สถิติ UCL! ‘เลวานดอฟสกี้-กนาบรี้’ยิงแซง’โรนัลโด้-เบล’

สองแนวรุกเสือใต้ซัดประตูแซงอดีตดูโอของราชันชุดขาว และเป็นสถิติใหม่ของถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก


โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ แซร์จ กนาบรี้ กลายเป็นคู่หูที่ยิงประตูมากที่สุดในศึกยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก 1 ฤดูกาล

ทีมเสือใต้โชว์ฟอร์มแกร่งไล่ยิง โอลิมปิค ลียง ในรอบรองชนะเลิศ 3-0 จากผลงานของกนาบรี้ 2 ประตู และเลวานดอฟสกี้ 1 ประตู

นั่นทำให้ทั้งคู่ยิงรวมกันในถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้ไปแล้ว 24 ประตู (เลวานดอฟสกี้ 15, กนาบรี้ 9) กลายเป็นสถิติใหม่ของศึกแชมเปี้ยนส์ลีกทันที แซงหน้า คริสเตียโน โรนัลโด้ และ แกเร็ธ เบล ที่เคยยิงช่วย เรอัล มาดริด รวมกัน 23 ประตู ในฤดูกาล 2013/14

Editor Picks
-ส่องผลงาน 14 แข้งบราซิลของ เชลซี ใครรุ่ง ใครร่วง?
-แข้งแมนฯซิตี้ ฤดูกาล 2007/08 ก่อนถูกเทคโอเวอร์ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?
-รุ่นพี่ปิร์โล : ส่องผลงาน 16 กุนซือ จากนักเตะดังสู่โค้ช
-Rank It Up : 8 ดาวรุ่งอาเซียนค่าตัวแพงที่สุด

ขณะเดียวกัน ดาวยิงชาวโปแลนด์ยังมีลุ้นทาบสถิติยิงประตูสูงสุดในถ้วยยุโรป 1 ฤดูกาล หลังตอนนี้ตามหลังเจ้าของสถิติอย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ทำไว้ 17 ประตู ในฤดูกาล 2013/14 เพียง 2 ประตู ในขณะที่ยังมีโปรแกรมลงเล่นนัดชิงชนะเลิศกับ ปา่รีส แซงต์ แชร์กแมง 

ด้านบาเยิร์นก็มีลุ้นทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก 1 ฤดูกาลเช่นกัน ซึ่งบาร์เซโลนาทำไว้ 45 ประตู ในฤดูกาล 1999-2000 หลังตอนนี้พวกเขายิงไปแล้ว 41 ประตู

 

ตามคาด!เรอัลมาดริดดึง “โอเดการ์ด” คืนทัพ

คอนเฟิร์มแล้ว… มาร์ติน โอเดการ์ด มิดฟิลด์ดาวโรจน์ทีมชาตินอร์เวย์ เตรียมกลับมาเล่นให้ เรอัล มาดริด ในฤดูกาลหน้า หลังยกเลิกสัญญายืมตัวกับ เรอัล โซเซียดาด กลางคันเรียบร้อย
               เรอัล มาดริด ยอดสโมสรลูกหนังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ได้ทำการดึงตัว มาร์ติน โอเดการ์ด กองกลางดาวรุ่งทีมชาตินอร์เวย์ กลับมาจากสัญญายืมตัวที่ เรอัล โซเซียดาด สโมสรคู่แข่งร่วมลีก ก่อนกำหนดเรียบร้อย เมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา

               โอเดการ์ด ย้ายไปเล่นให้ โซเซียดาด ภายใต้สัญญายืมตัว 2 ปี เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา และทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในฤดูกาล 2019/20 โดยลงเล่นให้ทีมดังแห่งแคว้นบาสก์รวมทุกรายการ 36 นัด ทำได้ 7 ประตู กับ 6 แอสซิสต์ จน ซีเนดีน ซีดาน เฮดโค้ช "ราชันชุดขาว" ต้องการที่จะดึงตัวมาใช้งานในฤดูกาลหน้า

               ล่าสุด โซเซียดาด คอนเฟิร์มผ่าน ทวิตเตอร์ อย่างเป็นทางการของสโมสรแล้วว่า โอเดการ์ด จะกลับไปค้าแข้งในถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว สำหรับการแข่งขันในฤดูกาล 2020/21 พร้อมอวยพรให้ ดาวเตะชาวนอร์วีเจี้ยนวัย 21 ปี พบกับความโชคดีในอนาคต
   
                ทั้งนี้ โอเดการ์ด ย้ายจาก สตรอมส์ก็อดเซ็ต สโมสรในลีกบ้านเกิด มาร่วมทีม เรอัล มาดริด ตั้งแต่ปี 2015 โดยเริ่มต้นด้วยการอยู่ทีม เรอัล มาดริด กาสตีย่า ซึ่งขณะนั้นมี ซีดาน คุมทัพ

มีเลศนัย? “ป็อกบา” โพสต์ข้อความทำแฟนแมนยูเนื้อเต้น

แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกอาการเนื้อเต้นกันยกใหญ่เมื่อเห็นข้อความที่ ปอล ป็อกบา โพสต์เอาไว้ในทวิตเตอร์ โดยทำให้หลายคนคิดกันไปว่านักเตะกำลังจะขยายสัญญาใหม่กับต้นสังกัด หรืออาจจะหมายถึงการคว้าตัว เจดอน ซานโซ่ มาเสริมทัพก็ได้
    ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ส่งสัญญาณเตรียมขยายสัญญาฉบับใหม่กับทัพ "ปีศาจแดง" หลังจากที่โพสต์ข้อความสั้นๆ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนทำให้สาวก "เร้ด อาร์มี่" ออกอาการเน้นเต้นดีใจกันยกใหญ่

    มิดฟิลด์แชมป์โลก วัย 27 ปี เหลือสัญญาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพียงแค่ 12 เดือนเท่านั้น และมีข่าวลือออกมาเป็นระลอกว่านักเตะเตรียมเก็บเสื้อผ้าย้ายหนี แมนฯ ยูไนเต็ด โดยมี "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ที่เล็งจะคว้าตัวไปร่วมทัพ

    อย่างไรก็ตาม ป็อกบา ได้สร้างความฉงนสนเท่ห์ให้กับบรรดาแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดทั่วโลก เมื่อเจ้าตัวได้ลงโพสต์ข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ยอดฮิตด้วยข้อความสั้นๆ แต่น่าสนใจมากๆ ว่า "วันพรุ่งนี้" พร้อมกับอีโมจิรูปดวงตา 1 คู่

    จากข้อความดังกล่าวทำให้แฟนบอลต่างคิดไปในทิศทางเดียวกันว่า ป็อกบา จะต่อสัญญาใหม่กับสโมสร โดยรายแรกระบุว่า "ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องสัญญาใหม่ แต่รู้ว่ามันอาจจะเป็นการโฆษณาหรืออะไรซักอย่างก็ได้" ส่วนอีกรายกล่าวว่า "วันพรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นละ ? ป็อกบา ไป มาดริด ?"

    ส่วนบางรายมีการเชื่อมโยงกับข่าวลือเรื่องการคว้าตัว เจดอน ซานโช่ มาร่วมทีม "การขยายสัญญาสำหรับนักเตะเบอร์ 6 ของเรา และการประกาศผู้เล่นเบอร์ 7 ของเราในวันเดียวกัน" ด้านคอมเมนต์อีกรายกล่าวว่า "สัญญาใหม่ ?, ซานโช่ ? ทรงผมใหม่ ? การตลาดชุดกีฬาใหม่ ? พรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้น ?!"

 

เผยแล้วลิเวอร์พูลเล็งใครหลังจ่อเสียลอฟเรน

เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของอังกฤษ ระบุ ลิเวอร์พูล ติดต่อไปหา ชาลเก้ เพื่อถามเกี่ยวกับการขอซื้อ โอซาน คาบัค ปราการหลังอนาคตไกลมาเสริมแกร่ง โดยเชื่อกันว่าค่าตัวของเขาอยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์
     ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2019-20 ติดต่อไปยัง ชาลเก้ 04 เพื่อสอบถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขอคว้าตัว โอซาน คาบัค กองหลังดาวรุ่งไปร่วมทัพ ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

    แม้ว่าจะได้แชมป์ลีกไปครองเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี แต่ ลิเวอร์พูล ก็จำเป็นต้องพิจารณาเกี่ยวกับการเสริมตัวเลือกในแนวรับ หลังจากตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ระหว่างการดำเนินขั้นตอนขาย เดยัน ลอฟเรน ปราการหลังประสบการณ์สูงให้ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ทีมดังของรัสเซีย

    ทั้งนี้ ชาลเก้ อาจจะอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องขายนักเตะด้วย หลังจากพวกเขากำลังเจอกับปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก โดยเป็นที่เชื่อกันว่า ชาลเก้ ต้องการเงินราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) เพื่อแลกกับการขาย คาบัค ซึ่งในตอนนี้ ลิเวอร์พูล มองว่าเงินจำนวนดังกล่าวยังสูงเกินไป

    เดลี่ เมล เสริมว่า ชาลเก้ อาจจะยอมผ่อนปรนให้ด้วยการลดจำนวนเงินที่ ลิเวอร์พูล ต้องจ่ายในทันที แต่ถ้าเป็นในกรณีนั้น "ราชันสีน้ำเงิน" ก็ต้องการให้มีเงื่อนไขโบนัสที่จะทำให้ค่าตัวรวมของ คาบัค เป็น 40 ล้านปอนด์อยู่ดีเช่นกัน

    สำหรับ คาบัค นั้น เพิ่งย้ายจาก เฟาเอฟเบ สตุ๊ตการ์ท มาอยู่กับ ชาลเก้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน และแข้งวัย 20 ปีก็กลายเป็นหนึ่งในแกนหลักของทีมได้ทันที โดยมีข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ยูเวนตุส และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตามให้ความสนใจในตัวดาวเตะเลือดเติร์กตลอดช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมาเช่นกัน

เรอัลมาดริดเถลิงแชมป์! “เบนซ์”เบิ้ลอัดบียาร์เรอัลซิวโทรฟี่ลีกสมัยที่34

"ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ทำได้ตามเป้าหมาย "คาริม เบนเซม่า" พังสองประตูพาต้นสังกัดเชือด "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล 2-1 เถลิงแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 34 สำเร็จ ส่วนทีมเยือนยังอยู่ในพื้นที่โควตายูโรปาลีก ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

     ศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด นัดนี้ต้องสามคะแนนเท่านั้นหรือแช่งให้ บาร์เซโลน่า แพ้ในแมตช์ที่หวดพร้อมกัน จะการันตัแชมป์ลีกสมัยที่ 34 ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์คนเก่งใส่ดาวเตะครบชุดนำโดย "เบนเซม่า-อาซาร์" รับมือ "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล ที่หมดโอกาสไปลุยชปล.ตั้งแต่เกมก่อน แต่ยังมีหวังเล่นยูโรปาลีก ฆาเบียร์ กาเยฆา โค้ชทีมเยือน เร้าลูกทีมแย่งคะแนนทำลายงานฉลองแชมป์เจ้าบ้านให้ได้ มี "เคราร์ด โมเรโน่" เป็นอาวุธลงซัด

     ราชันเปิดเกมนาทีที่ 4 เซร์คิโอ รามอส วางบอลยาวจังหวะเดียวจากแดนหลังไปให้ ดานี่ การ์บาฆาล วิ่งสอดขึ้นมารับบอลในเขตโทษฝั่งขวาแตะบอลกระดกหวังให้ข้ามหัว เซร์คิโอ อาเซนโฆ แต่ว่ามือกาวทีมเยือนไม่พลาดรับไว้ได้ทัน

     มาดริดรุกหนักนาทีที่ 7 ลูก้า โมดริช ครอสบอลจากริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายบอลเรียดเข้ามากลางเขตโทษ คาริม เบนเซม่า ยืนซัดบอลเข้าหากรอบประตูแต่ยังเป็นนายทวารเรือดำน้ำยืนถูกที่รับบลอีกครั้ง

     เจ้าบ้านยังเร่งนาทีที่ 16 โทนี่ โครส จ่ายบอลกลางสนามมาที่ ลูก้า โมดริช จับบอลแล้วลากมาเข้าเท้าขวายิงไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลเข้าหาประตูทว่า เซร์คิโอ อาเซนโฆ นายด่านทีมเยือนปัดออกพ้นประตูไปได้

     ราชันชุดขาวออกนำนาทีที่ 29 เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ เข้าแย่งบอลจากผู้เล่นทีมเยือนได้กลางสนาม บอลกลิ้งมาหา ลูก้า โมดริช กระชากบอลขึ้นมาถึงหน้ากรอบเขตโทษจิ้มออกเขตโทษด้านขวาให้ คาริม เบนเซม่า ที่วิ่งตีคู่มาซัดบอลลอดขา เซร์คิโอ อาเซนโฆ มือกาวบียาร์เรอัลเข้าตุงตาข่าย จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด นำอยู่ 1-0

     เจ้าบ้านเกือบทิ้งห่างนาทีที่ 54 ลูก้า โมดริช ดีดบอลตรงทะลุช่องจากกลางสนามตัดแนวรับทีมเยือนที่ยืนดักล้ำหน้าให้ ดานี่ การ์บาฆาล สอดขึ้นมารับบอลเลี้ยงเข้าเขตโทษทางขวาล็อกหนีผู้เล่นบียาร์เรอัลถึงสองคนแล้วซัดด้วยซ้ายตรงเขตโทษ 6 หลา แต่ว่า เซร์คิโอ อาเซนโฆ ยังโชว์เหนียวปัดไว้ได้อีกครั้ง

     ทีมเยือนได้บุก 72 ฆาบี อันติเบรอส ตัวสำรองบียาร์เรอัล สบโอกาสได้ลองยิงบอลลุ้นพังสกอร์ แต่ว่าเจ้าตัวซัดบอลเบาเกินไป ติโบล กูร์กตัวส์ นายทวารราชันล้มตัวรับไว้ไม่มีปัญหา

     เรอัล มาดริดทิ้งห่างนาทีที่ 73 เซร์คิโอ รามอส วิ่งดันขึ้นสูงโฉบตัดหน้า เคราร์ด โมเรโน่ กลางสนามลากบอลขึ้นมาถึงเส้นเขตโทษก่อนโดน โซเฟียน ชักล่า สะกิดล้มลงในเขตโทษ กรรมการชี้ให้จุดโทษ และเป็นกัปตันปราการหลังเขี่ยต่อให้ คาริม เบนเซม่า ปรี่มายิงเข้าไปครั้งแรก เชิ้ตดำเป่าว่าดาวยิงฝรั่งเศสวิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อน เลยให้ซัดลูกโทษใหม่อีกหน คาริม เบนเซม่า อาสายิงเองและกดเข้าไปไม่เหลือซาก

     เจ้าถิ่นชวดได้สกอร์เพิ่มนาทีที่ 81 ซานติ กาซอร์ล่า จ่ายบอลขวางสนามไม่ดีมาติดเท้า โทนี่ โครส ได้ลองส่องไกลกลางสนามระยะประมาณ 22 หลา บอลทิศทางเกือบซุกตาข่ายแต่เหินชนคานอย่างจังกระดอนออกมา

     เรือดำน้ำตามนาทีที่ 83 มาริโอ กาสปาร์ ฟูลแบ็กทีมเยือนดันสูงมารับบอลบริเวณริมสนามด้านขวา ก่อนหยอดบอลลุ้นเข้าเขตโทษ บิเซนเต้ อิบอร์รา ปรี่มาตั้งศรีษะโหม่งบอลย้อย ติโบล กูร์กตัวส์ วิ่งตามหวังสกัดให้ได้แต่บอลลอยเสียบใต้คานเข้าไปอย่างแม่นยำ ช่วงท้ายเกมทีมเยือนเกือบตีเสมอได้อีกประมาณสองครั้งแต่ ติโบล กูร์กตัวส์ ก็เหนียวหนึบช่วยทีมไว้ได้ ส่วนเจ้าถิ่น จูเนียร์ วิเนซิอุส ส่งบอลเข้าไปก้นตาข่ายทว่ากรรมการเช็ควีเออาร์เป่าเป็นลูกแฮนด์บอลของ คาริม เบนเซม่า จบเกม เรอัล มาดริด ชนะ บียาร์เรอัล 2-1 เถลิงแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 34 สำเร็จ

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3): ติโบล กูร์กตัวส์,ดานี่ การ์บาฆาล (ลูคัส บาสเกซ น.85),ราฟาแอล วาราน,เซร์คิโอ รามอส,แฟร์กล็องด์ เมนดี้,ลูก้า โมดริช (เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ น.85),เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,โทนี่ โครส (อิสโก้ น.85),โรดรีโก้ โกเอส (มาร์โก อเซนซิโอ น.63),คาริม เบนเซม่า,เอแด็ง อาซาร์ (จูเนียร์ วิเนซิอุส น.63)

บียาร์เรอัล (5-4-1): เซร์คิโอ อาเซนโฆ,มาริโอ กาสปาร์,โซเฟียน ชักล่า,เปา ตอร์เรส,ชาบี กินตีย่า,มานู มอร์ลาเนส (บิเซนเต้ อิบอร์รา น.63),ซัมโบ้ อ็องกิสซ่า,รูเบน เปย่า (บรูโน่ น.46),ซามูเอล ชุควูเซ (ฆาบี อันติเบรอส น.46),มอย โกเมซ (ซานติ กาซอร์ล่า น.63),เคราร์ด โมเรโน่

 

รู้จักไอ้หนูหน้าใส อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ ว่าที่แข้งใหม่แมนยู

ทำความรู้จักเจ้าหนู อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ ว่าที่แบ็กซ้ายอนาคตไกลคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด

    อาส สื่อกีฬาชั้นนำของสเปน รายงานข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงคว้าตัว อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ แบ็กซ้ายดาวรุ่งมาจาก เรอัล มาดริด แชมป์ ลา ลีกา ฤดูกาล 2019/20 เป็นที่เรียบร้อย

    เฟร์นานเดซ หมดสัญญากับ เรอัล มาดริด เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา และ "ราชันชุดขาว" ต้องการที่จะเก็บนักเตะไว้กับทีมต่อ แต่ฟูลแบ็กวัย 17 ปี เลือกที่จะย้ายไปร่วมทัพ "ปีศาจแดง" และทั้งสองฝ่ายตกลงเรื่องสัญญาส่วนตัวกันได้แล้ว โดยคาดว่าจะเซ็นสัญญากันเป็นเวลา 4 ปี

 

    คาดว่า เฟร์นานเดซ จะเริ่มต้นด้วยการอยู่ในทีมเยาวชนของ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่น่าจะได้รับโอกาสฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ และอาจจะได้ลงเล่นบ้าง ถ้าหากตัวหลักในตำแหน่งแบ็กซ้ายอย่าง ลุค ชอว์ และ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ มีปัญหาบาดเจ็บ

    วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับเจ้าหนู เฟร์นานเดซ กันให้มากขึ้นว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไรบ้าง

    ประวัติส่วนตัว

    ชื่อเต็ม: อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ การ์เรราส
    อายุ: 17 (เกิดวันที่ 3 มีนาคม 2003)
    สถานที่เกิด: มายอร์ก้า, สเปน
    ตำแหน่ง: แบ็กซ้าย
    น้ำหนัก: 70.4 กิโลกรัม
    ส่วนสูง: 1.86 เมตร

 

    เส้นทางอาชีพนักเตะ
 

       เจ้าหนู เฟร์นานเดซ เริ่มต้นด้วยการไปอยู่กับทีมเยาวชนของสโมสร ราซิ่ง เด เฟร์โรล ระหว่างปี 2007-2012 จากนั้นก็ไปอยู่กับ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า (2012-17) ก่อนที่ เรอัล มาดริด จะไปดึงมาอยู่ด้วยตั้งแต่ปี 2017 และได้เล่นในรุ่นอายุต่ำกว่า 15, 16 และ 17 ปี

    สไตล์การเล่น
 

     เฟร์นานเดซ เป็นแบ็กซ้ายที่เด่นทั้งรับและรุกเหมือนกับ มาร์เซโล่ ไอดอลของเขา โดยสามารถพาบอลจากแดนหลังขึ้นสู่แดนหน้าได้อย่างน่ากลัว รวมทั้งมีเทคนิคและไหวพริบดี แถมยังยากที่คู่แข่งจะเอาชนะเขาเมื่อดวลกันตัวต่อตัวด้วย

 

    คำพูดเปิดใจหลังตัดสินใจอำลา เรอัล มาดริด

        เฟร์นานเดซ เปิดใจผ่าน อินสตาแกรม ส่วนตัวว่า "ผมตัดสินใจเรียบร้อยที่จะย้ายออกจากสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ผมอยากจะขอบคุณเพื่อนร่วมทีม และโค้ชทุกคนที่ เรอัล มาดริด ที่ช่วยให้ผมเติบโตทั้งในฐานะนักฟุตบอลและผู้ชายคนหนึ่ง ถือเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้สวมเสื้อตัวนี้ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาที่จะต้องกล่าวอำลา และก้าวไปอีกขึ้นในอาชีพนักฟุตบอลของผม ขอบคุณ เรอัล มาดริด"

เซเตียนจัดให้! บาร์ซ่าหมดไฟพ่ายโอซาซูน่า10คนส่งแชมป์ให้ราชัน

กีเก้ เซเตียน นายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" เก้าอี้เริ่มร้อนขึ้นอีกหลังพาทีมเปิดรังพ่าย โอซาซูน่า ที่เหลือผู้เล่น 10 คนร่วม 20 นาที 1-2 หยุดอยู่ที่ 79 คะแนนตามหลัง ราชันชุดขาว 7 แต้ม เหลือการแข่งขันอีกแค่ 1 นัด หมดสิทธิ์ป้องกันแชมป์เรียบร้อย ในศึกฟุตบอล ลีกา สเปน คืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

สนาม : คัมป์ นู

    กีเก้ เซเตียน นายใหญ่ "เจ้าบุญทุ่ม" ไม่มีทางเลือกในเกมนี้นอกจาก 3 แต้มและต้องไปภาวนาให้ เรอัล มาดริด พ่ายถึงจะมีลุ้นแชมป์ในนัดสุดท้าย ความพร้อมไม่มี อองตวน กริซมันน์ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ

    ส่วนทาง โอซาซูน่า ของกุนซือ  ยาโกบา อาร์ราซาเต้ ผลงานร้อนแรงไม่เบายึดอันดับ 10 ของตารางโดย 6 เกมหลังสุดชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 1 รอดตกชั้นแน่นอนแล้ว

    เปิดฉากได้ไม่ถึง 5 นาที ทีมเยือน ทักทายก่อนทันทีเป็น โฆเซ่ อานาอิตซ์ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตั้งป้อมใส่ด้วยขวาบอลพุ่งแรงเกือบเสียบใต้คานแต่ แทร์ ชตีเก้น ผวาปัดทิ้งออกมาได้

    ต่อมานาทีที่ 7 "เจ้าบุญทุ่ม" ตอบโต้คืนบ้างเป็น เกลม็อง ล็องเล่ต์ เติมเกมรุกได้จังหวะตะบันด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งหาสามเหลี่ยมหลุดข้ามคานออกไปนิดเดียว

    แต่แล้วนาทีที่ 16 โอซาซูน่า มาได้ประตูขึ้นนำจากบอลริมเส้นของ เปร์วีส เอสตูปินญาน สอดขึ้นมาครอสเข้าในให้ โฆเซ่ อานาอิตซ์ วอลเลย์ตามน้ำด้วยขวาเบียดเสาแรกตุงตาข่ายสุดสวย

    นาทีที่ 22 เจ้าถิ่น เกือบตามตีเสมอทันควันเป็นลูกฟรีคิกทางฝั่งขวาระยะโปรดของ ลิโอเนล เมสซี่ วิ่งมาปั่นด้วยซ้ายบอลข้ามกำแพงผ่านมือ เซร์คิโอ เอร์เรร่า ไปชนสามเหลี่ยมหลุดออกไป

    ก่อนหมดเวลา 10 นาที บาร์เซโลน่า ได้ลุ้นอีกครั้งจากฟรีคิกของ ลิโอเนล เมสซี่ แต่คราวนี้ถอยออกกลางประตูระยะร่วม 30 หลาบอลผ่านสามเหลี่ยมมุมเดิมข้ามคานไปนิดเดียว

    นาทีที่ 39 ลิโอเนล เมสซี่ เก็บตกบอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนตวัดด้วยซ้าย แฉลบขาแนวรับ โอซาซูน่า เปลี่ยนทางไปติดปลายมือ เซร์คิโอ เอร์เรร่า ปัดออกหลังหวุดหวิด

    ท้ายครึ่งแรก เจ้าถิ่น ส่งท้ายจากจังหวะทำชิ่งสุดท้ายเป็น มาร์ติน เบรธเวต สอดมารับบอลก่อนตะบันด้วยซ้ายยัดเสาแรกแต่โดนหนาไปหลุดเข้าข้างตาข่ายเหมือนเดิม

    หมดครึ่งเวลาแรก บาร์เซโลน่า 0 โอซาซูน่า 1

    เริ่มครึ่งหลังได้เพียง 1 นาที บาร์เซโลน่า ส่งบอลไปซุกก้นตาข่ายสำเร็จเป็น ริกี้ ปูอิก ยกบอลให้ ลิโอเนล เมสซี่ แปะคืนให้ มาร์ติน เบรธเวต ตามเข้ามาซัดเข้าไปแต่น่าเสียดายเป็นจังหวะล้ำหน้าของ เมสซี่ ไปก่อนแล้ว

    นาทีที่ 55 จังหวะชุลมุนหน้ากรอบเขตโทษสุดท้ายเป็น ลิโอเนล เมสซี่ ควักบอลมาจาเท้าแนวรับ โอซาซูน่า กระชากเข้าไปยิงยัดด้วยขวาติดตัว เซร์คิโอ เอร์เรร่า บล็อคเอาไว้ได้

    สุดท้ายนาทีที่ 62 "เจ้าบุญทุ่ม" ตามตีเสมอจนได้จากลูกฟรีคิกกลางประตูของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่เกมนี้ได้ลองวัดระยะหลายครั้งคราวนี้ไม่พลาดปั่นด้วยซ้ายอ้อมกำแพงเบียดเสาแรกงามหยด

    8 นาทีต่อมา เจ้าถิ่น เกือบพลิกแซงขึ้นนำเป็นจังหวะความสามารถเฉพาะตัวของ หลุยส์ ซัวเรซ รับบอลจาก ลิโอเนล เมสซี่ ลอยตัวฮาร์ฟวอลเล่บอลไปติดเซฟ เซร์คิโอ เอร์เรร่า แรงพอไหลเข้าประตูแต่โชคร้าย ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    นาทีที่ 77 โอซาซูน่า ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเป็น เอ็นริช กาเยโก้ ไปชักศอกใส่หน้า เกลม็อง ล็องเล่ต์ ร่วงลงไปผู้ตัดสินวิ่งไปเช็ค วีเออาร์ ก่อนชูใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

    แต่แล้วช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+4 กลายเป็น โอซาซูน่า มาได้ประตูชัยจากจังหวะสวนกลับทางขวาของ เอ็นริเก้ บาร์จา ครอสลึกมาเสาไกลให้ โรเบร์โต้ ตอร์เรส สอดมาเข้าชาร์จผ่านมือ แทร์ ชตีเก้น ไม่มีเหลือ

    จบเกม บาร์เซโลน่า 1 โอซาซูน่า 2

 11 นักเตะตัวจริงที่ลงสนาม

    บาร์เซโลน่า (4-3-3) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น – เนลซอน เซเมโด้, เกลม็อง ล็องเล่ต์, เคราร์ด ปีเก้, จูเนียร์ ฟีร์โป – ริกี้ ปูอิก, อีวาน ราคิติช,เซร์จี้ โรเบร์โต้ – ลิโอเนล เมสซี่, มาร์ติน เบรธเวต, อันซู ฟาติ

    โอซาซูน่า (5-3-2) เซร์คิโอ เอร์เรร่า – นาโช่ บีดัล, อารีดาเน่ เอร์นานเดซ, ราอูล นาบาส,ดาบิด การ์เซีย, เปร์วีส เอสตูปินญาน – อินญีโก้ เปเรซ, ยอน มอนกาโยล่า, ดาร์โก้ บราชานัทส์ – โฆเซ่ อานาอิตซ์, อาเดรียน

เรอัล มาดริดเฮบุกเฉือนกรานาด้า หนีบาร์ซ่า4แต้ม นัดหน้าหากชนะแชมป์เลย

 เรอัล มาดริด ไม่พลาดสามแต้มหลังบุกเอาชนะ กรานาด้า 2-1 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 83 คะแนน ทิ้งอันดับ 2 อย่างบาร์เซโลน่าถึง 4 คะแนน ซึ่งนัดหน้า หากเล่นในบ้านเอาชนะบียาร์เอรัลได้จะการันตีคว้าแชมป์ลีกซีซั่นนี้ทันที ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา
สนาม : เอสตาดิโอ นวยโบ้ ลอส การ์เมเนส

    เรอัล มาดริด ต้องการชัยชนะอีกสองเกมจะการันตีคว้าแชมป์ ลา ลีกา ฤดูกาลนี้ทันที เกมนี้ลูกทีมของ ซีเนดีน ซีดาน บุกมาเยือน กรานาด้า ที่มีลุ้นตั๋วยูโรปาลีก

    เริ่มเกมมาได้แค่ 10 นาที เรอัล มาดริด บุกมาขึ้นนำก่อนอย่างรวดเร็ว 1-0 กาเซมีโร่ ไหลบอลออกซ้ายให้ แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตะลุยเดี่ยวแหวกแนวรับเจ้าบ้านเข้าไปซัดด้วยซ้ายมุมแคบ บอลพุ่งแสกหน้า รุย ซิลบา เสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างงดงาม

    จากนั้น นาที 16 สกอร์ของ "ราชันชุดขาว" นำห่างเจ้าบ้านเป็น 2-0 คราวนี้บอลจาก ลูก้า โมดริช จ่ายให้ คาริม เบนเซม่า เลี้ยงจี้เข้าไปในกรอบก่อนจะหักเข้าขวาแล้วปั่นหนีมือ รุย ซิลบา เสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาด
 
    นาที 36 กรานาด้า มีลุ้นบ้างเหมือนกันหลัง บิคตอร์ ดิอาซ เปิดมาให้ โดมิงโกส ดูอาร์เต้ สะบัดโขกเต็มแรงบอลเปลี่ยนทางจน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องออกแรงปัดบอลออกไป

    นาที 43 เบนเซม่า เกือบบวกเม็ดที่สองให้ตัวเองและเม็ดที่สามของทีม หลังด้วยขวาในกรอบแต่บอลยังโดน รุย ซิลบา ปฎิเสธปัดบอลออกไปได้ ทำให้จบครึ่งแรก เรอัล มาดริด บุกมานำ กรานาด้า 2-0

    ครึ่งหลัง นาที 50 กรานาด้า มาได้ประตูไล่มาเป็น 1-2 จากจังหวะสวนกลับเร็ว ยานเกล เอร์เรร่า ควบพาบอลขึ้นมาแล้วแทงออกซ้ายให้ ดาร์วิน มาชีส ซัดเสาแรกผ่าน ติโบต์ กูร์กตัวส์ เข้าไป

    นาที 64 ซีดาน เปลี่ยนสองคนรวดส่ง โรดรีโก้ และมาร์โค อเซนซิโอ้ ลงมาเล่นแทน เฟเด้ บัลเบร์เด้ และอีสโก้

    นาที 85 เจ้าบ้านโหมบุกอย่างหนัก และเกือบได้ลุ้นตีเสมออีก จากจังหวะที่ อันโตนิน หวดด้วยขวาไปติดเซฟ่ของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ บอลยังไม่พ้นอันตรายมาเข้าทาง ราม่อน อาซีซ ซัดด้วยขวาจะข้ามเส้นประตูแล้วแต่ เซร์คิโอ รามอส ยังถอยไปเซฟบนเส้น

    ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าบ้านไม่สามารถพังประตูตีเสมอได้ จบเกม เรอัล มาดริด บุกมาคว้าชัย 2-1 เกมนี้หากคว้าชัยในบ้านได้จะการันตีคว้าแชมป์ลีกทันที

ราชบุรี กับความเป็นไปได้ในถ้วยเอเชีย

ย้อนกลับไปก่อนเริ่มฤดูกาล คงไม่มีใครกล้าพูดเต็มปากว่า ราชบุรี จะติด 1 ใน 4 ของตารางคะแนน

เพราะสถานะ “ราชันมังกร” เป็นเพียงสโมสรระดับกลางกึ่งบน ห่างไกลคำว่า “แชมป์ลีก” เป้าหมายหลักถูกเบนเข็มไปหา “ฟุตบอลถ้วย” ซึ่งทำได้ดีสุดแค่ “พระรอง” อยู่ร่ำไป
จนช่วงเปิดฤดูกาล 4 นัดแรก ราชบุรี กลายเป็นทีมที่หักปากกากูรูอย่างเต็มปัง หลังออกสตาร์ทด้วยผลงานชนะรวด 4 นัด ดีสุดในรอบ 8 ปีสโมสร มีแต้มเทียบเท่า ทรู แบงค็อกฯ จ่าฝูงของตาราง เป็นรองเพียงลูกได้เสีย

แม้จากนั้นไม่นานไวรัสโควิดจะพรากฟุตบอลไทยให้แช่แข็งไปหลายเดือน แต่อีกมุมกลับกลายเป็น “ผลดี” สำหรับ ราชบุรี

เพราะทำให้ไทยลีกไม่สามารถแข่งขัน-จบฤดูกาล ตรงตามปฏิทินลูกหนังที่วางไว้ และในช่วงปลายปี สมาคมฟุตบอลไทยฯ ต้องส่งรายชื่อ 4 ทีม ไปเล่นในศึก AFC champions league 2021 ซึ่งปีนี้เป็นครั้งแรกที่สโมสรจากไทยได้โควตา 2+2  ทำให้สมาคมตัดสินใจใช้วิธีส่งชื่อ 4 ทีมไปเล่นถ้วยเอเชีย โดยวัดผลงานหลังจบ 15 นัดแรก

นั่นหมายถึงโปรแกรมหา 4 สโมสรไปโลดแล่นใน AFC champions league ถูกลดไปกว่าครึ่ง และ ราชบุรี ที่นั่งรองจ่าฝูงขณะนี้ ได้ประโยชน์ไปเต็ม ๆ

ทว่าภารกิจที่เหมือนง่ายแต่ไม่ง่ายของ ราชันมังกร คือ หลังไทยลีกกลับมาแข่งขัน เขาจะรักษา “มาตรฐาน” ทีมเหมือน 4 นัดแรกได้แค่ไหน

เพราะเอาเข้าจริงหากเทียบเคียงทรัพยากรนักเตะ 4 อันดับแรกเวลานี้ ราชบุรี ล้วนเป็นรองทีมอื่นทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ทรู แบงค็อก ที่แข้งระดับทีมชาติคุณภาพคับแก้ววิ่งชนกันเต็มทีม การท่าเรือ หรือ บีจี ปทุมฯ ที่ช้อปแหลกไม่สนโควิด ผู้เล่นเกรดเอ-บี มีให้เลือกใช้แบบที่ส่งแข่ง 2 ทีมได้สบาย

ยังไม่นับรวมยักษ์ที่รอวัน “ตื่น” อย่างแชมป์เก่า สิงห์ เชียงรายฯ และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีก

ทำให้เป็นงานหินพอควรสำหรับ ราชบุรี ในการรักษาสถานะอันดับ 1 ใน 4 ไปจนถึงอีก 11 นัดที่เหลือ

อย่างไรก็ดีในมุมผู้เขียน ยังมองเห็นความเป็นไปได้ที่ทีมเมืองโอ่ง จะสร้างประวัติศาสตร์ ในการไปเล่นบนถนนสายเอเชีย

จุดแข็งที่ ราชันมังกร มีเหนือกว่าทุกทีมในไทยลีก ในช่วง 4 นัดแรกคือ “ระบบทีม” ที่ค่อนข้างปึก ผู้เล่นเก่า-ใหม่ ต่างเข้าใจแท็คติกของ “โค้ชเจี๊ยบ” สมชาย ไม้วิลัย ไม่ว่าจะถูกจับสลับเปลี่ยนเล่นในแบบแผนไหน

มีกองหลังปึก กองกลางที่สร้างสรรค์เกมได้หลากหลายรูปแบบ กองหน้าที่มีความเร็ว และความคม การเข้าทำน้อยจังหวะ แต่เฉียบขาดและรู้ใจกันเป็นอย่างดี

ทีมเวิร์ค ราชบุรี กลายเป็นจุดแข็งกลบเรื่องศักยภาพนักเตะที่ด้อยกว่าบรรดา “บิ๊กทีม” ด้วยกัน

อีกจุดหนึ่งที่ผู้เขียนกล้าพูดได้เต็มปากคือ ราชบุรี เป็นสโมสร ที่ใช้โควตาแข้งต่างชาติได้ “คุ้มค่า” ที่สุดในไทยลีกจาก 4 นัดแรกที่แข่งขันกันไป

โย ซัง-แฮ เข้ามาเติมเต็มในแผงหลังจับคู่กับ ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ ได้อย่างลงตัว
ลอสเซมี คาราบูเอ กองกลางที่บู๊ไม่มีถอย เปลี่ยนบอลตรงกลางเป็นเกมรุกได้เนียนตา และเติมขึ้นไปทำประตูได้
สตีเฟ่น ล็องจิล หมอนี่ไม่ได้มีแค่ความเร็วเป็นทีเด็ด แต่ยังมีลูกครอสที่แม่นยำสร้างอันตรายได้ตลอด
ยานนิก โบลี คือเครื่องจักรสังหารผู้ทำประตูได้ทุกรูปแบบในกรอบเขตโทษ

4 คนนี้คือแกนหลักในบรรดาตัวจริงโควตาต่างชาติที่ถูกส่งลงสนาม

ขณะที่ม้านั่งสำรองพวกเขามีโควตาอาเวียนชั้นดีอย่าง ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่พร้อมลงมาเปลี่ยนเกมได้ทุกเมื่อ ยังไม่นับรวมถึง ลุค วู๊ดแลนด์ และแข้งใหม่อย่าง จัสติน มิเกล บาส ที่เป็นอีกตัวเลือก

สิ่งที่พอหยิบมาตอบแทนข้อเขียนข้างบนได้ คงเป็นผลงาน 4 นัดแรกที่ทีมชนะรวด และถลุงคู่แข่งไปถึง 9 ประตู โดยทั้งหมดเกิดจากการมีส่วนร่วมของนักเตะต่างชาติทั้งสิ้น ขาดไปเพียงประตูเดียวที่เกิดจากจังหวะทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง

ชนะ ตราด เอฟซี 2-0
สตีเฟ่น ล็องจิล ครอสให้ ยานนิก โบลี โขก
ฆาเบียร์ ปาตินโญ เรียกจุดโทษ ฟิลิป โรเลอร์ ยิง

ชนะ สุโขทัย เอฟซี 2-1
จักรพันธ์ พรใส แอสซิสต์ให้ ยานนิก โบลี หลุดไปยิง
ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด (ทำเข้าประตูตัวเอง)

ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-3
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ชิ่งต่อให้ ยานนิก โบลี ยิง
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ลอสเซมี คาราบูเอ เติมขึ้นมาซัด
เกียรติศักดิ์ เจียมอุดม ผ่านให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ที่แปะต่อให้ ฟิลิป โรเลอร์ หลุดไปยิง
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ ยิงเหน่ง ๆ

ชนะ นครราชสีมา 1-0
สตีเฟ่น ล็องจิล เปิดให้ ฆาเบียร์ ปาตินโญ โหม่ง

สิ่งเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าผู้เล่นต่างชาติ ราชบุรี เป็นฟันเฟืองสำคัญสำหรับทีม โดยมีผู้เล่นไทยอย่าง จักรพันธ์ พรใส, จิตปัญญา ทิสุด หรือ ฟิลิป โรเลอร์ ร่วมกันสร้างสรรค์เกมให้ไหลลื่น

มันคือ “ความลงตัว” ของแข้งต่างชาติ ที่เหนือกว่าสโมสรอื่น ณ เวลานี้

อย่างที่บอกไป จนกว่าจะกลับมาแข่งขันอีกครั้ง หากแข้งหลักที่ว่ามาไม่เจอตลกร้ายปัจจัยภายนอก หรืออาการบาดเจ็บเล่นงาน และรักษามาตรฐานระดับสูงไว้ดัง 4 เกมแรก ถนนสู่ AFC champions league สำหรับ ราชบุรี

ก็มีความเป็นไปได้      

ชนะแชมป์สมัย34ทันที! เรอัลมาดริดคึก “เบนเซม่า” นำทัพบู๊บียาร์เรอัล

"ราชันชุดขาว" คืนนี้ขอแค่คว้าชัยเหนือ บียาร์เรอัล  หรือถ้าบาร์เซโลน่าไม่ชนะ พวกเขาก็จะการันตีแชมป์ทันที โดยพร้อมส่งดาวยิงฟอร์มเด็ดอย่าง คาริม เบนเซม่า ลงไล่ล่าตาข่าย บียาร์เรอัล ศึกลาลีกา สเปน นัดรองสุดท้าย คืนวันพหัสบดีที่ 16 ก.ค.นี้

ปรีวิวลา ลีกา สเปน
เรอัล มาดริด (1) – บียาร์เรอัล (5)
วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2563    เวลา : 02.00 น.   
สนาม : เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่

    เรอัล มาดริด

    ซีเนดีน ซีดาน จะปรับแดนกลางกับหน้าเล็กน้อย แต่แผงหลังเหมือนเดิม ดานี่ การ์บาฆาล ประจำการแบ็กขวา ใช้ เซร์คิโอ รามอส ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน , แบ็กซ้ายเป็น แฟร์กล็องด์ เมนดี้ ตามเดิม แดนกลางลูก้า โมดริช จะลงปั้นเกมร่วมกับ โทนี่ โครส , เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ และ เฟเดรีโก้ บัลเบร์เด้ โดยมี โรดรีโก้ โมเรโน่ ยืนคู่หน้ากับ คาริม เบนเซม่า ในรายของ มาร์เซโล่ กับ นาโช่ เฟร์นานเดซ ยังบาดเจ็บไม่พร้อมลงสนาม

    บียาร์เรอัล

    ฆาเบียร์ กาเยฆา ได้ 3 แข้งตัวหลักกลับมาจากโทษแบน ไล่ตั้งแต่แดนหน้า เคราร์ด โมเรโน่ กลับมายืนหน้าเป้าอีกครั้ง  ส่วนตัวรุกใช้ ซานติ กาซอร์ล่า กับ ฆาบี อันติเบรอส ยืนริมเส้น มี มอย โกเมซ เป็นหน้าต่ำ , ตรงกลาง มานูเอล ตรีเกโรส คุมจังหวะร่วมกับ บิเซนเต้ อิบอร์ร่า ที่พ้นโทษแบนมา ในแดนหลัง คู่เซนเตอร์วาง เปา ตอร์เรส ยืนกับคู่กับ ราอูล อัลบิโอล, มาริโอ กาสปาร์ ลงแบ็กขวา แบ็กซ้ายใช้ ชาเบียร์ กินตีย่า ในรายของ มาเรียโน่ บาร์โบซ่า นายทวารมือสองติดโทษแบน ทำให้ เซร์คิโอ อาเซน
โฆ จะกลับมาเฝ้าเสาอีกครั้ง 

    11 นักเตะตามคาด

    เรอัล มาดริด (4-3-1-2) ติโบล กูร์กตัวส์-ดานี่ การ์บาฆาล,เซร์คิโอ รามอส,ราฟาแอล วาราน,แฟร์กล็องด์ เมนดี้-เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่,โทนี่ โครส,เฟเด บัลเบร์เด้-ลูก้า โมดริช-โรดรีโก้ โกเอส,คาริม เบนเซม่า

    บียาร์เรอัล (4-2-3-1) เซร์คิโอ อาเซนโฆ-มาริโอ กาสปาร์,ราอูล อัลบิโอล,เปา ตอร์เรส,ชาบี กินตีย่า-บิเซนเต้ อิบอร์ร่า,มานูเอล ตรีเกโรส-ซานติ กาซอร์ล่า,มอย โกเมซ,ฆาบี อันติเบรอส-เคราร์ด โมเรโน่ 

 ผลการพบกันที่ผ่านมา 
วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน   
02/09/19    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
05/05/19    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    3-2    บียาร์เรอัล
04/01/19    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
20/05/18    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-2    เรอัล มาดริด
13/01/18    ลา ลีกา    เรอัล มาดริด    0-1    บียาร์เรอัล
27/02/17    ลา ลีกา    บียาร์เรอัล    2-3    เรอัล มาดริด
    
ผลงาน 5 นัดหลังสุด
เรอัล มาดริด
14/07/20 ชนะ กรานาด้า 2-1 (เยือน)     ลา ลีกา
10/07/20 ชนะ อลาเบส 2-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
05/07/20 ชนะ แอธ.บิลเบา 1-0 (เยือน)     ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ เคตาเฟ่ 1-0 (เหย้า)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ เอสปันญ่อล 1-0 (เยือน)     ลา ลีกา
           
บียาร์เรอัล
14/07/20 แพ้ เรอัล โซเซียดาด 1-2    (เหย้า)    ลา ลีกา
08/07/20 ชนะ เคตาเฟ่ 3-1    (เยือน)    ลา ลีกา
05/07/20 แพ้ บาร์เซโลน่า 1-4    (เหย้า)    ลา ลีกา
02/07/20 ชนะ เรอัล เบติส 2-0    (เยือน)    ลา ลีกา
28/06/20 ชนะ บาเลนเซีย 2-0    (เหย้า)    ลา ลีกา