จบนะ!แลมพาร์ดลั่นไม่ขายก็องเต้

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ระบุ จะไม่ขาย เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ในช่วงซัมเมอร์นี้แน่นอน พร้อมบอกว่าซีซั่นก่อน ก็องเต้ โดนอาการเดี้ยงเล่นงานอย่างหนักจนส่งผลเสียกับเรื่องอื่นๆ ตามไปด้วย

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศว่าต้องการเก็บ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสเอาไว้ใช้งานต่อไป

หลายเดือนก่อนมีกระแสข่าวลือว่า แลมพาร์ด มองว่า ก็องเต้ เป็นหนึ่งในส่วนเกินของทีม หลังจากที่มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยขึ้น ซึ่งมันก็ทำให้มีหลายทีมที่ตกเป็นข่าวกับแข้งวัย 29 ปี อย่างเช่น อินเตอร์ มิลาน และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น

แลมพาร์ด เผยว่า "มันเห็นได้ชัดว่าทุกทีมในโลกอยากมี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ อยู่ในทีม ผมอ่านเจอข่าวลือต่างๆ มาบ้างเหมือนกัน เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม รวมถึงเป็นคนที่ดีมากๆ ผมไม่อยากเสียคนแบบเขาไป เขาเป็นฟันเฟืองหลักของสิ่งที่ผมกำลังพยายามทำอยู่ แน่นอนว่าเราสามารถพูดเกี่ยวกับบรรดานักเตะตัวรุกหลายต่อหลายคนได้ แต่คนอย่าง เอ็นโกโล่ และผลงานที่เขาทำได้ในแผงกลางก็สมควรถูกพูดถึงเหมือนกัน ฤดูกาลก่อนถือเป็นซีซั่นที่ยากลำบากสำหรับเขาเพราะเขาโดนอาการบาดเจ็บตามเล่นงาน"

"เขาเข้าสู่ฤดูกาลก่อนโดยที่มีอาการบาดเจ็บติดตัว และมันก็ส่งผลอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งซีซั่น เหมือนกับเป็นโดมิโน่ที่ล้มติดๆ กัน ที่เขาเจ็บอย่างต่อเนื่องแบบนั้นมันอาจจะเป็นเพราะเขาลงเล่นเยอะเป็นเวลา 4 หรือ 5 ปีก็ได้ ดังนั้นผมเลยตื่นเต้นมากๆ ที่ตอนนี้ได้เขาในสภาพฟิตเต็มถังมาอยู่กับทีม เขาดูมีสภาพร่างกายที่พร้อมสุดๆ เขาเป็นคนสำคัญสำหรับผม แน่นอนว่าผมอยากเก็บ เอ็นโกโล่ เอาไว้กับทีมต่อ"

แวร์เนอร์แจ่ม-ฮาแวร์ทซ์ยังต้องจูน! 5ข้อหลังเชลซีบุกอัดไบรท์ตัน

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมเชลซี นำทัพ "สิงห์บลูส์" ยุคใหม่ที่มาพร้อมกับนักเตะชั้นยอดอย่าง ติโม แวร์เนอร์ กับ ไค ฮาแวร์ทซ์ ลงสนามเปิดตัวในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครั้งแรก พร้อมกับโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมช่วยให้ทีมไล่ต้อน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 ถึงถิ่นเอแม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันจันทร์ที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

แมตช์นี้ แวร์เนอร์ โชว์ให้เห็นแล้วว่าทำไม "แลมพ์ส" ถึงอยากได้เขามาร่วมทีม โดยเจ้าตัวใช้สปีดเร็วกว่านรกช่วยให้ทีมได้จุดโทษ และเป็น จอร์จินโญ่ สังหารไม่เหลือซาก แต่เจ้าบ้านมาได้ประตูตีเสมอจากการยิงไกลของ เลอันโดร ทรอสซาร์ ซึ่งจังหวะนี้ส่วนหนึ่งมาจาก เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายด่านที่กะจังหวะผิด

อย่างไรก็ตามด้วยคุณภาพของทีมทำให้ เชลซี ได้อีกสองประตูจากความยอดเยี่ยมของ รีซ เจมส์ ที่ยิงไกลสุดสวย และแอสซิสต์ให้  คูร์ท ซูม่า ซัดประตูย้ำชัยชนะ ช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนสำคัญ และทำให้พวกเขาคว้าแต้มรวม 2,000 แต้มในพรีเมียร์ลีก จากการเล่น 1,077 เกม ซึ่งเป็นทีมที่สามที่ทำได้ต่อจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (2,234 คะแนน) และ อาร์เซน่อล (2,014 คะแนน)

1.  บทบาทชอง ฮาแวร์ทซ์ ?
ก่อนหน้านี้มีคำถามเกิดขึ้นตอนที่ เชลซี ตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าตัว ไค ฮาแวร์ทซ์ เพลย์เมกเกอร์ชาวเยอรมัน มาร่วมทีม ว่าจะส่งเขาลงเล่นในตำแหน่งไหน ? เพราะแผงกลางของ "สิงโตน้ำเงินคราม" อัดแน่นไปด้วยผู้เล่นคุณภาพชั้นยอดมากมาย

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนหนุ่ม แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพร้อมใช้งาน ฮาแวร์ทซ์ ในตำแหน่งไหนก็ได้ในแผงกองกลาง เนื่องจากนักเตะเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถหลากหลาย และสามารถปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับในเกมแรกของ ฮาแวร์ทซ์ ในศึกพรีเมียร์ลีก "แลมพ์ส" จับเขาลงเล่นทางฝั่งขวาโดยคอยช่วยสนับสนุนกองหน้า ขณะที่ จอร์จินโญ่ กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ยืนเป็นตัวคุมจังหวะ นั่นทำให้ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช มีอิสระในการเล่น และทำหน้าที่คอยปั้นเกมให้กับ ติโม แวร์เนอร์, เมสัน เมาท์ และรูเบน ลอฟตัน-ชีค

การที่ ฮาแวร์ทซ์ ถูกจับไปยืนฝั่งขวา ขณะที่ เมาท์ ลงเล่นฝั่งซ้าย และ ลอฟตัน-ชีค เล่นอยู่ตรงกลางทำให้แนวรุกของ "สิงห์บลูส์" อันตรายมากยิ่งขึ้น แม้นักเตะจะมีจังหวะผ่านบอลสวย และการเคลื่อนไหวหาพื้นที่ได้ดี แต่นี่ยังใช่ศักยภาพที่แท้จริงของเขา กระนั้นนี่แค่ช่วงเริ่มต้นกับลูกหนังเมืองผู้ดี คาดว่าคงจะได้เห็นทีเด็ดของยอดแข้งเลือดด๊อทย์ช มากกว่านี้แน่นอน
 

2. ฤดูกาลใหม่ แต่ เกปา ยังออกทะเลเหมือนเดิม
หนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังของ เชลซี คงหนีไม่พ้น  เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ที่โชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังจริงๆ กับแมตช์เยือน ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีข่าวว่าสโมสรต้องการโกลคนใหม่

นายทวารเลือดกระทิงดุ ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสร แต่ผลงานในเกมชนะ ไบรท์ตัน ถือว่าไม่คุ้มค่าตัวจริงๆ โดยเฉพาะจังหวะที่เสียประตูจากการยิงไกลของ  เลอันโดร ทรอสซาร์ แต่ เกปา ดันพุ่งช้า ส่งผลให้บอลลอยเข้าไปเสียบมุมอย่างงดงาม

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ โกลชาวสแปนิช ยังมีจังหวะผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ให้เห็นอยู่เรื่อยๆ หากพูดกันแบบเป็นกลางจังหวะที่ ทรอสซาร์ ยิงไกล หากเป็นผู้รักษาประตูระดับโลก น่าจะสามารถจัดการกับลูกนี้ได้ดีกว่า อดีตนายทวาร แอธเลติก บิลเบา แน่นนอน

ฉะนั้น เกปา น่าจะเป็นปัญหาสำคัญที่ แลมพาร์ด ต้องรีบแก้ไขเป็นการด่วน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเหตุผลรองรับว่าทำไม กุนซือชาวอังกฤษ ถึงต้องการคว้าตัว เอดูอาร์ด เมนดี้ ผู้รักษาประตูชาวเซเนกัลจากสโมสร แรนส์ มาร่วมทัพให้ได้ในช่วงซัมเมอร์นี้

 3.  ตัวเลือกแบ็กขวาอังกฤษเพิ่มขึ้น
อังกฤษมีผู้เล่นแบ็กขวาชั้นดีเยอะมากในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น ไคล์ วอล์คเกอร์, คีแรน ทริปเปียร์, เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ อารอน วาน-บิสซาก้า แต่ตอนนี้ "ทรี ไลอ้อนส์" มีตัวเลือกชั้นดีอีกได้แก่ รีซ เจมส์ และ ทาริก แลมป์ตีย์ ที่ฟอร์มโดดเด่นเหลือเกิน

 ในรายของ แลมป์ตีย์ มีส่วนสำคัญกับฟอร์มของไบรท์ตัน ในเกมนี้ โดยอดีตเด็กปั้นเชลซี โชว์ฟอร์มได้เด็ดสะระตี่ทั้งๆ ที่อายุเพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น โดยเขาเต็มไปด้วยความเร็ว และมีศักยภาพในการเล่นเกมรับได้แข็งแกร่ง และยังเติมเกมรุกได้ดีเยี่ยม มีทักษะดี และกล้าวิ่งทะลุทะลวง สำหรับสถิติของเขาสามารถเสียบสกัดได้ 3 ครั้ง และตัดบอลได้ 3 ครั้งมากว่าเพื่อนร่วมสังกัด ที่สำคัญนักเตะยังเป็นคนแอสซิสต์ให้ ทรอสซาร์ ยิงประตูซะด้วย

ขณะที่ เจมส์ ก็ทำผลงานได้ไม่ธรรมดากับ "สิงโตน้ำเงินคราม" ด้วยวัยแค่ 20 ปี เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เล่นได้อย่างเฉิดฉาย และถือเป็นฟูลแบ็กที่ครบเครื่องจริงๆ โดยหากมองอย่างเป็นการ "เจ้าหนูรีซ" มีการเล่นเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และเล่นเกมบุกได้เยี่ยมกว่า วาน-บิสซาก้า ต้องยอมรับว่ามีสองสิ่งที่สมดุลมากกว่าผู้เล่นทั้งสองคน

นอกจากนี้ เจมส์ ยังมีทีเด็ดในเรื่องของการยิงประตู โดยนักเตะแสดงให้เห็นในจังหวะที่ซัดประตูให้ต้นสังกัดขึ้นนำ 2-1 จากการตะบันเต็มข้อระยะกว่า  25 หลา บอลพุ่งราวกับขี่พายุทะลุฟ้าแหวกอากาศเข้าไปซุกก้นตาข่ายชนิดที่ แม็ทธิว ไรอัน  หมดปัญญาป้องกัน แถมยังแอสซิสต์ให้ คูร์ท ซูม่า ซัดประตูตอกฝาโลงด้วย

ฉะนั้นตอนนี้ อังกฤษ มีตัวเลือกในตำแหน่งแบ็กขวาเยอะมาก และหากทีมเกิดมีปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บหรือติดโทษแบน งานนี้ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมอังกฤษ สบายใจได้เลยเพราะเขามีตัวเลือกอีก 2 รายทั้ง แลมป์ตีย์ กับ เจมส์ เข้ามาเสียบแทนได้สบายๆ

 4. แนวรับต้องการผู้นำที่แท้จริง
    ตอนนี้ดูเหมือนว่า เชลซี จำเป็นต้องมีผู้นำในเกมรับอย่างแท้จริง แน่นอนว่าหากมองกันอย่างยุติธรรมกองหลังของ "สิงโตน้ำเงินคราม" แมตช์นี้อาจจะผ่านบททดสอบเรื่องสภาพร่างกาย และเทคนิคส่วตัว แต่สอบตกอย่างสิ้นเชิงในเรื่องของการเล่นตามแท็คติกโค้ช

แมตช์นี้ทุกๆ คนคงได้เห็นแล้วว่า อันเดรียส คริสเตนเซ่น กับ  คูร์ท ซูม่า ยังคงมีบางจังหวะที่เล่นกันแบบสับสนโดยเฉพาะเมื่อโดนไบรท์ตันเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง แถมยังพลาดมหันต์ที่ปล่อยให้ ลูอิส ดังค์ ขึ้นไปโหม่งแบบสบายๆ ไร้ตัวประกบในระยะ 5 หลาเข้าประตู งานนี้เกมคงจะแตกต่างออกไปจากนี้

การที่ปล่อยให้ ดังค์ ได้โหม่งแบบโล่งๆ ในจังหวะฟรีคิกจึงเป็นเหตุผลสำคัญอย่างยิ่งที่ว่าทำไม เชลซี จึงต้องการกองหลังที่มีความเป็นผู้นำ ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเซ็นสัญญากับ ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กที่ผ่านประสบการณ์ในเกมลูกหนังมาอย่างโชกโชน

 ฉะนั้น ซิลวา มีความเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ และจะช่วยบัญชาเกมรับของทีมให้มีความนิ่ง และเล่นได้ตามแท็คติกที่โค้ชสั่ง อย่างไรก็ตามสิ่งแรกที่ เชลซี ต้องลุ้นที่สุดก็คือตอนนี้ ดาวเตะชาวบราซิเลียน ยังไม่สามารถลงเล่นให้ทีมได้ เพราะสภาพร่างกายยังไม่ฟิต

    อย่างไรก็ตามหาก อดีตสตาร์ เอซี มิลาน และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พร้อมลงสนามเมื่อไหร่ เชื่อว่าเขาจะทำหน้าที่คอยควบคุมและสั่งการเพื่อให้แผงกองหลังมีการเล่นที่เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น และยังช่วย เกปา (หากยังไม่โดนดร็อป) ไม่ต้องเจอกับงานหนัก

 5. แวร์เนอร์ โชว์ของตั้งแต่เกมแรก
สำหรับการลงเล่นเกมแรกในพรีเมียร์ลีก เหมือนกับ  ฮาแวร์ทซ์ นั้น แวร์เนอร์ แสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถปรับตัวกับการเล่นในลีกที่แตกต่างได้อย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าสามคะแนนในแมตช์นี้ส่วนหนึ่งมาจากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของเขา

ในตอนแรกที่เห็นรายชื่อแนวรุก "สิงห์บลูส์" มี รูเบน ลอฟตัน-ชีค ลงเป็น 11 ตัวจริง ทำให้หลายคนค่อนข้างแปลกใจ และรู้สึกเป็นห่วงว่า ดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษ กับ แวร์เนอร์ จะสามารถประสานงานกันได้ไหม โดยหากมองภาพรวมแล้ว ทั้งคู่ดูเหมือนจะเล่นเข้าขากัน แต่สำหรับ ลอฟตัน-ชีค ฟอร์มส่วนตัวน่าผิดหวังมากๆ เพราะเล่นแย่ และมักจะจับบอลพลาดบ่อยๆ

สวนทางกับ แวร์เนอร์ ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพชั้นยอดโดยเขาเต็มไปด้วยความรวดเร็วซึ่งทุกๆ สายตาคงได้เห็นแล้วจากจังหวะที่ช่วยให้ต้นสังกัดได้จุดโทษ นอกจากนี้ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช ยังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการวิ่งไล่บี้คู่แข่งตลอดทั้งเกม รวมไปถึงการเคลื่อนที่หาช่องว่างอย่างชาญฉลาด และการสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีม

 อย่างไรก็ตามสิ่งที่น่าเสียดายในแมตช์นี้ของ อดีตสตาร์แอร์เบ ไลป์ซิก ก็คือการที่เจ้าตัวไม่สามารถซัดประตูในเกมแรกภายใต้สีเสื้อ "สิงโตน้ำเงินคราม" ได้ แต่หากนักเตะยังคงรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคงจะได้เห็นชื่อเขาบนสกอร์บอร์ดแน่นอน 
 

คิง เพาเวอร์สานพลังบอลไทยไป เลสเตอร์ ซิตี้

สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การบริหารงานของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จัดงานแถลงข่าว "สานพลังบอลไทย ไป เลสเตอร์ ซิตี้" เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพนักเตะไทย โดยเปิดโอกาสให้ 3 นักเตะดาวรุ่งอย่าง "เช็ค" สุภโชค สารชาติ, "อาร์ม" ศุภชัย ใจเด็ด และ "แบงค์" ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา  เดินทางไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ หลังฟุตบอลไทยลีกจบการแข่งขันฤดูกาล 2020 เป็นเวลา 1 เดือน

คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานสโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่า "เราเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย และความตั้งใจแรกของเราที่เข้าบริหารสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ คือเราจะสนับสนุนความสามารถของนักเตะไทย เลสเตอร์ ซิตี้ ให้ความสำคัญกับบุคลากรและการพัฒนาศักยภาพของนักเตะรวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่จะมาพัฒนาทักษะ ซึ่งเรามองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการลงทุนด้านฟุตบอลระยะยาว ปัจจุบันเรามีศูนย์ฝึกซ้อมแห่งใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในยุโรป และมีศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาที่ดีที่สุดเพื่อให้นักเตะทุกคนสามารถฟื้นฟูร่างกายได้ในทุกช่วงเวลา"

"การที่ 3 นักเตะดาวรุ่งได้ไปทดสอบฝีเท้าที่เลสเตอร์ ซิตี้ นับว่าเป็นโอกาสที่นักเตะจะได้โชว์ฝีเท้าและความสามารถของตัวเองในระดับยุโรป ถ้าผลการทดสอบออกมาตามเกณฑ์ จะสนับสนุนให้ไปเล่นต่อที่สโมสรในยุโรป อาทิสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และสโมสรฟุตบอลโอเอช ลูเวิน ประเทศเบลเยียม ในอนาคต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของทั้ง 3 คน ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีหากการทดสอบไม่ประสบความสาเร็จอย่างน้อยก็มีรายชื่ออยู่ในฐานระบบ Scouting ของยุโรป ที่ผ่านมาเลสเตอร์ ซิตี้ เราเล็งเห็นถึงศักยภาพของคนไทยในด้านกีฬามาโดยตลอด โครงการต่างๆ ที่เลสเตอร์ และคิง เพาเวอร์ ทำมาเพื่อตอบโจทย์ว่าเราอยากเห็นคนไทยไปเล่นในสโมสรในยุโรป"

ด้านนักเตะทั้ง 3 รายดังกล่าวต่างมีการให้สัมภาษณ์เป็นเสียงเดียวกันว่า พร้อมจะเดินทางไปทำหน้าที่และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพื่อโอกาสที่จะได้เล่นในลีกยุโรป และเพื่อเป็นการเปิดประตูให้กับน้องๆรุ่นหลัง รวมถึงจะได้นำมาพัฒนาฝีเท้าเองเพื่อช่วยทีมชาติไทยต่อไปอีกด้วย

“ชลบุรี เอฟซี” เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ ที่จะกัดไม่ปล่อย

แม้ว่าจะอยู่ในยุคของเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่ ของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี เลยทำให้เป็นอีกหนึ่งยักษ์หลับไม่ได้มีแชมป์ติดมือมาสักระยะหนึ่ง แต่อย่างไรแล้ว การเข้ามาคุมทัพของ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ กุนซือจอมสร้างสีสัน ดูจะเคมีตรงกันกับยอดทีมจากภาคตะวันออก ซึ่งดูแล้วมีทิศทางที่ดีขึ้น

2-3 ปีหลัง นโยบายการพลักดันดาวรุ่งในอะคาเดมี่ ยังเดินหน้าต่อเนื่อง แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลงานที่ไม่คงเส้นคงวา เพราะชลบุรียังไม่สามารถยกระดับไปต่อกรกับทีมยักษ์ใหญ่เงินหนาของลีกได้ อีกทั้งไม่ได้เฉียดเข้าใกล้แชมป์อย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งนั่นก็ทำให้ กระแสของแฟนบอล ที่ขึ้นชื่อว่า เหนียวแน่นที่สุดของไทยลีก ดูจะตกลงไปมากเลยทีเดียว เพราะด้วยปัจจัยหลายๆ อาทิ ดาวรุ่งทดแทนรุ่นพี่ไม่ได้ ไม่มีแข้งซุป’ตาร์ รวมถึงทีมมีนโยบายบริหารเงินที่ไม่ฟุ่มเฟือย การที่จะลงทุนทางลัดด้วยการกว่านซื้อดาวดังมาเพื่อล่าแชมป์ จุดนี้คงเป็นไปได้ยาก

แต่การมาของโค้ชเตี้ย ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมทีม พร้อมกับร่วมผลักดันนโยบาย แข้งดาวรุ่ง ผสมผสาน แข้งเก๋า ดูจะมีแววไม่น้อย อย่างแรกที่พวกเขาประสบความสำเร็จคือ การได้กระแสแฟนบอลกลับมาเชียร์ทีมรักเต็มสนามอีกครั้ง ซึ่งภาพที่ปรากฏถือว่า เป็นเวลานานมากๆ แล้ว ที่ไม่ได้เห็นเหล่าแฟนคลับฉลามชล เข้ามาเชียร์ทีมเต็มความจุ ชลบุรี สเตเดี้ยม เช่นนี้ หลังจากที่ทีมของพวกเขาหลุดวงโคจรเป็นทีมลุ้นแชมป์

โดยช่วงที่ลีกเบรคโควิด-19  การเตรียมทีมของฉลามชลยังเข้มข้นเหมือนเดิม สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงแน่ๆ แล้วก็คือวันที่ 12 กันยายน เมื่อลีกกลับมารีสตาร์ทจะได้เห็น เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่ เรียงหน้าลงสนามกันหลายคนแน่นอน เพราะนี่คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดโอกาสให้แข้งยังบลัด ในอะคาเดมี่ที่บ่มเพาะกันมาเก็บเลเวลในเวทีสูงสุด

ซึ่งช่วงวันที่  30 มิถุนายน จัดการเซอร์ไพร์สแฟนๆ ด้วยการ จับ 4 แข้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ว่ากันว่า เป็นชุดเยาวชนยุคทอง ดีกรีไม่ธรรมดา กวาดแชมป์เมเจอร์ ในฟุตบอลเยาวชนระดับประเทศมาเกือบทั้งหมด จรดปากาเซ็นสัญญาเรียบร้อย ประกอบไปด้วย ทรงชัย ทองฉ่ำ, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, พงศกร ตรีสาตร์ และ ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ ต่อเนื่องด้วยโละ บรรดาแข้งตัวเก๋า อาทิ อดุล หละโสะ มงคล นามนวด รวมถึง กรวิทย์ นามวิเศษ ออกจากทีม เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งฉลามสายเลือดใหม่ เสียบตำแหน่งของบรรดาพี่ๆ ที่ออกไปอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเอง

 "แน่นอนว่า การเซ็นสัญญากับนักเตะทั้ง 4 คน นอกเหนือจะเป็นไปตามนโยบายของสโมสร ที่เราต้องการผลักดันนักเตะดาวรุ่งให้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่องแล้ว การเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในครั้งนี้ ก็จะเป็นอีกแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ให้กับนักเตะรุ่นน้องๆ ในอะคาเดมี่ มากยิ่งขึ้น"  บทสัมภาษณ์ของ "เสี่ยบอล" คุณศศิศ สิงห์โตทอง ผู้จัดการทีม ผู้อยู่เบื้องหลังดีล 4 แข้งดาวรุ่ง และเป็นหัวเรือใหญ่ในการเดินหน้าลุยนโยบาย กับแข้งเยาวชนของทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสโมสรที่มีอะคาเดมี่ปั้นนักบอลเก่งที่สุดในประเทศ ซึ่งบอสใหญ่ฉลามชลเน้นย้ำจุดนี้มากๆ โดยจุดมุ่งหมายนโยบาย คือ เปิดโอกาสเพื่อต่อยอดสู่ความสำเร็จในอนาคต

ส่วนบรรดาอดีตแข้งดาวรุ่งขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็ยกระดับเป็นแข้งแกนหลักได้บ้างแล้ว อย่าง ภานุพงษ์ พลซา แข้งวัย 26 ปี, "เจ้ายิม" วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กองกลาง 23 ปี, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์ 22 ปี "เจ้าและ" กฤษดา กาแมน กองกลางวัย 21 ปี รวมถึง สัมพันธ์ เกษี อายุ 21 ปี ซึ่งหลายๆ คน ทำผลงานได้ดีในช่วงก่อนปรีซีซั่น ก่อนไทยลีกกลับรีสตาร์ท

ผลงานของ ชลบุรี เอฟซี ใน 4 นัดแรก ไทยลีก ฤดูกาล 2020 มี 6 คะแนน จากผลงานการชนะ 2 นัด และ แพ้ 2 นัด รั้งอยู่ที่ 9 ของตาราง ถ้าหากมองถึงกับการที่พวกเขาต้องการจะกลับมาเป็นยักษ์ใหญ่อีกครั้ง การขอลุ้นเอี่ยวพื้นที่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะเอาอันดับ 1-4 จากเลกแรก ไปเตะปี 2021 ยังถือว่ามีความเป็นไปได้ เพราะเหลืออีก 11 เกมถ้าหาก ลูกทีม และ บรรดาแข้งดาวรุ่ง รักษามาตรฐานการเล่นที่คงเส้นคงวา เป้าหมายในถ้วยเอเชียคงไม่ไกลเกินเอื้อม

 "เรามุ่งมั่นทำผลงาน เพื่อสร้างผลงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย แต่ผมค่อนข้างเชื่อมั่นในผู้เล่นทั้งหมดที่มีอยู่ในทีมของเราตอนนี้ ทุกคนมีคุณภาพ และ ศักยภาพที่ดีพอ ที่จะช่วยกันพา ชลบุรี เอฟซี ทำผลงานให้ออกมาดีกว่า 4 เกมแรก อย่างแน่นอน" "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ของสโมสร ถึงภาพรวมของทีมและเป้าหมายหลัก ที่ยังมีอะไรให้ท้าทายต่อจากนี้มากๆ

เหล่าฉลามดาวรุ่งเลือดใหม่จะมีจิตวิญญาณความมุ่งมั่น ดุดัน เกรี้ยวกราด กัดไม่ปล่อย ตามสโลแกนสโมสร ปี 2020 "Bite Til The End" ของทีมหรือไม่ ต้องจับตาอย่ากะพริบ

น้องใหม่ล่าชัย! ลีดส์จัดทัพใหญ่รับมือฟูแล่มใส่2แข้งใหม่บู๊

ศึกสองน้องใหม่ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด พร้อมเปิดศึก "เจ้าสัวน้อย" ฟูแล่ม หลังปราชัยเกมประเดิมลีกสูงสุดมาทั้งคู่ ความพร้อมเกมนี้ของทั้งคู่เป็นอย่างไร แนวโน้มทีมตัวจริงใครได้ลงสนามบ้างไปดูกัน

    ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 
    ลีดส์ ยูไนเต็ด – ฟูแล่ม
    ถ่ายทอดสด : True Premier HD1 (เวลา : 21.00 น.)

    สนาม : เอลแลนด์ โร้ด 

 

    มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซืออาร์เจนไตน์มากประสบการณ์สูงของลีดส์ ยูไนเต็ด พาทีมออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ ด้วยการบุกไปพ่ายลิเวอร์พูลหวุดหวิด 3-4 แต่เป็นการแพ้ที่สร้างความประทับใจให้แฟนๆอย่างเต็มที่ ก่อนผิดหวังต่อเนื่อง จากการแพ้จุดโทษฮัลล์ ซิตี้ หลังเสมอ 1-1 ใน 90 นาทีตกรอบลีก คัพไปอีก  

    ความพร้อมเกมนี้ คุณลุงบิเอลซ่าต้องลุ้นความพร้อมของเลียม คูเปอร์ กองหลังกัปตันทีมที่มีอาการเจ็บน่องรบกวน ส่วนอดัม ฟอร์ชอว์ ที่เจ็บสะโพกยังต้องพักยาว

    การจัดทัพก็แน่นอนว่าต้องมีการปรับ หลังแกเปลี่ยนยกชุดทั้ง 11 ตัวเมื่อมิดวีก เพื่อเปิดโอกาสให้พวกตัวสำรองและดาวรุ่งได้ลงสนามกันอย่างเต็มที่  

    ทำให้บรรดาตัวหลัก ซึ่งสร้างความลือลั่นที่แอนฟิลด์ ไม่ว่าจะเป็นลุค อายลิ่ง กัปตันทีม, โรบิน ค็อค, คัลวิน ฟิลลิปส์, เอลแดร์ กอสต้า, มาเตอุสซ์ คลิช, แจ็ค แฮร์ริสัน และ แพทริค แบมฟอร์ด ต่างพร้อมคัมแบ็กตามปกติ 

    ฝั่ง สกอตต์ พาร์เกอร์ กุนซือฟูแล่ม พาทีมออกสตาร์ทได้อย่างน่าผิดหวังแพ้อาร์เซน่อลคารัง 0-3 แต่เรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้เล็กน้อย หลังบุกไปเชือดอิปสวิช 1-0 ในเกมลีก คัพ 

    สภาพทีมเกมนี้ สกอตตี้ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่ก็จะมีการปรับจากเมื่อมิดวีกแน่นอน 

    พวกแกนหลักที่ได้พัก อย่างทิม รีม, ไมเคิ่ล เฮ็คเตอร์, โจ ไบรอัน, ทอม แคร์นี่ย์ กัปตันทีม, จอช โอโนมาห์ และ อิวาน กาวาเลยโร่ ต่างพร้อมคัมแบ็ก   

    ส่วน 2 แข้งใหม่ที่ได้ประเดิมไปแล้วในเกมลีก คัพ ทั้งอัลฟงส์ อเรโอล่า ประตูทีมชาติฝรั่งเศส และ เคนนี่ เตเต้ แบ็กขวาฮอลแลนด์ น่าจะได้ยึดตัวจริงต่อเนื่อง

    รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    ลีดส์ ยูไนเต็ด (4-1-4-1) : อิลล็อง เมสลิเย่ร์ – ลุค อายลิ่ง, โรบิน ค็อค, ปาสกาล สตรุยจ์ค, สจ๊วร์ต ดัลลัส – คัลวิน ฟิลลิปส์ – เอลแดร์ กอสต้า, ปาโบล เอร์นานเดซ, มาเตอุสซ์ คลิช, แจ็ค แฮร์ริสัน – แพทริค แบมฟอร์ด 
    ผู้จัดการทีม : มาร์เซโล่ บิเอลซ่า   

    ฟูแล่ม (4-2-3-1) : อัลฟงส์ อเรโอล่า – เคนนี่ เตเต้, ทิม รีม, ไมเคิ่ล เฮ็คเตอร์, โจ ไบรอัน – แฮร์ริสัน รีด, ทอม แคร์นี่ย์ – นีสเก้นส์ เกบาโน่, จอช โอโนมาห์, อิวาน กาวาเลยโร่ – อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช  
    ผู้จัดการทีม : สกอตต์ พาร์เกอร์ 

    ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์ 

    ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

    27/06/20 ลีดส์ ยูไนเต็ด 3 – 0 ฟูแล่ม (แชมเปี้ยนชิพ)
    21/12/19 ฟูแล่ม 2 – 1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)
    04/04/18 ฟูแล่ม 2 – 0 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)
    16/08/17 ลีดส์ ยูไนเต็ด 0 – 0 ฟูแล่ม (แชมเปี้ยนชิพ)
    08/03/17 ฟูแล่ม 1 – 1 ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมเปี้ยนชิพ)

    ผลงาน 5 นัดหลังสุด

    ลีดส์ ยูไนเต็ด 
    17/09/20 เสมอ ฮัลล์ ซิตี้ 1-1 (เหย้า) ลีก คัพ 
    12/09/20 แพ้ ลิเวอร์พูล 3-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
    01/09/20 แพ้ สโต๊ค ซิตี้ 0-3 (เยือน) กระชับมิตร 
    23/07/20 ชนะ ชาร์ลตัน 4-0 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ
    19/07/20 ชนะ ดาร์บี้ 3-1 (เยือน) แชมเปี้ยนชิพ

    ฟูแล่ม 
    17/09/20 ชนะ อิปสวิช 1-0 (เยือน) ลีก คัพ  
    12/09/20 แพ้ อาร์เซน่อล 0-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
    29/08/20 เสมอ เอ็มเค ดอนส์ 2-2 (เหย้า) กระชับมิตร 
    05/08/20 ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 (สนามกลาง) แชมเปี้ยนชิพ
    31/07/20 แพ้ คาร์ดิฟฟ์ 1-2 (เหย้า) แชมเปี้ยนชิพ

 

พีพีทีวีผนึกบุนเดสลีกายิงสดยาว 5 ปี ประเดิมเสาร์ที่ 19 ก.ย.นี้!

พีพีทีวีจับมือบุนเดสลีกาอินเตอร์เนชันแนลเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในไทยยาวห้าปี ประเดิมนัดเปิดฤดูกาล เบรเมน พบ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน เสาร์ที่ 19 ก.ย. นี้!
  
ประกาศการลงนามในสัญญาฉบับใหม่กับ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลภาคพื้นดิน ช่อง PPTV HD 36 ซึ่งภายใต้สัญญาฉบับนี้ จะทำให้สถานี ฯ ซึ่งออกอากาศแบบฟรีทีวีสามารถถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกาให้ผู้ชมสามารถรับชมได้ทั่วประเทศเป็นระยะเวลาถึง 5 ปี โดยจะเริ่มถ่ายทอดสดนัดแรกในวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. นี้

พีพีทีวี จะถ่ายทอดสดฟุตบอลบุนเดสลีกาอย่างน้อยสองนัดต่อสัปดาห์ รวมไปถึงเยอรมันซุปเปอร์คัพ และแมตช์เพล์ยออฟหนีการตกชั้นทั้งแมตช์เหย้าและเยือนด้วย นอกจากนี้ แฟนบอลชาวไทยก็จะสามารถรับชมรายการต่าง ๆ จากบุนเดสลีกาได้ตลอดทั้งฤดูกาล รวมทั้งภาพไฮไลต์ของบุนเดสลีกา นอกจากนี้ บุนเดสลีกา อินเตอร์เนชันแนล และ พีพีทีวี ก็จะร่วมกันผลิตรายการกีฬา พร้อมจัดกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับแฟนบอลชาวไทย

โรเบิร์ต ไคล์น หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารของบุนเดสลีกา อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จับมือกับพีพีทีวีในฐานะสถานีโทรทัศน์พันธมิตรในประเทศไทยเป็นเวลา 5 ปี ด้วยความเป็นผู้นำด้านคอนเทนท์กีฬาของสถานี ฯ เรามั่นใจว่าทางพีพีทีวีจะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ของบุนเดสลีกาให้แก่แฟนบอลไทย เพื่อนำไปสู่การเติบโตของความนิยมฟุตบอลเยอรมันในประเทศไทยต่อไป"

 พลากร สมสุวรรณ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงนามในสัญญาครั้งนี้กับทางบุนเดสลีกา ทั้งนี้ ทางสถานี ฯ ได้ร่วมงานกับบุนเดสลีกามาตั้งแต่ฤดูกาล 2015/16 แล้ว ซึ่งในปีนั้น สถานี ฯ เริ่มถ่ายทอดสดฟุตบอลบุนเดสลีกาเป็นปีแรกบนช่องดิจิตอลฟรีทีวี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็ได้สร้างให้เกิดแฟนบอลบุนเดสลีกาในประเทศไทยเพิ่มขึ้นตลอดมา ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะเพิ่มความนิยมของลีกยิ่งขึ้นไปอีก"

 
สำหรับฤดูกาลใหม่ของฟุตบอลบุนเดสลีกาในเดือนกันยายนนี้ พีพีทีวี เตรียมถ่ายทอดสดถึง 4 คู่ ประเดิมด้วยนัดเปิดฤดูกาล ในวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. เวลา 20.30 น. เบรเมน พบ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน และวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. เวลา 20.30 น. ไลป์ซิก พบ ไมนซ์ 05 สำหรับแมตช์ส่งท้ายเดือนในสัปดาห์ถัดไป วันเสาร์ที่ 26 ก.ย. เวลา 20.30 น. เอาก์สบวร์ก พบ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต่อด้วยเวลา 23.30 น. ชาลเก้ 04 พบกับ เบรเมน 

 
พลาดไม่ได้กับการแข่งขันสุดมันส์กับการเปิดฤดูกาลของฟุตบอลลีกสุดแกร่ง บุนเดสลีกา ติดตามได้ทาง พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 หรือชมสดออนไลน์ที่ https://www.pptvhd36.com

เก็บตกวันผีโดนวิลล่าสอย

ย้อนกลับไปเมื่อวันเสาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ แอสตัน วิลล่า ในเกมอุ่นเครื่องที่ วิลล่า พาร์ค

1. ในภาพคือผู้เล่น 11 ตัวจริงในระบบ 4-2-3-1 โดย สก๊อตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กัน แต่ที่น่าสนใจคือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในตำแหน่งหน้าต่ำ (บางมีผังในทีวีอาจขึ้นผิดก็ได้ เพราะในสนาม เจสซี่ ลินการ์ด อาจเป็นหน้าต่ำ แดน เจมส์ เป็นหน้าขวา และ ‘แรช’ อยู่ทางซ้ายตามถนัด)

ดีน เฮนเดอร์สัน เฝ้าเสา ลุค ชอว์ หายเจ็บกลับมาแล้ว ส่วนบนม้านั่งสำรองคือดาวรุ่งเกือบจะล้วนๆ

2. ผู้เล่นตัวหลักที่หายไปคือ ดาบิด เด เคอา, อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, เอริก ไบยี่, ปอล ป๊อกบา, เนมานย่า มาติช, เฟร็ด, เมสัน กรีนวู๊ด, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

3. รายงานว่า ลุค ชอว์ ผอมเพรียวและเล่นได้ดี ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็พอใจในฟอร์มการเล่นของ ‘ดีวีบี’ ส่วน ปอล ป๊อกบา หายจากโควิด และกลับมาซ้อมได้แล้วนะครับ

4. แจ็ค กรีลิช ลงเล่นในเกมนี้ด้วย แต่คนทำประตูชัยให้ แอสตัน วิลล่า เป็นกองหน้าคนใหม่อย่าง โอลลี่ วัตกิ้นส์ ซึ่งหากใครได้เห็นไฮไลท์การทำประตูนี้จะพบว่าปราการหลังอย่าง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้แต่ยืนมองเฉยๆ

5. แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้จุดโทษในเกมนี้นะครับ แม้ซีซั่นที่แล้วพวกเขาจะได้จุดโทษมากที่สุดถึง 22 ครั้ง

คลิปไฮไลท์!แมนยูเครื่องไหม้วิลล่าซัดดับ1-0

แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เวลาที่ไม่มีเกมพรีเมียร์ลีกให้ฟาดแข้งจัดทีมลงเล่นเกมอุ่นเครื่องแต่บุกไปโดน แอสตัน วิลล่า ซัดดับ 1-0 ในเกมที่เตะแบบปิดสนาม ไม่ให้สื่อมวลชน รวมถึงแฟนบอลเข้าชมที่ วิลล่า พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย. 63

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา นำทัพปีศาจแดงลงอุ่นเครื่องเรียกความพร้อมกับสิงห์ผงาดที่ วิลล่า พาร์ค ก่อนมีคิวลุยพรีเมียร์ลีกนัดเปิดซีซั่นกับ คริสตัล พาเลซ ในสัปดาห์หน้า โดยเกมนี้ เป็นการเตะแบบปิด ไม่ให้สื่อและแฟนบอลเข้าชม ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และไม่มีการถ่ายทอดสดในอังกฤษด้วย ตลอดจนเปิดเผยข้อมูลแบบรายงานสดเรียลไทม์

โดยเกมนี้กุนซือนอร์วีเจี้ยนจัดทีมตัวจริงประกอบด้วยดีน เฮนเดอร์สัน ; ดิโอโก้ ดาโลต์, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ ; สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ; เจสซี่ ลินการ์ด, มาร์คัส แรชฟอร์ด , แดเนี่ยล เจมส์ ; โอเดียน อิกาโล่

ขณะที่ฝั่งวิลล่าก็จักตัวสำรองลงเล่นเป็นส่วนใหญ่โดยที่มีตัวหลักอย่างแจ็ค กรีลิช, ไทโรน มิงส์, จอห์น แม็คกินน์, เทรเซเกต์ รงมทั้งส่ง  โอลลี่ วัตกิ้นส์ กองหน้าเจ้าของค่าตัวสถิติสโมสร 28 ล้านปอนด์ (ราว 320 ล้านบาท) ที่เพิ่งย้ายมาจาก เบรนท์ฟอร์ด ลงล่าตาข่าย

เกมนี้เป็นวิลล่ามาได้ประตูขึ้นนำในนาที 15 จากการโหม่งโล่งๆของ วัตกิ้นส์ จากนั้นแมนฯ ยูไนเต็ดมีโอกาสตีเสมอหลายครั้งจาก เจมส์ ได้ซัดเหน่งๆช่วงท้ายครึ่งแรกแต่กลับยิงแป๊ก และ ลินการ์ด ได้ซัดเหน่งๆแต่เจด เสตียร์ เซฟได้เยี่ยม ขณะที่ครึ่งหลังเป็น "ปีศาจแดง" ที่ทำเกมได้ดีกว่าแต่จังหวะสุดท้ายไร้ประสิทธิภาพทำให้จบเกมบุกมาพ่าย 0-1

นาเกิลส์มันน์รับ “อูปาเมกาโน่” ลาไลป์ซิกแน่

งานนี้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีลุ้นขึ้นมาเลยทีเดียว เพราะล่าสุด ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ กุนซือ แอร์เบ ไลป์ซิก รับสภาพ ยากที่จะรั้ง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ปราการหลังเนื้อหอม ให้อยู่กับทีมต่อ

ยูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ เทรนเนอร์ แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรดังแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืนยันว่า ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งคนเก่ง จะไม่ย้ายไปไหนแน่นอนในปีนี้ แต่ยากที่จะรั้งเอาไว้ในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

อูปาเมกาโน่ มีข่าวเกี่ยวโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องในระยะหลัง แถมก่อนหน้านั้นมีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง บาเยิร์น มิวนิค, เรอัล มาดริด และ อาร์เซน่อล หลังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ ไลป์ซิก ตลอดฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา

ถึงแม้ อูปาเมกาโน่ เพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่ 3 ปี กับ ไลป์ซิก เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ นาเกิลส์มันน์ ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ ปราการหลังวัย 21 ปี จะอำลาถิ่น เร้ดบูลล์ อารีน่า หลังจบฤดูกาล 2020/21

"ฤดูกาลนี้เขาจะยังอยู่ที่นี่ ผมมั่นใจเลย แต่สำหรับในอนาคต ผมไม่แน่ใจ เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีความสามารถสูง หลายๆ สโมสรอยากซื้อเขา บางทีฤดูกาลหน้ามันอาจจะเป็นจริงที่เขาย้ายออกจากสโมสร แต่ฤดูกาลนี้เขาอยู่ต่อ" กุนซือหนุ่มเลือดเบียร์วัย 33 ปี

ทั้งนี้ อูปาเมกาโน่ เพิ่งทำประตูแรกในสีเสื้อทีมชาติฝรั่งเศส ในเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก นัดที่ "ตราไก่" เปิดบ้านพิชิต โครเอเชีย 4-2 เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน ที่ผ่านมา

 

“โค้ชอั๋น”เชื่อ “ค้างคาวไฟ” ดีพอล้ม “กิเลนผยอง”

"โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ เชื่อ "ค้างคาวไฟ" มีดีพอเปิดบ้านล้ม "กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ประเดิม3แต้ม แม้ขาด"บาจโจ้" แต่เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว

ความเคลื่อนไหวของทัพ"ค้างคาวไฟ"สุโขทัย เอฟซี ที่เตรียมเปิดสนามทะเลหลวง ต้อนรับการมาเยือนของ "กิเลนผยอง"เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2020 นัดที่ 5 ในวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 เวลา 20.00 น.

ล่าสุด "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ หัวหน้าผู้ฝึกสอน สุโขทัย เอฟซี เปิดถึงความพร้อมของทีมว่า ในส่วนของตัวผู้เล่นจะขาดเพียง จอห์น บาจโจ้ ปีกตัวจี๊ดและกัปตันทีมเพียงรายเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นทุกคนฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามได้หมด ซึ่งแม้จะขาดตัวหลักอย่างบาจโจ้ไป แต่ตนเชื่อว่าคนอื่นๆสามารถที่จะลงมาทดแทนกันได้

 "แน่นอนว่า บาจโจ้ เป็นกำลังสำคัญของทีม การขาดเขาไปทีมอาจจลดประสิทธิภาพในเกมรุกไปบ้าง แต่เชื่อว่าคนอื่นทดแทนได้ เพราะเราเน้นระบบทีมเวิร์คมากกว่าตัวบุคคล และในช่วงเก็บตัวก่อนหน้านี้ เราได้ทดลองระบบการเล่นเพื่อเตรียมรับมือในเรื่องนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าทุกคนทำได้ดีและน่าพอใจ"

ส่วนเป้าหมายในเกมนี้ เฮดโค้ชค้างคาวไฟ กล่าวว่า "แน่นอนว่าการกลับมาของไทยลีกอีกครั้งหลังหยุดพักไปนาน รวมทั้งการได้เล่นในบ้าน เราตั้งเป้าที่ 3 คะแนนเพื่อประเดิมขวัญและกำลังใจให้กับทีม ซึ่งแม้ว่า เมืองทอง จะเป็นทีมที่ดี แต่ตนเชื่อว่า ด้วยศักยภาพของทีมเรา รวมถึงผลงานในการฝึกซ้อมที่ผ่านมา ที่ทุกคนเข้าใจในแท็กติก และทำได้ดี เชื่อว่าเราจะคว้า 3 แต้มได้"