สื่อรักออนไลน์! ‘ชนานันท์-ฐานิตา’ เปิดใจเส้นทางรักจากแค่คนรู้จักสู่คนรู้ใจ

คาดว่าอีกไม่นานน่าจะมีข่าวมาฝากแฟนๆลูกหนัง รวมถึงพรรคพวกญาติสนิทมิตรสหายของทั้ง "เจ้าทู" ชนานันท์ ป้อมบุบผา และ แฟนสาวน้อง "เมย์" ฐานิตา ดอนไพรกา ที่คบหาดูใจในฐานะคนรักกันมา 5 ปีแล้ว

    ความรักของทั้งคู่เกิดขึ้นเมื่อครั้งที่ "เจ้าทู" ที่วันนี้เป็นกองหน้าของ ทรูแบงค็อกฯ ในไทยลีก ร่วมทัพทีมชาติไทย ไปคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ในซีเกมส์ครั้งที่ 28 ที่ สิงคโปร์ มาครองได้เมื่อ ปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา

    "เจ้าทู" ยอมรับว่าแฟนสาวของเขาไม่ได้เป็นแฟนฟุตบอลมาก่อนและก็ไม่ได้คบหากันเพราะได้รับคำแนะนำจากใครอีกด้วย

    แต่ทว่าตัวเขากับแฟนสาวนั้นพบรักกันรู้จักกันในโลกโซเชียล ไอจี หรือ อินสตาแกรม นั่นเอง

    ก่อนจะสานสัมพันธ์กันมาเรื่อยและจากแค่คนรู้จักตอนครั้งแรกกลายมาเป็นคนรักกันในที่สุด

 

    "น้องเมย์" นักธุรกิจสาวชาวพิษณุโลก ที่เป็นเจ้าของเครื่องสำอางแบรนด์ FACE ME ที่ถือเป็นแบรนด์ดัง ระดับยอดขายเดือนละหลักล้าน โดยมีผลิตภัณฑ์ ทั้งเซรั่ม ,คอนลาเจน ,ชาลดน้ำหนัก เล่าให้ฟังว่า "จริงแล้วทูเป็นรุ่นน้องหนูซะอีกเขาจีบหนูทางไอจี เมื่อราวปี 58 ตอนนั้นจำได้ว่า เขากำลังจะไปแข่งซีเกมส์ เขาแนะนำตัวเองนะว่าเขาเป็นนักฟุตบอลไอ้เราก็เฉยๆ นะเพราะปกติแล้วตัวเองไม่เป็นคนที่ชอบดูกีฬาอยู่แล้ว ชอบเรื่องสวยๆงามๆมากกว่าตามสไตล์ผู้หญิง"

    "ปกติที่รู้มาแฟนนักบอลส่วนใหญ่ หากไม่ใช่เป็นเพื่อนนักเตะแนะนำก็เป็นแฟนฟุตบอลแต่สำหรับ "เมย์" กับ "ทู" ไม่ใช่นะ อย่างที่บอกเราจีบกันผ่านทางไอจี ตอนนั้นเราเองไม่ได้คบหากับใครอยู่ เขาคุยสักพักเราเริ่มจับทางได้แล้วว่า เขามาจีบเรา ก็คุยกันมาเรื่อยๆแต่กว่าจะตัดสินใจออกเดทและเป็นแฟนกันก็นานเหมือนกัน"

 

    "น้องเมย์" เล่าให้ฟังอีกด้วยว่า "หนูเคยเอารูปทูให้คุณพ่อดูด้วยนะ ถามคุณพ่อว่า พ่อรู้จักและเคยเห็นหน้านักฟุตบอลคนนี้บ้างมั้ย เพราะพ่อหนูเป็นคนที่ชอบดูฟุตบอลมากทั้งฟุตบอลไทยและฟุตบอลต่างประเทศ"

    "พ่อบอกทำไมจะไม่รู้จักล่ะลูก ไอ้เจ้านี่ล่ะที่กระโดดดีใจ แล้วจังหวะเท้าลงพื้นเลยเจ็บคนนี้ล่ะ พ่อยังถามเลยว่า มีอะไรเหรอลูกตอนนั้นก็ยังไม่ได้บอกคุณพ่อนะว่า "ทู" มาจีบเราค่อยมาบอกทีหลัง"

    "มีเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่อยู่สุโขทัยฯ คนนี้ชอบดูฟุตบอลมากเขาบอกรู้จักสิเป็นนักฟุตบอลทีมชาตินะถือว่าเป็นนักฟุตบอลที่เก่งคนหนึ่ง ทำไมเหรอแก เพื่อนหนูคนนี้ถามก็บอกเขาไปว่า เขามาจีบเราน่ะ เพื่อนก็บอกจริงหรือ ก็ลองดูๆไปละกัน ส่วนใหญ่นักฟุตบอลชอบขายจีบ เราก็ขำๆ ยังหวั่นๆอยู่เลย เพราะเคยได้ยินมาว่า นักฟุตบอลมักจะเจ้าชู้ 555"

 

    แต่พอตัดสินใจคบหากันแล้ว "เมย์" บอกได้เลยว่า "ทู" เป็นคนใจเย็น นิสัยดี เป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบ ทุกอย่าง ตลอดหลายปีที่คบกันมาเขาไม่เคยทำให้เราต้องเสียใจเลย

    ส่วน "เจ้าทู" บอกว่า "เมย์เป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก นอกจากสวยแล้วเขายังขยันทำงานกับธุรกิจของเขาที่ไปได้สวย รายได้เยอะกว่าผมซะอีกต่อเดือน ที่สำคัญ "เมย์" เป็นคนที่ทำอาหารเก่งด้วย เดี๋ยวนี้หายากนะที่จะหาผู้หญิงเข้าครัวเป็น ตรงนี้เรียกว่า เป็นเสน่ห์ปลายจวักสะกดผมอยู่หมัดเลยล่ะ"

 

    "เร็วๆนี้ขอดูฤกษ์งามยามดีก่อนแล้ว จะรีบแจ้งให้ทราบโดยด่วนเลยว่า จะแต่งที่ไหนเมื่อไหร่ แต่คงไม่ได้ได้จัดแบบใหญ่โตอะไร เน้นพิธีแบบไทยๆมากกว่า"

    "หลังจากนั้นก็คงจะรีบปั้นทายาทกันเลย กลัวไม่ทันใช้ 555 จะเป็นผู้หญิงหรือชายก็ได้ทั้งนั้นไม่เกี่ยง คิดว่าจะมีสัก 2-3 คน"

 

เฉลยตัวเลขค่าตัว ‘เอกนิษฐ์ ปัญญา’ แค่นี้ก็ขายแล้ว

‘บิ๊กฮั่น’ มิตติ ติยะไพรัตน์ ประธานที่ปรึกษาสโมสรสิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด ระบุ หากจะขาย ‘เอกนิษฐ์ ปัญญา’ ต้องไปเล่นที่ต่างประเทศเท่านั้น โดยหากมีข้อเสนอประมาณ 20 – 30 ล้าน ก็พร้อมปล่อยตัว เพื่อโอกาสในการพัฒนาของวงการฟุตบอลไทย

    หลังจากที่มีข่าวฮือฮาในวงการฟุตบอลไทยจากการที่สโมสรเอสซีจีเมืองทอง ยูไนเต็ด ยื่นข้อเสนอเป็นจำนวนเงิน 55 ล้านบาท ให้กับ สิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด เพื่อเป็นการซื้อขาย ‘บุ๊ค’ เอกนิษฐ์ ปัญญา นักเตะดาวรุ่งของกว่างโซ้ง ซึ่งหากการซื้อขายครั้งนี้เกิดขึ้นจะกลายเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในไทยลีกทันที แต่ทีมแชมป์ไทยลีกฤดูกาล 2019 ปฏิเสธข้อเสนอเรียบร้อยแล้ว และจะขายนักเตะรายนี้ก็ต่อเมื่อได้ข้อเสนอที่เหมาะสมสำหรับการไปเล่นที่ต่างประเทศเท่านั้น

    ล่าสุด ‘บิ๊กฮั่น’ มิตติ ติยะไพรัตน์ ประธานที่ปรึกษาสโมสรสิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด ได้กล่าวผ่านรายการฟุตบอลไทยวาไรตี้ โดยระบุว่า

    "ตัวเลขผมคิดว่า ถ้าไปญี่ปุ่น น้อยกว่า 55 ล้าน ผมก็ขายครับ ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แต่การไปต่างประเทศ ต้องได้รับโอกาสไม่ใช่เป็นการตลาด เพราะฉะนั้นถึงจะได้ซัก 20 ล้าน หรือ 30 ล้าน ผมก็ปล่อยไม่มีปัญหา อันนี้คือสิ่งที่ผมการันตีได้เลยกับวงการฟุตบอลไทย ผมต้องการให้เด็กพัฒนาเพื่อพาทีมชาติไทยไปบอลโลก"

เจ็บแต่จบ.. JP7 ยอมทิ้งเงินเดือนละเป็นล้าน

เป็นนักฟุตบอลจอมลีลาคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย แถมยังเคยได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของกิจการที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการเปิดร้าน บ้านไข่หวาน ซูชิ แถวม.ธรรมศาสตร์ รังสิต

    แต่เหมือนชีวิตเล่นตลก เมื่อวันหนึ่ง “เจ้าบอล”จักรพันธ์ พรใส เจ้าของฉายา JP7 ซึ่งตอนนีต้องมีอันเลิกรากับแฟนสาวที่ลงทุนทำกิจการร้านซูชิด้วยกัน หลังคบมา 6 ปี
 
    จักรพันธ์ ได้เปิดเผยว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้อยากพูดอะไรมาก เพราะมันผ่านไปแล้ว แต่เหตุมันเกิดจากเราหมดความไว้วางใจกับเขาไปแล้ว

 

 
    “เมื่อแยกทางกันไปก็มีเอฟเฟ็คบ้างในช่วง 2 เดือนแรก ไม่มีสมาธิในการฝึกซ้อมจนไม่มีชื่อในชุดเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก กับบียู แต่หลังจากนั้นก็รวบรวมสมาธิและกลับมาสู่ฟอร์มเดิมของตัวเองได้ เพราะเรารู้ว่ายังมีคนรอบข้างอีกหลายคนที่รักเรา

    อย่างไรก็ดี การจบความสัมพันธ์ในครั้งนั้น “เจ้าบอล”ต้องยอมทิ้งเงินรายได้ในการเปิดร้านขายซูชิ ที่เจ้าตัวลงหุ้นใหญ่ และมีรายได้ตกเดือนละล้าน

 

    “ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วครับ คิดแต่ว่าตัดให้มันจบ ๆ ไป ก็เลยยอมถอนตัวออกมา โดยเอาทุนที่ลงไปคืนมา และต่อจากนี้ก็มองหาธุรกิจทำ วางแผนจะทำเป็นร้านราเม็งกับ ซูชิพรีเมี่ยมแบบโอมากาเสะไปเลย ตอนนี้ชีวิตโอเคแล้วครับ ทั้งเรื่องฟุตบอลและหัวใจ”