แอสซิสต์, วางบอล, คุมจังหวะเกม ! เหตุผลที่ คล็อปป์ อยากได้ ติอาโก้ ร่วมทัพ

ลิเวอร์พูล ยังคงพยายามอย่างเต็มที่ในการคว้าตัว ติอาโก้ อัลกันตาร่า มาเสริมทัพให้ได้ โดยเหตุผลเพราะนักเตะมีคุณสมบัติทุกอย่างครบถ้วนตามที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องการ และหากได้มาร่วมทีมจะเป็นการยกระดับแดนกลาง "หงส์แดง" ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
    ติอาโก้ สร้างผลงานระดับมาสเตอร์พีซให้กับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาลล่าสุด ด้วยการนำทีมผงาดคว้าทริปเบิลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ โดยฟอร์มการเล่นของเขาถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างน่าเหลือเชื่อ

    จอมทัพชาวสแปนิช เต็มไปด้วยพรสวรรค์ชั้นยอดไม่ใช่แค่การแอสซิสต์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการผ่านบอลที่เฉียบคม, แย่งบอลคืนกลับมาเร็ว และวิ่งเพรสซิ่งคู่แข่งจนเสียกระบวน โดยคุณสมบัติเหล่านี้เหมาะเจาะลงตัวกับสไตล์การเล่นของ คล็อปป์

การผ่านบอลที่แม่นยำ

    หนึ่งในสิ่งที่ ติอาโก้ สามารถทำได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องลืมตานั่นก็คือการผ่านบอลที่แม่นยำ สไตล์การเล่นของเขาคล้ายๆ กับ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดย ดาวเตะชาวสแปนิช มีสายตาที่เฉียบคมในการมองหาพื้นที่ว่างในสนามซึ่งนักเตะคนอื่นๆ ไม่สามารถทำได้

    ยิ่งไปกว่านั้น ติอาโก้ ยังมีความว่องไวในการเปิดบอลชนิดที่คู่แข่งยังไม่ทันตั้งตัว โดยนักเตะมักจะผ่านบอลสวยให้กับแนวรุกของ บาเยิร์น มิวนิค ได้บ่อยๆ ตลอดช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ติอาโก้ มีสายตาที่แม่นยำในการหาช่องว่าง และมักจะผ่านบอลด้วยการประณีตให้กับ แซร์จ นาบรี้ หรือ อัลฟอนโซ่ เดวีส์  เป็นต้น

    ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็มีนักเตะที่มีแนวทางการเล่นที่คล้ายๆ กับ "เสือใต้" บริเวณพื้นที่ริมเส้น อย่างเช่น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทุกๆ คนคงเห็นได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับแนวคิดในการเล่นเกมบุกของคล็อปป์ ฉะนั้นหาก ติอาโก้ มาอยู่ร่วมทีมเขาคงจะได้ผ่านบอลเจ๋งๆ ให้กับผู้เล่นเหล่านี้

    ยกตัวอย่างแมตช์ที่พบกับ บาร์เซโลน่า นั้น ติอาโก้ จะคอยทำหน้าที่คุมจังหวะการเล่นในช่วง 45 นาทีแรก แมตช์นั้นเขามีโอกาสผ่านบอลไม่น้อยกว่า 37 ครั้งในช่วงครึ่งแรก และมักจะประสบความสำเร็จในทุกๆ ครั้ง ขณะที่ในครึ่งหลังเจ้าตัวก็ยังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้เหมือนเดิม ทำให้แดนกลางของ "เจ้าบุญทุ่ม" ไม่สามารถรับมือได้

    เบ็ดเสร็จแล้วในเกมถล่ม บาร์ซ่า นั้น ติอาโก้ ผ่านบอลไปทั้งหมด 74 ครั้งซึ่งมากกว่านักเตะทุกคนที่อยู่ในสนาม โดยมีเพียงแค่ เคราร์ด ปิเก้ ที่ทำได้ใกล้เคียงอยู่ที่ 61 ครั้งแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการผ่านบอลสั้นๆ, รีบเร่ง และบางครั้งก็สะเปะสะปะเนื่องจากโดนนักเตะบาเยิร์น วิ่งกดดันเข้าใส่อย่างรวดเร็ว

    ขณะที่การผ่านบอลทั้งหมด 74 ครั้งของ อดีตสตาร์บาร์เซโลน่า มีเพียงแค่สามครั้งเท่านั้นที่ผิดพลาด ส่วนอีก 71 ครั้งต้องบอกว่าเข้าเป้าทั้งหมด ฉะนั้นหาก "หงส์แดง" ได้ ติอาโก้ มาร่วมทีม โอกาสที่แนวรุกของพวกเขา โดยเฉพาะ 3 ประสาน "หิน เหล็ก ไฟ" อย่าง โม ซาลาห์, มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ คงจะได้ยิงประตูสนุกเท้าแน่นอน
 
พรสวรรค์เต็มเปี่ยมช่วยสร้างสรรค์เกม

    สิ่งที่ทำให้ ติอาโก้ เป็นนักเตะที่มีความพิเศษ และบรรดาผู้จัดการทีมทุกคนมักจะพูดคุยถึงนั่นก็คือพรสวรรค์ในการเล่น และการสร้างสรรค์เกมของเขา ที่จะช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับทีม ซึ่งสิ่งนี้สามารถพลิกสถานการณ์ให้ทีมคว้าชัยชนะได้

    จริงๆ แล้วพ่อแม่ของ ติอาโก้ เป็นชาวบราซิเลียนแท้ๆ โดยบิดาบังเกิดเกล้าของเขาก็คือ มาซินโญ่ หนึ่งในขุนพลนักเตะแซมบ้าชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเป็นนักเตะจอมสร้างสรรค์เกมตามสายเลือดของบรรพบุรุษ โดยสิ่งนี้เจ้าตัวได้แสดงให้เห็นแล้วในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส

      จอมทัพหมายเลข 6 "เสือใต้" มีการเล่นที่ไหลลื่นและเต็มไปด้วยความมั่นใจ และยังสามารถจ่ายบอลหลายแบบ ไม่ว่าจะในเรื่องระยะความเร็ว และความสูงของการผ่านบอล นอกจากนี้นักเตะยังคอยทำหน้าที่เก็บบอล และครองบอลบริเวณครึ่งสนามฝั่งบาร์ซ่า ที่สำคัญ ติอาโก้ ยังสามารถดักจังหวะการเล่นของ อีวาน ราคิติช ได้จนอยู่หมัด

     สำหรับการคุมจังหวะ และการวางบอลที่แม่นยำ เป็นสิ่งที่ ลิเวอร์พูล ยังขาดหายไปพอสมควร ฉะนั้นหาก ติอาโก้ ย้ายมาสวมชุด "เดอะ เร้ดส์" จะเป็นการเติมเต็มจุดนี้ได้อย่างลงตัว และจะทำให้เกมรุกของ "หงส์แดง" น่ากลัวมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ยังช่วยคุมจังหวะเกม ทำให้ทีมเล่นได้ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม และไม่รนรานด้วย

วิ่งไม่รู้จักเหนื่อย ทำงานหนักเพื่อปั้นเกมให้ทีม

    จุดนี้น่าจะเป็นเรื่องที่สังเกตและเข้าใจได้ง่ายที่สุดแล้วว่าทำไมผู้จัดการทีมทุกคนถึงอยากได้เขามาอยู่ในทีม เพราะนักเตะเป็นผู้เล่นประเภทที่สามารถวิ่งได้ทั่วสนาม และคอยหาพื้นที่ว่างเพื่อที่จะสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมในการทำประตู

    สำหรับ คล็อปป์ ด้วยสไตล์การทำทีมของเขา แน่นอนว่าพรสวรรค์ของ ติอาโก้ เป็นอะไรที่น่าประทับใจมากๆ เพราะรูปแบบการเล่นและความสามารถของ ดาวเตะทีมชาติสเปน ถือว่าเป็นการเติมเต็มที่สุดเพอร์เฟกต์หากเจ้าตัวย้ายมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

    นอกจากนี้ ติอาโก้ ยังมักจะวิ่งขึ้นไปคอยกดดันแนวรับของทีมคู่แข่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ คล็อปป์ ประทับใจมากๆ เนื่องจากการเล่นแบบเพรสซิ่งเป็นสไตล์ที่กุนซือชาวเยอรมัน นำมาใช้กับ "หงส์แดง" โดยเฉพาะเวลาที่ทีมเสียบอล จะต้องรีบแย่งบอลคืนกลับมาให้เร็วที่สุดซึ่งการเล่นแบบนี้จะเป็นการทำลายสภาพร่างกายและจิตใจของคู่แข่งได้เป็นอย่างดี

    ดังนั้นสไตล์การเล่นและทัศนคติของ ติอาโก้ เหมาะเจาะลงตัวที่จะมาประจำในแดนกลางของทีม ที่สำคัญเขาจะมาช่วยแบ่งเบาภาระให้กับ ฟาบิโญ่ และเอาเข้าจริงๆ หากดาวเตะชาวบราซิเลียน ได้เล่นเคียงข้างกับ สตาร์เลือดกระทิงดุ วัย 29 ปี อาจจะทำให้เขาแสดงศักยภาพได้มากยิ่งขึ้นด้วย

ปรับตัวได้ทุกตำแหน่งในแดนกลาง

    ข้อดีของ ติอาโก้ ก็คือเขาสามารถเล่นในตำแหน่งไหนก็ได้ในแผงมิดฟิลด์ไม่ว่าจะเป็น มิดฟิลด์ตัวกลาง, มิดฟิลด์ตัวรับ หรือจะสวมบทมิดฟิลด์ตัวรุกก็ได้ โดยสิ่งนี้ เป็นจุดที่ คล็อปป์ ชื่นชอบมากๆ เพราะจะทำให้ทีมมีการเล่นที่หลากหลาย โดยสามารถปรับนักเตะให้เล่นในตำแหน่งไหนก็ได้เพื่อให้เหมาะกับการเจอคู่แข่งในแต่ละเกม

    อย่างลืมว่าในฤดูกาล 2020/2021 สถานการณ์ในแดนกลางของ "หงส์แดง" ยังไม่แน่นอน เพราะกรณีของ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ก็มีแววว่าจะย้ายไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า ขณะที่ ฟาบินโญ่ กับ นาบี เกอิต้า บางครั้งก็ฟอร์มหลุด ส่วน อดัม ลัลลาน่า ก็โบกมือลาทีมไปแล้ว สำหรับ อเล็กซ์ อ็อดซ์เลด-แชมเบอร์เลน ก็เจ็บบ่อย ด้าน เจมส์ มิลเนอร์ ก็อายุอานามมากขึ้นทุกวัน ส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมจะต้องกรำศึกหนักจนบางครั้งร่างกายอ่อนล้า

    ฉะนั้นการได้ ติอาโก้ มาเสริมทัพ จะช่วยทำให้ทีมมีสมดุลมากขึ้น เพราะหาก "เดอะ เร้ดส์" ขาดผู้เล่นในแดนกลางบริเวณไหนก็ตาม คล็อปป์ ก็สามารถจับเขายืนแทน และก็ทำผลงานได้ดีไม่มีที่ติ ซึ่งนักเตะก็แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดกับการเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค

    ที่สำคัญประสบการณ์ของเจ้าตัวต้องบอกเลยว่าล้ำค่าสุดๆ เพราะ ติอาโก้ ผ่านการฝึกปรือฝีเท้าทั้งกับ บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค พร้อมทั้งประสบความสำเร็จมากมายกับทั้งสองสโมสร ฉะนั้นนักเตะย่อมมีหัวใจแห่งผู้ชนะ และประสบการณ์ที่รู้ว่าจะต้องทำยังไงเพื่อให้ทีมบรรลุเป้าหมายสู่การได้โทรฟี่แชมป์มาครอบครอง
 
    แน่นอนว่าความเก๋าผสมพรสวรรค์ที่มีอยู่ในตัว จะช่วยยกระดับแดนกลางของ "หงส์แดง" มากยิ่งขึ้น ส่วนผลพลอยได้อีกเรื่องที่ตามมาก็คือการที่บรรดานักเตะดาวรุ่งจะได้ศึกษาและเรียนรู้แนวทางการเล่นของเขา เพื่อที่จะได้นำไปพัฒนาต่อยอดสำหรับโอกาสในการก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ในอนาคต

รามอสเบิ้ล-ฟาติแจ่ม! สเปนฟอร์มดุเปิดบ้านยำยูเครนศึกเนชั่นส์ ลีก

หลุยส์ เอ็นรีเก้ นายใหญ่ ”กระทิงดุ” เรียกความมั่นใจคืนสู่ทีมสำเร็จหลังได้ เซร์คิโอ รามอส เหมาคนเดียว 2 ประตูก่อน อันซู ฟาติ เปิดซิงสกอร์แรกในรั้วทีมชาติพาทีมถล่ม ยูเครน 4-0 มีเพิ่มเป็น 4 คะแนนขึ้นนำจ่าฝูง ลีกเอ กลุ่ม 4 ในศึกฟุตบอล ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา


สนาม :  เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่, มาดริด

หลุยส์ เอ็นรีเก้ เทรนเนอร์ทีมชาติสเปน พาทีมไล่ตีเสมอเยอรมัน 1-1 ในช่วงท้ายเกมของศึกเนชั่นส์ ลีก นัดล่าสุด โดยได้ประตูจากโฆเซ่ หลุยส์ กาย่า ช่วยให้รอดพ้นความพ่ายแพ้แบบหวุดหวิด และทำให้ไม่แพ้มา 5 เกมแล้ว

ทางด้าน อังเดร เชฟเชนโก้ เทรนเนอร์ทีมชาติยูเครน พาทีมเบียดชนะสวิตเซอร์แลนด์ 2-1 ในเกมเนชั่นส์ ลีกล่าสุด เป็นชัยชนะนัดที่ 4 ในรอบ 5 เกม

เปิดฉากได้เพียง 2 นาที  ”กระทิงดุ” ทะยานออกนำอย่างรวดเร็วจากลูกจุดโทษเป็นจังหวะของ อันซู ฟาติ โชว์ลีลาไขว้บอลหลบก่อนโดน เซอร์เก คริฟต์ซอฟ แหย่ข้อเท้าร่วงลงไปในกรอบเขตโทษ เซร์คิโอ รามอส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด

นาทีที่ 11 สเปน ได้เสียวอีกจากลูกวางยาวของ เซร์คิโอ รามอส หยอดออกซ้ายให้ เซร์คิโอ เรกีลอน หลุดกับดักล้ำหน้าสอดมาพักอกก่อนตวัดด้วยซ้ายบอลผ่านหน้าประตูออกหลังไป

5 นาทีต่อมาคราวนี้เป็นลูกสูตรเตะมุมทางฝั่งซ้ายของ เจ้าถิ่น เซร์คิโอ เรกีลอน สอดมาครอสเข้าหัว เซร์คิโอ รามอส โขกเปลี่ยนทางแต่ไปตรงตัว อังเดร เปียตอฟ

โหมบุกอยู่ฝ่ายเดียวนาทีที่ 18 อันซู ฟาติ ถอยมารับบอลก่อนแทงช่องให้ เคราร์ด โมเรโน่ หลุดเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษแต่จังหวะยิงด้วยซ้ายหักข้อมากไปหลุดเสาไกลนิดเดียว

ครึ่งทางผ่าน ”กระทิงดุ” เร่งเครื่องต่อเนื่อง อันซู ฟาติ รับบอลทางริมเส้นฝั่งขวาโชว์ลีลาแหวกแนวรับ ยูเครน หลุดเข้าเขตโทษก่อนเลือกปั่นด้วยขวาเฉี่ยวเสาออกไปได้ลุ้น

สุดท้ายนาทีที่ 29 สเปน หนีห่างออกไปจนได้เป็นลูกเปิดของ ดานี่ โอลโม่ ตักย้อนมาเสาไกลให้ เซร์คิโอ รามอส ที่ยืนอยู่หลัง เซอร์เก คริฟต์ซอฟ แต่ขึ้นได้สูงกว่าชิงโขกย้อยข้าม อังเดร เปียตอฟ ซุกก้นตาข่าย

3 นาทีต่อมากลายเป็นยำใหญ่คราวนี้ อันซู ฟาติ ขอบ้างดึงจังหวะพาบอลตัดเข้าในก่อนตะบันด้วยขวาบอลโค้งอ้อมแนวรับ ยูเครน ผ่านมือ อังเดร เปียตอฟ เช็ดเสาไกลเข้าประตูสุดงาม

โอกาสยิงครั้งแรกของ ยูเครน ต้องรอถึงนาทีที่ 41 เป็นลูกจ่ายของ รุสลัน มาลินอฟสกี้ แทงช่องต่อให้ บ็อกดาน มิคาอิลเชนโก้ หลุดขึ้นมาทางซ้ายแต่จังหวะยิงไม่ดีเบาไปตรงตัว ดาบิด เด เคอา

หมดครึ่งเวลาแรก สเปน 3 ยูเครน 0

60 นาทีผ่านยังคงเป็น สเปน ที่เหนือกว่าทั้งรูปเกมและจังหวะลุ้นประตูคราวนี้เป็น ดานี่ โอลโม่ ปั่นด้วยซ้ายหน้าหัวกะโหลกไปติดมือ อังเดร เปียตอฟ ตะปปเอาไว้ได้ทัน

2 นาทีต่อมา เซร์คิโอ เรกีลอน เก็บตกหน้ากรอบเขตโทษซัดไปติดเซฟ อังเดร เปียตอฟ เด้งมาเข้าทาง เคราร์ด โมเรโน่ ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายน่าเสียดายธงล้ำหน้ายกขึ้นมาก่อนแล้ว

ก่อนหมดเวลา 15 นาที ”กระทิงดุ” หวิดบวกสกอร์ปิดกล่องเป็น ออสการ์ โรดรีเกซ ตัวสำรองก้มหน้าปั่นด้วยขวาบอลพุ่งแรงติดปลายมือ อังเดร เปียตอฟ เปลี่ยนทางไปชนคานออกหลัง

 แต่แล้วนาทีที่ 84 ดาวยิงป้ายแดงแมนฯซิตี้มาปิดกล่องให้ สเปน จนได้เป็นจังหวะส้มหล่น มีโคล่า มัตวิเยนโก้ โขกสกัดไม่ดีมาเข้าทาง เฟร์ราน ตอร์เรส ตวัดตูมเดียวบอลกระดอนพื้นผ่านมือ อังเดร เปียตอฟ ตุงตาข่าย

จบเกม สเปน 4 ยูเครน 0 ลูกทีมของ หลุยส์ เอ็นรีเก้ เรียกความมั่นใจสำเร็จพร้อมเก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนนขึ้นนำจ่าฝูง ลีกเอ กลุ่ม 4

รายชื่อนักเตะที่ลงสนามตัวจริง
   
สเปน (4-3-3) : ดาบิด เด เคอา – เฆซุส นาบาส, เซร์คิโอ รามอส (เอริค การ์เซีย น.61), เปา ตอร์เรส, เซร์คิโอ เรกีลอน –  โรดริโก้ เอร์นานเดซ (ออสการ์ โรดรีเกซ น.69), ติอาโก้ อัลกันตาร่า, มิเกล เมริโน่ – ดานี่ โอลโม่, อันซู ฟาติ, เคราร์ด โมเรโน่ (เฟร์ราน ตอร์เรส น.74)

เทรนเนอร์ : หลุยส์ เอ็นรีเก้  
  
ยูเครน (4-2-3-1) : อังเดร เปียตอฟ – โอเล็กซานเดอร์ ทิมชิค, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ, มีโคล่า มัตวิเยนโก้, บ็อกดาน มิคาอิลเชนโก้ – รุสลัน มาลินอฟสกี้, อีกอร์ คาราติน (เซอร์เก ซิดอร์ชุค น.63) – อังเดร ยาร์โมเลนโก้ (วิคเตอร์ โควาเลนโก้ น.79), โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, โรมัน ยาเร็มชุค – มาร์ลอส (วิคเตอร์ ทซีกานคอฟ น.55)

เด็ดทุกแผน!ส่องระบบการเล่น”แมนซิตี้” 3 รูปแบบหากได้ “เมสซี่” ร่วมทัพ

ทุกคนคงทราบกันดีว่า "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยุคกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นทีมที่เล่นเกมรุกได้ดุดัน, ทรงประสิทธิภาพ และมีวิธีการเข้าทำที่หลากหลายอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าหากพวกเขาได้ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพ บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นนักเตะที่ เป๊ป มีคู่มือใช้งาน มาร่วมทัพตามที่เป็นข่าวล่ะก็ นึกภาพไม่ออกเลยจริงๆ ว่า แมนฯ ซิตี้ จะโหดขึ้นอีกกี่เท่าตัว และนี่คือแผนการเล่น 3 รูปแบบที่ ยอดกุนซือชาวสแปนิชวัย 49 ปี อาจจะนำมาปรับใช้ หากได้ร่วมงานกับ เมสซี่ อีกครั้ง โดยอ้างอิงจากเว็บไซต์ฟุตบอลชื่อดังอย่าง squawka.com

– โชว์พลิ้วในแนวรุก 3 ตัว

    การฝังตัวเองทางฝั่งขวาในแนวรุก 3 ตัว ถือเป็นตำแหน่งที่ เมสซี่ ถนัด, เล่นมาแทบตลอดชีวิตการค้าแข้ง และประสบความสำเร็จอย่างมากมายที่ บาร์เซโลน่า ไม่ว่าจะเป็นยุคที่เล่นร่วมกับ ซามูเอล เอโต้ / เธียร์รี่ อองรี, เปโดร โรดริเกซ / ดาบิด บีย่า หรือ หลุยส์ ซัวเรซ / เนย์มาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดหลังสุดนั้น ช่วยกันทำประตูอย่างเมามันส์เลยทีเดียว

    แน่นอนว่า นี่คือแผนการเล่นที่ เป๊ป น่าจะใช้มากสุด หากได้ เมสซี่ มาร่วมงานกันอีกครั้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม โดยจะให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยืนฝั่งซ้าย และ เซร์คิโอ อเกวโร่ (หรือ กาเบรียล เชซุส) ยืนเป็นหน้าเป้า ซึ่งบอกเลยว่า แนวรุกชุดนี้ มีพลังทำลายล้างสูงมาก และสามารถปั่นป่วนแนวรับได้ทุกทีมในโลก

 

 

 – False 9 (ฟอลส์ไนน์)

    นี่อาจจะเป็นแผนเด็ดที่ เป๊ป นำมาใช้ เพื่อสร้างความปวดหัวและงุนงงให้กับทีมคู่แข่ง กับการใช้ชุดแนวรุกที่ไม่มีผู้เล่นกองหน้าอาชีพ และให้ เมสซี่ รับบทเป็นกองหน้าตัวหลอก หรือที่เรียกกันว่า "ฟอลส์ไนน์" นั่นเอง ซึ่งการเล่นแบบนี้จะให้อิสระกับ เมสซี่ ในการลงต่ำมาในแผงมิดฟิลด์ และสามารถหาโอกาสทะลุขึ้นหน้าเพื่อลุ้นทำประตู โดยที่ใช้สองผู้เล่นที่มีความเร็วสูงอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง และแข้งใหม่อย่าง เฟร์ราน ตอร์เรส เป็นตัวดึงความสนใจในแดนหน้า แถมมีตัวเปิดบอลจากแดนกลางชั้นดีอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ด้วย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแผนการเล่นที่น่าดูทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่ทีมต้องการใช้ความรวดเร็วทะลุทะลวงแนวรับทีมคู่แข่ง 
 

 – ตัวรุกอิสระ

    ด้วยความสามารถอันสูงส่งของ เมสซี่ ที่เล่นได้หลากหลายรูปแบบในแนวรุก ดังนั้นวิธีที่ดีอีกหนึ่งอย่างในการเค้นสิ่งที่ดีที่สุดของเจ้าตัวออกมาคือ การให้ เมสซี่ เล่นเป็นตัวรุกอิสระในตำแหน่งผู้เล่นเบอร์ 10 ที่ยืนอยู่ข้างหลังกองหน้าตัวเป้า ซึ่งการเล่นแบบนี้จำเป็นต้องมีนักเตะตัวรุกที่มีความยืดหยุ่นสูง เล่นอยู่เคียงข้างเขาด้วย และแน่นอนว่า ราฮีม สเตอร์ลิง กับ ริยาด มาห์เรซ คือตัวเลือกที่ใช้มากๆ เพราะ สเตอร์ลิง เล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุกอยู่แล้ว ส่วน มาห์เรซ ก็พร้อมขยับมาเล่นเป็นตัวกลาง หาก เมสซี่ ต้องการโยกไปโชว์พลิ้วทางฝั่งขวา ขณะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ก็พร้อมสลับสับเปลี่ยนบทบาทได้ตลอดเวลา ซึ่งแผนนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งแผนที่ เป๊ป ชอบเลือกใช้ หากได้ เมสซี่ มาร่วมทัพ "เรือใบสีฟ้า" จริง

บรรลุข้อตกลงแล้ว!เผยนิวปีร์โล่เตรียมย้ายซบทีมไหน

หลังจากที่ ซานโดร โตนาลี่ มิดฟิลด์ เบรสชา ตกเป็นข่าวกับหลายทีมดังทั่วทวีปยุโรป ล่าสุด สกายสปอร์ต อิตาเลีย สื่อกีฬาของอิตาลีก็แฉว่า เอซี มิลาน คือทีมที่ชนะในการไล่ล่าตัวเขา โดยการย้ายทีมจะเป็นในรูปแบบยืมตัวก่อน 1 ฤดูกาล พร้อมกับอ็อปชั่นซื้อขาดที่จะทำให้เขามีค่าตัวโดยรวม 30 ล้านยูโร

เอซี มิลาน สโมสรดังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กำลังจะได้ตัว ซานโดร โตนาลี่ กองกลางดาวรุ่งของ เบรสชา ไปร่วมทัพ ตามรายงานของ สกายสปอร์ต อิตาเลีย สื่อกีฬาชื่อดังของเมืองมะกะโรนี

โตนาลี่ ขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ เบรสชา ตั้งแต่ในฤดูกาล 2017-18 เป็นต้นมา และเป็นกำลังหลักของทีมมาโดยตลอด แถมยังเล่นได้ดีจนถึงขั้นได้รับการยกย่องจากหลายฝ่ายว่าเป็น "อันเดรีย ปีร์โล่ คนใหม่" ด้วย ซึ่งมันก็ทำให้แข้งวัย 20 ปีมีข่าวกับหลายทีมในช่วงที่ผ่านมา อย่างเช่น มิลาน, อินเตอร์ มิลาน, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี เป็นต้น

กระทั่งล่าสุด มันก็มีการเปิดเผยว่า มิลาน บรรลุข้อตกลงกับ มัสซิโม่ เชลลิโน่ เจ้าของทีม เบรสชา ถึงการย้ายทีมของ โตนาลี่ ได้แล้ว โดยจะเป็นในรูปแบบยืมตัวก่อน 1 ปี พร้อมกับมีอ็อปชั่นซื้อขาดด้วยค่าตัวที่ถ้านับรวมกับเงื่อนไขต่างๆ แล้วจะอยู่ที่ 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) โดยที่จริง โตนาลี่ ก็เป็นแฟนบอลตัวยงของ "รอสโซเนรี่" มาตั้งแต่เด็กแล้ว

 

จะเป็นยังไงเมื่อ อลีสซง มาในลุคใหม่

อลีสซง เบ็คเกอร์ จัดการเปลี่ยนทรงผมของตัวเอง ต้อนรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยสร้างความประหลาดใจให้แก่สาวกเดอะ ค็อป เป็นจำนวนมาก

   อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูมาดเท่ของ ลิเวอร์พูล ทำเอาแฟนๆ ตะลึงในทรงผมใหม่ ก่อนเกมที่จะลงสนามในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ กับ อาร์เซน่อล ในคืนวันเสาร์นี้

    อลีสซง เผยภาพลุคใหม่ของตัวเองให้แฟนๆ ที่ติดตามกว่า 7 ล้านคนใน อินสตาแกรม ของตัวเอง ได้เห็นโดยเป็นการแชร์ภาพจาก แอคเคาท์ของ นาตาเลีย ภรรยาสาว มาลงในไอจีสตอรี่ เป็นรูปผมที่โดนตัดออก แล้วภาพถัดมาเป็นลุคใหม่ผมสั้นสุดเนี้ยบ

    โดย แคปชั่น ของ นาตาลี ใส่สั้นๆ เป็นภาษาโปรตุกีส ว่า "Meu lindo" ซึ่งมีความหมายคือ "ความสวยงามของฉัน"

แฟนอาร์เจนฯรวมตัว หวังเห็นเมสซี่กลับบ้านเกิด

เหล่ากองเชียร์ นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ รวมตัวกันเดินขบวนเรียกร้องให้ ลิโอเนล เมสซี่ กลับมาเล่นกับสโมสร ขณะที่รองประธานสโมสรก็พร้อมต้อนรับ เมสซี่ กลับมา

    กองเชียร์ นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ สโมสรในลีกประเทศอาร์เจนติน่า เดินขบวนภายใต้สโลแกนว่า "ความฝันของคุณ ความปรารถนาของพวกเรา" กลางเมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนตินา เพื่อจูงใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยอดแข้งซูเปอร์สตาร์ กลับมาเล่นให้กับทีม

    เมสซี่ คือผลผลิตจากชุดเยาวชนของ นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2001 และก้าวขึ้นเป็นยอดนักเตะของโลก คว้าเกียรติยศส่วนตัวมากมาย อาทิ คว้ารางวัลบัลลงดอร์ ได้ถึง 6 สมัย ทว่าชีวิตในถิ่นคัมป์ นู เกือบๆ 20 ปี ของ เมสซี่ กำลังจะจบลง หลังเจ้าตัวยื่นเรื่องต่อต้นสังกัดเพื่อขอย้ายทีมหลังมีปัญหาภายใน ซึ่งคาดว่าทีมที่จะได้ตัว เมสซี่ ไปครองคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    อย่างไรก็ตาม นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ ก็ยังไม่หมดหวังที่จะคว้าตัวแข้งคนโปรดเข้ามาสู่ทีมอีกครั้ง โดยแฟนบอลหลายคนต่างโบกธงสีแดง-ดำ ซึ่งเป็นสีประจำสโมสร รวมถึงอุปกรณ์แต่งกายที่มีรูป เมสซี่ ติดอยู่ ซึ่งการแสดงออกครั้งนี้พวกเขาหวังว่าจะทำให้ เมสซี่ ได้รับรู้ถึงความเชื่อมั่นและแรงสนับสนุนที่มีต่อเจ้าตัว

    ขณะเดียวกัน คริสเตียน ดามิโก รองประธานสโมสร นีเวลล์ โอลด์ บอยส์  ก็กล่าวพร้อมเปิดประตูให้ เมสซี่ กลับมาเล่นที่นี่อีกครั้ง "ผมไม่รู้หรอกว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวเขาและครอบครัว "

    "ในฐานะที่เป็นบอร์ดของสโมสร เราก็จะจัดเตรียมสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อช่วยให้เขาตัดสินใจ"

    "ตอนที่ มาราโดน่า ย้ายมาอยู่ นีเวลล์ส ไม่มีใครคิดหรอกว่าเขาจะย้ายมาที่นี่ ผมก็หวังว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นคล้ายๆ กันกับ ลีโอ"

    ทั้งนี้ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานดาวเตะฟ้า-ขาว ย้ายจาก เซบีย่า ในศึก ลาลีกา มาเล่นที่ นีเวลล์ โอลด์ บอยส์ เมื่อปี 1993 ในวัย 33 ปี ซึ่งเป็นช่วงอายุใกล้เคียงกับ เมสซี่ ในตอนนี้

ผอ.กีฬาบาร์ซ่าตั้งเป้ากล่อมเมสซี่เปลี่ยนใจอยู่ช่วยทีมต่อ

ราม่อน ปลาเนส ผอ.กีฬา บาร์เซโลน่า ระบุ พวกตนจะพยายามโน้มน้าวใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ ยอมอยู่กับทีมต่อให้ได้ พร้อมบอกว่า บาร์เซโลน่า กับ เมสซี่ คือของคู่กันที่ต่างฝ่ายต่างก็มอบหลายอย่างให้กันและกันตลอดช่วงที่ผ่านมา

    ราม่อน ปลาเนส ผู้อำนวยการกีฬาคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน กล่าวว่า "อาซูลกราน่า" จะยังพยายามโน้มน้าวใจให้ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนสำคัญเปลี่ยนใจให้ได้

    เมื่อไม่กี่วันก่อน เมสซี่ ส่งเอกสารชี้แจงกับต้นสังกัดว่าต้องการย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ผ่านทางเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาในทุกๆ ซัมเมอร์ที่เจ้าตัวทำเอาไว้กับสโมสร ซึ่งมันสร้างความฮือฮาให้กับโลกลูกหนังอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อว่า บาร์เซโลน่า คัดค้านกับเรื่องดังกล่าวโดยให้เหตุผลว่าถ้าอ้างอิงตามลายลักษณ์อักษรแล้วนั้นเงื่อนไขมันหมดอายุลงในทุกๆ เดือนมิถุนายน

    ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม ที่ผ่านมา ปลาเนส มาทำการเปิดตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเซา กองกลางดาวรุ่งอย่างเป็นทางการ หลังจากปิดดีลกับแข้งรายนี้ได้ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่นักข่าวก็เน้นถามเรื่อง เมสซี่ มากกว่า ซึ่ง ปลาเนส ก็ตอบว่า "แน่นอนว่านี่เป็นข่าวที่สำคัญมากๆ เราขอยืนยันตามที่เคยพูดหลายครั้งก่อนหน้านี้, ตามที่ คูมัน และท่านประธานเคยพูดไปก่อนหน้านี้ รวมถึงตามที่ผมเคยพูดในตอนที่เป็นเลขาธิการด้านเทคนิคว่าเราตั้งใจที่จะพึ่งพา เมสซี่ สำหรับอนาคตอันใกล้ เหมือนที่เราตั้งใจจะพึ่งพา ตรินเชา จากการที่เขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม เราได้ยินกันแล้วว่าเขาจะลงเล่นร่วมกับนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รวมถึงเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (หมายถึง เมสซี่)"

    "เรื่องเหล่านี้มันสามารถเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา และเราหวังว่าเราจะกลับมาได้แข็งแกร่งกว่าเดิมหลังจากที่ต้องพ่ายแพ้แบบหมดรูปในช่วงปลายฤดูกาลก่อน อะไรที่มันเกิดขึ้นมันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ไอเดียของเราคือการสร้างทีมโดยที่ให้นักเตะที่สำคัญที่สุดในโลกเป็นแกนกลางของทีม ตอนนี้เราไม่ได้คิดเกี่ยวกับการย้ายออกไป (ของ เมสซี่) ไม่ว่าจะในแบบไหนก็ตาม เพราะสิ่งที่เราต้องการคือให้ เมสซี่ อยู่กับทีมต่อไป"

    "สิ่งที่เรามีให้ เลโอ เมสซี่ มีเพียงความเคารพอย่างมากเท่านั้น บาร์ซ่า กับ เลโอ เป็นคู่กันเหมือนคู่รัก ทั้ง 2 ฝ่ายต่างก็มอบหลายอย่างให้กันและกัน รวมถึงต่างก็ทำให้แฟนๆ รู้สึกสนุกมากๆ ผมคิดว่าอนาคตมันอยู่ในทิศทางที่ดี ผมมองโลกในแง่ดี เรากำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้มั่นใจว่าความสัมพันธ์ระหว่าง บาร์ซ่า กับ เมสซี่ จะยังคงดำเนินต่อไป เรากำลังทำงานเป็นการภายในเพื่อที่จะโน้มน้าว เลโอ ให้อยู่กับทีมต่อ"

ม้า อรนภา หลุดอีกรายการ ไก่ วรายุฑ ร่อนจดหมายชี้แจง

ม้า อรนภา หลุดอีกรายการ ไก่ วรายุฑ ร่อนจดหมายชี้แจง


หลุดเพิ่มอีกหนึ่งรายการแล้ว สำหรับพิธีกรฝีปากเก่ง ม้า อรนภา ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งโดนปลดฟ้าผ่าออกจากการเป็นพิธีกร 2 รายการดัง ล่าสุด วันที่ 26 สิงหาคม ผู้จัดคนดังแห่งช่อง 3 ไก่ วรายุฑ ได้โพสต์รูปจดหมายแถลงการณ์ลงในอินสตาแกรมส่วนตัวที่ระบุว่า ม้า อรนภา ไม่ได้ทำหน้าที่กรรมการในรายการ "อลหม่านจานใหม่" ทางช่อง 3 แล้ว เนื่องจากตัวของพิธีกรคนดังเอง ไม่สบายใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โดยเนื้อหาในจดหมายมีดังนี้

ผู้ผลิตรายการ อลหม่านจานใหม่ ได้เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่ คุณม้า อรนภา ได้คอมเม้นต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ขณะนี้ คุณม้า อรนภา มีความไม่สบายใจและไม่สะดวกใจ จึงขอหยุดการทำหน้าที่ กรรมการในรายการ อลหม่านจานใหม่ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2563 นี้ (ซึ่งก่อนวันที่ 18 ตุลาคมได้มีการบันทึกเทปไว้แล้วจึงเรียนมาเพื่อนทราบ)

ทั้งนี้ ผู้ผลิตรายการ อลหม่านจานใหม่ ขอเคารพสิทธิ์ในการตัดสินใจของคุณม้า อรนภา

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

พร้อมกันนี้ผู้จัดคนเก่ง ยังเขียนแคปชั่นกำกับว่า ขออนุญาตชี้แจงเกี่ยวกับรายการ อลหม่านจานใหม่ ขอขอบคุณ จาก ไก่ วรายุฑ

สัญญาสุดสั้น! เชียงราย ประกาศเซ็น รัศมี แข มั่นใจไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง

หลังจากมีภาพของ รัศมี แข ดาราชื่อดังของเมืองไทย ถ่ายรูปคู่  ชาช่า กองหน้าชาวบราซิลของทีม สิงห์ เชียงราย ซึ่งทั้งคู่นั้นเหมือนกันมากๆ โดยภาพนี้สามารถสร้างรอยยิ้มและยอดแชร์ยอดไลท์จากแฟนบอลได้เป็นอย่างดี
    ล่าสุด "มาดามฮาย" ปวิศรัฐฐ ติยะไพรัช ประธานสโมสร สิงห์ เชียงราย ได้โพสต์ภาพคู่กับ รัศมี แข พร้อมแคปชั่นว่า  "คราวนี้เซ็น "รัศมีแข" มา 1 วันนะคะ พูดได้เลยว่าไม่ผิดหวัง ทำให้ทั้งทีมมีเสียงหัวเราะได้ทั้งวัน แถมเป็นคนเชียงราย #อู้เมืองแหลวแล่ด เลยเจ้า ติดตามความสนุกนี้ได้ที่ Kwangsong Channel ทาง YouTube นะคะ"

    สำหรับ รัศมี แข ถูกทาง สิงห์ เชียงราย เชิญมาถ่ายรายโดยจะฮาขนาดไหนติดตามได้ที่ Youtube Kwangsong Channel
 

ลียงพิสูจน์แล้ว! เอ็มบัปเป้ทวิตโต้เสียงวิจารณ์ “ลีกชาวนา”

กองหน้าปารีส แซงต์ แชร์กแมง ตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่เคยดูถูกลีกเอิงว่าเป็นลีกชาวนา หลังโอลิมปิก ลียง เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

คีลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้าปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทวิตโต้เสียงวิจารณ์ที่เคยดูถูกว่าลีกเอิงเป็นลีกชาวนา ซึ่งด้อยกว่าลีกใหญ่ในยุโรปลีกอื่นๆ

โอลิมปิก ลียง หนึ่งในตัวแทนสโมสรจากฝรั่งเศสในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพิ่งหักปากกาเซียน เอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ถึง 3-1 ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทั้งที่ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะเป็นเรือใบสีฟ้าที่ได้เข้าถึงรอบรองชนะเลิศต่อไป

จากผลการแข่งขันดังกล่าว ไม่เพียงสร้างความดีใจให้แฟนบอลลียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเอ็มบัปเป้ สตาร์ของเปแอสเช ที่รู้สึกยินดีกับสโมสรร่วมลีกเอิงที่ช่วยพิสูจน์ความแข็งแกร่งของฟุตบอลฝรั่งเศสให้โลกได้เห็น

ดาวยิงวัย 21 ปี โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์หลังเกมเพียงสั้นๆ ว่า "ลีกชาวนา" พร้อมรูปอิโมจิเป็นตัวตลก และรูปปรบมือ เพื่อตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่มีคนเคยดูถูกลีกเอิงมาก่อน

หลังจากที่เอ็มบัปเป้ทวิตข้อความดังกล่าวออกไป ทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของทางลียงก็เข้าร่วมสนุกด้วยการโพสต์ข้อความว่า "ไม่มีชาวนาที่นี่" พร้อมแสดงความยินดีกับชัยชนะที่ได้มา

ทั้งนี้ โอลิมปิก ลียง มีโปรแกรมต้องเข้าไปพบกับบาเยิร์น มิวนิค ในรอบรองชนะเลิศต่อไป หลังจากที่เคยเขี่ยยูเวนตุส และแมนฯ ซิตี้ ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย และรอบก่อนรองชนะเลิศ ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาแล้วก่อนหน้านี้ตามลำดับ