ชนะแชมป์สมัย34ทันที! เรอัลมาดริดคึก “เบนเซม่า” นำทัพบู๊บียาร์เรอัล

"ราชันชุดขาว" คืนนี้ขอแค่คว้าชัยเหนือ บียาร์เรอัล  หรือถ้าบาร์เซโลน่าไม่ชนะ พวกเขาก็จะการันตีแชมป์ทันที โดยพร้อมส่งดาวยิงฟอร์มเด็ดอย่าง คาริม เบนเซม่า ลงไล่ล่าตาข่าย บียาร์เรอัล ศึกลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพหัสบดีที่ 16 ก.ค.นี้

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
เรอัล มาดริด (1) – บียาร์เรอัล (5)
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563    เวลา : 02.00 น.   
สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

    เรอัล มาดริด

    ซีเนดีน ซีดาน จะปรับแดนกลางกับหน้าเล็กน้อย แต่แผงหลังเหมือนเดิม ดานี่ การ์บาฆาล ประจำการแบ็กขวา ใช้ เซร์คิโอ รามอส ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน , แบ็กซ้ายเป็น แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตามเดิม แดนกลางลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส , เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ และ เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ โดยมี โรดรีโก้ โมเรโน่ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า ในรายของ มาร์เซโล่ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

    บียาร์เรอัล

    ฆาเบียร์ กาเยฆา ได้ 3 แข้งตัวหลักกลับมาจากโทษแบน ไล่ตั้งแต่แดนหน้า เคราร์ด โมเรโน่ กลับมายืนหน้าเป้าอีกครั้ง  ส่วนตัวรุกใช้ ซานติ กาซอร์ล่า กับ ฆาบี อันติเบรอส ยืนริมเส้น มี มอย โกเมซ เป็นหน้าต่ำ , ตรงกลาง มานูเอล ตรีเกโรส คุมจังหวะร่วมกับ บิเซนเต้ อิบอร์ร่า ที่พ้นโทษแบนมา ในแดนหลัง คู่เซนเตอร์วาง เปา ตอร์เรส ยืนกับคู่กับ ราอูล อัลบิโอล, มาริโอ กาสปาร์ ลงแบ็กขวา แบ็กซ้ายใช้ ชาเบียร์ กินตีย่า ในรายของ มาเรียโน่ บาร์โบซ่า นายทวารมือสองติดโทษแบน ทำให้ เซร์คิโอ อาเซน
โฆ จะกลับมาเฝ้าเสาอีกครั้ง 

    11 นักเตะตามคาด

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบล กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล,เซร์คิโอ รามอส,ราฟาแอล วาราน,แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,โทนี่ โครส,เฟเด บัลเบร์เด้-ลูก้า โมดริช-โรดรีโก้ โกเอส,คาริม เบนเซม่า

    บียาร์เรอัล (4-2-3-1) เซร์คิโอ อาเซนโฆ-มาริโอ กาสปาร์,ราอูล อัลบิโอล,เปา ตอร์เรส,ชาบี กินตีย่า-บิเซนเต้ อิบอร์ร่า,มานูเอล ตรีเกโรส-ซานติ กาซอร์ล่า,มอย โกเมซ,ฆาบี อันติเบรอส-เคราร์ด โมเรโน่ 

 ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
02/09/19    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
05/05/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    3-2    บียาร์เรอัล
04/01/19    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
20/05/18    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
13/01/18    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    0-1    บียาร์เรอัล
27/02/17    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-3    เรอัล มาดริด
    
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เรอัล มาดริด
14/07/20 ชนะ กรานาด้า 2-1 (เยือน)     ลา ลีกา
10/07/20 ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
05/07/20 ชนะ แอธ.บิลเบา 1-0 (เยือน)     ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เยือน)     ลา ลีกา
           
บียาร์เรอัล
14/07/20 แพ้ เรอัล โซเซียดาด 1-2    (เหย้า)    ลา ลีกา
08/07/20 ชนะ เคตาเฟ่ 3-1    (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20 แพ้ บาร์เซโลน่า 1-4    (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ เรอัล เบติส 2-0    (เยือน)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ บาเลนเซีย 2-0    (เหย้า)    ลา ลีกา

วิดาลยิงเฮ! บาร์ซ่าบุกเชือดบายาโดลิด ยื้อเวลาแย่งแชมป์กับมาดริด

บาร์เซโลน่า เก็บสามคะแนนยื้อเวลาลุ้นแชมป์กับ เรอัล มาดริด ออกไปอีกนิด หลังได้ อาร์ตูโร่ วีดัล ยิงประตูโทนบุกเชือด บายาโดลิด 1-0 ขยับไล่กวด ราชันชุดขาว แต้มเดียว ขณะที่เกมลีกเหลืออีกแค่ 2 นัดในมือพวกเขา ในการแข่งขันศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา
สนาม :
เอสตาดิโอ มูนิซิปัล โฆเซ่ ซอร์รีย่า

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า ต้องการสามคะแนนเท่านั้นเพื่อต่อลมหายใจในการแย่งแชมป์กับ เรอัล มาดริด นัดนี้ กีเก้ เซเตียน กุนซือเจ้าบุญทุ่ม ไร้ดาวรุ่งอย่าง อันซู ฟาติด ที่ติดโทษแบน แต่ตัวเก๋า "เมสซี่-กรีซมันน์" ลงประจำการ ส่วน "หลุยส์ ซัวเรซ" นั่งสำรองเกมนี้บุกบ้าน บายาโดลิด ที่แมตช์ล่าสุดแพ้ไป พวกเขาแทบจะอยู่รอดปลอดภัยแน่นอนแล้ว เซร์คิโอ กอนซาเลซ นายใหญ่เจ้าถิ่นเร้าลูกทีมสร้างเซอร์ไพร์สช็อกโลก วาง "เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า" เป็นตัวทีเด็ด

     ทีมเยือนเปิดเกมนาทีที่ 5 เคราร์ด ปีเก้ วางบอลจากหลังออกข้างให้ อาร์ตูโร่ วีดัล รับบอลแต่ถูกผู้เล่นเจ้าถิ่นเตะอัดมากระเด้งกลิ้งมาหา เนลสัน เซเมโด้ กระชากบอลเข้าเขตโทษด้านขวาตบย้อนมาเขตโทษ เกือบ 9 หลา ริกิ ปุช วิ่งมาซัดตามน้ำบอลเรียดพื้นเข้ามือนายทวารบายาโดลิด

     บาร์เซโลน่านำนาทีที่ 15 ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งเข้าไปแย่งบอลจากผู้เล่นเจ้าถิ่น แตะย้อนให้ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ส่งสั้นให้ เนลสัน เซเมโด้ หน้ากรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนฟูลแบ็กบาร์ซ่าจ่ายให้ ลิโอเนล เมสซี่  ดีดต่อไปที่ อาร์ตูโร่ วีดัล ซัดบอลเต็มเท้าในเขตโทษ บอลชนเสาสองซุกเข้าประตูไปอย่างแม่นยำ

     บาร์ซ่าชวดจังหวะเด็ดนาทีที่ 19 ลิโอเนล เมสซี่ ไหลบอลออกริมสนามให้ เนลสัน เซเมโด้ ปาดบอลเข้ามากลางเขตโทษ บอลเลยตัวแนวรับบายาโดลิด มาเข้าทาง อองตวน กริซมันน์ สบจังหวะยิงประตู ทว่าเจ้าตัวจับบอลพลาดปล่อยบอลกลิ้งผ่านตัวแบบเหลือเชื่อ

     เจ้าบ้านตอบโต้นาทีที่ 22 เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า หัวหอกเจ้าบ้านเก็บตกบอลจากการสกัดของผู้เล่นบาร์ซ่า จับบอลจากนห้ากรอบเขตโทษเยื้องมาทางขวา แล้วส่องไกลทันทีบอลพุ่งชนข้างตาข่ายออกหลังไป

     อาซูลกราน่าบุกอีกนาทีที่ 24 เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ แทงบอลคิลเลอร์พาสกลางสนาม 30 หลาทะลุมาให้ เนลสัน เซเมโด้ หลุดเดี่ยวมาทางฝั่งขวากรอบเขตโทษ เข้ายิงบอลแบบจังเบอร์ แต่ว่า ยอร์ดี้ มาซิป นายทวารบายาโดลิด ล้มตัวเซฟก่อนตามตะครุบบอลอยู่มือ จบ 45 นาทีแรก บาร์เซโลน่า บุกนำ 1-0

     บาร์ซ่าสร้างจังหวะนาทีที่ 49 ลิโอเนล เมสซี่ หยอดบอลจากเขตโทษด้านซ้ายข้ามฝั่งมาที่ เซร์จี้ โรเบร์โต้ แปะบอลมากลางวงกลมกรอบเขตโทษ เจ้าหนู ริกิ ปุช สบโอกาสซัดบอลอีกครั้งแต่เบาเกิน ยอร์ดี้ มาซิป มือกาวเจ้าบ้านล้มตัวรับเอาไว้ได้ 

     เจ้าถิ่นหวังไล่ตามนาทีที่ 52 กีเก้ กองกลางบายาโดลิด เลี้ยงบอลแหวกหนี เนลสัน เซเมโด้ มาด้านซ้ายของสนาม จ่ายต่อให้ เอเนส อูนาล ตัวสำรองที่ลงมาตั้งป้อมส่องไกลจากหน้ากรอบเขตโทษ บอลกระดอนพื้นหนึ่งครั้งเข้าหาประตู แต่  มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น รับบอลแบบไม่มีปัญหา

     บายาโดลิดทำได้ดีนาทีที่ 60 เอเนส อูนาล เทคตัวขึ้นโหม่งบอลจากลุกฟรีคิกของเพื่อนร่วมทีมบริเวณสนามทางด้านขวาระยะ 27 หลา บอลกระดอนพื้นแต่ว่า มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น นายทวารบาร์ซ่าโชว์เหยียดตัวใช้มือปัดไว้ได้อย่างเฉียดฉิว

     อาซูลกราน่าชวดทิ้งห่างนาทีที่ 63 ลิโอเนล เมสซี่ ปั่นลูกนิ่งหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 22 หลาเยื้องมาทางด้านขวา บอลข้ามกำแพงผู้เล่นเจ้าถิ่นฮุบจะเข้าซุกตาข่าย ยอร์ดี้ มาซิป มือกาวบายาโดลิดปฏิกิริยายังดีใช้มือแปะบอลพ้นเขตประตูออกหลัง ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซานโดร รามิเรซ หัวหอกเจ้าบ้านหลุดเข้าไปซัดคนเดียวตรงเขตโทษด้านซ้าย แต่ว่านายทวารคนเก่งบาร์ซ่าเซฟช่วยทีมสำเร็จ จบเกม บาร์เซโลน่า บุกชนะ บายาโดลิด 1-0 ทำคะแนนกดดัน เรอัล มาดริด เหลือแค่แต้มเดียว ขณะที่เกมในมือพวกเขาเหลือแค่ 2 นัดเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บายาโดลิด (4-5-1): ยอร์ดี้ มาซิป,ฆาบี โมยาโน่,กีโก้,ฆาบี ซานเชซ,ราอูล การ์เซีย (นาโช่ น.25),ออสการ์ ปลาโน่,เฟเด ซาน เอเมเตรีโอ,ฆัวกิน เฟร์นานเดซ (ปาโบล เออร์เบียส น.46),รูเบน อัลการาซ (เอเนส อูนาล น.46),กีเก้,เซร์จี้ กวาร์ดิโอล่า (ซานโดร รามิเรซ น.61)

บาร์เซโลน่า (4-1-2-1-2): มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น,เนลสัน เซเมโด้,เคราร์ด ปีเก้,เกลม็อง ล็องเล่ต์ (โรนัลด์ อาเราโฆ น.57),ยอร์ดี้ อัลบา,เซร์จี้ โรเบร์โต้,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (จูเนียร์ ฟีร์โป้ น.74),ริกิ ปุช (อีวาน ราคิติช น.57),อาร์ตูโร่ วีดัล,ลิโอเนล เมสซี่,อองตวน กริซมันน์ (หลุยส์ ซัวเรซ น.46)

เรอัลมาดริดเดินหน้าล่าแชมป์ลีก! “เบนเซม่า” กระสันซัดถิ่นกรานาด้า

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ขยับเข้าใกล้แชมป์ลีกซีซั่นนี้เต็มทีเตรียมจัดหนักนำปิดสกอร์โดย คาริม เบนเซม่า เกมบุกบ้าน กรานาด้า ในศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน คืนวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. ศกนี้  ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)
ปรีวิวฟุตบอล ลา ลีกา สเปน
วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2563
กรานาด้า   –   เรอัล มาดริด
ถ่ายทอดสด : beIN SPORTS 1 (เวลา : 03.00 น.)

 

สนาม : เอสตาดิโอ นวยโบ้ ลอส การ์เมเนส

    ดีเอโก้ มาร์ติเนซ เตรียมพัก โรเบร์โต้ โซลดาโด้ กองหน้าจอมเก๋าวัย 34 ไว้และปรับมาเล่นระบบ 3-4-2-1 วาง การ์ลอส เฟร์นานเดซ ยืนเป็นหัวหอกเดี่ยว ด้านหลังมี อันโตนิโอ ป้วยร์ต้าส กับ ดาร์วิน มาชีส ทำเกมรุกสนับสนุน

    ส่วนตรงกลาง ยานเกล เอร์เรร่า กับ ยาน ไบรซ์ เอเตกี คุมจังหวะร่วมกันโดยมี บิตอร์ ดิอ๊าซ และ การ์ลอส เนบา ทำหน้าที่วิงแบ็ก ส่วนแผงหลัง 3 คน เฆซุส บาเยโฆ ที่เจ็บจากเกมก่อน อาจฟิตไม่ทัน โอกาสจะตกเป็นของ โฆเซ่ อันโตนิโอ มาร์ติเนซ ลงเล่นร่วมกับ เคร์มัน ซานเชซ และ โดมิงโกส ดูอาร์เต้ 
    ส่วนในรายของ อัลบาโร่ บาดีโย่, มักซิม โกนาลองส์, กีนี่ และ เนย์ดอร์ โลซาโน่ ยังขาดเจ็บทั้งหมด

    ซีเนดีน ซีดาน จะได้ ดานี่ การ์บาฆาล กับ เซร์คิโอ รามอส สองแกนหลักในแนวรับพ้นโทษแบนกลับมา และจะลงสนามเป็นตัวจริงทันที 

    โดยรามอส จะยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน, การ์บาฆาล กลับมาประจำการแบ็กขวา แบ็กซ้ายเป็น แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตามเดิม แดนกลาง ลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส, เอ็นริเก้ คาเซมีโร่ และ มาร์โก อาเซนซิโอ โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า

    ในรายของ มาร์เซโล่ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

11 นักเตะตามคาด

    กรานาด้า (3-4-2-1) : รุย ซิลบา – มาร์ติเนซ, เคร์มัน ซานเชซ, โดมิงโกส ดูอาร์เต้ – บิตอร์ ดิอ๊าซ, ยานเกล เอร์เรร่า, ยาน ไบรซ์ เอเตกี, การ์ลอส เนบา – อันโตนิโอ ป้วยร์ต้าส, ดาร์วิน มาชีส – การ์ลอส เฟร์นานเดซ

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, เซร์คิโอ รามอส, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – เอ็นริเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช – อีสโก้ – วินิซิอุส, คาริม เบนเซม่า

 

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
05/10/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า 4-2
07/05/17    ลา ลีกา    กรานาด้า แพ้ เรอัล มาดริด 0-4
07/01/17     ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า 5-0
08/02/16    ลา ลีกา    กรานาด้า แพ้ เรอัล มาดริด  1-2
19/09/15    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด ชนะ กรานาด้า  1-0

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
กรานาด้า
10/07/20  ชนะ โซเซียดาด 3-2 (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20 เสมอ บาเลนเซีย 2-2  (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ อลาเส 2-0 (เยือน)        ลา ลีกา
29/06/20 แพ้ เออิบาร์ 1-2 (เหย้า)        ลา ลีกา
23/06/20 เสมอ เลกาเนส 0-0 (เยือน)    ลา ลีกา
 
เรอัล มาดริด
10/07/20   ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
05/07/20   ชนะ บิลเบา 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
02/07/20   ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)        ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ( เยือน )     ลา ลีกา
24/06/20    ชนะ มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา

สื่อ-แฟนมาดริดไม่ขำเบลทำตัวตลกเกมชนะอลาเบส

ไม่น่ารักเลย! สื่อและแฟนบอล เรอัล มาดริด รุมจวก แกเร็ธ เบล หลังทำเป็นตลกนอนหลับเมื่อรู้ตัวเองไม่ได้ลงสนามในเกมพบ อลาเบส

     แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ สร้างความหงุดหงิดและไม่พอใจให้กับแฟนบอล เรอัล มาดริด อีกครั้ง หลังทำเป็นเล่นตลกระหว่างอยู่ที่ม้านั่งสำรองข้างสนามในเกม ลา ลีกา สเปน ที่ "ราชันชุดขาว" เปิดสนาม อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ เอาชนะ อลาเบส 2-0 เมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

 

    เบล ซึ่งโดน ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ดองเป็นตัวสำรองมา 4 นัดติด และเพิ่งได้เป็นตัวจริงแค่ 12 เกมในฤดูกาลนี้ ทำเป็นเล่นตลกด้วยการดึงเอาหน้ากากอนามัยขึ้นมาปิดตา และทำเป็นนอนหลับ ก่อนหัวเราะด้วยความขบขัน หลังทีมใช้โควตาตัวสำรองหมดแล้ว

 

    การกระทำดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับกองเชียร์ "ราชันชุดขาว" โดยแฟนบอลรายหนึ่งเขียนแสดงความเห็นว่า "มันเป็นการดูหมิ่นกันอย่างมากจาก แกเร็ธ เบล มันชัดเจนว่า เขาไม่ได้ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรอีกแล้ว ฟอร์มของเขาห่วยแตกเวลาลงสนาม ไม่ต้องไปตำหนิ ซีดาน เลยที่ไม่ส่งเขาลงเล่น"

    ขณะที่ มาร์ก้า หนังสือพิมพ์เล่มดังของแดนกระทิงดุก็ไม่ชอบใจพฤติกรรมของดาวเตะเวลส์เช่นกัน โดยลงรูปที่ เบล กำลังทำท่านอนหลับ และพาดหัวว่า "น่าอับอาย"

สุขจนล้น!ซีดานพูดไม่ออกพาเรอัลมาดริดซิวแชมป์ลาลีกา

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด สุขล้นจนพูดไม่ออก หลังพาทีมคว้าแชมป์ ลา ลีกา ซีซั่นนี้ได้สำเร็จ พร้อมระบุแชมป์ลีกทำให้ตนแฮปปี้ยิ่งกว่าได้แชมป์ยุโรปเสียอีก

     ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ชเลือดน้ำหอมของ เรอัล มาดริด เผยว่า ตนมีความสุขจนไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ หลังพาทีมเปิดบ้านพิชิต บียาร์เรอัล 2-1 พร้อมการันตีตำแหน่งแชมป์ ลา ลีกา สเปน ประจำฤดูกาล 2019/20 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     เกมนี้ เรอัล มาดริด จำเป็นต้องคว้าชัยเพื่อการันตีแชมป์ ซึ่งพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ โดยนับเป็นแชมป์ ลา ลีกา สมัยที่ 34 ของ "ราชันชุดขาว" และถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2016/17 นอกจากนี้ยังเป็นแชมป์ลีกสมัยที่สองของ "ซิซู" ในฐานะกุนซือ เรอัล มาดริด ด้วย

     "มันเป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆ เพราะสิ่งที่บรรดานักเตะได้ทำลงไป มันเป็นอะไรที่น่าประทับใจสุดๆ" กุนซือคนดังวัย 48 ปี เปิดใจ "ผมไม่รู้จะพูดยังไงกับความรู้สึกของผมตอนนี้ แชมเปี้ยนส์ ลีก มันก็คือ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่แชมป์ลีกมันทำให้ผมแฮปปี้มากกว่า เพราะ ลา ลีกา มันเป็นอะไรที่มหัศจรรย์"  

     สำหรับชัยชนะนัดนี้ ทำให้ เรอัล มาดริด มีคะแนนเพิ่้มเป็น 86 แต้ม จากการลงแข่ง 37 นัด พร้อมทิ้งห่าง บาร์เซโลน่า ที่พลาดท่าแพ้ โอซาซูน่า คาบ้าน 1-2 ถึง 7 แต้ม โดยเกมปิดซีซั่นของพวกเขาคือการบุกไปเยือน เลกาเนส วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมนี้
 

เรอัลมาดริดขอหนีบาร์ซ่า! “เบนซ์” จ้องเฝ้าพังตาข่ายอลาเบส

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด เล็งสามคะแนนจากเกมนี้ หลังถูก บาร์เซโลน่า จี้ตามเข้ามาเหลือแต้มเดียว คาริม เบนเซม่า ศูนย์หน้าเจ้าบ้านอาสาซัดสกอร์ทีมเยือน อลาเบส ที่ดิ้่นรนหนีตายช่วงท้ายซีซั่น ในการแข่งขันฟุตบอลลา ลีกา สเปน คืนวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2563
เรอัล มาดริด (1) – อลาเบส (17)
เวลา : 03.00 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 1
สนาม : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

    ซีเนดีน ซีดาน จะขาด ดานี่ การ์บาฆาล กับ เซร์คิโอ รามอส สองแกนหลักในแนวรับที่ติดโทษแบนพร้อมกัน ทำให้จะปรับมาใช้ เอแดร์ มิลิเตา ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน

    ส่วนแบ็กขวาจะโยก แฟร์กล็องด์ เมนดี้ มาเล่น และใช้ มาร์เซโล่ ยืนแบ็กซ้าย แดนกลาง อีสโก้ จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส, เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ และ เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่ โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า

    ในรายของ เอแด็น อาซาร์ เจ็บข้อเท้า ยังไม่น่าจะฟิตทัน เช่นเดียวกับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ที่ยังไม่พร้อมลงสนาม

    อาเซียร์ การีตาโน่ ยังไม่มี เฟร์นานโด ปาเชโก้ นายทวารมือหนึ่งที่ยังเจ็บทำให้ โรเบร์โต้ คิมิเนซ จะลงเฝ้าเสาต่อไป

    ส่วนในแนวรับแบ็กซ้ายไม่มี รูเบน ดูอาร์เต้ กระดูกนิ้วแตก ทำให้ต้องแก้ปัญหาด้วยการโยกเอา อาเดรียน มาริน จากแบ็กขวามายืนแทน แล้วเติม ชิโม่ นาบาร์โร่ มาเล่นแบ็กขวา, คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ ลิซานโดร มากายาน จะยืนกับ บิคตอร์ ลากวาร์เดีย
 
    ในแผงกองกลาง โตมัส ปีน่า ลงเล่นมิดฟิลด์ตัวรับคู่กับ บิคตอร์ กามาราซ่า ริมเส้นเป็น อเล็กซ์ บีดาล ขึ้นเกมทางด้านขวา ฝั่งซ้ายมี หลุยส์ รีโอฆา ลงลากเลื้อย ส่วนคู่หน้าจะเป็น ลูกัส เปเรซ ยืนกับ โฆเซลู ซาน มาร์ติน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบต์ กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่, เอแดร์ มิลิเตา, ราฟาแอล วาราน, แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เอ็นรีเก้ คาเซมีโร่, โทนี่ โครส, เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้-อีสโก้-วินิซิอุส, คาริม เบนเซม่า

อลาเบส (4-4-2) โรเบร์โต้ ฆิมิเนซ-ชิโม่ นาบาร์โร่, ลิซานโดร มากายาน, บิคตอร์ ลากวาร์เดีย, อาเดรียน มาริน-อเล็กซ์ บีดาล, โตมัส ปีน่า, บิคตอร์ กามาราซ่า, หลุยส์ รีโอฆา-ลูกัส เปเรซ, โฆเซลู ซาน มาร์ติน

แช่งราชัน! บาร์ซ่าต้องชนะเท่านั้น “เมสซี่-ซัวเรซ” พร้อมกระหน่ำโอซาซูน่า

แชม์เก่า บาร์เซโลน่า ไม่มีทางเลือกต้องคว้าชัยให้ได้ก่อนแล้วลุ้นให้ เรอัล มาดริด แพ้เพื่อจะลุ้นในเกมสุดท้ายต่อไป สำหรับวันนี้พร้อมรับมือ โอซาซูน่า แนวรุกนำทัพโดย ลิโอเนล เมสซี่ และหลุยส์ ซัวเรซ ในปรีวิว ลาลีกา นัดรองสุดท้าย คืนวันพหัสบดีที่ 16 ก.ค.นี้

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
บาร์เซโลน่า (2) – โอซาซูน่า (11)
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563    เวลา : 02.00 น.   
สนาม : คัมป์ นู    

    บาร์เซโลน่า

    กีเก้ เซเตียน ไม่มี อองตวน กริซมันน์,ซามูแอล อุมตีตี้,จูเนียร์ ฟีร์โป้ ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน ส่วน แฟร้งกี้ เดอ ยองก์  มีชื่อติดทีมแล้ว แต่ยังไม่น่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง ส่วน อันซู ฟาติ พ้นโทษแบนกลับมาพร้อมเป็นตัวเลือก ในแผง
แบ็กโฟร์เลือกใช้ เนลซอน เซเมโด้ ยืนเเบ็กขวา, เกลม็อง ล็องเล่ต์ กับ เคราร์ด ปีเก้ จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ และ ยอร์ดี้ อัลบา เล่นแบ็กซ้าย แดนกลาง  4 คน ใช้ อีวาน ราคาติช,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,อาร์ตูโร่ วีดัล และ เซร์จี้ โรเบร์โต้ ทำเกมร่วมกัน วาง ลิโอเนล เมสซี่
ยืนคู่หน้ากับ หลุยส์ ซัวเรซ

    โอซาซูน่า

    ยาโกบา อาร์ราซาเต้ เตรียมกลับมาใช้ระบบกองหน้าตัวเดียวอีกครั้งในเกมนี้ โดยจะดร็อป อาเดรียน โลเปซ หัวหอกตัวเก๋าไว้ข้างสนาม และใช้ เอ็นริค กาเยโก้ ยืนห้อยข้างหน้าคนเดียว ส่วนตัวสนับสนุนมี กีเก้ บาร์ฆา กับ โฆเซ่ อานาอิตซ์ ช่วยกัน
สร้างสรรค์เกม ตรงกลาง ฟราน เมรีด้า เดินเกมร่วมกับ ยอน มอนกาโยล่า โดยมี นาโช่ บีดัล กับ โตนี่ ลาโต้ รับบทวิงแบ็กทั้งสองฝั่ง ส่วนแผงหลัง ดาบิด การ์เซีย ลงยืนเเป็น 3 ซนเตอร์ฮาล์ฟ ร่วมกับ ราอูล นาบาส และ อารีดาเน่ เอร์นานเดซ  , ในรายของผู้
เล่นบาดเจ็บยังมี ชีมี่ อาบีล่า,ฆอร์เค่ เอร์รานโด้,โรเบิร์ต อิบันเญซ,มาร์ค กาโดน่า และ อูไน การ์เซีย

    11 นักเตะตามคาด

    บาร์เซโลน่า (4-4-2) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น-เนลซอน เซเมโด้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, เคราร์ด ปีเก้,ยอร์ดี้ อัลบา- อีวาน ราคิติช,อาร์ตูโร่ วีดัล,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์,เซร์จี้ โรเบร์โต้-ลิโอเนล เมสซี่,หลุยส์ ซัวเรซ

    โอซาซูน่า (3-4-2-1) เซร์คิโอ เอร์เรร่า-ราอูล นาบาส,ดาบิด การ์เซีย,อารีดาเน่ เอร์นานเดซ-นาโช่ บีดัล,ยอน มอนกาโยล่า,ฟราน เมรีด้า,โตนี่ ลาโต้-โฆเซ่ อานาอิตซ์,กีเก้ บาร์ฆา-เอ็นริช กาเยโก้

ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
31/08/19    โอซาซูน่า เสมอ บาร์เซโลน่า 2-2    ลา ลีกา
27/04/17    บาร์เซโลน่า ชนะ โอซาซูน่า 7-1     ลา ลีกา
10/12/16    โอซาซูน่า แพ้ บาร์เซโลน่า 0-3    ลา ลีกา
16/03/14    บาร์เซโลน่า ชนะ โอซาซูน่า 7-0    ลา ลีกา
20/10/13    โอซาซูน่า เสมอ บาร์เซโลน่า 0-0    ลา ลีกา   

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
บาร์เซโลน่า
12/07/20 ชนะ เรอัล บายาโดลิด 1-0 (เยือน)    ลา ลีกา
09/07/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เหย้า)     ลา ลีกา
06/07/20 ชนะ บียาร์เรอัล 4-1 (เยือน)     ลา ลีกา
01/07/20 เสมอ แอต.มาดริด 2-2 (เหย้า)     ลา ลีกา
27/06/20 เสมอ เซลต้า 2-2 (เยือน)     ลา ลีกา
        
โอซาซูน่า
11/07/20 ชนะ เซลต้า บีโก้ 2-1  (เหย้า)    ลา ลีกา
09/07/20 แพ้ เรอัล เบติส 0-3 (เยือน)    ลา ลีกา
06/07/20 เสมอ เคตาเฟ่ 0-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
03/07/20 ชนะ เออิบาร์ 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เลกาเนส  2-1 (เหย้า)    ลา ลีกา

รามอสซัดชัยจุดโทษ!เรอัล มาดริดบุกเชือดบิลเบาฉีกแต้มนำฝูง

เซร์คิโอ รามอส รับบทฮีโร่ซัดจุดโทษนำชัย พา "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด บุกเฉือนหวิว แอธ.บิลเบา ถึงถิ่น 1-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ ฉีกนำจ่าฝูงทำแต้มหนี โยนความกดดันให้ บาร์เซโลน่า ที่ลงสนามช่วงดึกไปก่อน ในเกมลา ลีกา สเปน ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 63

แอธ.บิลเบา 0-1 เรอัล มาดริด

 สนาม: เอสตาดิโอ ซาน มาเมส
   
    ฟุตบอลลา ลีกา สเปน ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม เจ้าถิ่นแอธ.บิลเบา กุนซือใหญ่ กาอิซก้า การีตาโน่ ยังคงระบบ 4-2-3-1  แผงรุก 3 คนวาง ราอูล การ์เซีย, อิเกร์ มูเนียอิน และ อินญิโก้ กอร์โดบา  เล่นอยู่ข้างหลัง อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ที่ยืนค้ำ
เป็นหน้าเป้า

    ส่วน "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ซีเนดีน ซีดาน จะปรับทีมบางตำแหน่ง ในแนวรับ มาร์เซโล่ จะเบียด แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ลงยืนแบ็กซ้าย  แดนกลาง ลูก้า โมดริช  จะลงปั้นเกมร่วมกับ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ โดยมี มาร์โก อเซนซิโอ ยืนหน้ากับ คาริม
เบนเซม่า กับ โรดริโก

    เริ่มเกมมา4นาที ลูกทีมของ ซีดาน เดินหน้าบุกก่อน แล้วก็เกือบมีลุ้น เมื่อ คาริม เบนเซม่า ได้บอลทะลุเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่จับบอลจังหวะแรกไม่ดีเอง ชวดยิงทักทายก่อนไปอย่างน่าเสียดาย

    ก่อน2นาทีต่อมา แอธ.บิลเบา จะสวนกลับขึ้นมาบ้าง และโอกาสได้จบจากการยิงนอกกรอบของ อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ ยังดีที่แนวรับ เรอัล มาดริด ยังช่วยกันบล็อคได้ทัน

    นาทีที่17 ราชันชุดขาว หวิดเสียประตูอีกครั้ง เมื่อ ราอูล การ์เซีย ได้โขกจ่อๆคนเดียว ยังดีที่ ติโบล กูร์กตัวส์ โชว์ซูเปอร์เซฟ ได้อย่างสุดยอด เซฟประตูช่วยทีมได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    ช่วงท้ายครึ่งแรก เรอัล มาดริด ได้ลุ้นเสียวบ้าง เมื่อ คาริม เบนเซม่า ได้โขกบอลหน้าประตู แต่บอลหลุดถากเสาออกหลังไป ทำให้หมดครึ่งแรก ยังเสมอกันอยู่ 0-0

    เกมเข้าสู่ครึ่งหลัง และผ่านหนึ่งชั่วโมงของเกม เอแดร์ มิลิเตา บาดเจ็บร่วงไปกองกับพื้น ทำให้ต้องหยุดปฐมพยาบาล ก่อนโชคดีที่เจ้าตัวเจ็บไม่มาก ยังเล่นต่อไหว

    นาทีที่72 แฟนๆราชันชุดขาว ได้เฮ เมื่อ มาร์เซโล่ ไปโดนฟาวส์ล้มในกรอบเขตโทษ ก่อนผู้ตัดสินจะเช็กวีเออาร์ ก่อนเป่าชี้เป็นลูกจุดโทษให้ผู้มาเยือน

    ก่อนนาทีต่อมา เซร์คิโอ รามอส รับหน้าที่สังหารไม่พลาด โดยแม้ อูไน ซิมอน จะเดาทางถูก แต่ก็ปัดไม่ทัน ทำให้ เรอัล มาดริด บุกขึ้นนำ 1-0

    ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดเวลา จึงเป็น เรอัล มาดริด บุกเชือดหวิว แอธ.บิลเบา 1-0 เก็บสามคะแนนสำคัญ นำจ่าฝูงทำแต้มฉีกหนี บาร์เซโลน่า ที่ลงสนามช่วงดึกไปก่อน

11 นักเตะของทั้งสองทีม

แอธ.บิลเบา(4-2-3-1) อูไน ซิมอน-อันเดร์ กาป้า,เยเรย์ อัลวาเรซ (อูไน นูเนซ น.21),อินญิโก้ มาร์ติเนซ,ยูริ เบร์ชีเช่ – ดานี่ การ์เซีย,อูไน โลเปซ (มิเกล เวสก้า น.63) – ราอูล การ์เซีย (อาซิเออร์ วิลลาลิเบร น.78),อิเกร์ มูเนียอิน,อินญิโก้ กอร์โดบา (ออสการ์ เดมาร์กอส น.63)-อินญากี้ วิลเลี่ยมส์ (โออิฮาน ซานเชต น.78)

เรอัล มาดริด (4-3-3) ติโบล กูร์กตัวส์-มาร์เซโล่,เอแดร์ มิลิเตา,เซร์คิโอ รามอส,ดานี่ การ์บาฆาล-ลูก้า โมดริช,เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ (โทนี่ โครส น.85)-โรดริโก (ลูคัส น.74) ,คาริม เบนเซม่า (ลูก้า โยวิช น.90+5),มาร์โก อเซนซิโอ (จูเนียร์ วินิซิอุส น.74)

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสาร

 

เรอัลมาดริดไม่พลาดบุกเฉือนเอสปันญ่อล แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูงทิ้ง2แต้ม

กาเซมีโร่ กลายเป็นฮีโร่ของ "ราชันชุดขาว" หลังซัดประตูชัยพาทีมบุกไปเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ซิวสามแต้มแซง บาร์เซโลน่า สองคะแนนขึ้นไปนำจ่าฝูงมี 71 แต้ม ส่วนไอ้นกแก้วจมบ๊วยก้นตารางเช่นเดิม ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

    ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เอสปันญ่อล ทีมบ๊วยของตารางเปิดบ้านต้อนรับ เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หาก "ชุดขาว" บุกมาคว้าชัยได้จะแซง บาร์เซโลน่า ถึงสองคะแนนขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงแทน

    ออกสตาร์ทครึ่งแรกไม่ถึงนาที เอสปันญ่อล ได้ลุ้นฟรีคิกหน้ากรอบก่อนเลยแต่จังหวะซัดด้วยขวาเต็มแรงของ อาเดรียน เอ็มบาร์บา แต่บอลพุ่งไปเข้าซอง ติโบต์ กูร์กตัวส์

    นาที 10 ชุดขาวได้ลุ้นบ้าง โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกมาเสาไกลบอลมาตกใส่เท้าของ กาเซมีโร่ หวดด้วยขวากึ่งยิงกึ่งผ่านไปเข้าหัว เซร์คิโอ รามอส โขกเหินคานออกไป

    นาที 20 เอสปันญ่อล ได้ลุ้นจากลูกนิ่งอีก เอ็มบาร์บา เปิดแรงเข้าไปให้ มาร์ก โรต้า ซัดตามน้ำแต่บอลยังไม่โดน ติโบต์ กูร์กตัวส์

    อีก 5 นาทีต่อมา ไอ้นกแก้วได้ลุ้นบ้าง อาเดรียน เอ็มบาร์บา จ่ายบอลให้ อู่ เล่ย กดด้วยขวาจากนอกรอบ บอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

    นาที 31 โทนี่ ครอส เข้ามาหน้าประตูให้ เซร์คิโอ รามอส ได้โหม่งแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ ดีเอโก้ โลเปซ  และเป็นจังหวะล้ำหน้าของ รามอส ไปอีกด้วย

    นาที 36 "ชุดขาว" เกือบแซงขึ้นนำไปก่อน หลัง คาริม เบนเซม่า โยกหลบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นๆแต่ยังโดน ดีเอโก้ โลเปซ เหินปัดบอลออกไป

    ท้ายเกม นาที 43 เจ้าบ้านเกือบทำพลาดอีก หลัง ดีเอโก้ โลเปซ ปัดไม่พ้นทางมาหล่นใส่ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ซัดด้วยขวาไปติดเซฟของโลเปซ ก่อนจะเลยมาเข้ากลางให้ อาซาร์ ตามซ้ำเข้าไปแต่ โลเปซ นายด่านของไอ้นกแก้วก็ปัดออกไปได้

    กระนั้น นาที 45 เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จหลัง คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางเสาแรกก่อนจะตอกส้นให้ กาเซมีโร่ วิ่งมายิงด้วยซ้ายเข้าไป

    จบครึ่งแรก เอสปันญ่อล ตามหลัง เรอัล มาดริด 0-1

     ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันต่อ นาที 49 อู่ เล่ย ได้กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์

    ชุดขาวตอบโต้บ้าง อีก 2 นาทีต่อมา อีสโก้ วางบอลยาวไปในกรอบ 6 หลาทางเสาไกล เบนเซม่า กระโดดแปแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ ของ ดีเอโก้ โลเปซ รับไว้ติดมือ

    เจ้าบ้านไม่อยู่เฉย นาที 74 ได้ลุ้นจากจังหวะ นิโก้ เมลาเหม็ด จ่ายบอลให้ ดาบิด โลเปซ ซัดด้วยขวานอกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือกูร์กตัวส์รับไว้ได้

    จบเกม เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล 1-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 71 คะแนนนำห่าง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูง 2 คะแนน ส่วนทัพ "นกแก้ว" ยังรั้งบ๊วยของตารางมี 24 คะแนน

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ – บิคตอร์ เปเรีย, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า (อาเดรีย เปโดรซ่า น.46) – มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ (ปอล โลซาโน่ น.84) – อู่ เล่ย (ออสการ์ เมเลนโด้ น.57) ,อาเดรียน เอ็มบาร์บา (โจนาธาน กาเยรี่ น.69) ,เซร์กี้ ดาร์เดร์ (นิโก้ เมลาเหม็ด น.69) – ราอูล เด โทมัส
 
        เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ – เฟเด้ บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส – อีสโก้ (โรดรีโก้ น.64), คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.63)

 

แซงนำฝูงแบบเซ็ง! บาร์ซ่าแต้มหล่นโดนเซลต้าไล่เจ๊าท้ายเกม

หลุยส์ ซัวเรซ แม้จะเหมาคนเดียวสองประตู ทว่า บาร์เซโลน่า กลับไม่ได้สามแต้มหลังโดนทีเด็ดของ ยาโก้ อาสปาส ซัดฟรีคิกใน นาที 88 ช่วยให้ เซลต้า บีโก้ ไล่ตีเสมอ 2-2 ส่งผลให้ "เจ้าบุญทุ่ม" แซง เรอัล มาดริด หนึ่งคะแนนขึ้นนำเป็นจ่าฝูงด้วยการมี 69 คะแนน แต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา

    ศึกฟุตบอล ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าบ้าน เซลต้า บีโก้ ทีมอันดับ 16 คว้าชัยมาสองเกมติด ล่าสุดบุกไปอัด เรอัล โซเซียดาด 1-0 เกมนี้รับการมาเยือนของแชมป์เก่า บาร์เซโลน่า ที่แต้มเท่ากับจ่าฝูง เรอัล มาดริด 68 แต้ม แต่เฮดทูเฮดเป็นรองทำให้รั้งรองจ่าฝูง ซึ่งฟอร์มล่าสุดเพิ่งเปิดรังเบียด แอธ.บิลเบา มาหวุดหวิด 1-0

     เริ่มเกมได้แค่ 6 นาที บาร์เซโลน่า เกือบบุกมาขึ้นนำก่อนหลัง เมสซี่ เตะคอนเนอร์มาให้ เคราร์ด ปีเก้ โขกระยะไม่ถึง 6 หลาไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

    กระนั้น นาที 20 เจ้าบุญทุ่มมาพังสกอร์ขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะเซ็ตเพลย์หน้ากรอบเขตโทษ เมสซี่ เปิดฟรีคิกเข้ามาทางเสาแรกให้ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ยืนโล่งๆ สะบัดโขกบอลเบียดเสาเข้าไป

    นาที 24 เซลต้า มีโอกาสเช่นกันหลัง เดนิส ซัวเรซ จ่ายให้ แบรส์ เมนเดซ กดด้วยซ้ายกลางประตูแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น

     จบครึ่งแรก เซลต้า บีโก้ ตามหลัง บาร์เซโลน่า 0-1

    กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลัง แค่นาที 50 เจ้าบ้านมาทวงประตูตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ จากจังหวะที่ โอกาย โยกุสลู หลุดเข้าไปในกรอบทางด้านขวาก่อนจะหักเลียดมาในกรอบแค่ 6 หลาให้ เฟดอร์ สโมลอฟ ที่ยืนโล่งๆ ซัดด้วยซ้ายเข้าไป

    นาที 67 บาร์เซโลน่า มาแซงขึ้นนำเจ้าถิ่น 2-1 อีกครั้ง และยังเป็นคู่หูคนเดิมอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ที่วิ่งมาฉกบอลจากแนวรับก่อนจ่ายสั้นๆให้ ซัวเรซ ล้มตัวยิงด้วยซ้ายไปทางเสาไกลหนีมือ รูเบน บลังโก้ เข้าไป

    แต่แล้วในช่วงท้ายเกม นาที 88 เจ้าบ้านมาฮึดไล่ตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ หลังได้ฟรีคิกนอกกรอบไม่ถึง 20 หลา ก่อนที่ ยาโก้ อาสปาส จะปั่นหนีกำแพงเบียดเสาเข้าไปชนิดที่ มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น ได้แต่ยืนมอง

    จบเกม เซลต้า บีโก้ เสมอกับ บาร์เซโลน่า แบบสนุก 2-2 แบ่งแต้มกันไปทีมละหนึ่งคะแนน ส่งผลให้ เจ้าบุญทุ่ม แซง เรอัล มาดริด ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงแค่หนึ่งคะแนน โดยมี 69 คะแนน ส่วน "ราชันชุดขาว" ซึ่งมี 68 แต้มจะมีคิวเตะในวันอาทิตย์นี้ด้วยการบุกไปเยือน เอสปันญ่อล

รายชื่อนักเตะลงสนามตัวจริง

    เซลต้า บีโก้ (3-5-2) : รูเบน บลังโก้ – โจเซป ไอดู,จอร์จ แซนซ์ ,เนสตอร์ อาเราโฮ – เกบิน บาสเกซ, บราอิส เมนเดซ, โอกาย โยกุสลู, เดนีส ซัวเรซ, จาโคโบ กอนซาเลซ – ยาโก้ อาสปาส, ฟีโอดอร์ สโมลอฟ

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมติตี้, ยอร์ดี้ อัลบา – อาร์ตูโร่ วีดัล, อีวาน ราคิติช, ริการ์ด ปูก – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, อันซู ฟาติ