เบลยินดีซบผี,หงส์เล็งสตาร์กลัดบัค!อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกดังยุโรป

เที่ยวนี้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีข่าวในตลาดซื้อ-ขายนักเตะมาให้อัพเดตเพียบเลยทีเดียว ขณะที่ ลิเวอร์พูล กำลังจับตามองของดีในทีม โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค แถมมีความเคลื่อนไหวล่าสุดในการล่าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า ด้วย ส่วนในเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี น่าจะมีดีลใหญ่ๆ เกิดขึ้นหลายรายในเร็ววันนี้ แต่จะเป็นใครและย้ายไปไหนบ้างนั้น เราไปหาคำตอบกันได้เลย

– (Official) เซบีย่า คว้าตัว มาร์กอส อากุนญ่า แบ็กซ้ายทีมชาติอาร์เจนตินา มาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท) บวกโบนัสอีก 2 ล้านยูโร (ประมาณ 74 ล้านบาท) โดยนักเตะเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น รามอน ซานเชซ ปิซฆวน เป็นเวลา 4 ปี

– แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมยื่นข้อเสนอไปทาบซื้อ เซร์คิโอ เรกีลอน แบ็กซ้าย เรอัล มาดริด อย่างเป็นทางการครั้งแรก แต่คาดว่าไม่ถึงระดับ 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) ตามที่ "ราชันชุดขาว" เรียกร้อง (Guardian)

– "ปีศาจแดง" กำลังเจรจากับ "ราชันชุดขาว" ในการขอซื้อตัว เรกีลอน ( (Marca))

 – เรอัล มาดริด หวังใส่เงื่อนไข "ซื้อกลับ" ลงไปในสัญญาขาย เซร์คิโอ เรกีลอน ทว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่โอเคด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำสัญญารูปแบบใดตาม (Fabrizio Romano)

 – หลังจากที่ส่อแววยอมแพ้ในการล่าตัว เจดอน ซานโช่ ปีกดาวรุ่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้มอง แกเร็ธ เบล (เรอัล มาดริด), ดั๊กลาส คอสต้า (ยูเวนตุส) และ อีวาน เปริซิช (อินเตอร์ มิลาน) เป็น 3 ทางเลือกในการเสริมทัพตำแหน่งปีกช่วงซัมเมอร์นี้  (Telegraph)

 – เบล มีความยินดีที่จะย้ายไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถ้าหาก "ปีศาจแดง" กับ "ราชันชุดขาว" สามารถตกลงกันได้ ไม่ว่าจะเป็นแบบดีลย้ายขาดหรือยืมตัว (Sky Sports)

 – เรอัล มาดริด พร้อมปล่อย เบล แบบสุดถูกในราคาเพียงแค่ 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท) (Mundo Deportivo)

– ขณะเดียวกัน แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสดีในการสอย อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายจอมบุก ปอร์โต้ เนื่องจากยอดทีมแดนฝอยทองพร้อมขาย ดาวเตะวัย 27 ปี ซัมเมอร์นี้ ในราคาเพียงแค่ 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 738 ล้านบาท) เท่านั้น ถึงแม้นักเตะมีค่าฉีกสัญญาอยู่ที่ 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,435 ล้านบาท) ก็ตาม (A Bola)

 – แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้มีการยื่นข้อเสนอเงินจำนวน 89 ล้านยูโร (ประมาณ 3,293 ล้านบาท) ไปให้ แอตเลติโก มาดริด พิจารณา สำหรับการขอซื้อตัว โฮเซ่ คิเมเนซ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งทีมชาติอุรุกวัย ทว่าถูกปฎิเสธทันควัน เนื่องจาก "ตราหมี" ไม่ยอมขาย คิเมเนซ ในราคาที่ต่ำกว่า 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,440 ล้านบาท) (AS)

 – ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะรอจนถึงช่วงสัปดาห์สุดท้ายของตลาดนักเตะรอบนี้ ก่อนยื่นข้อเสนอทาบซื้อ ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์จอมเทคนิคของ บาเยิร์น มิวนิค อย่างเป็นทางการ (Talksport)

 – เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ได้เล็ง เดนิส ซากาเรีย กองกลางเลือดสวิสของ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เป็นแข้งเป้าหมายสำหรับการเสริมทัพช่วงปีหน้า (Bild)

 – ดิว็อค โอริกี้ หัวหอกสำรอง "หงส์แดง" กำลังได้รับความสนใจจาก แอสตัน วิลล่า, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด, ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และ ฟูแล่ม รวมถึงสโมสรยักษ์ใหญ่ลีกตุรกีอย่าง เฟเนร์บาห์เช่ (Mirror)

 – อาร์เซน่อล กำลังพิจารณาปล่อยตัว ลูคัส ตอร์เรร่า กองกลางทีมชาติอุรุกวัย ให้ โตริโน่ หรือไม่ก็ ฟิออเรนติน่า ยืมใช้งาน (Fabrizio Romano)
 
 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มีลุ้นได้ตัว วิลเลี่ยน โชเซ่ กองหน้าเลือดแซมบ้าของ เรอัล โซเซียดาด มาเสริมแนวรุก เนื่องจาก โซเซียดาด พร้อมพิจารณาปล่อยตัว หัวหอกวัย 28 ปี พ้นทีมซัมเมอร์นี้ (El Desmarque)

 – นอกจากนี้ "ไก่เดือยทอง" มีความสนใจที่จะคว้าตัว แดนนี่ อิงส์ หัวหอก เซาธ์แฮมป์ตัน มาเสริมแนวรุก (Football.London)

 – ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ หวังที่จะคว้าตัว ลีออน เบลีย์ ปีกจรวด ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาร่วมทีมก่อนปิดตลาด ถึงแม้ "ห้างขายยา" ตั้งค่าหัว ดาวเตะวัย 23 ปี ไว้สูงถึง 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,640 ล้านบาท) ก็ตาม (Sky Sports)

 – นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้มีการติดต่อไปยัง อาแอส โรม่า เพื่อขอยืมตัว เจงกิส อุนแดร์ ปีกทีมชาติตุรกี มาใช้งาน ขณะที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ก็มีความสนใจในตัว ดาวเตะวัย 23 ปี เช่นกัน (Inside Futbol)

 – แอสตัน วิลล่า กำลังจะได้ตัว แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่ กองหน้าจอมพลิ้ว โอลิมปิก ลียง มาร่วมทัพ หลังตกลงค่าตัวได้เรียบร้อยที่ 17 ล้านปอนด์ (ประมาณ 697 ล้านบาท) (Sky Sports)
 

 – เท่านั้นยังไม่พอ "สิงห์ผงาด" ยังหวังปิดดีลคว้าตัว มิลอต ราชิซ่า ดาวเตะ แวร์เดอร์ เบรเมน อีกราย (Birmingham Mail)

 – คริสตัล พาเลซ มีความมั่นใจว่าจะสามารถปาดหน้าหลายสโมสร ชิงตัว ซาอิด เบนราห์มา กองหน้า เบรนท์ฟอร์ด มาร่วมทีมได้สำเร็จ ในราคา 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) (Daily Mail)

 – โรดริโก้ เด ปอล ปีกทีมชาติอาร์เจนตินาของ อูดิเนเซ่ พร้อมที่จะย้ายร่วมก๊วน ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยตอนนี้เหลือแค่การตกลงค่าตัวระหว่างสองสโมสร ซึ่งคาดว่า อูดิฯ ต้องการระดับ 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

 – บาร์เซโลน่า ยังคงมอง เมมฟิส เดอปาย กองหน้าจอมพลิ้ว โอลิมปิก ลียง เป็นแข้งเป้าหมายหลัก และเตรียมยื่นข้อเสนอไปทาบซื้ออย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ หลังตกลงสัญญาส่วนตัวกับนักเตะได้เรียบร้อยตั้งแต่หลายวันก่อน (Fabrizio Romano)

 – อันซู ฟาติ ปีกดาวรุ่งคนเก่ง บาร์เซโลน่า ซึ่งเคยมีข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไม่ย้ายไปไหนในช่วงซัมเมอร์นี้ นอกจากนี้ บาร์ซ่า ยังคงไม่มีการยื่นข้อเสนอไปทาบซื้อ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม กองกลาง ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการ (Fabrizio Romano)

 – อาร์ตูโร่ วิดาล กองกลางชาวชิเลียนของ บาร์เซโลน่า ได้ตอบตกลงที่จะย้ายไปร่วมทีม อินเตอร์ มิลาน ด้วยราคาเพียงแค่ 500,000 ยูโร (ประมาณ 18.5 ล้านบาท) + โบนัส โดยที่ บาร์ซ่า จะช่วย "งูใหญ่" จ่ายค่าเหนื่อยส่วนหนึ่งของ วิดาล ในสัญญาปีสุดท้ายที่เหลือในถิ่น คัมป์ นู ด้วย (RAC 1)

 – วิดาล เตรียมเดินทางไปยังประเทศอิตาลีในวันนี้ เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายกับ อินเตอร์ ภายใน 48 ชั่วโมง (RAC 1)

 – อาแอส โรม่า จ่อได้ตัว อาร์เคดิอุสซ์ มิลิค กองหน้าเลือดโปลของ นาโปลี มาร่วมทีมในราคา 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) บวกโบนัสอีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท) (Radio Kiss Kiss)

– อย่างไรก็ตาม มิลิค ยังไม่ตอบตกลงที่จะย้ายไปร่วมทีม "จัลโล่รอสซี่" เนื่องจากยังคงแอบหวังที่จะได้ย้ายไป ยูเวนตุส ซึ่งถือเป็นสโมสรตัวเลือกแรกของเจ้าตัว (Sky Sport Italia)

 – ขณะที่ เอดิน เชโก้ หัวหอกตัวเก๋า อาแอส โรม่า มีแววที่จะได้ย้ายไป ยูเวนตุส เนื่องจากกุนซือ อันเดรีย ปีร์โล่ มอง เชโก้ เป็นกองหน้าเป้าหมายหลักเหนือ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิง บาร์เซโลน่า (Calciomercato)

 – อาแอส โรม่า พร้อมที่จะหยุดเจรจากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการขอซื้อตัว คริส สมอลลิ่ง ปราการหลังเลือดผู้ดี หลังมีแววที่จะได้ มารัช คุมบูลล่า เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่ง เฮลลาส เวโรน่า มาใช้งานแบบสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น พร้อมถือออปชั่นซื้อขาดในราคา 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) (Sky Sport Italia)

 – อนาคตของ ดาวิด อลาบา กองหลังสารพัดประโยชน์ บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและซับซ้อน โดยถึงแม้ปัจจุบัน อลาบา เหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียว และต้องการย้ายทีม แต่ "เสือใต้" ยังคงหวังที่จะเก็บ ดาวเตะทีมชาติออสเตรียวัย 28 ปี ไว้ใช้งานต่อ และต้องการจับขยายสัญญาออกไป (Fabrizio Romano)

พูดได้น่าสนใจ! “ติอาโก้” แจงเหตุผลที่เลือกซบลิเวอร์พูล

ติอาโก้ อัลกันตาร่า ดาวเตะป้ายแดง ลิเวอร์พูล พูดแล้ว ทำไมถึงเลือกย้ายมาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ พร้อมเผยชื่อสองคนดัง ที่มีส่วนกับการตัดสินใจครั้งนี้

ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางดาวดังคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตนเลือกย้ายมาร่วมทัพ "หงส์แดง" เพราะต้องการประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในแง่ของถ้วยรางวัล

ทั้งนี้ ลิเวอร์พูล ปิดดีลคว้าตัว ติอาโก้ มาจาก บาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 820 ล้านบาท) บวกออปชั่นอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 205 ล้านบาท) เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกัน 4 ปี

"เพราะท้ายที่สุดแล้ว เมื่อแต่ละปีผ่านพ้นไป คุณก็จะพยายามคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ และเมื่อคุณได้แชมป์ คุณก็อยากจะได้อีกเรื่อยๆ ซึ่งผมก็คิดว่า สโมสรแห่งนี้อธิบายตัวตนของผมได้เป็นอย่างดี ผมอยากจะประสบความสำเร็จให้ได้ในทุกเป้าหมายที่วางเอาไว้ อยากจะคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" ห้องเครื่องทีมชาติสเปนวัย 29 ปี กล่าว

พร้อมกันนั้น ติอาโก้ ยังเผยว่า ชาบี อลอนโซ่ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อดีตสองแข้งดัง ลิเวอร์พูล มีส่วนไม่น้อยกับการตัดสินใจย้ายทีมครั้งนี้ "แน่นอนเลยว่า นอกจากเรื่องฟุตบอลแล้ว เรื่องการชีวิตในเมืองก็สำคัญ ซึ่งบุคคลอย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ ชาบี อลอนโซ่ ช่วยผมเยอะมากในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ซึ่งมันเป็นอะไรที่ดีมากๆ"

 

เปิดรายละเอียดสัญญาติอาโก้-เบอร์เสื้อ-ค่าเหนื่อยระดับท็อป

เปิดรายละเอียดสัญญาของ ติอาโก้ อัลกันตาร่า หลังตกลงย้ายจาก บาเยิร์น มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เผยเซ็นยาว 4 ปี ได้เบอร์เก่าของ เดยัน ลอฟเรน และฟันค่าเหนื่อยระดับสูงสุดของสโมสร
    ลิเวอร์พูล บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชวัย 29 ปี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

    จากข่าวที่ออกมาตอนแรกระบุว่า ค่าตัวในการย้ายทีมอยู่ที่ 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม พอล จอยซ์ นักข่าวสาย "หงส์แดง" จาก เดอะ ไทม์ส รายงานว่า ทั้งสองทีมตกลงค่าตัวที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)  บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท)

    นอกจากนั้น จอยส์ ยังเผยว่า ติอาโก้ จะเซ็นสัญญากับ "หงส์แดง" เป็นเวลา 4 ปี หรือจนถึงปี 2024 เท่ากับช่วงเวลาที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน จะหมดสัญญาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ พอดี และจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สโมสรในรัสเซีย

    ขณะที่ เมลิสซ่า เรดดี้ ผู้สื่อข่าวของ อินดิเพนเดนต์ ชี้แจงว่า โบนัสแอดออน 5 ล้านปอนด์ ขึ้นอยู่กับการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงผลงานของ ลิเวอร์พูล จะไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลถ้วยยุโรป

    ด้าน เจมส์ เพียร์ซ เหยี่ยวข่าวสายตรง ลิเวอร์พูล จากหนังสือพิมพ์ ดิ แอธเลติก รายงานว่า ติอาโก้ จะได้ค่าเหนื่อยอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่งผลให้จะกลายเป็นนักเตะในทีมที่รับค่าจ้างมากสุดเท่ากับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์

ลิเวอร์พูลมีเซ็ง!ฟลิคเผยอนาคตติอาโก้-เปริซิช

แฟนบอล ลิเวอร์พูล ต้องไปฟัง ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น เปิดใจ ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ดาวิด อลาบา และ อิวาน เปริซิช ยังอยู่ในแผนการทำทีมของตัวเองอยู่หรือไม่ก่อนจะเปิดซีซั่นใหม่

ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืนยันว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ ดาวิด อลาบา ยังอยู่ในแผนการทำทีมของตัวเองก่อนเปิดฤดูกาล 2020/21 แต่จะปล่อย อิวาน เปริซิช กลับ อินเตอร์ มิลาน หลังหมดสัญญายืมตัว

ติอาโก้ มีข่าวจะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า หลังมีข่าว ลิเวอร์พูล อยากได้ และ ฟลิค ก็เคยยอมรับว่า นักเตะคงสวมชุด "เสือใต้" เป็นครั้งสุดท้ายไปแล้วในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วน อลาบา ก็มีข่าวอาจลาทีมเหมือนกัน หลัง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามให้ความสนใจ

อย่างไรก็ตาม ฟลิค เผยในงานโชว์ถ้วย 3 แชมป์เมื่อวันพุธที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า "สถานการณ์ไม่ง่าย ตราบเท่าที่พวกเขา (ติอาโก้, อลาบา) ยังอยู่ในทีมของเรา ผมก็มีแผนใช้งานพวกเขาทั้งคู่"

ส่วนในรายของ เปริซิช ปีกโครแอต นั้น ฟลิค ยืนยัน "เสือใต้" จะส่งตัวกลับ "งูใหญ่" เช่นเดียวกับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางบราซิเลียน ที่กลับ บาร์เซโลน่า และ อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า แบ็กขวาสแปนิช ที่กลับ เรอัล มาดริด พร้อมเสริมว่า "พวกเรากำลังทำงานเพื่อหานักเตะที่มีคุณภาพมาทดแทนในตำแหน่งเหล่านั้น"

เชลซีเน้นหนัก! “แวร์เนอร์” หน้าสังหาร,ไบรท์ตันมี “ลัลลาน่า” หนุนซัด

"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เตรียมเน้นหนักหวังเก็บชัยโดย ติโม แวร์เนอร์ พร้อมลงประเดิมเกมลีกอย่างเป็นทางการนัดแรกเกมบุกรัง ไบรท์ตัน ที่มี อดัม ลัลลาน่า ยืนหน้าต่ำประจำการจัด ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก) วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.)

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (นัดแรก)
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2563
ไบรท์ตัน   –   เชลซี
ถ่ายทอดสด
 : True Premier HD1 (เวลา : 02.15 น.)


สนาม : เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม

แกรม พ็อตเตอร์ เทรนเนอร์ไบรท์ตันพาทีมจบอันดับ 15 ในฤดูกาลที่แล้ว โดยเกมล่าสุด ”ทีมนกนางนวล” ลงสนามเจ๊าเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนไปแบบไร้สกอร์

    ความพร้อมในเกมนี้ พ็อตเตอร์ พร้อมส่งนักเตะป้ายแดงอย่าง อดัม ลันลาน่า ที่ได้ฟรีมาจากลิเวอร์พูล รวมไปถึง โจเอล เฟลท์แมน ปราการหลังจากอาแจ็กซ์

    ประตูยังคงใช้ แม็ทธิว ไรอัน นายทวารมือ 1 เฝ้าเสา แผงหลังสี่คนส่ง โจเอล เฟลท์แมน, เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์ และ แดน เบิร์น

    กลางสนามวาง ดาวี่ พร็อปเปอร์ ยืนคุมเกมคู่กับ อีฟส์ บิสซูม่า พร้อมส่ง ปาสกาล กรอสส์, อดัม ลันลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์ ช่วยประสานงานเกมรุก กับ นีล โมเปย์ หอกเลือดน้ำหอมที่ยืนหน้าเป้า

    แฟร้งค์ แลมพาร์ด เทรนเนอร์เชลซีพาทีมทำผลงานฤดูกาลที่แล้วมาได้อย่างยอดเยี่ยม เบียดแซง เลสเตอร์ ซิตี้ จบอันดับ 4 คว้าตั๋วไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ โดยนัดล่าสุด ”สิงโตน้ำเงินคราม” ลงฟาดแข้งกับไบรท์ตันจบกันไปที่ 1-1 

    หลังจากพ้นโทษแบนห้ามซื้อขายนักเตะ แลมพาร์ด ซื้อนักเตะเข้ามาเสริมกำลังอย่างบ้าคลั่ง โดยรายแรกที่ย้ายมาเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้แก่ ฮาคิม ซิเย็ค มิดฟิลด์ชาวดัตช์, ติโม แวร์เนอร์ ศูนย์หน้าจากแอร์เบ ไลป์ซิก, เบน ชิลเวลล์ แบ็กซ้ายจากเลสเตอร์ ซิตี้, ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กจากเปแอสเช และล่าสุด ไค ฮาแวร์ทซ์ มิดฟิลด์ จากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

    ความพร้อมในเกมนี้ แลมพาร์ด มีข่าวร้ายอยู่หน่อย อดใช้งาน มาเตโอ โควาซิช ที่ติดโทษแบนมาจากเกมเอฟเอ คัพ นัดชิง ส่วนพวกแข้งป้ายแดงที่พึ่งได้มาอย่าง เบน ชิลเวลล์, ติอาโก้ ซิลวา และ ฮาคิม ซิเย็ค ต่างยังไม่ฟิตลงสนาม

    การจัดทัพในเกมนี้ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า รับหน้าที่เฝ้าเสา แบ็กขวารับหน้าที่โดยกัปตัน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ส่วนทางซ้ายใช้ มาร์กอส อลอนโซ่ พร้อม คูร์ท ซูม่า ยืนเซนเตอร์แบ็กคู่ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ 

    กลางสนามส่ง จอร์จินโญ่ ประสานงานคู่  เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เกมรุกพร้อมส่ง ไค ฮาแวร์ทซ์, เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ที่ได้โอกาสลงเนื่องจาก คริสเตียน พูลิซิช ยังไม่ฟิตจากอาการบาดเจ็บ หน้าเป้าวาง ติโม แวร์เนอร์ ที่ยิงประเดิมสนามในสีเสื้อเชลซีไปแล้วในเกมอุ่นเครื่อง


นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
    
    ไบรท์ตัน (4-2-3-1): แม็ทธิว ไรอัน – โจเอล เวลท์แมน, เบน ไวท์, ลูอิส ดังค์, แดน เบิร์น- ดาวี่ พร็อปเปอร์, อีฟส์ บิสซูม่า- ปาสกาล กรอสส์, อดัม ลัลลาน่า, เลอันโดร ทรอสซาร์ –  นีล โมเปย์
    เทรนเนอร์ : แกรม พ็อตเตอร์

    เชลซี (4-2-3-1): เกปา อาร์รีซาบาลาก้า – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่ – ไค ฮาแวร์ทซ์,  เมสัน เมาน์ท, คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย – ติโม แวร์เนอร์
    เทรนเนอร์: แฟร้งค์ แลมพาร์ด
 
    ผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน

 

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
29/08/20    กระชับมิตร ไบรท์ตัน 1-1 เชลซี
01/01/20    พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน 1-1 เชลซี
28/09/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 2-0 ไบรท์ตัน
04/04/19    พรีเมียร์ลีก เชลซี 3-0 ไบรท์ตัน
16/12/18    พรีเมียร์ลีก ไบรท์ตัน 1-2 เชลซี

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
ไบรท์ตัน

05/09/20 เสมอ เวสต์บรอมวิช 0-0 (เหย้า) กระชับมิตร 
29/08/20 เสมอ เชลซี 1-1 (เหย้า) กระชับมิตร 
26/07/20 ชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/07/20 เสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
16/07/20 เสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เชลซี
29/08/20 เสมอ เวสต์บรอมวิช 1-1 (เยือน) กระชับมิตร 
09/08/20 แพ้ บาเยิร์น มิวนิค 1-4 (เยือน) ชปล. 
01/08/20 แพ้ อาร์เซน่อล 1-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ 
26/07/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
22/07/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-5 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

ฟลิคยินดีลิเวอร์พูลได้ติอาโก้-เสียดายเสียยอดแข้ง

ยินดีด้วย! ฮันซี่ ฟลิค เทรนเนอร์ บาเยิร์น ชี้ ลิเวอร์พูล ได้ของดีไปร่วมทีม หลังตกลงดึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ไปเข้าถิ่น แอนฟิลด์ พร้อมรับเสียดายที่ "เสือใต้" ต้องเสียนักเตะชั้นยอด
    ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่แห่งศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ร่วมแสดงความยินดีกับ ลิเวอร์พูล ที่สามารถบรรลุข้อตกลงคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสเปน ไปเสริมทัพ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ที่ผ่านมา

    มิดฟิลด์วัย 29 ปี ตกลงสัญญา 4 ปีกับ "หงส์แดง" ส่วนค่าตัวอยู่ที่ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท)  บวกกับโบนัสตามเงื่อนไขอีก 5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 200 ล้านบาท) และคาดว่า จะได้ใส่เสื้อเบอร์ 6 แทน เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังชาวโครแอต ที่เพิ่งย้ายไปอยู่กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

    ฟลิค เผยในงานแถลงข่าวก่อนเกมนัดเปิดสนาม บุนเดสลีกา กับ ชาลเก้ 04 ในวันศุกร์ที่ 18 ก.ย.นี้ ว่า "ติอาโก้ เป็นผู้เล่นที่เยี่ยมยอด และมีความสำคัญสำหรับพวกเราอย่างมาก สตาฟฟ์โค้ชของผม และผมสนุกมากกับการได้ร่วมงานกับเขา"

    "มันเป็นความรู้สึกสะเทือนใจมากตอนที่พวกเรากล่าวอำลา  ผมสามารถทำได้แค่แสดงความยินดีกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากพวกเขาได้ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมไปร่วมทีม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการที่เขาเป็นเป็นคนดีมากๆ ติอาโก้ ช่วยให้ทีมมีทางเลือกเยอะ และทำให้เราเป็นทีมที่คาดเดาได้ยาก"

    "เขาช่วยแก้ปัญหาหลายอย่างได้ในแบบที่คุณคาดไม่ถึงเลย ตอนนี้เราต้องเสียนักเตะชั้นยอดไปอีกคน เราพูดคุยกับ ฮาซาน ซาลิฮามิดซิช (ผู้อำนวยการกีฬาสโมสร) และเราก็มั่้นใจว่า เราสามารถทำอะไรได้ เรามองในแง่ดี และเรามีเกมแรกรออยู่ในวันพรุ่งนี้ เราต้องมีสมาธิ เรามีทีมที่ดีซึ่งจะทำให้เราชนะเกมนี้ได้" นายใหญ่ "เสือใต้" ทิ้งท้าย

    ขณะที่ คาร์ล-ไฮน์ซ รุมเมนิกเก้ ประธานบริหาร "เสือใต้" เผยว่า "ผมสามารถยืนยันได้ว่า บาเยิร์น บรรลุข้อตกลงกับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงเช้านี้ มันเป็นความปรารถนาอย่างยิ่งของ ติอาโก้ ที่จะไปทำสิ่งใหม่ๆ ในช่วงปลายอาชีพของเขา"

ปลื้ม!โรเบิร์ตสันเผยไอดอลชมตนแบ็กซ้ายดีสุดในโลก

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ระบุ ตอนที่เล่นศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้น ฟิลิเป้ หลุยส์ ถึงขั้นชมตนเลยว่าตนเป็นแบ็กซ้ายที่เก่งที่สุดของโลก และมันก็ทำให้ตนดีใจสุดๆ เพราะว่า หลุยส์ เป็นหนึ่งในขวัญใจของตน
   
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายคนเก่งของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า ฟิลิเป้ หลุยส์ อดีตฟูลแบ็ก แอตเลติโก มาดริด และ เชลซี เคยชมตนต่อหน้าเลยว่าตนเป็นแบ็กซ้ายที่เก่งที่สุดของโลก

    โรเบิร์ตสัน กับ หลุยส์ ได้ดวลกันในนัดชิงชนะเลิศของศึกชิงแชมป์สโมสรโลกเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปีก่อน หลังจากที่ ลิเวอร์พูล กับ ฟลาเมงโก้ โคจรมาเจอกันในนัดชิงดำ ก่อนที่ "หงส์แดง" จะชนะไป 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษจากประตูชัยของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในนาทีที่ 99

    แข้งชาวสกอตต์กล่าวในหนังสือของเขาที่ชื่อว่า "ร็อบโบ้ : นาว ยูอาร์ กอนน่า บีลีฟ อัส" (ROBBO: NOW YOU RE GONNA BELIEVE US) ว่า "หลังจากเสียงนกหวีดจบเกมการแข่งขันดังขึ้นแล้วน่ะผมก็ตรงไปหาฟูลแบ็กคนหนึ่งของ ฟลาเมงโก้ อย่างรวดเร็วเพื่อที่จะได้คุยกับเขา แต่คนที่ผมพูดถึงนี่ไม่ใช่ ราฟินญ่า หรอกนะ แน่นอนว่าเรา (โรเบิร์ตสัน หมายถึงตัวเองกับ ราฟินญ่า) ดวลกันแบบสนุกหลายครั้งในระหว่างการแข่งขัน แต่คนที่ผมอยากคุยด้วยมากๆ คือ ฟิลิเป้ หลุยส์ ฟูลแบ็กอีกคนหนึ่งต่างหาก"

    "หลุยส์ เป็นหนึ่งในนักเตะในตำแหน่งเดียวกับผมที่ผมชื่นชอบมากๆ เช่นเดียวกับนักเตะอย่าง ปาทริซ เอวร่า, แอชลี่ย์ โคล รวมถึง แจ็คกี้ แม็คนามาร่า และ ทอม บอยด์ ของ เซลติก ผมเคยตามดูเขาเล่นอยู่เป็นประจำในตอนที่เขาอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด และผมก็ชอบทุกอย่างเกี่ยวกับเขา"

    "ตอนนั้นผมตรงไปหาเขา, พูดปลอบเขาเกี่ยวกับผลการแข่งขัน และตอนที่ผมกำลังจะแสดงความยินดีกับการที่เขามีอาชีพการค้าแข้งที่ยอดเยี่ยมน่ะเขาก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อนว่า -นายเป็นแบ็กซ้ายที่เก่งที่สุดในโลกเลย- มันทำให้ผมดีใจมากๆ มันมีความหมายกับผมสุดๆ หลังจากนั้นผมก็ไปพูดเรื่อง เฟลิเป้ กับทาง อาลี่ (อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียนของ ลิเวอร์พูล) เพราะเขาเป็นหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาในบราซิล แล้วเขาก็เล่าให้ผมฟังว่าเขา (หลุยส์) เป็นคนที่ยอดเยี่ยมมากแค่ไหน"

    "การได้รับการยกย่องจากคนที่เคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในระดับสูงสุดมาหลายปีมันมีความหมายมากๆ คำพูดของเขามันทำให้ผมเซอร์ไพรส์สุดๆ ซึ่งมันอาจจะเป็นสิ่งที่ช่วยสื่อถึงบางอย่างเกี่ยวกับผม (ในสายตาของคนอื่น) ได้ ปกติแล้วคุณจะไม่ปล่อยให้ตัวเองมีความเชื่อในเรื่องอะไรก็ตาม แต่พอมันออกมาจากปากของคนอย่างเขาแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่จริงแล้ว เฟลิเป้ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะพูดแบบนั้นออกมาเลยนอกจากว่าเขาจะคิดแบบนั้นจริงๆ"

แผนไหนก็โหด ! เปิด 3 ระบบ คล็อปป์ ใช้ ติอาโก้ ปั้นเกม ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล กำลังจะเซ็นสัญญากับ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชาวสแปนิชจาก "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่ทั้งสองสโมสรตกลงเรื่องค่าตัวได้แล้ว ซึ่งถือว่านี่คือจิ๊กซอว์สำคัญที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากได้มาเสริมแกร่งให้ได้
    ดาวเตะเลือดกระทิงดุ วัย 29 ปี ตกเป็นข่าวพร้อมที่จะอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า มาตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากต้องการออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ หลังอยู่กับ "เสือใต้" มาตั้งแต่ปี 2013 และเหลือสัญญาอีกแค่ปีเดียวเท่านั้น  โดยในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ในการย้ายทีมยังไม่แน่นอน เพราะติดแค่เรื่องค่าตัวนักเตะเท่านั้น

    อย่างไรก็ตามตอนนี้ดูเหมือนเรื่องทุกอย่างจะได้บทสรุปเรียบร้อยแล้ว โดยมีรายงานจากสื่อหลายสำนึกที่ออกไปในทิศทางเดียวกันว่า "เดอะ เร้ดส์" ยินดีจ่ายค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ราว 760 ล้านบาท) และเงื่อนไขพิเศษอีก 7 ล้านปอนด์ (ราว 266 ล้านบาท) ให้กับ บาเยิร์น ซึ่งยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียก็พอใจกับข้อเสนอนี้

    ฉะนั้นตอนนี้ก็เหลือแค่ขั้นตอนในการตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ "เดอะ เร้ดส์" เท่านั้น โดยหากนักเตะมาสวมชุด "หงส์แดง" นั่นจะทำให้ คล็อปป์ มีทางเลือกมากยิ่งขึ้นในการนำทีมเก็บชัยชนะทั้งในพรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมทั้งฟุตบอลถ้วยภายในประเทศ

    ด้วยเหตุนี้ เอ็กซ์เพรส สปอร์ต สื่อดังในอังกฤษ จึงได้ลองสวมบทเป็นกุนซือเลือดด๊อยท์ช ในการจัดแผนให้กับทีมเมื่อพวกเขาได้ ติอาโก้ มาเสริมแกร่ง ซึ่งต้องยอมรับว่าแต่ละแผน คงทำให้บรรดาคู่แข่งต้องหนาวๆ ร้อนๆ เมื่อมีคิวปะทะ แชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 19 สมัย ในฤดูกาล 2020/2021

แผน 1 : โรเตชั่นแผงกองกลาง

    ทันทีที่ ติอาโก้ ย้ายมาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ คงทำให้ คล็อปป์ เปลี่ยนผู้เล่นให้เหมาะกับระบบ 4-3-3 ซึ่งระบบนี้ทำให้เขาประสบความสำเร็จมาตลอดช่วงเวลาที่ทำหน้าที่ผู้จัดการทีม อย่างไรก็ตามคาดว่า นายใหญ่ชาวเยอรมัน น่าจะเลือกใช้แผงมิดฟิลด์แบบผสมผสานเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของ สตาร์ดังทีมชาติสเปน

    เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา "หงส์แดง" ใช้แผงกลางได้แก่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม และ ฟาบินโญ่ ลงเล่นหลายเกม ส่วน นาบี เกอิต้า กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน คอยทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมได้อย่างดีเยี่ยม บางครั้งก็ได้รับโอกาสลงเล่นตัวจริงเช่นกัน

    ดังนั้นหาก ติอาโก้ มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการ งานนี้ดูเหมือนว่าเขาคงจะได้ทำหน้าที่เป็นหัวใจในแดนกลางให้กับ "หงส์แดง" ซึ่งนั่นหมายความว่าหนึ่งในผู้เล่นตัวจริงที่ได้รับโอกาสลงสนามมาตลอด อาจจะต้องโดนถอดออกไปนั่งอยู่ในซุ้มม้านั่งสำรอง

    เกอิต้า ซึ่งไม่ค่อยได้ลงเล่นมากนักเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา เพิ่งได้โอกาสลงเล่นตัวจริงในเกมเฉือน ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-3 มีโอกาสที่จะได้รับความไว้วางใจจาก คล็อปป์ ให้ลงเล่นมากยิ่งขึ้นในฤดูกาลปัจจุบัน แต่กระนั้น ฟาบินโญ่ ก็ยังคงเป็นตัวเลือกต้นๆ ของ คล็อปป์ อยู่ดี ฉะนั้นนักเตะที่จะต้องไปนั่งตบยุงในซุ้มม้านั่งสำรองก็คงเป็น ดาวเตะชาวกีนี และ ไวจ์นัลดุม ที่เหลือสัญญาในถิ่นแอนฟิลด์เพียง 1 ปีเท่านั้น และมีข่าวลือมาตลอดว่า บาร์เซโลน่า อยากได้ตัวไปร่วมทีม

    ในส่วนของ เฮนเดอร์สัน ที่ตอนนี้หายขาดจากอาการบาดเจ็บแล้ว ก็เพิ่งลงทำหน้าที่บัญชาการในแดนกลางให้กับทีมในแมตช์เปิดซีซั่นเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว และแน่นอนว่า "กัปตันเฮนโด้" ยังคงเป็นหัวใจในแดนกลางของทีมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ระบบ 4-3-3

แผนไหนก็โหด ! เปิด 3 ระบบ คล็อปป์ ใช้ ติอาโก้ ปั้นเกม ลิเวอร์พูล
ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่ , ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
แผน 2 : จับ ฟาบินโญ่ เล่นเซนเตอร์แบ็ก

    สำหรับออปชั่นที่สองที่ คล็อปป์ จะนำมาใช้ในกรณีที่ ติอาโก้ มาร่วมทีม นั่นก็คือการให้เขาทำหน้าที่บัญชาเกมแดนกลางร่วมกับ เฮนเดอร์สัน และโยก ฟาบินโญ่ ไปทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กคู่กับ ฟาน ไดค์ ซึ่งมิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนก็เคยรับบทบาทนี้มาบ้างแล้วกับต้นสังกัด

    สตาร์ลูกหนังทีมชาติบราซิล เคยมีประสบการณ์ในการทำหน้าที่เป็นแบ็กขวา และปราการหลังตัวกลางมาแล้ว ที่สำคัญเขายังสามารถเล่นร่วมกับ แนวรับทีมชาติฮอลแลนด์ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนี่ถือเป็นออปชั่นในแนวรับให้กับทีม หลัง เดยัน ลอฟเรน แยกทางกับสโมสรเมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ ส่วน เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก กับ คี-ยาน่า ฮูแฟร์ ยังต้องเรียนรู้อีกเยอะเพื่อรอโอกาสของเขาในอนาคต

    ในส่วนของ โจ โกเมซ ที่มักจะเป็นตัวเลือกแรกของ คล็อปป์ ในการจับลงเล่นเซนเตอร์แบ็กกับ ฟาน ไดค์ แต่แน่นอนว่านักเตะอาจจะไม่สามารถลงเล่นได้ทุกเกม ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีออปชั่นเสริมในแผงแนวรับเพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน

    จะว่าไปแล้วบทบาทแบบนี้ ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ที่เกิดมาจากตำแหน่งกองกลาง ก็เคยต้องไปเยือนเป็นกองหลังสมัยที่เล่นให้ บาร์เซโลน่า และ ฆาบี มาร์ติเนซ ตอนอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ก็เช่นกันซึ่งทั้งสองคนทำผลงานได้อย่างสมบูรณ์แบบซะด้วย ส่วน ฟาบินโญ่ ก็เคยทำหน้าที่เซนเตอร์แบ็กจำเป็นในแมตช์ดวล ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน กับ บาเยิร์น เมื่อช่วงหลายซีซั่นที่ผ่านมา

ระบบ 4-3-3

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่ , เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่
 
แผน 3 : จับ ติอาโก้ สวมบทบาทโฮลดิ้งมิดฟิลด์

    สำหรับออปชั่นนี้ต้องบอกเลยว่า คล็อปป์ คงคิดเอาไว้ในใจเช่นกัน เพราะการจับ ติอาโก้ มาสวมบทบาทโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ เคียงข้าง เฮนเดอร์สัน ยิ่งทำให้ ลิเวอร์พูล แผงกองกลางที่แข็งแกร่งเป็นทวีคูณ ที่สำคัญการคุมจังหวะเกมของ สตาร์ลูกหนังแดนกระทิงดุ คงมีประโยชน์กับ  "เดอะ เร้ดส์" มากๆ

    ติอาโก้ แสดงศักยภาพด้านนี้ให้เห็นอย่างเด่นชัดช่วงที่เล่นให้กับ บาเยิร์น โดยเฉพาะเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาเขาสร้างผลงานที่โดดเด่นชนิด "เสือใต้" กลายเป็น "เสือติดปีก" บินฉิวคว้าแชมป์บุนเดสลีกา, เดเอฟเบ โพคาล และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงให้กับแฟนบอลแคว้นบาวาเรียได้เชยชมก่อนจากลา

     ฟอร์มของ ติอาโก้ ในเกมลีกสูงสุดเมืองเบียร์ ระบุให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านจากสถิติที่เจ้าตัวทำได้โดยเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งถึง 85.5 เปอร์เซนต์ ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ ฉะนั้นหากนักเตะจับคู่กับ "เฮนโด้"  คงทำให้กองกลางของ "หงส์แดง" แน่นปึ้กสุดๆ

    ในขณะเดียวกับ คล็อปป์ คงจับ เกอิต้า ลงเล่นอยู่หน้า ติอาโก้ กับ เฮนเดอร์สัน โดยให้เขาทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุก คอยเป็นกำลังสนับสนุนในการป้อนบอลให้ ซาลาห์, ฟีร์มีโน่ และ มาเน่ ส่วน ทาคูมิ มินามิโนะ จะเป็นยางอะไหล่สำคัญที่ลงมาเปลี่ยนเกมในกรณีที่ เกอิต้า หรือ ฟีร์มีโน่ เกิดฟอร์มหลุด
 
ระบบ 4-2-3-1

ผู้รักษาประตู : อลีสซง เบ็คเกอร์

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฟาบินโญ่ , เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

โฮลดิ้งมิดฟิลด์  : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองกลาง :  โมฮาเหม็ด ซาลาห์,นาบี เกอิต้า, ซาดิโอ มาเน่

กองหน้า :  โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

น้องใหม่ล่าชัย! ลีดส์จัดทัพใหญ่รับมือฟูแล่มใส่2แข้งใหม่บู๊

ศึกสองน้องใหม่ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด พร้อมเปิดศึก "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม หลังปราชัยเกมประเดิมลีกสูงสุดมาทั้งคู่ ความพร้อมเกมนี้ของทั้งคู่เป็นอย่างไร แนวโน้มทีมตัวจริงใครได้ลงสนามบ้างไปดูกัน

    ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 
    ลีดส์ ยูไนเต็ด – ฟูแล่ม
    ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 21.00 น.)

    สนาม : เอลแลนด์ โร้ด 

 

    มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซืออาร์เจนไตน์มากประสบการณ์สูงของลีดส์ ยูไนเต็ด พาทีมออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ ด้วยการบุกไปพ่ายลิเวอร์พูลหวุดหวิด 3-4 แต่เป็นการแพ้ที่สร้างความประทับใจให้แฟนๆอย่างเต็มที่ ก่อนผิดหวังต่อเนื่อง จากการแพ้จุดโทษฮัลล์ ซิตี้ หลังเสมอ 1-1 ใน 90 นาทีตกรอบลีก คัพไปอีก  

    ความพร้อมเกมนี้ คุณลุงบิเอลซ่าต้องลุ้นความพร้อมของเลียม คูเปอร์ กองหลังกัปตันทีมที่มีอาการเจ็บน่องรบกวน ส่วนอดัม ฟอร์ชอว์ ที่เจ็บสะโพกยังต้องพักยาว

    การจัดทัพก็แน่นอนว่าต้องมีการปรับ หลังแกเปลี่ยนยกชุดทั้ง 11 ตัวเมื่อมิดวีก เพื่อเปิดโอกาสให้พวกตัวสำรองและดาวรุ่งได้ลงสนามกันอย่างเต็มที่  

    ทำให้บรรดาตัวหลัก ซึ่งสร้างความลือลั่นที่แอนฟิลด์ ไม่ว่าจะเป็นลุค อายลิ่ง กัปตันทีม, โรบิน ค็อค, คัลวิน ฟิลลิปส์, เอลแดร์ กอสต้า, มาเตอุสซ์ คลิช, แจ็ค แฮร์ริสัน และ แพทริค แบมฟอร์ด ต่างพร้อมคัมแบ็กตามปกติ 

    ฝั่ง สกอตต์ พาร์เกอร์ กุนซือฟูแล่ม พาทีมออกสตาร์ทได้อย่างน่าผิดหวังแพ้อาร์เซน่อลคารัง 0-3 แต่เรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้เล็กน้อย หลังบุกไปเชือดอิปสวิช 1-0 ในเกมลีก คัพ 

    สภาพทีมเกมนี้ สกอตตี้ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่ก็จะมีการปรับจากเมื่อมิดวีกแน่นอน 

    พวกแกนหลักที่ได้พัก อย่างทิม รีม, ไมเคิ่ล เฮ็คเตอร์, โจ ไบรอัน, ทอม แคร์นี่ย์ กัปตันทีม, จอช โอโนมาห์ และ อิวาน กาวาเลยโร่ ต่างพร้อมคัมแบ็ก   

    ส่วน 2 แข้งใหม่ที่ได้ประเดิมไปแล้วในเกมลีก คัพ ทั้งอัลฟงส์ อเรโอล่า ประตูทีมชาติฝรั่งเศส และ เคนนี่ เตเต้ แบ็กขวาฮอลแลนด์ น่าจะได้ยึดตัวจริงต่อเนื่อง

    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ลีดส์ ยูไนเต็ด (4-1-4-1) : อิลล็อง เมสลิเย่ร์ – ลุค อายลิ่ง, โรบิน ค็อค, ปาสกาล สตรุยจ์ค, สจ๊วร์ต ดัลลัส – คัลวิน ฟิลลิปส์ – เอลแดร์ กอสต้า, ปาโบล เอร์นานเดซ, มาเตอุสซ์ คลิช, แจ็ค แฮร์ริสัน – แพทริค แบมฟอร์ด 
    ผู้จัดการทีม : มาร์เซโล่ บิเอลซ่า   

    ฟูแล่ม (4-2-3-1) : อัลฟงส์ อเรโอล่า – เคนนี่ เตเต้, ทิม รีม, ไมเคิ่ล เฮ็คเตอร์, โจ ไบรอัน – แฮร์ริสัน รีด, ทอม แคร์นี่ย์ – นีสเก้นส์ เกบาโน่, จอช โอโนมาห์, อิวาน กาวาเลยโร่ – อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช  
    ผู้จัดการทีม : สกอตต์ พาร์เกอร์ 

    ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์ 

    ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

    27/06/20 ลีดส์ ยูไนเต็ด 3 – 0 ฟูแล่ม (แชมเปี้ยนชิพ)
    21/12/19 ฟูแล่ม 2 – 1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)
    04/04/18 ฟูแล่ม 2 – 0 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)
    16/08/17 ลีดส์ ยูไนเต็ด 0 – 0 ฟูแล่ม (แชมเปี้ยนชิพ)
    08/03/17 ฟูแล่ม 1 – 1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)

    ผลงาน 5 นัดหลังสุด

    ลีดส์ ยูไนเต็ด 
    17/09/20 เสมอ ฮัลล์ ซิตี้ 1-1 (เหย้า) ลีก คัพ 
    12/09/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
    01/09/20 แพ้ สโต๊ค ซิตี้ 0-3 (เยือน) กระชับมิตร 
    23/07/20 ชนะ ชาร์ลตัน 4-0 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ
    19/07/20 ชนะ ดาร์บี้ 3-1 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ

    ฟูแล่ม 
    17/09/20 ชนะ อิปสวิช 1-0 (เยือน) ลีก คัพ  
    12/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
    29/08/20 เสมอ เอ็มเค ดอนส์ 2-2 (เหย้า) กระชับมิตร 
    05/08/20 ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 (สนามกลาง) แชมเปี้ยนชิพ
    31/07/20 แพ้ คาร์ดิฟฟ์ 1-2 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ

 

เพราะอะไร?ตอร์เรสเปิดใจสาเหตุที่ต้องอำลาลิเวอร์พูล

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตหัวหอกคนดัง เปิดอก สาเหตุที่ทำให้ตนบอกลา ลิเวอร์พูล ก็เพราะช่วงนั้นอยากได้แชมป์มากๆ และ "หงส์แดง" ก็อยู่ในสภาพที่เหมือนกับว่าต้องทำทีมหลายปีกว่าที่จะมีทีมที่แข็งแกร่งพอสำหรับการลุ้นแชมป์ พร้อมรับว่าตนพลาดเองที่ไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้

เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตกองหน้าคนดัง เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปอยู่กับ เชลซี คู่แข่งร่วมลีกก็เพราะตอนนั้นต้องการคว้าแชมป์มาครองให้ได้มากๆ

ตอร์เรส ย้ายจาก แอตเลติโก มาดริด มาอยู่กับ ลิเวอร์พุล เมื่อปี 2007 ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นจนถึงขั้นทำประตูให้ทีมไป 72 ประตูตลอดช่วง 3 ฤดูกาลแรกกับทีม ส่งผลให้เขาเป็นขวัญใจของ "เดอะ ค็อป" หลายคน อย่างไรก็ตาม ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2010 เขาตกเป็นข่าวว่าอยากบอกลา แอนฟิลด์ สุดๆ และในช่วงเดียวกันนั้น จอร์จ ยิลเล็ตต์ กับ ทอม ฮิคส์ เจ้าของทีม ลิเวอร์พูล ก็จำเป็นต้องขายทีมเหมือนกัน หลังจากที่ตอนนั้นพวกเขามีหนี้ก้อนโต

แม้ว่าเขาจะยังอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในช่วงครึ่งแรกของฤดูกาล 2010-11 แต่สุดท้ายแล้ว ตอร์เรส ก็ย้ายไปซบ เชลซี ในช่วงเดือนมกราคม ปี 2011 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่กับที่นั่น เพราะทำได้เพียง 45 ประตูจากการลงเล่น 172 นัดในทุกรายการ แต่เขาก็ยังได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก กับ เอฟเอ คัพ ร่วมกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" อย่างละ 1 สมัย ต่างกับตอนอยู่ ลิเวอร์พูล ที่ไม่ได้แชมป์เลย

อดีตแข้งวัย 36 ปี ให้สัมภาษณ์กับ ทอล์คสปอร์ต สื่อรายหนึ่งว่า "ที่จริงตอนนั้นผมมีความสุขกับที่ ลิเวอร์พูล มากๆ แต่ถ้าคุณจำกันได้น่ะตอนนั้นกำลังจะมีการขายสโมสร และพวกเขาก็กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก พวกเขาขายนักเตะชั้นยอดทุกคน ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ย้ายออกไป, ชาบี อลอนโซ่ ก็ย้ายออกไป, ราฟาเอล เบนิเตซ ยังแยกทางกับทีมเลย แล้วพวกเขาก็เริ่มเอาบรรดานักเตะดาวรุ่งเข้ามาอยู่กับทีม นั่นหมายความว่าพวกเขาอาจจะจำเป็นต้องใช้เวลาถึง 5, 6 หรือ 7 ปีเพื่อที่จะสร้างทีมที่มีศักยภาพดีพอสำหรับการเป็นแชมป์ขึ้นมาอีกครั้ง และผมก็ไม่สามารถรอนานขนาดนั้นได้ เพราะที่ผมบอกลา แอตเลติโก ซึ่งเป็นเหมือนบ้านของผมมันก็เพราะผมอยากได้แชมป์"

"น่าเศร้าที่ตอนนั้นเจ้าของทีมในช่วงนั้นของ ลิเวอร์พูล โกหกหลายต่อหลายครั้ง และสุดท้ายแล้วผมก็จำเป็นต้องหาทางออกให้กับตัวเอง นั่นก็คือการไปอยู่กับ เชลซี พวกเขาเป็นสโมสรที่ผมคิดว่าจะสามารถทำให้ผมมีโอกาสคว้าแชมป์มาครองแบบเป็นกอบเป็นกำได้"

ตอร์เรส เสริมว่ามันเป็นความผิดของตนเองที่ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ เชลซี ได้ เพราะตนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้เร็วพอ แถมยังโชว์ฟอร์มได้ไม่คงเส้นคงวาอีก "มันอาจจะเป็นความผิดของผมเองที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมให้เร็วกว่านี้ได้ มันอาจจะมีบางช่วงที่ผมเล่นได้ดี แต่ผมก็ไม่คงเส้นคงวามากเท่าที่ควรเหมือนกัน และการอยู่กับทีมใหญ่อย่าง เชลซี น่ะ ถ้าคุณไม่สามารถทำผลงานที่คงเส้นคงวาได้ รวมถึงไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้ทุกสัปดาห์แล้วล่ะก็ คนอื่นก็จะเข้ามาและแย่งตำแหน่งของคุณไป"