อาจมีการเปลี่ยนแปลง!เผยเมสซี่พูดอะไรกับคูมัน

ไม่นานหลังจากลือว่า ลิโอเนล เมสซี่ ดาวดัง บาร์เซโลน่า ตั้งใจลดวันหยุดเพื่อจะคุยกับ โรนัลด์ คูมัน ล่าสุด อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุของแคว้นกาตาลุนย่าก็แฉว่าทั้งคู่คุยกันแบบลับๆ เรียบร้อย แต่ เมสซี่ บอกว่าตนมองไม่เห็นเลยว่ททีมจะมีอนาคตที่สดใสภายหลังฟังแผนงานของ คูมัน ไปแล้ว

    ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน บอกกับ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของทีมอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาไม่คิดว่าทีมจะมีอนาคตที่สดใส ตามรายงานของ อาร์เอซี 1 สถานีวิทยุชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่า

    เมสซี่ ตกเป็นข่าวว่าไม่มีความสุขกับการเล่นให้ บาร์เซโลน่า มาพักใหญ่แล้ว หลังจากที่ว่ากันว่าเขาไม่พอใจแนวทางการบริหารทีมของบอร์ดบริหารชุดปัจจุบันภายใต้การนำของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานของทีม และมันก็บานปลายจนทำให้มีข่าวลือว่าเขาอาจจะย้ายทีม เพราะเจ้าตัวเหลือสัญญากับทีมถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น ซึ่ง อินเตอร์ มิลาน คือทีมที่มีข่าวกับดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์มากที่สุด

    ทั้งนี้ การที่ บาร์เซโลน่า เพิ่งแต่งตั้ง โรนัลด์ คูมัน เข้ามาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ของทีม ทำให้ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า เมสซี่ ยอมลดวันหยุดของตัวเองเพื่อที่จะคุยแบบเปิดอกกับ คูมัน กระทั่งล่าสุด อาร์เอซี 1 ก็บอกว่าทั้ง 2 ฝ่ายได้คุยกันเป็นการส่วนตัวไปแล้ว โดย เมสซี่ ขอให้กุนซือชาวดัตช์อธิบายแผนงานของเจ้าตัวในการคุม "อาซูลกราน่า"

    อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ฟังแล้ว เมสซี่ ก็บอกกับ คูมัน ว่าเขามองไม่เห็นเลยว่าทีมจะมีอนาคตที่ดีได้ และคิดว่าการย้ายทีมดูเข้าท่ามากกว่าที่จะอยู่กับทีมต่อ ซึ่งหลักๆ แล้วเป็นเพราะเขาไม่เชื่อมั่นในตัว บาร์โตเมว นั่นเอง

ยอมไม่ได้!เผยเหตุคอนเต้เดือดหลังโดนบาเนก้าเย้ย

สกายสปอร์ตส์ อิตาเลีย และ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต 2 สื่อของอิตาลี ระบุ เอเวร์ บาเนก้า ดาวเตะ เซบีย่า เย้ยเรื่องทรงผมของ อันโตนิโอ คอนเต้ หลังจากตอนแรก คอนเต้ ไม่พอใจการตัดสินของกรรมการ ทำเอา คอนเต้ ตอบโต้ไปว่าจะไปรอเจออีกฝ่ายนอกสนาม
     เอเวร์ บาเนก้า กองกลางประสบการณ์สูงของ เซบีย่า สโมสรดังของศึก ลา ลีกา สเปน พูดเยาะเย้ย อันโตนิโอ คอนเต้ เทรนเนอร์ อินเตอร์ มิลาน เรื่องทรงผม ระหว่างเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ เซบีย่า ชนะอีกฝ่าย 3-2 เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของ สกายสปอร์ตส์ อิตาเลีย และ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต 2 สื่อชื่อดังของประเทศอิตาลี

    ในช่วงครึ่งแรกของนัดดังกล่าวมีจังหวะหนึ่งที่ คอนเต้ แสดงความไม่พอใจกับการตัดสินของกรรมการจนประท้วงอย่างรุนแรง ซึ่งมันก็ทำให้ บาเนก้า เข้าไปพูดบางอย่างกับกุนซือชาวอิตาเลียน และทั้งคู่ก็ต่อปากต่อคำกันอยู่พักหนึ่ง โดยตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาทะเลาะกันเรื่องอะไร

    กระทั่งล่าสุด สกายสปอร์ตส์ อิตาเลีย และ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต ก็เผยว่าในตอนแรกนั้น บาเนก้า แค่บอกให้ คอนเต้ หุบปากไปซะ แต่หลังจากนั้นกองกลางชาวอาร์เจนไตน์ก็เสริมว่า "ไหนขอดูหน่อยสิวะว่ามันเป็นวิกของจริงรึเปล่า" พร้อมกับทำท่าลูบศีรษะของตัวเองไปด้วย โดยมันเป็นการสื่อถึงข่าวลือที่บอกว่า คอนเต้ ทำการปลูกผมมากกว่า 1 ครั้ง เพราะผมของเขาร่วงเยอะมากในสมัยที่ยังเป็นนักเตะ

    เรื่องดังกล่าวทำให้ คอนเต้ โมโหมากๆ จนตะโกนสวนกลับไปว่า "ฉันจะไปรอแกข้างนอกสนามหลังจบเกมนะโว้ย" ยังดีที่มีคนเข้าไปขวาง คอนเต้ เอาไว้ได้จนทำให้สถานการณ์มันไม่บานปลายไปมากกว่านี้่ โดยไม่มีรายงานระบุว่าหลังจบเกมไปแล้วทั้งคู่ยังมีปัญหากันต่อหรือไม่

 

ลูกากูซัดผิดฝั่ง! เซบีย่าเฉือนอินเตอร์สุดมัน ซิวยูโรปาลีกสมัย6

ดีเอโก้ คาร์ลอส ตีลังกาฟาดบอลไปโดนขาด โรเมลู ลูกากู เข้าไป ช่วยให้ เซบีย่า เฉือนเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน แบบสุดมันส์ 3-2 ผงาดคว้าแชมป์ยูโรปาลีกสมัยที่ 6 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปาลีก ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน (สนามกลาง)

    เกมนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก ที่ประเทศเยอรมัน เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง เซบีย่า เจ้าของแชมป์รายการนี้ 5 สมัย หลังเขี่ย "ปีศาจแดง" หวุดหวิด 2-1 ผ่านเข้ามาพบกับ อินเตอร์ มิลาน ที่ฟอร์มในรอบตัดเชือกไล่ถล่ม ชัคตาห์ โดเนตส์ค ทีมดังจากยูเครนไปแบบเละเทะ 5-0

    เกมนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ ยึด 11 ผู้เล่นจากเกมที่แล้วเป็นหลัก เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ลงจับคู่ โรเมลู ลูกากู ดาวซัลโวของทีมที่พังตาข่ายทุกรายการไปแล้ว 33 ประตู ขณะที่ เซบีย่า ของ จูเลน โลเปเตกี เปลี่ยนหอกเป้าส่ง ลุค เดอ ยอง ฮีโร่จากเกมเฉือนผีแดงลงเล่นเป็นตัวจริงแทน ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ โดยมี ซูโซ่ และลูกัส โอกัมโปส ปั้นเกมรุกทางด้านข้างช่วย

    เปิดฉากมาแค่ 3 นาทีแรก เซบีย่า ได้ทักทายก่อนหลังบอลจากลูกเตะมุม เปิดมาเสาแรกให้ ลุค เดอ ยอง โขกเช็ดมากลางประตูถึง แฟร์นานโด ล้มตัววอลเลย์ยิงไปติดเซฟ

    ก่อนที่จังหวะต่อมาเป็น อินเตอร์ มิลาน มาได้ลูกที่จุดโทษอย่างรวดเร็ว จากลูกสวนกลับจากหน้าประตูตัวเอง เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ พาบอลขึ้นมาก่อนแทงออกขวาไปที่ว่างให้ โรเมลู ลูกากู ใช้สปีดแตะบอลหนี ดีเอโก้ คาร์ลอส ก่อนที่จะโดนรวบล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชาวฮอลแลนด์ชี้เป็นจุดโทษทันทีพร้อมแจกใบเหลืองให้ การ์ลอส ก่อนที่ ลูกากู จะลุกมาสังหารเข้าไปไม่พลาดให้ "งูใหญ่" ออกนำ 1-0

    อีกทั้งอดีตดาวเตะ "ปีศาจแดง" ยังทำสถิติยิงประตูที่ 34 รวมทุกรายการในฤดูกาลแรกให้กับ อินเตอร์ มิลาน เทียบเท่ากับสถิติเดิมของ โรนัลโด้ ที่เคยทำได้เมื่อตอนเปิดตัวซีซั่น 1997-98

    แต่แล้ว นาที 12 เซบีย่า มาทวงประตูตีเสมอ 1-1 จนได้ บอลขึ้นจากด้านขวาถึง เฆซุส นาบาส ก่อนจะครอสเข้าไปในกรอบสุดแม่นให้ ลุค เดอ ยอง หนีตัวประกบพุ่งมาโขกเต็มหัวส่งบอลเข้าไปอย่างสวยงาม

    เซบีย่า ได้ใจเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างหนัก นาที 22 ได้ลุ้นอีกทีหลัง ลูกัส โอกัมโปส ลากจากซ้ายตัดเข้ากลางก่อนอัดด้วยขวาบอลพุ่งถากเสาแรกเข้าข้างตาข่ายแบบได้เสียว

    นาที 33 เอเวร์ บาเนก้า เรียกฟรีคิกทางด้านขวาได้หลังโดน ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ ทำฟาวล์ ก่อนที่ บาเนก้า เองจะลุกมาเปิดบอลไปเสาไกลให ลุค เดอ ยอง คนเดิมเทกตัวโขกย้อนไปเสาแรกหนีมือ ซามีร์ ฮันดาโนวิช เข้าไป ให้ เซบีย่า แซงนำ 2-1 และเป็นประตูที่สองของอดีตแข้ง พีเอสวี และนิวคาสเซิ่ล ในเกมนี้

    กระนั้น นาที 35 อินเตอร์ มิลาน มาทวงประตูตีเสมอ 2-2 อย่างทันควัน คราวนี้ โรเมลู ลูกากู เรียกฟรีคิกได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่ ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ จะตักบอลเข้าไปในกรอบ 6 หลาให้ ดีเอโก้ โกดิน เทกตัวโขกบอลผ่านมือ ยัสซีน บูนู เข้าไป

    ช่วงทดเจ็บ นาที 45+2 เซบีย่าเกือบพลิกขึ้นนำหลังได้ลูกเซ็ตเพลย์ทางด้านขวาของสนาม และเป็น เอเวร์ บาเนก้า จอมทัพของทีม เปิดบอลไปเสาแรกให้ ลูกัส โอกัมโปส โฉบมาโขกบอลเกือบจะเสียบใต้คาน แต่ดีที่ ซามีร์ ฮันดาโนวิช ยังไวเหินปัดข้ามคานหวุดหวิด ดีเอโก้ คาร์ลอส

    จบครึ่งแรก เซบีย่า เสมอกับ อินเตอร์ มิลาน 2-2

    ครึ่งหลัง ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น นาที 52 อินเตอร์ มิลาน เกือบขึ้นนำหลังบอลครอสจากขวามาเข้าทาง มาโดน เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ ก่อนไปเข้าทาง โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ วิ่งมาซัดบอลไปติดเท้าของ

    นาที 57 ลูกัส โอกัมโปส เปิดบอลออกซ้ายให้ เซร์คิโอ เรกีลอน กระชากบอลหนีแนวรับงูใหญ่ก่อนจะกดด้วยซ้ายเต็มแรง บอลพุ่งเสียบข้างตาข่ายแบบได้ลุ้น

    จากนั้นอีก 2 นาทีต่อมา อินเตอร์ฯ ตอบโต้มาบ้าง นิโกโล่ บาเรลล่า จ่ายให้ แอชลี่ย์ ที่หุบเข้ามากลางก่อนที่อดีตสตาร์แข้งผีจะตะบันด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งเหินออกไปแบบได้เสียว

    นาที 65 ลูกทีมของ คอนเต้ พลาดโอกาสขึ้นนำอย่างน่าเสียดายหลัง นิโกโล่ บาเรลล่า จ่ายบอลให้ โรเมลู ลูกากู หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไป แต่หัวหอกทีมชาติเบลเยียมดันยิงไปติดตัวของ ยัสซีน บูนู

    นาที 71 จูเลน โลเปเตกี นายใหญ่ เซบีย่า ต้องเปลี่ยนตัวเอา ลูกัส โอกัมโปส ออกหลังมีอาการเจ็บเล่นต่อไม่ไหวโดยให้ มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ ลงเล่นแทน

    นาที 74 กลายเป็น เซบีย่า ที่พลิกขึ้นนำ อินเตอร์ มิลาน 3-2 อีกครั้งบอลจากลูกเซ็ตเพลย์ทางด้านขวา และเป็นจอมพ่อลูกนิ่ง เอเวร์ บาเนก้า เปิดเข้าไปแม้ สเตฟาน เดอ ฟราย จะโขกออกมาแต่ไม่พ้นทางปืนของ ดีเอโก้ คาร์ลอส กระโดดจักรยานตีลังกาฟาดเข้าไป บอลพุ่งไปโดนขา โรเมลู ลูกากู เข้าประตูตัวเอง

    นาที 80 เซบีย่า ได้ลุ้นอีก และเป็นเจ้าเก่า บาเนก้า ที่เปิดเข้ามาลุ้นในกรอบแต่เข้านี้ ชูลส์ กูนเด้ เซ็นเตอร์เทกตัวโขกบอลหลุดกรอบออกไป

    อีก 2 นาทีถัดมา "งูใหญ่" เกือบได้ลุ้นตีเสมอ หลังบอลครอสจากด้านข้างไปถึง วิคเตอร์ โมเสส แต่อดีตฟูลแบ็กสิงห์บลูส์ยิงไปติดบล็อคแนวรับเซบีย่า แม้บอลจะมาถึง อเล็กซิส ซานเซซ แต่ยิงไม่ถนัดบอลเบาไปก่อนที่ ชูลส์ กูนเด้ จะพุ่งมาล้มตัวสกัดบอลออกไปแบบหวุดหวิด

    ช่วงท้ายเกม แม้แข้ง "งูใหญ่" จะพยายามโหมบุกอย่างหนัก แต่แนวรับเซบีย่ายังช่วยกันได้ดี ก่อนผู้ตัดสินเป่าจบเกม เซบีย่า เบียดเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน ไปแบบหวุดหวิด 3-2 ผงาดคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 6 ไปครอง

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เซบีย่า (4-3-3) : ยัสซีน บูนู – เฆซุส นาบาส, ชูลส์ กูนเด้, ดีเอโก้ คาร์ลอส (เนมานย่า กูเดลจ์ น.86) , เซร์คิโอ เรกีลอน – เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นานโด เรกิส, โจน จอร์ดาน – ซูโซ่ (ฟรังโก้ บาซเกซ น.78), ลุค เดอ ยอง (ยูสเซฟ เอ็น-เนซีรี่ น.85), ลูกัส โอกัมโปส (มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้ น.71)

        เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

        อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซามีร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน (อันโตนิโอ คันเดรว่า น.90), สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ (วิคเตอร์ โมเสส น.78), นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ (คริสเตียน อีริคเซ่น น.78), แอชลี่ย์ ยัง – เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ (อเล็กซิส ซานเชซ น.78), โรเมลู ลูกากู

        เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้

        ผู้ตัดสิน : ดานนี่ มัคเคลี่ (เนเธอร์แลนด์)

 

บรูโน่นำทัพ! แมนยูสู้สุดใจลุยเซบีย่าเดิมพันลิ่วชิงดำยูโรปาลีก

"ผีแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องเก็บชัยชนะนัดสำคัญนี้ให้ได้ เพื่อทะลุชิงดำบอลยุโรปลุ้นแชมป์สมัยที่ 2 รายการนี้ ส่ง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ฮีโร่รอบก่อนหน้า บัญชาเกมแดนกลางขับเคลื่อนสู้ เซบีย่า แชมป์ถ้วยนี้รวมชื่อเดิมยูฟ่าคัพ 5 สมัย ที่หมายตาสร้างความสำเร็จในเวทียุโรปอีกหน ในการแข่งขันศึก ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ คืนวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2563

ปรีวิวฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ
วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2563
เซบีย่า (สเปน) – แมนฯ ยูไนเต็ด (อังกฤษ)
เวลา : 02.00 น.
สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน, โคโลญจน์

    เกมรอบตัดเชือกศึก ยูโรปา ลีก คู่แรก เป็นการเจอกันระหว่าง เซบีย่า อดีตแชมป์ 5 สมัยของสเปน กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัวแทนจากอังกฤษ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค. ที่สนามไรน์เอเนอร์กี้ สตาดิโอน เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี เตะกันนัดเดียวรู้ผลหาทีมเข้าชิงกับผู้ชนะของคู่ อินเตอร์ มิลาน และชัคตาร์ โดเนตส์ค

    เซบีย่า ดีกรีแชมป์ 5 สมัยของถ้วยนี้ ภายใต้การนำของกุนซือ จูเลน โลเปเตกี จบอันดับ 4 ในลา ลีกา เช่นเดียวกับการโชว์ฟอร์มสม่ำเสมอในถ้วยยุโรป ทั้งปราบ โรม่า ล่าสุดคือ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

    โดยกุนซือชาวสแปนิช เน้นแผนการเล่น 4-3-3 และเกมสไตล์เพรสซิ่งกดดันคู่แข่ง นำโดยเกมรับมี ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กูนเด้ ยืนเซนเตอร์ และแบ็กสองข้างอย่าง เฆซุส นาบาส กับ เซร์ฆิโก เรกีลอน คอยเติมริมเส้น เอเวร์ บาเนก้า คุมแดนกลาง โดยมี ลูกัส โอกอมโปส ผู้โหม่งดับวูล์ฟส์ นำทัพตะลุย ด่านสุดท้ายเป็น ยาสซีน บูนู นายทวารที่เซฟจุดโทษในรอบรองฯ กับวูล์ฟส์ ด้วยฟอร์มล่าสุดที่ไม่แพ้ใครมา 19 นัดติดต่อกันในทุกรายการแล้ว

    ฟาก ”ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ของกุนซือ โอเล่ โซลชา จบฤดูกาลพรีเมียร์ลีก ด้วยอันดับ 3 ไปเตะแชมเปี้ยนส์ ลีก มีผลงานเชือด เอฟซี โคเปนเฮเก้น 1-0 ในรอบก่อนรองฯ หลังต่อเวลาด้วยจุดโทษ และได้พักมาเกือบสัปดาห์เต็ม ก่อนเจอเซบีย่า ที่เมืองโคโลญจน์ อีกครั้ง

    สภาพความพร้อมของเกมนี้ กุนซือชาวนอร์เวย์ คาดว่า จะมีลูกทีมฟิตทั้งหมด นำโดย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังตัวหลัก แต่คู่หูในตำแหน่งเซนเตอร์รอเลือก วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่เล่นในลีกมาตลอด แต่ไม่ได้ยืนตัวจริงในยุโรปมา 2 นัด กับ เอริก ไบยี่ ขณะที่ด่านสุดท้าย เซร์คิโอ โรเมโร่ เฝ้าเสาในยูโรปา ลีก มา 9 จาก 11 นัด น่าจะได้รับความไว้วางใจแทน ดาบิด เด เคอา ต่อไป

    แดนกลาง เนมานย่า มาติช กลับมาเป็นตัวจริง ร่วมกับ ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส แนวรุกเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล กับ เมสัน กรีนวู้ด

    คู่นี้เคยเจอกันมา 2 ครั้งในยุโรป คือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2017-18 โดยนัดแรกเสมอกัน 0-0 ที่ รามอน ซานเชซ-ปิสฆวน แต่ เซบีย่า บุกชนะ 2-1 ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จากสองประตูของ วิสซาม เบน เยแดร์ หัวหอกตัวดังที่ย้ายไปอยู่กับโมนาโก ในฤดูกาลนี้

รายชื่อนักเตะที่คาด

    เซบีย่า : ยาสซีน บูนู, เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กูนเด้, เซร์คิโอ เรกีลอน, เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นันโด, โจน จอร์ดาน, ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี, ลูกัส โอกัมโปส

เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

    แมนฯ ยูไนเต็ด : เซร์คิโอ โรเมโร่, อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เนมานย่า มาติช, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล

เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมนี)

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

วัน/เดือน/ปี    รายการ    ผลการแข่งขัน
14/03/18    ชปล.แมนฯ ยูไนเต็ด1 – 2เซบีย่า
22/02/18    ชปล.เซบีย่า0 – 0แมนฯ ยูไนเต็ด
10/08/13    กระชับมิตรแมนฯ ยูไนเต็ด1 – 3เซบีย่า

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เซบีย่า

12/08/20 ชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
06/08/20 ชนะ โรม่า 2-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
20/07/20 ชนะ บาเลนเซีย 1-0 (เหย้า) ลา ลีกา
17/07/20 เสมอ เรอัล โซเซียดาด 0-0 (เยือน) ลา ลีกา
13/07/20 ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 2-0 (เหย้า) ลา ลีกา

แมนฯ ยูไนเต็ด

11/08/20 ชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น 1-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก
05/08/20 ชนะ แอลเอเอสเค ลินซ์ 2-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก
26/07/20 ชนะ เลสเตอร์ 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
22/07/20 เสมอ เวสต์แฮม 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
19/07/20 แพ้ เชลซี 1-3 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ

อาถรรพ์ตัดเชือก! แมนยูร่วง-เซบีย่าแซงคว้าชัย ลิ่วชิงยูโรปาลีก

"ปีศาจแดง" เจออาถรรพ์รอบตัดเชือกอีกแล้ว หลังต้องฝันสลายชวดโอกาสเข้าไปชิงฯอีกสมัย หลังเจอทีเด็ดของ ลุค เดอ ยอง ซัดประตูชัยให้ เซบีย่า แซงเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1 พร้อมพาทีมเข้าไปลุ้นแชมป์สมัยที่ 6 ในรอบชิงชนะเลิศซึ่งจะรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในศึกยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

สนาม : ไรน์ เอเนอร์กี้ สตาดิโอน, โคโลญจน์

    แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมที่แล้วต้องเล่นถึง 120 นาทีกว่าจะบดเอาชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น 1-0 จากประตูชัยของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ยิงจุดโทษในช่วงต่อเวลาพิเศษ ผ่านเข้ามาเล่นในรอบตัดเชือกพบกับ เซบีย่า ที่ทุบ วูล์ฟแฮมป์ตัน มาหวุดหวิด 1-0 ทีมใดชนะจะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในวันที่ 21 สิงหาคม นี้

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ เป็น 2 ตำแหน่งจากเกมที่แล้วโดยส่ง ดาบิด เด เคอา ลงเฝ้าเสาแทน เซร์คิโอ โรเมโร่ และส่ง วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ลงแทนเอริค ไบยี่ แนวรุกยังเหมือนเดิม  อองโตนี่ มาร์กซิยาล หน้าเป้า ทำเกมรุกร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และมาร์คัส แรชฟอร์ด ขณะที่ เซบีย่า ใช้ เอเวร์ บาเนก้า เพลย์เมกเกอร์ปั้นเกมอยู่ข้างหลัง ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี และลูกัส โอกัมโปส

    เริ่มเกมมาได้แค่ 7 นาที  "ปีศาจแดง" ได้ทักทายทันทีหลัง อองโตนี่ มาร์กซิยาล ไหลบอลสุดเนียนให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปซัดติดมือ ยาสซีน บูนู แม้ว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะตามซ้ำช้า แต่ เฟลิกซ์ ไบรช์ ผู้ตัดสินชาววเยอรมัน เป่ามาให้จุดโทษแก่แมนฯยูไนเต็ด หลัง ดีเอโก้ การ์ลอส ไปเข้าช้าเสียบข้อเท้าแรชฟอร์ด ก่อน นาทีที่ 9 บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยิงไม่พลาดซัดเข้ามุมบนด้านซ้ายเข้าไปอย่างเฉียบขาดให้ แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นนำ 1-0

    นาที 14 ลูกสวนกลับของผีแดงเกือบได้ลุ้นเม็ดสองทันที หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้ เฟร็ด หลุดเข้าไปก่อนโยกหลอก ดีเอโก้ การ์ลอส แล้วซัดด้วยขวาเสียบข้างตาข่ายเสาแรกแบบได้เสียว

    อีกสองนาทีถัดมา เซบีย่า เกือบได้ลุ้นตีเสมอ เมื่อ ลูกัส โอกัมโปส กระชากเข้าไปซัดมุมแคบ บอลพุ่งแรงแต่ยังไปติดมือ ดาบิด เด เคอา

    นาที 26 เซบีย่า มาทวงประตูไล่ตีเสมอ 1-1 สำเร็จ บอลเซ็ตจากหลังขึ้นมาถึง ลูกัส โอกัมโปส แทงตัดหลังให้ เซร์คิโอ เรกีลอน หลุดเข้าไปในกรอบก่อนจะครอสเลียดมาเสาไกลให้ ซูโซ่ ที่ไร้ตัวประกบวิ่งมาอัดด้วยซ้ายเบียดเสาแรกเข้าไปจนปัญหาที่ เด เคอา จะเซฟช่วยไว้ได้

    นาที 33 ลูกทีมของ โซลชา เกือบพลิกขึ้นนำอีกครั้ง ปอล ป็อกบา ได้บอลในกรอบก่อนจ่ายเข้ากลางให้ อองโตนี่ มาร์กซิยาล วิ่งมาอัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งเฉียดคานไปนิดเดียว

    นาที 39 "ผีแดง" ได้ลุ้นจากระยะกว่า 35 หลา หลังปอล ป็อกบาโดน บาเนก้า อัดด้านหลัง ผู้ตัดสินเป่าให้ฟาวล์ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด จะวิ่งมาอัดฟรีคิกด้วยหลังเท้าเต็มแรง บอลพุ่งจน ยาสซีน บูนู ต้องผวาทุบออกไป

    ท้ายครึ่งแรก นาที 44 แรชฟอร์ด ได้บอลทางซ้ายก่อนลากตัดเข้ากลาง ซัดด้วยขวาหน้ากรอบ บอลพุ่งหลุดเสาแรกออกไป จากนั้น ช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 45+1 บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้วอลเลย์กลางประตูบอลพุ่งแรงจน ยาสซีน บูนู ต้องพุ่งทุบออกไป

    จบครึ่งแรก เซบีย่า เสมอกับ แมนฯยูไนเต็ด 1-1

    กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง และแค่นาที 46 แมนฯยูไนเต็ด เกือบแซงขึ้นนำอีก หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส แทงบอลให้ เมสัน กรีนวู้ด หลุดไปซัดด้วยขวาบอลพุ่งติดเซฟของ ยาสซีน บูนู

    "ผีแดง" ยังโหมบุกอย่างต่อเนื่อง นาที 50 บรูโน่ จ่ายไปเสาไกลบอลหลุดมาถึง มาร์กซิยาล ซัดด้วยขวาเน้นๆแต่ยังไม่ผ่านมือ บูนู เซฟอีกหน แม้แรชฟอร์ดจะตามซ้ำแต่ยังไปติดบล็อค แฟร์นันโด

    อีกนาทีต่อมา มาร์กซิยาล โชว์สเต็ปลากเลื้อยถึงเส้นหลังก่อนหักเข้ากลางมาถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดด้วยซ้ายแต่บอลก็ยังไปติดบล็อคแนวรับ เซบีย่า อีก

    นาที 53 เอเวร์ บาเนก้า เล่นยากโดน มาร์กซิยาล ตัดบอลได้หน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะชิ่งกับ แรชฟอร์ด ถึง มาร์กซิยาล หลุดเข้าไปก่อนซัดไปติดเซฟของ ยาสซีน บูนู อีก เป็นเซฟที่ 7 ของนายด่านวัย 29 ปีวันนี้

    นาที 72 เซบีย่า มาได้ฟรีคิกนอกกรอบกว่า 20 หลาทางมุมธงซ้าย ซูโซ่ วิ่งมาอัดบอลพุ่งไปโดน บรูโน่ แฟร์นันด์ส แม้ว่าแข้งเซบีย่าจะพยายามประท้วงผู้ตัดสินว่าบอลพุ่งไปโดนแขน บรูโน่ แต่เชิ้ตดำชาวเยอรมันไม่ว่าอะไร

    นาที 78 กลายเป็น เซบีย่า มาแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ เฆซุส นาบาส โยกหลบวิลเลี่ยมส์ก่อนครอสบอลโค้งหนี ลินเดอเลฟ ให้ ลุค เดอ ยอง ตัวสำรองที่ยืนโล่งๆคนเดียวแปด้วยซ้ายเข้าไปชนิดไม่ล้ำหน้า

    ท้ายเกม โซลชา เพิ่งเปลี่ยนตัวสำรองลงมาในสนามโดยส่ง ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์ ลงมาเล่นแทน แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และส่ง ดาเนี่ยล เจมส์ ลงมาเล่นแทน แรชฟอร์ด

    กระนั้นช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม เซบีย่า แซงคว้าชัยเอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด 2-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศสมัยที่ 6 โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง อินเตอร์ มิลาน หรือชัคตาร์ โดเนตส์ ในวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม นี้

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เซบีย่า : ยาสซีน บูนู, เฆซุส นาบาส, ดีเอโก้ การ์ลอส, ชูลส์ กูนเด้, เซร์คิโอ เรกีลอน, เอเวร์ บาเนก้า, แฟร์นันโด, โจน จอร์ดาน, ซูโซ่, ยุสเซฟ เอน-เนสเซรี, ลูกัส โอกัมโปส

    สำรอง : ฆาเบียร์ ดิอาซ, ฟรังโก้ บาซเกซ, เซร์จี้ โกเมซ, ลุค เดอ ยอง, เซร์จิโอ้ เอสกูเดโร่, เนมานย่า กูเดลจ์, โทมัส วาซลิก, โอลิเบร์ ตอร์เรส, มูนีร์ เอล ฮัดดาดี้, โฆเซ่ อลอนโซ่ ,เจนาโร่ โรดริเกซ, ปาโบล รีโก้

    เทรนเนอร์ : จูเลน โลเปเตกี

        แมนฯ ยูไนเต็ด : ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แบรนดอน วิลเลี่ยมส์, เฟร็ด, เมสัน กรีนวู้ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา, มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี่ มาร์กซิยาล

    สำรอง : เซร์คิโอ โรเมโร่, ฆวน มาต้า, โอเดียน อิกาโล่, เนมานย่า มาติช, เจสซี่ ลินการ์ด, ลี แกรนท์, ดาเนี่ยล เจมส์, อันเดรียส เปเรยร่า, เอริค ไบยี่, ทิโมธี่ โฟซู-เมนซาห์, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เทเดน เมงจี้

    เทรนเนอร์ : โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

    ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมนี)

ลูกากูพร้อมหวด! อินเตอร์มุ่งมั่นฉะชัคตาร์ฯขอฉลุยชิงยูโรปาลีก

"งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน คาดหวังโอกาสในการเข้าชิงบอลยุโรปรายการนี้อีกครั้ง หลังเคยทำได้ล่าสุดปี 1998 ยังคงมี โรเมลู ลูกากู ดาวยิงร่างยักษ์ลงกระหน่ำตาข่าย ชัคตาร์ โดเนตส์ค อดีตแชมป์ใบนี้ชื่อเดิม ยูฟ่า คัพ 1 สมัย ที่ตั้งใจสร้างเซอร์ไพร์สให้ได้นัดนี้ ในการแข่งขันฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ คืนวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2563
ปรีวิว ฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ
วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2563
อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) – ชัคตาร์ โดเนตส์ค (ยูเครน)
เวลา : 02.00 น.
สนาม : แมร์เคอร์ สปีล-อารีน่า

    อันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่ อินเตอร์ มิลาน พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 โดยได้ 2 ประตูจาก นิโกโล่ บาเรลล่า และโรเมลู ลูกากู

     ความพร้อมเกมนี้ อเล็กซิส ซานเชซ แนวรุกชิเลียน มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในการซ้อม แต่ไม่ได้ส่งผลกระทุบรุนแรง เพราะ 2 เกมที่ผ่านมามี ลูกากู กับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ที่ประสานงานกันได้ดีอยู่แล้ว

    อีกรายที่หายไปคือ มาติอัส เวซิโน่ กองกลางทีมชาติอุรุกวัย พักยาว ไม่ได้เดินทางมาเยอรมันด้วยตั้งแต่แรก นอกจากนั้นคาด คอนเต้ ก็น่าจะยึดทีมจากเกมในรอบที่ผ่านมาเป็นหลักต่อไป

    เช่นเดียวกับ คริสเตียน เอริคเซ่น เพลย์เมกเกอร์เดนส์ และ มิลาน สคริเนียร์ กองหลังสโลวัก ที่ต้องนั่งสแตนด์บายข้างสนามไปก่อน

    ส่วนแท็กติกก็ยังยึดในระบบหลัง 3 เซนเตอร์ นำโดย ดีเอโก้ โกดิน อุรุกวัยตัวเก๋า แดนกลางก็มี บาเรลล่า คนทำประตูแรกในรอบก่อน และ มาร์เซโล่ โบรโซวิช มิดฟิลด์โครแอตเป็นตัวขับเคลื่อน

    ขณะที่เกมรุกฝากความหวังในการถล่มประตูอยู่ที่ ลูกากู หัวหอกเบลเยียมฟอร์มฮอตที่กดไป 31 ประตู จับคู่ล่าตาข่ายร่วมกับ เลาตาโร่ หัวหอกอาร์เจนไตน์เนื้อหอม ที่เป็นข่าวกับหลายทีมดังมาตลอด

    งูใหญ่จะลงสนามในระบบ 3-5-2 โดยมี ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช ลงเฝ้าเสา 3 แนวรับประกอบไปด้วย ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย และ อเลสซานโดร บาสโตนี่

    แผงมิดฟิลด์ 5 คน อัดแน่นไปด้วย บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช และ โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ โดยมี ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ และ แอชลี่ย์ ยัง เป็นวิงแบ็กขวา-ซ้ายตามลำดับ

    หลุยส์ กาสโตร เทรนเนอร์ โปรตุกีส ของ ชัคตาร์ โดเนตส์ค พาทีมเข้ารอบนี้ หลังถล่ม เอฟซี บาเซิ่ล ขาดลอย 4-1 โดยรัวไม่ซ้ำหน้าจากผลงานของ จูเนียร์ โมราเอส, ไทซอน, อลัน แพทริค และ โดโด้

    สภาพทีมเกมนี้ กาสโตรมีข่าวดีนิดๆ เมื่อได้ ดาวิด โคโชลาว่า กองหลังจอร์เจียพ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือก แต่ก็ยากจะแย่งตำแหน่งคืนจาก วาเลรี่ บอนดาร์ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมล่าสุด 

    นอกจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ขุมกำลังหลักรายอื่นๆ ต่างพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม โดยเฉพาะแก๊งแซมบ้า ไม่ว่าจะเป็น โดโด้ แบ็กขวา, มาร์กอส อันโตนิโอ มิดฟิลด์ตัวรับ, สามตัวรุก มาร์ลอส, อลัน แพทริค, ไทซอน และ จูเนียร์ โมราเอส หัวหอกตัวเป้า แม้ในราย มาร์ลอส และ จูเนียร์ โมราเอส ได้โอนสัญชาติติดธงยูเครนไปแล้วก็ตาม

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม   

    อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ, นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง – โรเมลู ลูกากู, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ  

เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้ 

    ชัคตาร์ โดเนตส์ค (4-2-3-1) : อังเดร เปียตอฟ – โดโด้, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ, วาเลรี่ บอนดาร์, มิโกล่า มัตวิเยนโก้ – มาร์กอส อันโตนิโอ, ทารัส สเตปาเนนโก้ – มาร์ลอส, อลัน แพทริค, ไทซอน – จูเนียร์ โมราเอส  

เทรนเนอร์ : หลุยส์ กาสโตร    

ผู้ตัดสิน : ไซม่อน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)

– อินเตอร์ มิลาน

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

วัน/เดือน/ปี / รายการ / ผลการแข่งขัน
25/08/05    ชปล. อินเตอร์ มิลาน 1-1 ชัคตาร์ โดเนตส์ค
11/08/05    ชปล. ชัคตาร์ โดเนตส์ค 0-2 อินเตอร์ มิลาน

รอบแบ่งกลุ่ม (ชปล.)

17/09/19 เสมอ สลาเวีย ปราก 1-1 (เหย้า) ชปล.
03/10/19 แพ้ บาร์เซโลน่า 1-2 (เยือน) ชปล.
24/10/19 ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 (เหย้า) ชปล.
06/11/19 แพ้ ดอร์ทมุนด์ 2-3 (เยือน) ชปล.
28/11/19 ชนะ สลาเวีย ปราก 3-1 (เยือน) ชปล.
11/12/19 แพ้ บาร์เซโลน่า 1-2 (เหย้า) ชปล.

รอบ 32 ทีมสุดท้าย

21/02/20 ชนะ ลูโดโกเรตส์ 2-0 (เยือน) ยูโรปา ลีก
28/02/20 ชนะ ลูโดโกเรตส์ 2-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก

รอบ 16 ทีมสุดท้าย

06/08/20 ชนะ เคตาเฟ่ 2-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

11/08/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก

– ชัคตาร์ โดเนตส์ค

รอบแบ่งกลุ่ม (ชปล.)

19/09/19 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-3 (เหย้า) ชปล.
01/10/19 ชนะ อตาลันต้า 2-1 (เยือน) ชปล.
22/10/19 เสมอ ดินาโม ซาเกร็บ 2-2 (เหย้า) ชปล.
07/11/19 เสมอ ดินาโม ซาเกร็บ 3-3 (เยือน) ชปล.
27/11/19 เสมอ แมนฯ ซิตี้ 1-1 (เยือน) ชปล.
12/12/19 แพ้ อตาลันต้า 0-3 (เหย้า) ชปล.

รอบ 32 ทีมสุดท้าย

21/02/20 ชนะ เบนฟิก้า 2-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก
28/02/20 เสมอ เบนฟิก้า 3-3 (เยือน) ยูโรปา ลีก

รอบ 16 ทีมสุดท้าย

13/03/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 2-1 (เยือน) ยูโรปา ลีก
05/08/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 3-0 (เหย้า) ยูโรปา ลีก

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

12/08/20 ชนะ บาเซิ่ล 4-1 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก

ยิงไม่หยุด! ลูกากูทุบสถิติเชียร์เรอร์เกมยูโรป้าลีก

กองหน้าชาวเบลเยียมกลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูในเกมยูฟ่า คัพ หรือยูโรป้าลีกได้ 9 นัดติดต่อกัน แซงหน้าเข้าของสถิติเดิมอย่างอลัน เชียร์เรอร์ ได้สำเร็จ

โรเมลู ลูกากู กองหน้าอินเตอร์ มิลาน กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูในเกมยูฟ่า คัพ หรือยูโรป้าลีก ได้ถึง 9 นัดติดต่อกัน

ก่อนหน้านี้ ดาวยิงชาวเบลเยียมถือครองสถิติดังกล่าวเทียบเท่าอลัน เชียร์เรอร์ สมัยอยู่กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ยิงประตูในรายการนี้ได้ 8 นัดติดต่อกัน แต่หลังจากที่เขาทำประตูได้ในเกมชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 2-1 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้เขาแซงหน้าเชียร์เรอร์ขึ้นไปถือครองสถิติดังกล่าวเพียงคนเดียวในเวลานี้

ประตูดังกล่าวถือเป็นประตูที่ 31 ของลูกากูรวมทุกรายการ ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเขา มากกว่าสถิติเดิมสมัยอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยิงไป 27 ประตูในฤดูกาล 2017-18 อยู่ 4 ประตู

นอกจากนี้ เขายังยิงประตูในเกมเยือนไปแล้ว 15 ประตู ซึ่งเป็นนักเตะอินเตอร์ มิลาน คนแรกในรอบ 70 ปีที่ทำผลงานได้ถึงตัวเลขดังกล่าว เทียบเท่าเจ้าของสถิตเดิมอย่าง Stefano Nyers ที่เคยทำไว้เมื่อฤดูกาล 1949-50

ทั้งนี้ ทีมเนรัซซูรีจะพบผู้ชนะระหว่างชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และ บาเซิล ในรอบรองชนะเลิศ

ยูโรปาลีกรอบ8ทีมใครเจอใคร?

ศึกยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2019/20 ดำเนินมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายหลังจบเกมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ตอนนี้เหลือ 8 สโมสรที่จะชิงชัยในการคว้าถ้วยยุโรปใบเล็กมาครอง โดยทั้ง 4 คู่จะลงสนามระหว่างวันที่ 10-11 สิงหาคมนี้ ที่ ประเmศเยอรมนี ตามข้อกำหนดและตกลงของทางสหพันธ์ฟุตบอลยุโรปที่มีมาก่อนหน้านี้

โดย 4 คู่ที่เหลือประกอบไปด้วย

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบ โคเปนเฮเก้น ลงสนามวันที่ 10 ส.ค. ณ สนาม ไรน์เอเนอร์กี้ สตาดิโอน เมืองโคโลญจน์

 อินเตอร์ มิลาน พบ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ลงสนามวันที่ 10 ส.ค. ณ สนาม เมอร์คูร์-ชปีล-อารีน่า เมืองดุสเซลดอร์ฟ

 ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค พบ บาเซิ่ล ลงสนามวันที่ 11 ส.ค. ณ สนาม อาเรน่า เอาฟ์ชาลเก้ เมืองเกลเซ่นเคียร์เช่น

 วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ เซบีย่า ลงสนามวันที่ 11 ส.ค. ณ สนาม เอ็มเอสเฟา อาเรน่า เมืองดุ๊ยส์บวร์ก

 ทั้งนี้ตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายจะลงสนามแบบนัดเดียวรู้ผล โดยผู้ชนะจะเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศต่อไปในวันที่ 16-17 ส.ค. ส่วนรอบชิงชนะเลิศจะลงสนามในวันที่ 21 ส.ค. นี้

5สถานีต่อไปของแรมซี่ย์หากโดนยูเวนตุสโละ

เปิดรายชื่อ 5 สโมสรที่มีโอกาสเป็นสถานีค้าแข้งต่อไปของ อารอน แรมซี่ย์ หลังเจ้าตัวส่อแววโดน ยูเวนตุส โละทิ้งในซัมเมอร์นี้
    อันเดรีย ปีร์โล่ กุนซือคนใหม่ของ ยูเวนตุส ต้องการที่จะปล่อย อารอน แรมซี่ย์ กองกลางชาวเวลส์ ออกจากทีม หลังนักเตะเพิ่งย้ายจาก อาร์เซน่อล มาอยู่กับ "เจ้าม้าลาย" ได้แค่ปีเดียวเท่านั้น

    อารอน แรมซี่ย์ วัย 29 ปี ลงเล่นในลีกไป 24 เกม แต่เป็นตัวจริงเพียงแค่ 11 นัดเท่านั้น ในยุคของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ รวมทั้งได้ค่าเหนื่อยก้อนโตสูงถึงสัปดาห์ละ 250,000 ปอนด์ (ประมาณ 10 ล้านบาท) เลยทีเดียว

    หากดาวเตะเวลส์ ต้องอำลา ยูเว่ ล่ะก็ นี่คือ 5 สโมสรต่อไปที่มีความเป็นไปได้

    เอซี มิลาน

    หาก แรมซี่ย์ ต้องการอยู่ค้าแข้งในแดนมะกะโรนีต่อไปล่ะก็ รับรองว่า เอซี มิลาน เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมาก หลัง "ปีศาจแดง-ดำ" กำลังสร้างทีมเพื่อกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

    เอซี มิลาน มี อิวาน กาซิดิส นั่งเก้าอี้ซีอีโอ และเขาก็มีความคุ้นเคยกับ แรมซี่ย์ เป็นอย่างดี เพราะเคยทำงานให้กับ อาร์เซน่อล มาก่อน ดังนั้นการเจรจาย้ายทีมน่าจะคุยกันได้ง่าย

    อินเตอร์ มิลาน

    อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ อินเตอร์ กำลังสร้างทีมนักเตะที่เคยเล่นใน พรีเมียร์ลีก และพร้อมเพิ่มขุมกำลังกับการไปลุยถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า

    หาก แรมซี่ย์ มาอยู่กับ "งูใหญ่" ก็มีโอกาสเจอแข้งจาก พรีเมียร์ลีก ไม่ว่าจะเป็น โรเมลู ลูกากู, แอชลี่ย์ ยัง, คริสเตียน เอริคเซ่น หรือ อเล็กซิส ซานเชซ เพื่อนเก่าที่ อาร์เซน่อล 

    ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

    หากจะหาทีมที่สามารถแบกรับค่าเหนื่อยของ แรมซี่ย์ ได้ก็คงต้องมองไปที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรอภิมหาเศรษฐีในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส

    เป้าหมายของ เปแอสเช คือคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ และถ้าดึง แรมซี่ย์ ไปร่วมทีมก็จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับขุมกำลังนักเตะได้มากยิ่งขึ้น

    แมนฯ ยูไนเต็ด

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ "ปีศาจแดง" อยากได้มิดฟิลด์ตัวกลางมาเสริมทัพอีกราย หลัง เนมานย่า มาติช เริ่มอายุมากแล้ว ขณะที่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ก็ยังเด็กไป

    แรมซี่ย์ จะเข้ามาช่วยให้แดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อมาผนึกกำลังกับ ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส 

    อาร์เซน่อล

    แม้โอกาสกลับไปเล่นให้ อาร์เซน่อล จะเกิดขึ้นได้ยาก แต่เชื่อว่า แฟนบอล "กันเนอร์ส" คงยินดีต้อนรับเขากลับถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 

    "ปืนใหญ่" คงไม่มีเงินไปซื้อ แรมซี่ย์ แต่ถ้ายืมตัวมีสิทธิ์เป็นไปได้ ยิ่งถ้า อาร์เซน่อล ไม่สามารถเจรจาคว้า ดานี่ เซบายอส มาจาก เรอัล มาดริด

บิลด์ตีซานโช่โอเคซบแมนยู-เปิดรายละเอียดสัญญา

จับตาให้ดี! สื่อดังเมืองเบียร์ ยัน แมนฯ ยูไนเต็ด ตกลงกับ เจดอน ซานโช่ เรียบร้อย พร้อมเปิดรายละเอียดในสัญญาที่เจ้าตัวจะได้ค่าเหนื่อยเป็นตัวท็อปในทีม "ปีศาจแดง"
    
บิลด์ สื่อชั้นนำของประเทศเยอรมนี รายงานข่าวเมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า เจดอน ซานโช่ ปีกคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวที่จะย้ายไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เรียบร้อยแล้ว โดยเหลือแค่ให้ทั้งสองสโมสรเจรจาเรื่องค่าตัวกันให้ลงตัวเท่านั้น

    รายงานระบุว่า ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ วัย 20 ปี ตกลงสัญญา 5 ปีกับ "ปีศาจแดง" พร้อมกับรับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ส่งผลให้จะได้มากสุดในทีมเท่ากับ ดาบิด เด เคอา นายทวารสแปนิช หาก อเล็กซิส ซานเชซ ที่รับมากสุดย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน แบบถาวร

    นอกจากนั้น บิลด์ ยังเผยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะจ่ายค่าตัวรวมทั้งหมด 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,320 ล้านบาท) ให้กับ ดอร์ทมุนด์ โดยจะแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด งวดแรก 63 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,520 ล้านบาท) งวดสอง 27 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) และงวดสุดท้ายที่ 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 720 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ ซานโช่ ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นให้ ดอร์ทมุนด์ ตลอด 2 ปีที่ผ่าน โดยซีซั่น 2019/20 ทำไป 17 ประตู กับ 17 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 32 นัด