มูรินโญ่หงุดหงิดเดินออกจากการแถลงข่าว

โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ของ สเปอร์ส แสดงอาการหงุดหงิดพร้อมกับเดินออกจากการแถลงข่าวหลังจบเกมที่ทีมทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

 เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสหัวเสียกับการที่ทีมควรจะได้จุดโทษในจังหวะที่ แฮร์รี่ เคน ไปโดน โยชัว คิง ชนจากด้านหลังในกรอบแต่ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ย์ ให้สัญญาณเล่นต่อ ในขณะที่สัญญาณจากห้องวีเออาร์ก็ไม่มีการแจ้งเตือนว่าเป็นจุดโทษ

 หลังจบเกมต้องมีการแถลง แต่ มูรินโญ่ ที่อยู่ในอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนักหลังจากที่นักข่าวถามว่า "สวัสดี โชเซ่, คุณได้ยินรึเปล่า?" เจ้าตัวกลับตอบออกมาว่า "ไม่" แล้วกับถอดหูฟังแล้วเดินออกไปเลย 

 สำหรับ สเปอร์ส กลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ปี 2015 ที่ไม่สามารถยิงเข้ากรอบในการเจอกับ บอร์นมัธ นับตั้งแต่ มิดเดิ้ลสโบรช์ ในเกมแชมเปี้ยนชิพ

ชไนเดอร์ลินโทษตัวเองล้มเหลวกับแมนยู

มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน มิดฟิลด์สโมสรนีซ ยันตนทำผิดพลาดที่ไม่รู้จักอดทนช่วงที่เล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สุดท้ายก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า แต่ระบุไม่เคยเสียใจที่ย้ายไปร่วมชุด "เร้ด เดวิลส์" เพราะได้รับประสบการณ์ที่แสนวิเศษมากมาย

    มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน กองกลางเลือดเฟร้นช์ของ นีซ สโมสรดังแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ไม่โทษใครนอกจากตัวเองกับความล้มเหลวตอนที่ย้ายไปเล่นให้กับ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมระบุไม่เสียใจที่ย้ายไปที่นั่น เพราะได้รับประสบการณ์ที่ดีๆ มากมาย

    หลุยส์ ฟาน กัล ที่ในเวลานั้นยังนั่งกุมบังเหียน "เร้ด เดวิลส์" จัดการดึงตัว ดาวเตะดีกรีทีมชาติฝรั่งเศส มาจาก "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ (ราว 950 ล้านบาท) เมื่อปี 2015 แต่ตลอดช่วง 2 ฤดูกาลในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เลย จนสุดท้ายโดน โชเซ่ มูรินโญ่ ขายทิ้งไปให้กับ เอฟเวอร์ตัน

    แม้ว่าจะล้มเหลวในฐานะนักเตะ "ผีแดง" ก็ตาม แต่ ชไนเดอร์ลิน ยืนยันว่าไม่มีอะไรต้องเสียใจที่ย้ายไปเล่นให้สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย ที่สำคัญยังรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด "มันเป็นความภาคภูมิใจสำหรับผม (ที่ได้เล่นกับแมนฯ ยูฯ) มันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง"

        "ผมอยากมีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานๆ ซึ่งมันคงทำให้เส้นทางของผมแตกต่างไปจากนี้ แต่แน่นอนว่าผมต้องตำหนิตัวเอง ผมควรจะมีความอดทนมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามผมไม่เคยเสียใจอะไรทั้งนั้น มันเป็นประสบการณ์ที่แสนวิเศษสำหรับผม" ชไนเดอร์ลิน ระบุ

สุดอัปยศ! มูรินโญ่จวกยับหลังแมนซิตี้รอดแบนเกมยุโรป

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ดูจะไม่พอใจอย่างหนักกับผลคำตัดสินของ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส ที่มีคำตัดสินยกเลิกโทษแบนเกมยุโรปของ แมนฯ ซิตี้ เมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยถึงขั้นออกมาตำหนิว่าเป็นคำตัดสินที่น่าอัปยศสุดๆ
    ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สุ่มเสี่ยงที่จะชวดลงเล่นในเกมยุโรปถึง 2 ฤดูกาล หลังโดนสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ตัดสิทธิ์ดังกล่าวโทษฐานทำความผิดอย่างรุนแรงต่อกฎควบคุมการเงิน หรือ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” จากการปลอมแปลงรายได้ในบัญชีระหว่างปี 2012-2016 รวมถึงสั่งปรับเงินอีก 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1050 ล้านบาท) ซึ่ง "เรือใบสีฟ้า" ก็ไม่ยอมแพ้จนยื่นอุทธรณ์กับเรื่องนี้ต่อ ศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส

    ก่อนที่การยื่นอุทธรณ์ดังกล่าวนั้นจะเป็นผลทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะได้ไปลุยเกมยุโรปฤดูกาลหน้าตามปกติ โดยสโมสรได้รับโทษเพียงการโดนปรับเงินเหลือ10 ล้านยูโร (ประมาณ 350 ล้านบาท) เท่านั้น

    อย่างไรก็ตามหลังจากมีผลการตัดสินจากซีเอสออกนั้นก็สร้างมีหลายฝ่ายที่เห็นด้วย และหลาฝ่ายที่รู้สึกว่าคำตัดสินดังกล่าวนั้นดูไม่ยุติธรรม เช่นเดียวกับ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ที่ล่าสุดออกมาตำหนิการตัดสินในครั้งนี้ โดยเชื่อว่า แมนซิตี้ ควรจะถูกลงโทษแบนจากเกมยุโรปตามเดิมถ้าทำผิดจริงๆ และกังวลว่ากฏ “ไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์” จะใช้ไมได้อีกต่อไปเนื่องจากหลายๆสโมสรจะใช้ช่องโหว่ในการหาผลประโยชน์

    "ไม่ว่ากรณีใดมันเป็นคำตัดสินที่น่าอัปยศสุดๆ เพราะถ้า แมนซิตี้ ไม่ได้ทำผิดจริงแล้วทำไมพวกเขาถึงต้องถูกปรับเงินถึง 10 ล้านยูโร, แน่นอนถ้าคุณไม่มีความผิดคุณก็ไม่ควรที่จะถูกลงโทษ และไม่ต้องจ่ายค่าปรับ ในขณะเดียวกันถ้าคุณทำผิดก็ควรที่จะถูกแบนจากการแข่งขันสถานเดียว เพราะฉะนั้นคำตัดสินในครั้งนี้ถือเป็นความอัปยศอย่างแท้จริง "

    นอกจากนี้เมื่อถูกถามเมื่อถามเรื่องกฏไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ กับผลกระทบที่มีต่อ สเปอร์ส มูรินโญ่ กล่าวว่า "ผมรู้สึกโอเคกับการบริหารของสโมสร แต่เชื่อว่าคำตัดสินนี้กลายเป็นจุดจบของกฏแฟร์เพลย์การเงิน" มูรินโญ่ กล่าว

โซลชาสวนกลับ2กุนซือ-ยันแมนยูไม่ได้รับโชคจากวีเออาร์

ใครว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประโยชน์จาก วีเออาร์ มากสุด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ขอสวนกลับทันควัน ยัน "ปีศาจแดง" ไม่มีสิทธิพิเศษแน่นอน พร้อมอัพเดตความพร้อมของทีมก่อนเจอ เชลซี วันอาทิตย์นี้

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงสวนกลับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี และ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่กล่าวหาว่า "ปีศาจแดง" เป็นทีมที่ได้ผลประโยชน์อย่างมากจากเทคโนโลยีช่วยตัดสินหรือ วีเออาร์ โดยยืนยันไม่ได้เป็นความจริงแต่อย่างใด

    ฤดูกาลนี้เป็นซีซั่นแรกที่ พรีเมียร์ลีก ใช้ วีเออาร์ แต่ก็ตกเป็นประเด็นร้อนหลายครั้ง ซึ่งถ้านับเฉพาะช่วงไม่กี่เกมที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด ถูกมองว่าได้ประโยชน์มากสุด อย่างเกมกับ คริสตัล พาเลซ ที่ไม่เสียจุดโทษ และจังหวะที่ จอร์แดน อายิว ส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายแล้ว แต่ไม่ใด้ประตูหลังถูกตัดสินว่าล้ำหน้านิดหน่อย

        อย่างไรก็ตาม โซลชา เผยในการแถลงข่าวก่อนเกมพบ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค. นี้ ว่า "ผมสามารถนั่งที่นี่ได้หลายชั่วโมงเพื่อพูดถึงเรื่องนี้ มันดูเหมือนมีการสร้างเรื่อง มันเหมือนว่าผู้คนต้องการมีอิทธิพลต่อคนที่ทำหน้าที่ตัดสิน"

        "ผมได้ยินผู้คนพูดถึงเรื่องโชคว่า พวกเราโชคดีมากกว่าโชคร้าย หากคุณมองความเป็นจริงของการตัดสิน ผมไม่ต้องการดูเหมือนผู้จัดการทีมที่กำลังเอาแต่พูดเรื่องข้อเท็จจริง แต่ถ้าคุณล้ำหน้าจริง คุณก็ต้องล้ำหน้า มันชัดเจนอยู่แล้ว" กุนซือชาวนอร์เวย์ กล่าว

    พร้อมกันนี้ โซลชา ยังเผยว่า ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง จะพลาดลงเจอ เชลซี หลังบาดเจ็บข้อเท้าจากเกมเสมอ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-2 เมื่อวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ แบ็กซ้ายดาวรุ่ง ยังต้องรอเช็กสภาพความฟิต หลังบาดเจ็บศีรษะจากเกมเดียวกัน

        "ลุค หมดสิทธิ์ลงเล่น ผมมองไม่เห็นทางที่เขาจะหายทัน ส่วน แบรนดอน หวังว่า จะโอเค เขาจะพยายามลงซ้อมในวันนี้ เราต้องรอดูกันต่อไป แต่เขาน่าจะหายทัน" โซลชา ทิ้งท้าย

 

ดราม่า?โยริส-ซน หวิดฟาดปากหลังทะเลาะกันดุเดือด

เกิดดราม่าตอนจบครึ่งแรกของเกมระหว่าง สเปอร์ส กับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อ อูโก้ โยริส กับ ซน ฮึง-มิน มีปากเสียงกันอย่างดุเดือด โดย โยริส ออกมาชี้แจงว่าตนฉุนที่ ซน ไม่ไล่กดดันอีกฝ่ายเท่าไหร่ แต่ยืนยันว่าไม่ได้ถึงขั้นแตกหักกับ ซน ส่วน โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ "ไก่เดือยทอง" บอกว่ามันเป็นเรื่องดีที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
    อูโก้ โยริส กับ ซน ฮึง-มิน 2 ดาวเตะคนสำคัญของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทะเลาะกันอย่างรุนแรงหลังจบครึ่งแรกของเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ต้นสังกัดของพวกเขาเปิดรัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 1-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

    ตอนที่กรรมการเป่านกหวีดจบครึ่งแรกนั้นบรรดานักเตะ สเปอร์ส ก็เดินออกไปที่ข้างสนามตามปรกติ แต่แล้ว โยริส กลับวิ่งเข้าไปหา ซน ด้วยสีหน้าเดือดดาลแล้วพูดพร้อมกับผลักใส่อีกฝ่าย ทำเอาดาวเตะชาวเกาหลีใต้หงุดหงิดจนทำท่าว่าจะตอบโต้กลับไปเหมือนกัน ยังดีที่ โจวานี่ โล เซลโซ่ ขวางเอาไว้ได้ ก่อนที่คนอื่นๆ จะช่วยเข้ามาสงบศึก

Here’s the video of Son and Lloris clashing. pic.twitter.com/uN3gz5nUbW

— The Spurs Web (@thespursweb) July 6, 2020
    ทั้งนี้ โยริส ให้สัมภาษณ์หลังจากจบเกมไปแล้วว่าตอนนั้นตนโมโหที่ ซน ไม่พยายามไล่กดดันทีมเยือนมากเท่าไหร่จนทำให้ เอฟเวอร์ตัน มีโอกาสทำประตู แต่เสริมว่าตนไม่มีปัญหาอะไรกับดาวเตะเลือดโสมขาวเลย "มันเป็นเรื่องภายในทีม คนภายนอกจะสามารถพูดอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอลอยู่แล้ว มันไม่ได้มีปัญหาอะไรร้ายแรงเลย ตอนจบเกมคุณก็เห็นกันแล้วว่าเราไม่มีความบาดหมางระหว่างกัน ผมหงุดหงิดนิดหน่อยที่เราไม่กดดันมากพอจนปล่อยให้อีกฝ่ายมีโอกาสทำประตูในช่วงไม่กี่วินาทีสุดท้ายก่อนที่จะหมดครึ่งแรก แต่ฟุตบอลมันก็เป็นแบบนี้แหละ"

    ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม สเปอร์ส บอกว่าตนไม่รู้สึกแย่เลยที่ลูกทีมทั้ง 2 คนทะเลาะกัน แถมยังมองว่ามันเป็นเรื่องดีต่อพัฒนาการของทีมซะด้วยซ้ำ "นี่เป็นเหตุการณ์ที่งดงามมากๆ มันอาจจะเป็นผลลัพธ์จากการประชุมกันของเรา ถ้าคุณอยากจะโทษใครน่ะให้โทษผมก็แล้วกัน ผมมักจะตำหนิลูกทีมอยู่บ่อยๆ พวกเขาไม่มีความเฉียบคมมากพอ และผมก็เคยขอให้พวกเขาตั้งความคาดหวังจากกันและกันมากขึ้น"

    "ซน เป็นเด็กที่ยอดเยี่ยม ทุกคนชอบ ซน แต่กัปตันทีมของเราบอกว่าเขาต้องทำให้ดีกว่านี้ และทำเพื่อทีมมากกว่านี้ มันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการทำให้ทีมพัฒนาขึ้น การที่ทีมจะดีขึ้นได้น่ะมันจำเป็นต้องมีบุคลิกที่ดีด้วย ผมไม่กังเวลเลยเวลาที่มีปฏิกิริยาแบบนี้ออกมา"

เบอร์14-15มาด้วย!6นักเตะแมนยูต้องพิสูจน์ตัวเอง

แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่ออังกฤษ เปิดชื่อ 6 นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง หลังทำผลงานได้ไม่ดี มิเช่นนั้นอาจไม่มีอนาคตในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกต่อไป
    สำหรับนักเตะทั้ง 6 คนเป็นใครบ้างไปดูกันได้เลย

    1. ฟิล โจนส์

    กองหลังวัย 28 ปี ดวงแตกในฤดูกาลนี้ หลังโดนทั้งอาการบาดเจ็บเล่นงาน และเมื่อได้โอกาสจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ส่งลงสนามก็ทำผลงานไม่ได้เรื่อง ส่งผลให้อาจโดนขายทิ้ง

     โจนส์ ได้ลงเล่นในเกมลีกซีซั่นนี้เพียง 2 นัดเท่านั้น รวมทั้งเกมเสมอ เชฟฯ ยูไนเต็ด 3-3 เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวเล่นโฉ่งฉ่าง และเคลียร์บอลไม่ดีจนเสียประตู

    กองหลังวัย 28 ปี ไม่มีชื่อนัดบุกไปเสมอ สเปอร์ส 1-1 เพราะมีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่ถ้าฟิตก็เป็นตัวเลือกรองจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และ เอริก ไบยี่ ส่งผลให้เจ้าตัวต้องพยายามเค้นฟอร์มอย่างหนัก

    2. ดีโอโก้ ดาโลต์

    ฟูลแบ็กโปรตุกีส วัย 21 ปี ไม่ได้มีพัฒนาการอย่างที่แฟนบอลคาดหวัง หลังย้ายจาก ปอร์โต้ มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2018 ในสมัยที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กุมบังเหียน

    เวลานี้ ดาโลต์ เป็นเพียงตัวเลือกรองในตำแหน่งแบ็กขวา หลัง อารอน วาน-บิสซาก้า ยึดตำแหน่งได้อย่างเหนียวแน่น ส่งผลให้แข้งฝอยทองเพิ่งได้ลงเล่นในลีกซีซั่นนี้ไปแค่ 67 นาทีเท่านั้น

    จริงๆ แล้ว ดาโลต์ มีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็ว แต่ยังต้องพัฒนาเรื่องเกมรับอีกมากถ้ายังต้องการอยู่ค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป

    3. ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์

    แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว โฟซู-เมนซาห์ มาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตั้งแต่ยังเป็นนักเตะเยาวชน ก่อนได้โอกาสลงประเดิมสนามนัดแรกในเกมพบ อาร์เซน่อล เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2016 ในสมัยที่ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ กุมบังเหียนในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง โฟซู-เมนซาห์ วัย 22 ปี ต้องโดนส่งไปให้ทีมอื่นยืมตัวทั้งกับ คริสตัล พาเลซ เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน และ ฟูแล่ม เมื่อซีซั่นที่แล้ว ก่อนกลับมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลนี้ แต่ยังไม่ได้ลงเล่นเลย เพราะบาดเจ็บหนักที่หัวเข่า

    แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจใช้เงื่อนไขที่สามารถต่อสัญญากองหลังดัตช์ออกไปอีก 1 ปี เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา และเจ้าตัวก็ต้องพยายามเร่งฟอร์มเมื่อหายเจ็บกลับมาเพื่อซื้อใจ โซลชา ให้ได้

    4. อักเซล ตวนเซเบ้

    ตวนเซเบ้ ดูมีพัฒนาการขึ้นมากหลังย้ายไปเล่นให้ แอสตัน วิลล่า แบบยืมตัวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว  โดยลงเล่นให้ "สิงห์ผงาด" ไป 25 เกมและช่วยทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จ

    อย่างไรก็ตาม หลังกลับมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" ดาวเตะวัย 22 ปีก็มีอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้ฤดูกาลนี้เพิ่งได้ลงเล่นในลีกไปแค่ 189 นาทีเท่านั้น

    ตวนเซเบ้ น่าจะได้โอกาสในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโปรแกรมเจอ นอริช ซิตี้ วันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.นี้

    5. เจสซี่ ลินการ์ด

    จากอนาคตที่เคยคาดว่าจะรุ่งแต่ตอนนี้คงร่วงเสียแล้วสำหรับ ลินการ์ด หลังฟอร์มย่ำแย่จนหลุดเป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น จนมีข่าวว่าอาจจะโดนขายทิ้งหลังจบซีซั่น

    ลินการ์ด วัย 27 ปี กำลังเผชิญกับช่วงเวลาสำคัญในอาชีพค้าแข้ง โดยเจ้าตัวหวังที่จะเค้นฟอร์มออกมาให้ได้ และฟิตหนักจนหุ่นสุดเฟิร์ม

    6. อันเดรียส เปเรยร่า

    เปเรยร่า วัย 24 ปี เป็นนักเตะอีกรายที่โดนแฟนบอล "ปีศาจแดง" วิจารณ์หนัก หลังทำผลงานย่ำแย่เวลาที่ได้รับโอกาสให้ลงสนาม ทั้งๆ ที่ โซลชา พยายามให้ความเชื่อมั่นมาตลอด

     นอกจากนั้น การย้ายเข้ามาของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส เมื่อเดือนมกราคม ก็ยิ่งทำให้ เปเรยร่า มีโอกาสได้โชว์ฝีเท้าน้อยลงด้วย แต่ก็น่าสนใจว่า เจ้าตัวจะพิสูจน์ตัวเองได้แค่ไหน หลังตั้งเป้าขออยู่ค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต่อไป

มูเซ็ง! สเปอร์สชวดจุดโทษ-VARช่วยชีวิตก่อนบุกเจ๊าบอร์นมัธ

"ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส พลาดโอกาสเก็บชัยชนะหลังจากช่วงครึ่งแรกชวดจุดโทษ จน โชเซ่ มูรินโญ่ ออกอาการโวยกรรมการ แต่โชคดีที่ท้ายเกม วีเออาร์ช่วยพวกเขารอดพ้นการพ่ายแพ้ บุกทำได้แค่เสมอ บอร์นมัธ 0-0 ขยับรั้งอันดับ 9 ตามหลังพื้นที่ยูโรปาลีกอยู่ 2 คะแนน ส่วนเจ้าบ้านเพิ่มโอกาสพ้นโซนตกชั้นขึ้นมาเล็กน้อย ในการแข่งขันศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สนาม : ไวทาลิตี้ สเตเดี้ยม

     ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส ยังคงต้องไล่ล่าคะแนนเพื่อขยับอันดับขึ้นแย่งตั๋วบอลยูโรปาลีก โชเซ่ มูรินโญ่  กุนซือจอมแท็กติก วางหมากให้ลูกทีมหวังชนะควักชัยกลับออกไป ผู้เล่นตัวสำคัญ "แฮร์รี่ เคน" ขณะที่แข้งรายอื่นอย่าง "ซน ฮึง-มิน" มีชื่อเป็นสำรองนัดบุกถิ่น "เดอะ เชอร์รี่ส์" บอร์นมัธ ของโค้ชคนหนุ่ม  เอ็ดดี้ ฮาวล์  ที่สภาพฟอร์มแย่ แถมสถานการ์หนีตกชั้นก็ไม่สู้ดี มีคะแนนตามโซนปลอดภัย 4 แต้ม แดนหน้ามี "คัลลั่ม วิลสัน-โจชัว คิง" ยืนคู่หวดสู้

     ไก่เดือยทองบุกก่อนนาทีที่ 4 เอริค ลาเมล่า จ่ายบอลจากหน้ากรอบเขตโทษ ไหลออกข้างด้านขวาให้ แซร์ช โอริเย่ร์ เติมขึ้นมาครอสบอลเสี่ยงมาหน้าเขตประตู ดีเอโก้ ริโก้ แนวรับเจ้าถิ่นเตะสกัดเกือบเข้าประตูตนเองที่เสาสองแต่ยังดีมีเพื่อนร่วมทีมช่วยเคลียร์อีกครั้งออกหลังไป

     จังหวะต่อเนื่องนาทีที่ 6 โจชัว คิง วิ่งชนเข้าด้านหลังของ แฮร์รี่ เคน ที่พยายามเข้าพังสกอร์จากลูกเตะมุม ล้มลงในเขตโทษ กรรมการฟังสัญญานวีเออาร์ ทว่าไม่มีการแจ้งเตือนว่าเป็นลูกจุดโทษ เชิ้ตดำให้ดำเนินเกมต่อไป

     เจ้าบ้านเกือบเฮนาทีที่ 21 ดีเอโก้ ริโก้ โยนลุกฟรีคิกจากริมสนามทางซ้ายประมาณ 35 หลา บอลลอยมาตกที่เสาสองฝั่งขวา เจฟเฟร์ซอน เลร์ม่า วิ่งมาทิ้งตัวโหม่งบอลกระดอนมาหน้าปากประตูที่มี นาธาน อาเก้ รอซ้ำอยู่ ทว่า แฮร์รี่ เคน ตัดหน้าโขกทิ้งช่วยทีมได้ทันเวลา

     สเปอร์สยังบุกนาทีที่ 28 สตีเว่น เบิร์กไวจ์ ได้บอลกลางสนามหน้ากรอบเขตโทษ ดีดีอกข้างให้ แซร์ช โอริเย่ร์ ทางด้านขวา วางบอลเข้ากลางเขตโทษ เอริค ลาเมล่า ปรี่มาหวังโหม่งบอลแต่ว่า นาธาน อาเก้ กองหลังเจ้าถิ่นทำได้ดีเข้าขวางและสกัดออกหลังไป

     เชอร์รี่ส์ตอบโต้นาทีที่ 40 จูเนียร์ สตานิสลาส เปิดลูกฟรีคิกริมสนามทางซ้าย เจ้าตัวหลอกยิงบอลเข้าเขตโทษตรงเสาแรก บอลกระดอนลงพื้นเข้าหากรอบประตู แต่ อูโก้ โยริส นายทวารไก่เดือยทองยังไม่พลาดรับเอาไว้อยู่มือ

     ช่วงนาทีที่ 45 ดีเอโก้ ริโก้ วางบอลเข้ากลางเขตโทษ แนวรับทีมเยือนโหม่งเคลียร์ออกมาหน้ากรอบเขตโทษ จูเนียร์ สตานิสลาส โฉบมาขโมยบอลเลี้ยงเลาะมาตรงวงกลมเขตโทษ แล้วซัดบอลเรียดหนีผู้เล่นสเปอร์ส บอลพุ่งเกือบเสียบเสาด้านขวา ทว่า อูโก้ โยริส เหยียดสุดมือแปะบอลทิ้งไปได้ จบครึ่งแรกเสมอกันอยู่ 0-0

     เชอร์รี่ส์เสียตัวผู้เล่นนาทีที่ 55 เบน เดวิส ตั้งใจเล่นบอลมากเกินไป วิ่งมาโหม่งบอลแต่ตัวไปกระแทกใส่ อดัม สมิธ จนฟูลแบ็กบอร์นมัธ สลบแบบหมดสติคาสนาม ทีมแพทย์เจ้าบ้านต้องรีบลงมาดูอาการ ก่อนต้องเปลี่ยนตัวเอา แจ็ค สเตซี่ย์ เล่นแทน

     ทีมเยือนเดินเกมนาทีที่ 70 แซร์ช โอริเย่ร์ ดันขึ้นสูงหลุดมาทางริมสนามทางขวา ก่อนเจ้าตัวครอสบอลเข้ากลางเขตโทษหวังให้ เอริค ลาเมล่า เข้ามาชาร์จบอลแต่ว่า นาธาน อาเก้ สไลด์ตัวเคลียร์ทิ้งออกหลังได้หวุดหวิด

     เจ้าบ้านพยายามอีกนาทีที่ 71 จูเนียร์ สตานิสลาส โยนลูกเตะมุมทางฝั่งซ้ายมาที่เสาสอง โจชัว คิง ขึ้นเทคตัวเอาชนะ มุสซ่า ซิสโซโก้ ก่อนโขกบอลกดลงพื้นบอลบริเวณเขตโทษระยะ 8 หลา กระเด้งออกข้างเสาประตูไปอย่างน่าเสียดาย

     ทีมเยือนนาทีที่ 83 ซน ฮึง-มิน โยนลูกเตะมุมทางขวา เข้ามาหน้ากรอบ 6 หลา เกมรับเจ้าถิ่นช่วยกันสกัดมาเข้าทาง ลูคัส มูร่า ตัวสำรองที่ลงมาจับบอลก่อนพลิกตัวยิงแต่ยังคงถูกผู้เล่น

     บอร์นมัธเซ็งหนักนาทีที่ 86 คัลลั่ม วิลสัน พลิกตัวหนีก่อนโดนดาวเตะสเปอร์สสกัดล้ม แทงบอลออกข้างให้ จูเนียร์ สตานิสลาส กระชากบอลหลุดมาทางริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย หยอดบอลมาที่ โจชัว คิง ยืนโล่งคนเดียวโขกบอลเข้าไปตุงตาข่าย ทว่ากรรมการเลือกที่จะเป่าฟาวล์ย้อนให้เจ้าถิ่นเป็นลูกฟรีคิกแทน 

     ช่วงนาทีที่ 90 คัลลั่ม วิลสัน เก็บตกบอลจากลูกฟรีคิกของเพื่อนร่วมทีม เจ้าตัวเอนตัวตวัดแบบกลับหลังยิงบอลกระเด้งเข้าประตูไปชนิดที่ อูโก้ โยริส นายทวารทีมเยือนหมดสิทธิ์เซฟ ทว่ากรรมการขอดูวีเออาร์ ปรากฎว่าบอลไปถูกมือหัวหอกเจ้าบ้านก่อน เลยต้องโดนริบสกอร์คืน

     เจ้าถิ่นหวิดนำนาทีที่ 90+6 แฮร์รี่ วิงค์ส จ่ายบอลพลาดถูก จูเนียร์ สตานิสลาส ดักไว้ได้กลางสนามไหลมาด้านข้างให้ โจชัว คิง ปาดต่อไปที่ แฮร์รี่ วิลสัน ที่วิ่งไปรอในเขตโทษทางฝั่งขวา เข้าไปดวลเดี่ยวแต่เจ้าตัวยิงไม่ผ่าน อูโก้ โยริส ที่ออกมาบล็อกได้อย่างรวดเร็ว จบเกม บอร์นมัธ เสมอ สเปอร์ส 0-0 ทำเจ้าถิ่นขยับมาที่อันดับ 18 ส่วนทีมเยือนห่างพื้นที่ยูโรปาลีก 2 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บอร์นมัธ (4-2-2): อารอน แรมส์เดล,อดัม สมิธ (แจ็ค สเตซี่ย์ น.63),นาธาน อาเก้,ลอยด์ เคลลี่,ดีเอโก้ ริโก้,เดวิด บรู๊คส์ (แฮร์รี่ วิลสัน น.66),แดน กอสลิ่ง,เจฟเฟร์ซอน เลร์ม่า,จูเนียร์ สตานิสลาส,โจชัว คิง,คัลลั่ม วิลสัน

สเปอร์ส (4-3-3): อูโก้ โยริส,แซร์ช โอริเย่ร์ (เจดสัน เฟอร์นันเดส น.90+2),โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์,แยน แฟร์ต็องเก้น,เบน เดวิส,มุสซ่า ซิสโซโก้ (ลูคัส มูร่า น.75),แฮร์รี่ วิงค์ส,โจวานนี่ โล เซลโซ่ (ต็องกี เอ็นดอมเบเล น.46),เอริค ลาเมล่า,แฮร์รี่ เคน,สตีเว่น เบิร์กไวจ์ (ซน ฮึง-มิน น.46)

เกือบชนะแล้ว! “มูรินโญ่” เซ็งสเปอร์สได้แค่เจ๊าแมนยู

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แอบเซ็งที่ทีมทำได้แค่เปิดบ้านเจ๊า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 แต่แฮปปี้กับความมุ่งมั่นและทุ่มเทของลูกทีม

     โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ยอมรับว่า ผลเสมอไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ตนและทีมต้องการ หลังจากที่ทัพ "ไก่เดือยทอง" เปิดบ้านเจ๊า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา

     เกมนี้ สเปอร์ส เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 27 จากการลุยเข้าไปยิงของ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น ทว่าช่วงท้ายเกมในนาทีที่ 81 แมนฯ ยูไนเต็ด ตามตีเสมอได้ จากการสังหารลูกจุดโทษเข้าไปอย่างเฉียบขาดของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยการแบ่งกันไปฝั่งละแต้ม

         "มันไม่ใช่ผลการแข่งขันที่เราต้องการ แต่มันก็ไม่ใช่ผลการแข่งขันที่ทำให้เขาหมดความมุ่งมั่นที่จะสู้ต่อไปจนกระทั่งจบฤดูกาล" ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสวัย 57 ปี กล่าว
    
         อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ สเปอร์ส ทำสองแต้มหลุดมือ แต่ "เฮียมู" ก็รู้สึกพอใจมากๆ กับความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของลูกทีม "ผมชื่นชอบทัศนคติของทีม, การประสานงาน และความมุ่งมั่น ทำให้ ยูไนเต็ด เล่นไม่ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งจุดนี้ผมแฮปปี้มาก ในมุมมองของผม ผมคิดว่าทุกคนทุ่มเทกันดี ผมภูมิใจพวกเขา" 

     สำหรับผลเสมอนัดนี้ทำให้ สเปอร์ส มีคะแนนเพิ่มเป็น 42 แต้ม จากการลงแข่ง 30 นัด แต่ยังคงรั้งอันดับแปดเหมือนเดิม โดยห่างจากพื้นที่ท็อปโฟร์ 6 แต้ม

มาสนามซ้อมแล้วด้วย!เอสเซียงเผยเกือบซบลิเวอร์พูลช่วงละอ่อน

ไมเคิ่ล เอสเซียง ระบุ สมัยอยู่กับ บาสเตีย เคยเกือบจะมาซบ ลิเวอร์พูล แล้ว โดยตอนนั้นถึงขั้นมาเจรจาการย้ายทีมถึง เมลวู้ด สนามซ้อมของ "หงส์แดง" ด้วย
    ไมเคิ่ล เอสเซียง กองกลางประสบการณ์สูงชาวกานา เปิดเผยว่าตอนช่วงแรกๆ ในอาชีพการค้าแข้งตนเคยเกือบที่จะย้ายมาเล่นให้ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    เอสเซียง เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักเตะอาชีพกับ บาสเตีย ในปี 2000 ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ โอลิมปิก ลียง ในปี 2003 แล้วจากนั้นก็มาสร้างชื่อกับ เชลซี ในปี 2005 ส่วนตอนนี้แข้งวัย 37 ปีกำลังเล่นให้กับ ซาบาอิล สโมสรในประเทศอาเซอร์ไบจาน

    เอสเซียง เผยว่า "ผมได้รับข้อเสนอเยอะมาก (ตอนอยู่ บาสเตีย) ผมเกือบจะได้ย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในตอนที่ เชราร์ด อุลลิเย่ร์ ยังเป็นโค้ชของที่นั่นด้วย ผมถึงขั้นไปที่ เมลวู้ด เพื่อพบกับโค้ชของพวกเขาด้วยซ้ำ เรามีการเจรจากัน แล้วจากนั้นผมก็กลับไปที่ฝรั่งเศส แต่ผมก็ยังได้รับข้อเสนอจาก เปแอสเช และ โอลิมปิก มาร์กเซย เพิ่มอีก"

    "อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นผมบอกกับ บาสเตีย ไปว่าผมไม่อยากย้ายไปไหนทั้งนั้น และตอนนั้นพวกเขาก็ไม่อยากขายผมเหมือนกัน เพราะพวกเขาอยากให้ผมอยู่กับทีมต่อไปอีก 1 ฤดูกาล ซึ่งผมก็โอเคกับเรื่องนั้น เพราะผมเองก็ไม่ได้อยากย้ายออกจากทีมอยู่แล้ว ดังนั้นผมเลยอยู่กับทีมต่ออีก 1 ฤดูกาล จนทำให้ผมได้อยู่กับทีมเป็นซีซั่นที่ 3"

    "จากนั้น ลียง ก็เข้ามาให้ความสนใจในตัวผมเช่นเดียวกับ 3 ทีมในเบื้องต้น ตอนนั้นผมคิดว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะไปเล่นที่อังกฤษ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมย้ายไปอยู่กับ ลียง แล้วจากนั้นค่อยย้ายไปอยู่กับ เชลซี ในยุคของ มูรินโญ่ ลียง เป็นทีมโปรดของผมในตอนที่ผมย้ายไปเล่นที่ฝรั่งเศสอยู่แล้ว เพราะพวกเขากวาดแชมป์ได้ในทุกรายการที่ลงเล่น ผมบอกกับเอเยนต์ของผมว่าถ้าเกิด ลียง ให้ความสนใจในตัวผมแล้วล่ะก็ ผมก็อยากจะย้ายไปอยู่กับพวกเขา"

 

แบ็กดี !! สื่อเผย ตระกูลเกลเซอร์ เบรก โชเซ่ มูรินโญ่ ห้ามขาย เปเล่ แมนยู

        สื่อต่างประเทศเผย โจเอล เกลเซอร์ หนึ่งในเจ้าของสโมสร แมนยู เป็นคนขัดขวางไม่ให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ขาย อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ออกจากทีม เพราะเขาชื่นชอบดาวเตะฝรั่งเศสเป็นการส่วนตัว จากการรายงานของ Daily Star สื่อชื่อดังเมืองผู้ดี เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2563

        อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ย้ายจาก โมนาโก มาร่วมทีม แมนยู เมื่อปี 2015 ซึ่งในขณะนั้นหลายคนยังไม่รู้จักว่านักเตะชาวฝรั่งเศสคนนี้เป็นใคร แต่ มาร์กซิยาล ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเจ้าตัวตั้งแต่เกมแรกที่ได้ลงสนาม หลังโซโล่เข้าไปยิงประตูอริตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล

        แต่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสกลับไม่เป็นที่ชื่นชอบของ โชเซ่ มูรินโญ่ เท่าไรนักในช่วงที่เขานั่งเก้าอี้กุนซือ แมนยู เพราะมองว่า กองหน้าวัย 24 ปี นั้นเหยาะแหยะเกินไป ใจไม่สู้ และขี้เกียจยามอยู่ในสนาม ทำให้เจ้าตัวเกือบถูกขายออกจากทีม แต่เพราะ โจเอล เกลเซอร์ ทำให้เขายังอยู่กับทีมจนถึงปัจจุบันนี้

        สื่อต่างประเทศรายงานว่า ความชื่นชอบของ โจเอล เกลเซอร์ หนึ่งในเจ้าของสโมสร แมนยู เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่สามารถที่จะปล่อย เปเล่ แมนยู อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ออกจากทีมได้ เพราะเขามั่นใจว่านักเตะคนนี้มีความสามารถมากกว่าที่เห็น และเราต้องรักษาเขาไว้กับทีมต่อไป

        แม้พวกเขาจะอยู่ไกล แต่ตระกูลเกลเซอร์ แสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นยังคงให้ความสนใจในทุก ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และพวกเขาก็ไม่ได้มีการพิจารณาขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียแต่อย่างใด แม้จะมีการประท้วงจากแฟนบอลอย่างต่อเนื่องก็ตาม

        อย่างไรก็ตาม กลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย ได้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะซื้อสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว โดยหันไปให้ความสนใจทีมสาลิกาดง นิวคาสเซิ่ล แทนและมีแนวโน้มจะครอบครองกิจการได้สำเร็จในเร็ว ๆ นี้