บาร์โตเมวชี้รั้งเมสซี่เพื่อทีม-ประกาศชัดไม่ลาออก

โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว บิ๊กบอส บาร์เซโลน่า ระบุ ทำเพื่อทีมล้วนๆ ที่รั้งตัว ลิโอเนล เมสซี่ เอาไว้กับ "อาซูลกราน่า" พร้อมเผย จะไม่ลาออกชัวร์

โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธาน บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน เปิดเผยว่าสาเหตุที่ตนไม่ยอมให้ ลิโอเนล เมสซี่ ได้ย้ายออกจากทีมในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เป็นการทำด้วยการมองถึงผลประโยชน์ของทีมเป็นหลัก

ในตลาดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาอนาคตของ เมสซี่ กลายเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนของโลกลูกหนัง หลังจากที่เขายื่นเรื่องขอย้ายออกจาก บาร์เซโลน่า ทั้งที่เจ้าตัวมาอยู่กับทีมตั้งแต่ระดับอะคาเดมี่ในปี 2001 โดยสาเหตุเป็นเพราะเขามีความสัมพันธ์ที่เลวร้ายกับบอร์ดบริหารชุดนี้ที่อยู่ภายใต้การนำของ บาร์โตเมว อย่างเช่นความเห็นไม่ตรงกันเรื่องนโยบายการทำทีม เป็นต้น

ทั้งนี้ เมสซี่ ตั้งใจจะย้ายทีมด้วยการใช้เงื่อนไขในสัญญาที่บอกว่าเขาสามารถยกเลิกสัญญากับทีมได้ทุกๆ ช่วงซัมเมอร์ของแต่ละปี อย่างไรก็ตาม บาร์เซโลน่า บอกว่าเงื่อนไขดังกล่าวมันเลยเส้นตายที่กำหนดเอาไว้แล้ว ทำให้ทางเดียวที่ เมสซี่ จะย้ายทีมได้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาก็คือต้องมีทีมยอมทุ่มเงินเท่ากับค่าฉีกสัญญาเท่านั้น ซึ่งจำนวนเงินที่ว่าก็สูงถึง 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท)

ท้ายที่สุดแล้ว เมสซี่ ก็ยอมอยู่กับทีมต่อไป อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ตำหนิบอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า ว่าตัดสินใจผิดในเรื่องนี้ เพราะว่าตอนนี้แข้งวัย 33 ปีเหลือสัญญากับทีมถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น ทำให้เขามีโอกาสที่จะย้ายทีมแบบไร้ค่าตัว และบางฝ่ายยังถึงขั้นมองอีกว่า เมสซี่ อาจจะไม่ทุ่มเทให้ทีมมากเท่ากับแต่ก่อนด้วย อย่างไรก็ตาม บิ๊กบอส บาร์เซโลน่า บอกว่าตนทำทั้งหมดไปก็เพื่อทีมล้วนๆ

บาร์โตเมว เผยว่า "สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุดคือการให้ เมสซี่ เป็นส่วนหนึ่งในโปรเจกต์ใหม่ของเรา ดังนั้นผมเลยตัดสินใจคัดค้านการที่จะเริ่มเจรจาเรื่องการย้ายทีมของเขา ผมโดนใส่ร้ายว่าผมบีบให้เขาย้ายทีมเพื่อที่จะทำให้บัญชีของเรามีความสมดุล แต่เปล่าเลย เราให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของสโมสรเป็นอันดับแรก และไม่อยากทำให้คู่แข่งโดยตรงของเราแข็งแกร่งขึ้น เราตัดสินใจรั้งตัวเขาทั้งที่รู้ดีว่าการทำแบบนี้มันจะทำให้เราโดนด่า"

"ผมเข้าใจจุดยืนของทุกคนดี ความเห็นอกเห็นใจกันนับเป็นสิ่งที่สำคัญ ในกรณีของ เลโอ น่ะ มันเป็นเรื่องดีที่จะมีการรู้สึกโกรธกันบ้าง เพราะการยอมรับความพ่ายแพ้มันไม่เคยเป็นเรื่องดี และเราต่างก็โกรธกันทั้งนั้น แต่มันมีการกำหนดเส้นตายเอาไว้อยู่แล้วว่าเขาสามารถประกาศเรื่องที่อยากย้ายทีมรึเปล่าได้จนถึงเมื่อไหร่ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ทำตามเส้นตายที่กำหนดเอาไว้ เราต่างก็อยากให้เขาแขวนสตั๊ดที่ บาร์ซ่า กันทั้งนั้น โปรเจกต์ของเราเป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจมากๆ ด้วยการที่มีทั้งนักเตะดาวรุ่งและวัยเก๋า อย่างเช่น เมสซี่ อยู่ในทีม ซึ่งผมก็เชื่อว่าเขาจะช่วยทำให้เราได้แชมป์ลีกในฤดูกาลนี้"

บาร์โตเมว ยืนกรานว่าตนจะไม่ลาออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน หลังจากที่ผ่านมามีหลายฝ่ายตำหนิเขาอย่างหนักและเรียกร้องให้เขาลงจากตำแหน่งก่อนที่จะหมดวาระการเป็นประธานของทีมในปีหน้า "มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องลาออกเลย นี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่ผมจะมายื่นขอลาออก และมันก็จะไม่มีใครสามารถตัดสินใจแทนผมได้ด้วยว่าผมควรจะลาออกรึเปล่า ผมไม่เคยคิดเกี่ยวกับการลาออกเลย"

 

เลสเตอร์ดุดัน! เรียงหน้าซัดซอร์ย่าเริ่มต้นยูโรปาลีกสุดแจ่ม

"จิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ คือฟอร์มดุอีกครั้ง ไล่ยำ ซอร์ย่า ลูแฮงค์ สโมสรแกร่งจากยูเครน ไปราบคาบ 3-0 กำสามคะแนนประเดิมทัวร์นาเมนต์นี้สวยงาม ในการแข่งขันศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

สนาม : คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลยูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม บี นัดแรก คืนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา "จิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ เกมลีกสองนัดหลังสุดไม่มีแต้มติดมือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมเจ้าบ้านเร้าลูกทีมคือฟอร์มเก่งใหได้ ยังขาด เจมี่ วาร์ดี้ ที่บาดเจ็บอยู่จำเป็นต้องส่ง "เคเลชี่ อิเฮียนาโช่" ยืนหน้าทะลงสกอร์ทีมเยือน ซอร์ย่า ลูแฮงค์ สโมสรแกร่งจากยูเครน วิคเตอร์ สคริปนิค โค้ชของทีมส่งดาวเตะชุดใหญ่ มีความหวังอยู่ที่ศูนย์หน้า "วลาดิสลาฟ คาบาเยฟ" โดยแมตช์นี้มีกรรมการเป็นสุภาพสตรีลงทำหน้าที่ตัดสินเกม

     ผ่านมาถึงนาทีที่ 22 เจมส์ แมดดิสัน วิ่งมารับบอลจ่ายจากเพื่อนหลุดเข้าไปในเขตโทษทางซ้าย ก่อนชิพบอลข้ามตัวนายทวารทีมเยือน ทว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าของเจ้าตัวก่อนแล้ว

     จิ้งจอกออกนำนาทีที่ 29 เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ถอยต่ำมารับบอลกลางสนาม จ่ายออกข้างทางซ้ายไปที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลากอบลมาปั่นไปชนเสาสองด้านเขากระดอนมาหน้าปากประตู เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ พยายามจะยิงซ้ำแต่บอลกลิ้งไปถูกแนวรับทีมเยือนมาหา เจมส์ แมดดิสัน จิ้มเข้าไปตุงตาข่าย

     เจ้าบ้านรุกหนักนาทีที่ 33 ยูริ ตีเลมันส์ แทงบอลออกมาให้ ติโมธี คาสตานเญ่ ที่เติมขึ้นมาทางขวาคนเดียวไร้ตัวประกบ วางบอลย้อยเข้าเขตโทษด้านซ้าย ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ตั้งศีรษะโหม่งบอลแต่บังคับทิศทางไม่ได้ออกหลังไป

     ต่อมานาทีที่ 37 เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ลงมาเก็บบอล ก่อนส่งเร็วให้ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ เลี้ยงหนีผู้เล่นซอร์ย่าเข้าในเขตโทษ บรรจงยิงหักข้อแต่ว่า มีคีต้า เชฟเชนโก้ นายด่านทีมเยือนพุ่งปัดก่อนตามตะครุบไว้ได้

     เดอะฟ็อกซ์เล่นสบายนาทีที่ 45 คริสเตียน ฟลุคส์ ดันขึ้นสูงมาส่งบอลมากลางสนามให้ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ ใช้ตัวบังก่อนเขี่ยต่อไปที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ปรี่มารับกระชากหลุดแผงแนวรับทีมเยือน เข้าไปโยกหลอกนิดนึงก่อนดีดข้ามตัวนายทวารคู่แข่ง จบครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ทิ้งห่าง 2-0

     ยังเป็นเจ้าถิ่นลุยนาทีที่ 49 เจมส์ แมดดิสัน ยกบอลกลางสนามทิ้งมาที่ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ลากบอลลุยเข้ามาทางเขตโทษด้านซ้ายตบย้อนมาที่ เจมส์ แมดดิสัน โยกจังหวะหลอกหนึ่งหนยิงนอกกรอบเขตโทษ บอลไปติดบล็อก วิตาลี่ เวอร์นีดุบ กองหลังทีมเยือนออกหลัง

     ถัดมานาทีที่ 56 เจมส์ แมดดิสัน ครอสลูกเตะมุมทางขวา มาเขตโทษประมาณ 8 หลา เวสลี่ย์ โฟโฟน่า สบโอกาสโขกบอลเต็มแรงแต่ว่าบอลกระเด้งออกข้างเสาสองทางซ้ายกลิ้งออกหลังแทน

     จิ้งจอกแทบปิดเกมนาทีที่ 65 ดมิโทร อิวานิเซเนีย กองกลางซอร์ย่า ลงไปช่วยเกมรับทว่าเจ้าตัวจ่ายย้อนให้เพื่อนแนวรับไปเข้าทาง เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ จับบอลพลิกตัวซัดในเขตโทษส่งบอลเข้าประตูไปอีกลูก จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ ชนะ ซอร์ย่า ลูแฮงค์ 3-0 เก็บชัยชนะนัดเปิดยูโรปาลีก

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เลสเตอร์ ซิตี้ (4-1-4-1): แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล,ติโมธี คาสตานเญ่ (เจมส์ จัสติน น.82),เวสลี่ย์ โฟโฟน่า,จอนนี่ อีแวนส์ (เวส มอร์แกน น.82),คริสเตียน ฟลุคส์,น็อมปาลิส เมนดี้,เจมส์ แมดดิสัน (เจนกิซ อุนเดอร์ น.65),ยูริ ตีเลมันส์ (อโยเซ่ เปเรซ น.71),เดนนิส ปราต์,ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์,เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ (ฮัมซ่า เชาด์รี่ น.71)

ซอร์ย่า ลูแฮงค์ (4-3-3): มีคีต้า เชฟเชนโก้,เดนิส ฟาโวรอฟ (อากรอน รูฟาติ น.76),วิตาลี่ เวอร์นีดุบ,ลอฟโร่ ซเว็ค,ดมิโทร คอมเชนโนฟสยี่ (อังเครย์ส ซิกานิคส์ น.76),เยกอร์ นาซารีน่า,ดมิโทร อิวานิเซเนีย,วลาดิสลาฟ โคเชอร์กิน (เซอร์ฮี ฮาริน น.85),มัคซิม ลุนยอฟ (โอเล็คซานเดอร์ ฮลาดกี้ย์ น.65),วลาดเลน ยูร์เชนโก้,วลาดิสลาฟ คาบาเยฟ (มิไฮโล เปโรวิซ น.65)

โรม่าเล็งขยายสัญญาใหม่เชโก้ถึง2023

สื่อเผย! “หมาป่า”โรม่า เตรียมต่อสัญญาฉบับใหม่กับ เอดิน เชโก้ กองหน้าตัวเก่งของทีมออกไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนปี 2023

โดยสัญญาปัจจุบันของกัปตันทีมวัย 34 ปีมีถึงวันที่ 30 มิถุนายนปี 2022 และรับค่าจ้างซีซั่นละ 7.5 ล้านยูโร ซึ่งการต่อสัญญาใหม่จะทำให้ได้รับโบนัสเพิ่มขึ้นด้วย

 

ตัวเลขช่วยยัน! เมื่อ โอซิล ไม่จำเป็นกับ อาร์เซน่อล อีกต่อไป

ถ้าจะบอกว่าตอนนี้ เมซุต โอซิล แค่รอนับวันย้ายออกจาก อาร์เซน่อล อย่างเป็นทางการมันก็ไม่ผิดนัก เพราะเขาถึงขั้นไม่ถูกทีมใส่ชื่ออยู่ในขุมกำลังชุดที่จะได้สิทธิ์เล่นทั้งเกมระดับ พรีเมียร์ลีก และ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก โดยสาเหตุที่ทำให้เป็นอย่างนั้นมีทั้งการลือว่ามันเป็นเพราะเรื่องผลงานของเขาล้วนๆ และเรื่องการตลาดจากการที่เจ้าตัวเคยด่าประเทศจีนในกรณีที่ปฎิบัติกับชาวอุยกูร์แบบไม่เป็นธรรม
    การที่นักเตะซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังระดับ โอซิล ถูกต้นสังกัดมองข้ามมากถึงขนาดนี้ทำให้หลายคนใจหายไม่น้อย เพราะคงมีไม่กี่คนที่จะเคยคิดว่านักเตะที่เคยได้แชมป์มากมายก่ายกอง รวมถึงรับค่าเหนื่อยสูงที่สุดของทีมที่ 350,000 ปอนด์ จะไม่มีที่ว่างแม้กระทั่งเป็นอะไหล่ด้วยซ้ำ

    ถึงกระนั้น ถ้ามองเฉพาะที่เรื่อง "ผลงานส่วนตัว" แล้วนั้น มันปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า โอซิล โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังจนถึงขนาดที่ต่อให้ไม่มีเขาอยู่ในทีมก็อาจจะไม่ได้ส่งผลเสียอะไรเลย

    จากการลงเล่นในลีก 38 นัดในฤดูกาลก่อนของ อาร์เซน่อล นั้น โอซิล ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงไป 18 นัด ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นการลงเล่นเป็นตัวจริงทั้งหมดใน 10 เกมแรกภายใต้การคุมทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ด้วย ถึงกระนั้น ในช่วงเวลา 18 เกมที่ว่า อาร์เซน่อล เก็บชัยชนะได้เพียง 27.8 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

    ในทางกลับกัน 20 เกมในลีกของ อาร์เซน่อล เมื่อฤดูกาลก่อนที่ โอซิล ไม่ได้เป็นตัวจริง และไม่ได้ลงเล่นนั้น "ไอ้ปืนใหญ่" สามารถเก็บชัยชนะได้สูงถึง 45 เปอร์เซนต์ ดังนั้นก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าค่าเฉลี่ยการได้แต้มต่อ 1 เกมนั้น อาร์เซน่อล จะได้แต้มมากกว่าเมื่อไร้เงา โอซิล เป็นตัวจริง เพราะพวกเขาทำได้ 1.6 แต้มต่อเกม ขณะที่พอมี โอซิล ลงเล่นตั้งแต่ต้นเกม พวกเขาเก็บได้ 1.3 คะแนนต่อนัด

    ถ้าจะมีอะไรที่เท่ากันคงเป็นค่าเฉลี่ยจำนวนประตูที่ทำได้ต่อ 1 เกม เพราะไม่ว่าจะทั้งตอนที่ โอซิล ได้เป็นตัวจริง หรือตอนที่ทั้งไม่ได้เป็นตัวจริงกับไม่ได้ลงเล่นนั้น อาร์เซน่อล ก็ทำได้ 1.5 ประตูในลีกต่อเกมเท่ากันเป๊ะ

    นอกจากนี้ ถ้าย้อนกลับไปดูผลงานในช่วงหลายฤดูกาลก่อนแล้วล่ะก็ มันก็จะเห็นได้ชัดว่า โอซิล ฟอร์มดร็อปลงอย่างมากจริงๆ โดยในฤดูกาล 2015-16 เขาโชว์ฟอร์มการเป็นจอมปั้นเกมได้สุดยอดด้วยการทำได้ถึง 19 แอสซิสต์ในลีก จากการลงเล่น 3,047 นาที แถมยังทำได้ 6 ประตูด้วย

    อย่างไรก็ตาม พอถึงซีซั่น 2016-17 ถึงแม้เขาจะทำประตูในลีกได้ 8 ลูก แต่จำนวนการแอสซิสต์ลดฮวบเหลือเพียงแค่ 9 หนเท่านั้น ทั้งที่เขาเล่นในฤดูกาลดังกล่าวไป 2,847 นาที ซึ่งหลังจากนั้นผลงานการแอสซิสต์ของเขาก็ยังไม่ดีขึ้นเมื่อทำไปแค่ 8 แอสซิสต์ในซีซั่น 2017-18 จากการลงเล่น 2,164 นาที

    ส่วนในฤดูกาล 2018-19 กับ 2019-20 นั้น เขาก็กลายเป็นส่วนเกินของทีมไปแล้วจนทำให้คงไม่จำเป็นต้องนับรวมเพื่อเอามาเปรียบเทียบ แต่ถ้าใครอยากรู้ก็ขอบอกเลยว่าใน 2 ซีซั่นนั้นเขาทำได้ 2 แอสซิสต์เท่ากันจากการลงเล่น 1,741 นาที กับ 1,448 นาที ตามลำดับ

    ตารางเปรียบเทียบผลงานของ อาร์เซน่อล ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 ระหว่างตอนที่ โอซิล เป็นตัวจริง กับตอนที่ โอซิล ไม่ได้เป็นตัวจริง/ไม่ได้ลงเล่น

      ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเทียบระหว่างดฤดูกาล 2015-16 กับ 2016-17 แล้วล่ะก็ โอซิล ยังมีค่าเฉลี่ยการสร้างโอกาสทำประตูลดฮวบได้ โดยในซีซั่น 2015-16 เขาสร้างโอกาสทำประตูในลีกจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ได้ถึง 4.31 ครั้งต่อเกม แต่ในซีซั่นต่อมาลดเหลือที่ 3.16 ครั้งต่อนัด

    แม้ว่าในฤดูกาล 2017-18 ตัวเลขด้านค่าเฉลี่ยการสร้างโอกาสทำประตูจะดีขึ้นนิดหน่อยจนมาอยู่ที่ 3.49 ครั้งต่อเกม แต่มันก็ยังไม่คู่ควรกับคนที่รับค่าเหนื่อย 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์อยู่ดี

    ตัวเลขตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ในระดับหนึ่งว่าต่อให้ อาร์เซน่อล จะไม่มี โอซิล อยู่ในทีม แต่มันก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่เสียหายร้ายแรงอะไร ถ้าจะมีเรื่องที่น่าเสียดายก็คงจะเป็นการที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องแยกจากกันแบบไม่ดีเท่าไหร่นั่นเอง

    ตารางเปรียบเทียบผลงานของ โอซิล ใน พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ฤดูกาล 2015-16 เป็นต้นมา

ครึ่งสนามอย่างงาม! “เจอร์ราร์ด” ปลื้มบุกสยบลีแอช

สตีเว่น เจอร์ราร์ด นายใหญ่เรนเจอร์ส หัวใจพองโตหลังทีมบุกสยบ สตองดาร์ ลีแอช ได้ถึงถิ่นในเกมยูโรปา ลีก กลุ่ม ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พร้อมซูฮกลูกยิงปิดกล่องของ เคมาร์ รูฟ บอกนี่คือประตูที่สวยที่สุดที่เคยเห็นด้วยตาตัวเองมาตลอดชีวิต
               สตีเว่น เจอร์ราร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษของ เรนเจอร์ส สโมสรดังในศึกสกอตติช พรีเมียร์ลีก สุดปลื้มหลังลูกทีมบุกชนะ สตองดาร์ ลีแอช ทีมแกร่งจากเบลเยียม 2-0 ในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

               สำหรับผลงานของลูกทีม "สตีวี่จี" โดดเด่นมากๆ เมื่อพวกเขาได้ประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 19 จากการยิงจุดโทษของ เจมส์ ทาเวอร์เนียร์ ก่อนจะมาได้ประตูตอกฝาโลงจาก เคมาร์ รูฟ ในนาที่ที่ 90+3 ส่งผลให้ เรนเจอร์ส เก็บ 3 คะแนนสำคัญถึงดินแดนช็อกโกแลตเลิศรส

               เจอร์ราร์ด ซึ่งทำผลงานคุมทีมได้ดีเยี่ยมโดยยังไม่แพ้ใครในเกมลีกแดนวิสกี้ ด้วยสถิติชนะ 9 เสมอ 2 รั้งจ่าฝูงลีก เปิดใจหลังจบเกมว่า "ผมคิดว่ามันเป็นชัยชนะที่มีความสำคัญมากๆ สำหรับการเริ่มต้นรอบแบ่งกลุ่มซึ่งถือเป็นเรื่องในด้านบวก เราเอาชนะทีมที่ดีเยี่ยมในค่ำคืนนี้ ผมคิดว่าเราสมควรได้รับชัยชนะ"

               นอกจากนี้ ตำนานกัปตันทีม ลิเวอร์พูล ยังกล่าวชื่นชมประตูของ รูฟ ที่ซัดไกลประมาณครึ่งสนามเข้าประตูไปอย่างสุดสวยว่า "เราได้ประตูในช่วงเวลาที่สุดยอดมากๆ มันเป็นช่วงเวลาที่แสนเวิลด์คลาส ผมเคยเล่นฟุตบอลอาชีพมายาวนานตั้งแต่ปี 1998 และนี่คือประตูที่ดีที่สุดที่ผมได้เห็นด้วยตาตัวเองมาตลอดทั้งชีวิต"

แมนยูขี้ตืดเอง!ซอร์คแจงได้ราคาตามต้องการก็ปล่อยซานโช่แล้ว

มิชาเอล ซอร์ค ผอ. กีฬา ดอร์ทมุนด์ ระบุ ที่จริงพวกตนพร้อมปล่อย เจดอน ซานโช่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ เพียงแต่ทีมที่อยากได้แข้งชาวอังกฤษดันไม่ยอมให้ข้อเสนอตรงตามที่ต้องการเอง แถมการเจรจายังกินเวลานานเกินไปอีกต่างหาก ท่ามกลางรายงานที่บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่พร้อมจ่ายค่าตัวตามที่ "เสือเหลือง" ตั้งเอาไว้

มิชาเอล ซอร์ค ผู้อำนวยการกีฬา โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรชั้นนำแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่าที่จริง "เสือเหลือง" พร้อมขาย เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของทีมในตลาดการเสริมทัพรอบนี้ แต่มันไม่มีทีมที่ยอมให้ข้อเสนอตามที่พวกเขาต้องการเอง

ข่าวการย้ายทีมระหว่าง ซานโช่ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยว่ากันว่าที่จริงอดีตลูกหม้อของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บรรลุข้อตกลงส่วนตัวกับ "ปีศาจแดง" ได้แล้ว แต่การย้ายทีมก็ติดปัญหาที่ทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่ยินดีที่จะจ่ายค่าตัวของแข้งวัย 20 ปี ตรงตามที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการ หลังจากทีมดังของเมืองเบียร์ตั้งค่าหัวของ ซานโช่ เอาไว้ที่ 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,440 ล้านบาท)

"เรามีข้อตกลงกับเขาว่าเขาสามารถย้ายทีมได้ถ้าหากเป็นไปตามสถานการณ์บางอย่าง (ที่ทาง ดอร์ทมุนด์ ต้องการ) และถ้าหากการเจรจามันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่สุดท้ายประตูสำหรับเรื่องนั้นก็ปิดลง" ซอร์ค ให้สัมภาษณ์กับ สกาย เยอรมนี สื่อชื่อก้องของประะเทศเยอรมนี

 

เฮียร์วีโก!แมนยูสมหวังได้เตลเลสจากปอร์โต้

สื่อดังโปรตุเกส และเหยี่ยวข่าวเจ้าของสำนวน เฮียร์ วี โก รายงานตรงกัน แมนฯ ยูไนเต็ด สมหวังในการดึง อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กจอมบุกมาจาก ปอร์โต้ เรียบร้อย และจะเข้าตรวจร่างกายคืนวันอาทิตย์นี้เลย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงกับ เอฟซี ปอร์โต้ ในการคว้าตัว อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เรียบร้อยแล้ว ตามรายงานจาก เร็คคอร์ด สื่อโปรตุเกส และ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวคนดังของ สกาย อิตาเลีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา

โรมาโน่ ทวีตข้อความว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ปอร์โต้ บรรลุข้อตกลงสำหรับ อเล็กซ์ เตลเลส แล้ว รายละเอียดสุดท้ายจะหาข้อสรุปในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ จากนั้นจะมีการเข้าตรวจร่างกาย และประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป เฮียร์ วี โก เร็วๆ นี้!

ขณะที่ เรคคอร์ด รายงานว่า ค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้อยู่ที่ 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท) และจะมีการตรวจร่างกายในคืนวันอาทิตย์นี้เลยเพื่อประกาศทางการก่อนปิดตลาดนักเตะระหว่างประเทศในวันจันทร์ที่ 5 ต.ค. นี้

ทั้งนี้ เตลเลส วัย 27 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในฤดูกาล 2019/20 โดยลงเล่นให้ ปอร์โต้ รวมทุกรายการ 49 นัด ทำได้ถึง 13 ประตู กับ 12 แอสซิสต์

ลาผีแดงถาวร!โรม่าปิดดีลคว้าสมอลลิ่งจากแมนยู

อำลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการแล้ว… คริส สมอลลิ่ง ปราการหลังร่างใหญ่ โยกซบ อาแอส โรม่า เรียบร้อย ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 15 ล้านยูโร

อาแอส โรม่า สโมสรชั้นนำแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้ทำการคว้าตัว คริส สมอลลิ่ง เซนเตอร์แบ็กเลือดผู้ดี มาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เรียบร้อย เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 3 ปี

ถือเป็นการกลับมาค้าแข้งในถิ่น สตาดิโอ โอลิมปิโก อีกครั้งสำหรับ สมอลลิ่ง แต่หนนี้เป็นการย้ายแบบถาวร หลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วย้ายมาเล่นให้ โรม่า แบบสัญญายืมตัว และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยลงเล่นรวมทุกรายการ 37 นัด ทำได้ 3 ประตู

สำหรับค่าตัวของ ปราการหลังร่างใหญ่วัย 30 ปี ตามรายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นอยู่ที่ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) บวกออปชั่นตามเงื่อนไขต่างๆ อีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)

 

 

มาแล้ว! แมนยู คอนเฟิร์มคว้า “เตลเลส” จากปอร์โต้

"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปิดดีลกระชากตัว อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติบราซิล มาจาก ปอร์โต้ เรียบร้อย เผยค่าตัวแสนถูก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศคว้าตัว อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน มาจาก ปอร์โต้ ยอดสโมสรแดนฝอยทอง อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เตลเลส จรดปากกาเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นเวลา 4 ปี โดยที่มีออปชั่นเซ็นเพิ่มอีก 1 ปี ส่วนค่าตัวนั้น ตามรายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นอยู่ที่ 15 ล้านยูโร (ประมาณ 555 ล้านบาท) + ออปชั่นตามเงื่อนไขต่างๆ อีก 3 ล้านยูโร (ประมาณ 111 ล้านบาท)

 "การได้ย้ายมาอยู่กับสโมสรอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับผม คุณต้องทำงานอย่างหนักกว่าจะมีโมเมนต์แบบนี้ และตอนนี้ผมได้มาอยู่กับสโมสรแห่งนี้แล้ว ผมขอสัญญาว่า ผมจะทุ่มเททุกอย่างด้วยหัวใจเพื่อประสบความสำเร็จกับที่นี่" แบ็กซ้ายป้ายแดง แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดใจ

ทั้งนี้ เตลเลส ลงเล่นให้ ปอร์โต้ ไปทั้งสิ้น 195 นัด ทำได้ 26 ประตู และกดไปมากกว่า 50 แอสซิสต์ ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่อยู่กับสโมสร

 

ตั้งเป้ารายได้เฉียด4หมื่นล้าน เจอพิษโควิด บาร์เซโลน่าขาดทุนย่อยยับ!

บาร์เซโลน่า ระบุ พวกเขาขาดทุนเป็นเงินรวมกัน 97 ล้านยูโรในซีซั่นก่อน โดยด้านรายได้ก็หดไปจากที่คาดเอาไว้ในตอนแรกเยอะสุดๆ ด้วย

บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน ประกาศว่าฤดูกาล 2019-20 พวกเขาขาดทุนโดยรวม 97 ล้านยูโร (ประมาณ 3,589 ล้านบาท) พร้อมบอกว่าสาเหตุสำคัญมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

เชื้อร้ายดังกล่าวส่งผลกับวงการลูกหนังอย่างมากตลอดช่วงที่ผ่านมา เริ่มจากการที่ต้องพักการแข่งขันไปเป็นเวลานาน ลามมาจนถึงการที่ต้องเตะกันแบบไร้แฟนบอลในสนาม ซึ่งมันก็ส่งผลให้แต่ละทีมขาดรายได้จากวันที่มีการแข่งขันตามไปด้วย อย่างเช่นค่าตั๋วเข้าชม เป็นต้น

ผลกระทบต่างๆ ทำให้ในซีซั่นก่อน บาร์เซโลน่า เก็บรายได้ไปเพียง 855 ล้านยูโร (ประมาณ 31,635 ล้านบาท) เท่านั้น ทั้งที่ตอนแรกพวกเขาคาดว่าจะทำรายได้สูงถึงเกิน 1 พันล้านยูโร (ประมาณ 37,000 ล้านบาท) ซึ่งมันก็ส่งผลให้ "อาซูลกราน่า" ขาดทุนเยอะตามไปด้วย โดยที่จริงพวกเขาลดรายจ่ายไปได้ตั้ง 74 ล้านยูโร (ประมาณ 2,738 ล้านบาท) ด้วยซ้ำ แต่ก็ยังขาดทุนก้อนโตอยู่ดี