โคลเผยผลเสียที่อาจตามมาหากแมนยูซิวซานโช่

แอนดี้ โคล ระบุ ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อ เจดอน ซานโช่ มาร่วมทัพ มันก็อาจจะส่งผสเสียกับการพัฒนาฝีเท้าของ เมสัน กรีนวู้ด ได้เลย ชี้ ที่จริงตอนนี้ "ปีศาจแดง" ไม่ควรจะทำอะไรก็ตามที่จะชะลอพัฒนาการของ กรีนวู้ด

    แอนดี้ โคล อดีตยอดกองหน้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตือน "ปีศาจแดง" ว่าการคว้าตัว เจดอน ซานโช่ มาร่วมทัพ มันอาจจะส่งผลเสียต่อพัฒนาการของ เมสัน กรีนวู้ด กองหน้าดาวรุ่งของทีมตามไปด้วย

    แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับ ซานโช่ อย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ว่ากันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมของพวกเขาต้องการทำให้เกมรุกตรงริมเส้นมีความอันตรายมากกว่านี้ โดยถึงแม้ว่าผู้บริหารของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะให้สัมภาษณ์อย่างต่อเนื่องว่า ซานโช่ จะอยู่ช่วยทีมต่อไปในฤดูกาล 2020-21 แต่ก็มีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ตัดใจจากการล่า ซานโช่ แต่อย่างใด

    ถึงกระนั้น หลายคนก็ตั้งประเด็นว่าการเอา ซานโช่ มาร่วมทัพมันเป็นภารกิจที่สำคัญมากที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้จริงๆ รึเปล่า หลังจาก 3 แนวรุกตัวจริงของพวกเขาอย่าง กรีนวู้ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล และ มาร์คัส แรชฟอร์ด กำลังทำผลงานได้โดดเด่นพอตัว โดยเฉพาะ กรีนวู้ด ที่เพิ่งมีอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น จนดูมีโอกาสที่จะพัฒนาฝีเท้าได้อีก

    โคล เผยว่า "เมสัน เป็นคนที่เก่งจนน่ากลัว เขาน่ากลัวมากๆ ถ้าเกิดเด็กคนนี้พัฒนาได้ตามศักยภาพของเขาแล้วล่ะก็ มันก็จะถือว่า ยูไนเต็ด มีนักเตะที่เก่งอยู่ในมือของพวกเขาอยู่แล้ว มันน่ากลัวมากๆ และมันอาจจะต้องใช้เวลานานอีกสักพัก (หมายถึงใช้เวลาอีกสักพักกว่าที่ กรีนวู้ด จะพัฒนาตัวเองให้เก่งกว่านี้)"

    "เขาอาจจะต้องเดินหน้าเล่นให้ได้แบบนี้ต่อไป, ทำประตูต่อไปเรื่อยๆ และสร้างความกดดันในแดนหน้าให้ได้ต่อไป เมื่อเขาโตขึ้นและเรียนรู้เกมการเล่นได้มากกว่านี้แล้วน่ะ มันก็จะถือว่า ยูไนเต็ด มีนักเตะที่ทำได้ทุกอย่างอยู่ในทีม เขาสามารถเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าแบบพวกนักเตะหมายเลข 9 ได้ และสามารถโยกไปยืนเป็นตัวริมเส้นในแผนที่ใช้กองหน้า 3 คนได้ด้วย มันน่าสนใจมากๆ ที่จะได้ดูกันว่า ยูไนเต็ด คิดว่าตำแหน่งไหนที่เป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขา รวมถึงเรื่องที่ว่าพวกเขามองว่าเขาเป็นนักเตะแบบไหน"

    "สำหรับผมแล้วนักเตะแบบหมายเลข 9 ที่เก่งที่สุดในโลกคือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แต่ตอนนี้มันไม่มีนักเตะแบบ เลวานดอฟสกี้ อยู่ในโลกนี้มากเท่าไหร่นัก ถ้าเกิดพวกเขาเอา เจดอน ซานโช่ มาร่วมทีมแล้วล่ะก็ มันก็ต้องระวังให้ดีด้วย เพราะคุณไม่อยากชะลอพัฒนาการของเขา (กรีนวู้ด) หรอก อย่าเข้าใจผิดนะ ยูไนเต็ด ยังจำเป็นต้องเสริมทัพให้ได้ เพราะคุณต้องพัฒนาทีมให้ดีขึ้นในทุกๆ ฤดูกาล แต่ประเด็นก็คือมันต้องหาสมดุลที่ดีให้ได้ด้วย ถ้าเกิดคุณมีนักเตะอย่าง เมสัน กรีนวู้ด อยู่ในทีมแล้วล่ะก็ คุณก็ไม่ควรทำอะไรก็ตามที่จะเป็นการปิดกั้นพัฒนาการของเขา"

สนไหม?ทีมเอเยนต์คอสต้าเจรจาแมนยูเสนอย้ายซบ

จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียน เปิดเผยว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้รับการติดต่อจากทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า โดยทีมงานดังกล่าวเสนอปล่อย คอสต้า ให้กับ "ปีศาจแดง" ขณะที่ "เบียงโคเนรี่" ก็ต้องการโละเขาอยู่แล้ว

    ทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า ปีก ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ติดต่อไปหา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อเสนอปล่อยนักเตะในความดูแลของพวกเขาให้อีกฝ่าย ตามการเปิดเผยของ จานลูก้า ดิ มาร์ซิโอ นักข่าวชื่อดังชาวอิตาเลียน

    เป็นที่เชื่อกันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเพิ่มตัวเลือกในตำแหน่งปีก ซึ่งเดิมทีเป้าหมายเบอร์ 1 ของเขาคือ เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่ตอนนี้โอกาสที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้แข้งชาวอังกฤษมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้มันน้อยลงเรื่อยๆ หลังจากที่ "ปีศาจแดง" ไม่พร้อมจ่ายค่าตัวของ ซานโช่ ในระดับเดียวกับที่ "เสือเหลือง" ต้องการ ซึ่งว่ากันว่า ดอร์ทมุนด์ ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ถึง 120 ล้านยูโร (ประมาณ 4,440 ล้านบาท)

    "They talked to Manchester United, they will think about this player" @DiMarzio on Douglas Costa’s future at Juventus pic.twitter.com/2sDZElV4Ay
    — Football Daily (@footballdaily) August 17, 2020

    เรื่องดังกล่าวทำให้ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีข่าวว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เริ่มคิดเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับปีกคนอื่นเพื่อเป็นทางเลือกสำรองแล้ว และล่าสุด ดิ มาร์ซิโอ ก็เผยว่าทีมเอเยนต์ของ คอสต้า เสนอปล่อยนักเตะของพวกเขาให้ แมนฯ ยูไนเต็ด พิจารณา หลังจากที่แข้งวัย 29 ปี มีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตจนทำให้ไม่ได้กลายเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆ ของทีม โดยถึงแม้ในฤดูกาล 2019-20 คอสต้า จะได้ลงเล่นในลีก 23 นัด แต่มันก็เป็นในฐานะตัวจริงแค่ 7 เกมเท่านั้น

    ดิ มาร์ซิโอ เผยว่า "ยูเวนตุส อยากปล่อยเขาออกจากทีม บรรดาทีมเอเยนต์ของเขากำลังเดินเรื่องเพื่อหาทางออกอยู่ พวกเขาได้คุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อดูว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจในตัว ดั๊กลาส คอสต้า รึเปล่า ดังนั้น ยูไนเต็ด จะพิจารณาเกี่ยวกับนักเตะคนนี้ ปัญหาก็คือ ดั๊กลาส คอสต้า เป็นนักเตะที่เจ็บบ่อยมาก ดังนั้นนี่จึงเป็นปัญหาสำหรับสโมสรที่อยากซื้อ ดั๊กลาส คอสต้า แต่แน่นอนว่าทีมเอเยนต์ของ ดั๊กลาส คอสต้า ได้คุยกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และพวกเขาก็เสนอเรื่องที่จะให้เขาย้ายไปเล่นกับที่นั่น

ลูกคนงานก่อสร้าง เก็บผักกิน ขาย..โกอินเตอร์ เจลีก..ดาวยิงทีมใหญ่ไทยลีก

ชะตาชีวิตของแต่ละคนถูกลิขิตมาตั้งแต่เกิด แต่ก็สามารถใช้ความมานะพยายามลิขิตชีวิตตัวเองตอนโตได้ เฉกเช่น “เจ้าเบียว”ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม ซึ่งชีวิตลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตั้งแต่เด็กแต่วันนี้กลายเป็นนักเตะในตำแหน่งกองหน้าตัวจริงของทีมยักษ์ใหญ่ไทยลีกอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้อย่างเต็มภาคภูมิ
“เจ้าเบียว”ณัฐวุฒิ ได้ย้อนอดีตให้ฟังว่า สมัยเด็ก ๆ ที่บ้านมีฐานะยากจน พ่อแม่เป็นคนงานก่อสร้าง กินค่าจ้างรายวัน ถ้าตรงกับช่วงเข้าพรรษา ที่ภาคเหนือจะไม่มีการก่อสร้างบ้าน รายได้ก็จะไม่มี พ่อแม่ต้องไปเก็บผักมากินและขาย โชคดีที่มีบ้านญาติอยู่ใกล้ บางครั้งก็ต้องไปอาศัยกินข้าวกับญาติ เป็นการประทังชีวิต
 
    “ตอนเด็กก็ถือว่าลำบาก แต่โชคดีพ่อแม่เข้าใจไม่ห้ามเรื่องฟุตบอล รองเท้าสตั๊ดไม่มี ก็ขอจากรุ่นพี่ โชคดีไปเล่นฟุตบอลรายการหนึ่งในจังหวัดตากบ้านเกิด ได้นักเตะยอดเยี่ยม มีสตั๊ดเป็นรางวัล ผมเอามาใส่จนขาด เพราะไม่มีเงินจะซื้อ”

    “เจ้าเบียว”เล่าว่า ช่วงที่เรียนม.4 ที่ร.ร.สามเงาพิทยาคม มีพี่ที่เป็นทหารแนะนำให้ไปคัดกับร.ร.สุรศักดิ์มนตรีที่เปิดคัด ผมไม่รีรอที่จะไป คือเราเห็นพ่อกับแม่จะชอบดื่มและทะเลาะกัน ก็อยากจะไปให้พ้นจากสภาพแวดล้อมนี้ ไปแสวงหาอนาคตด้านฟุตบอลเพื่อจะมาช่วยเขาตอนหลังดีกว่าจะทนอยู่แบบนี้ ก็เลยมาคัดก็ติด ได้เรียนฟรี อยู่ฟรีและกินฟรี โดยมื้อเช้า อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ จะเอาข้าวที่เหลือจากวัดมาให้กิน ตอนเย็นก็ได้กินฟรี มากทม.ผมเอาเงินมา 800 บาท เป็นค่ารถ ค่ากิน โชคดีที่คัดติดที่นี่”
 
    โชคดีของ “เจ้าเบียว”ที่ ร.ร.สุรศักดิ์ฯ เป็นพันธมิตรกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เจ้าตัวจึงมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในอะคาเดมี่ของ แบงค็อกฯ และได้โชว์ฟอร์มในยูธลีก ก่อนที่จะเล่นทีมสำรองของ แบงค็อก ในฟุตบอลไทยลีก 4 จนได้เป็นดาวซัลโวของโซนกทม.และปริมณฑล จำนวน 21 ประตู ถูกดันขึ้นชุดใหญ่แต่แทบไม่ได้เล่น จนวันหนึ่งโอกาสมาถึงเมื่อทางสโมสรตัดสินใจจะส่งเจ้าตัวไปฝึกฟุตบอลกันพันธมิตรอย่าง เอฟซี โตเกียว ที่ญี่ปุ่น

 
    “ตอนแรกผมปฏิเสธไปทางโทรศัพท์ เพราะไทยลีกยังไม่ได้เล่น เลยไม่อยากข้ามขั้นเร็วไป แต่พอวางสาย แม่ที่มาเยี่ยมก็บอกทำไมไม่ลองก่อนล่ะ มันเป็นโอกาสที่ไม่ได้มีกันทุกคน ผมเลยตัดสินใจโทรกลับไปว่า ตกลงไปญี่ปุ่น”
 
    จากเด็กบ้านนอกที่เรียนไม่เก่ง ต้องไปอยู่ต่างประเทศคนเดียว ไม่มีเพื่อน ชีวิตที่ญี่ปุ่นช่วงแรกจึงลำบาก ขณะเดียวกันก็เล่นให้กับ เอฟซี โตเกียวชุดยู 23 ในเจลีก 3 ช่วงแรก ๆ ก็โดนเพื่อนร่วมทีมด่า แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ภาษากายมันบอก เจ้าตัวก็ก้มหน้าก้มตาเล่นโดยไม่สนใจอะไร ลงไป 17 นัดยิงไป 3 ประตู เพื่อนเริ่มยอมรับในช่วงปลาย ๆ ซีซั่น สุดท้ายเดินทางกลับไทยหลังใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น 11 เดือน

 
    ณัฐวุฒิ ได้กลับมาไทยและมีโอกาสซ้อมช่วงปรี-ซีซั่น กับทีมชุดใหญ่ของทรู แบงค็อก ซึ่งก็มีโอกาสได้ติดทีมไปอุ่นเครื่องที่มาเลเซีย เป็นฟุตบอล 4 เส้า เจ้าตัวได้โอกาสจากมาโน โพลกิ้ง ให้ลงเล่นแทน โบนิลญ่า ที่เจ็บ เพราะมาโน่เห็นฟอร์มช่วงอุ่นเครื่องยิงทุกนัด และเมื่อได้เล่นที่มาเลย์ ก็ยิงไป 1 ลูก ทีมได้แชมป์ เจ้าตัวได้นักเตะยอดเยี่ยม นั่นจึงเป็นที่มาของการได้โอกาสลงเล่นในเกมไทยลีก แถมยึดตัวจริงของทีมได้ 4 นัดติดต่อกันก่อนหยุดไปเพราะโควิด โดยยิงไป 1 ประตู
 
    เมื่อฟอร์มดี เจ้าตัวก็มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดยู 21 และยู 23 ปีต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าตัวเล่าว่า ได้โทรไปบอกพี่สาวให้บอกแม่ แต่แม่อยากฟังจากปากของเจ้าตัวเอง พอบอกไป แม่ถึงกับร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ

 
    “ผมมีวันนี้ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินคาดจริง ๆ แต่ผมบอกเลยว่า ตัวเองทำงานหนักมาก หลังการฝึกซ้อมทีม ผมจะให้โค้ชช่วยเปิดบอลให้ผมยิงประตูในทุกรูปแบบอีกเกือบครึ่งช.ม.ทุกครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้ผมดีขึ้นจริง ๆ ตอนนี้ได้เป็นนักบอลอาชีพเต็มตัวก็ส่งเงินกลับบ้านให้พ่อแม่ตลอด และจะหาเงินสร้างบ้านให้พ่อแม่ได้อยู่สบายขึ้นในอนาคตอันใกล้ และเป้าหมายสูงสุดของผมคือ การได้ติดทีมชาติชุดใหญ่สักครั้งในชีวิต แต่ทั้งนี้ผมต้องโชว์ฟอร์มกับทรู แบงค็อก ให้ดีเสียก่อน”

เบื้องลึกยาสูบ ทีมโนเนมแชมป์ไทยลีก..ห้องแต่งตัวเดือดระอุ

 

แม้ว่าจะหายสาบสูญจากวงการฟุตบอลไทยไปแล้วสำหรับสโมสรฟุตบอล “สิงห์อมควัน”พนักงานยาสูบ แชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดของไทยรายการไทยลีก 9 (2004-05) แต่เรื่องราวความสำเร็จความมหัศจรรย์คว้าแชมป์กลายเป็นเรื่องเล่าต่อบอกสรรพคุณการทำงานที่หนักหน่วงของทีมงานทั้งเฮดโค้ชชาวบราซิลเลียนอย่าง โจเซ่ อัลเวส บอร์จีส และทีมงาน รวมไปถึงนักเตะที่เป็นลูกผสมระหว่างผู้เล่นสูงอายุกับผู้เล่นคลื่นลูกใหม่ที่ก้าวกระโดดจากยุทธจักรลูกหนังขาสั้นสู่ชนชั้นลีกสูงสุด

การคว้าแชมป์ของสโมสรพนักงานยาสูบ มีจุดเปลี่ยนสำคัญมากมายโดยเฉพาะการทำงานของ โจเซ่ อัลเวส บอร์จีส  ที่นำความเป็นมืออาชีพมาสู่วงการฟุตบอลในยุค 15 ปี ที่แล้ว  กุนซือบราซิลมีทีมงานที่แข็งแกร่งหลายคนไม่ว่าจะเป็น รอยเตอร์ โมไรร่า,แกสดาเมียฯ ที่สำคัญโอกาสในการเป็น 11  ตัวจริงในสนามแข่งขันจะเกิดจากสนามฝึกซ้อม ใครแสดงออกมาเต็มที่จะได้รับโอกาสนั้นในสนามฝึกซ้อมแข้งยาสูบจะรู้ดีว่าพวกเขาจะต้องทำอะไรเพื่อให้ได้สิทธิ์ของตัวเองในการเป็นตัวจริง

 “แม็กก้าเมืองไทย”พนิพล  เกิดแย้ม หนึ่งในขุนพลชุดแชมป์ไทยลีก 9  เล่าถึงบรรยากาศอีกด้านที่น่าสนใจช่วงของแมตซ์การแข่งขันฤดูกาลแห่งความสำเร็จในช่วงพักครึ่งเวลาคือสิ่งที่บรรดาแข้งยาสูบไม่มีวันลืมเพราะภาพเหล่านี้ยังคงวิ่งมาเคาะประตูความทรงจำเสมอ โดยเจ้าตัวเล่าว่า ถ้าครึ่งแรกแผนที่วางไว้หรือใครคนใดคนหนึ่งที่ได้จ๊อบงานในสนามทำได้ไม่สำเร็จ “โจเซ่”จะกราดด่าเช็ดเป็นรายบุคคลพร้อมกับออกแอคชั่นหลายอิริยาบถทั้งเสียงทุบกระดานที่ดังโครมคราม เสียงสั่งการแก้ไขข้อผิดพลาดที่ดุดันเชิงโมโหเกรี้ยวกราด บางทีก็จะแสดงอาการโมโหรุนแรงบันดาลโทสะใส่ข้าวของ  จนเราแทบจะลืมความยากลำบากในช่วง 45 นาทีแรกไป เหงื่อที่ไหลโซกในสนามกลายเป็นยาเร่งส่งให้นักเตะที่อยู่ในห้องแต่งตัวแก้เกมตัวเย็นเฉียบขึ้นมาทันที ห้องนี่เงียบกริบทุกสายตาพุ่งไปที่การแก้เกมของ “โจเซ่” โดยมี อ.แกสดาเมีย  เป็นล่ามแปลภาษาก็ยังเดือดดุดันไม่แพ้กัน

ลูกากูพร้อมหวด! อินเตอร์มุ่งมั่นฉะชัคตาร์ฯขอฉลุยชิงยูโรปาลีก

"งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน คาดหวังโอกาสในการเข้าชิงบอลยุโรปรายการนี้อีกครั้ง หลังเคยทำได้ล่าสุดปี 1998 ยังคงมี โรเมลู ลูกากู ดาวยิงร่างยักษ์ลงกระหน่ำตาข่าย ชัคตาร์ โดเนตส์ค อดีตแชมป์ใบนี้ชื่อเดิม ยูฟ่า คัพ 1 สมัย ที่ตั้งใจสร้างเซอร์ไพร์สให้ได้นัดนี้ ในการแข่งขันฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ คืนวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2563
ปรีวิว ฟุตบอล ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ
วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2563
อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) – ชัคตาร์ โดเนตส์ค (ยูเครน)
เวลา : 02.00 น.
สนาม : แมร์เคอร์ สปีล-อารีน่า

    อันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่ อินเตอร์ มิลาน พาทีมเข้ารอบนี้ หลังชนะ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 โดยได้ 2 ประตูจาก นิโกโล่ บาเรลล่า และโรเมลู ลูกากู

     ความพร้อมเกมนี้ อเล็กซิส ซานเชซ แนวรุกชิเลียน มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อในการซ้อม แต่ไม่ได้ส่งผลกระทุบรุนแรง เพราะ 2 เกมที่ผ่านมามี ลูกากู กับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ที่ประสานงานกันได้ดีอยู่แล้ว

    อีกรายที่หายไปคือ มาติอัส เวซิโน่ กองกลางทีมชาติอุรุกวัย พักยาว ไม่ได้เดินทางมาเยอรมันด้วยตั้งแต่แรก นอกจากนั้นคาด คอนเต้ ก็น่าจะยึดทีมจากเกมในรอบที่ผ่านมาเป็นหลักต่อไป

    เช่นเดียวกับ คริสเตียน เอริคเซ่น เพลย์เมกเกอร์เดนส์ และ มิลาน สคริเนียร์ กองหลังสโลวัก ที่ต้องนั่งสแตนด์บายข้างสนามไปก่อน

    ส่วนแท็กติกก็ยังยึดในระบบหลัง 3 เซนเตอร์ นำโดย ดีเอโก้ โกดิน อุรุกวัยตัวเก๋า แดนกลางก็มี บาเรลล่า คนทำประตูแรกในรอบก่อน และ มาร์เซโล่ โบรโซวิช มิดฟิลด์โครแอตเป็นตัวขับเคลื่อน

    ขณะที่เกมรุกฝากความหวังในการถล่มประตูอยู่ที่ ลูกากู หัวหอกเบลเยียมฟอร์มฮอตที่กดไป 31 ประตู จับคู่ล่าตาข่ายร่วมกับ เลาตาโร่ หัวหอกอาร์เจนไตน์เนื้อหอม ที่เป็นข่าวกับหลายทีมดังมาตลอด

    งูใหญ่จะลงสนามในระบบ 3-5-2 โดยมี ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช ลงเฝ้าเสา 3 แนวรับประกอบไปด้วย ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย และ อเลสซานโดร บาสโตนี่

    แผงมิดฟิลด์ 5 คน อัดแน่นไปด้วย บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช และ โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่ โดยมี ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ และ แอชลี่ย์ ยัง เป็นวิงแบ็กขวา-ซ้ายตามลำดับ

    หลุยส์ กาสโตร เทรนเนอร์ โปรตุกีส ของ ชัคตาร์ โดเนตส์ค พาทีมเข้ารอบนี้ หลังถล่ม เอฟซี บาเซิ่ล ขาดลอย 4-1 โดยรัวไม่ซ้ำหน้าจากผลงานของ จูเนียร์ โมราเอส, ไทซอน, อลัน แพทริค และ โดโด้

    สภาพทีมเกมนี้ กาสโตรมีข่าวดีนิดๆ เมื่อได้ ดาวิด โคโชลาว่า กองหลังจอร์เจียพ้นโทษแบนกลับมาเป็นตัวเลือก แต่ก็ยากจะแย่งตำแหน่งคืนจาก วาเลรี่ บอนดาร์ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมล่าสุด 

    นอกจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม ขุมกำลังหลักรายอื่นๆ ต่างพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม โดยเฉพาะแก๊งแซมบ้า ไม่ว่าจะเป็น โดโด้ แบ็กขวา, มาร์กอส อันโตนิโอ มิดฟิลด์ตัวรับ, สามตัวรุก มาร์ลอส, อลัน แพทริค, ไทซอน และ จูเนียร์ โมราเอส หัวหอกตัวเป้า แม้ในราย มาร์ลอส และ จูเนียร์ โมราเอส ได้โอนสัญชาติติดธงยูเครนไปแล้วก็ตาม

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม   

    อินเตอร์ มิลาน (3-5-2) : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช – ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่ – ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ, นิโกโล่ บาเรลล่า, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, โรแบร์โต้ กายาร์ดินี่, แอชลี่ย์ ยัง – โรเมลู ลูกากู, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ  

เทรนเนอร์ : อันโตนิโอ คอนเต้ 

    ชัคตาร์ โดเนตส์ค (4-2-3-1) : อังเดร เปียตอฟ – โดโด้, เซอร์เก คริฟต์ซอฟ, วาเลรี่ บอนดาร์, มิโกล่า มัตวิเยนโก้ – มาร์กอส อันโตนิโอ, ทารัส สเตปาเนนโก้ – มาร์ลอส, อลัน แพทริค, ไทซอน – จูเนียร์ โมราเอส  

เทรนเนอร์ : หลุยส์ กาสโตร    

ผู้ตัดสิน : ไซม่อน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)

– อินเตอร์ มิลาน

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

วัน/เดือน/ปี / รายการ / ผลการแข่งขัน
25/08/05    ชปล. อินเตอร์ มิลาน 1-1 ชัคตาร์ โดเนตส์ค
11/08/05    ชปล. ชัคตาร์ โดเนตส์ค 0-2 อินเตอร์ มิลาน

รอบแบ่งกลุ่ม (ชปล.)

17/09/19 เสมอ สลาเวีย ปราก 1-1 (เหย้า) ชปล.
03/10/19 แพ้ บาร์เซโลน่า 1-2 (เยือน) ชปล.
24/10/19 ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 (เหย้า) ชปล.
06/11/19 แพ้ ดอร์ทมุนด์ 2-3 (เยือน) ชปล.
28/11/19 ชนะ สลาเวีย ปราก 3-1 (เยือน) ชปล.
11/12/19 แพ้ บาร์เซโลน่า 1-2 (เหย้า) ชปล.

รอบ 32 ทีมสุดท้าย

21/02/20 ชนะ ลูโดโกเรตส์ 2-0 (เยือน) ยูโรปา ลีก
28/02/20 ชนะ ลูโดโกเรตส์ 2-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก

รอบ 16 ทีมสุดท้าย

06/08/20 ชนะ เคตาเฟ่ 2-0 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

11/08/20 ชนะ เลเวอร์คูเซ่น 2-1 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก

– ชัคตาร์ โดเนตส์ค

รอบแบ่งกลุ่ม (ชปล.)

19/09/19 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-3 (เหย้า) ชปล.
01/10/19 ชนะ อตาลันต้า 2-1 (เยือน) ชปล.
22/10/19 เสมอ ดินาโม ซาเกร็บ 2-2 (เหย้า) ชปล.
07/11/19 เสมอ ดินาโม ซาเกร็บ 3-3 (เยือน) ชปล.
27/11/19 เสมอ แมนฯ ซิตี้ 1-1 (เยือน) ชปล.
12/12/19 แพ้ อตาลันต้า 0-3 (เหย้า) ชปล.

รอบ 32 ทีมสุดท้าย

21/02/20 ชนะ เบนฟิก้า 2-1 (เหย้า) ยูโรปา ลีก
28/02/20 เสมอ เบนฟิก้า 3-3 (เยือน) ยูโรปา ลีก

รอบ 16 ทีมสุดท้าย

13/03/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 2-1 (เยือน) ยูโรปา ลีก
05/08/20 ชนะ โวล์ฟสบวร์ก 3-0 (เหย้า) ยูโรปา ลีก

รอบ 8 ทีมสุดท้าย

12/08/20 ชนะ บาเซิ่ล 4-1 (สนามกลาง) ยูโรปา ลีก

กุนซือทีมลีกทูเชียร์ไวท์ซบลิเวอร์พูล

ไมเคิ่ล ฟลินน์ กุนซือ นิวพอร์ท ที่เคยร่วมงานกับ เบน ไวท์ มาแล้วนั้น บอกว่าตนอยากให้ ไวท์ ไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล โดยเชื่อว่ามันจะทำให้แข้งวัย 22 ปีเก่งขึ้นกว่านี้ได้อีกเยอะ

    ไมเคิ่ล ฟลินน์ ผู้จัดการทีม นิวพอร์ท เคาน์ตี้ สโมสรในระดับ ลีก ทู อังกฤษ ซึ่งเคยร่วมงานกับ เบน ไวท์ กองหลังดาวรุ่งของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน มาแล้วนั้น กล่าวว่าส่วนตัวแล้วตนอยากให้ ไวท์ ย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก

    ฤดูกาลก่อน ไวท์ ย้ายไปเล่นกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว และทำผลงานได้โดดเด่นจนทำให้มีข่าวว่าทีมระดับ ลิเวอร์พูล และ เชลซี สนใจจะดึงแข้งวัย 22 ปีไปร่วมทัพ

    ฟลินน์ เผยว่า "ผมอยากเห็นเขาไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล มากๆ ผมรู้จัก เป๊ป ลินเดอร์ส ผู้ช่วยของที่นั่นดี เขาเป็นโค้ชที่เก่งมากๆ เลยล่ะ ดังนั้นผมเลยรู้ดีว่าเขาจะช่วยทำให้ เบน เก่งขึ้นได้"

    "เขา (หมายถึงตัว ไวท์ เอง) ต้องทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อ เบน ไวท์ ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นการได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก สัก 1 ฤดูกาลเต็มด้วยการเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องที่ ไบรท์ตันฯ ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่เขาอาจจะทำ เกรแฮม พ็อตเตอร์ (ผู้จัดการทีม ไบรท์ตันฯ อาจจะอยากเก็บเขาเอาไว้ใช้งานต่อ และส่งเขาลงเล่นบ้าง ก่อนที่จะขายเขาด้วยราคาที่สูงกว่าตอนนี้หลังจากที่เขาได้เล่นใน พรีเมียร์ลีก สัก 1 ฤดูกาล"

    "มันเป็นเรื่องที่ เบน ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ส่วนตัวแล้วผมอยากให้เขาไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล มากกว่า ผมมั่นใจในตัว เบน มากๆ ผมคิดว่าเขาสามารถสอดแทรกขึ้นไปเป็นตัวจริงให้กับทีมไหนก็ได้ทั้งนั้น อย่าลืมนะว่าเขาจะมีนักเตะที่เก่งกว่าเดิมอยู่รายล้อมพวกเขา (ถ้าย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล) พวกเขาจะช่วยทำให้เขาพัฒนาขึ้นได้ ในฐานะผู้จัดการทีมแล้วนั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถทำให้นักเตะของเขาโชว์ศักยภาพที่ดีที่สุดออกมาได้ ผมมองออกเลยว่าเขาจะพัฒนาขึ้นอีกครั้ง"

เตรียมเก็บกระเป๋า! 5แข้งส่ออำลาอาร์เซน่อลช่วงซัมเมอร์นี้

อาร์เซน่อล เพิ่งจะเถลิงคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองเป็นสมัยที่ 14 ของสโมสร หลังเอาชนะ เชลซี 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศ อย่างไรก็ตามหากดูจากผลงานในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ทีม "ปืนใหญ่" มีผลงานกระท่อนกระแท่นพอสมควรจนทำให้พวกเขาจบอันดับ 8 ของตาราง
    ด้วยเหตุนี้ทำให้ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า จำเป็นต้องจัดการปล่อยแข้งส่วนเกินออกไปบางตำแหน่งเพื่อเป็นการระดมทุนซื้อแข้งใหม่มาเสริมทัพในการกลับมาไล่ล่าความสำเร็จต่อไปในฤดูกาลหน้า นี่คือ 5 แข้ง ที่ส่อแววอำลาทีมไปในช่วงซัมเมอร์นี้

มัตเตโอ เกนดูซี่

 

    มิดฟิลด์เลือดน้ำหอมดูเหมือนจะเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลของ อาร์เซน่อล หลังเป็นนักเตะคนสำคัญในยุคของ อูไน เอเมรี่ โดยมักจะถูกส่งลงเล่นเป็นตัวจริงสม่ำเสมอ

    อย่างไรก็ตามหลังจาก มิเกล อาร์เตต้า เข้ามากุมบังเหยีนแทนสถานการณ์ของดาวเตะวัย 20 ปี ก็เปลี่ยนไปต้องนั่งเป็นตัวสำรองซะส่วนใหญ่ และล่าสุดก็ถูกตัดออกจากสารบบทีมเรียบร้อยเนื่องจากมีปัญหาเรื่องพฤติกรรม รวมถึงตัว เกนดูซี่ เองก็ไม่ได้โพสต์แสดงความยินดีร่วมกับทีม หลังจากเพิ่งคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ โดยเลือกโพสต์ภาพตอนที่ตัวเองไปพักร้อนลงบน อินสตาแกรม อีกด้วย และเป็นที่แน่นอนแล้วว่าเจ้าตัวจะไม่ได้อยู่กับทีมต่อไปอย่างแน่นอน ส่วนจะย้ายไปอยู่ทีมไหนนั้นต้องรอดูกันต่อไป

โซคราติส

    ปราการหลังทีมชาติกรีซถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆในยุคของกุนซือ อูไน เอเมรี่ อย่างไรก็ตามเมื่อ มิเกล อาร์เตต้า เข้ามาสานงานต่อตำแหน่งของเจ้าตัวก็เริ่มสั่นคลอน หลังกุนซือชาวสแปนิชเลือกที่จะใช้ ชโคดราน มุสตาฟี่ ลงจับคู่กับ ดาวิด ลุยซ์ เป็น 11 ตัวแรกก่อน

    ด้วยความที่ โซคราติส อยู่ในวัย 31 ปี และสัญญากำลังจะหมดลงในปีหน้าทำให้คาดว่าเขาจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ อาร์เตต้า ต่อไป และตำแหน่งเขาจะถูกทดแทนด้วยดาวรุ่งอย่าง วิลเลียม ซาลิบา ที่จะย้ายมาจาก แซงต์ เอเตียน แถมยังมี ร็อบ โฮลดิ้ง เป็นตัวสอดแทรกได้อีกด้วย

เมซุส โอซิล

    อดีตมิดฟิลด์ทมชาติเยอรมันไม่ได้ลงเล่นในลีกเลยนับตั้งแต่จบเกมที่ชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยตลอดทั้งฤดูกาลนี้เขาได้ลงเล่นในทุกรายการไปเพียง 23 นัดเท่านั้น ซึ่งรวมถึงเกมนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ กับ เชลซี โดยทางสโมสรได้อนุญาตให้เจ้าตัวได้ไปพักร้อนเนื่องจากไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ มิเกล อาร์เตต้า แล้ว

    แม้ว่าตอนนี้ โอซิล จะเป็นนักเตะที่รับค่าเหนื่อยเยอะที่สุดของทีมที่ 350,000 ปอนด์ (ประมาณ 14 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ แต่เขาก็ไม่ได้เป็นตัวหลักของทีมอีกต่อไปแล้ว แถมเขาก็ใกล้จะต้องบอกลาทีมเต็มทีเพราะเหลือสัญญากับทีมอีก 1 ปีเท่านั้น โดยเชื่อกันว่า อาร์เซน่อล พยายามหาทางขายเขาหลังจบฤดูกาลนี้อยู่ แต่ฝั่ง โอซิล พร้อมที่จะอยู่กับทีมต่อแล้วไปรอย้ายฟรีในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า

เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส

    ดาวเตะสารพัดประโยชน์จะก้าวขึ้นมาเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เป็นฤดูกาลที่ 5 แล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะยึดตำแหน่งตัวจริงได้เลย โดยในฤดูกาลนี้ได้ลงเล่น 15 เกมในลีกเท่านั้น 

    แข้งวัย 22 ปี ดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ อาร์เตต้า โดยกุนซือชาวสแปนิชถึงขนาดเคยต้องจับ โซคราติส ไปยืนประจำการทางแบ็กขวาแทน เอคตอร์ เบเยริน มาแล้ว และแม้ว่าเจ้าตัวจะได้รับโอกาสลงเล่นมากขึ้นในช่วงหลังในตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งซ้าย แต่ก็มีรายงานว่าเจ้าตัวพร้อมพิจารณาย้ายออกจากทีมเพื่อโอกาสลงเล่นมากขึ้น โดยมี ไบรท์ตัน แสดงความสนใจอย่างจริงจัง

เฮนริค มคิทาร์ยาน

    มิดฟิลด์ชาวอาร์เมเนียย้ายมาร่วมทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" โดยเป็นการสลับขั้วกับ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ย้ายไปอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด แทน ในปี 2018 และก็ยังไม่สามารถเรียกฟอร์มออกมาในระยะยาวได้จนต้องเผชิญชะตาเดียวกันกับดาวเตะชาวชิลี

    ดาวเตะวัย 31 ปี ลงเล่น 38 เกมทุกรายการทำได้ 6 ประตูในฤดูกาล 2018-19 ก่อนจะถูกปล่อยให้ โรม่า ยืมไปใช้งานในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งดูเหมือนว่าโอกาสที่จะกลับมาเล่นในอังกฤษอีกครั้งคงจะเป็นเรื่องยากเนื่องจากเจ้าตัวเคยออกมายอมรับว่าเขาไม่เคยมีความสุขกับการเล่นฟุตบอลในลีกผู้ดี

สโคลส์ชี้คู่แข่งน่ากลัวสุดของแมนยูในถ้วยยูโรปา

ฟังระดับตำนานวิเคราะห์ ทีมไหนเป็นคู่แข่งด่านหินสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเส้นทางลุ้นแชมป์ ยูโรปา ลีก หลังได้ 8 ทีมเข้าไปเล่นในรอบก่อนรองชนะเลิศแล้ว

    พอล สโคลส์ ตำนานกองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจว่า "ปีศาจแดง" จะเอาชนะ เอฟซี โคเปนเฮเก้น ในศึก  ยูโรปา ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคมนี้ ได้อย่างไม่ยาก แต่เชื่อโอกาสคว้าแชมป์ไม่ง่าย เพราะมีด่านอันตรายอย่าง อินเตอร์ มิลาน คอยขวางทางอยู่

    ในรอบก่อนรองชนะเลิศไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก จะเล่นแบบนัดเดียวรู้ผลแบบทัวร์นาเมนต์ที่ประเทศเยอรมัน โดยหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ  เอฟซี โคเปนเฮเก้น จะเข้าไปเจอผู้ชนะของคู่ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส พบ เซบีย่า ขณะที่อีกสายผู้ชนะคู่ ชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค กับ เอฟซี บาเซิ่ล จะเข้าไปเจอผู้ชนะคู่ อินเตอร์ มิลาน กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

        สโคลส์ เผยผ่าน บีที สปอร์ต ว่า "ยูโรปา ลีก เป็นโอกาสที่ดีมากๆ สำหรับพวกเขา (แมนฯ ยูไนเต็ด) ในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม มีทีมๆ ดีหลายทีมยังอยู่ คุณไม่สามารถมองข้าม เซบีย่า ที่เคยได้แชมป์ 3 สมัยติดมาแล้ว พวกเขาผ่าน โรม่า ที่มีคุณภาพ ทีมจากอิตาลี มักจะเล่นด้วยยากเสมอ"

       "อย่างไรก็ตาม สำหรับผมแล้วคู่แข่งที่น่ากลัวสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก คือ อินเตอร์ มิลาน ผมคิดว่า พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดร่วมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ผมคิดว่า ถ้าทั้งสองทีมผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ มันจะเป็นเกมนัดชิงที่ยอดเยี่ยม เป็นสิ่งที่ทำให้เราตั้งตารอคอย"

        "มันจะมีแรงกระตุ้นต่อทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะนักเตะ อินเตอร์ ลองมอง โรเมลู ลูกากู กับแนวทางที่เขาอำลาสโมสร อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า ยูไนเต็ด ก็กำลังทำผลงานดีเช่นกัน พวกเขามีจิตใจที่ยอดเยี่ยม มีความสด พวกเขาจะเอาชนะ โคเปนเฮเก้น ผมไม่คิดว่า จะมีปัญหาอะไร" สโคลส์ ทิ้งท้าย

รู้จัก “มาดามแพรว” ประธานสโมสรลูกหนังคนงามแห่งร้อยเอ็ด

เปิดภาพชุดสุดแซ่บของ "มาดามแพรว" เกษตรสุข ศุขหงษ์ทอง ประธานสโมสรสาวคนใหม่ของ ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด

สร้างความฮือฮาไม่น้อยเลยทีเดียวเมื่อสโมสร ร้อยเอ็ด พีบี ยูไนเต็ด เปิดตัวประธานสโมสรคนสวยอย่าง "มาดามแพรว" เกษตรสุข ศุขหงษ์ทอง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่นว่า เธอจะมาช่วยฟื้นฟูทีม "กระรอกขาว" ให้กลับมาสู่เส้นทางอาชีพได้อีกครั้ง อย่างที่เคยทำประสบความสำเร็จมาแล้วที่จังหวัดนครพนม

สำหรับ "มาดามแพรว" เป็นคนร้อยเอ็ดโดยกำเนิด จากอดีตสาวแบงค์ กลายเป็นผู้นำพาบริษัทในเครือ พีบี อินฟินิตี้  จำกัด โรงงานผลิตและสกรีนเสื้อคุณภาพ ให้เติบโตและประสบความสำเร็จจนมีกว่า 10 สาขา ทั่วประเทศ ด้วยยอดขายทะลุ 100 ล้านเพียงเวลาไม่ถึง 2 ปี

ด้านประสบการณ์ในการบริหารทีมนั้น "มาดามแพรว" คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ทำทีมฟุตซอลและฟุตบอลอะคาเดมี่ร่วมกับคู่ชีวิต อาวุธ เอฟวา  ผู้จัดการสโมสรฟุตบอล ROIET PB UNITED มาเป็นเวลาหลายปี ทำให้รู้จักนักเตะและวิธีการบริหารสโมสรเป็นอย่างดี

 

ยูฟ่าเด็ดขาดยกเลิกเกมคัดชปล.หลังพบแข้งติดโควิด

สหพันธ์ลูกหนังยุโรป ประกาศยกเลิกเกมระหว่าง ลินฟิลด์ ปะทะ เคเอฟ ดริต้า ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกก่อนรอบแรก วันอังคาร เนื่องจากมีการตรวจพบว่ามี 2 แข้งติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพจึงไม่อนุญาตให้เกมนี้แข่งได้
    สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) แถลงการณ์ยืนยันได้สั่งยกเลิกเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือกก่อนรอบแรก ประจำฤดูกาล 2020/2021 แมตช์ระหว่าง ลินฟิลด์ สโมสรในประเทศไอร์แลนด์เหนือ พบ เคเอฟ ดริต้า ทีมจากโคโซโว วันอังคารที่ 11 สิงหาคม เนื่องจากมีการตรวจพบว่ามีผู้เล่นติดเชื้อไวรัสโควิด-19

    ตามหมายกำหนดการเดิมระบุว่าแมตช์ดังกล่าวจะมีการจัดแข่งกันที่เมืองนียง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พบว่ามี 2 นักเตะจาสโมสรเคเอฟ ดริต้า มีผลออกมาเป็นบวก ทำให้ ยูฟ่า จำเป็นต้องยกเลิกเกมนี้ไปโดยปริยายเพื่อความปลอดภัยด้านสุขภาพ

    แถลงการณ์ของสหพันธ์ลูกหนังยุโรป ระบุว่า "ผลจากการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสวิส ที่ทำงานร่วมกับ ยูฟ่า ได้สั่งให้ทุกๆ คนในทีมเคเอฟ ดริต้า ต้องเข้ารับการกักตัวหลังจากมีนักเตะสองคนจากทีมโคโซโวมีผลการตรวจเป็นบวกจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 "

    "ทำให้เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือกก่อนรอบแรกแมตช์ระหว่าง เคเอฟ ดริต้า พบ ลินฟิลด์ ที่จะแข่งในวันที่ 11 สิงหาคม ในเมืองนียง, สวิตเซอร์แลนด์ ไม่สามารถแข่งได้ นักเตะต้องเข้ารับการกักตัวไปแล้วพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมของเขาอีกรายที่พบว่าสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่ติดเชื้อ" แถลงการณ์ฉบับเดิม ระบุ