด้วยความเป็นเด็กจึงไม่กล้าพูดอะไร เก็บความรู้สึกไว้กับตัวเองและคิดว่าทุกคนคงมีเหตุผลเป็นของตัวเองจริงๆอยากจะบอกว่าไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เพราะมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี ด้วยความเป็นเด็กบวกกับใจที่ยังไม่กล้าพอจึงเลือกที่จะไม่พูดอะไรออกไป

    ช่วงเวลาที่สำคัญคือรอยต่อการเป็นเด็กกับวัยรุ่นตอนนั้นไปโรงเรียนก็จะมีพวกขาใหญ่รุ่นพี่ตั้งแก็งค์กันบางคนก็โหดมากๆบางคนก็ออกแนวรีดไถ คิดว่าถ้าโดนรังแกทุกวันจะทำอย่างไรดีมันไม่ใช่แค่การต่อสู้ในแต่ละวัน แต่การสร้างการยอมรับก็เป็นเรื่องสำคัญในเวลานั้น ยอมรับว่าเมื่อย้อนกลับไปถึงตอนนั้นมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเพราะผิดร้ายแรงมากๆ ด้วยความคิดแบบเด็กๆ ผมขโมยยาเสพติดจากที่บ้านมาขายให้กับเพื่อนๆ 3 เม็ด เจตนาไม่ได้อยากได้สตางค์แต่อยากบอกให้รู้ว่าเราก็มีประสบการณ์ที่พวกเขาจะรังแกเราไม่ได้จริงๆมันเป็นความคิดที่ผิดถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ทำ

    หลังจากนั้นมาบรรดาพวกขาใหญ่ต้อนรับเราเป็นอย่างดีเหมือนเป็นใบเบิกทางเข้าแก็งค์ผมเริ่มดื่มเหล้า,สูบบุหรี่ ,ขี่มอร์เตอร์ไซค์ซิ่ง ตั้งแต่อายุ 12 ปี แต่สองสิ่งที่ผมไม่ทิ้งเลยคือเรื่องของการเรียนและฟุตบอล ใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ทุกเย็นต้องได้เล่นฟุตบอล ด้วยความเป็นเด็กเข้าเรียน ม.1 ก่อนเกณฑ์จึงพอมีเวลาให้ผมเลือกความฝันของฟุตบอลอีกครั้ง สุดท้ายตัดสินใจไปสอบโควตาฟุตบอลที่ โรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรี เพื่อเข้าม.1 อีกรอบ ครั้งนี้หลุดเข้าไปถึงรอบ 50 คน แต่ก็ยังไม่ได้เรียนเหมือนดั่งที่ฝันไว้อีกครั้ง  ทำให้ต้องกลับมาเรียนต่อที่กาญจนบุรี แต่บนความโชคร้ายยังมีความโชคดีโรงเรียนกีฬาอ่างทองเปิดสถานศึกใหม่พวกที่คัดติดรอบ 50 คนจึงได้สิทธิ์ไปเรียนที่นั่นโดยไม่ต้องทดสอบอะไรเพิ่มเติมเพราะผ่านเกณฑ์การประเมินมาแล้วทุกขั้นตอน

    โรงเรียนกีฬาอ่างทองคือโลกอีกใบที่ทำให้ชีวิตผมชัดเจนขึ้นเรื่องราวของฟุตบอลมันบอกต่อความฝันเราได้ ก่อนไปอ่างทองผมคิดว่าความฝันตอนนั้นคือเรียนให้จบ ม.3 ที่เมืองกาญจน์แล้วสอบเข้าเทคนิคแต่งตัวเท่ห์ๆเหมือนวัยรุ่นทำกันแล้วเรียนจบก็หางานทำ ที่กีฬาอ่างทองการกินนอนทำให้ชีวิตมีระบบระเบียบมากขึ้นและที่สำคัญคือทำให้เราคิดมากขึ้นในเรื่องราวที่ผ่านมา  หลังจากเรียนไปได้สักระยะครอบครัวผมก็โดนจับแม่ผมถูกตัดสินจำคุก 4 ปี  ช่วงที่แม่อยู่ในนั้นผมมีเวลาไปหาท่านเพียงแค่ 4 ครั้ง เพราะมีปัจจัยหลายอย่างทั้งเรื่องของการเดินทางและกำลังทรัพย์มันทรมานมากนะกับช่วงเวลาที่ขมขื่น

    แต่ก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ในครอบครัวอีก คอยพร่ำสอนน้องสาวตลอดเวลาให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปด้วย สมัยเรียนอ่างทอง เพื่อนๆจะเรียกผมว่า “ไอ้หลวง” เรื่องนี้ มงคล ทศไกร รู้ดี เหตุที่เรียกแบบนั้นเพราะว่าเราจะคอยห้ามคอยด่าเพื่อนๆที่จะออกนอกลู่นอกทางเพราะคิดว่าโอกาสของทุกคนมันไม่ได้มาง่ายๆบางคนพลาดครั้งเดียวอาจจะยาวตลอดชีวิต ประสบการณ์บางอย่างที่เผชิญทำให้เราอยากให้คนที่เรารักรอบๆตัวเรามีเส้นทางการเดินที่ดี

    ผมยอมรับเลยว่าที่โรงเรียนกีฬาอ่างทองทำให้โลกอีกใบมันสวยงามมากขึ้น การก้าวไปติดทีมชาตินักเรียนไทย รุ่นอายุ 18 ปี คืออีกหนึ่งจุดเปลี่ยนชีวิตของผมทุกอย่างดีขึ้นเรื่อยๆแบบชัดเจน การติดทีมชาติเป็นเรื่องที่ดีใจมากๆ แต่สิ่งที่ดีใจสุดๆคือเรื่องของการที่แม่ของผมพ้นโทษออกมากลับมาใช้ชีวิตปกติ ผมกอดแม่ด้วยน้ำตาแห่งความคิดถึงเป็นห่วงไหลออกมาไม่หยุดพร้อมกับคิดในใจว่าต่อไปนี้จะดูแลแม่และครอบครัวให้ดีที่สุด  จากนั้นเส้นทางฟุตบอลก็พาผมเดินทางไปหลากหลายแห่งในสโมสรฟุตบอลอาชีพ ทั้ง ธ.กรุงไทย ,บางกอกกล๊าส,บุรีรัมย์,สุพรรณบุรี จนมาถึงมาเลเซีย

    มาถึงวันนี้แม้จะอายุ 33 ปี ผมก็ยังไม่หยุดฝันเรื่องของฟุตบอลหากไม่เป็นผู้เล่นก็ยังมีแผนเกี่ยวกับฟุตบอลอีกมากมายที่จะก้าวเดินตอนนี้เรียนจบวิชาโค้ชระดับ ซี ไลเซ่นส์ ก็ต้องขวนขวายต่อไปเพื่อต่อเติมความรู้ในเรื่องของฟุตบอล  เรื่องราวที่ผิดพลาดในอดีตคือบทเรียนชั้นดีในการปรับปรุงตัวเองรวมไปถึงการดูแลคนรอบข้าง หลายๆเรื่องที่ทำให้คิดได้ในช่วงเวลาที่ผ่านๆมาชีวิตเรายืนได้อย่างแข็งแรงเพราะ “ฟุตบอล”และ “โอกาส”ที่เราได้รับรวมไปถึงการแยกทางจากสิ่งต่างๆที่มันไม่ดีหัวใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ส่องความน่ารัก น้องสาว ต้น นฤบดินทร์ ดีกรีนางเอกซีรี่ส์ดัง

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นอกจากจะเป็นนักฟุตบอลที่ชื่อเสียงโด่งดังและติดทีมชาติไทยรวมถึงยังหน้าตาดีแล้วนั้นนอกจากนี้ นฤบดินทร์ ยังมีน้องสาวที่หน้าตาน่ารักและมากความสามารถไม่แพ้พี่ชายอีกด้วย
    น้องสาวของ ต้น นฤบดินทร์ ชื่อ น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม วัย 23 ปี ที่ฝากผลงานในวงการบันเทิงมากมายและล่าสุดเจ้าตัวได้รับบทบาทเป็นนางเอกในซีรี่ส์ Who Are You เธอคนนั้นคือฉันอีกคน  ซีรี่ส์รีเมคมาจากเกาหลีใต้ในชื่อเรื่อง Who Are You: School 2015 ซีรี่ส์เกี่ยวกับวัยรุ่นการชีวิตในโรงเรียนและมีความดราม่าออกอากาศทางช่อง Gmm tv

    นอกจากนี้ยังมีการเผยอีกว่า ต้น นฤบดินทร์ นั้นหวงน้องสาวสุดน่ารักคนนี้มากๆ ถ้าใครจะเข้ามาจีบต้องผ่านการแสกนของแบ็คขวาจอมฟิตจาก บุรีรัมย์ คนนี้เสียก่อน สำหรับใครอยากติดตามน้อง น้ำตาล ก็เข้าไปดูซีรีย์ดังกล่าวได้ทาง Gmm tv เวลา 21.30น. ทุกวันเสาร์ อาทิตย์