น้ำใจงาม! “ซัวเรซ” ซื้อบิ๊กแม็คเป็นแสนร่วมบริจาคให้บ้านเกิด

หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอก "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด มีน้ำจิตน้ำใจให้กับพี่น้องด้วยการสั่งอาหารฟาสฟู้ดบริษัทดังจำนวนรวมเกือบ 170,000 บาทเพื่อนำเงินทั้งหมดไปบริจาคให้กับการกุศลในประเทศบ้านเกิด
   
หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้ามากประสบการณ์ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด สโมสรดังแห่งศึกลา ลีกา สเปน ใจบุญสุดๆ ด้วยการสั่งแฮมเบอร์เกอร์จำนวน 1,000 ชิ้น สนนราคารวม 4,300 ปอนด์ (ราว 163,400 บาท) ซึ่งเงินจำนวนนี้จะถูกนำเข้าการกุศลในประเทศอุรุกวัย บ้านเกิดของนักเตะ

ในทุกๆ ปี แม็คโดนัลด์ บริษัทฟาสต์ฟู้ดชื่อดังจะจัดงานการกุศลที่ใช้ชื่อว่ามูลนิธิบ้านพักพิง โรนัลด์ แม็คโดนัลด์ (Ronald McDonald House Association) โดยเมื่อปีที่ผ่านมา คาร์ลอส เตเวซ อดีตหัวหอกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เคยร่วมบริจาคให้กับ อาร์เจนตินา ด้วยการสั่งเบอร์เกอร์จำนวน 1,000 ชิ้น

สำหรับในปี 2020 ซัวเรซ ได้สั่ง "บิ๊กแม็ค" ของ แม็คโดนัลด์ ราคาชิ้นละ 4.30 ปอนด์ (ราว 163 บาท) เป็นจำนวน 1,000 ชิ้นผ่านทางแอพพลิเคชั่น แม็คเดลิเวอรี่โดยเงินทั้งหมดจะถูกส่งไปยังโรงเรียนฟุตบอลในเมืองปันโด ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอนเตวิเดโอประมาณ 20 ไมล์ (ราว 32.18 กิโลเมตร) และมูลนิธิบ้านพักพิงโรนัลด์

หลังจากที่ อดีตสตาร์ลิเวอร์พูล และ บาร์เซโลน่า ได้ร่วมบริจาคในครั้งนี้แล้ว แม็คโดนัลด์ สาขาอุรุกวัยได้ทวิตข้อความผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า "หลุยส์ ซัวเรซ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่มีพรมแดนในวันที่ยิ่งใหญ่ เขาซื้อบิ๊กแม็ค 1,000 ชิ้นจากสเปนผ่านทางแม็คเดลิเวอรี่ เพื่อบริจาคให้กับบ้านพักพิงโรนัลด์ ในลิเซโอ อิมพูลโซ และบริจาคให้กับ ปันโด้ เบบี้ลีก ขอบคุณ หลุยส์ สำหรับการบริจาคครั้งนี้ ! ไม่ว่าอยู่แห่งหนไหนทุกๆ คนสามารถร่วมกับเราได้"

ทั้งนี้มูลนิธิบ้านพักพิง โรนัลด์ แม็คโดนัลด์ เคยช่วยครอบครัวที่มีความจำเป็นมาแล้วมากกว่า 7,000 รายต่อปีในประเทศอุรุกวัย ขณะเดียวกันมูลนิธนี้ยังช่วยจัดหาอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมทั้งให้การสนับสนุนผู้หญิงท้อง และจัดหายารักษาโรคที่จำเป็นด้วย

อยู่กับมาดริดจนเลิก!โครสเผยข้อเสนอย้ายทีมเพียบแต่ไม่สน

โทนี่ โครส มิดฟิลด์ เรอัล มาดริด ระบุ เคยได้รับข้อเสนอให้ย้ายออกจากทีมอยู่หลายครั้ง แต่ตนก็ตั้งใจที่จะอยู่กับ "ราชันชุดขาว" ไปจนเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ

โทนี่ โครส กองกลางชาวเยอรมันของ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน เปิดเผยว่าที่ผ่านมาตนเคยได้รับข้อเสนอให้ย้ายออกจากทีมหลายครั้ง แต่ก็ไม่คิดที่จะเจรจาเรื่องดังกล่าวเลย

โครส เล่นให้กับ มาดริด เป็นฤดูกาลที่ 7 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก อาทิเช่น การได้แชมป์ลีก 2 สมัย และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ครั้ง เป็นต้น แต่ที่ผ่านมาก็มีข่าวลือเป็นระยะๆ ว่าเขาอาจจะย้ายกลับไปเล่นในบ้านเกิดในช่วงโค้งสุดท้ายของอาชีพการเล่น

"ผมชอบกลับไปที่ เยอรมนี อยู่เสมอ เพราะที่นั่นคือบ้านเกิดของผม และที่นั่นก็พูดภาษาเดียวกับผม ที่จริงผมได้รับข้อเสนอหลายข้อเสนอ แต่ผมไม่เคยพูดกับสโมสรอื่นๆ เลย เพราะว่าความคิดของผมคือการอยู่กับ เรอัล มาดริด ไปจนแขวนสตั๊ด" แข้งวัย 30 ปี ระบุ

ไขข้อข้องใจทำไมลิเวอร์พูลเสียจุดโทษเกมกับเชฟฯยูไนเต็ด

กลายเป็นประเด็นร้อนระหว่าง วีเออาร์ กับ ลิเวอร์พูล อีกครั้ง หลังเมื่อสัปดาห์ก่อน ‘หงส์แดง’ เป็นฝ่ายเสียประโยชน์ในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน และนัดล่าสุดกับลูกจุดโทษที่ ‘หงส์แดง’ เสียให้แก่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก็ทำให้แฟนบอลหลายคนสงสัยว่าจังหวะที่ ฟาบินโญ่ เข้าสกัด โอลี่ แม็คเบิร์นนี่ย์ สมควรเป็นจุดโทษจริงๆ หรือ?
    จังหวะดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเกม โดยแรกเริ่ม ฟาบินโญ่ สกัดบอลไม่ดีไปติดตัว จอห์น ลุนด์สแตรม มิดฟิลด์ของ เชฟฯ ยูไนเต็ด แล้วบอลมาเข้าทางของ โอลี่ แม็คเบิร์นนี่ย์ ก่อนที่ดาวเตะแซมบ้าของ ลิเวอร์พูล เข้าสกัดบอลจังหวะสองจากทางด้านหลังตรงบริเวณเส้นกรอบเขตโทษ

    ซึ่งทันใดนั้น ไมค์ ดีน ผู้ทำหน้าที่ชี้ขาดในเกมนี้ เป่าเป็นลูกฟาวล์ของ ฟาบินโญ่ และให้เป็นฟรีคิกแก่ ทีมดาบคู่ อย่างไรก็ตาม วีเออาร์ ที่ควบคุมโดย อันเดร มาร์ริเนอร์ นำจังหวะนี้มาตรวจสอบใหม่อีกครั้ง และส่งสัญญาณบอก ดีน ว่าช็อตนี้เป็นจุดโทษของ เชฟฯ ยูไนเต็ด แล้วก็เป็น ซานเดอร์ เบิร์ก สังหารไม่พลาดพาทีมเยือนขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะตามตีเสมอ 1-1 จาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในช่วงท้ายครึ่งแรก และมาได้ประตูชัยจากลูกโขกของ ดีโอโก้ โชต้า ในช่วงครึ่งหลัง

    อย่างไรก็ดี การทำหน้าที่ของ วีเออาร์ เกิดเป็นคำถามของแฟนบอลหลายคนที่มองว่า เทคโนโลยีตัวช่วยการตัดสินนี้เกิดข้อผิดพลาดหรือไม่ และเมื่อกางกฎกติกาออกมาแล้ว สามารถยืนยันได้ว่าจังหวะนี้สมควรแก่เป็นลูกจุดโทษของ เชฟฯ ยูไนเต็ด เนื่องจากเป็นการฟาวล์บนเส้นกรอบเขตโทษ ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกรอบเขตโทษ ฉะนั้นต่อให้ไม่ได้ทำฟาวล์ข้างในกรอบ แต่หากเกิดขึ้นตรงเส้นเขตโทษ ก็จะกลายเป็นลูกจุดโทษทันที

    แล้วทีนี้ ข้อสงสัยอีกหนึ่งอย่างคือมันสมควรเป็นลูกฟาวล์หรือไม่ เพราะจะเห็นว่า ฟาบินโญ่ ก็เข้าสกัดโดนลูกฟุตบอล ซึ่งในจุดนี้เอง วีเออาร์ ไม่ได้เช็กได้ว่าเป็นการฟาวล์หรือไม่ เพราะยืนยันตามที่กรรมการตัดสินแล้วว่าเป็นลูกฟาวล์ จึงทำให้ วีเออาร์ ทำหน้าที่เช็กเพียงว่าการฟาวล์นี้เกิดขึ้นในเขตโทษ หรือว่านอกเขตโทษเท่านั้น

ทอฟฟี่แตก!อันเช่เปิดใจหลังเกมเอฟเวอร์ตันโดนเซาธ์แฮมป์ตันสอย

คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือเอฟเวอร์ตัน เปิดใจถึงผลงานของทัพ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ในแมตช์ออกไปโดน เซาธ์แฮมป์ตันสอย เกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมชี้จังหวะที่ ลูก้าส์ ดีญ โดนใบแดงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับนักเตะเลย
    คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียนของ เอฟเวอร์ตัน ยอมรับแมตช์นี้ลูกทีมของตนทำผลงานได้น่าผิดหวัง ส่งผลให้ต้องออกไปพ่าย "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน 0-2 ที่สนามเซนต์ แมรี่ส์ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา

    เซาธ์แฮมป์ตันทำผลงานได้อย่างดุดันโดนได้สองประตูจาก เจมส์ วอร์ด-เพราส์  กับ เช อดัมส์ ในช่วงครึ่งแรก ขณะที่ครึ่งหลังในนาทีที่ 72 "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ต้องมาเสียเปรียบเมื่อ ลูก้าส์ ดีญ ไปเข้าหนักใส่ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

    สำหรับการออกไปแพ้ "นักบุญ" ในแมตช์นี้ทำให้ เอฟเวอร์ตัน พ่ายเป็นเกมแรกในลีกฤดูกาลนี้ ทำให้ตอนนี้ทีมมี 13 คะแนนเท่ากับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แต่ผลต่างประตูได้เสียเหนือกว่าจึงยังคงยึดตำแหน่งจ่าฝูงลีกต่อไป โดยหลังจบเกม อันเชลอตติ ยอมรับว่าผลงานของนักเตะในแมตช์นี้น่าผิดหวังมากๆ

    "มันไม่ใช่วันที่ดีและก็ไม่ใช่ฟอร์มที่ดีสำหรับเรา เราอยู่ที่นี่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการพ่ายแพ้เกมแรก และผมรู้สึกว่าเราต้องพัฒนาต่อไปอีก แน่นอนว่าเราไม่อยากแพ้ แต่ในวงการฟุตบอลเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ เราต้องมองไปข้างหน้าจากเกมนี้ พร้อมกับยังคงมีความเชื่อมั่นอย่างที่เราเคยมี แต่เรื่องแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้"

    ขณะเดียวกัน "คาร์เล็ตโต้" ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ ดีญ โดนไล่ออกจากสนามว่า "ผมคิดว่ามันรุนแรงมากๆ เราจะทำการอุทธรณ์ในเรื่องนี้ มันไม่ใช่จังหวะที่เจตนาทำเลย มันไม่ใช่พฤติกรรมที่รุนแรง จริงๆ แล้วแค่ใบเหลืองก็พอแล้ว แต่นี่ไม่ใช่พฤติกรรมที่รุนแรง และใบแดงถือว่าไม่ยุติธรรม"

ประเดิมบิ๊กแมตช์! บุรีรัมย์รับเมืองทอง แฟนบอลเข้าชม 50%

สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศให้แฟนฟุตบอลเข้าชมเกมในสนามได้แล้ว 50% ตามนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 โดยเริ่มจากเกมบิ๊กแมตช์รับการมาเยือนของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในสุดสัปดาห์นี้
 
ช่วงก่อนหน้านี้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ให้ทุกสนามแข่งขันฟุตบอลกลางแจ้งที่มีการเชียร์เสียงดังอนุญาติให้แฟนฟุตบอลเข้าชมเพียง 25% แต่ไม่เกิน 4000 คน ล่าสุดมีคำสั่งประกาศใหม่หลังสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยสามารถให้สนามฟุตบอลมีความจุผู้ชมเพิ่มขึ้นที่ 50% ของความจุสนาม และทีมปราสาทสายฟ้าประกาศอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วว่า เกมบิ๊กแม็ตช์ไทยลีก ที่เปิดสนามช้างอารีน่า รับการมาเยือนของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ จะเริ่มทำตามนโยบายของ ศบค. ทันที

สำหรับความจุของสนามช้างอารีน่า อยู่ที่จำนวน 32,600 ที่นั่ง คิดเป็น 50% จะเหลือ 16,300 ที่นั่ง

ภาพจาก : เพจ BURIRAM UNITED

เลี้ยงหลบ 10 กว่าครั้ง วิ่งเกือบสิบโล! บีจี เผยสถิติสุดยอดเยี่ยม สิโรจน์ เกมชนะสุโขทัย

ความเคลื่อนไหวของ บีจี  ปทุม ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงในศึกฟุตบอลไทยลีก 2020 ที่เกมล่าสุดบุกไปเอาชนะ สุโขทัย ด้วยสกอร์ 3-2 ซึ่งเกมนี้ สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าตัวเก่งดีกรีทีมชาติไทยออกสตาร์ทเป็นตัวจริงและมีส่วนร่วมถึงสองประตูด้วยกันให้กับ บีจี

ล่าสุดเป็นทาง บีจี ได้ออกมาเผย สถิติที่ยอดเยี่ยมของ สิโรจน์ ฉัตรทอง ในเกมกับ สุโขทัย โดยเผยว่า " BG THE STATS : การกลับมาลงตัวจริงอีกครั้งของ “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง ในเกมที่พบกับสุโขทัย เอฟซี เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ไม่ทำให้สาวก “เดอะ แรบบิท” ผิดหวัง !! ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและเป็นส่วนสำคัญให้ทีมได้รับชัยชนะ "

ผลงานของสิโรจน์ ฉัตรทอง ในเกมที่พบกับ สุโขทัย เอฟซี

1. ลงเล่น 78 นาที

2. มีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมทีม 70 ครั้ง

3. ทำ 1 ประตู

4. เลี้ยงหลบคู่ต่อสู้ 13 ครั้ง

5. เข้าปะทะ 9 ครั้ง

6. วิ่ง 8.1 กิโลเมตร

สำหรับโปรแกรมนัดต่อไปของ บีจี จะมีคิวบุกไปปเยือน สิงห์ เชียงราย ในวันที่ 31 ตุลาคม ที่ สิงห์ สเตเดียม

มาต้าเปิดใจเข้าขากับใครมากที่สุดในแมนยู

ฆวน มาต้า มิดฟิลด์จอมเก๋าของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ในขุมกำลังชุดปัจจุบันนั้นตนเข้าขากับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส สุดๆ พร้อมบอกว่าสนุกมากๆ ที่ได้เล่นร่วมกับแข้งชาวโปรตุกีส
    ฆวน มาต้า กองกลางประสบการณ์สูงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าตนเข้าขากับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมมากๆ

    ฤดูกาลนี้ มาต้า สามารถทำผลงานกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โดดเด่นกว่าหลายซีซั่นที่ผ่านมา โดยเขาทำได้ 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 3 นัดในทุกรายการ ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้รับคำชมจากหลายฝ่ายพอตัวจนถึงขั้นที่บางคนมองว่าเขาควรจะได้เป็นตัวจริงบ่อยกว่าซีซั่นก่อนๆ ด้วย

    ดาวเตะชาวสแปนิชเผยว่า "ผมสนุกมากๆ เวลาที่ได้เล่นกับนักเตะแบบเขา ผมคิดว่าเราเข้าใจถึงการเล่นฟุตบอลในทางเดียวกัน เราต่างก็ชอบเล่นในจุดที่มีพื้นที่ว่างเยอะๆ พร้อมกับเล่นและเคลื่อนที่เพื่อสร้างโอกาสการทำประตูให้กับกองหน้าของเรา เราเข้าขากันได้ดีมากๆ ตอนอยู่ในสนาม"

    "แค่มองตากันแว่บเดียวเราก็รู้แล้วว่าเราอยากให้บอลมันไปอยู่ในจุดไหน รวมถึงรู้ว่าเราควรจะต้องเคลื่อนที่กันยังไง แน่นอน มันไม่ใช่ว่ามันจะไปได้สวยซะทุกครั้ง แต่เราก็พยายามเล่นร่วมกัน เพราะเราเข้าใจกันและกันได้ดีมากๆ"
 

โฟเด้นซัดกู้ชีพ! แมนซิตี้ตามเจ๊าเวสต์แฮมหืดชวดขึ้นท็อปโฟร์-ฟาเบียนสกี้สุดเหนียว

ฟิล โฟเด้น สวมบทซูเปอร์ซัพลงมาซัดประตูช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามตีเสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แบ่งแต้มไปด้วยสกอร์ 1-1 ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" รั้งที่ 11 ของตาราง ชวดโอกาสเก็บ 3 แต้มเพื่อขยับขึ้นไปรั้งท็อปโฟร์ชั่วคราว ส่วนทีม "ขุนค้อน" ไร้พ่าย 3 นัดรวดรั้งที่ 10 ของตาราง ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา

    การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่แแรกประจำวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2563 ที่สนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม ระหว่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

    เดวิด มอยส์ กุนซือเวสต์แฮม กำลังโชว์ฟอร์มเยี่ยมไม่แพ้มา 2 เกมแล้ว เกมนี้ได้ มิคาอิล อันโตนิโอ  ผ่านความฟิตลงเป็นตัวจริงในตำแหน่งหัวหอกตัวเป้า ขณะที่ตำแหน่งอื่นๆพร้อมลงประจำการทั้งหมด ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์ และ ปาโบล ฟอร์นัลส์

    ด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ เกมนี้ใส่ชื่อของ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นสำรองเท่านั้นหลังมีอาการเจ็บรบกวน เช่นเดียวกับ นาธาน อาเก้ ที่ไร้ชื่อ โดยสามแนวรุกวาง ริยาด มาห์เรซ, ราฮีม สเตอร์ลิง และ เซร์คิโอ อเกวโร่

    เปิดฉากครึ่งแรกมา แมนซิตี้ เดินเกมบุกเข้าใส่ทันที ได้ขึงบุกใส่อย่างต่อเนื่อง นาที 13 อิลคาย กุนโดกัน เติมขึ้นมาหน้าเขตโทษแล้วลองกดด้วยซ้ายแต่บอลไม่ตรงกรอบ

    อย่างไรก็ตาม เวสต์แฮม ที่เกมเป็นรองมีโอกาสโต้กลับขึ้นมา และได้ประตูพลิกนำก่อน 1-0 ในนาที 18 จากจังหวะที่ วลาดิเมียร์ คูฟาล เปิดจากริมเส้นฝั่งขวาเข้าเขตโทษให้ มิคาอิล อันโตนิโอ แล้วจักรยานอากาศตามน้ำส่งบอลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม 

    หลังจากนั้น "เรือใบสีฟ้า" พยายามโหมบุกใส่อยู่ฝ่ายเดียวแต่ยังเจาะเกมรับเจ้าถิ่นไม่ได้ และต้องลุ้นซัดไกลจากนอกกรอบของ เอริค การ์เซีย ที่เติมขึ้นมาลองส่องแต่บอลเฉียดเสาแรกออกไปนิดเดียว ในนาที 34  

    ท้ายครึ่งแรก เวสต์แฮม มีโอกาสตอบโต้บุกใส่เช่นกัน แต่สุดท้ายทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรก เวสต์แฮม นำอยู่ 1-0

    ครึ่งหลัง แมนซิตี้ เริ่มด้วยการถอด เซร์คิโอ อเกวโร่ ออกจากสนามแล้วส่ง ฟิล โฟเด้น ลงเล่นแทน แล้วดัน ราฮีม สเตอร์ลิง ขึ้นไปยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า

    เกมดำเนินมาถึง นาที 51 แมนซิตี้ มาได้ประตูตีเสมอป็น 1-1 ชูเอา กานเซโล่ เติมขึ้นมาแล้วจ่ายบอลยัดให้ ฟิล โฟเด้น ตัวสำรองเอี้ยวตัวซัดด้วยซ้ายจ่อๆบอลเบียดเสาแรกเข้าประตูไป

    ถัดมา นาที 68 "ขุนค้อน" มีโอกาสโต้กลับมาอีกครั้ง อังเดร ยาโมเลนโก้ ลากจากริมเส้นฝั่งขวาแล้วตัดเข้าในซัดด้วยซ้ายบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

    นาที 84 ปาโบล ฟอร์นัลส์ มีโอกาสที่จะทำให้ เวสต์แฮม แซงนำอีกครั้งเมื่อหลุดเดี่ยวมาตั้งแต่กลางสนามพยายามจะชิพข้ามตัว เอแดร์ซอน ที่ออกมาปิดมุมแต่บอลไม่มีน้ำหนักไปเข้าซองนายด่านชาวบราซิลรับสบาย

    ท้ายเกมนาที 86 แมนซิตี้ พลาดโอกาสทองที่จะขึ้นนำเมื่อ เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเดี่ยวแต่ยิงไม่ผ่านมือของ ลูคัส ฟาเบียนสกี้ โชว์ซูเปอร์เซฟปัดออกหลังไป

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เวสต์แฮม เปิดบ้านเสมอ แมนฯ ซิตี้ 1-1
   
   
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (5-4-1) : ลูคัส ฟาเบียนสกี้ – วลาดิเมียร์ คูฟาล, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า, อารอน เครสส์เวลล์, อาร์กตูร์ มาซูอากู – จาร์ร็อด โบเว่น, โทมัส ซูเช็ค, เดแคลน ไรซ์, ปาโบล ฟอร์นัลส์ – มิคาอิล อันโตนิโอ (อังเดร ยาโมเลนโก้ น.52)

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาซ, เอริค การ์เซีย, ชูเอา กานเซโล่ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา (เควิน เดอ บรอยน์ น.69), โรดรี้ เอร์นานเดซ, อิลคาย กุนโดกัน – ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่ (ฟิล โฟเด้น น.46), ราฮีม สเตอร์ลิง

แฟนสาวโด้รับเคยเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ ตอกหน้าคนขี้อิจฉา

จอร์จิน่า โรดริเกซ สาวข้างกายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดเผยว่าตอนเด็กๆ ตนเคยเป็น ‘ลูกเป็ดขี้เหร่’ มาก่อน และตอกกลับพวกคนที่อิจฉาเธอกับชีวิตอันแสนสุขสบายในปัจจุบัน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์นักฟุตบอลของ ยูเวนตุส และ จอร์จิน่า โรดริเกซ แฟนสาว ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกับเงินทองที่มีมากมาย แต่ในอดีตทั้งสองคนเคยลำบากมาก่อน และต้องดิ้นรนชีวิตกว่าจะเป็นได้ถึงทุกวันนี้

จอร์จิน่า ซึ่งเป็นหนึ่งในเซเลบริตี้คนดัง และมีผู้ติดตามใน อินสตาแกรม กว่า 21.5 ล้านคน เคยอาศัยในชุมชนแออัด และเช่าบ้านอยู่ในเมือง อูเอสก้า ประเทศสเปน มีรายได้แค่ 250 ปอนด์ หรือประมาณ 10,200 บาท ต่อสัปดาห์ ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ บริสตอล ประเทศอังกฤษ ตอนอายุได้ 17 ปี และรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงสอนภาษาอังกฤษ

รวมถึงพ่อบังเกิดเกล้าของเธอ เคยติดคุก 10 ปี ข้อหายาเสพติดสองครั้ง ขณะเดียวกัน โรนัลโด้ ก็เติบโตในครอบครัวที่ยากจน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน จอร์จิน่า วัย 26 ปี ใช้ชีวิตอย่างหรูหรากับ โรนัลโด้ ซึ่งมีรายได้ 540,000 ปอนด์ หรือประมาณ 22 ล้านบาท ต่อสัปดาห์ แต่ทั้งคู่ก็โดนเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับการยอมรับเท่าที่ควร

ฉันมีคติประจำใจ -ไม่ว่าคุณจะทำอะไร คุณก็ต้องถูกวิจารณ์อยู่ตลอด-" จอร์จิน่า ให้สัมภาษณ์กับ  Mujer Hoy เว็บไซต์แฟชั่นชื่อดัง

"ผู้คนต่างอิจฉาคู่ชีวิตของฉันและตัวฉันเอง ความอิจฉาเป็นความรู้สึกที่ทำให้ความเป็นมนุษย์มันไร้สาระ มันไม่ได้ทำให้พวกเขาพัฒนาขึ้นและเต็มไปด้วยความเกลีดชังกับความแค้น"

นอกจากนี้ จอร์จิน่า ยังยอมรับว่าตัวเธอเองไม่ได้ถูกคาดหวังว่าจะมาได้ไกลถึงขนาดนี้ "ตอนที่ฉันยังเด็กๆ ฉันเคยเป็นลูกเป็ดขี้เหร่มาก่อน และฉันก็เปลี่ยนเป็น หงส์"

"ตอนเกิด ไม่มีใครเลยที่จะบอกว่า ฉันจะสวย พวกเขามักบอกกับฉันเสมอในเรื่องนั้น ฉันรักตัวฉันที่ไม่ได้สมบูณร์แบบ ไม่มีใครหรอกที่เพอร์เฟค แต่คนเราต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะ นั่นคือสิ่งที่วิเศษในตัวของมันเอง"

รวยแต่ต้องปิด แข้งขอนแก่นขับเบ๊นซ์แต่ไม่กล้าให้ใครเห็น

อาชีพนักฟุตบอลสำหรับใครหลายคน สามารถทำให้ฐานะลืมตาอ้าปากได้ แต่สำหรับนักเตะรายนี้ มาเล่นฟุตบอลอาชีพไม่ใช่เพราะเรื่องเงิน เนื่องจากที่บ้านมีฐานะที่ร่ำรวยอยู่แล้ว แต่เขามาเพื่อตามล่าความฝันกับกีฬาที่เขาหลงใหล

    “เบส”ธนพล ศรีทอง ดาวยิงขอนแก่น ยูไนเต็ด เกิดในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างมั่นคง โดยครอบครัวทำธุรกิจสัมปทานรถบัสประจำทางระหว่างอำเภอเมือง ขอนแก่น ไปยังอ.กระนวน มีรถวิ่งในเส้นทางนี้กว่า 20 คัน ด้วยชีวิตที่ค่อนข้างสุขสบายในวัยเด็ก แต่เจ้าตัวก็ยังมีความฝันอยากจะเล่นฟุตบอลอาชีพ เมื่อทีมขอนแก่น เอฟซี บ้านเกิดเคยขึ้นไปเล่นอยู่ในไทยลีกและเจ้าตัวตามเชียร์ถึงขอบสนาม

    เส้นทางฟุตบอลของ “เบส”ไม่มีอะไรหวือหวา เจ้าตัวเรียนอยู่ร.ร.สาธิตขอนแก่น ตั้งแต่ประถมจนมัธยมปลาย แต่โอกาสเรื่องฟุตบอลค่อนข้างมีน้อย เนื่องจากเด็กในโรงเรียนเล่นฟุตบอลเป็นไม่กี่คน เจ้าตัวต้องดิ้นรนไปคัดฟุตบอลระดับเยาวชนของจังหวัดขอนแก่นจนได้ติดทีมไปเล่นกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

 
    เมื่อขึ้นม.ปลาย “เบส”ธนพล ตัดสินใจไปคัดกับทีมขอนแก่น เอฟซี ด้วยพาหนะรถเบ๊นซ์ของครอบครัว แต่ด้วยความกลัวว่าถ้าหากไปแบบนี้อาจโดนมองว่า เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ จึงเอารถเบ๊นซ์ไปจอดห่างไกลจากสนามซ้อมแล้วเดินเข้าไปคัดตัว

 
    “ปีแล้วปีเล่าผมไปคัดก็ไม่เคยติด แต่ผมก็ไม่ลดละพยายาม ใช้เวลาในการคัดถึง 4 ปี มาติดตอนเรียนอยู่ม.ขอนแก่น ปี 3 แล้ว ซึ่งก็ต้องแบ่งเวลาทั้งการเรียนและการเล่น มีอยู่วันหนึ่งผมต้องบินไปเตะกับกระบี่ เอฟซี แต่อีกวันต้องพรีเซ็นต์งานกับอาจารย์ที่ขอนแก่น ก็นั่งเครื่องบินหลังแข่งจบมาลงที่สุวรรณภูมิ แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ก็ขับรถมารับที่สุวรรณภูมิ กลับขอนแก่น(หัวเราะ) ก็ถือว่าเหนื่อยเพราะบอลอาชีพก็อยากเล่น เรียนก็อยากจบ แต่ก็จบมาได้ในที่สุด”

 
    หลังจากเรียนจบก็มุ่งสมาธิเล่นฟุตบอลให้กับขอนแก่น เอฟซี โดยเล่นอยู่ 6 ปี ย้ายไปทีโอที ไม่ทันไรทีมก็ยุบ เลยกลับมาเล่นให้ขอนแก่น มอดินแดง ซึ่งเจ้าตัวระเบิดฟอร์มยิงไป 14 ประตูในไทยลีก 4 จนฟอร์มเตะตาผู้บริหารทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด และดึงไปร่วมทีมในที่สุด

 
    ความจริงแล้ว นอกจากการเรียนกับการเล่นฟุตบอล เจ้าตัวยังต้องเลือกเส้นทางเมื่อครอบครัวจะส่งไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา แต่หลังจากไปลองใช้ชีวิตอยู่ 1 ปี เจ้าตัวเลือกที่จะอยู่เมืองไทยเพื่อตามล่าความฝันฟุตบอลอาชีพแทน ส่วนพี่ชายตอนนี้ไปปักหลักเป็นทหารอยู่ที่สหรัฐอเมริกาแล้ว

 
    ถึงตอนนี้ “เบส”ธนพล ยิงให้ขอนแก่น ยูไนเต็ด ไป 1 ประตู ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่า ตำแหน่งของตนเป็นกองหน้าก็จริง แต่บทบาทไม่ใช่หน้าเป้า เป็นตัวซัพพอร์ตให้กองหน้าต่างชาติมากกว่า อย่างไรก็ดีแม้ตอนนี้อายุจะย่าง 29 ปีแล้ว แต่ความฝันที่อยากเล่นบอลไทยลีก 1 ก็ยังมีอยู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอโชว์ฟอร์มให้กับขอนแก่น ยูไนเต็ด ให้เต็มที่ และถ้าเล่นได้ดี โอกาสก็จะมาถึงเอง