ปลื้มเลย!ลูกากูแฮปปี้หลังทำสถิติยิงมากสุดในอาชีพค้าแข้ง

โรเมลู ลูกากู หัวหอกตัวเก่ง อินเตอร์ มิลาน รับแฮปปี้สุดๆ หลังทำสถิติยิงมากสุดในอาชีพการเล่นฟุตบอล พร้อมเร้าเพื่อนๆ ทัพ "งูใหญ่" เค้นฟอร์มเก่งให้มากกว่านี้ในช่วงท้ายของซีซั่น

     โรเมลู ลูกากู กองหน้าร่างยักษ์ของ อินเตอร์ มิลาน เผยว่า ตนมีความสุขเป็นอย่างมาก กับการที่ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ตัวเองทำประตูได้มากที่สุดในอาชีพการเล่นฟุตบอล หลังทำสองตุงในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดล่าสุดที่ "งูใหญ่" บุกถล่ม เจนัว 3-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

     สองประตูจากเกมนี้ ทำให้ฤดูกาล 2019/20 ลูกากู ซึ่งเพิ่งย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีก่อน กดไปแล้วถึง 29 ประตูรวมทุกรายการ (จากการลงเล่น 45 นัด) ซึ่งถือเป็นฤดูกาลที่เจ้าตัวทำประตูได้มากที่สุดในการเล่นฟุตบอล ทุบสถิติเดิม 27 ประตู ที่เคยทำเอาไว้ในซีซั่น 2017/18 สมัยค้าแข้งกับ "ปีศาจแดง"

     นอกจากนี้จำนวน 23 ประตู ในศึก เซเรีย อา ยังทำให้ ลูกากู กลายเป็นนักเตะ อินเตอร์ ที่ทำประตูใน เซเรีย อา ฤดูกาลแรก ได้มากสุดอันดับสาม ต่อจาก อิสต์วาน แยร์ส (26 ประตู ในซีซั่น 1948/49) และ โรนัลโด้ (25 ประตู ในซีซั่น 1997/98) อีกด้วย

         "ในแง่ของสถิติส่วนตัว แน่นอนว่า ผมแฮปปี้มากๆ แต่ผมก็อยากจะบอกเช่นกันว่า ทีมเราสามารถทำได้ดีกว่านี้ เรามีขุมกำลังนักเตะที่ยอดเยี่ยม ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเราในการขึ้นมาอยู่อันดับสอง ตลอดเส้นทางเราทำคะแนนตกหล่นเองหลายแต้ม แต่เรามีขุมกำลังนักเตะที่หนุ่มแน่น และอยากพัฒนาให้ดีกว่านี้ ซึ่งเราก็ต้องการที่จะทำผลงานให้ดีที่สุดกับเกมที่เหลือ จากนั้นก็หันไปลุยในถ้วย ยูโรปา ลีก" ยอดดาวยิงทีมชาติเบลเยียมวัย 27 ปี เปิดใจกับ สกาย สปอร์ต อิตาเลีย

     ชัยชนะนัดนี้ทำให้ อินเตอร์ แซง อตาลันต้า ขึ้นมารั้งอันดับสองในตารางคะแนน เซเรีย อา โดยมี 76 แต้ม จากการลงแข่ง 36 นัด ตามหลัง ยูเวนตุส ทีมจ่าฝูง ที่ลงเตะน้อยกว่าหนึ่งนัด 4 แต้ม ส่วนในถ้วย ยูโรปา ลีก พวกเขามีคิวฟาดแข้งกับ เคตาเฟ่ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย วันพุธที่ 5 สิงหาคมนี้

เลวานดอฟสกี้ 44 ตุง! 6 ประเด็นหลังเกมบาเยิร์นบุกอัดเลเวอร์คูเซ่น

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเดินหน้าคว้าชัยชนะได้อย่างเมามันส์ หลังล่าสุดบุกไปพิชิต ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 4-2 ถึงสังเวียนแข้ง ไบอารีน่า เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้พวกเขาเข้าใกล้ไปทุกทีแล้วกับตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา ประจำฤดูกาล 2019/20 และนี่คือ 6 ประเด็นที่น่าสนใจจากเกมนี้

 – บาเยิร์น จ่อแชมป์เต็มที
          หากไม่ดูผลการแข่งขันของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่มีคิวเตะคู่ดึกกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เท่ากับว่า 4 เกมที่เหลือ บาเยิร์น ขอแค่ชนะอีก 2 เกมเท่านั้น ก็จะการันตีตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา ประจำฤดูกาล 2019/20 ซึ่งถือเป็นแชมป์ลีกสมัยที่ 30 ของพวกเขา และเป็นแชมป์ 8 ซีซั่นติดต่อกันด้วย และถ้าหาก "เสือเหลือง" กล้าๆ แพ้ "หญิงชรา" คาบ้าน เท่ากับว่า "เสือใต้" จะเป็นแชมป์ทันที หากคว้าชัยเกมหน้าที่มีคิวเปิดรัง อัลลิอันซ์ อารีน่า เจอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน

 – ฟลิค เจ๋งจริง
          บาเยิร์น ตัดสินใจได้ถูกต้องในการแต่งตั้ง ฮันซี่ ฟลิค คุมทัพแบบถาวร เพราะ 26 เกมรวมทุกรายการภายใต้การนำทีมของ กุนซือวัย 55 ปี นั้น บาเยิร์น ชนะถึง 23 นัด (เสมอ 1 แพ้ 2) และถ้านับเฉพาะ 20 เกมหลังสุด พวกเขาชนะถึง 19 นัด!!! (เสมอ 1) นอกจากนี้ 26 เกมที่ ฟลิค คุมทัพ บาเยิร์น ทำได้ถึง 84 ประตู (เฉลี่ยเกมละ 3.2 ประตู) เรียกได้ว่า "เสือใต้" ชั่วโมงนี้ นอกจากชนะได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

 – บาเยิร์น สร้างสถิติสุดโหด
          ผ่านพ้นเกมลีกไปแล้ว 30 นัด ตอนนี้ บาเยิร์น กดไปแล้วถึง 90 ประตู ซึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา ไม่เคยมีทีมไหนทำได้ระดับนี้มาก่อน หลังผ่านพ้น 30 นัด ส่วนสถิติที่ทำประตูมากสุดภายในฤดูกาลเดียว เกิดขึ้นเมื่อซีซั่น 1971/72 ที่ บาเยิร์น ทำได้ถึง 101 ลูก ดังนั้นกับ 4 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ "เสือใต้" แอบมีลุ้นเหมือนกันที่จะทุบสถิติของตัวเอง แต่ก็เหนื่อยทีเดียว เพราะต้องยิงให้ได้นัดละ 3 ลูก 

 – ซีซั่นที่ยอดเยี่ยมสุดของ เลวานดอฟสกี้
          1 ตุงที่ทำได้ในเกมนี้ ทำให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยอดดาวยิงเลือดโปลของ บาเยิร์น มิวนิค กระทุ้งไปแล้ว 30 ประตูในลีก โดยถือเป็นหนที่สามแล้ว ที่เจ้าตัวทำได้ระดับ 30 ลูก (ต่อจากซีซั่น 2015/16 และ 2016/17) ซึ่งในประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา มีแค่ แกร์ด มุลเลอร์ เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ทำได้มากกว่า (5 ครั้ง) นอกจากนี้ เลวานดอฟสกี้ ยังกดไปแล้วรวมทุกรายการ 44 ลูก ซึ่งนั่นเท่ากับว่า นี่คือฤดูกาลที่เจ้าตัวทำประตูได้มากสุดในอาชีพการเล่นฟุตบอล ทุบสถิติเดิม 43 ลูก เมื่อซีซั่น 2016/17

 – มุลเลอร์ "คิง ออฟ แอสซิสต์"
          ภายใต้การนำทีมของ ฟลิค ทำให้ โธมัส มุลเลอร์ เล่นได้อย่างอิสระในแนวรุก และนั่นก็ช่วยให้เขาสามารถเค้นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมที่สุดของตัวเองออกมาได้ โดยเฉพาะการเปิดป้อนให้เพื่อนร่วมทีมจบสกอร์ และ 2 แอสซิสต์จากเกมนี้ ทำให้ มุลเลอร์ กดไปแล้ว 20 แอสซิสต์ในลีก นำโด่งที่หนึ่งในเรื่องแอสซิสต์  (เจดอน ซานโช อยู่ที่สอง 16 แอสซิสต์) นอกจากนี้ มุลเลอร์ ยังกลายเป็นนักเตะคนแรกใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ที่ทำอย่างน้อย 20 แอสซิสต์ในลีก นับตั้งแต่ที่ เควิน เดอ บรอยน์ (สมัยอยู่กับ เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก) ทำได้ 21 แอสซิสต์ในฤดูกาล 2014/15

 – เด็ก 17 ปี แย่งซีน!
          แม้เป็นชัยชนะที่สวยงามสำหรับ บาเยิร์น แต่กลับเป็นฝั่ง เลเวอร์คูเซ่น ที่มีเรื่องให้พูดถึง เพราะเจ้าหนู ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ วัย 17 ปี ที่ลงสนามแทน คาริม เบลลาราบี้ ช่วงครึ่งหลัง ทำประตูสุดสวย ช่วย "ห้างขายยา" ไล่ บาเยิร์น ขึ้นมาเป็น 2-4  นาทีที่ 89 ทำให้ เวิร์ตซ์ กลายเป็นนักเตะอายุน้อยสุดในประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา ที่ทำประตูได้ ด้วยอายุเพียง 17 ปี, 1 เดือน กับ 3 วัน โดยทุบสถิติเดิม 17 ปี, 2 เดือน กับ 21 วัน ของ นูริ ซาฮิน ที่ทำได้เมื่อปี 2005

เผยมีทีมพรีเมียร์ฯเกือบได้คูตี้ก่อนลิเวอร์พูล

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ บาร์เซโลน่า เกือบจะได้มาเล่นใน พรีเมียร์ลีก กับสโมสรอื่นก่อน ลิเวอร์พูล แต่ติดตรงที่ อินเตอร์ มิลาน จองตัวไว้แล้ว
      เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยว่า เชลซี เคยพยายามคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลางชาวบราซิเลียน มาร่วมทีมตอนนักเตะอายุ 14 ปี แต่ต้องพลาดไปเพราะเจ้าตัวตกลงกับ อินเตอร์ มิลาน แล้ว

    ร็อดเจอร์ส ซึ่งเป็นคนดึง คูตี้ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2013 เผยผ่าน เดอะ บิวตี้ฟูล พ็อดคาสต์ ว่า "ตอนที่ผมมองดูทีม ลิเวอร์พูล ในช่วงมาทำงาน 6 เดือนแรก มันยังมีส่วนผสมบางอย่างที่เราขาดหายไป"

    "ฟิลิปเป้ เป็นหนึ่งในคนที่ผมรู้จักตั้งแต่สมัยทำงานให้กับ เชลซี เนื่องจากตอนนั้นเราพยายามคว้าตัวเขามาอยู่ เชลซี ตอนเขาอายุ 14 ปี แต่เขาตกลงกับ อินเตอร์ มิลาน ไปแล้ว"

    "ลิเวอร์พูล คุยถึงเรื่องของเขาในช่วงซัมเมอร์ และตามดูเขา จากนั้นเขาก็พร้อมย้ายทีมตอนอายุ 19 ผมคิดว่า "ว้าว ใช่เลย เอาเด็กคนนี้มาร่วมทีมเลย" กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือ เผย

เผยมีทีมพรีเมียร์ฯเกือบได้คูตี้ก่อนลิเวอร์พูล
    พร้อมกันนี้ ร็อดเจอร์ส ยังยอมรับด้วยว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ อดีตกองหน้า ลิเวอร์พูล ควรจะก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งใน 3 ยอดดาวยิงระดับโลก ก่อนที่เส้นทางของเจ้าตัวจะวูบไป เพราะเรื่องราวนอกสนาม ก่อนที่เวลานี้จะมาอยู่กับ เบรสชา สโมสรใน เซเรีย อา อิตาลี

 

เจ้าหนู “เดวิส” มันร้าย! 5 ประเด็นหลังเกมบาเยิร์นยำใหญ่ดุสเซลดอร์ฟ

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เขยิบเข้าใกล้ไปทุกทีแล้ว สำหรับตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน สมัยที่ 30 หลังเปิดรัง อัลลิอันซ์ อารีน่า ไล่ถล่ม ฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ 5-0 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้พวกเขาโกยคะแนนทิ้งห่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมอันดับสอง ไปไกลลิบถึง 10 แต้ม ถึงแม้ลงเตะมากกว่า 1 นัดก็ตาม และนี่คือ 5 ประเด็นที่ได้จากเกมนี้ 

 – นำเร็วพา "เสือใต้" กินนิ่ม 

          ถึงแม้ ดุสเซลดอร์ฟ อยู่ในโซนตกชั้น (อันดับ 16) แต่ผลงานของพวกเขาก่อนบุกมาเยือน อัลลิอันซ์ อารีน่า ถือว่าไม่เลวเลย เพราะไม่แพ้ใครมา 4 นัดติด (ชนะ 1 เสมอ 3) ดังนั้นพวกเขาจึงหวังที่จะยื้อกับ บาเยิร์น ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็มาพังลงตั้งแต่นาทีที่ 15 แถมเป็นการทำพลาดเข้าประตูตัวเองของ มาธิอัส “ซานก้า” ยอร์เกนเซ่น ด้วย ซึ่งก็แน่นอนว่า พอเปิดแผลแรกได้เร็วแบบนี้ ทุกอย่างก็มาเข้ามา บาเยิร์น จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่สกอร์ออกมาขาดลอยถึง 5-0

 

 

 – ขอเฮอีกแค่ 3 เกม

 

          จากสถานการณ์ตอนนี้ที่ทำคะแนนหนี โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมรองจ่าฝูง เป็น 10 แต้ม เท่ากับว่า 5 เกมที่เหลือ บาเยิร์น ต้องการชัยชนะอีกแค่ 3 นัดเท่านั้น เพื่อการันตีตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา ประจำฤดูกาล 2019/20 โดยไม่ต้องไปสนใจผลการแข่งขันของ "เสือเหลือง" ที่มีคิวบุกไปเยือน พาเดอร์บอร์น คืนวันอาทิตย์นี้

 

 

 – บาเยิร์น ยุค "ฟลิค" โหดจริง!

          นับตั้งแต่ ฮันซี่ ฟลิค เข้ามานำทัพ "เสือใต้" แทน นิโก้ โควัช เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว บาเยิร์น กลายเป็นเครื่องจักรถล่มประตูที่ทรงประสิทธิภาพสุดๆ เพราะ 19 เกมในลีกยุค ฟลิค นั้น ทีมทำไปถึง 61 ประตู หรือเฉลี่ยตกเกมละ 3.2 ประตูเลยทีเดียว และถ้านับรวมทุกรายการ 25 นัด ทำไปถึง 80 ลูก เฉลี่ยตกเกมละ 3.2 ลูกเช่นกัน ซึ่งต้องยอมรับเลยว่า บาเยิร์น ภายใต้การนำทีมของ กุนซือวัย 55 ปี มีการเล่นเกมรุกที่ดุดันและเฉียบคมมากๆ 

 

 

 – เดวิส ยิ่งเล่นยิ่งเก่ง

          เป็นอีกหนึ่งเกมที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย สำหรับ อัลฟอนโซ่ เดวิส แบ็กซ้ายดาวรุ่งเท้าติดจรวดชาวแคเนเดี้ยน ที่เล่นได้โดดเด่นอีกแล้วในแมตช์นี้ เพราะทำได้เยี่ยมมากๆ ทั้งในส่วนของเกมรับและรุก โดยเกมรับนั้นเจ้าตัวมีสถิติแท็กเกิ้ลชนะ 100% (3/3) ส่วนเรื่องเติมเกมรุกยังดุเด็ดเผ็ดมันส์ตามถนัดเหมือนเดิม เพราะประตูปิดท้าย 5-0 ที่ เจ้าหนูวัย 19 ปี ทำได้ ก็มาจากความยอดเยี่ยมของเจ้าตัวที่พาบอลฝ่านักเตะคู่แข่ง 3 คน เข้าไปยิงบอลลอดขา ฟลอเรียน คาสเทนไมเออร์ นายประตูทีมเยือน ได้อย่างสุดยอด… ก็อย่างที่ผู้บรรยายเกมชาวไทยพูดเอาไว้ว่า "เด็กมันจะเกิดก็ต้องเกิด" คำนี้ใช้ได้จริงๆ สำหรับ เดวิส ชั่วโมงนี้

 

 

 – ซีซั่นที่ยอดเยี่ยมสุดของ เลวานดอฟสกี้?

          2 ประตูจากเกมนี้ นอกจากทำให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ นำโด่งในชาร์ตดาวซัลโว บุนเดสลีกา ฤดูกาลนี้ที่จำนวน 29 ลูกแล้ว หากนับรวมการแข่งขันทุกรายการ เจ้าตัวกดไปแล้วถึง 43 ลูก จากการลงเล่นเพียง 37 นัด ซึ่งถึงแม้เป็นสถิติสูงสุดเทียบเท่ากับเมื่อฤดูกาล 2016/17 ที่ทำได้ 43 ลูกเช่นกัน แต่ฤดูกาลดังกล่าวมาจากการลงเล่น 47 นัด ดังนั้นจึงสามารถพูดได้เลยว่า นี่คือฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาชีพการเล่นฟุตบอลของ ยอดดาวยิงทีมชาติโปแลนด์วัย 31 ปี เพราะการแข่งขันฤดูกาลนี้ยังเหลืออีกหลายเกม ดังนั้นยอดการทำประตูของเจ้าตัวอาจจะไปถึงหลัก 50 ลูกได้ไม่ยาก

ลุค ชอว์ เชื่อหนึ่งในแข้ง แมนยู มีแววเป็น นิว โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

     ลุค ชอว์ แบ็กซ้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่ง สามารถพัฒนาไปเป็นสุดยอดดาวยิงเหมือนกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ อดีตหัวหอกตัวเก่งของทีม จากรายงานของ express.co.uk เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563

        เมสัน กรีนวู้ด คือนักเตะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ หมายมั่นว่าจะดันให้ขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของ แมนยู ในอนาคตอันใกล้ ถึงขนาดยอมปล่อย 2 กองหน้าอย่าง โรเมลู ลูกากู และ อเล็กซิส ซานเชซ ออกจากทีมไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางให้ดาวรุ่งวัย 18 ปีแสดงผลงานได้อย่างเต็มที่ในฤดูกาลนี้

        และทาง กรีนวู้ด ก็ตอบแทนความไว้ใจของ โซลชาร์ ด้วยผลงาน 12 ประตู 4 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 36 นัดรวมทุกรายการ ซึ่งทาง ลุค ชอว์ มองว่า ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ มีศักยภาพยอดเยี่ยมที่จะกลายมาเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ คนใหม่ของทัพ ปีศาจแดง "เขามีฤดูกาลแรกที่ดีมาก ๆ กับทีมชุดใหญ่ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นดาวยิงโดยธรรมชาติ"

        "สำหรับฤดูกาลนี้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงเป็นตัวจริงอยู่ตลอด แต่การทำประตู และสถิติของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก แถมยังทำแอสซิสต์ได้ด้วย สำหรับนักเตะดาวรุ่งในฤดูกาลแรกถือว่าเขาเก่งมาก ๆ นะ"

        "เขายังมีอะไรอีกมากมายให้เรียนรู้ แต่ถ้าเขายังทำงานหนัก และผลักดันตัวเองทุกวัน ผมก็ไม่เห็นว่าทำไมเขาจะกลายมาเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ คนใหม่หรือผู้เล่นในสไตล์เดียวกันที่สามารถยิงประตูให้เราอย่างเป็นกอบเป็นกำไม่ได้ล่ะ"

        สำหรับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของ พรีเมียร์ลีก จากผลงาน 132 ประตูระหว่างที่เล่นให้ อาร์เซนอล ในช่วง 2004-2012 ก่อนจะย้ายไปล่าตาข่ายให้ แมนยู ในปี 2012-15 และจัดการซัดไป 58 ประตูจาก 105 นัดในสีเสื้อยูไนเต็ด

เด่นกว่าใคร!ฟาวเลอร์เลือก2แข้งไทยประทับใจที่สุด



อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล เลือก 2 แข้งไทยที่ประทับใจที่สุด หลังเคยค้าแข้งกับ กิเลนผยอง ในช่วงปี 2011

 ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตกองหน้าชื่อดังลิเวอร์พูล เลือก ธีรศิลป์ แดงดา และ ดัสกร ทองเหลา เป็นสองนักเตะไทยที่ประทับใจที่สุด โดยเฉพาะ ‘มุ้ย’ ที่ถือเป็นกองหน้าครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่ง

อดีตกองหน้าหงส์แดง วัย 45 ปี เคยย้ายมาค้าแข้งที่ไทย กับ เอสซีจี เมืองทองฯ เมื่อช่วงฤดูกาล 2011 นอกจากนี้ ยังมีโอกาสรับบทเป็นกุนซือของทีมด้วยในช่วงท้ายซีซั่น

ฟาวเลอร์ ถูก มาริโอ ยูรอฟสกี้ เชิญมาพูดคุยผ่านอินสตาแกรม เมื่อวานที่ผ่านมา ก่อนถูกถามว่า ใครคือนักเตะไทยที่ทำให้ประทับใจมากที่สุด ซึ่ง ‘เดอะ ก็อด’ ตอบว่า

“ผมคิดว่าไทยลีกเป็นลีกที่เล่นกันด้วยเทคนิคสูงมาก ๆ บางครั้งนักเตะที่โดดเด่นคือนักเตะที่รู้ว่าต้องวิ่งเมื่อไหร่ ต้องส่งบอลตอนไหน ต้องส่งให้ถูกจังหวะ ผมคิดว่านักเตะต้องเรียนรู้ให้มากกว่านี้”

“ตอนที่ผมอยู่เมืองทองมีนักเตะสองคนที่โดดเด่นกว่าใคร นั่นคือ ดัสกร ทองเหลา กับ มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) เขาสองคนเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่ามุ้ยเป็นสุดยอดดาวยิง แฟนบอลรักเขา เขาสามารถทำอะไรก็ได้ในสนามเมื่อเขาต้องการ ทำประตูสำคัญมากมาย  เขากล้าหาญ โหม่งได้ดี ยิงได้ดีทั้งสองเท้า”

“ผมไม่ประหลาดใจเลยนะกับอาชีพการค้าแข้งไปได้สวยของเขา ได้มีประสบการณ์ในการไปค้าแข้งที่ญี่ปุ่นซึ่งเขาก็กำลังค้าแข้งอยู่ที่นั่น ไม่ใช่แค่ทำประตู เขายังมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม ลูกฟรีคิก ซึ่งโดยรวมเขาเป็นผู้เล่นที่ดีมาก” ฟาวเลอร์ กล่างทิ้งท้าย

สำหรับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ลงเล่นให้ เอสซีจี เมืองทองฯ 20 นัด รวมทุกรายการ ทำไป 4 ประตู

มี2ดาวรุ่งของดีอยู่แล้วลิเวอร์พูลไม่เห็นต้องสนซานโช่

อดีตแข้ง ลิเวอร์พูล ชี้ทีมเก่ามี 2 ดาวรุ่งที่พร้อมจะก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ในอีกไม่นานนี้ ส่งผลให้สามารถเซฟเงินได้อย่างมหาศาล
    นีล เมลเลอร์ อดีตกองหน้า ลิเวอร์พูล เชื่อมั่นว่า เคอร์ติส โจนส์ และ ริอาน บรูว์สเตอร์ เป็น 2 นักเตะดาวรุ่งที่จะมีอนาคตสดใสกับ "หงส์แดง" ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทำให้ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องไปทุ่มเงินก้อนโตกับการดึง จาดอน ซานโช่ ปีก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์

    โจนส์ กองกลางวัย 19 ปี ซึ่งเป็นกัปตันทีมรุ่นอายุต่ำกว่า 23 ปีของ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้น่าประทับใจช่วงที่ได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะในถ้วย เอฟเอ คัพ ขณะที่ บรูว์สเตอร์ กองหน้าวัย 20 ปี ในเวลานี้ไปเล่นให้ สวอนซี แบบยืมตัว และได้รับการจับตามองว่าจะเป็นยอดดาวยิงในอนาคต

    เมลเลอร์ เผยว่า "ผมคิดว่า เคอร์ติส มีศักยภาพที่จะเล่นให้ทีมชุดใหญ่ เขาสามารถทำหลายสิ่งให้เกิดขึ้น เขาได้ลงซ้อมกับทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก ได้เรียนรู้ในทุกๆ วัน มันไม่จำเป็นต้องรีบร้อน เขาได้อยู่กับทีม เรียนรู้ในทุกวันกับมาตรฐานระดับสูงสุด"

    "ส่วนในรายของ บรูว์สเตอร์ ผมชอบเขานะ เขาเป็นกองหน้าที่มีประโยชน์ เขาเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นในวัยขนาดนี้กับก้าวขึ้นมาในทีม ลิเวอร์พูล เขารู้ว่า จะต้องจบสกอร์อย่างไร คุณอาจเห็นการเล่นยอดเยี่ยมของนักเตะที่เพิ่งก้าวขึ้นมาอย่าง ซานโช่, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และ ฟิล โฟเด้น แล้วทำไม ริอาน จะเป็นแบบนั้นไม่ได้ล่ะ" เมลเลอร์ ทิ้งท้าย

ฮาแลนด์ยก2อดีตแข้งแมนยูเป็นไอดอลในสมัยเด็ก

เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ ดาวยิง ดอร์ทมุนด์ ระบุ ในสมัยเด็กคนที่ตนยกให้เป็นไอดอลมากที่สุดคือ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังจากซีซั่นนี้เจ้าตัวทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำจนได้รับการจับตามองว่าอาจจะเป็นยอดดาวยิงในอนาคต
    เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งวงการ บุนเดสลีกา เยอรมัน กล่าวว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถือเป็นไอดอลที่ตนชอบมากที่สุดในสมัยที่ยังเป็นเด็ก

    ฮาแลนด์ สร้างชื่อได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ หลังจากทำไป 28 ประตู จากการลงเล่น 22 นัดของทุกรายการตอนอยู่กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ก่อนที่จะมาทำ 12 ประตูจากการลงสนามในทุกรายการ 11 นัดกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทั้งที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบ 2 ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

    ดาวเตะวัย 19 ปีเผยว่า "ผมมีนักเตะหลายคนที่ผมยกให้เป็นไอดอลมากที่สุดในตอนที่ผมยังเป็นเด็ก ตั้งแต่ ซลาตัน ไปจนถึง โรนัลโด้ และไปจนถึงคนอื่นๆ ผมไม่สามารถเลือกนักเตะเพียงคนเดียวที่จะเป็นไอดอลของผมได้ ดังนั้นผมก็ขอตอบ 2 คนแล้วกัน นั่นคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช"