อลีสซง,ฟานไดค์ทำพัง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกพ่ายอาร์เซน่อล

ถึงแม้ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้มาครองเรียบร้อย แต่การบุกไปแพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ถือว่าน่าเจ็บใจไม่น้อยสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะทุกอย่างมาพังจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของ 2 ผู้เล่น ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของทีม ทั้งๆ ที่รูปเกมเหนือกว่า และดูเข้าทางไปซะหมดตอนที่มีสกอร์นำ 1-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ "หงส์แดง" แต่ละคนที่ลงเล่นในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อลีสซง เบ็คเกอร์ : 4

นอกจากตลอดทั้งเกมไม่ได้เซฟแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว ความผิดพลาดของเจ้าตัวยังส่งผลให้ทีมกลับมาเป็นฝ่ายพลิกปราชัย ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังอย่างแรงสำหรับนายประตูหน้าหล่อชาวบราซิเลียน

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 6.5

เติมเกมรุกได้ดี มีจังหวะเปิดบอลเข้ากลางได้เสียว แต่โชคดีไม่น้อยเช่นกัน ที่ได้รับแค่ใบเหลืองจากจังหวะเข้าหนักใส่คู่แข่งช่วงครึ่งหลัง 

 – โจ โกเมซ : 7.5

ช่วยดักบอลสวยๆ หลายครั้ง เล่นได้นิ่ง ถือเป็นเกมที่เจ้าตัวช่วยแบกเกมรับได้ดี 

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตันทีม) : 5

รับไปเต็มๆ กับจังหวะส่งบอลคืนหลังไม่ดี จนนำไปสู่การเสียประตูตีเสมอ แถมการผ่านบอลก็ดูไม่ค่อยมั่นใจ ถือเป็นเกมที่ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานอย่างแรง

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7

แอสซิสต์สุดคมให้ มาเน่ กระทุ้งประตู 1-0 โดยรวมทำหน้าที่ของตัวเองได้โอเค ทั้งเกมรับและรุก

 – ฟาบินโญ่ : 6

ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน มีหลายครั้งที่เสียบอลง่าย แม้บางจังหวะช่วยเล่นเกมรับได้ดี 

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน : 6

มีโอกาสได้ทดสอบ มาร์ติเนซ แต่โดยรวมค่อนข้างเงียบ

– จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

เดินเกมแดนกลางได้ไม่เลว สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูถึง 4 หน

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 6.5

จริงๆ แล้วไม่ใช่เกมที่เลวร้าย แต่เหมือนเดิมคือ จบสกอร์ไม่คมในจังหวะที่ได้ยิงเน้นๆ

 – ซาดิโอ มาเน่ : 7.5

กดประตูขึ้นนำ 1-0 ได้เฉียบขาด และป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้เรื่อยๆ ถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นสุดของทีมในเกมนี้

 – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6

เชื่อมเกมได้อย่างโดดเด่น มีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตูนำ 1-0 แต่ก็ดีได้แค่ครึ่งทางครึ่งแรก จากนั้นก็หายไปจากเกม ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 61) : 6

มีความมุ่งมั่นดี และมีลุ้นทำประตูด้วย ทว่าโดยรวมสร้างความแตกต่างให้กับเกมไม่ได้มาก 

 – นาบี เกอิต้า (แทน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น. 62) : 6.5

ช่วยยกระดับเกมแดนกลางได้พอสมควร และมีโอกาสยิงไกลแบบได้ลุ้น

– เซอร์ดาน ชากิรี่ (แทน ซาลาห์ น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้ 

 – ดิว็อค โอริกี้ (แทน ไวจ์นัลดุม น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้

จาก “ก้อย” ถึง “ตูน” เพราะรักแหละถึงทำแบบนี้

ควันหลงหลัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ฟุตบอลลีก รอบ 30 ปี ยังมีประเด็นให้พูดถึงมากมายทั้งที่อังกฤษและเมืองไทย

   หนึ่งเรื่องราวน่ารัก ที่เป็นควันหลงการฉลองชัยแชมป์ เป็นเรื่องราวของคู่รักคนบันเทิงและศิลปินดัง อย่าง "ตูน-บอดี้สแลม" และ "ก้อย-รัชวิน" ซึ่งชอบดูและเชียร์ฟุตบอลทั้งคู่

    "สาวก้อย" สาวกหงส์แดง ได้โพสต์คลิปบรรยากาศหลังเกม ลิเวอร์พูล ทุบ สเปอร์ส ทีมรักของพี่ตูน 2-0 ในเกมนัดชิงแชมเปี้ยนลีก 2019 ลงอินสตาแกรม ของเธอ พร้อมระบุถึง "พี่ตูน" ว่า

    "We’re the champions my friends! คลิปนี้ ตอนลิเวอร์พูล ได้แชมป์เเชมเปี้ยนลีก ที่มาดริด เมื่อปีที่แล้ว เก็บไว้ไม่เคยลง เพราะเกรงใจคนที่มาด้วย

    "แต่วันนี้ ถึงเวลาแล้วค่ะ 30 ปีที่รอคอย เชียร์มาตั้งแต่ยุค รอย อีแวนส์ มีโปสเตอร์ เจมี่ เร้ดเเนปป์ ติดไว้บนหัวเตียง"

    "ขอแสดงความยินดีกับแฟนลิเวอร์พูลทุกคนนะคะ Your’ll never walk alone เย้ๆ #YNWA @Liverpoolfc ถ่ายโดยแฟนสเปอร์ @artiwara"

ฟานไดค์? แบร์นาร์ดเชื่อริชาร์ลิซอนไม่เคยกลัวใคร

แบร์นาร์ด ปีกชาวบราซิเลี่ยน ออกโรงให้การสนับสนุน ริชาร์ลิซอน ดาวเตะเพื่อนร่วมชาติ หลังรายหลังออกมาพูดถึง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ว่าไม่ใช่กองหลังที่ดีที่สุดในโลก

    ริชาร์ลิซอน ดาวยิงของ เอฟเวอร์ตัน ให้สัมภาษณ์ถึง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ยอดแนวรับของ ลิเวอร์พูล ว่าในมุมมองของตัวเอง ฟาน ไดค์ ไม่ได้ถึงขั้นเป็น 1 ใน 3 กองหลังที่เก่งที่สุดของโลก เพราะยังมี ติอาโก้ ซิลวา, มาร์กินญอส และ เซร์คิโอ รามอส ที่เก่งกว่า อีกทั้งยังกล่าวว่าตนเคยเลี้ยงผ่าน กองหลังชาวดัตช์มาได้แล้ว

    ทั้งคู่มีคิวลงเผชิญหน้ากันในศึก เมอร์ซี่ย์ ไซด์ คืนวันอาทิตย์นี้ ซึ่ง แบร์นาร์ด ปีกร่างเล็กของ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ออกมาให้การสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมว่าจะทำได้อย่างที่พูดไว้

    "ริชี่(ริชาร์ลิซอน) เก่งพอที่จะเป็นจุดเปลี่ยนระหว่างเกม เขาเป็นผู้เล่นที่มีความมั่นใจมากในกรอบเขตโทษ"

    "เขาไม่มีความกลัว และไม่เกรงที่จะลุยเข้าหาคู่แข่ง ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญสำหรับเขาคือการส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย"

    "นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาเป็นคนแบบนี้ แบบที่เป็นผู้เล่นที่อันตรายมากในเขตโทษ"

PL top scorers : อันดับดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20

อันดับดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 2019-20 ขับเคี่ยวกันอย่างสนุก ยากจะคาดเดาว่าใครจะเป็นผู้คว้ารางวัลรองเท้าทองคำในปีนี้ไปครอง
ลิเวอร์พูล อาจเข้าป้ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกค่อนข้างแน่นอนแล้ว แต่สำหรับรางวัลดาวซัลโวยังคงแย่งชิงกันอย่างดุเดือด

โกล อัพเดทความเคลื่อนไหวอันดับดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 2019-20 มาให้ท่านรับทราบ เพื่อร่วมลุ้นและคอยให้กำลังใจนักเตะที่ท่านชื่นชอบ

ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20
เจมี วาร์ดี้ กลับมาระเบิดฟอร์มเก่งอีกครั้งภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส และรั้งอันดับหนึ่งในเวลานี้ ตามติดมาด้วย ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สองเจ้าของตำแหน่งร่วมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ขณะที่กลุ่มที่ตามมาอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร, แดนนี อิงส์, ราอูล ฮิเมเนซ และ ซาดิโอ มาเน ยังคงมีลุ้นเช่นกัน 

*อัพเดทล่าสุดหลังเกมวันที่ 24 มิถุนายน

ลอฟเรนทำเหนื่อย! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกเสมอเอฟเวอร์ตัน

ลิเวอร์พูล ประเดิมนัดรีสตาร์ทด้วยการบุกเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ในศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ถือเป็นเกมที่นักเตะ "หงส์แดง" ยังเครื่องไม่ร้อน ส่วนหนึ่งมาจากความฟิตยังไม่เต็มร้อยและขาดนักเตะตัวหลักบางส่วน แต่ต้องชื่นชมแท็คติกเกมรับของ เอฟเวอร์ตัน ที่เล่นกันมีระเบียบจนลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เจาะไม่เข้า เราไปดูคะแนนของนักเตะลิเวอร์พูลในเกมนี้กัน
อลีสซง เบ็คเกอร์ 7

    ไม่มีงานตลอด 78 นาทีจนกระทั่งมาซุปเปอร์เซฟลูกไขว้ยิงของ คัลเวิร์ท-เลวิน และต่อมาก็เซฟลูกยิงระยะใกล้ของ ริชาร์ลิซอน ถือว่ายังมีสมาธิกับเกมค่อนข้างดี

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 6

    มีส่วนร่วมกับเกมรุกเยอะแต่การขาด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำให้การประสานงานทางฝั่งขวามีน้อย ลูกเปิดของเขาทำได้ต่ำกว่ามาตรฐาน มีโอกาสยิงฟรีคิกแต่แค่เฉียด

โฌแอล มาติป 6

    ออกสตาร์ทตัวจริงในลีกเป็นเกมแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม มีความนิ่งในการป้องกันเกมรับ เกือบโหม่งประตูจากลูกเปิดของ เทรนท์ ในครึ่งแรก โชคร้ายที่บาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนออกช่วงเกือบท้ายเกม

เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ 6.5

    ยังคงคุมแนวรับได้แข็งแกร่ง จัดการ คัลเวิร์ท-เลวิน และริชาร์ลิซอน ได้อยู่หมัด ทำให้เกมรุกของเอฟเวอร์ตันแทบไร้พิษสง

เจมส์ มิลเนอร์ 5

    โดนใบเหลืองหลังทำฟาวล์ใส่ ริชาร์ลิซอน แต่ช่วยประกบ อิโวบี้ ไม่ให้แผลงฤทธิ์ โดเปลี่ยนออกในครึ่งแรกเพราะบาดเจ็บ

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 6

    หัวใจในแดนกลางของหงส์แดง ช่วยให้ทีมครองบอลบุกอยู่เกือบข้างเดียว มีส่วนร่วมกับเกมเยอะ ยังเป็นคนเล่นบอลง่ายๆ แต่โดยรวมถือว่าไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก

ฟาบินโญ่ 6   

   โหม่งพลาดตอนต้นเกมจนเกือบทำให้ทีมเสียประตู เริ่มต้นเกมได้ค่อนข้างช้าแต่พอเล่นไปเรื่อยๆเริ่มมั่นใจ จ่ายบอลแม่นยำที่สุดในทีม 92.3% เกือบยิงฟรีคิกเข้าในช่วงท้ายเกม

นาบี เกอิต้า 6.5

    ออกสตาร์ทตัวจริงอย่างเซอร์ไพรส์ มีพาบอลขึ้นหน้าสวยๆ มีจังหวะทำชิ่งหนึ่งสองกับฟีร์มีโน่อย่างไหลลื่น แต่ยังมีอิทธิพลกับเกมน้อย จนกระทั่งถูกเปลี่ยนออก

ทาคุมิ มินามิโนะ 5

    สตาร์ทตัวจริงแทนที่ของ ซาลาห์ ช่วงครึ่งแรกมีจังหวะส่องไกลแบบได้ลุ้น แต่เล่นไปเล่นมายังเค้นฟอร์มไม่ได้และสร้างอันตรายแนวรับคู่แข่งได้น้อยจนถูกเปลี่ยนออกช่งงพักครึ่ง

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 6

    บอลมาถึงตัวค่อนข้างน้อย โอกาสที่ดีที่สุดในเกมคือการง้างยิงบริเวณหน้าเขตโทษในช่วงครึ่งแรกแต่ยิงน่าผิดหวัง

ซาดิโอ มาเน่ 6

    โดน เชมัส โคลแมน ตามประกบติด แต่ก็มีจังหวะที่เรียกใบเหลืองจาก คีน แม้จะดูมีส่วนร่วมกับเกมและความกระตือรือร้นแต่ถือเป็นเกมที่ค่อนข้างเงียบสำหรับเขา

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

โจ โกเมซ 7 (ลงมาแทน เจมส์ มิลเนอร์ น.43)

    ลงมาเล่นในตำแหน่งแบ็กซ้ายซึ่งไม่ค่อยถนัดนัก แต่ค่อนข้างทำได้ดี มีบล็อกลูกยิงของเดวิสทำให้ทีมไม่เสียประตูแบบเหลือเชื่อ

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 5 (ลงมาแทน ทาคุมิ มินามิโนะ  น.46)

    ไม่ได้ต่างกับตอน มินามิโนะ ในสนามเท่าไหร่ มีบทบาทน้อยเพราะทีมเน้นขึ้นฝั่งซ้ายมากกว่า

ดิว็อก โอริกี้ 5 (ลงมาแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น.65)

    เล่นทางฝั่งซ้ายแต่ยังลงมาเปลี่ยนเกมไม่ได้

จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม 6 (ลงมาแทน นาบี เกอิต้า น.65)

    บทบาทน้อยแต่ลูกจ่าย 10 ครั้งของเขาเข้าเป้าหมด

เดยัน ลอฟเรน 4 (ลงมาแทน โฌแอล มาติป น.73)

    ลงมาแล้วสร้างความปั่นป่วนในกองหลัง เจอ ริชาร์ลิซอน เบียดจนล้มแถมต่อมายังโดนล็อกหลอกจนลื่นล้มไปอีกหนึ่งที

ลิเวอร์พูลมีแววเสียมาเน่ แม้สัญญาเหลืออีกยาว

เรอัล มาดริด และ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง สองทีมยักษ์ใหญ่ทวีปยุโรป ต่างพร้อมทุ่มเงินจำนวน 150 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท เพื่อยื่นซื้อ ซาดิโอ มาเน่ จาก ลิเวอร์พูล

    เดอะ ซัน สื่อจากประเทศอังกฤษ รายงานว่า สองบิ๊กทีมอย่าง เรอัล มาดริด และ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ให้ความสนใจที่จะคว้าตัว ซาดิโอ มาเน่ ปีกความเร็วสูงของ ลิเวอร์พูล เข้ามาร่วมทัพ โดยพร้อมจ่ายเงินมหาศาลถึง 150 ล้านปอนด์  หรือประมาณ 5,700 ล้านบาท 

    แม้สัญญาของ มาเน่ กับ ลิเวอร์พูล จะหมดลงในปี 2023 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า ทว่าในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาการเจรจาต่อสัญญาฉบับใหม่ยังไม่บรรลุผล ซึ่งทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่แห่งถิ่น แอนฟิลด์ เป็นกังวลกับเรื่องนี้มาก เพราะดาวเตะทีมชาติเซเนกัลคือกำลังหลักบนแผงแนวรุกร่วมกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซึ่งเขาต้องการให้สโมสรแสดงความชัดเจนว่าจะรั้งตัว มาเน่ ไว้ต่อไปหรือไม่

    หากการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นไปได้ด้วยดี จะทำให้ มาเน่ อาจได้รับค่าเหนื่อยถึง 220,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 8.4 ล้านบาท ซึ่งเทียบเท่ากับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เพื่อนร่วมทีมที่ใกล้จะต่อสัญญากับทีมออกไป

    อย่างไรก็ตาม ตามรายงานระบุว่า คล็อปป์ ยังต้องการผู้เล่นระดับชั้นนำเข้ามาสู่ทีม แต่การที่ เปแอสเช ให้ความสนใจในตัว มาเน่ การที่จะดึง คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ หัวหอกดาวโรจน์ของทีมดังแห่งเมืองน้ำหอม เป็นข้อแลกเปลี่ยนก็อาจเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น

ลิเวอร์พูล,แมนยูเงิบ!เบนฟิก้าตั้งค่าหัว “วินิซิอุส” แพงเวอร์

เจอแบบนี้ ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงต้องถอย… หลุยส์ ฟิลิเป้ วิเอยร่า บอสใหญ่ เบนฟิก้า คอนเฟิร์มค่าตัวของ คาร์ลอส วินิซิอุส หัวหอกฟอร์มร้อน เรียบร้อย พร้อมโวมีบางสโมสรทาบทามเข้ามาแล้วด้วย
   
หลุยส์ ฟิลิเป้ วิเอยร่า ประธาน เบนฟิก้า สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมยร่า ลีกา โปรตุเกส ยืนยันว่า ทีมตนจะพิจารณาขาย คาร์ลอส วินิซิอุส กองหน้าตัวเก่ง ที่ราคา 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) เท่านั้น

    ฤดูกาลนี้ วินิซิอุส โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น หลังกระทุ้ง 20 ประตู จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 36 นัด จนมีข่าวได้รับความสนใจจาก ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ซึ่งล่าสุด บอสใหญ่ "เหยี่ยวลิสบอน" ยืนยันว่า มีสโมสรทาบทามเข้ามาแล้ว แต่ข้อเสนอยังไม่โดนใจ 

     "จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ผมได้รับข้อเสนอ 60 ล้านยูโร (ประมาณ 2,100 ล้านบาท) สำหรับการขอซื้อตัว วินิซิอุส แต่ผมไม่ขาย เพราะเขามีค่าตัวอยู่ที่ 100 ล้านยูโร" วิเอยร่า กล่าว

    ปัจจุบัน หัวหอกเลือดแซมบ้าวัย 25 ปี เหลือสัญญากับ เบนฟิก้า อีก 4 ปี

อุ่นเบาๆ! “คล็อปป์” หน้าบานฟอร์มลิเวอร์พูลเด็ดดอกกุหลาบ

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ยิ้มหน้าบานหลังเห็นลูกทีมโชว์ของเต็มสูบด้วยการไล่ทุบ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ครึ่งโหล ในเกมอุ่นเกือนที่แอนฟิลด์ เมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมขอบคุณ "กุหลาบไฟ" ที่ยินดีเดินทางมาที่นี่เพื่อจะได้ช่วยให้ทัพ "หงส์แดง" ได้มีโอกาสลับแข้งก่อนที่เกมลีกจะรีสตาร์ท ในสัปดาห์หน้า

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ยอมรับสุดประทับใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีมในแมตช์ไล่ทุบ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 6-0 ที่สนามแอนฟิลด์ ในเกมอุ่นเครื่อง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา

สำหรับแมตช์นี้เป็นการแข่งแบบปิดสนาม โดยในครึ่งแรก "เดอะ เร้ดส์" ได้ 3 ประตูจาก ซาดิโอ มาเน่, นาบี เกอิต้า และ ทาคูมิ มินามิโนะ ก่อนที่ โฌแอล มาติป, คี-ยาน่า ฮูแฟร์ และ เลห์ตัน คล้าร์กสัน  จะช่วยกันซัดคนละประตูให้ทีมคว้าชัยชนะได้อย่างสวยงาม

คล็อปป์ เปิดใจหลังจบเกมว่า "มันดูดีจริงๆ ฟอร์มการเล่นและหลายๆ อย่างเป็นสิ่งสำคัญ แต่เรื่องทัศนคติ ความทุ่มเท เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด นี่เป็นเกมแรก เราไม่จำเป็นต้องเล่นด้วยฟอร์มในระดับสูง แต่เราต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะลงแข่ง เราต้องพร้อมในการเล่นเกมรับ พร้อมที่จะพบแนวทางการแก้ปัญหาหรือการพบวิธีการแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบาก นี่เป็นสิ่งที่เราต้องทำ และผมได้เห็นทั้งหมดแล้วในวันนี้ ลูกทีมของผมทำผลงานได้ดีเยี่ยมจริงๆ"

นอกจากนี้ กุนซือเลือดด๊อยท์ช ยังเผยเกี่ยวกับแนวคิดในการเตรียมทีมสำหรับการเกมลีกที่จะกลับมาแข่งกันต่อในสัปดาห์หน้าว่า "มันไม่ใช่แค่เรื่องการฝึกซ้อมเท่านั้น มันยังเป็นเหมือนบททดสอบที่สำคัญมากๆ ด้วย แน่นอนว่าทุกอย่างดูดีเยี่ยม มันสุดยอดมากๆ ตั้งแต่เริ่มต้น ใช่ คุณต้องพบกับทีมที่เน้นการตั้งรับลึก และอะไรหลายๆ อย่างแบบนี้"

"ในบางครั้ง แบล็คเบิร์น พยายามเคาะบอลสั้นยาวไปมาเพื่อหาพื้นที่ในการทำเกมรุก ดังนั้นเราพยายามที่จะวิ่งไล่กดดันสูง เราทำได้ดีเยี่ยมในการไล่กดดันคู่แข่งเพื่อเอาบอลคืนมาให้เร็วที่สุด เราเล่นได้สุดยอด ยิงประตูได้ดี และนี่เป็นช่วงยามบ่ายที่ยอดเยี่ยม ผมขอขอบคุณ แบล็คเบิร์น ที่เดินทางมาที่นี่ ทำให้เราได้เล่นเกมอุ่นเครื่องกัน ฉะนั้นผมขออวบพรให้พวกเขาพบกับสิ่งดีๆ ในทุกๆ ประการ" คล็อปป์ ระบุ

ปธ.แอต.มาดริด ชี้ ทีมควรได้แชมป์ หาก UCL แข่งต่อไม่ได้

หัวเรือใหญ่ทีมตราหมีกลายเป็นประเด็นข่าว หลังไปให้สัมภาษณ์ว่าทีมของเขาควรได้แชมป์ หากศึกแชมเปี้ยนส์ลีกแข่งต่อไม่ได้

เอ็นริเก้ เซเรโซ ประธานของ แอตเลติโก้ มาดริด มองว่า ทีมของเขาควรได้แชมป์ ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก หากรายการนี้กลับมาแข่งขันต่อไม่ได้

ยูฟาอยู่ระหว่างพิจารณาเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันใหม่ จากเดิมที่จะลงเล่นแบบเหย้า-เยือนในรอบน็อคเอาท์ จะเปลี่ยนมาเป็นเกมแบบมินิทัวร์นาเมนต์ (นัดเดียวจบ) คล้ายกับศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ตั้งแต่ในรอบ 8 สุดท้ายทีมเป็นต้นไป โดยจะให้ทุกทีมเดินทางมาปักหลักแข่งในเมืองเดียวกัน โดยตอนนี้เล็งกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส เอาไว้

อย่างไรก็ดี หากมันเกิดเหตุสุดวิสัยจริง ๆ จนกลับมาแข่งต่อไม่ได้ เซเรโซมองว่าทีมตราหมีควรได้ชูถ้วยแชมป์ เพราะพวกเขาล้มทีมแชมป์อย่างลิเวอร์พูลมาได้

"ยังเหลือโปรแกรมในรอบน็อคเอาท์บางคู่ที่ยังแข่งไม่จบ, เกมในรอบ 8 ทีม, รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ เราเข้าใจว่ายูฟาพยายามจัดการแข่งขันทุกเกมในเมืองเดียวกัน มีการพูดถึงประเทศโปรตุเกสและสเปน" เซเรโซ เผยผ่านสถานีวิทยุ Onda Cero

"แต่นี้เรายังไม่รู้อะไร อย่างไรก็ดี สิ่งที่เราต้องให้ความสนใจคือ เงื่อนไขสมมติที่ว่าแชมเปี้ยนส์ลีกลงเล่นต่อไม่ได้ เพราะไวรัสโคโรนา"

"ในกรณีนี้ ทีมแชมป์ควรเป็นทีมที่เอาชนะทีมแชมป์เก่าได้"

ทั้งนี้ ยูฟาจะตัดสินใจเรื่องรูปแบบการแข่งขันของแชมเปี้ยนส์ลีก ในการประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 17 มิถุนายน

EPL top scorers : อันดับดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019-20

อันดับดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 2019-20 ขับเคี่ยวกันอย่างสนุก ยากจะคาดเดาว่าใครจะเป็นผู้คว้ารางวัลรองเท้าทองคำในปีนี้ไปครอง
ลิเวอร์พูล อาจเข้าป้ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกค่อนข้างแน่นอนแล้ว แต่สำหรับรางวัลดาวซัลโวยังคงแย่งชิงกันอย่างดุเดือด

โกล อัพเดทความเคลื่อนไหวอันดับดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก 2019-20 มาให้ท่านรับทราบ เพื่อร่วมลุ้นและคอยให้กำลังใจนักเตะที่ท่านชื่นชอบ

ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20

เจมี วาร์ดี้ กลับมาระเบิดฟอร์มเก่งอีกครั้งภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส และรั้งอันดับหนึ่งในเวลานี้ ตามติดมาด้วย ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง เจ้าของตำแหน่งร่วมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ขณะที่กลุ่มที่ตามมาอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ แดนนี อิงค์ ยังคงมีลุ้นเช่นกัน 

*อัพเดทล่าสุดหลังเกมวันที่ 9 มีนาคม

ใครคือดาวซัลโวฤดูกาล 2018-19?
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ รักษาตำแหน่งดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วไว้ได้ ด้วยผลงาน 22 ประตู แต่ต้องแบ่งรางวัลนี้ร่วมกับ ซาดิโอ มาเน เพื่อนร่วมทีม ลิเวอร์พูล และ ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมยอง กองหน้าตัวเก่งของ อาร์เซนอล ที่ยิงได้เท่ากัน

ซึ่งปีนี้ทั้งสามคนยังอยู่ในกลุ่มนำของอันดับดาวซัลโว และยังคงมีลุ้นเช่นเคย