สื่อ-แฟนมาดริดไม่ขำเบลทำตัวตลกเกมชนะอลาเบส

ไม่น่ารักเลย! สื่อและแฟนบอล เรอัล มาดริด รุมจวก แกเร็ธ เบล หลังทำเป็นตลกนอนหลับเมื่อรู้ตัวเองไม่ได้ลงสนามในเกมพบ อลาเบส

     แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ สร้างความหงุดหงิดและไม่พอใจให้กับแฟนบอล เรอัล มาดริด อีกครั้ง หลังทำเป็นเล่นตลกระหว่างอยู่ที่ม้านั่งสำรองข้างสนามในเกม ลา ลีกา สเปน ที่ "ราชันชุดขาว" เปิดสนาม อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เอาชนะ อลาเบส 2-0 เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

 

    เบล ซึ่งโดน ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ดองเป็นตัวสำรองมา 4 นัดติด และเพิ่งได้เป็นตัวจริงแค่ 12 เกมในฤดูกาลนี้ ทำเป็นเล่นตลกด้วยการดึงเอาหน้ากากอนามัยขึ้นมาปิดตา และทำเป็นนอนหลับ ก่อนหัวเราะด้วยความขบขัน หลังทีมใช้โควตาตัวสำรองหมดแล้ว

 

    การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับกองเชียร์ "ราชันชุดขาว" โดยแฟนบอลรายหนึ่งเขียนแสดงความเห็นว่า "มันเป็นการดูหมิ่นกันอย่างมากจาก แกเร็ธ เบล มันชัดเจนว่า เขาไม่ได้ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรอีกแล้ว ฟอร์มของเขาห่วยแตกเวลาลงสนาม ไม่ต้องไปตำหนิ ซีดาน เลยที่ไม่ส่งเขาลงเล่น"

    ขณะที่ มาร์ก้า หนังสือพิมพ์เล่มดังของแดนกระทิงดุก็ไม่ชอบใจพฤติกรรมของดาวเตะเวลส์เช่นกัน โดยลงรูปที่ เบล กำลังทำท่านอนหลับ และพาดหัวว่า "น่าอับอาย"

ขาด3แข้งต่างชาติ! แชมป์เก่า เชียงรายฯ ซ้อมเต็มรูปแบบครั้งแรก

แชมป์เก่า กว่างโซ้งฯ เรียกนักเตะซ้อมเต็มรูปแบบหนแรก แตายังขาด 3 ผู้เล่นต่างชาติที่รอบินสมทบภายหลัง

สโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด กลับมาลงฝึกซ้อมเต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังเบรกช่วงโควิด-19 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสู้ศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2020-21

ทัพ กว่างโซ้ง กลับมาซ้อมเต็มรูปแบบอีกครั้ง โดยได้ เอกนิษฐ์ ปัญญา กลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมอีกครั้งหลังเจ็บไปนาน รวมถึงผู้เล่นรายใหม่ ทักดนัย ใจหาญ ดาวเตะจาก Fox Hunt รุ่น 3 ซึ่งเป็นแข้งลูกหม้อของสโมสรร่วมซ้อมกับทีมเป็นครั้งแรก

ขณะที่ผู้เล่นต่างชาติมีเพียง บรินเนอร์ กองหลังตัวเก่งชาวบราซิลที่อยู่ฝึกซ้อมกับทีม ส่วน บิลล์ โรซิมาร์ , มาอิลซอน และ อี ยอง แร ยังคงอยู่ต่างประเทส ซึ่งทางสโมสรกำลังดำเนินการตามขั้นตอนของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในการนำนักเตะกลับเข้ามาในประเทศเพื่อให้ทันแข่งขันไทยลีกช่วงเดือนกันยายน นี้

ทั้งนี้ผู้เล่นต่างชาติที่เตรียมเดินทางกลับประเทศไทยจะต้องมีใบรับรองแพทย์ประเภท Fit to Fly และใบรับรองแพทย์ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าบุคคลที่เดินทางเข้ามาในประเทศ ไม่มีเชื้อโควิด-19 ในช่วงระยะเวลา 72 ชม.ก่อนเดินทาง และต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน

สำหรับการแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาล 2020-21 จะเริ่มวันที่ 12 กันยายน 2563 และสิ้นสุดฤดูกาลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2564

สื่อรักออนไลน์! ‘ชนานันท์-ฐานิตา’ เปิดใจเส้นทางรักจากแค่คนรู้จักสู่คนรู้ใจ

คาดว่าอีกไม่นานน่าจะมีข่าวมาฝากแฟนๆลูกหนัง รวมถึงพรรคพวกญาติสนิทมิตรสหายของทั้ง "เจ้าทู" ชนานันท์ ป้อมบุบผา และ แฟนสาวน้อง "เมย์" ฐานิตา ดอนไพรกา ที่คบหาดูใจในฐานะคนรักกันมา 5 ปีแล้ว

    ความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ "เจ้าทู" ที่วันนี้เป็นกองหน้าของ ทรูแบงค็อกฯ ในไทยลีก ร่วมทัพทีมชาติไทย ไปคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ในซีเกมส์ครั้งที่ 28 ที่ สิงคโปร์ มาครองได้เมื่อ ปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา

    "เจ้าทู" ยอมรับว่าแฟนสาวของเขาไม่ได้เป็นแฟนฟุตบอลมาก่อนและก็ไม่ได้คบหากันเพราะได้รับคำแนะนำจากใครอีกด้วย

    แต่ทว่าตัวเขากับแฟนสาวนั้นพบรักกันรู้จักกันในโลกโซเชียล ไอจี หรือ อินสตาแกรม นั่นเอง

    ก่อนจะสานสัมพันธ์กันมาเรื่อยและจากแค่คนรู้จักตอนครั้งแรกกลายมาเป็นคนรักกันในที่สุด

 

    "น้องเมย์" นักธุรกิจสาวชาวพิษณุโลก ที่เป็นเจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ FACE ME ที่ถือเป็นแบรนด์ดัง ระดับยอดขายเดือนละหลักล้าน โดยมีผลิตภัณฑ์ ทั้งเซรั่ม ,คอนลาเจน ,ชาลดน้ำหนัก เล่าให้ฟังว่า "จริงแล้วทูเป็นรุ่นน้องหนูซะอีกเขาจีบหนูทางไอจี เมื่อราวปี 58 ตอนนั้นจำได้ว่า เขากำลังจะไปแข่งซีเกมส์ เขาแนะนำตัวเองนะว่าเขาเป็นนักฟุตบอลไอ้เราก็เฉยๆ นะเพราะปกติแล้วตัวเองไม่เป็นคนที่ชอบดูกีฬาอยู่แล้ว ชอบเรื่องสวยๆงามๆมากกว่าตามสไตล์ผู้หญิง"

    "ปกติที่รู้มาแฟนนักบอลส่วนใหญ่ หากไม่ใช่เป็นเพื่อนนักเตะแนะนำก็เป็นแฟนฟุตบอลแต่สำหรับ "เมย์" กับ "ทู" ไม่ใช่นะ อย่างที่บอกเราจีบกันผ่านทางไอจี ตอนนั้นเราเองไม่ได้คบหากับใครอยู่ เขาคุยสักพักเราเริ่มจับทางได้แล้วว่า เขามาจีบเรา ก็คุยกันมาเรื่อยๆแต่กว่าจะตัดสินใจออกเดทและเป็นแฟนกันก็นานเหมือนกัน"

 

    "น้องเมย์" เล่าให้ฟังอีกด้วยว่า "หนูเคยเอารูปทูให้คุณพ่อดูด้วยนะ ถามคุณพ่อว่า พ่อรู้จักและเคยเห็นหน้านักฟุตบอลคนนี้บ้างมั้ย เพราะพ่อหนูเป็นคนที่ชอบดูฟุตบอลมากทั้งฟุตบอลไทยและฟุตบอลต่างประเทศ"

    "พ่อบอกทำไมจะไม่รู้จักล่ะลูก ไอ้เจ้านี่ล่ะที่กระโดดดีใจ แล้วจังหวะเท้าลงพื้นเลยเจ็บคนนี้ล่ะ พ่อยังถามเลยว่า มีอะไรเหรอลูกตอนนั้นก็ยังไม่ได้บอกคุณพ่อนะว่า "ทู" มาจีบเราค่อยมาบอกทีหลัง"

    "มีเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่อยู่สุโขทัยฯ คนนี้ชอบดูฟุตบอลมากเขาบอกรู้จักสิเป็นนักฟุตบอลทีมชาตินะถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่เก่งคนหนึ่ง ทำไมเหรอแก เพื่อนหนูคนนี้ถามก็บอกเขาไปว่า เขามาจีบเราน่ะ เพื่อนก็บอกจริงหรือ ก็ลองดูๆไปละกัน ส่วนใหญ่นักฟุตบอลชอบขายจีบ เราก็ขำๆ ยังหวั่นๆอยู่เลย เพราะเคยได้ยินมาว่า นักฟุตบอลมักจะเจ้าชู้ 555"

 

    แต่พอตัดสินใจคบหากันแล้ว "เมย์" บอกได้เลยว่า "ทู" เป็นคนใจเย็น นิสัยดี เป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ ทุกอย่าง ตลอดหลายปีที่คบกันมาเขาไม่เคยทำให้เราต้องเสียใจเลย

    ส่วน "เจ้าทู" บอกว่า "เมย์เป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก นอกจากสวยแล้วเขายังขยันทำงานกับธุรกิจของเขาที่ไปได้สวย รายได้เยอะกว่าผมซะอีกต่อเดือน ที่สำคัญ "เมย์" เป็นคนที่ทำอาหารเก่งด้วย เดี๋ยวนี้หายากนะที่จะหาผู้หญิงเข้าครัวเป็น ตรงนี้เรียกว่า เป็นเสน่ห์ปลายจวักสะกดผมอยู่หมัดเลยล่ะ"

 

    "เร็วๆนี้ขอดูฤกษ์งามยามดีก่อนแล้ว จะรีบแจ้งให้ทราบโดยด่วนเลยว่า จะแต่งที่ไหนเมื่อไหร่ แต่คงไม่ได้ได้จัดแบบใหญ่โตอะไร เน้นพิธีแบบไทยๆมากกว่า"

    "หลังจากนั้นก็คงจะรีบปั้นทายาทกันเลย กลัวไม่ทันใช้ 555 จะเป็นผู้หญิงหรือชายก็ได้ทั้งนั้นไม่เกี่ยง คิดว่าจะมีสัก 2-3 คน"

 

อลีสซง,ฟานไดค์ทำพัง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลเกมบุกพ่ายอาร์เซน่อล

ถึงแม้ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้มาครองเรียบร้อย แต่การบุกไปแพ้ อาร์เซน่อล 1-2 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ถือว่าน่าเจ็บใจไม่น้อยสำหรับสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะทุกอย่างมาพังจากความผิดพลาดส่วนบุคคลของ 2 ผู้เล่น ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของทีม ทั้งๆ ที่รูปเกมเหนือกว่า และดูเข้าทางไปซะหมดตอนที่มีสกอร์นำ 1-0 และนี่คือผลสอบของนักเตะ "หงส์แดง" แต่ละคนที่ลงเล่นในแมตช์นี้

11 ผู้เล่นตัวจริง

 – อลีสซง เบ็คเกอร์ : 4

นอกจากตลอดทั้งเกมไม่ได้เซฟแม้แต่ครั้งเดียวแล้ว ความผิดพลาดของเจ้าตัวยังส่งผลให้ทีมกลับมาเป็นฝ่ายพลิกปราชัย ถือเป็นเกมที่น่าผิดหวังอย่างแรงสำหรับนายประตูหน้าหล่อชาวบราซิเลียน

– เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : 6.5

เติมเกมรุกได้ดี มีจังหวะเปิดบอลเข้ากลางได้เสียว แต่โชคดีไม่น้อยเช่นกัน ที่ได้รับแค่ใบเหลืองจากจังหวะเข้าหนักใส่คู่แข่งช่วงครึ่งหลัง 

 – โจ โกเมซ : 7.5

ช่วยดักบอลสวยๆ หลายครั้ง เล่นได้นิ่ง ถือเป็นเกมที่เจ้าตัวช่วยแบกเกมรับได้ดี 

– เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (กัปตันทีม) : 5

รับไปเต็มๆ กับจังหวะส่งบอลคืนหลังไม่ดี จนนำไปสู่การเสียประตูตีเสมอ แถมการผ่านบอลก็ดูไม่ค่อยมั่นใจ ถือเป็นเกมที่ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานอย่างแรง

 – แอนดี้ โรเบิร์ตสัน : 7

แอสซิสต์สุดคมให้ มาเน่ กระทุ้งประตู 1-0 โดยรวมทำหน้าที่ของตัวเองได้โอเค ทั้งเกมรับและรุก

 – ฟาบินโญ่ : 6

ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐาน มีหลายครั้งที่เสียบอลง่าย แม้บางจังหวะช่วยเล่นเกมรับได้ดี 

 – อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน : 6

มีโอกาสได้ทดสอบ มาร์ติเนซ แต่โดยรวมค่อนข้างเงียบ

– จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม : 7

เดินเกมแดนกลางได้ไม่เลว สร้างโอกาสให้เพื่อนลุ้นทำประตูถึง 4 หน

 – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 6.5

จริงๆ แล้วไม่ใช่เกมที่เลวร้าย แต่เหมือนเดิมคือ จบสกอร์ไม่คมในจังหวะที่ได้ยิงเน้นๆ

 – ซาดิโอ มาเน่ : 7.5

กดประตูขึ้นนำ 1-0 ได้เฉียบขาด และป่วนแนวรับเจ้าถิ่นได้เรื่อยๆ ถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นสุดของทีมในเกมนี้

 – โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ : 6

เชื่อมเกมได้อย่างโดดเด่น มีส่วนขึ้นเกมในจังหวะได้ประตูนำ 1-0 แต่ก็ดีได้แค่ครึ่งทางครึ่งแรก จากนั้นก็หายไปจากเกม ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกช่วงครึ่งหลัง

 สำรองที่ได้ลงเล่น

 – ทาคูมิ มินามิโนะ (แทน ฟีร์มีโน่ น. 61) : 6

มีความมุ่งมั่นดี และมีลุ้นทำประตูด้วย ทว่าโดยรวมสร้างความแตกต่างให้กับเกมไม่ได้มาก 

 – นาบี เกอิต้า (แทน อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น. 62) : 6.5

ช่วยยกระดับเกมแดนกลางได้พอสมควร และมีโอกาสยิงไกลแบบได้ลุ้น

– เซอร์ดาน ชากิรี่ (แทน ซาลาห์ น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้ 

 – ดิว็อค โอริกี้ (แทน ไวจ์นัลดุม น. 83) : –

ไม่สามารถให้คะแนนได้

“มาเน่-โจนส์” โคตรฮีโร่! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ทุบ แอสตัน วิลล่า

    ลิเวอร์พูล กลับมาทำผลงานได้ดีเยี่ยมอีกครั้ง ด้วยการเปิดสนามแอนฟิลด์ ไล่ทุบ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลล่า 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 5 กรกฏาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ "หงส์แดง" ไม่แพ้ใครในบ้านกับการเล่นเกมลีกไปแล้ว 57 แมตช์ โดยชนะ 47 เสมอ 10 แมตช์ แถมยังชนะรวด 24 เกมติดต่อกันซะด้วย
    "หงส์แดง" เพิ่งจะโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จัดการเผาเครื่องในเกมเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ และลูกทีมของเขากลับมาเรียกศรัทธาคืนได้ทันที โดยไล่ต้อน วิลล่า โดยได้สองประตูจาก ซาดิโอ มาเน่ และ เคอร์ติส โจนส์ ทำให้ทีมเก็บ 3 แต้มสำคัญได้สำเร็จ

    สำหรับตอนนี้ มีความเป็นไปได้ว่า คล็อปป์ อาจจะใช้ระบบโรเตชั่นในช่วง 5 เกมที่เหลืออยู่ในซีซั่นนี้ แต่กระนั้นเขาก็ยังคงมองโอกาสในการเก็บแต้มสูงสุดเกิน 100 คะแนน เพราะตอนนี้คว้าไปแล้ว 89 แต้ม และหากชนะรวดก็จะทำลายสถิติของ แมนฯ ซิตี้ ที่ทำเอาไว้ในซีซั่น  2017/2018 ทันที

1.  มาเน่ สำคัญเสมอ
    ก่อนที่จะเกิดมาตรการล็อกดาวน์ มีการพูดกันในวงกว้างว่า นักเตะแห่งปีของสโมสร น่าจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม "หงส์แดง" ซึ่งว่ากันว่าควรจะได้รับรางวัลแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ในฤดูกาลนี้

    แต่สำหรับนักเตะที่ดีที่สุดจากมุมมองของสาวก "เดอะ ค็อป" แน่นอนว่าพวกเขาโหวตให้กับ ซาดิโอ มาเน่ ให้รับตำแหน่งแข้งแห่งปีของพวกเขา โดย ดาวเตะเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 มีบทบาทสำคัญมากๆ ในเกมรุกของทีม โดยเฉพาะการที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ดิว็อค โอริกี้ ขาดคุณภาพในการจบสกอร์

    ดาวเตะชาวเซเนกัล จัดการซัดประตูแรกให้กับทีม ซึ่งเป็นประตูที่ 20 ของเขาจากการเล่นทุกรายการในฤดูกาลนี้ และยังเป็นประตูที่ 50 ที่สามารถยิงได้ในถิ่นแอนฟิลด์ด้วย ที่สำคัญเขามีส่วนอย่างยิ่งในการช่วย "เดอะ เร้ดส์" คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ

    ในขณะเดียวกันการดวลกับ วิลล่า ดูเหมือน มาเน่ จะถูกโฉลกกับทีมนี้เหลือเกิน เพราะเขาซัด 6 ประตู ใน 6 เกมลีกที่ปะทะกับ "สิงห์ผงาด" โดยสถิตินี้เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ยังเล่นให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งเจ้าตัวสร้างสถิติซัดแฮตทริกเร็วที่สุดในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีด้วย

2. ได้เวลาใช้ระบบโรเตชั่น
    การเห็น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลงเล่นตัวจริงในเกมนี้ ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล เริ่มเป็นห่วงสภาพร่างกายของทั้งคู่ที่กรำศึกหนัก และส่งผลต่อฟอร์มการเล่นในสนาม ซึ่งเกมปะทะกับ วิลล่า ทั้งสองคนค่อนข้างจะเล่นไม่ออก และมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดจากอาการล้าจากการลงสนามบ่อยเกินไป

    ฉะนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่ คล็อปป์ เตรียมที่จะใช้ระบบโรเตชั่นในเกมที่จะดวลกับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และ เบิร์นลี่ย์ โดยนักเตะที่เตรียมจะได้รับโอกาสก็คงหนีไม่พ้น เนโก วิลเลี่ยมส์ ซึ่งน่าจะได้ลงสนามในแมตช์พบ ไบรท์ตัน วันพุธนี้โดยจะเป็นการลงเล่นตัวจริงในลีกแมตช์แรกของเขา ขณะที่ เจมส์ มิลเนอร์ น่าจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ และลงประจำการแทน โรเบิร์ตสัน ที่จะได้พักร่างกายหลังกรำศึกมานาน

 
    ขณะที่ เคอร์ติส โจนส์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนี้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการซัดประตูติดกล่องซึ่งเป็นการฉลองการขยายสัญญาของนักเตะไปในตัว โดยตอนนี้ ดาวเตะวัย 19 ปี ลงเล่นในเกมลีกไปแล้ว 3 แมตช์และต้องการอีก 2 เกม ก็จะทำให้เขาได้รับเหรียญแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งแน่นอนว่า คล็อปป์ เตรียมจะให้โอกาสนักเตะได้ลงสนามตัวจริงในช่วงที่เหลืออยู่ของซีซั่นนี้

    สำหรับ คล็อปป์ อาจจะเลือกใช้ระบบโรเตชั่นในตำแหน่งอื่นๆ อีก เพราะตอนนี้พวกเขาไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่จะต้องใช้งานนักเตะจนร่างกายกรอบ เพราะได้แชมป์ไปแล้ว ฉะนั้นการเลือกให้โอกาสตัวสำรอง และดาวรุ่งลงเล่นน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเกมต่อๆ ไป

3. เบ็คเกอร์เหนียวหนึบเหลือเกิน
    อลีสซง เบ็คเกอร์ มีลุ้นที่จะรักษารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หรือ "โกลเด้น โกลฟ" ในฤดูกาลนี้ หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทัพ "หงส์แดง" มาตลอดในฤดูกาลนี้ โดยล่าสุดก็จัดการเก็บคลีนชีต ในแมตช์สอย แอสตัน วิลล่า ที่แอนฟิลด์

    ฟอร์มของ อลีสซง มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้ "เดอะ เร้ดส์" ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ โดยในแมตช์รับมือ "สิงห์ผงาด" นายทวารรูปหล่อทีมชาติบราซิล โชว์ลีลาการป้องกันประตูได้หลายต่อหลายครั้ง ทำให้ต้นสังกัดเก็บ 3 คะแนนได้สำเร็จ

    สำหรับในฤดูกาล 2019/2020 อลีสซง ทำสถิติเก็บคลีตชีทไปแล้ว 13 แมตช์ (รวมเกมชนะ แอสตัน วิลล่า ด้วย) เท่ากับ นิค โป๊ป ผู้รักษาประตูสุดเหนียวหนึบของ เบิร์นลี่ย์ ในฤดูกาลนี้ ลองคิดดูหากเจ้าตัวไม่พลาดลงเฝ้าเสาให้ "หงส์แดง" 9 เกมลีกเนื่องจากโดนแบนและได้รับบาดเจ็บ สถิติอาจจะเจ๋งกว่านี้ก็ได้

4. โจนส์ นับวันยิ่งอนาคตสดใส
    เคอร์ติส โจนส์ ชื่อนี้สาวก "เดอะ ค็อป" ต้องจำเอาไว้ให้ดีๆ เพราะนี่คืออนาคตของ "หงส์แดง" อย่างแท้จริง โดยนักเตะเพิ่งจะอายุเพียง 19 ปี แต่มีส่วนอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของสโมสร โดยเฉพาะการลงสนามในเกมฟุตบอลถ้วยไม่ว่าจะเป็น เอฟเอ คัพ และ คาราบาว คัพ ในฤดูกาลนี้

    โจนส์ เพิ่งจะได้รับรางวัลด้วยการสลัดน้ำหมึกขยายสัญญายาวอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ และเขาก็จัดการฉลองด้วยการตะบันประตูตอกฝาโลงใส่ แอสตัน วิลล่า ในช่วงนาทีสุดท้ายของเกม ทำให้ตอนนี้เจ้าตัวส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายให้ทีมรักไปแล้ว 3 ลูกจากทุกรายการ และเป็นประตูแรกในเกมพรีเมียร์ลีก

    ดาวเตะวัย 19 ปี ถูกส่งลงมาเล่นในนาทีที่ 84 และใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาทีก็ใส่ชื่อบนสกอร์บอร์ดในฐานะผู้ทำประตูได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า โจนส์ เป็นความภาคภูมิใจของสาวก "เดอะ ค็อป" เพราะเขามีความเป็น "สเกาเซอร์" ทั้งตัวและหัวใจตั้งแต่เยาว์วัย

    ยิ่งไปกว่านั้น โจนส์ ยังกลายเป็นแข้งลิเวอร์พูลที่อายุน้อยที่สุด (19 ปี กับ 157 วัน) ที่ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกได้ นับตั้งแต่ที่ เทนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (19 ปี กับ 80 วัน) เคยทำได้มาแล้วในแมตช์ที่นำทัพ "หงส์แดง" ปะทะ "หงส์ขาว" สวอนซี ซิตี้ เมื่อเดือนธันวาคม 2017

5. ลุ้นทำสถิติทะลุ 100 คะแนน
    คงจะไม่ใช่เป็นการอวยกันเกินไป หากจะบอกว่า คล็อปป์ ยังคงมองเห็นโอกาสในการนำ ลิเวอร์พูล ทำแต้มให้เกินทะลุหลัก 100 คะแนนในฤดูกาลนี้ หลังพวกเขาสามารถเก็บ 3 แต้มสำคัญในแมตช์รับมือ แอสตัน วิลล่า ทำให้ความหวังที่จะเห็นสถิติใหม่ในพรีเมียร์ลีก เริ่มกลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง

    สำหรับตอนนี้เหลือเกมลีกให้ลงสนามอีกเพียง 5 แมตช์ และจากการที่ "หงส์แดง" จัดการสอย วิลล่า 2-0 ทำให้พวกเขาเก็บเพิ่มได้อีกเป็น 89 คะแนน และจากแมตช์ที่เหลืออยู่มีถึง 15 แต้มให้เก็บ ฉะนั้นหากพวกเขาสามารถสอยชัยชนะได้ทั้งหมดจะมีคะแนนเบ็ดเสร็จ 104 แต้ม ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ในการเก็บคะแนนสูงสุดในลีก

    ต้องบอกเลยว่าสถิตินี้มีความสำคัญมากๆ กับ "เดอะ เร้ดส์" เพราะเป็นเหมือนแรงกระตุ้นของ คล็อปป์ และลูกทีม ในการทำคะแนนให้ได้สูงสุด และยังเป็นการทำผลงานได้เหนือกว่า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เคยทำสำเร็จตอนคว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 2017/2018 ด้วยสถิติ 100 คะแนน

 

ดาราฮอลลีวู้ดร่วมฉลองลิเวอร์พูลแชมป์พรีเมียร์ลีก

 

ซามูเอล แอล. แจ็คสัน นักแสดงชื่อก้องโลกแห่งวงการฮอลลีวู้ด และเป็นแฟนพันธุ์แท้สโมสรลิเวอร์พูล ร่วมแสดงความยินดีกับ "หงส์แดง" หลังจากที่ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/2020 อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

    ผลการแข่งขันที "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปแพ้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 1-2 ทำให้ทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ได้แชมป์ไปครองแบบไม่ต้องลงสนาม โดยหลังจากที่ทราบผลแล้วบรรดาสาวก "เดอะ ค็อป" ต่างออกมาร่วมฉลองด้วยการจุดพลุไฟ, เป่าแตร และร่วมเฮฮาปาร์ตี้กันตามท้องถนนตลอดทั้งคืน 

    นอกจากนี้แฟน "เดอะ เร้ดส์" ที่เป็นคนดังมากมายได้ออกมาแสดงความยินดีที่ ลิเวอร์พูล ยุติช่วงเวลา 30 ปีที่รอคอยแชมป์ลีกสูงสุดในประเทศได้แล้ว โดย แจ็คสัน นักแสดงระดับแม่เหล็ก ได้โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า "ลิเวอร์พูลลลลลลลลลลลล"

    ขณะที่ ไซม่อน ริมเมอร์ เชฟชื่อดัง และเป็นสาวก "หงส์แดง" มาตลอดทั้งชีวิต ได้ร่วมแชร์วีดิโอที่เขากำลังดื่มเบียร์เคล้าเสียงเพลง "ยู วิลล์ เนเวอร์ วอล์ก อะโลน" (You Will Never Walk Alone) และสวมเสื้อทีเชิ้ต "แชมเปี้ยนส์" และกล่าวว่า "ขอบคุณ ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ สำหรับฤดูกาลที่สุดมหัศจรรย์ และมันยังไม่จบ ลิเวอร์พูล เป็นแชมเปี้ยนส์ แล้ว"

    ตามด้วย พอล ฮอลลีวู้ด กรรมการคนดังในรายการทำอาหารยอดฮิต Bake Off  ได้แชร์ภาพของเขาที่สวมเสื้อลิเวอร์พูล พร้อมกับเสื้อแข่งที่มีลายเซ็นนักเตะติดอยู่ที่ผนังกำแพงที่อยู่ด้านหลังของเขา และข้อความระบุว่า "(รูปหัวใจ) LFC…..คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย"

    ส่วน แดเนี่ยล ลอยด์ นางแบบ และแฟนบอลลิเวอร์พูล คนงาม ร่วมแชร์ภาพหน้าปกของหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูล เอคโค่ เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จ และแคปชั่นสั้นๆ ว่า "เราทำสำเร็จแล้ว @ลิเวอร์พูลเอฟซี#แชมเปี้ยนส์#แอลเอฟซี#ลิเวอร์พูล"

เสือใต้ขอโทษเรือใบหลังภาพซาเน่หลุด

บาเยิร์น มิวนิค ต้องออกโรงขอโทษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจากมีภาพ ลีรอย ซาเน่ เซ็นสัญญา ทั้งที่ทั้งสองสโมสรยังไม่ได้ตกลงในการประกาศอย่างเป็นทางการ

 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมามีภาพของ ซาเน่ ที่เซ็นสัญญา, ชูเสื้อ และถ่ายรูปร่วมกับผู้บริหารของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งแฟนบอลและโซเชียล มีเดีย ต่างนำไปเผยแพร่อย่างแพร่หลาย

  อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าการตกลงซื้อขายแนวรุกทีมชาติเยอรมันยังไม่มีกำหนดการที่จะประกาศผ่าน โซเชียล มีเดีย ของทั้งสองสโมสร รวมไปถึงเว็บไซต์ต่างๆ แต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมากลับมีภาพหลุดออกไป ซึ่งมีรายงานว่าแหล่งที่มานั้นหลุดมาจากเว็บสโมสรเสือใต้ในฉบับภาษาอาราบิก

 ล่าสุดมีรายงานจากทาง สกาย สปอร์ตส์ เผยว่า เสือใต้ ต้องโร่ขอโทษ เรือใบสีฟ้า ที่ทำภาพหลุดออกมาก่อนที่ทั้งสองสโมสรจะตกลงขั้นสุดท้าย ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดทางเทคนิคจากฝั่งแชมป์บุนเดสลีกา

 โดยทาง ซิตี้ เพิ่งลงสนามในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขาเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 4-0

โจนส์ซัดเปิดซิง! ตัดเกรดแข้งลิเวอร์พูลนัดเชือดวิลล่า

เจ้าของแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 อย่าง "หงส์แดง" เปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลล่า ได้สำเร็จ ทว่าถือเป็นเกมที่ไม่ง่ายสำหรับ ลิเวอร์พูล ตัวสำรองของพวกเขายังดูห่างชั้นกับตัวจริงอยู่มากจนกระทั่งเมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนผู้เล่นตัวหลักลงสนามรูปเกมก็ดูดีขึ้นมาชัดเจนจนทำให้ได้ประตู เกมนี้มีหลายคนที่โชว์ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐาน มาเช็กคะแนนแข้ง "เดอะ เร้ดส์" กัน
อลีสซง เบ็คเกอร์ 8

    ช่วงครึ่งแรกมีเซฟลูกวอลเลย์ของ ดั๊กลาส ลูอิซ ไว้ได้เยี่ยม ส่วนครึ่งหลังป้องกันลูกยิงเลียดของ เอล กาห์ซี่ ก่อนจะมาโชว์ซุปเปอร์เซฟปัดลูกยิงของ แจ็ค กรีลิช เก็บคลีนชีทนัดที่ 13 ของเจ้าตัว

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 6

    ครึ่งแรกแทบจะสร้างอันตรายให้คู่แข่งไม่ได้เลย ลูกครอสสวยๆของเขาก็น้อยมาก ครึ่งหลังเริ่มมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น และเป็นคนเริ่มต้นเกมรุกจนได้ประตูปลดล็อก

โจ โกเมซ 6

    หลังจากโชว์ฟอร์มแย่เมื่อเกมที่แล้ว เกมนี้ก็ดูนิ่งขึ้น ไม่มีเคลียร์บอลโฉ่งฉ่าง ใช้ความเร็วให้เป็นประโยชน์ในการแย่งบอลคืนมา

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค 6

    มีจังหวะจ่ายพลาดง่ายๆทั้งครึ่งแรกและครึ่งหลัง แต่ถือว่าแก้ตัวได้จากการยืนตำแหน่งดี มีบล็อคลูกยิงของ กรีลิช

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 5

    จังหวะจับบอลแรกไม่ค่อยดี มีแท็กเกิ้ลพลาดสองสามครั้ง โดนใบเหลืองในครึ่งแรก การเปิดบอลให้กรอบเขตโทษของเขายังต่ำกว่ามาตรฐาน

นาบี เกอิต้า 7

    เป็นคนที่สร้างสรรค์เกมรุกได้ดีที่สุดในทีมเกมนี้ หลักฐานคือการแอสซิสต์ให้ มาเน่ ยิงประตู มีจังหวะเชื่อมบอลกับเพื่อนได้ดี ทว่าอาจต้องทำได้ดีกว่าหากจะยึดตัวจริงในแผงกลาง เพราะบางจังหวะยังดูช้าและมีช่วงที่หายไปพักใหญ่ๆ

ฟาบินโญ่ 7

    ยืนตำแหน่งได้ดีในการช่วยตัดเกมสวนกลับของ วิลล่า มีตัดบอลสวยๆหลายครั้ง ช่วยให้ หงส์แดง ครองบอลอยู่ตลอด ก่อนถูกเปลี่ยนตัวครึ่งหลัง

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 5

    ค่อนข้างน่าผิดหวังเมื่อมีบอลอยู่กับตัว จ่ายพลาดไปหลายครั้ง ครอสบอลไม่ได้อันตรายเท่าไหร่นัก โดนเปลี่ยนตัวออกครึ่งหลัง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 6

    หาตำแหน่งได้ดีแต่จังหวะสุดท้ายขาดๆเกินๆอยู่หลายครั้ง พยายามเรียกเอาจุดโทษแต่ผู้ตัดสินปฏิเสธ มีโอกาสยิงครั้งเดียวทั้งเกม แอสซิสต์ให้ โจนส์ ยิงประตู

ดิว็อค โอริกี้ 4

    มาพร้อมทรงผมใหม่ แต่ฟอร์มในสนามไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เริ่มต้นเกมด้วยการเป็นกองหน้าตัวกลาง ก่อนจะโยกไปเล่นริมเส้น แต่แทบจะทำอะไรแนวรับวิลล่าไม่ได้เลย

ซาดิโอ มาเน่ 7.5

    ทำงานหนักในการพาบอลไปในพื้นที่อันตราย แต่ยังทำได้ไม่ดีพอในช่วง 70 นาที จนกระทั่งมายิงประตูปลดล็อกให้กับทีมได้สำเร็จ เป็นประตูที่ 20 ในฤดูกาลนี้และเป็นการยิงแตะหลัก 20 ประตู 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 7 (ลงมาแทน ดิว็อค โอริกี้ น.60)

    ลงมาเชื่อมเกมกับเพื่อนทำให้บอลเร็วขึ้นกว่าเดิม ยังตามหาประตูในที่ แอนฟิลด์ ในฤดูกาลนี้หลังยิงติดเซฟของ เรน่า

จอร์จินโย่ ไวนัลดุม 6 (ลงมาแทน อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.60)

    ใช้ประโยชน์จากการครองบอลได้ดีกว่า แชมเบอร์เลน แต่มีจ่ายพลาดอยู่บ้าง ไม่ได้เห็นเขาในพื้นที่สุดท้ายมากเท่าไหร่

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 7 (ลงมาแทน ฟาบินโญ่ น.60)

    ลงมาแล้วทำให้สปีดบอลแดนกลางเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เคอร์ติส โจนส์ 7 (ลงมาแทน นาบี เกอิต้า น.85)

    ซัดประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ฉลองการต่อสัญญาใหม่

เนโก้ วิลเลี่ยมส์ – (ลงมาแทน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน น.90+4) ลงมาท้ายเกมแล้ว

เป๊ป ป้องแข้งลิเวอร์พูลไม่ได้เมาค้างก่อนโดนแมนฯซิตี้ถลุง

กุนซือเรือใบสีฟ้า ออกโรงป้องแข้งหงส์แดงแชมป์พรีเมียร์ลีกว่าไม่ได้เมาค้างมาลงสนามในเกมที่โดนทีมของเขาเปิดรังถล่มในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา

เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือของ แมนเชสเตอร์​ ซิตี้ ออกโรงชื่นชมฟอร์มการเล่นของลูกทีมพร้อม ปกป้องนักเตะลิเวอร์พูลไม่ได้เมาค้างก่อนเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา

ทัพเรือใบสีฟ้า เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมแชมป์พรีเมียร์ลีก ซึ่งก่อนเกมได้มีการตั้งแถวเกียรติยศปรบมือให้นักเตะทัพหงส์แดงด้วย โดยในเกมเป็นเจ้าบ้านโชว์ความยอดเยี่ยมและเฉียบคมถล่มไปถึง 4-0

โดยหลังเกมมีเสียงวิจารณ์ตามมาว่าแข้งหงส์แดงมีอาการเมาค้างจากการปาร์ตี้ฉลองแชมป์มาตลอดทั้งสัปดาห์เป็นเหตุที่ทำให้พ่ายแพ้หมดรูป แต่ทว่า เป๊ป ได้ออกมาปกป้อง พร้อมชีว่าเป็นเพราะทีมของเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมในวันนี้ต่างหาก

"เราเอาชนะทีมแชมป์ลีก ทีมที่น่าทึ่ง พวกเรามีความกล้าในการเล่น พวกเขามีความกล้าหาญที่จะเล่น" เป๊ป เผยหลังเกม

"ทีมของผมก็เหมือนในทุก ๆ เกมที่ผ่านมา เราพยายามจะเล่นฟุตบอล กล้าเสี่ยงบีบพื้นที่สูงใส่ทีมที่ดีที่สุดที่ผมเคยเจอมาในชีวิต เรามีความกล้าหาญที่จะเล่นในพื้นที่แคบ ๆ

"มันเป็นเรื่องสำคัญนะ ผมได้เห็นแถวเกียรตินศ วิธีที่พวกเขาทำงานข้างใน เห็นถึงความมีสมาธิของพวกเขา พวกเขาไม่ได้แม้แต่ขอบคุณด้วยซ้ำเพราะพวกเขากำลังมีสมาธิจดจ่ออยู่"

"พวกเขาดื่มเบียร์กันไปเยอะมากในสัปดาห์นี้ แต่ตอนมาถึงพวกเขาไม่ได้มีเบียร์ค้างอยู่ในเลือดซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงให้เครดิตกับพวกเขาอย่างมาก"

เพราะอะไรชนาธิปมั่นใจพาคอนซะบุกชนะคาชิม่าได้

ชนาธิป สรงกระสินธ์ แนวรุกของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร เผยตอนนี้ทีมกำลังเล่นกันด้วยความมั่นใจมากขึ้น หลังได้ทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบการซ้อมในการเดินทางเก็บตัวที่จังหวัดชิบะและเอาชนะได้ในเกมล่าสุด
    หลังจากคอนซาโดเล่ ซัปโปโร ประเดิมการรีสตาร์ตเจลีก 2020 ด้วยการบุกชนะ โยโกฮาม่า เอฟซี 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นชัยชนะเกมแรกของทีมในฤดูกาลนี้ โดย ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะทีมชาติไทยโชว์ผลงานยอดเยี่ยมทำสองแอสซิสต์

    ล่าสุด "เมสซี่เจ" เผย่วา "เกมล่าสุดผมสามารถผ่านบอลตามที่ผมคิดได้ แต่การที่มันเป็นเกมแรกในการกลับมาเล่นหลังหยุดไปนานทำให้ยังมีติดๆขัดๆเล่นผิดพลาดอยู่บ้าง"

    ดาวเตะทีมชาติไทยเผยต่อว่า "การบุกไปเยือน คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ในวันที่ 8 ก.ค.นี้ยังเป็นการแข่งขันโดยไม่มีผู้ชม ซึ่งที่ผ่านในเกมที่แล้ว 9 คู่เจ้าบ้านเอาชนะได้แค่ 2 เกม จึงสามารถบอกได้ว่าการเล่นในบ้านหรือไปเยือนแทบไม่มีการได้เปรียบหรือเสียเปรียบกัน"

    "เกมที่สนามคาชิม่า ซอคเกอร์ นั้นพวกเขาลงสนามไป 2 นัดแพ้ทั้ง 2นัด และเสียไปถึง 5 ลูก แม้ผมเชื่อว่าคาชิม่ายังเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งแต่ผมมั่นใจว่าเราสามารถเอาชนะได้ ผมจะทำให้ดีที่สุด"

    โดยโปรแกรมนักต่อไปของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร จะบุกไปเยือน คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม เวลา 17.00น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง Facebook Siamsport และ Youtube Siamsport